USDJPY การวิเคราะห์ประจำวัน 30/9/2020 by TraderTanประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต เข้าร่วมการแสดงวิสัยทัศน์ หรือดีเบต รอบแรกในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยการดีเบตจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเคส เวสเทิร์น รีเสิร์ฟ เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ และมีการถ่ายทอดสดทั่วโลกผ่านทางสถานีโทรทัศน์ CNN
นายคริส วอลเลส ผู้สื่อข่าวจากสถานีฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ได้ขอให้ตัวแทนจากทั้งสองพรรคแสดงความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ประชาชนต้องการให้ธุรกิจของพวกเขากลับมาเปิดทำการอีกครั้ง พร้อมกับอ้างว่า เขาเป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันให้สหรัฐกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง ขณะที่นายไบเดนโต้กลับทันทีว่า "ประชาชนต้องการความปลอดภัยต่างหาก"
จากนั้นผู้ดำเนินรายการถามว่า นายไบเดน และนางคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือไม่ หลังจากที่ปธน.ทรัมป์กล่าวกับสื่อมวลชนตลอดเวลาที่ผ่านมาว่า เขาไม่ฟังคำแนะนำของนักวิทยาศาสตร์
ในขณะที่นายไบเดนกำลังจะตอบคำถามนี้ ปธน.ทรัมป์ก็ได้พูดแทรกขึ้นมาว่า เขาพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ด้านการป้องกันโรค และจะมีวัคซีนออกมาในเร็วๆ นี้ ซึ่งในจังหวะนี้ นายไบเดนได้หันไปมองกล้องโทรทัศน์และพูดว่า "พวกคุณเชื่อที่เขากำลังพูดไหม ทั้งหมดที่เขากำลังพูดคือคำโกหกทั้งสิ้น และทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ขณะนี้กำลังเกิดอะไขึ้น และเขาไม่รู้ว่าอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น มันร้ายแรงมากแค่ไหน"
แนวรับแนวต้านที่สำคัญ
105.691 แนวต้าน
105.244 แนวต้าน
104.914 แนวรับ
ความคิดเห็นในเชิงเทคนิค
RSI กำลังเป็น Divergence
ราคามีการพักราคาแล้วพยายาม ที่ขึ้น หลังจากทะลุแนว105.691 ราคาได้มีการเทขาย บวกกับ Rsi มี Divergence
ที่ชัดเจน นั้นทำให้มีแนวโน้มที่ราคา จะลงไปทดสอบ 105.244
ทางเลือกในการลงทุน
หาจังหวะเข้า ขาย โดยมีเป้าหมายราคาอยู่ที่ แนว 105.244 เป็นเป้าหมายแรก
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
TFEX 15/9/2020จากภาพแผนเทรดตอนนี้มอง Buy signal จาก MACD ใน TF15 เกิดสัญญาน Bullish divergence
จากการไล่คลื่นมองว่าช่วง Swing สุดท้ายเป็นลักษณะของการสวิงแบบ overlap ไปมาบ่งบอกถึงเทรนกำลังอ่อนแรง มีโอกาสเกิดการพักตัวหรือเกิดการเปลี่ยนทิศทาง
สรุปข้อมูล
1. Overlapping of the latest segment
2. Bullish divergence of MACD
ข้อควรระวังในการเทรดครั้งนี้
1. ยังไม่มีสัญญาณของ Completely retracement มายืนยันการจบของแนวโน้มเดิมอย่างชัดเจน
วางเงื่อนไขเอาไว้ตามเส้นประแนวนอน
เป็นบันทึกการเทรดแผนเทรดของแจมเองนะครับกำลังฝึกการนำคลื่นอีเลียตและวางเงื่อนไขการเทรดให้เป็นระบบ มีอะไรอยากติชมแนะนำแลกเปลี่ยนได้ครับแจมยังมือใหม่
harmonic Pattern ButterflyEURNZD ถ้ามองจากภาพใหญ่ใน TF day จะเห็นว่า ราคาวิ่งอยู่ในกรอบ sideway ซึ่งเวลาที่ราคาวิ่งเป็นกรอบ SW มักจะมีฮาร์โมนิคแพทเทิร์นให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นคู่นี้ ที่ราคาอาจจะกำลังเกิดฮาร์โมนิคแพทเทิร์น Butterfly ได้ และจุด D อยู่บริเวณแนวต้านของกรอบด้วย ถ้าลองย่อ tf ลงจะเห็นว่ามี divergence เรียบร้อยแล้ว และค่อนข้างชัดพอสมควร บวกกับมี hidden divergence ให้เห็นใน tf day อีกด้วย ราคาอาจจะมีการปรับตัวลดลงได้
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
จำหน่ายจ่ายแจก
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก ตลาดได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีตลาดปิดที่ 1,320.98 จุด เพิ่มขึ้น 17.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.38 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน ภาวะซื้อมากเกินจะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 16
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการ เนื่องในวัน “Memorial Day”
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับขึ้นปิดในแดนบวก จากแรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หลังดัชนีตลาดพักตัวลงทดสอบแนวรับของเส้น MMA2 ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,330 จุด ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงที่ดัชนีตลาดจะเผชิญแรงขาย สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นแกว่งตัวออกด้านข้างในลักษณะของการจำหน่ายจ่ายแจก (Distribution) ดัชนีตลาดจะยืนยันการปรับตัวลงเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงปิดต่ำกว่า 1,277 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ กรณีที่ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงปิดต่ำกว่า 1,277 จุด จะเป็นการยืนยันว่าดัชนีตลาดจบคลื่น i) ที่ 1,333 จุด และดัชนีตลาดจะพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,194 จุด การปรับตัวลงดัชนีจะต้องปรับตัวลงไม่ต่ำกว่า 969 จุด ซึ่งเป็นคลื่น II,E และเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่น i)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวกลับมาเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงที่จะถูกขาย
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,330 – 1,340 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,310 – 1,300 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
สัญญาณทางเทคนิคัลชี้ว่า ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,277 จุด
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิทคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา BTC แกว่งตัวผันผวนและเคลื่อนตัวออกด้านข้าง ราคาเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น และปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10.074 เหรียญ แท่งเทียนเกิดเป็น Bearish Engulfing และ Hanging Man ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ราคาระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย สัญญาณ DMI แสดงถึงทิศทางขาขึ้นที่อ่อนแรง
ข้อแนะนำ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์มีจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ เป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งจะใช้เป็นจุดขาย
- ที่ผ่านมาราคาบิทคอยน์ทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ ถึงอย่างน้อย 7 ครั้ง
- แนวต้านทางจิตวิทยาระยะสั้นอยู่ที่ 10,000 เหรียญ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์ที่ปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ สัญญาณ RSI เสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งถือเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 10,074 - 10,500 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,451 – 9,216 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 10,074 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,672 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 10,074 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 9,451 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,800 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 9,451 เหรียญ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แรงส่งจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (18/5) ความหวังจากการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ปลุกความเชื่อมั่นนักลงทุนให้หันเข้าซื้อหุ้น หนุนดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 911 จุด ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดปิดที่ 1,286.53 จุด เพิ่มขึ้น 5.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.58 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 11
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้าง โดยมีจุดสูงเก่าที่ 1,303 จุดทำหน้าที่เป็นแนวต้าน ดัชนีเกิดสัญญาณกลับตัวรูป Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,252 จุด สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ทำให้ดัชนีระยะสั้นอยู่ในช่วงพัก หากดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,252 จุด ดัชนีตลาดจะพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,174 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่น II,E ที่ 969 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นเป็นคลื่น i) โดยมีแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement 1,306 จุด เป็นเป้าหมาย และดัชนีตลาดจะพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,174 จุด, 1,135 จุด และ 1,096 จุด ตามลำดับ และดัชนีตลาดต้องปรับลดลงไม่ต่ำกว่า 969 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ และสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 867 – 873 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 850 – 842 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นรายตัว (เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 20 เปอร์เซ็นต์) เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,083 จุด
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิทคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา BTC แกว่งตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ แท่งเทียนเกิดเป็น Spinning Top ราคาเคลื่อนไปตามช่องแนวโน้มขาขึ้น สัญญาณ Bearish Divergence และถาวะซื้อมากเกิน จะทำให้ราคาที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย และราคาจะปรับลดลงเข้าหาแนวรับของช่องแนวโน้มขาขึ้น
ข้อแนะนำ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์มีจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ เป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งจะใช้เป็นจุดขาย
- ที่ผ่านมาราคาบิทคอยน์ทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ ถึงอย่างน้อย 7 ครั้ง
- แนวต้านทางจิตวิทยาระยะสั้นอยู่ที่ 10,000 เหรียญ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์ที่ปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ สัญญาณ RSI เสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งถือเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 10,074 - 10,500 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,451 – 9,216 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 10,074 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,672 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 10,074 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 9,451 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,800 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 9,451 เหรียญ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สัญญาณกลับตัว Double Top
แรงขายที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด กดดัชนีตลาดปรับตัวลงปิดที่ 1,280.76 จุด ลดลง 0.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 10
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันศุกร์ (15/5) ปรับตัวขึ้นแคบๆ ดัชนีหลักปรับตัวขึ้นเล็กน้อยแต่ทั้งสัปดาห์ปรับลดลง จากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐเริ่มกลับมา
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีทิศทางแกว่งตัวลง หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,303 จุด เกิดสัญญาณกลับตัวรูป Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ทำให้ดัชนีระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,252 จุด สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ทำให้ดัชนีระยะสั้นอยู่ในช่วงพัก หากดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,252 จุด ดัชนีตลาดจะพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,174 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มพักจัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) หลังจากดัชนีปรับตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 969 จุด กรณีที่ดัชนีปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ จะมีแนวรับที่เกิดจากนำจุดสูงที่ 1,301 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวรับด้วย Fibonacci Retracement จะได้แนวรับที่ 1,174 จุด, 1,135 จุด และ 1,096 จุด ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นลบ สัญญาณ RSI เกิดเป็น Bearish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงจากปัจจัยทางเทคนิคัลเพิ่มมากขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,290 – 1,300 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,270 – 1,259 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นรายตัว (เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 20 เปอร์เซ็นต์) เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,083 จุด
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิทคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา BTC ดีดตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังราคาปรับตัวลดลงทดสอบแนวรับของช่องแนวโน้มขาขึ้น ราคาบิทคอยน์เคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ สัญญาณ DMI เริ่มกลับมาแสดงถึงการปรับตัวขึ้น และมีแนวต้านทางจิตวิทยาอยู่ที่ 10,000 เหรียญ ราคาที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish Divergence
ข้อแนะนำ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์มีจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ เป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งจะใช้เป็นจุดขาย
- ที่ผ่านมาราคาบิทคอยน์ทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ ถึงอย่างน้อย 7 ครั้ง
- แนวต้านทางจิตวิทยาระยะสั้นอยู่ที่ 10,000 เหรียญ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์ที่ปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ สัญญาณ RSI เสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งถือเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 10,074 - 10,500 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,672 – 9,417 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 10,074 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,672 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 10,074 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 9,417 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,672 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 9,417 เหรียญ
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิทคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา BTC ดีดตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังราคาปรับตัวลดลงทดสอบแนวรับของช่องแนวโน้มขาขึ้น ราคาบิทคอยน์เคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ สัญญาณ DMI เริ่มกลับมาแสดงถึงการปรับตัวขึ้น และมีแนวต้านทางจิตวิทยาอยู่ที่ 10,000 เหรียญ ราคาที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish Divergence
ข้อแนะนำ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์มีจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ เป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งจะใช้เป็นจุดขาย
- ที่ผ่านมาราคาบิทคอยน์ทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ ถึงอย่างน้อย 7 ครั้ง
- แนวต้านทางจิตวิทยาระยะสั้นอยู่ที่ 10,000 เหรียญ
- ระยะสั้นราคาบิทคอยน์ที่ปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 10,074 เหรียญ สัญญาณ RSI เสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งถือเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 10,074 - 10,500 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,485 – 9,182 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 10,074 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,485 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 10,074 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 9,207 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,485 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 9,207 เหรียญ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้านที่ 1,306 จุด
นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มนำตลาด หลังมีสัญญาณผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ขั้นที่สอง ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,299.69 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 12.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.9 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน และสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 7
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (13/5) ปรับตัวลดลง นักลงทุนกังวลถึงการเปิดดำเนินธุรกิจเร็วเกินไป จะส่งผลให้เชื้อโควิด-19 กลับมาระบาดรอบสอง แรงขายที่มีออกมาฉุดดาวโจนส์ปรับตัวลง 457 จุด และ Nasdaq ปรับลดลง 189 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องว่างที่ 1,287 – 1,297 จุด โดยมีแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 1,306 จุดเป็นแนวต้านร่วม สัญญาณกลับตัวรูป Isolated Island จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขาย สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ภาวะซื้อมากเกินจะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นจะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดปรับตัวลดลง
เมื่อนำจุดสูงที่ 1,301 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวรับด้วย Fibonacci Retracement จะได้แนวรับที่ 1,174 จุด, 1,135 จุด และ 1,096 จุด ตามลำดับ
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดอ่อนตัวลงหลังดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 1,300 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 969 จุด ดัชนีจะจบคลื่น II ที่ 969 จุด ดัชนีตลาดจะต้องไม่ปรับตัวลงต่ำกว่า 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ในเขตซื้อมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI มีสัญญาณของ Bearish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงจากปัจจัยทางเทคนิคัลเพิ่มมากขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,306 – 1,317 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,287 – 1,277 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นรายตัว (เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 20 เปอร์เซ็นต์) เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,083 จุด
xauusdไปทีละ step คับ ไม่ยากๆๆ พอได้ ขา x แล้ว แท่งเทียน indi มา step ต่อไป ถ้า ราคา ขึ้น ทะลุ เทรนไล ไปได้ ก้อจะไป โซนกลาง แล้วสังเกตุ indi จะทำ divergence แต่ถ้า เกิด การ เคลียร์ divergence ก้อ ไป โซนบน เลยครับ ปิด job ฝั่ง buy
แต่ที่ วิเคราะห์ มา จะ ผิดหมด ถ้า ราคา หลุด โซน X สีน้ำเงินลงมา นะครับ แปลว่า ปรับ 4 จบ ลง 5 ไปเลย กลับมา เทรดฝั่ง sell
เป้าหมาย 1400 ครับ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปรับฐาน
แรงเทขายที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องในหุ้นกลุ่มตลาด ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยดิ่งลงทำจุดต่ำที่ 1,337 จุด และปิดที่ 1,340.52 จุด ปรับลดลง 54.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.6 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบในเขตขายมากเกิน แรงซื้อที่กลับเข้ามาเก็งกำไรจะหนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อปรับฐาน เนื่องจากดัชนีตลาดยังมีทิศทางเคลื่อนตัวลง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 7
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลดลง ดาวโจนส์ลดลง 357 จุด นักลงทุนผวาเชื้อ Covid-19 อาจแพร่ระบาดในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงแบบมีช่องว่างเป็นครั้งที่ 3 แสดงถึงภาวะขายมากเกิน แท่งเทียนเกิดเป็นสตาร์ตามหลังแท่งเทียนรูป Thrusting pattern ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล สอดคล้องกับหลักการของ Granville ที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวเข้าหาแนว MMA2 แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อพักตัว เนื่องจากการเกิดสัญญาณ Convergence ของ RSI และ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีโอกาสปรับตัวลง
นักลงทุนควรกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,850 จุด ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II ตามหลักการคลื่น II มีโอกาสพักตัวลง 0.618 เท่าของความยาวของคลื่น I แต่ต้องไม่ต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่น I
หมายเหตุ
ได้ตัดการนับคลื่นช่วงวันที่ 30 เมษายน 2518 ที่ดัชนีตลาดปรับตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 76.43 จุด ถึงวันที่ 4 กันยายน 2541 ที่ดัชนีตลาดปรับตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 204 จุด ในช่วงเวลานี้ดัชนีตลาดได้ปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงที่ 1,789 จุด เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2537 เหตุที่ต้องตัดช่วงนี้ออก เนื่องจากการนับคลื่นเอลเลียต นับคลื่น III จบที่ 1,850 จุด คลื่น IV จะซ้อนทับกับคลื่น I ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการ Overlapping และช่วงที่ดัชนีตลาดทำจุดต่ำที่ 204 จุด ราคาหุ้นธนาคารขนาดใหญ่หลายตัวปรับตัวลงทำจุดใหม่ต่ำกว่าช่วงที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการซื้อ หุ้นกลุ่มธนาคารจึงไม่สามารถนำมานับคลื่นได้ จึงต้องตัดดัชนีตลาดออก
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบในเขตขายมากเกิน จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่การเกิดสัญญาณ Convergence ของ RSI และ MACD Histogram ทำให้ดัชนีตลาดยังมีโอกาสที่จะปรับตัวลงต่อหรือปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,357 – 1,369 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,324 – 1,308 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน
ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงตามแรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มธนาคาร แรงซื้อที่มีเข้ามาในช่วงท้ายตลาด หนุนดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,495.09 จุด เพิ่มขึ้น 3.85 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.6 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ สัญญาณ Bullish Divergence จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้ามา แต่ดัชนีตลาดยังอยู่ในช่วงปรับฐาน ต่างชาติยังเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันศุกร์ (21/2) ปรับตัวลดลงจากแรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บวกกับความกังวลการแพร่ระบาดของ Covid-19 จะกระทบเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดทรุดตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 1,476 จุด แรงซื้อที่มีเข้ามาในช่วงท้ายตลาด หนุนดัชนีตลาดปิดสูง แท่งเทียนเกิดเป็น In-neck pattern ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bullish Divergence สัญญาณปลายตลาดขาลงจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล โดยมีช่องว่างขาลงที่ 1,521 – 1,528 จุดเป็นแนวต้าน และมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง เป็นแนวต้านร่วม
ระยะสั้นดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อปรับฐาน เนื่องจากดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาลง
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางการจบคลื่น III ที่ 1,848 จุด จากนั้นดัชนีตลาดแกว่งตัวลงไปตามช่องแนวโน้มขาลงระยะยาวเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) แบบ A-B-C-D-E โดยดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของแนวโน้มขาลงที่ 1,455 จุด ซึ่งจะเป็นเป้าหมายของคลื่น IV, E
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,500 – 1,504 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,490 – 1,484 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์
ทอง super bullish เป้า 3700$ ในเวลา 8-10 ปีข้างหน้า? เห็นทองมันขึ้นแรงจั๊ง ก็เลยสงสัยว่า มันจะมีโอกาสย่อมาให้ซื้อหรือป่าวนะ เพราะตกรถไปแล้ว 555 ก็เลยลองซูมออกมาดูเรื่อยๆ ว่า ภาพใหญ่ๆ เป็นยังไง
พอกดดูกราฟ Monthly เท่านั้นแหละ ได้แต่ร้อง "อือหืออ" เพราะอะไรก็ตาม เวลาที่มันทรง bullish แล้ว มันก็จะ keep bullish อยู่อย่างนั้น จนกว่ามันจะเสียทรงขาขึ้น
อย่างเคสทอง จะเห็นได้ว่า ถ้าเราใช้ Action Zone strategy ที่ผมเอามาทำ backtest ดู มันบอกให้เข้าซื้อทอง ตอน 1 Mar 2002 เป็นครั้งแรก
และหลังจากนั้นทองก็ bullish วิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีเส้น EMA 18 monthly ( เส้นเหลือง ) ทำหน้าที่เป็นแนวรับไปตลอดทาง
จะเห็นได้ว่า ระหว่างการขึ้น เราก็จะเห็น RSI bearish divergence เกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่... แต่.. มันก็ขึ้นต่อไปอีกเรื่อยๆ เหมือนกัน
ก็สอดคล้องกับที่ลุงโฉลกเคยสอนไว้ว่า bearish divergence ถ้าเกิด ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องลง แต่ให้ระวังเวลาที่จะเข้าซื้อเพิ่ม ระหว่างทาง
...
ตลอดการขึ้น มีช่วงที่มันลงหนัก ก็คือช่วง Mar 08 ที่ไป top ที่ 1037$ และพอเกิดวิกฤต sub prime ราคาก็ลงมาจนเหลือแค่ 682$... สำหรับคนที่ใช้ leverage ก็โดนล้างพอร์ตไปโดยปริยาย 555
หลังจากนั้นมันก็ขึ้นต่อไปของมันเรื่อยๆ จนไป peak ที่ 1920 ในปี 2011 และหลังจากนั้นก็ sideway down เรื่อยมา ตลอด 8 ปี จนเพิ่งจะมีสัญญาณขึ้นแล้วไปต่อได้จริง ก็ 1 Mar 2019 นี่แหละ
ก็จะพอสรุปได้ว่า..
1) เวลามัน bullish มันก็ขึ้นไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2002 จนถึง 2011 เป็นเวลา 9 ปี
2) ต่อด้วยการ sideway down อีก 8 ปี ตั้งแต่ 2011 ถึง 2019
3) หลังจากปี 2019 ก็เป็น bullish มาตลอด และตอนนี้กำลังจะ retest high เดิมของปี 2019 และอาจจะเตรียมทะยานต่อไปได้อีก 8 ปี?
4) ถ้าวัด fibo จะเห็นเป้าใหญ่ๆ อีก 8-10 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 3700$? ( เพิ่มจากตอนนี้อีกประมาณ 140% )
ลองคิดง่ายๆ 10 ปี ถ้ามันขึ้นจริง ลงทุนไป 1 ล้านบาท แบบทยอยซื้อไปเรื่อยๆ ก็น่าจะได้กำไรเฉลี่ยประมาณ 80-100% ใน 10 ปี ก็จะกลายเป็น 2 ล้านบาท .. สำหรับชาวคริปโตก็คงจะส่ายหัว 555
แต่สำหรับคนที่มี wealth เยอะ และต้องการ diversify เพื่อทำ store of wealth ผมว่า ทองก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีนะ ( ทองแท่งนะ อย่าไป speculate ใน forex หรือ future )
แต่สำหรับคนที่ wealth ก็ไม่ค่อยจะมีให้ store อย่างผม... ทองก็อาจจะเป็นตัวเลือกอันดับท้ายๆ ก็ได้ 555
ก็ลองมาเสนอมุมมองดูครับ
revised SET (down trend)กำหนดให้ w.II ฟ้าจบ ณ 11/7/62 จะนับกรณีที่ชัดเจนได้ 2 กรณี
1) ก่อนหน้า w.iv แดงมาจบ ณ 31/10/62 สูงกว่าที่อัปเดตไว้ก่อนหน้าล่าสุด และตอนนี้กำลังทำ w.v แดง เพื่อจบ w.c ส้ม ของ w.v เหลือง ของ w.a เขียว เป้าหมายต่ำกว่า 1579
2) กำลังทำ w.ii ส้ม ด้วยชุด non-standard ซึ่งน่าจะเป็น double combination Flat+x+ZZ เป้าหมาย ZZ = 100% ของ Flat วัดแบบ external ประมาณสูงกว่า 1579 เล็กน้อย
ทั้งสองกรณีเป็นการเข้า ณ ปลายคลื่น โดยสังเกตุจาก MACD divergence ที่พร้อมเกิดการกลับตัวใหญ่ได้
ส่วน divergence จาก VSH_RSICD สามารถจับได้ไว โดยสามารถดูได้จาก TF 5 min ช่วยในการตัดสินใจได้
GBPUSD [long-term]ปอนด์มีการปรับตัวขึ้นเมื่อวานนี้หลังจากที่ การเจรจา Brexit มีทิศทางที่ดีขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นมานั้นยังคงอยู่ในกรอบ Descending Channel ซึ่งบ่งบอกว่าราคายังคงปรับตัวอยู่ในแนวโน้มขาลง
หากมองในภาพรวมระยะยาวจะเห็นว่าราคาได้เริ่มมีการปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมาซึ่งเป็นการรีบาวน์บริเวณโซนแนวรับระยะยาว ที่ 1.20 - 1.19
โดยมีสัญญาณ Bullish Divergence เกิดนำมาก่อน จาก MACD และ RSI ซึ่งบ่งบอกถึงความอ่อนแรงของโมเมนตัมฝั่งแรงขาย
ดังนั้นจากการเกิด Divergence และราคามีการรีบาวน์จากโซนแนวรับระยะยาวซึ่งเป็นโซนแนวรับที่มีการกลับตัวเปลี่ยนแนวโน้มในช่วงเดือน มกราคม 2017
ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นมาในช่วงนี้ค่อนข้างมีนัยสำคัญและมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแนวโน้มได้ในระยะยาว
หากลองดูในมุมของ Fibonacci สัดส่วนการปรับตัวลงมาในแนวโน้มขาลงจากจุด BC เทียบ AB นั้นมีสัดส่วนที่ 100 Fib retracement ซึ่งเป็นสัดส่วนการปรับตัวแบบ Flat
ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแนวโน้ม การปรับตัวขึ้นไปในช่วงแรกจะยังไปได้ไม่ไกลนัก โดยสัดส่วนที่คาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้นั้นอยู่ที่ 61.8 Fib หรือ 1.34529 โดยประมาณ
เงื่อนไขการเปลี่ยนแนวโน้ม : ราคาจะต้องเบรคกรอบ Descending Channel ขึ้นไปให้ได้เพื่อคอร์นเฟิร์มการกลับตัว โดนแนวต้านของเชเนลอยู่ที่ 1.275 - 1.277 โดยประมาณ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
รอดูสัญญาณ Bullish Divergence
ข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว การไถ่ถอนทรัมป์ออกจากประธานาธิบดีสหรัฐ ตอกย้ำให้บรรยากาศการลงทุนซบเซา ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ฉุดดัชนีตลาดปรับตัวลงปิดที่ 1,624.09 จุด ลดลง 13.13 จุด มูลค่าการซื้อขายลดลงเหลือ 4 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,608 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดิ่งลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) แต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ สัญญาณทางเทคนิคัลที่เป็นลบทำให้ดัชนีตลาดกำลังปรับตัวลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement เป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,624 จุด และมีจุดต่ำเก่าเป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,608 จุด
ตามหลักการของ Granville เมื่อดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น MMA2 ดัชนีตลาดมีโอกาสที่จะพักตัวลง และจะยืนยันการปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดยืนปิดเหนือ 1,657 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่ 1,620 จุด เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,657 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง (ดังนั้น ดัชนีตลาดจากนี้ไปไม่ปรับตัวลงปิดต่ำกว่า 1,620 จุด) ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii)
จากความยาวของคลื่น i) และคลื่น ii) ในขณะนี้ จะมีเป้าหมาย 161.8% Fibonacci Projection ของคลื่น iii) อยู่ที่ 1,764 จุด+/-
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ สัญญาณ Modified Stochastic จะเกิดสัญญาณซื้อที่ดีควรเป็นรูป W-shape
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,630 – 1,635 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,618 – 1,612 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และรอซื้อเพิ่มเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
XAU/USD ทองกับ Dollar ความสัมพันธ์ที่่ต้องจับตาตอนนี้
วันนี้ทองได้ปรับตัวลงมา
ภาพที่คนส่วนใหญ่มองตอนนี้คือ เรากำลังลงไปบริเวณ 1465-1450 ดังภาพนี้
ทีนี้ลองมาดู Dollar index
ถ้าหากเปิดดูใน platform MT4 จะเห็นว่า DXY ทำ new high (แต่ใน tradingview ไม่มี) และมี bearish divergence
แล้วโครงสร้างของมันเหมือนกับ correction มากกว่า impulse
คิดว่า DXY อาจปรับตัวลง
ทางด้าน EUR/USD ที่เป็น mirror image ของ DXY
ในกรอบ4เหลี่ยมเหมือนเป็นเวฟ 2 ลักษณะ expanded flat ของเวฟ C
ถ้า low 1.09280 ไม่ถูก take เป็นไปได้มากว่า EUR/USD จะปรับตัวขึ้นไปที่ 1.12 level
ในกรณีที่ Dollar index ปรับตัวลดลง ทองจะลดราคาลงจริงหรือ?
หากมองใหม่ในรูปแบบนี้
เวฟ 4 ไม่ใช่ 3 เหลี่ยม แต่เป็น Expanded flat
ถ้ามองกรณีนี้ ร่วมกับ DXY ปรับตัวลดลง อาจทำให้ทองพุ่งไปถึง 1584-1590 ก่อนที่จะลงหนักๆมา 1450 ได้
กรณีที่จะเกิดแบบนี้ได้ ต้องมาดู TF ย่อย
ตอนนี้ใน 4 เหลี่ยมแรก เรามีเวฟ a-b หรือ 1-2 (กรณีขาลงไป14xx ทันที)
4เหลี่ยมถัดมา เรามี 1-2 ย่อยของ c หรือ 3 ซึ่งตอนนี้ยังไม่ครบ 5 wave ดี
ถ้าหากว่าราคาทำ higher low เราอาจเห็น expanded flat ก็เป็นได้
กรณีนี้ อยากเห็น higher low และ bullish divergence
แต่หากไม่เป็นแบบนี้ก็คงกลับมารูปแบบเดิมคือ






















