Hold คือวิธีการที่ดีที่สุดหรือไม่?***บทความนี้ สรุปโดย Gemini AI***
> เป็นสรุปจากวีดีโอบน Youtube
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
วิดีโอนี้พูดถึงประเด็นที่ว่า การถือครองทรัพย์สิน (HOLD) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำกำไรจริงหรือไม่? โดยผู้สร้างเน้นย้ำว่าการลงทุนไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ต้องอาศัยจังหวะและความรู้มากกว่าการถือไว้โดยไม่สนใจอะไรเลย
#ประเด็นสำคัญจากวิดีโอ: คำว่า "ไม่ขายไม่ขาดทุน" ไม่จริง: ผู้สร้างมองว่าหากถือครองสินทรัพย์ที่ไร้ประโยชน์ หรืออยู่ในช่วงขาลงนานเกินไปโดยไม่ทำอะไรเลย ก็เท่ากับเสียโอกาสและขาดทุนอยู่ดี
#การแยกประเภทของการถือครอง:
1. ถือด้วยความรู้: มีความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นจริง ๆ และเรื่องของกราฟด้วย
2. ถือแบบมั่วๆ: ซื้อตามกระแสแล้วถือไว้หวังว่าราคาจะขึ้นเอง ซึ่งวิธีนี้อันตราย
#การเทรด (Trade) กับการถือ (Hold): ผู้สร้างมองว่าการถือครองก็คือส่วนหนึ่งของการเทรด เพราะคือการเปลี่ยนสินทรัพย์หนึ่ง (เช่น เงินบาท) เป็นอีกสินทรัพย์หนึ่ง (เช่น Bitcoin) ซึ่งคือการแลกเปลี่ยนที่สมบูรณ์แล้ว
#กลยุทธ์ที่แนะนำ:
- เข้าใจสินทรัพย์: ต้องมีความรู้ ข้อมูลพื้นฐานของสินทรัพย์นั้น ๆ
- เข้าใจกราฟ: อย่างน้อยการดูจังหวะกราฟเป็นจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรเข้าซื้อหรือถือต่อ ไม่ใช่การติดดอยแล้วค่อยบอกว่า "ถือยาว"
สรุปคือการลงทุนต้อง ทำด้วยสติและมีความรู้ ไม่ใช่เพียงแค่ถือยาวโดยปราศจากแผนการครับ
ดัชนีตลาด
SET 03/08/26 ขาขึ้นในกรอบ 1587.6-1657.5 ถ้าไม่หลุด 1587.6M : จบเดือน 07 ขึ้นต่อ ยังไม่มี สญ.กลับลง แม้เกิด Brdi.
W : ขาขึ้น ที่มี สญ.กลับลง ถ้าไม่เบรค1657.5
- การมี สญ.กลับลงของ W os low = 1232.4
- ถ้า os ไม่หลุด 1232.4 การขึ้นของ W ยังอยู่
D : ขาขึ้น ที่มี สญ.กลับลง
- os low ถ้าไม่หลุด 1536.3 การขึ้นของ D ยังอยู่
240 : รอบเดียวกับ D
60 : ขาขึ้น sw 1587.6-1657.5
- os HL มี สญ.กลับขึ้น = ob test 1657.5
15 : ขาลง พา 60 os 1587.6-1628.8
- จากลงโซนดีด--> ob test 1645
5 : sw 1621-1628.8
.
มองขึ้น
5 เบรค 1628.5--> พา 15 test 1645
15 เบรค 1645--> พา 60 test 1657.5
60 เบรค--> 240 D ขึ้นต่อตามเป้า 1680 1725
มองลง
5 หลุด 1621--> พา 15 test 1587.5
ถ้าหลุด 1587.5--> 15 60 จะมีหัวลงพา 240 D test 1536.3
การบันทึกกราฟเป็นเพียงการศึกษา เพื่อเป็นประสบการณ์ในลงทุนของผู้เขียนเท่านั้น
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นเป็นการวิเคราะห์ส่วนตัวไม่ใช่ซิกแนลให้เทรดตามนะครับ แนะนำให้หาข้อมูลหุ้นแต่ล่ะตัวเพิ่มเติมด้วยนะครับ
เซ็ตระบบเทรดครอบระบบลงในกราฟ ทำแบบเดิมซ้ำๆ ทดสอบ back test ถนัดใช้อินดี้อะไรก็เอามาใส่ลงไปไม่มีผิดไม่มีถูกครับ มันขึ้นกับตัวเราเองเราเข้าใจในแบบเรานะครับผม
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นจากที่มองจริงมันก็ยังขึ้นอยู่นะครับแต่มันย่อหนักเพราะ
มันเป็นcleantrafficก็เลยลงหนัก แต่ตอนนี้มันก็ลงมาชนกรอบ
Demand zoneแล้วดีดตัวกลับถ้าตรงนี้เขาทำpa buy สำเร็จก็จะขึ้นได้ต่อ
แต่มันอาจจะค่อยๆไต่ขึ้นไปเป็นขั้นบันไดนะครับไม่ได้ขึ้นพรวดเดียว
ถ้ามองกรอบปัจจุบันมันคือsidewayขนาดใหญ่ยังไงก็มองขึ้นได้อยู่
เห็นข่าวออกมามากมายเลยลองส่องดูหน่อยจริงๆมันก็ต้องลงเป็นเรื่องธรรมดาแล้วมันก็ต้องทำตามรายละเอียดที่กล่าวข้างต้นนะครับเพียงแต่เราทุกคน มีตัวเดียวโลภ กลัวตกรถ กู้เงินมาเทรด เพิ่มเลเวอเลจพอมันลงหนักก็ล้างพอตไง ลองมีสัก1,000,000แล้วถือตามเงินที่มี บริหารเงินให้ดี ต่อให้ลงสัก900,000จุดเราก็ไม่ล้างพอตนะแต่ถ้ามันลงจริง60%ก็คัทเลยดีกว่าครับ
สรุปตัวโตๆขีดเส้นแดงทึบๆหลายๆครั้งเลยครับ
ที่ล้างเพราะโลภครับ
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นสรุปว่าไม่ว่าจะหุ้นกลุ่มไหนจะดี จะดึง จะฉุด
มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย มันขึ้นกับพวกเขาจะ
เอาขึ้น เอาลง หรือ พักตัว มันคือเกม
set ประกอบด้วยอะไรบ้าง ก็หุ้นหลักๆมารวมกัน มีหลากหลาย
กลุ่มธุรกิจ ถ้าพวกเขาบอกว่า เฮ้ยsetตอนนี้พุ้งชนกำแพงไม่ทะลุมา3ครั้งแล้วนะ
แบบนี้มันน่าจะovbแล้วนะ แต่จริงแล้วเขาอาจจะบอกไม่หมดก็ได้ เขาอาจจะหลอก
ย่อตัวแล้วสะสมราคาเพื่อขึ้นต่อก็ได้แล้วถ้ามันขึ้นต่อเราก็จะมาบอกกันอีกว่าโอ้วมันBreak outแล้ว
เราต้องรอย่อแล้วซื้อตามไป แต่พอย่อแล้วกลับกลายทะลุลงแล้วเราก็ติดดอย
ทั้งหมดคือสิ่งที่เราจะต้องกำหนดรูปแบบการเข้าออกตลาดให้เป็นภาพจำของตัวเองครับ
เรื่องระบบเทรด set upของตัวเองสำคัญและควรบันทึกการเทรดทำสถิติเท่านั้นครับไม่มี
วิธีการอื่นหรือทางลัดครับทุกคนต้องเริ่มต้น หากก้าวกระโดดก็ต้องกลับมาที่จุดเริ่มต้นครับ
แต่สุดท้ายMMให้ดีครับ ถ้าจะกดสัก1000ไม้ ก็อย่าลืมMMนะครับไม่MMอย่างไรก็ล้างพอร์ตนะครับ
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นset upการมองไม่ว่าจะกราฟไหนมันก็มองแบบเดียวกันทั้งหมด
สำคัญที่สุดคือเราเอาระบบเราเทรด เข้าออกตลาดแบบไหน
ระบบเราหนีทันเจ้าใหญ่ๆเงินหนาๆขยับก่อนหรือขายหมูมันก็
คือระบบความปลอดภัยของเรา
สรุป.............
ถามว่าตัวนี้ยังซื้อได้ไหมคำตอบคือยังซื้อได้ แต่รอย่อสร้างPAก่อน
ค่อยซื้อไม่มีไม่ซื้อเพราะมันจะลงหาdemandถัดไป ติดดอยไหม
อย่างไรก็ไม่มีทางติดดอย เพราะเรา MM ไว้ยอมรับขาดทุนที่เท่าไหร่
แล้วโดนSLไปจบๆเจ็บแต่จบ ขาดทุนจากการยอมรับความเสี่ยงไม่เรียกว่า
ขาดทุนครับ ดีกว่าถือทนลากติดดอย ดีไม่ดีต้องหาเงินมาเติมพอร์ตอีก
ดัชนีกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI?US100 - H1:
ดัชนีกำลังอยู่ในช่วงที่มีความผันผวนสูง จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยแรงกดดันฝั่งขายสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านแท่งเทียนขาลงที่แข็งแกร่ง พร้อมปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ยากในระยะสั้น
หากฝั่งซื้อไม่สามารถผลักดันดัชนีให้ทะลุระดับ 30,000 จุด ได้ มีโอกาสที่ดัชนีจะปรับฐานลงกลับไปทดสอบบริเวณ 29,300 จุด
โซนเทคนิคที่สำคัญ:
🟢 แนวรับ: 29,500 จุด
🔴 แนวต้าน: 30,000 จุด
XTB - แรงขายยังคงกดดัน ดัชนียังไม่สามารถกลับตัวได้?กราฟ US500 กรอบเวลา H4
ดัชนี US500 ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงประมาณ 3.5% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
การที่ดัชนีปรับตัวหลุดต่ำกว่าระดับ 7,400 จุด ถือเป็นสัญญาณที่ช่วยเสริมความได้เปรียบให้กับฝั่งขาย และเพิ่มโอกาสที่แรงกดดันจะยังคงดำเนินต่อไป
หากแรงขายยังคงมีต่อเนื่อง ดัชนีมีโอกาสปรับตัวลงเพื่อกลับไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 7,250 จุด
ระดับทางเทคนิคที่สำคัญ
🟢 แนวรับ: 7,250 จุด
🔴 แนวต้าน: 7,400 จุด และ 7,490 จุด
วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569🟡 วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569
💹 ภาพรวมตลาดทองคำ
ราคาทองคำยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,100 เหรียญ และปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวแถว 4,090 เหรียญ ส่งผลให้ภาพรวมระยะสั้นเข้าสู่แนวโน้ม Bearish ชัดเจนมากขึ้น ขณะที่แรงซื้อยังไม่สามารถกลับเข้ามาสร้างโมเมนตัมเชิงบวกได้
แรงกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดกลับมากังวลว่า Fed อาจชะลอการลดดอกเบี้ย หรืออาจส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ
นอกจากนี้ กองทุนทองคำรายใหญ่ยังคงลดการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังไม่กลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำอย่างจริงจัง
📌 ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา
💵 1. Dollar Index Breakout ขึ้นเหนือ 101 จุด
ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นสู่บริเวณ 101.40 จุด
Breakout กรอบสะสมระยะยาวกว่า 1 ปี
เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำโดยตรง
เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์สกุลดอลลาร์
🏦 2. Fed และแนวโน้มดอกเบี้ย
ตลาดกลับมากังวลการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
นักลงทุนลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในปีนี้
Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ส่งผลลบต่อทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
🪙 3. SPDR ยังขายทองต่อเนื่อง
ถือครองทองคำ 1,017.64 ตัน
ขายออกล่าสุด 4.57 ตัน
เดือนมิถุนายนขายสุทธิ 11.52 ตัน
สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังลดการถือครองทองคำ
🇹🇭 4. ค่าเงินบาทอ่อนค่า
เปิดตลาดบริเวณ 33.28 บาทต่อดอลลาร์
อ่อนค่าประมาณ 1.5% ในช่วงที่ผ่านมา
ช่วยพยุงราคาทองคำไทยให้ลดลงน้อยกว่าทองคำโลก
🥈 5. Silver ส่งสัญญาณอ่อนแอ
ปรับตัวลงสู่บริเวณ 61.42 ดอลลาร์
หลุดระดับต่ำเดิม
สะท้อนแรงขายในกลุ่มโลหะมีค่าโดยรวม
🌍 6. ความตึงเครียดตะวันออกกลางลดลง
ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอตัว
แรงซื้อทองคำลดลง
ตลาดกลับมาให้น้ำหนักปัจจัยเศรษฐกิจและดอกเบี้ยมากขึ้น
📊 วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
👉 ราคาหลุดแนวรับสำคัญ 4,100 เหรียญ
👉 โครงสร้างระยะสั้นเปลี่ยนเป็น Downtrend ชัดเจน
👉 แรงขายยังครองตลาดต่อเนื่อง
👉 การรีบาวด์ยังเป็นเพียงการพักตัวในแนวโน้มขาลง
🎯 จุดที่ต้องจับตา
✅ ยืนเหนือ 4,150 ได้
→ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,180–4,220
✅ ผ่าน 4,220 ได้
→ ลดแรงกดดันฝั่งขาลงระยะสั้น
❌ หลุด 4,030
→ เสี่ยงลงทดสอบ 4,000
❌ หลุด 4,000
→ มีโอกาสเปิด Downside สู่ 3,800–3,500
🧭 แนวรับ - แนวต้านสำคัญ
🟢 แนวรับ
4,030 / 4,000 / 3,800 / 3,500
🔴 แนวต้าน
4,150 / 4,180 / 4,220 / 4,300
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง
• การแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ในสัปดาห์นี้
• การเคลื่อนไหวของ Dollar Index เหนือ 101 จุด
• Bond Yield สหรัฐที่ยังปรับตัวสูง
• แรงขายจากกองทุน SPDR
• ความผันผวนจากข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ
• ควรตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง และลดขนาดล็อตในช่วงข่าวสำคัญ
💬 สรุปสั้น
✔ ราคาทองคำหลุดระดับ 4,100 เหรียญแล้ว
✔ Dollar Index Breakout ขึ้นเหนือ 101 จุด
✔ SPDR ยังขายทองต่อเนื่อง
✔ Silver อ่อนตัวลง สะท้อนแรงขายในกลุ่มโลหะมีค่า
✔ ค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วยพยุงทองคำไทย
✔ แนวโน้มระยะสั้นยังเป็น Bearish
📍 มุมมองวันนี้
ให้น้ำหนักฝั่ง SELL มากกว่า BUY
👉 ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,150–4,180 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง ภาพรวมยังคงเป็นการ รีบาวด์ในแนวโน้มขาลง
📉 โซน 4,000 เหรียญ เป็นแนวรับจิตวิทยาสำคัญ หากหลุดลงมา มีโอกาสเห็นแรงขายเร่งตัวต่อในระยะถัดไป
XTB - กลับมาทดสอบจุดสูงสุดอีกครั้ง จะทะลุได้หรือไม่?กราฟ USDIDX กรอบเวลา D1:
ดัชนี USDIDX ได้กลับขึ้นมาทดสอบแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 100 จุด หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านได้อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม การที่ราคากลับมาทดสอบแนวต้านนี้ซ้ำ ๆ ทำให้ความแข็งแกร่งของแนวต้านเริ่มลดลง และอาจไม่สามารถต้านทานแรงซื้อได้เหมือนที่ผ่านมา
แรงซื้อที่แข็งแกร่ง ประกอบกับปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้น กำลังส่งสัญญาณเชิงบวกให้กับฝั่งกระทิง หากดัชนีสามารถทะลุระดับ 100 จุด ได้อย่างชัดเจน เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 102.00 จุด
ระดับทางเทคนิคที่สำคัญ:
แนวรับ: 100.00 จุด
แนวต้าน: 101.85 จุด
XTB - แรงขายยังสูง ดัชนียังไม่พร้อมกลับตัวเป็นขาขึ้น?DE40 - H4:
ดัชนี DE40 ยังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงสร้างขาขึ้นยังไม่ได้ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ การที่ราคายังคงได้รับแรงหนุนจากเส้นแนวโน้มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าฝั่งซื้อยังคงพยายามปกป้องแนวโน้มขาขึ้นที่ก่อตัวขึ้นก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากฝั่งขายกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากแท่งเทียนขาลงที่มีลำตัวขนาดใหญ่ พร้อมปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนว่าการปรับตัวลงล่าสุดอาจยังไม่สิ้นสุด และความเสี่ยงของการอ่อนตัวลงในระยะสั้นยังคงมีอยู่
ในมุมมองทางเทคนิค บริเวณ 24,200 จุด ถือเป็นแนวรับสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด หากดัชนีปรับตัวหลุดต่ำกว่าระดับนี้อย่างชัดเจน จะเป็นการเปิดทางให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 23,600 จุด
โซนทางเทคนิคสำคัญ
แนวรับ: 23,686 จุด
แนวต้าน: 24,800 จุด
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรดของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
หุ้นที่ไล่ฝึกอ่านนั้นส่วนตัวจะไม่ทราบว่าเขาทำธุรกิจอะไรมีงบการเงินดีหรือไม่ มีปันผลกี่%เพราะส่วนตัวจะวิเคราะห์กราฟก่อนถ้าดีจะค่อยเจาะดูอีกทีว่าทำมาหากินอะไร ผู้ที่ต้องการอยากรู้ควรหาข้อมูลด้วยตนเอง
กำหนดแผนสร้างรูปแบบการเทรดของตัวเองแล้วเริ่มเดินตามแผนที่วางไว้
จะทำอะไรต้องมีรูปแบบตัวเองนะครับ อย่าเห็นแต่ภาพที่ตีไว้พอกราฟถึงแถบที่ตีปุ๊บกดปั๊บโดนลากปั๊บเลยนะจะบอกให้
ฉะนั้นแนวทางไม่ใช่จุดเข้าแนวทางใช้เพื่อเตรียมหาจุดเข้า
SETภาพรวมของ SET ปัจจุบันวันที่ 27/05/26 ทำรูปแบบสามเหลี่ยมใหญ่ โดยมีโอกาสเกิดขึ้น 2 แบบ
รูปแบบที่ 1 : สามารถเบรคทะลุสามเหลี่ยมไปได้ เพื่อทำ wave 4>5 ของ wave 3 ใหญ่
รูปแบบที่ 2 : ย่อลงมาทดสอบสามเหลี่ยมด้านล่างอีกครั้งก่อนกลับขึ้นไป
**ลองวิเคราะห์และจับประเด็น บวก/ลบ ดูว่ามีปัจจัยอะไรที่จะสามารถทำให้ SET ไปต่อ หรือ ย่อกลับลงมาได้**
- ราคาน้ำมันที่สูง ต้นทุนการผลิตสูง จากสงคราม โรงกลั่นที่ถูกทำร้าย กว่าจะสร้างใหม่กี่ปี ?
- เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับที่สูง ผลตอบแทน US10Y สูง
- ดอกเบี้ยไทยที่อยู่ในระดับต่ำ
XTB - กำลังเตรียมเข้าสู่รอบขาขึ้นรอบใหม่?หลังจากดัชนี USDIDX สามารถทะลุผ่านเส้น Neckline บริเวณ 99.00 จุดได้สำเร็จ ตลาดก็เกิดการย่อตัวกลับมาทดสอบแนวรับดังกล่าว (Retest) อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อยังคงได้เปรียบ และระดับ 99.00 จุด ได้เปลี่ยนบทบาทจากแนวต้านมาเป็นแนวรับสำคัญในระยะสั้นแล้ว
การทะลุผ่านแนวต้านทางเทคนิคนี้ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับฝั่งซื้อ และช่วยสร้างฐานให้แนวโน้มขาขึ้นมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญถัดไปจะอยู่ที่ระดับจิตวิทยา 100.00 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านแข็งแกร่งที่ดัชนีพยายามทดสอบหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ตลอดช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การที่ราคาเข้าไปทดสอบบริเวณ 100.00 จุดซ้ำหลายครั้ง ก็กำลังสะท้อนสัญญาณสำคัญเช่นกัน นั่นคือแรงขายในโซนดังกล่าวเริ่มอ่อนตัวลงเรื่อย ๆ
ในมุมมองทางเทคนิค ยิ่งแนวต้านถูกทดสอบหลายครั้งโดยที่ตลาดไม่เกิดแรงขายร่วงลึก โอกาสที่จะเกิดการ Breakout ในครั้งถัดไปก็จะยิ่งสูงขึ้น
ดังนั้น หากดัชนี USDIDX ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะถือเป็นสัญญาณยืนยันสำคัญว่าดัชนีมีโอกาสทะลุระดับ 100.00 จุดได้อย่างสมบูรณ์
หากเกิดขึ้นจริง ดัชนีอาจสามารถหลุดพ้นจากแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 และเปิดทางเข้าสู่รอบการแข็งค่ารอบใหม่ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้ในระยะถัดไป
XTB - หลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้น กำลังมุ่งสู่โซนแนวรับถัดไป?US100 - H4:
หลังจากช่วงที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง US100 เริ่มส่งสัญญาณการทำกำไร (profit-taking) อย่างชัดเจน โดยแรงขายระยะสั้นเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การปรับตัวลงล่าสุดได้กดดัชนีหลุดต่ำกว่าเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นระยะสั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญในการพยุงแนวโน้มขาขึ้น
การหลุดของเส้นแนวโน้มนี้สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนแรงลง และมีโอกาสที่แรงขายจะยังคงครองความได้เปรียบในช่วงการซื้อขายถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในกรอบเวลา H1 สัญญาณทางเทคนิคกลับบ่งชี้ถึงโอกาสเกิดการรีบาวด์ระยะสั้น โดย RSI เริ่มเกิดภาวะไดเวอร์เจนซ์ และเข้าใกล้เขต oversold ซึ่งสะท้อนว่าแรงขายเริ่มชะลอตัวลง
สถานการณ์นี้เปิดโอกาสให้ดัชนีอาจเกิดการดีดตัวทางเทคนิคก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงอีกครั้ง ในกรณีดังกล่าว โซน 28,500 จะเป็นแนวรับสำคัญแรกที่ฝ่ายซื้ออาจใช้เพื่อกลับมาควบคุมตลาด หากไม่สามารถยืนได้ อาจนำไปสู่การปรับตัวลงลึกกว่านี้
📌 โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 28,500
🔴 แนวต้าน: 29,500 และ 30,000
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) - ตั้งเป้า 101.80 ภายใน 3 เดือนหลังจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุด สมาชิกหลายคนได้ลบคำว่า "ผ่อนคลาย" ออกจากแถลงการณ์ ตลาดคาดการณ์ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed จะเปลี่ยนจากการลด 2 ครั้งตลอดปีเมื่อต้นปี เป็นมีโอกาสมากกว่า 60% ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงปี 2026
> สัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน
> ภาษีที่เพิ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้ว (ระยะกลาง) และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหลังสงครามสหรัฐ/อิหร่าน (ระยะสั้น) กำลังทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ร้อนแรงขึ้นอย่างช้าๆ
> ประธาน Fed คนใหม่ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งมีท่าทีระมัดระวังในการพิจารณาคณะกรรมการธนาคารในเดือนเมษายน สนับสนุนการลดขนาดงบดุล ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงได้ยาก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางและยาวของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยพันธบัตร 30 ปีอยู่ที่ 5.15% แนวโน้มขาขึ้นได้ก่อตัวขึ้นแล้ว (2) ตราบใดที่สามารถทะลุแนวต้านระหว่าง 100-100.5 (1) ได้ เป้าหมายจะอยู่ที่ 101.80 (3)
ข้อพิจารณา:
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหมายความว่าประเทศ/บริษัทผู้ส่งออกน้ำมันจะมีกำไรมากขึ้น บริษัทน้ำมันหลักของสหรัฐฯ (เช่น ExxonMobil, Chevron) เป็นผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน-ทรัมป์ จากมุมมองผลประโยชน์ของทรัมป์ การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่?
อาหารที่มีความเสี่ยงจากรูปแบบของมิธอสของมนุษย์? นิวยอร์กประธานาธิบดีเฟดจอห์นวิลเลียมส์กล่าวว่าเขาคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่"ดีกว่า"3%ในระยะใกล้ แม้ว่าวิธีการที่"ดีเหนือ"ขึ้นอยู่กับการตีความ มันอาจหมายถึงสิ่งที่สุภาพข้างต้นของเดือนมีนาคม 3.3%#ดัชนีราคาผู้บริโภคอ่าน? หรือเรากำลังพูดถึง 4%หรือ 5%?
วิลเลียมส์ยังตั้งสถานะความเสี่ยงไซเบอร์เป็นความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของเขา การประชุมกับซีอีโอของธนาคารรายใหญ่เพื่อเตือนพวกเขาเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่แท้จริงหรือไม่,มันเป็นตลาดที่ดีสำหรับมนุษย์.
ภาพรวมคลังภาพภาพรวมคลังภาพภาพรวมคลังภาพภาพรวมคลังภาพ มิรานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เฟดโดยทั่วไปจะช่วยเติมเต็มวาระการประชุมของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า,กล่าวว่าเขาอาจจะปรับขนาดกลับแนวโน้มการตัดอัตราของเขาเพราะการพัฒนาอัตราเงินเฟ้อได้กลายเป็นดีน้อย. ความนิยมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทําให้คุณใกล้ชิดกับสิ่งที่คุณสนใจโดยจะถูกปรับเปลี่ยนตามตําแ






















