EURUSD และ Tesla สินทรัพย์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกEURUSD เป็นสัญลักษณ์ที่มีการค้นหามากที่สุดประจำเดือนกรกฎาคม ครองตำแหน่งสูงสุดใน 140 ประเทศทั่วโลก มากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดอย่าง Tesla (17) ถึง 8 เท่า ตามมาด้วย GBPUSD (14) และ BTCUSD (13)
แน่นอนว่ามีความแตกต่างไปในบางประเทศ: เช่น สินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของรัสเซีย คือ Sberbank, บราซิล คือ ดัชนี Ibovespa และ ดัชนี Nifty 50 สำหรับอินเดีย
ตามที่เราได้เคยกล่าวไว้ในโพสต์ล่าสุด Tesla เป็นที่นิยมในอเมริกา (โดยมี Bitcoin ตามมาไม่ห่าง) แต่มันก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ายังได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อในแคนาดา, นิวซีแลนด์,สแกนดิเนเวีย, ซาอุดีอาระเบีย และแม้กระทั่งกรีนแลนด์ ในขณะเดียวกัน Apple เป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไต้หวันเท่านั้น
บางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ข้อมูลของเรานั้นอาจชี้ชัดได้เพียงเล็กน้อย (อย่างที่คุณอาจจะจินตนาการได้ว่า ปริมาณการค้นหาอยู่ในระดับต่ำ) ตลาดที่เป็นที่นิยมและได้รับความสนใจมากที่สุด กับสถานที่นั้นมีความสัมพันธ์กับการเทรดเพียงเล็กน้อย ดังเช่น:
เกาหลีเหนือ: BTCUSD
นครวาติกัน: TRGP
ชาด: USDJPY
แอนตาร์กติกา: TSLA
และดังเช่นเคย ขอบคุณที่อ่านและเป็นส่วนหนึ่งของ TradingView ถ้าท่านมีคำถาม ข้อสงสัย โปรดฝากคอมเมนท์ไว้ด้านล่าง
รูปแบบชาร์ต
สร้างชาร์ตหุ้นรายตัวจากข้อมูลพื้นฐานคุณสามารถสร้างชาร์ตด้วยข้อมูลพื้นฐานและวิเคราะห์ได้ในระดับเดียวกับกับชาร์ตอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มเส้นแนวโน้ม, เรนจ์, ลูกศร และข้อความต่างๆ สำหรับนักลงทุนระยะยาวหรือท่านที่ต้องการลงลึกลงไปในข้อมูลของแต่ละบริษัท นี่อาจเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถเพิ่มเข้าไปในกระบวนการของคุณได้
เริ่มต้นได้ง่ายๆ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือเปิดชาร์ตของบริษัทที่ท่านสนใจศึกษาข้อมูล พิมพ์ชื่อหรือสัญลักษณ์ตัวย่อของบริษัทในช่องค้นหา จากนั้น คลิกที่ปุ่ม "การเงิน" หรือไอคอนที่ดูคล้ายรูปกราฟแท่ง 📊 ที่อยู่บริเวณด้านบนของชาร์ต จากนั้นเลือกข้อมูล/มุมมองทางด้านการเงินที่คุณต้องการศึกษา
ตอนนี้คุณมีข้อมูล/มุมมองทางด้านการเงินของบริษัทที่คุณสนใจแล้ว คุณสามารถเริ่มวาดภาพทางเทคนิคอลด้วยเครื่องมือวาดภาพและทำการวิเคราะห์สถานะทางการเงินของบริษัทได้ในแบบเดียวกันกับชาร์ตแบบปกติ ในตัวอย่างนี้ เราแสดงชาร์ตอัตราส่วน Price-to-Sales ของบริษัท Microsoft อัตราส่วนนี้แสดงและบ่งบอกว่า นักลงทุนต้องจ่ายเงินจำนวนเท่าไรสำหรับรายได้ 1$ ของบริษัท Microsoft ดังนั้นถ้าอัตราส่วน PS คือ 30 นั่นหมายถึงว่านักลงทุนต้องจ่ายเงิน $30 สำหรับรายได้ทุกๆ 1$ ของไมโครซอฟท์ ในชาร์ตนี้ เราทำการเพิ่มข้อความและไฮไลท์ช่วงเวลาที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์ในด้านมูลค่าของบริษัท Microsoft แล้วท่านเห็นอะไรบ้าง?
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะมีความสุขกับโพสต์นี้ และมั่นใจว่ามันจะช่วยท่านในการใช้งานการวิเคราะห์ในด้านข้อมูลพื้นฐานได้ นอกจากนี้ สำหรับท่านที่ต้องการใช้งานในระดับสูง คุณสามารถใช้ข้อมูลพื้นฐานได้ในไพน์สคริปต์เช่นเดียวกัน
ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของ TradingView และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสนุกสนานไปกับฟังก์ชันการวิเคราะห์ในเชิงพื้นฐานของเรา
จะกลับด้านชาร์ตของคุณได้อย่างไรกดปุ่ม ALT + I เพื่อกลับด้านชาร์ตของคุณ และถ้าคุณใช้เครื่อง Mac กดปุ่ม option ⌥ + I คีย์ลัดจะกลับด้านชาร์ตที่คุณกำลังดูอยู่จากบนลงล่างโดยทันที การกลับด้านชาร์ตจะทำให้คุณได้เห็นมุมมองที่แตกต่าง และไม่เหมือนใครในด้านราคาและแนวโน้ม
ในไอเดียนี้ เราแสดงชาร์ตรายวันของ Amazon เทียบกัน ชาร์ตทางซ้ายเป็นชาร์ตแบบกลับด้านในขณะที่ชาร์ตด้านขวาเป็นชาร์ตปกติของ Amazon โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ การเปรียบเทียบชาร์ตทั้งสองนี้ระหว่าง ชาร์ตกลับด้านและชาร์ตปกติ เป็นแบบฝึกด้านมุมมองต่อชาร์ตของคุณ ลองถามตัวท่านเองว่า ท่านยังคงเห็นแนวโน้มที่ยังคงเดิมอยู่หรือไม่? หรือว่ามุมมองต่อชาร์ตของคุณนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะว่าคุณได้เห็นมุมมองที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คุณได้เห็นมาก่อนหน้านี้หรือไม่?
นี่เป็นอีกตัวอย่างในการใช้แนวคิดนี้: ถ้าคุณ "ซื้อ" ชาร์ตกลับด้าน ไปทางด้านซ้าย เพราะดูเหมือนว่าจะเกิดการทำราคาหรือเป็นการราคาตกของหุ้นที่น่าสนใจ ดังนั้น มันควรจะเป็นโอกาสแห่งการ ขาย ในชาร์ตแบบปกติของ Amazon ไปทางด้านขวา ด้วยการกลับด้านชาร์ต คุณสามารถทดสอบตัวคุณเองในด้านการอ่านแนวโน้มและอ่านพฤติกรรมของแท่งเทียน ที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งถ้าคุณเกิดความไม่แน่ใจขึ้นมา กลับด้านชาร์ตไปในทิศทางตรงกันข้าม และถามคำถามกับตัวท่านเองว่า สิ่งที่ท่านเห็นนั้นเป็นการคอนเฟิร์มในแนวทางเดียวกันหรือไม่
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสนุกสนานไปกับทิปในการใช้งานนี้ และเรายังคงรอคอยฟีดแบค ความคิดและความเห็นของท่านอยู่เสมอ ขอบคุณสำหรับท่านสมาชิก TradingView!
การใช้เครื่องมือ "การวาด" ต่างๆ และการตั้ง Alertคลิปนี้จะแนะนำวิธีการใช้งานเครื่่องมือ "การวาด" ต่างๆ ที่สำคัญๆ ได้แก่ เส้น Trend Line เส้นแนวนอน (ไว้ตีแนวรับ แนวต้าน)
รวมถึงการตั้งค่า Alert เตือน เมื่อราคาหุ้นถึงระดับราคาที่มีนัยยะสำคัญ เช่น ราคาหุ้นสูงลดลงมาจาก 27.50 เหลือ 25.50 ช่วยส่ง Alert มาด้วย
โดยสามารถตั้งได้หลายแบบ 1. แบบ Pop Up ข้อความหน้าจอคอมฯ / มือถือ 2. ส่งอีเมลเตือน และอื่นๆ
สำหรับ Alert นั้นจะอธิบายเพิ่มเติมในคลิปถัดๆ ไปครับ
EURUSD ทำไหล่ขวาได้สำเร็จEURUSD ตามที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านั้นว่ากำลังทำรูปแบบ H&S โดยผมได้ให้จุดเข้าที่ไหล่ขวาที่ราคา 1.078900 ซึ่งตอนนี้ราคาวิ่งไปทำกำไรเรียบร้อยหลังจากที่รอมานาน EURUSD อาจจะมีโอกาสไปต่อถึง 1.10000 เพื่อทำการ TP ในจุดสุดท้าย แล้วเราค่อยพิจารณาหาจุด Sell ก็ได้ครับ
(สำหรับท่านใดที่ผมได้สอนระบบเทรดเพิ่มเติมจะได้เห็นอีกหนึ่งตัวอย่างของรูปแบบ H&S ในการเข้า Buy ที่ไหล่ขวาครับส่วนวิธีการหาจุดเข้า จุด TP และจุด Sl ผมได้สอนไปแล้วก็ลองทบทวนและทำตามดูได้ครับ)
การเข้าทำกำไร H&S ที่ไหล่ขวาการหาจุดเข้าทำกำไร H&S นั้นจริงๆจะทำการเข้าเทรดเมื่อราคาหลุด low เดิม แล้วตั้ง SL ที่ ไหล่ขวา แต่ผมมีการเข้าออเดอร์ที่ไหล่ขวาแล้วตั้ง SL ที่ หัวของแพทเทิร์นนี้โดยจะเผื่อระยะ SL ไว้ไม่เกิน 50 จุด หรือ 5 Pips นั่นเอง ซึ่งเราจะมีโอกาสเก็บทำกำไรได้มากกว่าโดยมี TP ที่ Low เดิม ถ้าตามระบบจริงๆจะมีจุดเข้า sell เพียง 2 จุด คือที่ราคา 1.24900 และ 1.25627 แต่ว่าผมจะเพิ่มอีก 1 จุด เพื่อให้ระยะ SL นั้นสั้นที่สุด โดยจะเพิ่มจุดเข้าที่ราคา 1.25999 โดยเราจะพิจารณาเข้าตามจุดดังกล่าว โดยอาจจะมี indy สักตัวช่วยในการตัดสินใจเข้าก็ได้ครับ ในที่นี้ผมจะใช้ MACD ประกอบ และผมได้ให้จุดแนวรับไว้เพื่อเป็นการเก็งกำไรสั้นๆ โดยจะเก็บกำไรได้ 300-400 จุด ขึ้นอยู่กับอารมณ์ตลาดครับ
(หากสนใจที่จะศึกษาระบบเทรดเพิ่มเติมก็ทักผ่านแชทส่วนตัวได้เลยครับ)
SET index ThailandSET หลังหลุดเทรนไลน์ระดับสัปดาห์ และยังเกาะเส้นอยู่แต่จุดดีคือ ยังไม่หลุดลงไป new low
ดังนั้นแนวโน้มขึ้น กลับไปเทรนขาขึ้นต่อก็เป็นไปได้
ซึ่ง Risk - reward ratio ก็ถือว่าน่าเสี่ยงที่จะเข้าซื้อและใช้ Stoploss ตรงจุด low เดิม
ส่วนแนวโน้มก็ลงได้ ทั้งจากสถานการณ์โลกและจากทรงชาร์ตก็มีแนวโน้มลงได้
ซึ่งหากหลุดและเกิด New low เส้นแดงลงมาก็สามารถ ยืนยันการลงได้ทันที โดยแนวโน้มเส่้นดำด้านล่าง
ดังนั้นการเทรด คือ
1. ซื้่อต่อย่อ หากราคายังคงยืนเหนือ 1542.46 (ด้วยเหตุผล risk-reward ratio ว่าคุ้ม)
2. หากราคาหลุด เส้นแดงลงมาได้ต่อเนื่อง ก็ Short หรือ Put อย่างเดียวไม่ต้องคิดอะไรมาก
วีธีปลอดภัยสุด คือ หากลงหลุดเส้นแดง ขาย
ส่วนขา ซื้อ ควรรอความชัดเจนเช่น เบรคหลุด 1600+ ให้หลุด trendline ดำขึ้นไปและยืนอยู่ได้
เพราะโซนนี้ไม่ชัดเจนยกเว้นต้องเสี่ยงไป หรือ เทรดระยะสั้นๆไปแทน
บทวิเคราะห์ทองคำประจำวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562ทิศทางทองคำเมื่อวันศุกที่ผ่านมาได้ทำการขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 0.5 FIBO ที่ราคา 1472 แต่ไม่สามารถยืนเหนือและจบปิดแท่งราคาช่วงนี้ได้ แต่ภาพรวมสำคัญที่สุดในตอนนี้ยังส่งผลให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวร่วงลงไปถึงแนวรับระดับ S2 1436 ได้ เพราะหลังจากมีข่าวช่วงดึกเกี่ยวกับข้อตกลงของจีนที่เหมือนจะออกมาในเชิงบวกส่งผลให้ทองคำทะลุแนวรับ S21456 ลงไปได้รอบนึงแล้วแต่ยังยืนปิดจบไม่ได้ และ ที่สำคัญในช่วงราคา 1472 ได้เกิด Pattern Falling Three ซึ่งมีโอกาสทำให้แท่งวันแท่งที่ 3 ปิดต่ำกว่าราคาเดิมในวันศุกร์ที่ผ่านมา
สรุปง่ายๆ ผมมองว่าทองคำยังมีโอกาสลงต่อไปมากกว่า 60% และ มีโอกาสขึ้นกลับไปเทสแนวต้านระดับ 1472 อีกครั้ง โอกาส 40% ในเมื่อสงครามการค้าในช่วงนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเราก็คงต้องเทรดตามเทรนระยะสั้นกันไปก่อนน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวางเลยครับ
จุดเข้าซื้อรอจังหวะกลับตัวขึ้น และ ขายทำกำไรในจังหวะไหลกลับมาทดสอบที่แนวรับ
ช่องคู่ขนานช่วยชีวิต นรกกับสวรรค์ห่างกันนิดเดียว : BHเล่าประสบการณ์ตรง หุ้น BH มีสัญญาณซื้อแบบเทรดดิ้ง
คือทำทรงยก Low ยก High ในใจก็แอบเสียวว่าเป็น Corrective เท่านั้น
แต่ก็ลอง Bet ดูซื้อที่ 173.00 บาท
จากนั้นลองดีเส้นคู่ขนานเอาไว้ ถ้าเบรคขึ้นแสดงว่าเราน่าจะถูกทาง
หุ้น BH จะเป็นการกลับตัวที่สวย อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
คือการเบรคลง ซึ่งนั่นคือ สัญญาณเตือนชั้นดีให้เราทำการขายออกมาครับ
โชคดีของผมที่การหลุดนั้นเป็นการทะลุแบบเบา ๆ ค่อย ๆ ลงอยู่เกือบ 1 สัปดาห์
ผมตัดขาดทุนไปที่ 167.00 บาท หรือ ราว 3.4%
"
หากผมไม่เชื่อสัญญาณช่องคู่ขนานนี้ ปัจจุบันราคาร่วงลงมาแล้วกว่า 25%
ช่องคู่ขนานได้ช่วยเอาไว้ได้ นรกกับสวรรค์ห่างกันนิดเดียว
ยอมรับว่าโชคช่วยด้วย แต่ความรู้ก็สำคัญครับผม
Gold trading diary - September
Open long position ที่ 1463 เพราะว่ามี PA buy เหนือ 1461 ที่ C นับจาก 1535-1459 = A นับจาก 1557-1485
หากไม่ถูก SL ที่ 1459 แสดงว่า correction ของเวฟ 4 จบแล้ว และกำลังจะขึ้นไป new high
จะออกเมื่อ
1. ถูก SL
2. มี PA ขายบริเวณ 1500-1508
Risk 4 reward 37-45
ถือต่อถ้าทะลุ 1530 ไป TP แรกที่ 1590
Risk 4 reward 127
XAU/USD - บันทึกการเทรด20-9-2019
Open long position บริเวณ 1500 เนื่องจากวิเคราะห์ว่าทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในลักษณะ 5 เวฟ
โดยเปิด buy เพราะว่าจาก 1483 ขึ้นมา 1506 นับได้ 5 wave จึงรอให้ย่อมา 3 เวฟที่ 1H TF
แผนคือ หากราคาปิดเหนือ 1500 จะ go long
เป้าแรก 1532 ( R:R 1:29)
เป้าสอง 1547 (R:R 1:11)
ตอนนี้บวกขึ้นมาตามแผน
หลักการบริหารเงินลงทุน (Money Management) สำหรับผู้เริ่มต้นสวัสดีครับ วันนี้ผมอยากจะมาแนะนำการบริหารเงินลงทุนด้วยระบบ T-L-S Trend-Level-Signal
จากประสบการณ์ของผม ได้พบว่ามี Trader หลายๆคนที่มีปัญหาการลากพอร์ทให้ติดลบ ตรงข้ามกับคำพูดที่ว่า
"Let's the profit run, cut the losers lose"
กลายเป็น
"Let's the losers run, cut the profit lose"
หลักการลงทุนในตลาดทั่วๆไป เรามักจะได้ยินคำว่า "ในการเทรดแต่ละครั้ง ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทั้งหมด"
แต่ในความเป็นจริง เรากลับได้ยินคำว่า "จงคำนวณว่าเงินในพอร์ทของเรา ใช้ maximum lot size ได้เท่าไร"
Standard lot จริงๆคือ 100,000 USD ต่อ 1.00 Lot
หากคุณลงทุนตามหลักการ นั่นหมายความว่าในการเข้าออเดอร์เทรดแต่ละครั้ง จุด stop loss ของคุณต้องห่างไม่เกิน 200 จุดสำหรับการลงทุน 1 standard lot
เมื่อคุณมีเงินไม่ถึง 100K USD คุณต้องถามตัวเองว่า
ในการเทรดครั้งนี้ "ฉันอยากเสี่ยงจำนวนเงินเท่าไร คิดเป็นกี่%ของพอร์ท"
"จุด Target point ของฉัน ให้ Risk:Reward ratio เท่าไร"
*โดยทั่วไป Risk:Reward ratio ขั้นต่ำ ควรจะเป็น 1:3 เป็นอย่างน้อย หมายความว่า หากคุณมี SL 200 จุด TP คุณต้องอย่างน้อย 600 จุด
เห็นมั้ยครับ การใช้หลัก common sense ที่ถามตัวเองว่า การลงทุนครั้งนี้ อยากเสียเงินเท่าไร จะนำไปสู่การ manage เงินที่สำคัญคือ
"จะใช้ Lot เท่าไรดี?
การจะตอบคำถามนี้ได้นั้น
1. เราจะ "ซื้อ" หรือ "ขาย"
เรากำลังเล่น "go with the trend" หรือเล่น "counter trend" เรากำลังตามเทร็นด์ใน Time frame ใหญ่ หรือสวนเทร็นด์
2. เราต้องรู้ก่อนว่าจุด stop loss เราอยู่ตรงไหน จุด target point เราอยู่ตรงไหน
การที่จะรู้ได้นั้น เราต้องรู้ว่า key level ที่ราคาของ asset ที่เราลงทุนจะกลับตัวที่จุดไหน โดยการหาจุดเหล่านี้มีหลายวิธี ไม่ว่าจะลาก Trend line, ใช้ Fibonacci, หรือนับ Elliot wave
3. เราต้องรอ "สัญญาณ" ตรงนี้สำคัญมากๆ ครับ ท่องไว้เลย "ไม่มีสัญญาณฉันจะไม่เข้า"
Level ทั้งหลายที่เราหาได้จากเครื่องมือต่างๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าถูกหรือผิด สิ่งที่่จะบอกได้ว่าถูกหรือผิด คือ สัญญาณการกลับตัว
สัญญาณการกลับตัวสามารถหาได้จากเครื่องมือหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น indicator เช่น RSI divergence หรือ candlestick เช่น Pin bar หรือ reversal pattern เช่น Head and shoulder, diamond top and bottom etc.
แต่สัญญาณทั้งหมดนี้จะเชื่อไม่ได้เลย หากไม่ได้เกิดบน "key level" ข้อนี้สำคัญมาก หากไม่ถึง key level ไม่ต้องมองหา divergence ครับ ไม่มีประโยชน์
สัญญาณที่จะให้จุด stop loss ของเรามีตั้งแต่ candle 1 แท่ง เช่น Pin bar หรือสัญญาณแบบกลุ่ม เช่น reversal pattern
ตัวอย่าง
1. เมื่อเกิด Pin bar บนแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ โดยมีขนาดของแท่ง candle 200 จุด นั่นหมายความว่า หากคุณโชคดีพบสัญญาณการกลับตัวตอนกำลังเกิดพอดี คุณจะได้ตำแหน่ง stop loss ที่ 200
2. Pattern เช่น Head and shoulder จะมีจุด stop loss ตามทฤษฎี ซึ่งอยู่นอกเหนือscope ของโพสนี้ ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมครับ
เมื่อคุณได้
1. Trend จะซื้อหรือขาย
2. Level ราคามาถึงเลเวลที่คุณวิเคราะห์แล้ว
3. เกิดสัญญาณกลับตัวแล้ว
ถึงจุดนี้ ถามตัวเองตามนี้ครับ
"คุณอยากเสียเงินเท่าไรหากคุณวิเคราะห์ผิด"
"จุด Target ของคุณคือเท่าไร คุ้มเสี่ยงมั้ย R:R เป็นเท่าไร"
คำนวณ Lot size จากจุด SL ครับ ถามตัวเองบ่อยๆ "อยากเสียเงินเท่าไรหากวิเคราะห์ผิด"
เรามาดูตัวอย่างกันครับ
GBP/USD major forex pair ผมคำนวณหา key level ด้วยวิธี Fibonacci แล้วพบว่าแนวต้าน/รับที่แข็งแกร่งคือ 1.302
เมื่อราคาได้ทะลุลงมาใต้ 1.302 มันจะกลับไปเทส เพราะฉะนั้น Trend คือ ขาย
จากภาพจะเห็นได้ว่า เมื่อราคาเข้าใกล้ 1.302 ได้มีการส่ง "signal" ในรูปแบบของ Pin bar อันเล็กๆ ที่มีความยาวประมาณ 170 จุด
นี่คือ SL ครับ 170 จุด
แนว target ที่ผมคำนวณได้มี 2 จุดคือแนว Fibonacci ขนาดกลางบริเวณ 1.292-1.290 และแนว Fibonacci ขนาดใหญ่ ที่ 1.286-7
หมายความว่า Pin bar signal ที่เกิดขึ้นบน Key level 1.302 มี SL 170 จุด โดยมี
Target แรกที่ 1.292 (1000 จุด) และ
Target ที่ 2 ที่ 1.287 (1500 จุด)
SL ผม 170 จุด นั่นหมายความว่าการเทรดนี้ R:R อยู่ที่ 1:5 หรือ 1:7
สำหรับผม คุ้มเสี่ยงครับ
ถ้าคุณมีเงิน 100k usd คุณเล่น 1 lot เสี่ยงเงิน 170 usd (0.17% ของพอร์ท) แรกกับโอกาสกำไร 1000 usd (1%)
"คุณยอมเสี่ยงมั้ย?"
มาดูกันต่อครับ
ราคาได้มาทำการหยุดพักที่แนว Fibo เล็กๆที่ 1.292 ก่อนที่จะลงไปต่อที่แนวใหญ่ที่ผมคิดไว้ คือ 1.286-7
หากคุณเข้าเทรดครั้งนี้ คุณจะกำไรไปแล้ว 1-1.5% ด้วยการเสี่ยงเงิน 0.17%
หลังจากนั้นราคาได้ทำการส่ง "สัญญาณ" กลับตัว ในรูปของ Bullish diver อันเล็กๆ (ผมเทรด MT4, บนมือถือผม มีสัญญาณ Bullish Pinbar อันใหญ่เกิดขึ้นที่ 4 hr ครับ)
พร้อมทั้งทำ Bullish engulfing pattern
เมื่อพิจาณาจากสัญญาณแล้ว ผมมีจุด SL ตรงนี้ 1-200 จุด หากผมคำนวณ target ด้วยวิธีต่างๆ แล้ว R:R มากกว่า 1:3 ผมก็จะเข้าเทรดครับ
จะเห็นว่า หากเราทำการบ้าน หา key level มาดี
เราเฝ้า "รอ" สัญญาณบน key level
เราทำการบ้านวิเคราะห์ trend มาอย่างดี
เราจะได้ตำแหน่งเข้าที่ดี มี R:R เหมาะสม
"ไม่มี" คำว่าลาก แล้วเราจะไม่เครียด ไม่ต้องเพิ่มไม้โดยไม่จำเป็น
เพราะการที่ปล่อยให้เกิดการ "ลาก" แสดงว่าคุณไม่ได้ทำการบ้าน ไม่มี level ในใจ ไม่มีจุดเข้าจุดออกก่อนซื้อขาย
อยากดอย แนะนำไปดอยหุ้นครับ อย่ามาดอย Forex
Trend-Level-Signal และ Target คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับ Money management ครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หากคุณใช้หลักการ Money management นี้ การออก order ของคุณจะลดลง และกำไรจะเพิ่มขึ้น
แต่คนที่จะไม่แฮปปี้คือ Broker หรือ Introducing broker ของคุณครับ
เพราะว่าหลักการหาเงินของคนพวกนี้คือ
ทุกๆ order ที่คุณทำการวาง คนเหล่านี้จะได้ commission ครับ
เช่น คุณวาง order 1.0 lot introducing broker คุณจะได้เงินไปทันที 1 usd ครับ
หากคุณใช้หลักการบริหารเงินแบบที่ผมพูดมา คุณคิดว่าเดือนนึง คุณจะเหลือ order กี่ครั้ง
คนพวกนี้จะได้เงินจากคุณมากน้อยแค่ไหน ทำไม copy trade หรือการ clone หรือ bot ทั้งหลายจึงออก order ให้ถี่ๆ
คุณกำลัง "ถูกสูบเงิน" ครับ
การจะอยู่รอดได้ต้องหาความรู้ และเท่าทันผู้ไม่หวังดีทั้งหลายในตลาดครับ
ผมโดนมาหมดแล้ว อย่าทำพลาดแบบผมครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ของแถมก่อนจบโพสท์นี้ครับ
ทำไมคุณถึงไม่ควรติด "ดอย"
เรามักจะได้ยินคำว่า "คนรวยจะไม่ขายหุ้น เค้าจะซื้อหุ้นเพราะเค้าวิเคราะห์พื้นฐานของหุ้นนั้นมาดี ไม่มีวันล้ม เค้าจะเป็นเจ้าของบริษัท กินเงินปันผล เมื่อหุ้นลง เค้าก็จะซื้อเพิ่ม"
สำหรับผม ผมจะถามกลับว่า "ตกลงรวยแล้วเลยมาลงทุน" หรือว่า "มาลงทุนเพราะอยากรวย"
เอาดีๆครับ มันคนละเรื่องกัน
คนรวยที่ฉลาดเค้าก็จะไม่ Buy and Hold หรอกครับ มีงานวิจัยตีพิมพ์ออกมาเยอะนะครับ ว่าการวิเคราะห์ตลาด ซื้อขายด้วยการวิเคราะห์ Sector rotation สามารถเอาชนะวิธี Buy and hold ได้ 3-5 เท่า
การที่คุณยังไม่รวย แล้วมาลงทุน แปลว่า คุณอยากรวย
หากคุณไม่มี stop loss ไม่ทำการบ้าน ไม่หาเลเวล สิ่งที่จะเกิดคือ
"เงินจม"
สิ่งเหล่านี้คือ "Opportunity cost" มันคือค่าเสียโอกาส แทนที่จะเอาเงินไปวางไว้ในจุดที่มันงอกเงย กลับต้องมาลุ้นว่าเมื่อไรราคาสินทรัพย์จะกลับมาจุดเท่าทุน
ทำไมที่ปรึกษาทางการเงินของคุณถึงบอกว่า ให้ซื้อหุ้นทุกเดือน ถัวๆเฉลี่ยๆ เป็นการออม
ไม่ใช่เลยครับ
เค้าได้ค่า commission จากการซื้อขายทุกๆเดือนของคุณครับ
ถ้าเจอ Financial advisor ไหนแนะนำแบบนี้ แนะนำให้เปลี่ยนครับ เค้าแคร์แค่เม็ดเงินที่เข้ากระเป็นเค้าเท่านั้นแหละครับ
ถ้าอยากรู้ว่า Financial advisor ที่แนะนำให้ซื้อหุ้นทุกเดือนมีความสามารถแค่ไหน ให้ถามว่า
"มีวุฒิ CMT มั้ยครับ" ถ้าไม่มี แนะนำให้ฟังหูไว้หูครับ
Happy Trading/Investing ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมได้ทำวิดีโอแนะนำการใช้ Fibonacci คร่าวๆไว้ตามนี้ครับ ในอนาคตอาจมีการอัพเดทได้ หากไม่อยากพลาดรบกวนกดติดตามครับ
Fibonacci part 1
Fibonacci part 2
ตัวอย่างการวิเคราะห์ Trend ด้วย Elliot และ Fibonacci






















