📊 GOLD ANALYSIS: แรงเทขายกดดันตามเทรนด์ไลน์ จับตา CME ปรับหลักประกัน (Bearish Pressure)
ทิศทางประจำวันที่ 6 ก.พ. 2569
⭐️ GOLDEN INFORMATION: ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนตลาด
ราคาทองคำยังคงเผชิญกับแรงกดดันทางฝั่งขาย (Selling Pressure) อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยลบสำคัญที่เข้ามากระทบตลาดดังนี้:
⚠️ CME ปรับขึ้นหลักประกัน (Margin Hike): ทาง Chicago Mercantile Exchange Group (CME) ตลาดอนุพันธ์ชั้นนำของโลก ได้ประกาศ "ปรับเพิ่มหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin Requirements)" สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สทองคำและโลหะเงิน
ผลกระทบ: การเพิ่มหลักประกันทำให้ต้นทุนในการถือครองสถานะสูงขึ้น บีบให้เทรดเดอร์บางส่วนต้องเทขายทองคำเพื่อลดภาระหรือปิดสถานะ (Liquidation)
📉 หุ้นเทคร่วงหนัก (Tech Sell-off): ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เทรดเดอร์ต้องขายสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่างทองคำเพื่อนำเงินสดไปเติมหลักประกันในพอร์ตหุ้น (Margin Calls)
🇺🇸 ข่าวเศรษฐกิจ: ในช่วงสายวันนี้ราคาทองคำร่วงลงไปแตะระดับ $4,680 ก่อนจะดีดตัวขึ้นมาเล็กน้อย โดยตลาดกำลังจับตาดูรายงาน "ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Michigan Consumer Sentiment)" ที่จะประกาศในคืนนี้
⭐️: มุมมองส่วนตัว
"Consolidation under Pressure: พักตัวใต้เทรนด์ขาลง"
ภาพรวมราคาทองคำยังคงวิ่งอยู่ใต้ระดับจิตวิทยา $5,000 อย่างชัดเจน โดยพฤติกรรมราคาเป็นการ "สร้างฐานต่ำลง (Consolidating downwards)" และเคลื่อนไหวเกาะไปตามเส้นแนวโน้มขาลง (Descending Trendline) ที่กดดันราคาอยู่ด้านบน
📈 TECHNICAL PERSPECTIVE: วิเคราะห์กราฟ (Timeframe H1)
อ้างอิงจากกราฟ H1 ล่าสุด โครงสร้างทางเทคนิคยังคงเป็น "ขาลง (Downtrend)" โดยมีรายละเอียดดังนี้:
เส้นแนวโน้ม (Trendline): เส้นเทรนด์ไลน์สีน้ำเงินที่ลากเชื่อมจุดสูงสุดลงมา ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวต้าน (Dynamic Resistance) ที่แข็งแกร่ง ราคามีการทดสอบและถูกตบลงมาทุกครั้ง สะท้อนว่าฝั่งขายยังคุมเกมอยู่
โซนแนวต้านสำคัญ (Key Resistance):
โซน $4,935 - $4,947 ถือเป็นด่านหินสำคัญ (Supply Zone) หากราคาดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบโซนนี้ มีโอกาสสูงที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรอีกครั้งตามลูกศรในภาพ
โซนแนวรับสำคัญ (Key Support):
ฐานราคาด้านล่างอยู่ที่บริเวณ $4,648 - $4,655 หากหลุดโซนนี้ไปได้ จะเป็นการเปิดประตูสู่การปรับฐานลงต่อที่รุนแรงขึ้น
อินดิเคเตอร์ (Indicators): การจัดเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ย EMA 34 และ EMA 89 ยังคงกดทับราคา สนับสนุนทิศทางขาลง
💡 สรุปแนวโน้ม (Outlook)
ทิศทางหลักยังเป็น Bearish (ขาลง) ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถ Breakout ทะลุเส้นเทรนด์ไลน์และยืนเหนือโซน $4,947 ได้ การดีดตัวขึ้น (Rebound) ควรมองเป็นโอกาสในการพิจารณาฝั่งขายตามเทรนด์หลัก มากกว่าการไล่ซื้อสวนเทรนด์ครับ
⭐️ NOTE:
Wishes traders to manage their capital well.
ขอให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เนื่องจากตลาดมีความผันผวนจากการบังคับขาย (Forced Liquidation) ในช่วงนี้
ทิศทางประจำวันที่ 6 ก.พ. 2569
⭐️ GOLDEN INFORMATION: ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนตลาด
ราคาทองคำยังคงเผชิญกับแรงกดดันทางฝั่งขาย (Selling Pressure) อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยลบสำคัญที่เข้ามากระทบตลาดดังนี้:
⚠️ CME ปรับขึ้นหลักประกัน (Margin Hike): ทาง Chicago Mercantile Exchange Group (CME) ตลาดอนุพันธ์ชั้นนำของโลก ได้ประกาศ "ปรับเพิ่มหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin Requirements)" สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สทองคำและโลหะเงิน
ผลกระทบ: การเพิ่มหลักประกันทำให้ต้นทุนในการถือครองสถานะสูงขึ้น บีบให้เทรดเดอร์บางส่วนต้องเทขายทองคำเพื่อลดภาระหรือปิดสถานะ (Liquidation)
📉 หุ้นเทคร่วงหนัก (Tech Sell-off): ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เทรดเดอร์ต้องขายสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่างทองคำเพื่อนำเงินสดไปเติมหลักประกันในพอร์ตหุ้น (Margin Calls)
🇺🇸 ข่าวเศรษฐกิจ: ในช่วงสายวันนี้ราคาทองคำร่วงลงไปแตะระดับ $4,680 ก่อนจะดีดตัวขึ้นมาเล็กน้อย โดยตลาดกำลังจับตาดูรายงาน "ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Michigan Consumer Sentiment)" ที่จะประกาศในคืนนี้
⭐️: มุมมองส่วนตัว
"Consolidation under Pressure: พักตัวใต้เทรนด์ขาลง"
ภาพรวมราคาทองคำยังคงวิ่งอยู่ใต้ระดับจิตวิทยา $5,000 อย่างชัดเจน โดยพฤติกรรมราคาเป็นการ "สร้างฐานต่ำลง (Consolidating downwards)" และเคลื่อนไหวเกาะไปตามเส้นแนวโน้มขาลง (Descending Trendline) ที่กดดันราคาอยู่ด้านบน
📈 TECHNICAL PERSPECTIVE: วิเคราะห์กราฟ (Timeframe H1)
อ้างอิงจากกราฟ H1 ล่าสุด โครงสร้างทางเทคนิคยังคงเป็น "ขาลง (Downtrend)" โดยมีรายละเอียดดังนี้:
เส้นแนวโน้ม (Trendline): เส้นเทรนด์ไลน์สีน้ำเงินที่ลากเชื่อมจุดสูงสุดลงมา ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวต้าน (Dynamic Resistance) ที่แข็งแกร่ง ราคามีการทดสอบและถูกตบลงมาทุกครั้ง สะท้อนว่าฝั่งขายยังคุมเกมอยู่
โซนแนวต้านสำคัญ (Key Resistance):
โซน $4,935 - $4,947 ถือเป็นด่านหินสำคัญ (Supply Zone) หากราคาดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบโซนนี้ มีโอกาสสูงที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรอีกครั้งตามลูกศรในภาพ
โซนแนวรับสำคัญ (Key Support):
ฐานราคาด้านล่างอยู่ที่บริเวณ $4,648 - $4,655 หากหลุดโซนนี้ไปได้ จะเป็นการเปิดประตูสู่การปรับฐานลงต่อที่รุนแรงขึ้น
อินดิเคเตอร์ (Indicators): การจัดเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ย EMA 34 และ EMA 89 ยังคงกดทับราคา สนับสนุนทิศทางขาลง
💡 สรุปแนวโน้ม (Outlook)
ทิศทางหลักยังเป็น Bearish (ขาลง) ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถ Breakout ทะลุเส้นเทรนด์ไลน์และยืนเหนือโซน $4,947 ได้ การดีดตัวขึ้น (Rebound) ควรมองเป็นโอกาสในการพิจารณาฝั่งขายตามเทรนด์หลัก มากกว่าการไล่ซื้อสวนเทรนด์ครับ
⭐️ NOTE:
Wishes traders to manage their capital well.
ขอให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เนื่องจากตลาดมีความผันผวนจากการบังคับขาย (Forced Liquidation) ในช่วงนี้
การนำเสนอที่เกี่ยวข้อง
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
การนำเสนอที่เกี่ยวข้อง
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
