Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
Technical Rebound
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นปิดช่องว่างขาลงที่ 1,641 – 1,658 จุด หลังจากดัชนีตลาดดิ่งลงทดสอบเป้าหมาย 161.8% Fibonacci projection ที่ 1,602 จุด แรงซื้อเก็งกำไรที่มีเข้ามาหนุนดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นปิดสูงที่ 1,644 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Bullish Engulfing ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลซึ่งเป็นไปตามหลักการของ Granville หลังจากดัชนีตลาดทรุดตัวลงห่างจากเส้น MMA2
เมื่อนำจุดสูงที่ 1,765 จุดกับจุดต่ำที่ 1,596 จุด มาวิเคราะห์แนวต้านด้วย Fibonacci Ratio จะได้แนวต้าน 38.2%, 50.0% และ 61.8% Fibonacci retracement อยู่ที่ 1,661 จุด, 1,680 จุด และ 1,700 จุด ตามลำดับ
คลื่นเอลเลียตแบบที่ 1
จากกราฟรายวัน สามารถมองและนับคลื่นเอลเลียตได้สองแบบ แบบแรกดัชนีตลาดสามารถจบคลื่น (ii),(c) และดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,584 จุด ซึ่งเป็นจุดจบของคลื่น 4,C
คลื่นเอลเลียตแบบที่ 2
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลงปิดต่ำกว่า 1,584 จุด แสดงว่าดัชนีตลาดยังไม่จบคลื่น 4 ที่จุด 1,584 จุดเป็นการปรับตัวลงเป็นคลื่น A) คลื่น B) จบที่ 1,765 จุด และดัชนีตลาดที่ปรับตัวลงต่ำกว่า 1,584 จุด กำลังปรับตัวลงเป็นคลื่น 4,C)
ทั้งสองแบบจะยืนยันการจบคลื่นด้วยสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกินเป็นรูป W-shape (เป็นสัญญาณซื้อสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น) ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าดัชนีตลาดยังมีโอกาสปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,651 – 1,658 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,633 – 1,625 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
กลับเข้าตลาดเพื่อทยอยซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI บนกราฟรายวัน
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
Por : Technical AnalysisUSDCHF
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟราย 2 ชั่วโมง ราคา USDCHF แกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่า ราคามีทิศทางแกว่งตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น ระยะสั้นราคาเริ่มเข้าเขตซื้อมากเกิน ระยะสั้นหากราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 0.99325 และเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI ราคาระยะสั้นจะพักตัวลง
ทิศทางราคา USDCHF ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 0.99925 – 1.00244 และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 0.99171 – 0.99027
สรุป
Enter Short เมื่อราคาปรับลงต่ำกว่า 0.99325 และเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI เป้าหมายทำกำไร (T/P) อยู่ที่ 0.99171 – 0.99027 ตัดขาดทุน (S/L) เมื่อราคาปิดเหนือ 0.99925
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเหนือแนวรับ 38.2% Fibonacci retracement ที่ 1,696 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงขณะที่มูลค่าการซื้อขายลดลง จะทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล (Technical Rebound) สลับกับการปรับตัว
ดัชนีตลาดมีแนวรับอยู่ที่ 1,675 จุด และ 1,653 จุด (เป็นแนวรับของ 50.0% และ 61.8% Fibonacci retracement ตามลำดับ) และมีแนวรับของจุดต่ำเก่าอยู่ที่ 1,666 จุด ดังนั้น จากนี้ไปดัชนีตลาดจะมีแนวรับอยู่ที่ 1,675 จุด, 1,666 จุด และ 1,653 จุด ตามลำดับ
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีทิศทางพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,375 จุด, 1,666 จุด และ 1,653 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นด้วยสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii), คลื่น (iv) และคลื่น (v) หรือคลื่น 3),5,(v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,890 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,705 – 1,710 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,688 – 1,680 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และจะกลับเข้าซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเมื่อ RSI เกิดสัญญาณ Bullish divergence โดยดัชนีตลาดมีแนวโน้มที่จะพักตัวอยู่ในกรอบ 1,653 – 1,675 จุด
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
Redemption
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดิ่งลงแบบมีช่องว่าง (Gap) และดัชนีตลาดกำลังปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 50.0% Fibonacci retracement ที่ 1,675 จุด และมีจุดต่ำเก่าทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,666 จุด เส้นแนวโน้มขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,705 จุด+/-
แท่งเทียนเกิดเป็น Spinning Bottom ในเขตขายมากเกิน ซึ่งจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไรระยะสั้น ซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดมีการปรับตัวขึ้นสลับกับการปรับตัวลงต่อ โดยดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,666 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,675 จุด, 1,666 จุด และ 1,653 จุด ตามลำดับ สัญญาณปลายตลาดของคลื่น (ii) จะดูจากการเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)-(iv)-(v) โดยคลื่น (v) หรือคลื่น 3),5,(v) ยังมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,890 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ แรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหนุนดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล โดยดัชนีตลาดยังอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,690 – 1,696 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,673 – 1,666 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,666 จุด สลับกับการปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลระหว่างวัน
ยังคงแนะนำให้เน้นถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และจะกลับเข้าซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แนวรับ 1,700 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,700 จุด+/- โดยดัชนีตลาดยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาขึ้น ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii), คลื่น (iv) และคลื่น (v) หรือคลื่น 3),5,(v)
โดยคลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของยาวของคลื่น 1) คลื่น 3) หรือคลื่น 3),5,(v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,890 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นลบ ขณะที่ MACD เป็นบวก ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ 1,700 จุด+/-
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,765 จุด เกิดสัญญาณกลับตัวรูป Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงแบบมีช่องว่าง (Gap) ซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดปรับตัวลงเข้าเขตในเขตขายมากเกิน
เมื่อนำจุดต่ำที่ 1,584 จุด กับจุดสูงที่ 1,765 จุด มาวิเคราะห์หาแนวรับด้วย Fibonacci ratio จะได้แนวรับ 38.2%, 50.0% และ 61.8% Fibonacci retracement อยู่ที่ 1,696 จุด, 1,675 จุด และ 1,653 จุด ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ 1,700 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,730 – 1,735 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,710 – 1,705 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และจะกลับเข้าซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แนวรับ 1,730 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเป็นวันที่สอง หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,766 จุด หากดัชนีตลาดไม่สามารถยืนเหนือแนวรับของเส้นคอ (Neckline) ที่ 1,735 จุด จะเป็นการยืนยันสัญญาณกลับตัวรูป Double Top ที่เกิดในเขตซื้อมากเกินร่วมกับสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของจุดสูงเก่าที่ 1,730 จุด
ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,700 จุด+/-
จากกราฟรายวัน กรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,735 จุด จะเป็นสัญญาณยืนยันการจบคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v) หรือคลื่น (i),v) โดยคลื่น v) เป็นคลื่นหดตัว (Truncation wave) ซึ่งจะทำให้การปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) มีโอกาสปรับตัวลงแรงเข้าหาแนวรับที่ 1,730 จุด และ 1,700 จุด ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นลบ ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นบวก (สัญญาณ MACD มีโอกาสที่จะเป็นลบสูง) ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,730 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,748 – 1,753 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,735 – 1,730 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และจะกลับเข้าซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ขึ้นเพื่อขาย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้นและมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มขาขึ้น ดัชนีตลาดกำลังปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v หรือคลื่น (i),v) ที่มีแนวต้านอยู่ที่ 1,766 – 1,770 จุด ก่อนที่ดัชนีตลาดจะพักตัวลงเป็นคลื่น (ii) โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับ
ระยะสั้นดัชนีตลาดจะยืนยันการพักตัวลงเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงลงปิดต่ำกว่า 1,750 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเหนือแนวรับ 61.8% Fibonacci projection ที่ 1,755 จุด แท่งเทียนเกิดเป็นกลุ่ม Shooting Star, Star และ Hanging Man ในเขตซื้อมากเกิน สะท้อนถึงแนวต้านของดัชนีตลาด ดัชนีตลาดแกว่งตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาและกำลังปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,766 – 1,770 จุด โดยมีจุดสูงเก่าที่ 1,730 จุดทำหน้าที่เป็นแนวรับ ภาวะซื้อมากเกินและความเสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI ทำให้ดัชนีตลาดมีความเสี่ยงจากปัจจัยทางเทคนิคัลเพิ่มมากขึ้น ระยะสั้นดัชนีตลาดไม่ควรปรับตัวลดลงปิดต่ำกว่า 1,750 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI มีแนวโน้มที่จะเกิดสัญญาณ Bearish divergence ทำให้ดัชนีตลาดมีความเสี่ยงจากปัจจัยทางเทคนิคัลเพิ่มขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,762 – 1,770 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,750 – 1,744 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะปรับพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่มช่วงที่ดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,766 – 1,770 จุด ควรถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์
JFIN Coin จะพา JMART ทะยาน-:- CONDITIONS -:-
1. BULLISH DIVERGENCE
2. HIGHER LOW
3. HIGHER HIGH
#มีข่าวกับAIS>> bit.ly
#State2
#จบC
#JMART
#JFINCoin
จบเวฟ C มี bullish divergence
ทำเวฟ 1 และย่อ เวฟ 2 อยู่ระหว่าง 61.8 และ 78.6
ปัจจุบันกำลังฟอร์มตัวเวฟ 3
รอสัญญาณเขียวของชมรมเพื่อทะยอยซื้อ
ถ้าเบรค 9.75 ได้และยังคงยกโลว์อยู่ให้เพิ่มน้ำหนักในการลงทุน
เป้าหมายคือเวฟ 3 ที่ 161.8 ของ fibo คือแถวๆ 13 บาท
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้าน 1,755 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆขึ้นทดสอบแนวต้านเป้าหมาย 61.8% Fibonacci projection ที่ 1,755 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวไปตามช่องแนวโน้มขาขึ้นและมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มขาขึ้นที่ 1,780 จุด+/- และมีจุดสูงเก่าทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,730 จุด
ภาวะซื้อมากเกินและแนวโน้มที่จะเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI คือความเสี่ยงด้านปัจจัยทางเทคนิคัลของดัชนีตลาดในระยะสั้น
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 1,730 จุดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น เป็นสัญญาณยืนยันว่าดัชนีตลาดได้จบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น iv) ที่พักตัวแบบ a)-b)-c) ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น v) หรือคลื่น (i),v)
จากหลักการของคลื่นเอลเลียต คลื่น v) จะยาวเท่ากับ 0.618 เท่าของความยาวของคลื่น iii) ที่วัดจากจุดเริ่มต้นของคลื่น i) คลื่น v) หรือคลื่น (i),v) จึงมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,755 จุด ขณะที่ช่องแนวโน้มขาขึ้นแสดงจุดจบของคลื่น v) อยู่ที่ 1,775 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,757 – 1,762 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,747 – 1,740 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
พอร์ตการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ และถือเงินสด 20 เปอร์เซ็นต์ ระยะสั้นดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,755 – 1,780 จุด ทยอยขายทำกำไรเมื่อเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI (ควรรอให้เส้น RSI ตัดเส้น Signal line ลง)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สามและกำลังปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,730 จุด หลังดัชนีตลาดพักตัวลงทดสอบแนวรับของเส้นคอ (Neckline) ของ Double Top ที่ 1,665 จุด หากดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือแนวต้านที่ 1,730 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง ดัชนีตลาดจะเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้นหลังพักตัวลงเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,775 จุด
จากกราฟรายวัน หากดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,730 จุดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง จะเป็นการยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น iv) ที่พักตัวแบบ a)-b)-c) และดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v) หรือคลื่น (i),v)
จากหลักการของคลื่นเอเลียต คลื่น v) จะยาวเท่ากับ 0.618 เท่าของของความยาวของคลื่น iii) ที่วัดจากจุดเริ่มต้นของคลื่น i) คลื่น v) หรือคลื่น (i),v) จึงมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,755 จุด แต่ถ้าใช้หลักการของช่องแนวโน้มขาขึ้น คลื่น v) จะจบที่ 1,775 จุดโดยประมาณ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวก ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ สัญญาณทางเทคนิคัลชี้ว่าดัชนีตลาดระยะสั้นกลับมาเป็นบวก แต่ดัชนีตลาดยังแฝงไว้ด้วยโอกาสการเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,730 – 1,735 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,714 – 1,704 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน (ปันผล 3%) ช่วงราคาพักตัวลงระหว่างการซื้อขาย โดยมีเป้าหมายทำกำไร 1,755 – 1,775 จุด และควรถือเงินสดอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากดัชนีตลาดจากกราฟรายวันยังแฝงด้วยความเสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเกิดสัญญาณกลับตัวรูป Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI โดยมีแนวรับของเส้นคอ (Neckline) อยู่ที่ 1,664 จุด และมีแนวรับ 50.0% Fibonacci retracement ที่ 1,657 จุดเป็นแนวรับร่วม และมีแนวรับ 61.8% Fibonacci retracement ที่ 1,641 จุด เป็นแนวรับถัดไป
รูปแบบการกลับตัว Double Top ทำให้มีราคาเป้าหมาย (Measuring target) อยู่ที่ 1,600 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเกิดคลื่น v) หรือคลื่น (i),v) ในลักษณะคลื่นหดตัว (Truncation wave) โดยคลื่น iii) และคลื่น v) มียอดสูงใกล้เคียงกัน ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลงแรงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci retracement ที่ 1,641 จุด หรืออาจปรับตัวลงลึกกว่านี้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 1,584 จุด ซึ่งเป็นไปตามหลักการ Overlapping ของคลื่นเอลเลียต
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าในเขตขายมากเกิน (Oversold) จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร โดยดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,675 – 1,664 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,686 – 1,690 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,672 – 1,665 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน (จ่ายเงินปันผลอย่างน้อย 3 เปอร์เซ็นต์) ทยอยเข้าซื้อเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI และดัชนีตลาดปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,660 – 1,640 จุด
สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯที่ส่อเค้าบานปลายอาจสร้างความเสี่ยงให้กับตลาดทุนเพิ่มขึ้น
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดช่องว่างขาลง (Filling the gap) ที่ 1,709 – 1,714 จุด ดัชนีตลาดพักตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็ก (Pennant) ซึ่งเป็นสัญญาณลงต่อเนื่อง สอดคล้องกับแท่งเทียนที่เกิดเป็น Falling Three Methods ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้นคอ (Neckline) ที่ 1,664 จุด และมีแนวรับ 50.0% Fibonacci retracement เป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,657 จุด
สัญญาณกลับตัวรูป Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลงไปหาแนวรับที่ 61.8% Fibonacci retracement ที่ 1,641 จุด หรือต่ำกว่า
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเกิดคลื่น v) หรือคลื่น (i),v) ในลักษณะคลื่นหดตัว (Truncation wave) โดยคลื่น iii) และคลื่น v) มียอดสูงใกล้เคียงกัน ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลงแรงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci retracement ที่ 1,641 จุด หรืออาจปรับตัวลงลึกกว่านี้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 1,584 จุด ซึ่งเป็นไปตามหลักการ Overlapping ของคลื่นเอลเลียต
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,675 – 1,664 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,680 – 1,686 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,665 – 1,657 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน (จ่ายเงินปันผลอย่างน้อย 3 เปอร์เซ็นต์) ทยอยเข้าซื้อเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI และดัชนีตลาดปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,660 – 1,640 จุด
สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯที่ส่อเค้าบานปลายอาจสร้างความเสี่ยงให้กับตลาดทุนเพิ่มขึ้น
Por : Technical Analysisระยะพักตัว
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้างและมีทิศทางปรับตัวขึ้นปิดช่องว่างขาลงที่ 1,709 – 1,714 จุด มูลค่าการซื้อขายลดลง หลังดัชนีตลาดเกิดสัญญาณกลับตัวรูป Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI ระยะสั้นดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับ 38.2% Fibonacci retracement ที่ 1,675 จุด โดยมีเส้นคอ (Neckline) ของ Double Top เป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,664 จุด
ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเพื่อปิดช่องว่างขาลง และแกว่งออกด้านข้างเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆ (Pennant) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าดัชนีตลาดยังมีโอกาสที่จะปรับตัวลง
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเกิดคลื่น v) หรือคลื่น (i),v) ในลักษณะคลื่นหดตัว (Truncation wave) โดยคลื่น iii) และคลื่น v) มียอดสูงใกล้เคียงกัน ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลงแรงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci retracement ที่ 1,641 จุด หรืออาจปรับตัวลงลึกกว่านี้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 1,584 จุด ซึ่งเป็นไปตามหลักการ Overlapping ของคลื่นเอลเลียต
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,675 – 1,664 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,700 – 1,705 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,685 – 1,680 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน (จ่ายเงินปันผลอย่างน้อย 3 เปอร์เซ็นต์) ทยอยเข้าซื้อเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI และดัชนีตลาดปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,660 – 1,640 จุด
สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯที่ส่อเค้าบานปลายอาจสร้างความเสี่ยงให้กับตลาดทุนเพิ่มขึ้น
Por: Technical AnalysisSET Index
ดัชนีตลาดหุ้นไทยจากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเกิดสัญญาณกลับตัวรูป Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI หลังราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,729 จุด แต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้
ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวหลังปรับขึ้นเป็นคลื่น (v) แบบหดตัว (Truncation wave) ซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดปรับตัวลงแรง เมื่อนำจุดต่ำที่ 1,584 จุด กับจุดสูงที่ 1,730 จุด มาวิเคราะห์แนวรับด้วย Fibonacci ratio จะได้แนวรับ 38.2%, 50.0% และ 61.8% Fibonacci retracement อยู่ที่ 1,674 จุด, 1,657 จุด และ 1,640 จุด ตามลำดับ
จะกลับเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลงเข้าหาแนวรับทางเทคนิคัลและสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish divergence
Por : Technical AnalysisDollar Index
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนี Dollar Index เคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น (ชี้ว่าค่าเงินดอลลาร์สรอ.มีทิศทางแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง) ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence เตือนว่า Dollar Index กำลังปรับตัวอยู่ในช่วงปลายตลาดขาขึ้น ระยะสั้นหาก Dollar Index ไม่สามารถยืนปิดเหนือแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวได้ ดัชนีจะพักตัวลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 93.291
ทิศทางดัชนี Dollar Index ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 94.542 – 94.880 และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 93.799 – 93.496
สรุป
ดัชนี Dollar Index เกิดภาวะซื้อมากเกินร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ดัชนีกำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาขึ้น จะทำให้ดัชนีระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 93.291 หรือระยะสั้นค่าเงินดอลลาร์สรอ.มีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามปัจจัยทางเทคนิคัล
Por : Technical AnalysisEURUSD
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา EURUSD เคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาลงจนเกิดภาวะขายมากเกินและสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI ซึ่งสะท้อนว่าราคากำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาลง ท่ามกลางข่าวในเชิงลบและค่าเงินดอลลาร์สรอ.ที่แข็งค่าเป็นตัวกดดันราคาให้ปรับตัวลง
ทิศทางราคา EURUSD ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1.17369 – 1.17679 และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1.16627 – 1.15945
สรุป
ราคามีทิศทางปรับตัวลง ภาวะขายมากเกินและสัญญาณ Bullish divergence จะทำให้ราคาระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิค (Technical Rebound) เข้าหาแนวต้านที่ 1.18377 จะใช้แนวต้านนี้เป็นจุดเปิดสถานะขาย (Open Short) เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 1.16955
Por : Technical AnalysisEURUSD
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา EURUSD เกิดแท่งเทียนรูป Harami and Hammer เหนือแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1.17176 ร่วมกับการเกิดสัญญาณขายมากเกินและสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI สะท้อนว่าราคากำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาลง แรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นที่กลับเข้ามา จะหนุนให้ราคามีการปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลและมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1.20000
ทิศทางราคา EURUSD ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1.18234 – 1.18639 และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1.17498 – 1.17166
สรุป
ภาวะขายมากเกินและสัญญาณ Bullish divergence กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นกลับเข้ามา หนุนราคาปรับตัวขึ้นทางเทคนิค (Technical Rebound) เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 1.18639
Por : Technical AnalysisEURUSD
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา EURUSD แกว่งตัวลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1.17419 แท่งเทียนเกิดเป็น Inverted Hammer ในเขตขายมากเกิน สัญญาณ Bullish divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงช่วงปลายตลาดขาลง แรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นที่มีเข้ามาจะทำให้ราคาระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิค (Technical Rebound) โดยมีจุดสูงเก่าที่ 1.19961
ทิศทางราคา EURUSD ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1.18539 – 1.18820 และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1.17636 – 1.17419
สรุป
ภาวะขายมากเกินและสัญญาณ Bullish divergence จะกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไรระยะสั้น หนุนให้ราคามีการปรับตัวขึ้นทางเทคนิค (Technical Rebound) เข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1.19961
Por : Technical AnalysisUSDJPY
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา USDJPY เคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง โดยราคาแกว่งตัวเข้าหาแนวต้านของเส้นคอ (Neckline) ที่ 110.828 ราคาเกิดแท่งเทียนเป็น Hanging Man ร่วมกับเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI บวกกับราคาที่ปรับตัวขึ้นแต่ปริมาณการซื้อขายชะลอตัว ทำให้ราคากำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาขึ้น
ทิศทางราคา USDJPY ระยะสั้นมีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 110.828 – 111.264 และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 110.040 – 109.884
สรุป
สัญญาณ Bearish Divergence เตือนว่าราคากำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาขึ้น จึงควรเปิดสถานะขายเมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 110.828
Por : Technical AnalysisEURUSD
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา EURUSD แกว่งตัวขึ้นแบบแคบๆ หลังราคาดิ่งลงทำราคาต่ำที่ 1.17636 โดยมีจุดต่ำเก่าทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1.17419 ภาวะขายมากเกินและการเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI จะกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไรระยะสั้น ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นทางเทคนิค (Technical Rebound) เข้าหาแนวต้านกึ่งกลางลำตัวของ Long Bearish Candlestick ที่ 1.18820
ทิศทางราคา EURUSD ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1.18505 – 1.18820 และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1.17819 – 1.17419
สรุป
ภาวะขายมากเกินและสัญญาณ Bullish divergence จะทำให้ราคาปรับตัวขึ้นทางเทคนิค (Technical Rebound) เข้าหาแนวต้านที่ 1.18820
Por : Technical AnalysisBitcoin (BTCUSD)
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟราย 4 ชั่วโมง ราคา BTCUSD ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ราคามีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 8,207 ดอลลาร์ และ 7,786 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับ 50.0% และ 61.8% Fibonacci retracement จากการคำนวณระหว่างจุดต่ำที่ 6,425 กับจุดสูงที่ 9,990 สัญญาณ RSI เริ่มปรับตัวเข้าเขตขายมากเกิน แต่ยังไม่เกิดสัญญาณ Bullish divergence
ทิศทางราคา BTCUSD ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 8,486 – 8,625 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 8,207 – 7,786 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 8,207 – 7,786 ดอลลาร์ และสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish divergence บนกราฟราย 4 ชั่วโมง
Por : Technical AnalysisBitcoin (BTCUSD)
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ภาวะซื้อมากเกินกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมา กดราคา BTCUSD อ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้น ระยะสั้นหากราคาไม่สามารถยืนปิดเหนือแนวรับที่ 9,454 ดอลลาร์ ราคาที่เคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางจะเปลี่ยนทิศทางและมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงแรง เนื่องจากราคาเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI
ทิศทางราคา BTCUSD ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 9,990 – 10,112 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,454 – 9,236 ดอลลาร์
สรุป
ราคาเคลื่อนตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง สัญญาณ Bearish Divergence เตือนว่าราคามีความเสี่ยงที่ปรับตัวลงแรงหากราคาไม่สามารถยืนปิดเหนือแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ 9,454 ดอลลาร์
Por : Technical AnalysisBitcoin (BTCUSD)
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา BTCUSD สร้างจุดต่ำยกสูงและมีทิศทางเคลื่อนตัวไปตามช่องแนวโน้มขาขึ้น หลังราคาปรับตัวลงทำราคาต่ำที่ 6,425 ดอลลาร์ ราคาเกิดสัญญาณกลับตัวรูป Double Bottom ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI (ราคากำลังก่อตัวรูปแบบ Inverted Head and Shoulders) ระยะสั้นราคามีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มขาขึ้น และมีจุดสูงเก่าที่ 11,700 ดอลลาร์เป็นแนวต้านถัดไป
ทิศทางราคา BTCUSD ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 10,314 – 10,899 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,236 – 8,818 ดอลลาร์
สรุป
ระยะสั้นราคามีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มขาขึ้นที่ 10,899 ดอลลาร์ สัญญาณ RSI เริ่มปรากฏสัญญาณ Bearish Divergence จึงควรขายทำกำไรระยะสั้นช่วงราคาปรับขึ้น ระยะกลางขึ้นไปราคายังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น






















