ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
BTCUSDT Scalping TF15min : Wait for breakout(bias to sell order)TF หลัก 15min ยังคงเป็น sideway ไม่ไปไหน แต่มี weak bearish divergence bias แกว่งตัวลง แต่ยังคงไม่หลุดกรอบ sideway
ขยายดู TF ภาพใหญ่ขึ้น ที่ 1H ก็ยังคงเป็น sideway พักตัวของขาขึ้นเพราะ EMA ยังเรียง 200>50>100 และไม่มี divergence บอกนัยการเปลี่ยนทิศที่ชัดเจน
(bias) ราคาวิ่งลงเบรคเส้นสีแดง
EP : เมื่อเบรคเส้นแดง 58,788
SL : resistant ก่อนหน้า เส้นสีดำ 58,868
TP : เส้นสีเขียว
ถ้าวิ่งขึ้นเบรคสีฟ้า
EP : แพลน scalp ตอน breakout resistant เส้นฟ้า(เผื่อ false break ที่ 161.8% ไว้แล้ว)
SL : ตามตำแหน่งเส้นสีดำ 59,053 USD
TP : ปล่อยรันเทรนด์ตาม หรือ นั่งดูไปจนกว่าจะเกิด CCI กลับทิศ (^) หรือ อาจใช้การชนขอบ BB + RSI กลับทิศ (^)
ทองคำ - 2000+ ยังมาได้
กราฟตอนนี้ผมใช้ Regular scale ซึ่งจะแตกต่างกับบทวิเคราะห์ก่อนๆ ที่ใช้ Log scale ครับ
พอเปลี่ยนมาใช้ Regular scale เลยเห็นว่า low 1760 รอบก่อน ราคายังไม่แตะแนวรับ
แต่วันนี้ราคาลงมาแตะแนวรับแล้ว
กราฟระดับวันคงเป็นแบบนี้
เมื่อวัดความสัมพันธ์ของ ขา Y และ W จะพบว่า แนว 1760 นี้. เวฟ Y ยาวเป็น 0.618 ความยาวเวฟ W
มาดูใน TF ย่อยลงไป
ผมเห็น pattern 3 เหลี่ยม
จากทฤษฎี 3 เหลี่ยม เกิดนำหน้าเวฟชุดสุดท้ายเสมอ ก่อนจะ ย่อ/กลับตัว ผมก้เฝ้ามองว่า มันจะจบยังไง
เมื่อวัดความยาว W และ Y โดยใช้วิธีเดียวกัน จะเห็นว่า ที่ราคา 1765-7 เวฟ Y ยาวเป็น 0.382 ความยาวเวฟ W
จุดสังเกต ว่าน่าจะกลับตัว
ทางด้านกราฟ
1.แนว 1760 เป็นแนว 50% fibo วัดจากจุดสิ้นสุดเวฟ 2 ไปหายอดของเวฟ 3 wave 4 จะจบแถว .382 .50 หรือ .618
2.RSI ที่เป็น momentum indicator เริ่มจะมี bullish divergence แต่ยังไม่สวยนัก ยังไม่จบวัน (ไม่ถึงแนวฟิโบ ไม่ต้องไปดู divergence ครับ อันนี้สำคัญ)
หากกลับตัวจริงๆ เป้าต่อไปยังมองที่ 2150-2200 ตามเดิมครับ
USDCAD การวิเคราะห์ประจำวัน 28/01/2021 by TraderTanดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) ทำสถิติดิ่งลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ประกาศมาตรการใหม่ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้เฟดมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นโบอิ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,303.17 จุด ร่วงลง 633.87 จุด หรือ -2.05%
-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) โดยระบุว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในขณะนี้ โดยเฟดเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานให้ขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพ และบรรลุเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา
-- บิตคอยน์ทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 30,000 ดอลลาร์ในคืนที่ผ่านมา หลังจากที่เคยพุ่งแตะ 42,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 8 ม.ค.
ล่าสุด ณ เวลา 22.24 น.ตามเวลาไทย บิตคอยน์ร่วงลง 2,549.64 ดอลลาร์ หรือ 7.88% สู่ระดับ 29,768.75 ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์มของ Coinbase
-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ อียูมีกำหนดเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนม.ค.และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. ด้านสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2563 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค. รวมถึงดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนธ.ค.จาก Conference Board
ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้มีกำหนดเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. และยอดค้าปลีกเดือนธ.ค., ญี่ปุ่นจะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนธ.ค. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค., เยอรมนีมีกำหนดเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนม.ค. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2563 และสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
แนวรับแนวต้านที่สำคัญ
1.28349 แนวต้าน
1.28000 แนวรับ
1.27809 แนวรับ
ความคิดเห็นในเชิงเทคนิค
RSI เป็นกำลังเป็นรูปแบบ สามเหลียม และเกิดรูปแบบกลับตัว Divergence
ราคาขึ้นมาทดสอบแนว 1.28369 ซึ่งเป็นแนวที่ใหญ่และมีนัยยะสำคัญ และราคาได้ทำรูปแบบ Divergence
และสามเหลียม และเริ่มมีสัญญาณกลับเกิดขึ้น นั้นทำให้ราคานั้นมีแนวโน้มที่จะลงไปพักราคาที่แนว 1.28000 เส้นเทรนไลน์ และเป็นแนนวโซน Fibo 0.23
ทางเลือกในการลงทุน
ให้หาจังหวะในการเข้า ขาย โดนกำหนดเป้าหมายราคาอยู่ที่แนว 1.28000 และตั้งตัดขาดทุนอยู่ที่แนว 1.28369
RR ประมาณ 1 : 2
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระวังเปิดสูงปิดต่ำ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวแคบๆจากแรงซื้อแรงขายที่มีออกมา แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด กดดัชนีตลาดปิดที่ 1,539.85 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9 หมื่นล้านบาท สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มนำขายสุทธิ ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence เตือนให้ระวังถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้น ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง ระยะยาวดัชนีเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (12/1) ตลาดปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ตลาดหวังว่าวัคซีนโควิดจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัว ท่ามกลางปัญหาการเมืองภายในประเทศ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,550 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Spinning Top และ Star ในเขตซื้อมากเกิน และสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น ระยะสั้นจึงควรระวังดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ เพราะจะเป็นสัญญาณถึงการปรับตัวลง ระยะยาวดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น สอดคล้องกับการเรียงตัวของเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้น (Bull Market) และจะทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,456 – 1,413 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดแกว่งตัวผันผวนหลังปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,550 จุด ดัชนีตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse eave) คลื่น 1 และกำลังพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2 ที่มีแนวรับเป้าหมายอยู่ที่ 1,388 จุด, 1,350 จุด และ 1,311 จุดตามลำดับ กรณีที่ดัชนีตลาดจบคลื่น 2 ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น 3 ซึ่งมีเป้าหมาย 100% Fibonacci Projection อยู่ที่ 1,673 จุด
(แนวรับที่ได้เกิดจากนำจุดต่ำที่ 1,187 จุด กับจุดสูงที่ 1,512 จุด มาวิเคราะห์ด้วยหลักการ Fibonacci Retracement
หมายเหตุ 61.8% FR = 1,388 จุด, 100% FR = 1,350 จุด และ 161.8% FR = 1,311 จุด)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน ภาวะซื้อมากเกินจะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัว โดยระยะยาวดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,550 – 1,560 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,528 – 1,514 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 60 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
จับตาผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบๆ การซื้อขายหุ้นเป็นไปแบบไร้ทิศทาง ดัชนีตลาดปิดที่ 1,536.49 จุด ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9.38 หมื่นล้านบาท นักลงทุนรายบุคคลเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก แต่ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (11/1) ตลาดปรับตัวลดลงหลังอัตราผลตอบพันธบัตรสหรัฐฯปรับขึ้น แนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลออกจากตลาดทุนและตลาดทองคำ ด้วยความหวังว่าวัคซีนโควิดจะหนุนให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตา
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,550 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Spinning Top ในเขตซื้อมากเกิน และสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น ระยะสั้นจึงควรระวังดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ เพราะจะเป็นสัญญาณถึงการปรับตัวลง ระยะยาวดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น สอดคล้องกับการเรียงตัวของเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้น (Bull Market) และจะทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,481 – 1,408 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดแกว่งตัวผันผวนหลังปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,550 จุด ดัชนีตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse eave) คลื่น 1 และกำลังพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2 ที่มีแนวรับเป้าหมายอยู่ที่ 1,388 จุด, 1,350 จุด และ 1,311 จุดตามลำดับ กรณีที่ดัชนีตลาดจบคลื่น 2 ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น 3 ซึ่งมีเป้าหมาย 100% Fibonacci Projection อยู่ที่ 1,673 จุด
(แนวรับที่ได้เกิดจากนำจุดต่ำที่ 1,187 จุด กับจุดสูงที่ 1,512 จุด มาวิเคราะห์ด้วยหลักการ Fibonacci Retracement
หมายเหตุ 61.8% FR = 1,388 จุด, 100% FR = 1,350 จุด และ 161.8% FR = 1,311 จุด)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน ภาวะซื้อมากเกินจะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัว โดยระยะยาวดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,548 – 1,560 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,521 – 1,512 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 60 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
DXY vs Bitcoin : ระวัง! รอบนี้ตลาดอาจจะซึมยาวเหมือนปี 2018รอบ Sep 2020
- DXY ลงหนักมากมาหลายวัน และเกิด Bullish Divergence ( ราคาลง แต่ RSI ยก )
- สังเกตุเส้นเขียว จะเห็นว่า จุดที่ BTC peak คือจุดที่ DXY ต่ำสุด
- เมื่อ DXY เริ่มบิน Bitcoin จะร่วงนำไปก่อนแล้ว
- หลังจากนั้น พอ DXY ขึ้นไปวิ่งเหนือ EMA 18 ทำให้ Bitcoin เราซึมกระทืออยู่ไปตลอดเดือน Sep ก่อนจะไปบินตอนเดือน Oct
รอบ Jan 2021
- DXY ลงหนักต่อเนื่อง แต่ก็เกิด bullish divergence กันมาตลอดทาง ( ราคาลง แต่ RSI ยก )
- ตอนที่ BTC เริ่มวิ่งแรงก็คือจุดที่ DXY ลงแรง ( delay 1 วัน )
- พอ DXY ดีดแรง โดยเฉพาะวันนี้ ที่วิ่งมาเหนือ EMA 18 แล้ว ทำให้ Bitcoin ร่วงหนัก อย่างที่เห็น
อนาคต?
- ถ้า DXY ดีดขึ้นต่อ และขึ้นไปทำ sideway ยึกยักๆ หรือเป็นขาขึ้นแรง จะทำให้ BTC ร่วงลงต่อหนัก และอาจจะลงไปยาวเหมือนปี 2018
- ตอนนี้ DXY ลงมาถึงระดับเดียวกับ ปี 2018 คือ เป็นจุดต่ำที่สุดในรอบ สามปี ดังนั้น โอกาสที่มันจะ rebound และกลับขึ้นไปตลอดปี 2021 ก็มีความเป็นไปได้สูง
- ต้องระวัง อาจจะทำให้เกิดแรงเทขายกดดันหุ้นที่เมกา โดยเฉพาะตัวที่ขึ้นมาแรงๆ อย่าง TESLA
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทรัมป์บั่นทอนสหรัฐฯ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก ตามแรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มพลังงาน ดัชนีตลาดปิดที่ 1,513.78 จุด เพิ่มขึ้น 21.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.21 แสนล้านบาท นักลงทุนรายบุคคลเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวก แต่สัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพฤหัสบดี (7/1) ตลาดปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก ขานรับข่าวสภาคองเกรสประกาศชัยชนะของไบเดน และพรรคเดโมแครตสามารถกำชัยชนะทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทำให้สามารถออกกฎหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตลาดยังมีความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของม็อบที่สนับสนุนทรัมป์
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆ เหนือแนวต้านทางเทคนิคัลที่ 1,487 จุด ซึ่งจากนี้ไปจะทำหน้าที่เป็นแนวรับ แท่งเทียนเกิดเป็นสตาร์ในเขตซื้อมากเกิน ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,467 จุด โดยระยะยาวดัชนีตลาดเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดแกว่งตัวผันผวนหลังปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,514 จุด ดัชนีตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse eave) คลื่น 1 และกำลังพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2 ที่มีแนวรับเป้าหมายอยู่ที่ 1,388 จุด, 1,350 จุด และ 1,311 จุดตามลำดับ กรณีที่ดัชนีตลาดจบคลื่น 2 ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น 3 ซึ่งมีเป้าหมาย 100% Fibonacci Projection อยู่ที่ 1,673 จุด
(แนวรับที่ได้เกิดจากนำจุดต่ำที่ 1,187 จุด กับจุดสูงที่ 1,512 จุด มาวิเคราะห์ด้วยหลักการ Fibonacci Retracement
หมายเหตุ 61.8% FR = 1,388 จุด, 100% FR = 1,350 จุด และ 161.8% FR = 1,311 จุด)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นกลับมาเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางแกว่งตัวขึ้น ท่ามกลางสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,524 – 1,538 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,503 – 1,492 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องดัชนีตลาดในรอบที่ผ่านมาปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,425 จุด แนวรับที่ให้ไว้ 1,428 – 1,400 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
Bearish Divergence
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,514 จุด แรงเทขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาดเพื่อลดความเสี่ยง ฉุดดัชนีตลาดปรับตัวลงปิดที่ 1,492.36 จุด ลดลง 14.29 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.42 แสนล้านบาท ต่างชาติเป็นกลุ่มนำขายสุทธิ แต่ค่าเงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่า สัญญาณทางเทคนิคัลเตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงในระยะสั้น ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,467 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพุธ (6/1) ตลาดปิดมีทั้งบวกและลบ ดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่แนสแดคปรับตัวลดลง นักลงทุนมองว่าชัยชนะในการเลือกตั้งส.ว.ของพรรคเดโมแครตในรัฐจอร์เจีย จะทำให้ไบเดนสามารถผลักดันกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,513 จุด และขึ้นมาทำจุดสูงที่ 1,514 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Harami ขาขึ้น ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,467 จุด โดยระยะยาวดัชนีตลาดเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ สัปดาห์ ดัชนีตลาดแกว่งตัวผันผวนหลังปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,514 จุด ดัชนีตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse eave) คลื่น 1 และกำลังพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2 ที่มีแนวรับเป้าหมายอยู่ที่ 1,388 จุด, 1,350 จุด และ 1,311 จุดตามลำดับ กรณีที่ดัชนีตลาดจบคลื่น 2 ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น 3 ซึ่งมีเป้าหมาย 100% Fibonacci Projection อยู่ที่ 1,673 จุด
(แนวรับที่ได้เกิดจากนำจุดต่ำที่ 1,187 จุด กับจุดสูงที่ 1,512 จุด มาวิเคราะห์ด้วยหลักการ Fibonacci Retracement
หมายเหตุ 61.8% FR = 1,388 จุด, 100% FR = 1,350 จุด และ 161.8% FR = 1,311 จุด)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,467 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,503 – 1,517 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,478 – 1,467 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องดัชนีตลาดในรอบที่ผ่านมาปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,425 จุด แนวรับที่ให้ไว้ 1,428 – 1,400 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นเสี่ยง
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,506.65 จุด เพิ่มขึ้น 38.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.15 แสนล้านบาท สถาบันภายในประเทศและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์เป็นกลุ่มที่ซื้อสุทธิ สัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงในช่วงปลายตลาดขาขึ้นในระยะสั้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (5/1) ตลาดปิดในแดนบวก นักลงทุนหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวด้วยวัคซีนโควิด-19 ความวุ่นวายทางการเมืองในสหรัฐฯอาจเป็นปัจจัยบั่นทอนการลงทุนในระยะสั้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แท่งเทียนเกิดเป็น Bullish Candlestick ที่มีกึ่งกลางลำตัวทำหน้าที่เป็นแนวรับ สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,513 จุด โดยดัชนีตลาดเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น สัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้นในระยะสั้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดแกว่งตัวผันผวนหลังปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,513 จุด ดัชนีตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse eave) คลื่น 1 และกำลังพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2 ที่มีแนวรับเป้าหมายอยู่ที่ 1,388 จุด, 1,350 จุด และ 1,311 จุดตามลำดับ กรณีที่ดัชนีตลาดจบคลื่น 2 ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น 3 ซึ่งมีเป้าหมาย 100% Fibonacci Projection อยู่ที่ 1,673 จุด
(แนวรับที่ได้เกิดจากนำจุดต่ำที่ 1,187 จุด กับจุดสูงที่ 1,512 จุด มาวิเคราะห์ด้วยหลักการ Fibonacci Retracement
หมายเหตุ 61.8% FR = 1,388 จุด, 100% FR = 1,350 จุด และ 161.8% FR = 1,311 จุด)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวก ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,513 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,527 – 1,548 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,487 – 1,468 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
เพิ่มการลงทุนอีก 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,428 – 1,400 จุด (รอบนี้ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,425 จุด) ดังนั้น พอร์ตการลงทุนไว้ที่ 60 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปัจจัยเสี่ยงภายนอก
ข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศ อาจส่งผลกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ดัชนีตลาดปิดส่งท้ายสัปดาห์ที่ 1,482.38 จุด ลดลง 1.51 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.17 แสนล้านบาท ต่างชาติและสถาบันในประเทศเป็นฝ่ายขายสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลที่กลับมาเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันศุกร์ (18/12) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย แรงขายทำกำไรระยะสั้นทำให้ดัชนีที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงตลอดกาลมีโอกาสพักตัว ตลาดได้ซึมซับข่าววัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้พอสมควร
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเข้าหาแนวต้านทางเทคนิคัลที่ 1,487 จุด ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แท่งเทียนเกิดเป็นสตาร์ ในเขตซื้อมากเกิน สัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 จุด โดยมีเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับร่วมอยู่ที่ 1,403 จุด ดัชนีตลาดระยะกลางเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,487 จุด และ 1,673 จุด ตามลำดับ
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ สัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนถึงความเสี่ยงที่ดัชนีตลาดจะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 – 1,400 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,490 – 1,503 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,471 – 1,460 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,410 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แรงซื้อ VS แรงขาย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านทางเทคนิคัลที่ 1,487 จุด แรงขายที่มีออกมากดดัชนีตลาดอ่อนตัวลงปิดที่ 1,483.89 จุด เพิ่มขึ้น 1.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.12 แสนล้านบาท ต่างชาติกลับมาขายสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลเตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงระยะสั้น ระยะยาวดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาลง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพฤหัสหัสบดี (17/12) ดัชนีดาวโจนส์ เอสแอนด์พี 500 และแนสแดคปรับตัวขึ้นทำจุดปิดตลอดกาล ดัชนีตลาดได้รับแรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณจะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินและอัดฉีดเม็ดเงินผ่านการเข้าซื้อพันธบัตร ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเข้าหาแนวต้านทางเทคนิคัลที่ 1,487 จุด ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แท่งเทียนเกิดเป็น Shooting Star ในเขตซื้อมากเกิน สัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 จุด โดยมีเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับร่วมอยู่ที่ 1,398 จุด ดัชนีตลาดระยะกลางเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,487 จุด และ 1,673 จุด ตามลำดับ
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบ และสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนถึงความเสี่ยงที่ดัชนีตลาดจะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 – 1,400 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 76 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,490 – 1,503 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,471 – 1,460 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,410 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แนวต้านระยะสั้น 1,487 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวแคบๆเข้าหาแนวต้านทางเทคนิคัลที่ 1,487 จุด แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด กดดัชนีตลาดอ่อนตัวลงปิดที่ 1,482.09 จุด เพิ่มขึ้น 4.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.06 แสนล้านบาท ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 สัญญาณทางเทคนิคัลที่กลับมาเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 – 1,400 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพุธ (16/12) ตลาดปิดตลาดแบบไร้ทิศทาง ดัชนีดาวโจนส์ตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 และแนสแดคปรับตัวเพิ่มขึ้น ดัชนีแนสแดคทำจุดปิดสูงสุดตลอดกาล โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเข้าหาแนวต้านทางเทคนิคัลที่ 1,487 จุด ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 จุด โดยมีเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับร่วมอยู่ที่ 1,392 จุด ดัชนีตลาดระยะกลางเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,487 จุด และ 1,673 จุด ตามลำดับ
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบ และสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนถึงความเสี่ยงที่ดัชนีตลาดจะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 – 1,400 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,490 – 1,500 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,471 – 1,460 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,410 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ช่วงพักตัว
แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยพักตัว ดัชนีตลาดปิดที่ 1,477.21 จุด เพิ่มขึ้น 1.08 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9.17 หมื่นล้านบาท ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ ขณะที่สถาบันภายในประเทศยังคงขายสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเป็นลบในเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงพักตัว
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (15/12) ตลาดปิดตลาดในแดนบวก หลังนักลงทุนมีความหวังว่าสภาคองเกรสสหรัฐฯจะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไม่ช้า
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆ หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,487 จุด แท่งเทียนเกิดสัญญาณกลับตัวแบบ Dark Two Crow ในเขตซื้อมากเกิน ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 จุด โดยมีเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับร่วมอยู่ที่ 1,386 จุด ดัชนีตลาดระยะกลางเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,487 จุด และ 1,673 จุด ตามลำดับ
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบ และสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนถึงความเสี่ยงที่ดัชนีตลาดจะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 – 1,400 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 956 – 967 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 938 – 928 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,410 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
Dark Two Crows
แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงปิดที่ 1,476.13 จุด ลดลง 6.54 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.07 แสนล้านบาท ต่างชาติและสถาบันในประเทศเป็นฝ่ายขายสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลเริ่มกลับมาเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 – 1,400 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (14/12) ปิดตลาดแบบไร้ทิศทาง ดัชนีดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนีแนสแดคปรับตัวเพิ่มขึ้น ตลาดถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐที่ทวีความรุนแรง แม้ FDA จะอนุมัติการใช้งานวัคซีนของไฟเซอร์
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,503 จุด ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แท่งเทียนเกิดเป็น Dark Two Crow ในเขตซื้อมากเกิน ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 จุด โดยมีเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับร่วมอยู่ที่ 1,380 จุด ดัชนีตลาดระยะกลางเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,487 จุด และ 1,673 จุด ตามลำดับ
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบ และสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนถึงความเสี่ยงที่ดัชนีตลาดจะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 – 1,400 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 74 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,487 – 1,495 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,464 – 1,454 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,410 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นพักตัว
แรงขายทำกำไรระยะสั้นส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน และปิดที่ 1,482.67 จุด เพิ่มขึ้น 3.75 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.23 แสนล้านบาท ต่างชาติและสถาบันในประเทศเป็นฝ่ายขายสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน ภาวะซื้อมากเกินทำให้ดัชนีตลาดเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัว
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันศุกร์ (11/12) ปิดตลาดแบบไร้ทิศทาง ดาวโจนส์ปิดบวกขณะที่เอสแอนด์พี 500 และแนสแดคปิดลบ นักลงทุนกังวลถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯในสภาคองเกรสไม่คืบหน้า
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 1,500 จุด ขึ้นทำจุดสูงที่ 1,503 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Star ในเขตซื้อมากเกิน และเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,410 จุด โดยมีเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับร่วมอยู่ที่ 1,373 จุด ดัชนีตลาดระยะกลางเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,487 จุด และ 1,673 จุด ตามลำดับ
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 – 1,410 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 77 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,490 – 1,503 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,472 – 1,460 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,410 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้านที่ 1,487 จุด
ต่างชาติเดินหน้าซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,478.92 จุด เพิ่มขึ้น 29.09 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.23 แสนล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน ภาวะซื้อมากเกินจะส่งผลให้ดัชนีตลาดเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัว ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,487 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (8/12) ปิดตลาดในแดนบวก ดัชนีแนสแดคและเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงตลอดกาล ตลาดได้รับแรงหนุนจากความก้าวหน้าของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ดัชนีดีดตัวทะลุแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,454 จุด ขึ้นมาทำจุดสูงที่ 1,484 จุด และปิดที่ 1,478 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Long Bullish Candlestick ที่มีแนวรับอยู่ที่ 1/3 และ 2/3 ของความยาวของลำตัว ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น ดัชนีตลาดเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นอยู่ที่ 1,366 จุด ดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านอยู่ที่ 1,487 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,487 จุด และ 1,673 จุด ตามลำดับ
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 – 1,400 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 77 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,487 – 1,504 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,468 – 1,458 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,400 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นเสี่ยง
แรงซื้อที่มีเข้ามาช่วงปลายตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,364.59 จุด เพิ่มขึ้น 14.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.68 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน ภาวะซื้อมากเกินจะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัว ระยะกลางดัชนีตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพุธ (18/11) ตลาดปรับตัวลดลงหลังดัชนีดีดตัวขึ้นสร้างจุดสูงใหม่ ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence กดดันให้เกิดแรงขายออกมา ส่งผลให้ดัชนีระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดต่ำปิดสูง ดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,365 จุด และมีช่องว่างขาลงที่ 1,382 – 1,396 จุด เป็นแนวต้านร่วม ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวสลับกับการปรับตัวขึ้น ดัชนีตลาดจะมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นเมื่อดัชนีตลาดสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher Low)
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,454 จุด
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,426 จุด, 100% FP = 1,612 จุด และ 161.8% FP = 1,911 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวเข้าหาแนวรับที่ 1,321 จุด ก่อนปรับตัวขึ้นต่อ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,374 – 1,386 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,353 – 1,341 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,321 – 1,310 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิทคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา BTC ดีดตัวทะลุผ่านแนวต้านของสามเหลี่ยมรูป Ascending Triangle ที่มีแนวต้านอยู่ที่ 15,991 เหรียญ ราคามีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านกรอบบนของช่องแนวโน้มขาขึ้นที่ 16,754 เหรียญ และมีกึ่งกลางลำตัวของ Bullish Divergence ทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 15,977 เหรียญ ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ราคาระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ราคาบิทคอยน์ปรับตัวลง
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 16,503 – 16,754 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 15,977 – 15,702 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) ช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงระหว่างการซื้อขาย เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 16,503 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 15,991 เหรียญ
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 16,754 เหรียญ หรือปรับตัวลงต่ำกว่า 15,991 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 16,503 เหรียญ หรือเป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 15,481 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 16,754 เหรียญ
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
USDJPY การวิเคราะห์ประจำวัน 12/11/2020 by TraderTan-- ดร.ไมเคิล ออสเตอร์โฮล์ม ที่ปรึกษาด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐกล่าวว่า การปิดธุรกิจและการจ่ายเงินชดเชยให้กับประชาชนที่สูญเสียค่าจ้างเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ อาจช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ และจะช่วยให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้จนกว่าจะมีการอนุมัติและจัดจำหน่ายวัคซีนต้านโรคโควิด
ดร.ออสเตอร์โฮล์มซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นโยบายการและการวิจัยโรคติดเชื้อของมหาวิทยาลัยมินนิโซตากล่าวว่า สหรัฐกำลังก้าวเข้าสู่ "นรกโควิด" (Covid hell) ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกับการต้องสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม นอกจากนี้ สภาพอากาศที่หนาวเย็นขึ้นจะเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนอยู่รวมกันภายในอาคารบ้านเรือน ซึ่งจะยิ่งทำให้การสัมผัสติดเชื้อเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น
- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ ญี่ปุ่นมีกำหนดเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนก.ย. ขณะที่เยอรมนีเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค. และอียูเตรียมเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ทางด้านสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค.
ส่วนในวันพรุ่งนี้ ฝรั่งเศสมีกำหนดเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค., อียูมีกำหนดเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2563 (ประมาณการครั้งที่ 2) และดุลการค้าเดือนก.ย. และสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ย.จากมหาวิทยาลยมิชิแกน
แนวรับแนวต้านที่สำคัญ
105.629 แนวต้าน
105.296 แนวต้าน
104.906 แนวรับ
104.580 แนวรับ
ความคิดเห็นในเชิงเทคนิค
RSI กำลังเป็นเทรนขาลง และเกิดรูปแบบ Divergence
ราคากำลังเป็น Sideway ขาขึ้น หลังจากมีการเข้าซื้อมหาศาล ทำให้ราคา ขึ้นมาทดสอบแนว 105.629
ราคาได้หลุดและปิดใต้ Sideway และ Rsi เกิด รูปแบบ Divergence ที่ชัดเจน นั้นทำให้ ราคา มีแนวโน้มที่จะลงไปทดสอบแนว 104.906
ทางเลือกในการลงทุน
หาจังหวะในการเข้าขายโดยกำหนดเป้าหมายกำไรอยู่ที่แนว 104.906
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวรับที่ 1,200 จุด
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังเป็นไปอย่างซบเซา ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและปิดที่ 1,201.64 จุด ลดลง 6.30 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท นักลงทุนรายบุคคลเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆในทิศทางลง ภาวะขายมากเกินและแนวโน้มการเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อปรับฐาน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพฤหัสบดี (29/10) เปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อยจากแรงซื้อที่กลับเข้าเก็งกำไร หลังตลาดหุ้นนิวยอร์กทรุดตัวลงแรงในวันพุธ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้างในทิศทางลง (Sideways down) ดัชนีตลาดปรับตัวลงแบบมีช่องว่างและทำจุดต่ำที่ 1,195 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Star ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับกรอบล่างของช่องแนวโน้มขาลงที่ 1,175 จุด และมีแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,154 จุด ภาวะขายมากเกินและแนวโน้มการเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) และมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,154 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับเมื่อดัชนีตลาดสามารถปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,278 จุด ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii),v ซึ่งมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,454 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงพักตัวเพื่อปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,212 – 1,223 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,188 – 1,180 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้าน 1,280 จุด
แรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,263.71 จุด เพิ่มขึ้น 13.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.2 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลที่กลับมาเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,280 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 16
“ทรัมป์อารมณ์แปรปรวน” ทรัมป์กลับมาลงนามให้การสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังระงับการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวกับพรรคเดโมเครตก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กกลับมาปิดบวกอย่างร้อนแรง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,269 จุด และมีกรอบบนของช่องแนวโน้มขาลงเป็นแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1,280 จุด ที่มีเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม หลังดัชนีตลาดปรับตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 1,231 จุด เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดยืนปิดเหนือ 1,293 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ซึ่งมีแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement เป็นเป้าหมายอยู่ที่ 1,212 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับเมื่อดัชนีตลาดสามารถปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,300 จุด ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii),v ซึ่งมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,454 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน สัญญาณ Modified Stochastic เกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคัล ขณะที่สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง แต่สัญญาณ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะยาวยังไม่ชัดเจน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,275 – 1,287 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,251 – 1,241 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยเข้าซื้อบางส่วน เมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,270 จุด และจะทยอยเข้าซื้ออีกครั้งเมื่อสัญญาณ Modified Stochastic เกิดสัญญาณซื้อ
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity






















