Global Market Sentiment: ภาพรวมตลาดหุ้นโลก🧭 สรุปภาพรวม:
ตลาดการเงินโลกในช่วงนี้ยังอยู่ในภาวะ “พักฐานเชิงเทคนิค” มากกว่าการเปลี่ยนเทรนด์ครั้งใหญ่ โดยเราสามารถแบ่งภาพออกเป็น 3 กลุ่มหลักจากการวิเคราะห์ EMA Quadrants และ MACD Matrix:
1️⃣ กลุ่มที่ยังอยู่ในภาวะ Uptrend ต่อเนื่อง (Momentum แข็งแรง)
ดัชนีอย่าง NIFTY, GT50, Nikkei225, VNINDEX ยังคงยืนเหนือเส้น EMA20 ทั้งในมุมระยะสั้น (1D) และระยะกลาง (1W) พร้อมโมเมนตัม MACD ที่ยังเป็นบวก → สะท้อนถึงแรงซื้อต่างชาติที่ยังเข้าต่อเนื่อง และภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ชะลอตัวในภูมิภาคเอเชีย
✅ กลยุทธ์:
นักลงทุนระยะกลาง: สามารถ “ถือต่อ” หรือ “ทยอยเพิ่มพอร์ต” ได้ในสินทรัพย์กลุ่มนี้ โดยเน้นการ “ตามเทรนด์”
นักลงทุนระยะสั้น: ใช้จังหวะพักตัวย่อเพื่อ “เข้าเพิ่ม” เมื่อ MACD ยังคงอยู่เหนือศูนย์
2️⃣ กลุ่มที่เข้าสู่ช่วง Uptrend Pausing / Neutral (เริ่มชะลอแรง)
ดัชนีหลักอย่าง SET, DAX, STOXX50, UKX เริ่มเห็นสัญญาณ “แรงซื้อแผ่ว” อยู่บริเวณแกนกลางของ Quadrant → EMA ยังไม่เสีย แต่ MACD เริ่มอ่อนตัวหรือแกว่งใกล้ศูนย์
⚠️ กลยุทธ์:
ระยะกลาง: “ถือรอดูทิศทาง” หากราคาไม่หลุด EMA20 แนวโน้มยังเป็นขาขึ้น
ระยะสั้น: เน้น “เทรดสั้นตามกรอบ” และตั้ง Stop Loss ให้ใกล้แนว EMA เพื่อป้องกันการกลับตัวลง
3️⃣ กลุ่มที่อยู่ในภาวะ Downtrend / Weak Momentum
ตลาดบางแห่ง เช่น HSI, IDX30, BTCUSD ยังคงอยู่ใต้ EMA20 และมีสัญญาณ MACD ติดลบ → แรงขายยังคงกดดัน ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นมายืนโซนบวกได้
🔻 กลยุทธ์:
นักลงทุนระยะกลาง: หลีกเลี่ยงการ “รับมีดตก” จนกว่าจะเห็นสัญญาณ reversal ชัดเจน
นักลงทุนระยะสั้น: สามารถ “เก็งกำไรฝั่ง Short” หรือ “รอจังหวะ Break EMA” ก่อนเข้าซื้อ
💡 สรุปกลยุทธ์เชิงภาพรวม (Global Playbook)
📈 Trend Follower: โฟกัสในตลาดที่ยังอยู่ Quadrant ขวาบน (Uptrend) และทยอยเพิ่มน้ำหนัก
⚖️ Neutral Trader: ในตลาดที่อยู่ใกล้จุดแกนกลาง เน้นรอดู breakout เพื่อเลือกทิศ
🩹 Defensive: ตลาดที่อยู่ Quadrant ล่างซ้าย (Downtrend) ให้ถือเงินสดหรือเข้าเก็งกำไรสั้นฝั่งตรงข้าม
📊 ภาพรวม sentiment ช่วงนี้ บ่งชี้ว่าตลาดยัง “ไม่เข้าสู่รอบขาลงใหญ่” แต่มีแรงซื้อกระจุกตัวในบางภูมิภาค (เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม) ขณะที่ตลาดหลักในยุโรปและสหรัฐฯ อยู่ในโหมด “ชะลอโมเมนตัม” ซึ่งมักเป็นสัญญาณเตือนว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงเลือกข้าง
ดัชนีตลาด
DXY 13/10/25Primary count
Intermediate Drgree : W.5 (processing)
Minor Degree : W.(a) or (w) (Processing)
📌 ภาพรวม (Summary)
ในภาพขนาดใหญ่ยังคงให้แนวโน้มหลักเป็นขาลงในรูปแบบ Diagonal โดยคาดหวังการปรับตัวลงแบบ Corrective Wave เป้าหมายราคาที่มีความน่าสนใจคือ 96.218-95.555 แต่หากราคามีการปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100.086 อาจจะต้องปรับเปลี่ยนมุมมอง
Scenario
Primary Count : Wave 4(minor) จบแล้วที่ 99.563 และกำลังลง Wave 5(minor) โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 96.218-95.555 หากราคามีการปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100.086 หรือต่ำกว่า 95.556 แผนนี้จะ Invalid ทันที
Alternate Count : Wave 5(inter-) จบไปแล้วที่บริเวณ 96.218 และกำลังฟอร์มตัวเป็น Impulse ขาขึ้นชุดใหม่
SET 50 13/10/25📌 ภาพรวม (Summary)
ราคามีแนวโน้วว่าจบคลื่น A-(primary) ในระดับราคา 1312.46 และราคาได้มีการปรับตัวออกข้างโดยมีการทำจุดสูงสุดที่ 1317.80 ซึ่งก่อนหน้านั้นราคามีการพักตัวในลักษณะ 3 คลื่นทำให้ชุดล่าสุดที่ราคาได้สร้างไว้อาจมองเป็น corrective แบบ side way ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าจะเป็นโครงสร้างแบบไหน แต่ให้สมมุติฐานหลักเป็น expanded flat แล้ว alternate count เป็น triangle ก่อน
Key Fibonacci Retracement Zones (Potential Support)
ระดับราคาที่มีความน่าสนใจ โดยวัดจากคลื่น A
23.6% - 1246.32
38.2% - 1207.05
ซึ่งทั้งสองเป็นเป้า retracement ระดับพื้นฐาน
Scenario ปัจจุบัน
Primary Count (Preferred)
Primary wave A ได้จบแล้วที่ 1312.46
ปัจจุบันอยู่ใน Primary wave B โดยมีการพักฐานแบบ Expanded Flat และในคลื่นที่พักตัวลงมาจะเป็นการเปิด Gap โดยในน้ำหนักไปทาง Breakaway Gap ซึ่งเป็นเหตุผลที่เลือก Expanded falt เป็นทางเลือกหลัก
Alternate Count
หากราคามีการปรับตัวออกข้างต่อไปอีกโดยที่ไม่เลยจุดเริ่มต้นของคลื่น B ก็อาจจะสามารถฟอร์มตัวเป็น Triangle ได้
ภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังวิ่งเข้าหา "RED ZONE" 24-09-25 มาดูภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังวิ่งเข้าหา "RED ZONE" ตลาดหมดแรง พักตัว -34 จุด โดยประมาณ ก็มากพอที่จะทำให้ นักลงทุนกังวลใจ หรือ อาจขาดทุนหนักได้ในตลาดฟิวเจอร์ หากคุณเทรดตามข่าวชี้ชวนว่าเงินกำลังไหลท่วมตลาด อย่าช้าเดี๋ยวตกรถ! ตามสื่อ หรือ กูรูว่า
ตลาดหุ้นก็เหมือนสงคราม การข่าวโจมตีใจ ให้ไขว้เขว หลงทิศผิดทาง ถูกนำมาใช้เสมอ เค้าจะขาย ก็ต้องมาหาคนมาซื้อ เค้าจะซื้อ ก็ต้องกดตลาดให้ลงต่ำ เป็นเช่นนี้เสมอมา
ขออธิบายภาพนี้ด้วย เทคนิคอล ฟันดาเมนทอล และฟันด์โฟลว์ นะครับ
#เทคนิคอล
1. ความหมายของ "RED ZONE" ผมขออธิบายด้วย Fibonacci Extension นักเทคนิคอลจะทราบดีว่า เมื่อมันทะลุ 100% กรอบที่ไปต่อได้ยาก คือ 127.2-161.8 (ดูวงรอบ ABCDE) คุณจะเห็น E เข้ามาในกรอบ "RED ZONE" พอดี แล้วหมดแรง
2. หมดแรงแล้วถดถอย วัดระยะ ด้วย Fibonacci สีม่วง และกระจุกของราคาที่ผ่านมาในอดีต จะได้ระยะพักตัวในกรอบ 1250.91-1259.31-1268.13-1274.13* ข้อมูลสิ้นวัน 23.9 ปิดหลุด 1274.13 โดยปิดที่ 1273.20
เน้นว่าเราทำได้แค่วางกรอบราคา ส่วนการเข้าไปช้อนไปซื้อ มันจะต้องเกิดการ "ปฏิเสธการขาย" ในโซนนี้เท่านั้น หากไม่เห็น "ลงหมดแรง" มีกี่แนวมันก็ลงทะลุหมด!
วิธีดูง่ายๆ สถาบัน ต่างชาติ โบรก เค้าหยุดขายหรือยัง! หรือ รวมหัวกันขายใส่รายย่อย
3. อย่าใช้เทคนิคอล แบบ "หมอดู" คือ กางโซนราคา ใส่จินตนาการเข้าข้างสถานะที่ตนเองมีลงไป แล้วก็ไปทึกทักเอาเองว่า ฉันจะรับ จะซื้อตรงนี้ แล้วมันจะเด้ง
ผมอยากจะแชร์ว่า ที่เราเห็นเค้านิยมทำกัน
เพราะมันดูเก่ง บอกตัวเลขล่วงหน้า ว่าไปรับตรงนี้ แล้วจะเด้ง ไม่ต่างจากวิธีที่ "หมอดู" ทำกัน.........แต่คนตายไม่ได้พูด นั่นก็คือ คนที่ไปทยอยรับแล้วไม่เด้ง สุดท้ายก็จะเด้งออกจากตลาดไป เพราะหมดตัว! โดยเฉพาะตลาดฟิวเจอร์
เราควรทำความเข้าใจกันใหม่ เรื่องแนวรับ-แนวต้าน กันเสียที ไม่ใช่ไปบอกแนว ให้คนที่มาดูแค่ตัวเลขแล้วไปซื้อ ไปขาย ตามแนว
อ้างอิง ตำราต่างประเทศ เค้าจะบอกว่า แนวรับต้าน นั้นจะมีนัยสำคัญแท้จริง ก็ต่อเมื่อมันเกิด "REJECT" การ ปฎิเสธซื้อหรือขาย ตรงแนวนั้นๆเท่านั้น
#ฟันดาเมนทอล
1. ขอนำ PE-BAND มากาง เราจะได้ ข้อมูลว่า โซน -1SD ของตลาดหุ้นไทยมีค่า 15.26x หากย้อนดูในรอบหลายปี เมื่อดัชนีวิ่งมาแถวๆนี้ ก็มักไปต่อไม่ค่อยได้ ต้องพักตัว หรือ กลับตัวลงไป ซึ่งไม่ว่าแบบไหน ทางขึ้นจะถูก "PAUSE" ไว้ก่อน
PE ตลาด สิ้นวัน 23.9 คือ 16.66x ก็ไม่แปลกที่มันจะพักตัว
#ฟันด์โฟลว์
1. ดูได้ไม่ยากจาก USDTHB ดีดจาก LOW 31.6x มาแถวๆ 31.8x-31.9x นั่นคือการเปลี่ยนแนวโน้มจากแข็งค่าไปอ่อนค่า แบบเร็วและแรง มันมีผลให้เงินไหลออก จากตลาดหุ้น ตลาดบอนด์ และตลาดฟิวเจอร์ เพราะเค้าหนีการขาดทุนจาก "อัตราแลกเปลี่ยน"
2. ให้เฝ้าระวัง USDTHB & DXY ดูไปด้วยกัน หาก USDTHB ทะลุ 32 ได้เมื่อไหร่ เงินจะไหลออกรุนแรง
3. โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่เกิด แต่รอให้เกิดก็ไม่ทันแล้ว....นักลงทุนต้องอ่านตลาดไปข้างหน้าเสมอครับ แต่ไม่ใช่แบบ "หมอดูทำนาย" ตื่นเต้น ตูมตาม ขายคอนเทนต์ได้ แต่ความเสียหายเกิดกับผู้ไม่รู้
มิก//@version=5
indicator("IQ Option Signals (1m) — Multi-Indicator", overlay=true)
// -------------------- Inputs --------------------
use_hl2 = input.bool(true, "Use HL2 for calculations?")
// EMA
ema_fast_len = input.int(5, "EMA Fast")
ema_slow_len = input.int(20, "EMA Slow")
// RSI
rsi_len = input.int(14, "RSI Length")
rsi_overbought = input.int(70)
rsi_oversold = input.int(30)
// Bollinger Bands
bb_len = input.int(20)
bb_dev = input.float(2.0)
// MACD
macd_fast = input.int(12)
macd_slow = input.int(26)
macd_signal = input.int(9)
// Min signals to confirm
min_signals = input.int(2, "Min confirming signals")
// -------------------- Price --------------------
price = use_hl2 ? hl2 : close
// -------------------- Indicators --------------------
ema_fast = ta.ema(price, ema_fast_len)
ema_slow = ta.ema(price, ema_slow_len)
rsi = ta.rsi(price, rsi_len)
basis = ta.sma(price, bb_len)
dev = bb_dev * ta.stdev(price, bb_len)
bb_upper = basis + dev
bb_lower = basis - dev
= ta.macd(price, macd_fast, macd_slow, macd_signal)
macd_buy = ta.crossover(macdLine, signalLine)
macd_sell = ta.crossunder(macdLine, signalLine)
// -------------------- Build signals --------------------
bull_signals = 0
bear_signals = 0
// EMA trend
if ema_fast > ema_slow
bull_signals += 1
else
bear_signals += 1
// RSI
if rsi < rsi_oversold
bull_signals += 1
if rsi > rsi_overbought
bear_signals += 1
// Bollinger breakout
if close > bb_upper
bull_signals += 1
if close < bb_lower
bear_signals += 1
// MACD
if macd_buy
bull_signals += 1
if macd_sell
bear_signals += 1
// -------------------- Decide signal --------------------
show_buy = bull_signals >= min_signals and bull_signals > bear_signals
show_sell = bear_signals >= min_signals and bear_signals > bull_signals
getRiskText(count) =>
count >= 3 ? "เสี่ยง: ต่ำ (Low Risk)" :
count == 2 ? "เสี่ยง: กลาง (Medium Risk)" :
"เสี่ยง: สูง (High Risk)"
// -------------------- Plot --------------------
plot(ema_fast, color=color.new(color.green, 0), title="EMA Fast")
plot(ema_slow, color=color.new(color.red, 0), title="EMA Slow")
plot(bb_upper, color=color.new(color.orange, 50), title="BB Upper")
plot(bb_lower, color=color.new(color.blue, 50), title="BB Lower")
// Arrows
plotshape(show_buy, title="Buy Arrow", style=shape.triangleup, location=location.belowbar, color=color.green, size=size.normal, text="CALL")
plotshape(show_sell, title="Sell Arrow", style=shape.triangledown, location=location.abovebar, color=color.red, size=size.normal, text="PUT")
// Labels with risk
if show_buy
label.new(bar_index, low - tr*0.5, text=getRiskText(bull_signals) + " Call 1m", style=label.style_label_up, color=color.new(color.green, 0), textcolor=color.white)
if show_sell
label.new(bar_index, high + tr*0.5, text=getRiskText(bear_signals) + " Put 1m", style=label.style_label_down, color=color.new(color.red, 0), textcolor=color.white)
// -------------------- Optional: Signal Table --------------------
var table t = table.new(position.top_right, 1, 3)
if barstate.islast
table.cell(t, 0, 0, "Bull signals: " + str.tostring(bull_signals), text_color=color.green)
table.cell(t, 0, 1, "Bear signals: " + str.tostring(bear_signals), text_color=color.red)
table.cell(t, 0, 2, "Risk: " + (show_buy ? getRiskText(bull_signals) : show_sell ? getRiskText(bear_signals) : "N/A"))
Vvvimport time
from datetime import datetime
import pandas as pd
import numpy as np
import ta
from iqoptionapi.stable_api import IQ_Option
from telegram import Bot
# ====== CONFIG ======
IQ_EMAIL = "you@example.com"
IQ_PASSWORD = "yourpassword"
BOT_TOKEN = "123456:ABC-DEF..." # Telegram bot token
CHAT_ID = "987654321" # your chat id
SYMBOL = "EURUSD" # ตัวอย่าง
TIMEFRAME = 60 # 60s candles => 1 minute
CANDLES = 100
MIN_CONFIRMS = 3
# Connect Telegram
bot = Bot(token=BOT_TOKEN)
# ===== indicator functions =====
def hl2(high, low):
return (high + low) / 2.0
def get_signals_from_df(df):
# df must have columns: 'from', 'open', 'close', 'min','max','volume'
price = (df + df )/2.0 # hl2
close = df
high = df
low = df
# EMA
emaF = ta.trend.ema_indicator(close, window=5)
emaS = ta.trend.ema_indicator(close, window=20)
# MACD
macd = ta.trend.MACD(close, window_slow=26, window_fast=12, window_sign=9)
macd_line = macd.macd()
macd_sig = macd.macd_signal()
# RSI
rsi = ta.momentum.rsi(close, window=14)
# Bollinger
bb = ta.volatility.BollingerBands(close, window=20, window_dev=2)
bb_high = bb.bollinger_hband()
bb_low = bb.bollinger_lband()
# S/R simple
sr_len = 20
sr_high = close.rolling(sr_len).max().iloc
sr_low = close.rolling(sr_len).min().iloc
# last bar
i = -1
bull = 0
bear = 0
# EMA trend
if emaF.iloc > emaS.iloc :
bull += 1
else:
bear += 1
# MACD cross
if macd_line.iloc > macd_sig.iloc and macd_line.iloc <= macd_sig.iloc :
bull += 1
if macd_line.iloc < macd_sig.iloc and macd_line.iloc >= macd_sig.iloc :
bear += 1
# RSI
if rsi.iloc > 50:
bull += 1
elif rsi.iloc < 50:
bear += 1
# Bollinger breakout
if close.iloc > bb_high.iloc :
bull += 1
if close.iloc < bb_low.iloc :
bear += 1
# re-test (previous close near EMA or SR then bounce)
prev_close = close.iloc
tol = 0.0015
try:
if (prev_close <= emaF.iloc and close.iloc > emaF.iloc ) or (abs(prev_close - sr_low) <= sr_low*tol and close.iloc > sr_low):
bull += 1
except:
pass
try:
if (prev_close >= emaF.iloc and close.iloc < emaF.iloc ) or (abs(prev_close - sr_high) <= sr_high*tol and close.iloc < sr_high):
bear += 1
except:
pass
# candle strength
body = close.iloc - df .iloc
if body > (df .iloc - df .iloc ) * 0.25:
bull += 1
if body < -(df .iloc - df .iloc ) * 0.25:
bear += 1
# decide
show_buy = (bull >= MIN_CONFIRMS) and (bull > bear)
show_sell = (bear >= MIN_CONFIRMS) and (bear > bull)
# risk text
def risk_text(c):
if c >= 5:
return "เสี่ยง: ต่ำ (Low)"
if c >= 3:
return "เสี่ยง: กลาง (Med)"
return "เสี่ยง: สูง (High)"
return {
"buy": show_buy,
"sell": show_sell,
"bull_count": bull,
"bear_count": bear,
"risk": risk_text(bull if show_buy else bear)
}
# ===== main loop =====
def main():
Iq = IQ_Option(IQ_EMAIL, IQ_PASSWORD)
Iq.connect()
if not Iq.check_connect():
print("Login failed")
return
print("Connected")
while True:
try:
candles = Iq.get_candles(SYMBOL, TIMEFRAME, CANDLES, time.time())
df = pd.DataFrame(candles)
# columns: 'from','at','open','close','min','max','volume' depending on API version
# ensure columns present:
if 'close' not in df.columns:
time.sleep(5)
continue
df = pd.to_datetime(df , unit='s')
df.set_index('from', inplace=True)
res = get_signals_from_df(df)
t = datetime.now().strftime("%Y-%m-%d %H:%M:%S")
if res :
text = f"🔺 CALL 1m | {SYMBOL} | {t} {res } | confirmations: {res }"
bot.send_message(chat_id=CHAT_ID, text=text)
print(text)
elif res :
text = f"🔻 PUT 1m | {SYMBOL} | {t} {res } | confirmations: {res }"
bot.send_message(chat_id=CHAT_ID, text=text)
print(text)
else:
print(f"{t} - No strong signal ({res }/{res })")
# wait until next candle close (align approx)
sleep_sec = 60 - datetime.utcnow().second
time.sleep(sleep_sec + 0.5)
except Exception as ex:
print("Error:", ex)
time.sleep(5)
if __name__ == "__main__":
main()
SET Index มุมมองรายสัปดาห์ 15–19 ก.ย. 2025📊 Technical
ดัชนียังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง หลังรีบาวด์จาก 1,050 จุด มายืนเหนือ 1,300 จุด
แนวต้านสำคัญ: 1,310–1,325 ถ้าผ่านได้เป้า 1,350–1,380 และ 1,400
แนวรับใกล้: 1,305–1,300 / แนวรับหลัก: 1,280–1,270 และ 1,240
RSI ใกล้เขต Overbought ต้องระวังการพักฐานสั้น ๆ
Fundamental
ปัจจัยในประเทศ- คาดหวังการเบิกจ่ายงบและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, บาทแข็งหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า
ปัจจัยต่างประเทศ-ตลาดรอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐและท่าทีเฟด, น้ำมันทรงตัวระดับสูงหนุนกลุ่มพลังงานแต่กดต้นทุนบางอุตสาหกรรม, จีนออกมาตรการประคองเศรษฐกิจหนุนการท่องเที่ยวไทย
กลยุทธ์เทรด
เหนือ 1,325 เล่นBreakout เป้า 1,350–1,380
ในกรอบ 1,300–1,325 = Buy on Dip รอเข้าที่ 1,305–1,300 และ 1,280–1,270
หลุด 1,270 = ลดเสี่ยง/ปรับ Defensive Mode
หมายเหตุ
Buy on Dip= กลยุทธ์ รอให้ราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับก่อน แล้วค่อยเข้าซื้อ
MACD Quadrant Matrix — จับจังหวะหุ้นใหญ่ได้ในภาพเดียวQ1 — แนวโน้มแข็งแรง (ขาขึ้นชัด)
หุ้นในควอแดรนท์ขวาบน
มีโมเมนตัมระยะสั้นบวกแรง
และแนวโน้มใหญ่เป็นขาขึ้น
มักเป็นผู้นำรอบใหม่ของตลาด
ตัวอย่างจากกราฟ:
GOOGL
TSLA
LLY
🟢 แนวโน้ม: กำลังเร่งตัวขึ้น มีโอกาสทำจุดสูงใหม่
🟡 Q2 — แนวโน้มเริ่มฟื้น (กำลังเร่งตัว)
หุ้นในควอแดรนท์ขวาล่าง
โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มบวก
แนวโน้มใหญ่ยังไม่ชัด แต่มีสัญญาณฟื้น
หากแรงซื้อสานต่อจะย้ายขึ้น Q1
ตัวอย่างจากกราฟ:
META
AAPL
BRK.B
🟡 แนวโน้ม: อยู่ในช่วงฟื้นตัว หากโมเมนตัมต่อเนื่องจะกลับเป็นขาขึ้น
🔵 Q3 — แนวโน้มชะลอ (พักตัวในเทรนด์ขาขึ้น)
หุ้นในควอแดรนท์ซ้ายบน
แนวโน้มใหญ่ยังเป็นขาขึ้น
แต่โมเมนตัมเริ่มลดลง
อาจเป็นการพักเพื่อสะสมกำลัง
ตัวอย่างจากกราฟ:
(ปัจจุบันในกราฟยังไม่เห็นมีใน Q3)
🔵 แนวโน้ม: ยังเป็นขาขึ้น แต่แรงส่งลดลง ควรเฝ้าระวัง
🔴 Q4 — แนวโน้มอ่อนแรง (ขาลง/ปรับฐาน)
หุ้นในควอแดรนท์ซ้ายล่าง
ทั้งโมเมนตัมระยะสั้นและแนวโน้มใหญ่เป็นลบ
มีกระแสเงินไหลออกชัดเจน
มักเป็นช่วงปรับฐานหรือขาลงจริง
ตัวอย่างจากกราฟ:
MSFT
NVDA
AMZN
🔴 แนวโน้ม: ขาลง / อ่อนแรง ควรหลีกเลี่ยงหรือลดน้ำหนักลงทุน
📌 สรุปง่าย ๆ:
ขวาบน = ผู้นำตลาด (Uptrend)
ขวาล่าง = เริ่มฟื้น (Early Uptrend)
ซ้ายบน = เริ่มแผ่ว (Late Uptrend)
ซ้ายล่าง = ขาลง (Downtrend)
ออราเคิลไฟกระชากมิ้นท์ใหม่ที่ร่ำรวยที่สุดคน&เทรดเดอร์ตา 50 บิ...ออราเคิลไฟกระชากมิ้นท์ใหม่ที่ร่ำรวยที่สุดคน&เทรดเดอร์ตา 50 บิตต่อวินาทีตัด
หุ้นของออราเคิลเพิ่มขึ้น 35%หลังจากที่รายงานไฟกระชากในการจองเมฆได้แรงหนุนจากควา การชุมนุมขับเคลื่อนซีอีโอแลร์รี่เอลลิสันเหนืออีลอนชะมดไปด้านบนของการจัดอันดับความมั่ง
ในทางตรงกันข้ามแอปเปิ้ลลดลง 3%ในขณะที่ไอโฟน 17 เปิดตัวล้มเหลวในการสร้างความประทั 3,ซึ่งสามารถแปลภาษาในเวลาจริง,ได้สร้างบางฉวัดเฉวียนและความตื่นเต้นแม้ว่า.
0.1%ในเดือนสิงหาคมท้าทายความคาดหวังสำหรับการเพิ่มขึ้น 0.3%
ดัชนีราคาผู้บริโภคในวันพฤหัสบดี(ดัชนีราคาผู้บริโภค)รายงาน.
มเข้มแข็งการเก็งกำไรว่าธนาคารกลางสหรัฐสามารถส่งมอบที่มีขนาดใหญ่กว่าที่คาดไว้ 50
MACD Quadrant – จับตา 10 หุ้นใหญ่สหรัฐฯMACD Quadrant Matrix เพื่อจัดกลุ่มหุ้นใหญ่ (US Majors) ออกเป็น 4 Quadrants ตามพลังขาขึ้น/ขาลง
🔹 Q1 (Strong Uptrend) → หุ้นที่ MACD และ Momentum อยู่ในโซนแข็งแรง เช่น GOOGL, AAPL, TSLA → สะท้อนว่ากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง
🔸 Q2 (Uptrend Pausing) → หุ้นที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแต่เริ่มชะลอ เช่น META → อาจต้องรอจังหวะยืนยันแนวโน้ม
🔻 Q3 (Downtrend Pausing) → หุ้นที่เพิ่งหลุดลงมา อาจกำลังพักตัว
🔴 Q4 (Full Downtrend) → หุ้นที่ MACD ติดลบชัดเจน เช่น MSFT, NVDA → ควรระวังแรงขายต่อเนื่อง
สรุป: ตอนนี้หุ้นเทคใหญ่ส่วนหนึ่งยังยืนใน Q1 (เป็นแรงหนุนตลาด) แต่ต้องจับตาหุ้นที่หลุดไป Q4 อย่าง MSFT, NVDA ว่าจะเป็นการปรับฐานชั่วคราวหรือการกลับตัวระยะกลาง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นทำ All time high𝐊𝐒_𝐖𝐞𝐚𝐥𝐭𝐡 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐭𝐞𝐠𝐲: ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นทำ All time high หลังนายกอิชิบะประกาศลาออก & GDP 2Q25 ทบทวนใหม่จาก +1% เป็น +2.2%
• ดัชนี Nikkei และ Topix ขึ้นสู่ระดับ All time high จากสองปัจจัยบวก
1) นายกชิเงรุ อิชิบะ ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค LDP ภายหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งสภาสูงเมื่อปลายเดือน ก.ค. และการเสร็จสิ้นภารกิจการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เปิดทางหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่อาจจะเป็น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งเคยเป็นผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรค LDP กับอิชิบะในช่วง ก.ย. ปี 2024 โดยเธอคนนี้เป็นสายกระตุ้นเศรษฐกิจตามแบบฉบับ Abenomics ทั้งการใช้จ่ายภาครัฐ การลดภาษี และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นสายสนับสนุนให้ BOJ ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
2) GDP 2Q25 รอบ Final ถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก +1% QoQ เป็น +2.2% QoQ โดยหลักๆ เป็นการปรับเพิ่มในส่วนของการบริโภคจาก +0.6% เป็น +1.6% สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส สอดคล้องกับการเติบโตของค่าจ้างที่ +2.5% เร่งตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 เดือน
💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧
• เราคงมุมมอง 𝐒𝐥𝐢𝐠𝐡𝐭𝐥𝐲 𝐎𝐯𝐞𝐫𝐰𝐞𝐢𝐠𝐡𝐭 ในหุ้นญี่ปุ่น และแนะนำซื้อ 𝐊-𝐉𝐏-𝐀(𝐃) สำหรับการลงทุนในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยมีธีมหลักคือ การเปลี่ยนผ่านจาก 𝐃𝐞𝐟𝐥𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐭𝐨 𝐈𝐧𝐟𝐥𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧; 𝐃𝐞𝐫𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠 𝐭𝐨 𝐑𝐞𝐫𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠 หนุนโดยค่าจ้างที่เข้าสู่วัฎจักรของการเติบโต กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ดีต่อเนื่องตามกระแส AI โลก ขณะที่กลุ่มธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เติบโตดีมากในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากกลุ่มยานยนต์นักวิเคราะห์เริ่มปรับประมาณการกำไรขึ้น นอกจากนี้หุ้นญี่ปุ่นยังมีมูลค่าที่ค่อนข้างถูกเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นโลกที่ไม่รวมสหรัฐฯ (ACWI ex U.S.)
𝐊𝐒 𝐖𝐞𝐚𝐥𝐭𝐡 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐭𝐞𝐠𝐲
05-09-25 หยิบดัชนี SET มาส่องด้วยหลักการ Fibonacci Time&Price 05-09-25 หยิบดัชนี SET มาส่องด้วยหลักการ Fibonacci Time&Price ของ Robert Minor
หยิบ Price หรือ ราคามาดูก่อน เราจะพบว่าจาก
Hi@1506.82 ของวันที่ 18-10-2024 ลงมายัง
Lo@1053.79 ของวันที่ 23-06-2025 ตรงนั้น Pbv = 1
ฟื้นตัวมาทดสอบแนว 50%@1280.30 ค่าจริง 1283.55 ของวันที่ 14-08-25
จากนั้นหมดแรง ลงมากอง "SIDEWAY" ในกรอบ 50 จุด 1229.33-1280.30 ตามภาพ คำว่า SIDEWAY คือ ไม่ไปไหน เดินทางในกรอบ แกว่งขึ้นๆ ลงๆ เราอาจได้ยินนักวิเคราะห์แนะนำว่า ก็ขึ้นขาย ลงซื้อไงล่ะ...แต่เอาจริงๆ พอขึ้นเค้าให้เราไล่ซื้อ พอแดงเค้าก็อ่านว่าลง ไปเสียนั่นล่ะครับ
หยิบ Time หรือ เวลามาดู เราจะพบโซนเวลาสำคัญ
8.8 คือ Time Projection ที่ 161.8% ก็คือ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ใน SET จะเห็นไม่ชัดเท่า SET50 และ S50U25 คุณจะเห็นว่า Hi เกิดตรงนั้นพอดีแล้วหมดแรงขึ้น
9.9 คือ Time Projection ที่ 261.8% ก็คือ 9 กันยายน ที่กำลังจะมาถึง ตามความหมายของ Fibonacci Time แล้ว มักจะมี EVENT สำคัญๆเกิดขึ้นในช่วงนั้น ไม่ในประเทศ ก็ ต่างประเทศ ก็ลองไปตรวจสอบกันดูครับว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้าง
แล้วต้องทำอะไรยังไง? ก็ขึ้นขาย-ลงซื้อแบบที่เค้าชอบพูดกันก็พอทำได้ โดยเฉพาะการเทรดฟิวเจอร์
ส่วนหุ้นนั้นรอตลาดพักตัวก่อนดีกว่าจะเข้าไปซื้อๆขายๆ
________________________________________
ขอเล่าเรื่อง Fibonacci Time & Price ของ Robert Minor แถมท้าย ดังนี้ครับ
________________________________________
Fibonacci Time & Price คืออะไร?
Fibonacci Time & Price ของ Robert Minor เป็นแนวคิดการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ อัตราส่วน Fibonacci (0.382, 0.50, 0.618, 1.0, 1.618, 2.618 ฯลฯ) เพื่อทำนายจุดกลับตัว (reversal points) ของราคาและเวลาในตลาดการเงิน แนวคิดนี้เชื่อว่าตลาดเคลื่อนไหวเป็นวงจรและมีความสัมพันธ์กับลำดับ Fibonacci ทั้งในมิติของราคาและเวลา
โดยทั่วไปแล้ว นักวิเคราะห์มักใช้ Fibonacci Retracement และ Extension เพื่อหาเป้าหมายราคา แต่ Minor ได้ขยายแนวคิดนี้ไปสู่การวิเคราะห์เวลาด้วย เขาเชื่อว่าเมื่อราคาถึงระดับ Fibonacci สำคัญแล้ว เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งก็มักจะเป็นไปตามอัตราส่วน Fibonacci ด้วยเช่นกัน ⏰
________________________________________
หลักการสำคัญ
1. Fibonacci Price Retracements & Extensions
หลักการนี้ใช้เพื่อหาจุดเป้าหมายราคา โดยลากจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด (หรือกลับกัน) เพื่อหาแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ เช่น เมื่อราคาปรับตัวลงมา 38.2% หรือ 61.8% ของการเคลื่อนไหวครั้งก่อนหน้า มักจะเป็นจุดที่ราคาจะกลับตัว
2. Fibonacci Time Retracements & Extensions
นี่คือส่วนที่แตกต่างจากแนวคิดทั่วไป Minor ใช้หลักการเดียวกันกับราคา แต่เปลี่ยนมาใช้กับ เวลา แทน โดยนับจำนวนแท่งเทียน (candlesticks) หรือช่วงเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของราคา แล้วคำนวณอัตราส่วน Fibonacci เพื่อหาจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดกลับตัวทางเวลา เช่น ถ้าราคาใช้เวลา 21 วันในการขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป 34 วัน (ตามลำดับ Fibonacci) อาจเกิดการกลับตัวของแนวโน้ม
________________________________________
การนำไปใช้ร่วมกัน (Fibonacci Time & Price)
แนวคิดของ Minor คือการ รวมการวิเคราะห์ทั้งราคาและเวลาเข้าด้วยกัน เพื่อหาจุดที่น่าเชื่อถือที่สุดในการเข้าหรือออกจากการซื้อขาย โดยหาจุดที่ทั้ง Price Retracement และ Time Retracement มาบรรจบกัน (convergence)
ตัวอย่าง:
• ถ้าราคาปรับตัวลงมาที่ 61.8% ของ Fibonacci Price Retracement
• และในขณะเดียวกัน เวลาที่ผ่านไปก็ตรงกับ 61.8% ของ Fibonacci Time Retracement จากจุดเริ่มต้น
• จุดที่ทั้งสองปัจจัยมาบรรจบกันนี้จะถือเป็น จุดกลับตัวที่แข็งแกร่ง และมีความน่าเชื่อถือสูง
แนวคิดนี้ไม่ได้ใช้เพื่อทำนายอนาคตแบบแม่นยำ 100% แต่เป็นการเพิ่มความน่าจะเป็นในการตัดสินใจซื้อขาย ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนการเข้า-ออกได้แม่นยำขึ้น โดยใช้การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจครับ
ความเห็นคณะกรรมการเทรดเดอร์รายนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับบัญชีจำลองหรือกลยุทธ์ของเขาคุณสาม
ความคาดหวังพื้นฐานคือการที่พาวเวลล์จะหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะย้ายใดๆในการประชุม จะทำซ้ำการตัดสินใจที่จะขึ้นอยู่กับชุดเต็มของข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ปล่อยออกมาระหว่าง
ถ้าพาวเวลล์ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเอสแอนด์พี 500 สามารถชุมนุมได้ Reกิริยาที่อาจจะจำกัดเนื่องจากตลาดมีอยู่แล้วการกำหนดราคาในโอกาสสูงของการผ่อนค ผู้ค้าเห็นโอกาส 71%ของจุดตัดไตรมาสในเดือนกันยายน
นตุลาคมพฤศจิกายนหรือธันวาคมอาจลดลงดอลลาร์สหรัฐและให้การสนับสนุนสำหรับทอง.
ทำกำไรฮิตแนสแด็ก100:ขยายตัวยังคงเหมือนเดิม?ทำกำไรฮิตแนสแด็ก100:ขยายตัวยังคงเหมือนเดิม?
แนสแด็ก100 ขยายแนวการสูญเสียเป็นนักลงทุนให้ทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยี
อุปกรณ์ไมโครขั้นสูงและบรอดคอมแต่ละหายไปประมาณ 1% ข่าวกรองลดลงกว่า 7% แอปเปิ้ล,อเมซอน,ตัวอักษรและเทสลายังโพสต์การสูญเสีย ปริมาณการตลาดมักจะตกอยู่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมซึ่งสามารถนำไปสู่การชิงช้าป่า
ดัชนีได้หักในขณะนี้ด้านล่าง 23,600 และมีการซื้อขายใกล้ 23,300,เครื่องหมายดึงชันตั้งแต่ปลายเดือนมิถุน แนวโน้มระยะสั้นที่เริ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมยังคงเหมือนเดิมอาจมีเสียงสูงขึ้นแล นลงวันที่แสดงให้เห็นผู้ขายมีการใช้งานซึ่งอาจเสริมสร้างความดันข้อเสียในระยะใกล้
SET50 จุดตัดสิน – Time & Price Confluence ไปต่อ หรือ พักตรงนี้!18-08-2025 📈 SET50 จุดตัดสิน – Time & Price Confluence ไปต่อ หรือ พักตรงนี้!
ช่วงนี้หลายคนอาจใช้ SET Index เป็นหลักในการวิเคราะห์ตลาด แต่ต้องระวัง!
เพราะการกลับเข้าซื้อขายของหุ้น การบินไทย (THAI) ทำให้ค่า SET Index ผิดเพี้ยน จากแรงสะท้อนของหุ้นใหญ่เพียงตัวเดียว
👉 ถ้าต้องการวิเคราะห์ทิศทางตลาดรอบนี้ให้แม่นยำ ควรใช้ SET50 Index ซึ่งสะท้อนแรงซื้อ–ขายของหุ้นใหญ่กลุ่มนำตลาดได้ตรงกว่า
________________________________________
🔹 1) ภาพรวมโครงสร้างราคา (SET50@DAY)
• ขาขึ้นรอบก่อน: 796.6 (17 มิ.ย. 24) → 965.8 (18 ต.ค. 24) = +169 จุด
• รอบลงแรง: 965.8 → 667.7 (8 เม.ย. 25) = -298 จุด
• รอบขึ้นล่าสุด: ดีดจาก Low 667.7 → มาทดสอบแนว 836.85 จุด (Fibo Projection App 1.000)
📌 ภาพใหญ่ตอนนี้: ตลาดอยู่ในจังหวะ ทดสอบแนวสำคัญ ซึ่งเป็นจุด “Decision Zone”
________________________________________
🔹 2) แนวราคา (Fibonacci Price Projection)
• 772.23 = Fibo 0.618
• 836.85 = Fibo 1.000 ✅ แนวทดสอบปัจจุบัน
• 858.84 = Fibo 1.130
• 882.86 = Fibo 1.272
• 941.39 = Fibo 1.618
👉 ถ้าผ่าน 836 ได้ จะเปิดทางไปต่อ แต่ถ้าถูกปฏิเสธตรงนี้ อาจเกิดการกลับตัวลงแรง
________________________________________
🔹 3) มิติของเวลา (Fibonacci Time Projection)
• 8 เม.ย. 25 = Time 0.618 → Low ใหญ่ตรงเป๊ะ
• 20 ส.ค. 25 = Time 1.000 → ครบรอบ Cycle
📌 ตรงนี้ชี้ว่า กลาง–ปลาย ส.ค. 25 = Time Cluster สำคัญที่จะเกิด “Reversal” หรือ “Acceleration”
________________________________________
🔹 4) แนวทางความเป็นไปได้ (เรียงตามน้ำหนัก)
🔴 Bearish (กลับตัวลง) → น้ำหนักมากที่สุด
• ราคาชนแนว 836.85 แล้วเริ่มชะลอ
• Time Cluster ใกล้ถึง → มักเป็นจุดกลับตัว
• โครงสร้างการดีดขึ้นยังดูเป็น Corrective Rally มากกว่าขึ้นรอบใหม่
เป้าหมายลง: 772 → 732 → อาจ Test Low 667
กลยุทธ์: Short เมื่อเกิดสัญญาณ Rejection ชัด (เช่น Bearish Engulfing, Shooting Star, Divergence)
Stop Loss = ปิดเหนือ 840
________________________________________
🟡 Neutral (Sideway รอเลือกทาง) → น้ำหนักรองลงมา
• ราคาแกว่งแคบในกรอบ 808–836
• อาจเป็นการสะสมพลังรอ Break ช่วงใกล้ 20 ส.ค.
กลยุทธ์:
• รอให้ราคา Break กรอบค่อยตามน้ำ
• เล่นกลางกรอบเสี่ยงโดนสวิง → หลีกเลี่ยง
________________________________________
🟢 Bullish (ขาขึ้นต่อ) → น้ำหนักน้อยที่สุดตอนนี้
• ต้องทะลุและปิดเหนือ 836.85 ได้พร้อม Volume สนับสนุน
• จะเป็นสัญญาณว่า Corrective Rally จบ และเริ่มรอบเร่งตัวใหม่
เป้าหมายขึ้น: 858 → 882 → 941
กลยุทธ์: รอ Breakout ยืนยัน → เปิด Long ถือบางส่วน ปล่อยลาก
________________________________________
🔹 5) ปัจจัยเสริมที่ต้องจับตา
• ADR/ATR(5) = ~12–13 จุด → ความผันผวนรายวันสูงขึ้น
• Fund Flow ต่างชาติ → หากเริ่มขายสุทธิในช่วงใกล้ 836 จุด จะยิ่งกดดันขาลง
• Weekly Chart → ต้องจับตาว่า 836–840 จุดตรงกับแนวต้านใหญ่บน Weekly ด้วย → ถ้าตรงกัน ยิ่งมีน้ำหนักเป็นโซนกลับตัว
• ข่าว/ปัจจัยมหภาค → รอบเวลา 20 ส.ค. อาจชนกับข่าวเศรษฐกิจหรือ Earnings Season → เสริมแรงให้เกิดทิศชัด
________________________________________
✅ Key Takeaway
• SET Index ผิดเพี้ยนเพราะ THAI → ใช้ SET50 แทน
• โซน 836–840 จุด + วันที่ 20 ส.ค. = จุดตัดสินทิศทาง
• น้ำหนักความน่าจะเป็น: Bearish > Neutral > Bullish
• กลยุทธ์ที่ถูกต้อง = “เตรียมสองมือ”
👉 ถ้าไม่ผ่าน = Short ลง
👉 ถ้าผ่าน = Long ต่อ
________________________________________
✍️ สรุป
SET50 กำลังเผชิญจุดตัดสินใหญ่ที่ทั้ง “ราคา” และ “เวลา” มาบรรจบกัน
นี่ไม่ใช่จังหวะที่จะคาดเดา แต่คือช่วงที่ต้อง “รอให้ตลาดเลือกทาง แล้วเราทำตามแผน”
📌 วันที่ 20 ส.ค. 25 คือ วันแห่งการตัดสิน ที่ทุกสายตาต้องจับจ้อง
________________________________________
SETมีโอกาศสูงมากๆที่ วันนี้จะถอยลงมาที่แนวรับสำคัญ ใน TF H1 ((1256.03)) ประกับกับ STO หักหัวลง
......................
📲💥ฝากกดติดตามผมด้วยนะครับ💥📲
📲💥อยากให้ทางผม ทำกร๊าฟหุ้นตัวไหน หรือ สินทรัพย์อะไร สามารถทิ้งไว้ที่ใต้โพส หรือ ทักส่วนตัวมาเลยก็ได้นะครับ
......................
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเราไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET 13/08/25 ถ้าไม่เบรค 1266 1280 จะเริ่มปรับฐาน 1245 1213จากขึ้นตึงตัวของ 120 และ D M ทับซ้อนกัน 1280 ทำให้เกิดการพักฐานได้
อาจ side way ในกรอบ 1213-1280.6 หรือเลือกทางเบรคบน หรือหลุดล่างได้
กรณีขึ้น
- เบรค 1266 test 1280.6
- ยืนเหนือ 1280.6 test 1340.5
กรณีลง
- ไม่เบรค 1266 sw down test 1213
- ถ้าหลุด 1213 test 1171
.
W : ob HH ลุ้นขึ้น 1340.5
- ถ้าขึ้นถึงการย่อลงแล้วยก Low เกิดง่าย
- ถ้าขึ้นไม่ถึง จะกลับลง test 1053.7
D : ob มี Brdi. อ่อน
- ถ้าจะย่อลง อย่างน้อยต้องมี สญ.แท่งเทียนแดงยาว
- ถ้ายังเบรคบน การขึ้นยังไปต่อ
120 : ขึ้นตึงตัว+ Brdi.= พักได้
- กรอบ 1213-1280.6
- will os 38.2
ภาพรวมการวิเคราะห์: SET Index กับ Fibonacci Time & Price 📊 ภาพรวมการวิเคราะห์: SET Index กับ Fibonacci Time & Price ใน TradingView
ภาพนี้คือการวิเคราะห์ดัชนี SET (ตลาดหุ้นไทย) ด้วยแนวคิด “เมื่อราคาและเวลามาบรรจบกัน”
ซึ่งเป็นหลักการวิเคราะห์แบบ Fibonacci Time + Fibonacci Price Confluence
และสามารถทำได้จริงผ่านเครื่องมือของ TradingView
________________________________________
🧩 1. Fibonacci Price Retracement (แนวต้านราคา)
🔺 ระดับสำคัญที่ใช้ในภาพ:
• 1280.30 → คือระดับ Fibonacci Retracement 50% (เขียนว่า Ret 0.500)
• เป็นระดับที่ตลาดมักมี “แรงต้านทางจิตวิทยา” และอาจเกิดแรงขาย
🔎 วิธีดูใน TradingView:
• ใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement Tool
• ลากจากจุด High เดิม (18 ต.ค. 2564 @ 1506.82) → ไปยังจุด Low (1053.79)
• ระบบจะสร้างระดับ 23.6%, 38.2%, 50.0%, 61.8% ฯลฯ ขึ้นมาอัตโนมัติ
________________________________________
🕰 2. Fibonacci Time Projection (การคาดการณ์ “เวลา” กลับตัว)
📅 วันที่สำคัญ:
• 8 ส.ค. 2568 → คือวันที่ที่ครบ Fibonacci Time Ratio 1.618 จากจุดฐานเดิม
• หมายถึง เวลารอบใหม่ ที่อาจเกิดการกลับตัวแรง
🔧 วิธีวัดใน TradingView:
• ใช้เครื่องมือ Fibonacci Time Zone
• ลากจากจุดฐาน (Low) → จุดยอด (High)
• ระบบจะสร้างเส้นตั้งตรงในอนาคต เช่น:
o 1.000 = เวลารอบเท่าเดิม
o 1.618 = เวลาที่ยืดยาว 61.8%
o 2.000 = รอบใหญ่ถัดไป
________________________________________
📌 3. ความหมายของ TB / CD (ที่ปรากฏในภาพ)
แม้ว่า TradingView จะไม่แสดง TB/CD โดยตรงแบบ Dynamic Trader
แต่เราสามารถคำนวณแนวคิดนี้เองได้:
คำย่อ ความหมาย การใช้งานใน TradingView
TB Time Bars = จำนวนแท่งเทียน ใช้ “Ruler Tool” หรือ “Measure Tool” วัดแท่งเทียนจากจุด A → B
CD Calendar Days = จำนวนวันจริง สังเกตจากการลากเมาส์ หรือดูวันที่บนแกนเวลา (Time Axis)
ตัวเลข TB/CD ใช้เพื่อวิเคราะห์ว่า:
• ช่วงไหนเคลื่อนไหวเร็ว (TB น้อย)
• ช่วงไหนใช้เวลานาน (CD เยอะ)
________________________________________
⚡ จุดสำคัญในภาพ: “Confluence” = จุดบรรจบของ “ราคา + เวลา”
❗ วันที่ 8 ส.ค. 2568
• เวลาครบ Fibonacci Time 1.618
• ราคากำลังเข้าใกล้ แนวต้าน 1280.30 (Fibo 50%)
นี่คือ “จุดบรรจบกันของเวลาและราคา (Time & Price Confluence)”
ซึ่งตามหลักการของเทคนิคอล:
📉 “เมื่อเวลาและราคาบรรจบกัน ตลาดมักเกิดการกลับตัว หรือมีแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรง”
จึงมีคำเตือนในภาพว่า:
🔥 “ตลาดหุ้นไทยอาจเจอชุดใหญ่ไฟกระพริบ”
________________________________________
🎯 สรุปการใช้งานจริงบน TradingView
องค์ประกอบ เครื่องมือ จุดประสงค์
Fibonacci Price Fibonacci Retracement วัดแนวต้าน / แนวรับ
Fibonacci Time Fibonacci Time Zone คาดการณ์เวลาที่อาจเกิดแรงเปลี่ยนทิศ
Time Bars (TB) Ruler / Measure Tool นับจำนวนแท่งเทียนเพื่อเทียบรอบ
Calendar Days (CD) Time Axis + Crosshair วัดจำนวนวันตามปฏิทิน
Confluence Zone การซ้อนกันของเวลาและราคา ใช้พิจารณาจุดกลับตัวแรง
________________________________________
🧠 บทสรุปเชิงพฤติกรรม
• จุด “1280.30” = แนวต้านทางเทคนิค (Fibo 50%)
• วันที่ “8 ส.ค. 68” = ครบรอบเวลา (Fibo Time 1.618)
• ถ้าราคาไปถึงแนวต้านพอดีในวันนั้น = โอกาสเกิดแรงขาย/กลับตัวสูงมาก
• นักลงทุนควร เตรียมแผนรับมือ เช่น:
o ปิดกำไรบางส่วน
o ตั้ง Stop-loss
o ใช้ Futures/Options ป้องกันความเสี่ยง
07-08-2025 การวิเคราะห์ SET รายวัน (SET@DAY)07-08-2025 การวิเคราะห์ SET รายวัน (SET@DAY) จากภาพโดยใช้ Fibonacci Retracement / Extension Zones ควบคู่กับ Elliott Wave สามารถแยกออกเป็นหลายมิติได้ดังนี้:
________________________________________
🔍 ภาพรวมเบื้องต้น
• ดัชนี SET อยู่ในช่วง ฟื้นตัวจากจุด Bottom คลื่น 5 ตามหลัก Elliott Wave
• การดีดขึ้นครั้งนี้เข้าสู่ Mid Zone ของ Fibonacci Retracement (38.2%–61.8%)
• ปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 1264.47 โดยกำลังทดสอบแนวต้าน 50.0% ที่ 1280.30
• กราฟนี้อ้างอิง Fibonacci จากจุดสูงสุดเดิมแถว 1506.81 (1.000) ถึงจุดต่ำสุดใหม่แถว 1053.79 (0.000)
________________________________________
🧠 การวิเคราะห์ด้วย Elliott Wave (ฝั่งขวา)
1. โครงสร้างหลัก (Primary Impulse Wave)
• คลื่น 1–2–3–4–5 ใหญ่สมบูรณ์แล้ว (จบคลื่น 5 ที่บริเวณ 1053.79)
• จุดต่ำสุดในรอบ (Bottom) เกิดขึ้นที่ Wave 5
2. โครงสร้างปรับตัว (Corrective Wave)
• ปัจจุบันคือช่วง ABC หรือคลื่นฟื้นตัวภายใต้โครงสร้างใหม่
• เริ่มเห็นโครงสร้างย่อยที่เป็น sub-wave i–ii–iii–iv–v ในการปรับขึ้นจากจุด Bottom
________________________________________
📊 การวิเคราะห์ด้วย Fibonacci Retracement Zones
ภาพซ้ายมือแสดง 4 โซนสำคัญ:
Zone ความหมาย ระดับสำคัญ ความหมายพฤติกรรม
Minor Zone แรงซื้ออ่อน 9%–23.6% กำไรสั้น, อาจพักตัวเร็ว
Mid Zone โซนวัดใจ 38.2%–61.8% จุดเปลี่ยนแนวโน้ม
Deep Zone ฟื้นแรง 78.6%–100% ดึงกลับแรง, รีเทสแนวต้าน
Extension Zone เกินคาด 127%–161.8% มีแรงเทรนด์ชัดเจน
✅ ปัจจุบัน:
• ราคาทะลุ Minor Zone และอยู่ใน Mid Zone แล้ว
• ทดสอบแนวต้าน 0.5 (1280.30)
• แนวต้านถัดไปคือ 0.618 (1333.76) ซึ่งเป็น ขอบบน Mid Zone
________________________________________
🎯 พื้นที่พฤติกรรม (Behavior Zone)
โซน ความหมาย การกระทำของนักลงทุน
📦 Green Box (1160.70 – 1119.93) โซนสะสมของ DCA, Smart Money เข้าซื้อ
🟧 Orange Box (1226.84 – 1333.76) โซนตัดสินใจ รอดูแรงเบรก / พักตัว / Sell on Rally
________________________________________
📌 สรุปแนวโน้มปัจจุบัน (SET ณ วันที่ 1264.47)
1. ✅ แนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน ตามโครงสร้าง Wave ใหม่
2. ✅ อยู่ในช่วง Wave iii หรือ v ของคลื่นฟื้นตัว
3. ⚠️ กำลังชนแนวต้าน Fibonacci 50% (1280.30)
4. ⚠️ หากผ่านได้ จะมีโอกาสไปชน 0.618 (1333.76) ซึ่งมักเป็นแนวต้านใหญ่
5. ❗ ระวังการ “พักตัวคลื่น 4” หรือ “Fail Wave” ถ้าหลุดต่ำกว่า 1226.84 (Fibo 0.382)
________________________________________
📌 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
แนวรับ ความหมาย
1226.84 (0.382) แนวรับเชิงเทคนิค
1160.70 (0.236) โซนสะสมระยะกลาง
1053.79 (Bottom) แนวรับใหญ่ที่สุด
แนวต้าน ความหมาย
1280.30 (0.500) แนวต้านจิตวิทยา
1333.76 (0.618) ต้านใหญ่ Mid Zone
1409.86 (0.786) กรณี Bull Rally ต่อเนื่อง
________________________________________
🎓 ข้อคิดเชิงกลยุทธ์
• 📈 หากราคายังสามารถรักษาระดับสูงกว่า 1226 ได้ กลยุทธ์ "Buy the Dip" ในโซน 0.382–0.500 ยังใช้ได้
• 📉 หากหลุด 1226 ไปอย่างแรง ให้รอวิเคราะห์แนวรับใหม่ที่ 1160.70 (Fibo 0.236)
• 🎯 เทรดเดอร์ควรใช้ Elliott Wave เพื่อจับจังหวะการพักตัว และ Fibonacci เพื่อวางเป้าราคา (TP / SL)
SET ฟื้นทุกครั้งจากจุดนี้! รู้จัก "เส้นชีวิต 61.8%" ที่ไม่โกหกSET ฟื้นทุกครั้งจากจุดนี้! รู้จัก "เส้นชีวิต 61.8%" ที่ตลาดไม่เคยโกหก “ราคาปิดล่าสุดของ SET อยู่ที่ 1246.96 ซึ่งอยู่ระหว่างโซนวัดใจ 1237–1300 และเหนือเส้นชีวิต 61.8% ที่ 1183.85...”
ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์ SET Index รายไตรมาส (SET D-Q) อย่างละเอียดทุกมิติ โดยอ้างอิงจาก:
• ภาพกราฟ Dynamic Trader ที่คุณให้มา
• จุดอ้างอิง Fibonacci: High ปี 1994 (1789.16) → Low ปี 1998 (204.59)
• ราคาปิดสำคัญ:
• Q1/2020 = 1237.04
• Q2/2024 = 1300.96
• ล่าสุด = 1246.96
________________________________________
🔍 วิเคราะห์ SET รายไตรมาส (SET D-Q) – เจาะลึกทุกชั้น
🧭 1. โครงสร้าง Fibonacci Retracement ระยะยาว
จุดอ้างอิง ค่า SET ความสำคัญ
จุดสูงสุด 1789.16 (31 มี.ค. 1994) จุดเริ่มต้นฟองสบู่รุ่นใหญ่
จุดต่ำสุด 204.59 (30 มิ.ย. 1998) จุดต่ำสุดหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง
ระดับ Fibo สำคัญ 61.8% = 1183.85 “ฐานพลัง” ที่ตลาดไทยมักฟื้นตัวจากทุกวิกฤติ
✅ ทุกเส้น Fibo ถูกลากจาก Hi → Low เพื่อวัดระดับฟื้นตัวระยะยาวของตลาด
________________________________________
🧱 2. ระดับสำคัญของราคาปิด (Candle Close Levels)
รายไตรมาส ราคาปิด (SET) ความสำคัญ
Q1/2020 (COVID Crash) 1237.04 ปิดต่ำสุดหลัง COVID – นักลงทุนตื่นตระหนก
Q2/2024 1300.96 ปิดสูงระยะสั้นก่อนปัจจุบัน – เป็นแนวต้าน
ปัจจุบัน (Q3/2025) 1246.96 ราคาปิดล่าสุด – อยู่ระหว่างโซนวัดใจ
________________________________________
📊 3. พฤติกรรมราคากับ Fibo 61.8% @ 1183.85
เส้น 1183.85 คือระดับ Fibo 61.8% ซึ่ง:
• ทำหน้าที่เป็น "แนวรับระดับจิตวิทยาใหญ่" มาแล้วหลายครั้ง
• ตลาด เคยหลุดและรีบาวด์กลับขึ้นทันที อย่างน้อย 2 ครั้ง (เช่น ปี 2020 และล่าสุดในปี 2024)
• เป็นจุดที่ Smart Money มักสะสมหุ้น และ Retail มัก Panic
________________________________________
🔄 4. การฟื้นตัวล่าสุด: พฤติกรรม 3 ชั้น
▶️ ชั้นที่ 1: ฟื้นตัวจาก Fibo 61.8%
• SET เคยหลุดลงไปต่ำกว่า 1183.85 ใน Q1/2024 แต่ฟื้นกลับมายืนได้
• แสดงถึงแรงรับจากกองทุนระยะยาวหรือ Big Players
▶️ ชั้นที่ 2: ปิดไตรมาสล่าสุดที่ 1246.96
• ยืนเหนือแนวรับ 1237.04 ได้สำเร็จ
• ทำให้เกิด "Higher Low" ทางเทคนิค
▶️ ชั้นที่ 3: ยังไม่สามารถเบรกแนวต้าน 1300.96 ได้
• ถ้ายังเบรกไม่ได้ แสดงถึงแรงขายยังคุมแนวต้านอยู่
________________________________________
🔮 5. วิเคราะห์แนวโน้มในเชิงกลยุทธ์
📈 กรณีฟื้นตัวต่อ (Base Case: 60% ความน่าจะเป็น)
เงื่อนไข ความหมาย
SET ยืนเหนือ 1237.04 ต่อเนื่อง แนวรับแข็งแรง
Volume ขาขึ้นเพิ่ม Confidence เริ่มกลับ
เป้าหมายถัดไป 1300.96 → 1450.06 (Fibo 78.6%)
กลยุทธ์ สะสมหุ้นพื้นฐานดี หรือ DCA
________________________________________
📉 กรณีถอยลงใหม่ (Bearish Case: 30%)
เงื่อนไข ความหมาย
SET หลุด 1237 อีกครั้ง ตลาดหมดแรง
ถอยลงใกล้ 1183.85 ทดสอบฐานอีกครั้ง
หลุด 1183.85 แบบแท่งปิด โอกาสกลับทดสอบ 996.88 (Fibo 50%)
กลยุทธ์ เตรียม Hedge ด้วย S50 Futures หรือ Option
________________________________________
⚖️ กรณี Sideway สะสม (Neutral Case: 10%)
เงื่อนไข ความหมาย
แกว่งในกรอบ 1237 – 1300 ไม่หลุด แต่ไม่เบรก
ไม่มี Volume นักลงทุนนิ่งรอดู
กลยุทธ์ Wait & See, เน้น Tactical Trade
________________________________________
📍 6. สรุป “ระดับสำคัญ” ที่ต้องรู้
ระดับ ราคา บทบาทในตลาด
1300.96 แนวต้านระยะสั้น ถ้าทะลุได้ ตลาดฟื้นชัดเจน
1246.96 ราคาปัจจุบัน โซน “วัดใจ”
1237.04 แนวรับจาก COVID ต้องไม่หลุด
1183.85 ฐานพลังระยะยาว จุดกลับตัวในทุกวิกฤติ
996.88 Fibo 50% เป้าหมายลึก ถ้าหลุดฐาน
________________________________________
🎯 7. กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ
🛡️ นักลงทุนระยะยาว:
• DCA เฉพาะเมื่อราคาไม่หลุด 1183.85
• ทยอยสะสมเมื่อราคายืนเหนือ 1246.96 ได้ 2 ไตรมาสติด
⚔️ นักเทรดระยะกลาง:
• ตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่า 1180
• เทรดในกรอบ Sideway หากไม่เบรก 1300
🧠 นักลงทุนใช้ Option:
• ใช้ Long Call Spread ถ้าเบรก 1300 ได้จริง
• ใช้ Protective Put หรือ Collar ถ้าราคาหลุด 1237
________________________________________
📌 บทสรุปภาพรวม
SET ยังอยู่ใน “โหมดกู้คืนความเชื่อมั่น” หลังทดสอบเส้นชีวิต 61.8%
และตอนนี้กำลังอยู่ในโซนที่เรียกว่า “แดนชี้ชะตา”
ซึ่งอยู่ระหว่าง “ฐานเดิมจาก COVID” และ “แนวต้านใหม่หลังจากฟื้นตัว”






















