Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ยังทดสอบแนวต้านที่ 1,747 จุด
แรงขายที่มีออกมาในช่วงบ่าย ฉุดให้ดัชนีตลาดเปิดสูงและลงมาปิดที่ 1,740.45 จุด เพิ่มขึ้น 1.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.9 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,747 จุด สัญญาณทางเทคนิคัลเกิดสัญญาณ Bearish Divergence เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงในระยะสั้น ระยะกลางขึ้นไปดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ดาวโจนส์และ S&P 500 ขานรับสัญญาณลดดอกเบี้ยของเฟด ด้วยการทำราคาปิดสูงตลอดกาล
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำหลังจากดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,747 จุด สัญญาณ Bearish Divergence เตือนให้ระวังถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้น การเปิดสูงปิดต่ำที่เกิดตามมาจะทำให้ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของช่องแนวโน้มขาขึ้นที่ 1,725 จุด และมีจุดต่ำเก่าที่ 1,716 จุดเป็นแนวรับถัดไป โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นเป็นแนวรับร่วม
จากหลักการของเส้น MMA2 จะเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้น
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) โดยมีเป้าหมายแนวรับอยู่ที่ 1,716 จุด ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นคลื่นส่ง (Impulse wave) ขึ้นเป็นคลื่น (iii),v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวก ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ สัญญาณ Bearish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงจากปัจจัยทางเทคนิคัลเพิ่มขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,157 – 1,162 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,147 – 1,140 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สัญญาณทางเทคนิคเป็นลบ
หลังจากดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่ำกว่า 1,730 จุด เกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เป็นขายแบบรอบ แรงเทขายที่มีออกมาฉุดดัชนีตลาดดิ่งลงไปทำจุดต่ำที่ 1,714 จุด แรงซื้อที่มีเข้ามาช่วงท้ายตลาดช่วยลดช่วงลบของดัชนี ดัชนีตลาดปิดที่ 1,724.37 จุด ลดลง 14.14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.86 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,706 จุด ต่างชาติและนักลงทุนทั่วไปเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการเนื่องในวันชาติสหรัฐฯ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำหลังจากดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,747 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Bearish Engulfing (Key Reversal Day) ที่มีกึ่งกลางลำตัวทำหน้าที่เป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,732 จุด สัญญาณทางเทคนิคัลที่เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,716 จุด และ 1,706 จุด ตามลำดับ โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นทำหน้าที่เป็นแนวรับถัดไป
ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลง แต่ระยะกลางดัชนีตลาดยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น iii) ที่ 1,747 จุด ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) ลงเป็นคลื่น iv) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,716 จุด, 1,706 จุด และ 1,696 จุด ตามลำดับ ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v) หรือคลื่น (iii),v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นลบในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,721 – 1,716 จุด การเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI แสดงถึงสัญญาณเพื่อทำกำไรเป็นรอบ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,732 – 1,738 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,715 – 1,708 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับลดลงต่ำกว่า 1,730 จุด เกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เป็นสัญญาณขายเพื่อทำกำไรเป็นรอบ
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นระวังภาวะซื้อมากเกิน
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาดหลังจีนและสหรัฐพักรบข้อพิพาททางการค้า หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,747 จุด ก่อนที่จะอ่อนตัวลงมาปิดที่ 1,740.91 จุด เพิ่มขึ้น 10.57 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.85 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิด แรงขายทำกำไรระยะสั้นจะทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสอ่อนตัวลง โดยระยะกลางดัชนีตลาดยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเข้าหาแนวต้านที่ 1,766 จุด และ 1,820 จุด ตามลำดับ ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจีนและสหรัฐพักรบสงครามการค้า
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่าง (Gap) ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำแท่งเทียนลำตัวเล็กสีดำ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,766 จุด ภาวะซื้อมากเกินจะกระตุ้นแรงขายออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง ขณะที่เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นด้วยความลาดชันที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงดัชนีตลาดระยะกลางขึ้นไปยังเป็นตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดที่พักตัวลงเป็นการปรับตัวลงเพื่อขึ้นต่อ
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น (ii) ที่ 1,599 จุด และกำลังเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด กราฟรายวันแสดงถึงดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นเริ่มอ่อนแรง ต่างไปจากกราฟรายสัปดาห์ความลาดชันของ MACD Histogram ยังสะท้อนถึงภาวะตลาดกระทิง (Bull market)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินจะกระตุ้นแรงขายออกมาเป็นระยะซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดพักตัวลง แต่ระยะกลางขึ้นไปดัชนียังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น สำหรับนักลงทุนต้องการขายเพื่อทำกำไรเป็นรอบ ควรสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence จึงนำหุ้นออกขาย
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,747 – 1,753 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,735 – 1,729 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
จากกราฟรายวันดัชนีตลาดเริ่มปรากฏสัญญาณ Bearish Divergence ของ MACD Histogram แม้จะมีนัยสำคัญน้อยกว่าสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคา
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ยุติสงครามการค้า
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดส่งท้ายเดือนมิถุนายนที่ 1,730.34 จุด ในรอบครึ่งปีแรกของปีดัชนีตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 166.46 จุด หรือเพิ่มขึ้น 10.64 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของสัปดาห์ที่ผ่านมา 6.2 หมื่นล้านบาท ต่างชาติมีแนวโน้มซื้อสุทธิต่อเนื่อง ภาวะซื้อมากเกินในระยะสั้นจะกระตุ้นแรงขายออกมาเป็นระยะ โดยดัชนีตลาดระยะกลางมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,740 จุด และ 1,766 จุด ตามลำดับ สัปดาห์นี้คาดว่าตลาดหุ้นนิวยอร์กจะได้รับแรงหนุนจากข่าวจีนและสหรัฐยุติการขึ้นภาษีรอบใหม่ เพื่อหันหน้าเจรจาการค้ารอบใหม่ และทรัมป์ผ่อนผันให้บริษัทสหรัฐค้าขายกับบริษัทหัวเว่ย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น (ii) ที่ 1,599 จุด และกำลังเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด กราฟรายวันแสดงถึงดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นเริ่มอ่อนแรง ต่างไปจากกราฟรายสัปดาห์ความลาดชันของ MACD Histogram ยังสะท้อนถึงภาวะตลาดกระทิง (Bull market)
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเข้าหาแนวต้านที่ 1,740 จุด แท่งเทียนเกิดเป็นสตาร์ หลังดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่างที่ 1,722 – 1,726 จุด กรณีที่ดัชนีตลาดเปิดต่ำปิดสูงและมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ช่องว่างที่เกิดจะเป็น Breakaway gap เป็นสัญญาณขึ้นต่อเนื่อง แต่ถ้าดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ (Key Reversal Day) ช่องว่างที่เกิดจะเป็น Exhaustion gap ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ดัชนีตลาดมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลง
เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นและความลาดชันเพิ่มขึ้น ชี้ถึงภาวะตลาดขาขึ้น (Bull market) ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวลงจะมีทิศทางปรับตัวขึ้นต่อ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินจะกระตุ้นแรงขายออกมาเป็นระยะซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดพักตัวลง แต่ระยะกลางขึ้นไปดัชนียังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น สำหรับนักลงทุนต้องการขายเพื่อทำกำไรเป็นรอบ ควรสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence จึงนำหุ้นออกขาย
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,735 – 1,742 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,725 – 1,720 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
จากกราฟรายวันดัชนีตลาดเริ่มปรากฏสัญญาณ Bearish Divergence ของ MACD Histogram แม้จะมีนัยสำคัญน้อยกว่าสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคา
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สงครามการค้าตัวแปรการลงทุน
ท่ามกลางปัญหาการเมืองในประเทศที่ขาดความชัดเจนและสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ยืดเยื้อ ล้วนเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นในตลาดทุน แรงซื้อที่มีเข้าในช่วงปลายสัปดาห์ หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,614.12 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.01 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 5 หมื่นล้านบาท ต่างชาติแม้จะเริ่มกลับมาซื้อสุทธิแต่ทิศทางยังไม่แน่นอน ตลาดหุ้นนิวยอร์กกลับมาปิดบวกด้วยความหวังว่าการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะได้ข้อยุติ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์และรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ที่มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ 1,597 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่น (ii) เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1,667 จุด ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) โดยดัชนีตลาดมีเป้าหมายของคลื่น (iii) อยู่ที่ 1,820 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดพักตัวลงเข้าหาแนวรับของ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,599 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น In-neck pattern ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง สัญญาณทางเทคนิคัลจะกลับมาเป็นบวกเมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,630 จุด และดัชนีตลาดจะปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่ 1,642 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดยืนปิดเหนือแนวต้านนี้
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวก ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ ระยะสั้นดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้างภายในกรอบ 1,597 – 1,667 จุด สัญญาณ Bullish Divergence อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าดัชนีตลาดก้าวเข้าสู่ช่วงปลายตลาดขาลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,622 – 1,628 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,608 – 1,599 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
สัญญาณ Bullish Divergence เตือนถึงช่วงปลายตลาดขาลง นักลงทุนควรมีพอร์ตการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน 80 เปอร์เซ็นต์ และถือเงินสด 20 เปอร์เซ็นต์
GBP/USD การวิเคราะห์ทิศทางอย่างละเอียด สิ้นเดือนเมษายน 2562
เริ่มจากภาพรวมใหญ่ หลังจากกราฟสัปดาห์ทางซ้ายได้พลิกจากขาลงเป็นขาขึ้น (สังเกต Bullish divergence - เส้นสีน้ำเงิน) เมื่อกุมภาพันธ์ปี 2017 ราคาได้กลับตัวขึ้นมาถึง key Fibonacci level ที่ 3.618 ก่อนที่จะมีการ failed breakout เหนือ 3.618 (วงกลมสีแดง) ซึ่งได้รับการคอนเฟิร์มด้วย Bearish divergence - เส้นสีแดง ที่ RSI ราคาก็ได้กลับตัวลงเมื่อเมษายน 2018
ย่อจนมาถึง 23.6% retracement ของยอด 3.618
เมื่อราคาย่อตัวมาถึงตรงนี้ (1.2567) ได้มีการทำ Bullish divergence ที่ RSI - เส้นโค้งสีแดง
ข้อสังเกตว่านี่คือ bull market
1. ในกราฟวีคเนื่องจากราคาทำ higher high และ higher low
2. RSI ไม่ลงต่ำกว่า 30 ซึ่งปกติแล้ว ตลาดขาขึ้น RSI จะ ไม่ oversold
ในขณะนี้ หากนับเวฟด้วยวิธี Elliot เราจบเวฟ 1-2 ในกราฟสัปดาห์แล้ว
มาลองดู TF Daily กันบ้างครับ
เรากำลังอยู่ในเวฟ 2 corrective ของเวฟ 3ใหญ่กราฟสัปดาห์ครับ
ซึ่ง corrective wave ควรจะประกอบไปด้วยเวฟ abc
โดยดูจากลักษณะที่ยอด b เกินจุดเริ่มต้นของ a (จุดสิ้นสุดเวฟ 1) ผมจึงคิดว่าเวฟนี้จะมีลักษณะเป็น expanded wave ที่จุดสิ้นสุดของ b และ c เกินความยาวของเวฟ a
ทีนี้ จะย่อถึงเมื่อไร จะของลองใช้ Fibonacci มาช่วยนะครับ
จากภาพจะเห็นว่ามีแนวซ้อนทับของ Fibonacc ที่แนว 1 และ 2 ตามลำดับ โดยแนวที่ 1 มีการซ้อนทับกันมากกว่า
ต่อไปลงย่อยที่ 4 hr นะครับ เผื่อจะเห็นอะไรชัดเจนขึ้น
นี่คือการนับเวฟที่ผมได้ โดยผมเชื่อว่าการนับเวฟนี้ถูกต้อง เนื่องจากทุกเวฟที่นับแบบนี้ทำตาม กฏของ Elliot คือ
1. เวฟ 2 จะไม่ retrace (ย่อ) เกิน 100% ของเวฟ 1
2. เวฟ 3 ต้องไม่ใช่เวฟที่สั้นที่สุด เมื่อเทียบกับ 1 และ 5
3. เวฟ 4 ห้าม overlap (ซ้อนทับ) กับเวฟ 1
ลองเช็กดูนะครับ
ต่อไป ย่อมา TF 1hr เพื่อหาจุดเข้ากันนะครับ
ตอนนี้ผมจะใช้ Fibonacci คู่กับ Elliot wave ในการหา price projection
วิธีคือ
1. ระบุเวฟ 2 ให้ได้ก่อน
2. ลาก Fibonacci จากจุดสิ้นสุดของเวฟ 1 ไปที่จุดสิ้นสุดของเวฟ 2
3. จุดสิ้นสุดของเวฟ3 คือบริเวณ 1.618 2.618 หรือ 3.618 ตรงนี้แล้วแต่เวฟจะยืดหรือเปล่านะครับ
4. หากนับเวฟ 3 ครบตามกฏแล้ว ไม่ว่าสุดที่ 1.618 หรือจุดไหนก็ตามในข้อ 2 ต่อไปคือเวฟ 4 โดยที่
ตามกฏแล้วเวฟ 4 ห้ามเกยกับเวฟ 1 เพราะฉะนั้น maximum target ของเวฟ 4 ครั้งนี้ จะไม่เกิน 1.296-7
5. เมื่อได้เวฟ 4 แล้ว ให้ลากจุดสิ้นสุดของเวฟ 2 ไปที่จุดสิ้นสุดของเวฟ4 แล้วตีเส้นขนานไปที่จุดสิ้นสุดของเวฟ 3 ตรงนั้นเราจะได้เวฟ 5 ตามขอบของ channel นั้น
มาลองดูนะครับ
จากการลากครั้งนี้จะเห็นว่าราคามาถึง target ที่ 3.618 แล้ว และกำลัง retrace กลับไปที่เวฟ 4 สีชมพู
ตอนนี้ผมคิดว่าเราได้เวฟ a-b ย่อย ของการดีดแล้ว ต่อไปผมจะลองหาเวฟ c (จุดสิ้นสุดของ 4 สีชมพู) นะครับเพราะนี่คือสวนเทร็นด์ โครงสร้างจะเป็น a-b-c ไม่ใช่ 1-2-3-4-5
ตามตัวหนังสือเลยนะครับ ผมได้ 2.618 extension แถว 1.296-1.297 ซึ่งหากไปถึงตรงนั้น เราจะได้เวฟ 4 ที่ไม่เกยกับเวฟ 1 ตามกฏพอดีครับ
ต่อไปผมจะหาเวฟ 5 ด้วยวิธีตามข้อ 5
ใกล้เคียงนะครับ ตรงนั้นเป็น 4.618 Fibo extension และเป็นขอบแชนแนลตามทฤษฏีด้วย ยิ่งเพิ่มความมั่นใจนะครับ ที่ 1.284-6 โซนนี้นะครับ
หากมาถึงตรงนี้เป็นอันว่าจบเวฟ 3 ของ corrective c นะครับ เราเหลืออีก 2 เวฟ
ต่อไป เวฟ 4 ดำนะครับ แน่นอนว่าตรงนั้นย่อมต้องไม่เกยกับ 1 ดำ ซึ่งคือบริเวณ 1.302 เป็นแนวรับที่เพิงถูกทำลายลงมานะครับ ตรงนี้คิดว่าง่ายๆไม่น่ามีอะไร เป็นการกลับไปเทสแนวต้าน เพราะฉะนั้น เวฟ 5 ก่อนกลับตัวเป็นขาขึ้นน่าจะอยู่ตามขอบของ channel ซึ่งคือแนวซ้อนทับ 1 นะครับ
มาพยายามคอนเฟิมกันนะครับโดยการใช้ pattern มาช่วย โดยพิจารณาจาก Descending triangle นะครับ มีความสูงประมาณ 3300 จุด หักจากจุดทะลุ 1.302 คงได้เป้าตามในรูปนะครับ เป็นโซนแถวนั้น
เอา Fibonacci level มาช่วยนะครับ
น่าจะพอเป็นแนวทางได้นะครับ
ยังไงก็ตาม การเทรดควรรอให้ราคาไปถึงเลเวลที่มองไว้ แล้วเกิดสัญญาณแท่งเทียนเป็นการ confirm ก่อนแล้วค่อยเข้าออเด้อนะครับ
การนับเวฟแบบนี้อาจจะน่าปวดหัวหน่อย แต่หากทำตามกฏ 3 ข้อของ Elliot อย่างเคร่งครัดแล้วมันจะง่ายขึ้นครับ
หากไม่อยากปวดหัวมาก
ขอสรุปว่า
1. รอขายที่ 1.302
2. รอซื้อที่ 1.272-1.267
3. ให้รออสัญญาณ confirm ที่บริเวณ key level ก่อนเข้าซื้อขายทุกครั้งนะครับ
แล้วเรามาอัพเดทกันนะครับ
*ขออภัยหากสีสันของตัวเลขน่างงนะครับ เพราะมันซับซ้อนจริงๆอาจจะมีผิดพลาดด้านสีของตัวเลขไปบ้าง
Happy trading ครับ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แนวต้าน 1,645 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามแรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ดัชนีตลาดปิดที่ 1,634.27 จุด เพิ่มขึ้น 3.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3.68 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นและกลางเป็นบวก ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1,645 จุด สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก นักลงทุนคาดหวังว่าจีนและสหรัฐจะบรรลุข้อตกลงทางการค้าในการประชุมช่วงวันที่ 30 พ.ย. – 1 ธ.ค. นี้
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1,645 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง สอดคล้องกับสัญญาณ DMI ที่ชี้ว่าดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลง ดัชนีตลาดระยะสั้นแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม มูลค่าการซื้อขายชะลอตัว ชี้ว่าตลาดยังขาดความเชื่อมั่นในทิศทางตลาดขาขึ้น
สัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ชี้ว่าดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปลายตลาดขาลง อย่างไรก็ดี บางครั้งสัญญาณ RSI จะเกิดสัญญาณ Bullish Divergence แบบสามยอด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมและจะยืนยันการจบคลื่นปรับ เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,645 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง
กรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 1,645 จุด ดัชนีตลาดจะปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,600 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,645 จุด ดัชนีตลาดระยะยาวยังขาดทิศทางที่ชัดเจน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,640 – 1,646 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,627 – 1,622 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
เพิ่มน้ำหนักการลงทุน 10 เปอร์เซ็นต์ในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน หลังจากสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence แต่ยังเน้นถือเงินสดไว้ที่ระดับ 40 เปอร์เซ็นต์ และจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,645 จุด และมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นระดับ 5 หมื่นล้านบาทขึ้นไป
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
หลุด 1,750 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,755 จุด ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำสัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นกลับมาเป็นลบ หากดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือแนวรับของเส้นคอ (Neckline) จะเป็นสัญญาณยืนยันการกลับตัวลงแบบ Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish divergence ของ RSI จะทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของจุดสูงเก่าที่ 1,730 จุด
ดัชนีตลาดปรับตัวลงด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำถึงสัญญาณลบและดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลง และมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,700 จุด+/-
จากกราฟรายวัน กรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,735 จุด จะเป็นสัญญาณยืนยันการจบคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v) หรือคลื่น (i),v) โดยคลื่น v) เป็นคลื่นหดตัว (Truncation wave) ซึ่งจะทำให้การปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) มีโอกาสปรับตัวลงแรงเข้าหาแนวรับที่ 1,730 จุด และ 1,700 จุด ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นลบ โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวอยู่ในเขตซื้อมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish divergence ตอกย้ำว่าดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปลายตลาดขาขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,755 – 1,762 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,740 – 1,735 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ควรปรับพอร์ตถือเงินสดอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และจะกลับเข้าซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI
Por : Technical AnalysisEthereum (ETHTHB)
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ราคา ETHTHB มีทิศทางแกว่งตัวขึ้น (Sideways up) หลังราคาปรับตัวลงไปทำราคาต่ำที่ 11,500 บาท เกิดสัญญาณกลับตัวเป็นรูปท้องกระทะ (Frypan bottom) ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bullish divergence ของ RSI ราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 20,000 บาท และกำลังปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 20,730 – 22,200 บาท
กราฟราย 4 ชั่วโมง แสดงถึงราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่สัญญาณ RSI กลับเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ที่แสดงถึงราคากำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาขึ้น (ระยะสั้น)
ทิศทางราคา ETHTHB ระยะสั้น (1 – 3 สัปดาห์) มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 20,730 – 22,200 บาท และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 19,490 – 19,100 บาท
สรุป
ระยะสั้นราคามีทิศทางปรับตัวลดลงจากการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence บนกราฟราย 4 ชั่วโมง
Trade record: Buyเหตุผลที่เข้าเทรด
**เป็นเทรนขาขึ้นในทามเฟรม H4,✔️
** เป็นการเล่น แพทเทิร์น AB=CD ✔️
**แท่งเทียน Time Frame M15 มี reject✔️
**RSI เกิด Hidden Bullish divergence Time Frame M15✖️
** มี Demand Zone ใน TF H1,H4,*ที่ส่งราคาไปชนะไฮล่าสุด**✔️
** เกิด Bullish divergence ใน TF m5✖️
**ราคาอยู่ในจุด Lower Band Time Frame M15✔️
* มีการกวาด Liquidity ก่อนถึงโซน POI✔️
* มีวอลุ่มซื้อใน Time Frame M15✖️
** ตั้ง เบรคอีเว้นท์ 600 points
*ข้อมูลที่นำเสนอ เป็นเพียงการวิเคราะห์เชิง Technical ส่วนบุคคล เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเทรดเท่านั้น
*By ช่างพงษ์
แผน (XAUUSD) ทองคำ ในระยะยาว🟡 GOLD (XAUUSD) – TF 12M
สถานะปัจจุบัน: เข้าสู่ Wave 5 แล้ว (Expansion Phase)
โครงสร้าง Elliott Wave ครบ 1–5
ราคาเบรก High ของ Wave 3 → ยืนยัน Wave 5
แท่งเทียนเร่งตัว + ความชันสูง = ลักษณะ Wave 5 ชัด
RSI สูง แต่ ยังไม่เกิด Divergence
Fibonacci Target:
261.8% ≈ โซนเป้าหมายหลัก
361.8% = โซน Over-Extension ระยะยาว
⚠️ ข้อควรระวัง:
Wave 5 = กำไรสูง แต่ ความเสี่ยงสูงสุด
ไม่เหมาะกับการ FOMO Buy
เหมาะกับการ:
ทยอยปิดกำไร
รอ Distribution / Divergence เพื่อหา Counter-trend
🧠 Wave 5 คือช่วงที่รายย่อยเข้ามาช้า
มืออาชีพโฟกัส “การจบโครงสร้าง” ไม่ใช่การไล่ราคา
SET50 Insights: ส่องทิศทาง S50H26 ผ่านเลนส์ Data&AI | 27 ม.ค. 6🔥🔥 S50H26 แข็งผิดปกติ แค่ประคองไม่ให้เสียทรงเร็ว...หรือรู้อะไรมา?
📌 Data Checkpoints - เหตุการณ์สำคัญวันก่อน ที่ส่งผลต่อวันนี้
🟡 Divergence ทำงาน! S50H26 ทำ Low ตรงแนวรับ 865 พร้อมดีดกลับทันที
🟡 Basis -2! จากนั้นระหว่างวันมีคนดัน TFEX ต่อเนื่อง ไม่ให้ลงตาม SET
🟡 จบงาน? DELTA ออกอาการโดนขายปิด -5 บาท ตามมาด้วย ADVANC -4 บาท
***🔴คู่หูถล่ม SET! “กองทุน + พี่หรั่ง” จับมือขาย 4 วันติดรวม 19,136 ล้าน
🟢 พอได้ลุ้น... Dow Jones +300 จุด กลับมาสร้างบรรยากาศเชิงบวก
📉Outlook&Tactical Plan : ระยะสั้นราคา Sideway กรอบ 865-881(กรอบน้ำเงิน) รอเลือกทางวันนี้ โดยมี RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence หนุนทางขึ้น ลุ้นยืน 872+ ให้ได้ ภาพสวยทันที แต่ถ้าไม่ผ่าน ยิ่งเร็ว = ยิ่งสนับสนุนทางลง
🟢Bullish Plan : ทรงยังซึม ลุ้นยืน 865 และผ่าน 872 เจอกัน High เดิม 88x
กลยุทธ์ : ย่อแถว 865-868 แสดงแท่งเขียว หรือถ้าแข็งแต่เช้ายืน 870 Follow ตาม
🔴 Bearish Plan : Momentum ดีกว่า มี flow ขายสนับสนุน หากหลุด 865 พร้อมแท่งแดงคอนเฟิร์ม มีโอกาสไหลลงไปถึง 850
กลยุทธ์ : ถ้าไม่ผ่าน 870 ดัก Short สั้น หรือ Follow ตามเมื่อหลุด Low
🟡 Sideway Plan : 865 – 881 Buy ใกล้ล่าง/Sellใกล้บน
กลยุทธ์ : Buy ใกล้ล่าง / Sell ใกล้บน Stop เมื่อเบรกกรอบ Sideway
⚡ AI Probability & Forecast : 🔴55% 🟡30% 🟢15%
🎯 Key levels - โซนราคาสำคัญ
🛡️แนวรับ (Support) : 865-867 (จุดร่วม 3 Indicators)
⚔️ แนวต้าน (Resistance) : 870-872 (จุดร่วม 7 Indicators)
*ดูจุดร่วมทางเทคนิคได้จากตาราง Price Distribution ในคอมเมนต์
⸻⸻
สรุป : วันนี้คาดตลาดสู้กันแถว 870 ในช่วงเช้า สังเกตอาการไม่ยาก ถ้ายืนอยู่ = มีคน/Flow ไม่ปล่อยให้ลง สอดคล้องกับภาพเมื่อวานที่ตลาดแข็งแบบแปลก ๆ แต่ถ้ายืนไม่ไหว ยิ่งทุบเร็ว ยิ่งแสดงความไม่มั่นใจ = "รายย่อยคิดไปเอง" ลุ้นหลุด Low 865 พร้อมเบรก Sideway ลง ส่งทิศทางลบตลอดสัปดาห์ แนะนำเก็งล่วงหน้าตามที่คิดได้แต่ผิดทางห้ามฝืน
🚨#TFEX #S50H26 #SET #หุ้น
วิเคราะห์กราฟและโครงสร้างกราฟ XAUUSD ประจำวันที่ 20/01/2026มุมมองเชิงโครงสร้าง แรงซื้อ–แรงขาย และจุดที่ควรจับตา
ไม่มีการฟันธงเข้าซื้อขาย แต่ให้มุมมองโครงสร้างล้วนๆ
✅ 1) มุมมองตาม Timeframe
⏱ 1 วัน (Major Trend)
เทรนด์ใหญ่ยังเป็น Uptrend ชัดเจน
ราคาทำ All time high ใหม่ในโซน 4680 - 4700+
ไม่มีสัญญาณกลับตัวรายวันที่ชัดเจน เช่น Shooting star / Engulf ลง
ระดับ 4500-4550 เป็นฐานสำคัญที่ไม่ควรหลุด (Demand Zone)
➡️ Bias: ขึ้น (แต่เป็นจุดระวังแรงขายทำกำไร)
⏱ 4 ชั่วโมง (Swing Trade)
เห็นชัดว่าอยู่ในโครงสร้างขึ้นแบบ Impulse → Correction → Impulse
การย่อในรอบก่อนหน้าเป็นรูป Corrective แสดงว่าแรงขายไม่แข็ง
ล่าสุดแท่ง 4H เป็นแท่งบูลขนาดใหญ่ แสดง Demand ยังแข็งแรง
➡️ Bias: ขึ้นจนกว่าจะเกิด Bearish Divergence หรือ Break โครงสร้างลง
⏱ 1 ชั่วโมง (Intraday Swing)
เทรนด์หลักยังคง เป็น Uptrend
มีการสะสมพลัง (Sideways) แล้วเบรกขึ้น
บริเวณที่เบรกขึ้นทำให้เกิด Break of Structure (BoS) ด้านบน
➡️ Bias: ขึ้น / หากย่อมีโอกาสเป็นจุดเข้าซื้อ
🧭 สรุปภาพรวมตลาด ณ วันที่ 20/01/2026
✔️ Trend หลัก: ขาขึ้น (Bullish)
✔️ Momentum: แข็งในช่วงปลาย
✔️ Market Structure: Higher High – Higher Low
✔️ Price Behavior: Break high แล้วเร่งตัวขึ้น → มีแรงซื้อจริง
🎯 แนวรับ - แนวต้านที่น่าสนใจ
ประเภท โซนราคา ความสำคัญ
แนวต้าน (R1) 4700 - 4720 โซนทำกำไรระยะสั้นของฝั่ง Buy
แนวต้าน (R2) 4780 - 4800 โซนเก็งกำไรแรง & All-time high
แนวรับ (S1) 4653 - 4662 ย่อสั้นเพื่อไปต่อ
แนวรับ (S2) 4580 - 4590 โซน Re-test โครงสร้าง
💡 ความเป็นไปได้ของราคา (Scenario)
📌 Scenario 1: ขึ้นต่อ (ความเป็นไปได้มากสุด)
เงื่อนไข:
✔ ย่อแล้วไม่หลุด 4650 – 4660
✔ เกิดรูปแบบ Bullish 5m / 15m เช่น Pin bar, Engulf
TP1 : 4730
TP2 : 4772
TP3 : 4812
📌 Scenario 2: ย่อปรับฐาน (Healthy Pullback)
สัญญาณย่อ:
✔ แท่งแดงแรงบน TF 15m-1H
✔ เกิด Bearish Engulf หรือ Divergence
TP1 : 4660
TP2 : 4600
TP3 : 4520
📌 Scenario 3: กลับตัวลงจริง (Bearish Reversal)
ต้องมีเงื่อนไขใหญ่:
❗ หลุด 4500 แบบแท่ง 4H ปิดลง
❗ เกิด Lower High + Lower Low บน TF 1D
จุดนี้จะเปลี่ยนมุมมองเป็น Bear
ตอนนี้ ยังไม่เข้าเงื่อนไข
📍 คำแนะนำเชิงเทคนิค
สำหรับเทรดเดอร์:
✔ สาย Buy
รอ Pullback เข้าซื้อจะปลอดภัยกว่าไล่ราคา
ใช้ Trigger บน TF 5m–15m
✔ สาย Sell
ไม่แนะนำ Sell ตรง ๆ ถ้าไม่มีสัญญาณกลับตัว
ถ้าอยาก Sell ให้รอที่ แนวต้านแข็ง + สัญญาณกลับตัว
⚠️ ข้อควรระวัง
ช่วงทำ All-time high มักมี แรงขายทำกำไร (Profit Taking)
ข่าวเศรษฐกิจ USD เช่น NFP / CPI / FOMC อาจทำให้เหวี่ยงแรง
Spread + Slippage ช่วง Breakout จะสูง
📌 สรุปท้าย
วันที่ 20/01/2026 ทองอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นแข็งแรงทั้งระยะสั้นและระยะยาว
จุดที่ควรโฟกัสคือการย่อเพื่อเข้า Buy มากกว่าหาจุด Sell
📌 สิ่งควรระวัง
ช่วงแบบนี้:
⚠ ตลาดอาจรอข่าว USD หรือ Fed
⚠ ทองมักเหวี่ยงช่วงเปิด US Session (20:30 – 23:00 ตามเวลาไทย)
⛔ สิ่งที่ “ห้ามทำ”
❌ Buy ตอนราคาขึ้นแล้ว
❌Sell ตอนราคาลงแล้ว
❌ เข้าเพราะกลัวตกรถ
❌ เพิ่มไม้ถ้าโดน SL
❌ เข้าใกล้ข่าวแรง
🧨 ถ้าไม่มาถึงโซนนี้
❌ งดเทรดทันที
#ลุงดี้_เล่ากราฟ
#เป็นแนวความคิดเห็นส่วนตัว
#ไม่ได้เป็นการแนะนำการลงทุน
#การลงทุนมีความเสี่ยงควรระวัง
Fibonacci ที่ถูกต้อง ต้องมีทั้ง Price, Time และ Structure เสมอ“Fibonacci ที่ถูกต้อง ต้องมีทั้ง Price, Time และ Structure ถ้าคุณยังมอง Fibonacci แค่เส้น… แปลว่าคุณยังไม่เข้าใจสิ่งที่ Boroden, Carney และ Miner สอน”
________________________________________
“3 ปรมาจารย์ 1 แนวคิด: ตลาดเคลื่อนที่ด้วย ‘สัดส่วน’ ไม่ใช่อารมณ์”
🧠 ภาพรวมแนวคิดใหญ่ (ก่อนลงรายละเอียด)
ภาพนี้ไม่ใช่แค่ “Fibonacci Retracement”
แต่มันคือ โครงสร้างตลาด (Market Geometry) ที่รวม:
✅ Fibonacci Retracement
✅ Fibonacci Extension
✅ Fibonacci Time
✅ Fibonacci Cluster
✅ Harmonic Logic
✅ Market Psychology
✅ Risk Positioning (Buy / Hold / Sell)
พูดง่าย ๆ คือ…
นี่คือ “แผนที่สนามรบของราคา” ไม่ใช่แค่เส้นวัดระยะ
________________________________________
🟢 ZONE 1: MINOR ZONE (9.0% – 23.6%)
🔰 โซนเริ่มต้นของแรงซื้อ (Aggressive Entry)
🔹 ความหมายเชิงโครงสร้าง
• เป็น Early Pullback
• ราคาแทบไม่ยอมพัก
• เกิดในตลาดที่ “แข็งแรงมาก”
• Smart Money เริ่มสะสม
🔹 มุมมองของแต่ละสาย
📘 Carolyn Boroden
• เรียกว่า Shallow Retracement
• ใช้กับ “Trend แข็ง”
• ถ้าราคายืนเหนือ 23.6% ได้ = เทรนด์ยังไม่เสีย
📕 Scott Carney
• เป็นจุดเริ่ม Harmonic Pattern
• ใช้เป็น “Leg A → B”
• ถ้าราคาย่อแค่นี้ → มีโอกาสเกิด impulsive continuation
📗 Robert Miner
• เป็น Low Risk Entry Zone
• ใช้คู่กับ Time Projection
• ถ้าเวลา + ราคา align → เป็นจุดเข้าเร็วที่ได้ RR สูงมาก
🎯 กลยุทธ์
✔ Buy-on-dip
✔ Stop สั้น
✔ เหมาะกับ Trend Trader
❌ ไม่เหมาะกับมือใหม่ (หลุดง่าย)
________________________________________
🟠 ZONE 2: MID ZONE (38.2% – 61.8%)
🔥 โซนทองคำของตลาด (Golden Zone)
นี่คือหัวใจของภาพนี้
________________________________________
🔸 38.2% – Momentum Pullback
• ตลาดพักเพื่อไปต่อ
• ยังเป็นขาขึ้นชัด
• เหมาะกับ Trend Continuation
🔸 50.0% – Psychological Balance
• ไม่ใช่ Fibonacci แท้
• แต่เป็น “จุดสมดุลพฤติกรรม”
• Smart Money ชอบใช้มาก
🔸 61.8% – Golden Ratio
• โซนที่ตลาด “ตัดสินใจ”
• ถ้ายืนได้ = เทรนด์ยังอยู่
• ถ้าหลุด = เตรียมเปลี่ยนโครงสร้าง
________________________________________
📘 Boroden:
61.8% คือ “Decision Zone”
📕 Carney:
จุดนี้คือจุดกำเนิด Harmonic Pattern เกือบทุกชนิด
📗 Miner:
เป็น “High Probability Trade Location”
เมื่อ Time + Price + Structure ตรงกัน
________________________________________
🎯 กลยุทธ์
✅ Buy Zone หลัก
✅ Risk/Reward ดีที่สุด
✅ ใช้ร่วมกับ:
• RSI Divergence
• Market Structure
• Time Cycle
________________________________________
⚪ ZONE 3: DEEP ZONE (78.6% – 94.1%)
🧠 โซนของ “จิตวิทยามวลชน”
คนส่วนใหญ่เริ่ม “กลัว”
มือใหม่คิดว่า “เทรนด์จบแล้ว”
แต่จริง ๆ…
________________________________________
🔸 78.6%
• Fibonacci √0.618
• โซนที่ “Smart Money ช้อนรอบสุดท้าย”
• Harmonic Pattern ใช้เยอะมาก
🔸 88.6%
• Deep Harmonic Retracement
• มักเกิดใน Shark / Bat / Crab
🔸 94.1%
• จุดสุดท้ายก่อน “Trend เปลี่ยนจริง”
• ถ้ารับได้ → พุ่งแรง
• ถ้าหลุด → โครงสร้างพัง
________________________________________
📘 Boroden:
โซนนี้คือ “Last Defense”
📕 Carney:
Harmonic Completion Zone (PRZ)
📗 Miner:
ถ้า Time ไม่ครบ → อย่าเข้า
________________________________________
🎯 กลยุทธ์
⚠️ High Risk / High Reward
⚠️ ต้องใช้ Confirmation
❌ ห้ามเข้าแบบเดา
________________________________________
🔴 ZONE 4: EXTENSION ZONE (113% – 161.8%)
💣 โซนแจกเงิน – โซนจบรอบ
________________________________________
🔺 113%
• Breakout แรก
• มือใหม่เริ่มไล่ราคา
🔺 127.2%
• Harmonic Target
• Trader มืออาชีพเริ่มทยอยปิด
🔺 141.4%
• Overextension
• สัญญาณ Exhaustion
🔺 161.8%
• Ultimate Target
• ตลาดมัก “หยุด / กลับตัวแรง”
________________________________________
📘 Boroden:
Extension = Profit Taking Zone
📕 Carney:
Completion of Harmonic Structure
📗 Miner:
High Probability Reversal Area
________________________________________
🎯 กลยุทธ์
❌ ไม่ไล่ซื้อ
✅ รอขาย / TP
✅ หา Divergence
✅ มองกลับฝั่ง
________________________________________
🧩 Fibonacci TIME (สิ่งที่คนส่วนใหญ่พลาด)
ราคา “ไม่พอ” ต้องดูเวลา
ตัวอย่าง Time Ratio:
• 38.2%
• 50%
• 61.8%
• 100%
• 161.8%
📌 ถ้า:
• ราคาอยู่ 61.8%
• เวลาอยู่ 61.8%
= Perfect Timing Trade
________________________________________
🧠 Fibonacci CLUSTER (ของจริงระดับโปร)
คือจุดที่:
• Fib Retracement ซ้อนกัน
• Extension ทับ
• Harmonic PRZ
• Time Cycle ตรง
📍 จุดนี้ = ตลาด “ต้องเลือกทาง”
ถ้าหลุด = เทรนด์เปลี่ยน
ถ้ารับได้ = วิ่งแรงมาก
________________________________________
🐉 เชื่อมกับ Harmonic Pattern
Pattern Retracement Extension
Gartley 61.8% 78.6%
Bat 50–61.8% 88.6%
Butterfly 78.6% 127–161.8%
Crab 88.6% 161.8%
________________________________________
🧠 สรุปสุดท้าย (แบบนักรบ)
Zone ความหมาย
🟢 Minor Smart Money เริ่มสะสม
🟠 Mid โซนทองคำของเทรนด์
⚪ Deep จุดตัดสินใจ
🔴 Extension โซนแจกเงิน / จบเทรนด์
________________________________________
🔥 ประโยคสรุประดับปรมาจารย์
“Fibonacci ไม่ได้บอกว่า ‘ราคาจะไปไหน’
แต่มันบอกว่า ‘ตรงไหนที่คนส่วนใหญ่จะตัดสินใจผิด’”
________________________________________
#XAUUSD
#GoldTrader
#FiboZone
#ทองคำวันนี้
#WarOfGold
SET50 Insights: ส่องทิศทาง S50Z25 ผ่านเลนส์ Data&AI | 31 ต.ค. 68🔥🔥 กองเทไม่หยุด 9 วันติด รวมแล้ว 11,000 ล้านบาท
📌 Data Checkpoints - เหตุการณ์สำคัญวันก่อน
🟢 ระยะสั้นปรับฐานเข้าเทรนขาขึ้นใหม่(เส้นเขียว)
🟢 ได้แรงรีบาวด์ระยะสั้นจาก Bullish Divergence(MACD,RSI,Sto)
🔴 DELTA ถูกขังT1 Cash Balanceต่อ1เดือน
🔴 กองทุนขายติดต่อ 9 วันติด ยาวนานสุดตั้งแต่ต้นปี
🔴 ต่างชาติShortหนัก 11,610สัญญา เป็นวันที่4ติดต่อกัน
⸻⸻
📉 Outlook&Tactical Plan - ภาพรวมแนวโน้มวันนี้
🔹Trend : ดัชนีถูกแรงกระชากจาก DELTA จนลงมาปิดGap 2week และรีบาวด์ทันที มีแรงBullish Divergence Support ปรับเทรนขาขึ้นระยะสั้นได้ใหม่เส้นเขียว แต่Pattern H&S และ Gap ล่างยังคงรอปิดอยู่
🟢 Bullish Plan :
ยืนเหนือ 847 ได้ → มีโอกาสรีบาวด์ทดสอบแนว 853 / 856
ถ้าทะลุ 856 ได้ → สัญญาณกลับตัวสั้น ๆ (เป้า 861)
🔴 Bearish Plan :
หลุด 844 → เปิดทางลงต่อ 841 / 834
หากหลุด 834 → เสี่ยงเปิดขาลงระยะกลาง
🟡 Sideway Plan :
แกว่งในกรอบ 844–856 เพื่อสะสมแรงก่อนเลือกทิศใหม่
⸻⸻
🎯 Key levels - โซนราคาสำคัญ
🛡️แนวรับ (Support) : 844-847
5 จุดร่วม : EMA10 (TFDay),Trend Line แนวรับ,BB ล่าง (TF60),BB ล่าง (TF15),Low เดิมรอบสั้น (1-5 วัน)
⚔️แนวต้าน (Resistant) : 852-856
10 จุดร่วม :Fibo1 38.2,High เดิมรอบสั้น (1-5 วัน),EMA75 (TF15),EMA10 (TF15),EMA25 (TF15),EMA5 (TF15),EMA5 (TFDay),Mode สะสม week ก่อน,Mode สะสมเมื่อวาน ,POC
⸻⸻
⚡ AI Probability & Forecast – คาดการณ์เหตุการณ์ที่น่าสนใจ
🔸 45% → Sideway Down (แกว่งในกรอบ 844–856)
🔻 35% → Bearish Break (หลุด 844 → ลง 841 / 834)
🔹 20% → Bullish Rebound (กลับขึ้นทดสอบ 861 / 867)
👀 สรุป : ระยะสั้นยังคงสวิงออกข้างต่อ ยังเจอแรงขายของกองทุน และการShortของต่างชาติ จะขึ้นต่อยาวอาจต้องลงมาเก็บGapที่มีก่อน DeltaโดนกระแสกดดันติดTradingAlertต่อ
#TFEX #S50Z25 #SET #หุ้น #หุ้นไทย #ตลาดหุ้น #SET50 #derivatives
การวิเคราะห์คลื่นเอลเลียต – XAUUSD (13/10/2025)
________________________________________
🔹 1. ภาพรวม
ในแผนก่อนหน้านี้ ผมได้คาดการณ์ว่า ราคาจะดีดตัวขึ้นแบบแก้ไข (Corrective Rally) หลังจากเกิด แรงขายอย่างตื่นตระหนก (Panic Sell) ซึ่งระบุได้จาก คลื่น C สีฟ้าในกรอบเวลา H1 ที่มีความยาวมากกว่าปกติ
________________________________________
🔹 2. โมเมนตัม (Momentum)
โมเมนตัมกรอบ D1 กำลัง กลับตัวเป็นขาลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ราคาและโมเมนตัมเกิดสัญญาณ Divergence จึงแสดงให้เห็นว่า แรงซื้อยังคงแข็งแกร่งอยู่
โมเมนตัมกรอบ H4 ขณะนี้ได้ เข้าสู่เขตซื้อมากเกินไป (Overbought Zone) แล้ว ดังนั้นภายใน 1–2 แท่งเทียน H4 ถัดไป มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิด การปรับฐานลง (Correction)
โมเมนตัมกรอบ H1 กำลัง ปรับตัวลง และ ราคากำลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ (Sideway) ดังนั้นควร เฝ้าสังเกตต่อไปอย่างใกล้ชิด
________________________________________
🔹 3. โครงสร้างคลื่น (Wave Structure)
กรอบเวลา D1:
• ราคายังคงอยู่ใน คลื่นที่ 5 สีเหลือง
• แม้ว่าโมเมนตัม D1 จะอ่อนตัวลง แต่ โครงสร้างคลื่น 5 ที่ขยายออก (Extended Wave 5) บ่งชี้ว่าเมื่อเกิดการปรับฐาน คลื่นลงแรกจะมีลักษณะ รุนแรงและชันมาก
• การเกิด Divergence ระหว่าง แท่งเทียน D1 และโมเมนตัม D1 แสดงถึง แรงซื้อที่เริ่มอ่อนลง แต่ยัง ไม่ยืนยันการกลับตัวอย่างสมบูรณ์
กรอบเวลา H4:
• ราคากำลังเคลื่อนไหว บริเวณขอบบนของช่องราคา (Price Channel)
• ก่อนหน้านี้ได้เกิด โครงสร้าง ABC สีฟ้า และขณะนี้ราคากำลังสร้าง ยอดสามยอด (Triple Top) ใกล้บริเวณแนวต้านเดิม
• รูปแบบนี้บ่งชี้ถึง โครงสร้าง WXY โดยที่ คลื่น Y อาจพัฒนาในสองรูปแบบคือ
1️⃣ Flat Pattern (5 คลื่น) หรือ
2️⃣ Triangle Pattern (รูปสามเหลี่ยม)
กรอบเวลา H1:
• โครงสร้าง ABC สีฟ้า เสร็จสมบูรณ์แล้ว ตามมาด้วยการปรับขึ้นถึงยอดเดิม
• ปัจจุบันราคา เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ในบริเวณนี้
• จากสถานการณ์นี้ มีสองความเป็นไปได้:
o (1) การปรับฐาน สิ้นสุดแล้ว และราคากำลังเข้าสู่ คลื่นแนวโน้ม 5 คลื่น ซึ่งอาจหมายถึง การปรับตัวขึ้นต่อ
o (2) การปรับฐาน ยังไม่จบ และราคามีแนวโน้มจะ ลดลงต่อ ตามสองกรณีที่กล่าวไว้ในกรอบ H4
________________________________________
🔹 4. หมายเหตุเพิ่มเติม
• โครงสร้างคลื่นในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึง การซ้อนทับกันของคลื่น (Overlap) อย่างชัดเจน
• หลังจากการขายอย่างตื่นตระหนกก่อนหน้า การฟื้นตัวที่ช้าครั้งนี้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีลักษณะเป็น คลื่น 1 แบบ Diagonal นำ (Leading Diagonal)
• ในกรณีนี้ เมื่อราคา ทะลุช่องราคา (Channel Breakout) ควรเห็นการ พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของคลื่น 3
• อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ราคายัง เคลื่อนไหวในกรอบแคบ (Sideway) ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าเป็นเพียง คลื่น X ของโครงสร้างปรับฐานที่ยังดำเนินอยู่
⚠️ สำคัญ:
แตกต่างจาก จุดเข้า Buy เมื่อวันศุกร์ ที่มีสัญญาณยืนยันหลายปัจจัย สถานการณ์ตอนนี้มี สองแนวทางที่ขัดแย้งกัน ทำให้ ความน่าจะเป็นของสัญญาณนี้ไม่สูงมาก
________________________________________
🔹 5. แผนการเทรด (Trade Plan)
กลยุทธ์ Sell (ระยะสั้น):
• Sell Stop: 4040
• SL: 4058
• TP1: 4010
การบริหารความเสี่ยง:
หากราคา ปรับตัวขึ้นแรงและทะลุแนวต้านบน ยืนยันพฤติกรรมของ คลื่น 3 ให้ ยกเลิกคำสั่ง Sell นี้ทันที
อย่างที่ได้กล่าวไว้ สัญญาณนี้มีความน่าจะเป็นต่ำและ SL ค่อนข้างกว้าง ดังนั้นควร สังเกตการณ์ก่อน หรือใช้ ขนาดออเดอร์เล็กที่เหมาะสม
Xauuusd ทองย่อลงให้สัปดาห์นี้15-19 กย68แนวโน้มสัปดาห์นี้
ขาลงเด่นกว่าถ้าราคาไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 3635 ได้ มีโอกาสลงต่อไปทดสอบแนว 3580–3570
(ซึ่งตรงกับเส้นเหลืองแนวรับสำคัญที่คุณวางไว้)
จุดเปลี่ยน (Reversal Zone)
ถ้า RSI เกิด bullish divergence ใน TF ย่อย (15m/5m) อาจมีรีบาวด์สั้น ๆ
รีบาวด์ที่แรงต้องยืนเหนือ 3645 ให้ได้ก่อน ถึงจะเปลี่ยน bias เป็นกลาง/ขาขึ้น
โซนสำคัญของสัปดาห์
แนวต้าน: 3635 / 3646 / 3660
แนวรับ: 3580 / 3570 / 3550
กลยุทธ์
เทรดตามเทรนด์: เน้น short เมื่อราคาเด้งไม่ผ่านโซน 3635–3645
สายสวน: รอ oversold + divergence ชัดเจน แล้วค่อยเก็บ long สั้น ๆ เป้าหมาย 3620–3630
Trade record: Buy 3376-3374 SL 3370เหตุผลที่เข้าเทรด
**เป็นเทรนขาขึ้นในทามเฟรม H4,H1,m30✔️
** เป็นการเล่น แพทเทิร์น AB=CD ✔️
**แท่งเทียน Time Frame M15 มี reject✖️
**RSI เกิด Hidden Bullish divergence Time Frame M15✔️
** มี Demand Zone ใน TF H1,H4,*ที่ส่งราคาไปชนะไฮล่าสุด**✔️
** เกิด Bullish divergence ใน TF m5✖️
**ราคาอยู่ในจุด Lower Band Time Frame M15✔️
* มีการกวาด Liquidity ก่อนถึงโซน POI✔️
* มีวอลุ่มซื้อใน Time Frame M15✔️
** ตั้ง เบรคอีเว้นท์ 600 points
*ข้อมูลที่นำเสนอ เป็นเพียงการวิเคราะห์เชิง Technical ส่วนบุคคล เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเทรดเท่านั้น
*By ช่างพงษ์
Trade record: Buyเหตุผลที่เข้าเทรด
**เป็นเทรนขาขึ้นในทามเฟรม H4,H1,m30✔️
** เป็นการเล่น แพทเทิร์น AB=CD ✔️
**แท่งเทียน Time Frame M15 มี reject✖️
**RSI เกิด Hidden Bullish divergence Time Frame M15✔️
** มี Demand Zone ใน TF H1,H4,*ที่ส่งราคาไปชนะไฮล่าสุด**✔️
** เกิด Bullish divergence ใน TF m5✖️
**ราคาอยู่ในจุด Lower Band Time Frame M15✔️
* มีการกวาด Liquidity ก่อนถึงโซน POI✔️
* มีวอลุ่มซื้อใน Time Frame M15✔️
** ตั้ง เบรคอีเว้นท์ 600 points
*ข้อมูลที่นำเสนอ เป็นเพียงการวิเคราะห์เชิง Technical ส่วนบุคคล เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเทรดเท่านั้น
*By ช่างพงษ์
XAUUSD 15M มุมมองระยะสั้น( short term ) tecnical swing tradXAUUSD (15M) | เทคนิคัลล้วน – มุมมองระยะสั้น
สภาพตลาด
ราคาทองคำมีการย่อตัวระยะสั้น หลังจากขึ้นมาชนแนวต้านบริเวณ H4 และเกิดสัญญาณ RSI Divergence บนกราฟ 15 นาที บ่งชี้ถึงการพักตัวเพื่อสะสมแรงซื้อใหม่
📌 เครื่องมือที่ใช้
EMA 25 ยังอยู่เหนือ EMA 200 → เทรนด์ยังคงขาขึ้น
RSI เกิด Bearish Divergence → มีโอกาสย่อสั้นเพื่อรีเซ็ตโมเมนตัม
Stochastic เริ่มชี้ลงจากโซน Overbought → หนุนแนวคิดย่อเพื่อดีดกลับ
📍 แนวรับสำคัญ (โซนเข้า):
🔻 3358 – 3356 (บริเวณ EMA 25 และโซน Fibo retracement 38.2%)
📈 แนวโน้ม:
คาดว่าย่อระยะสั้นเพื่อสะสมแรงขึ้นต่อ หากไม่หลุด 3356 มีโอกาสดีดกลับไปทดสอบแนวต้านกราฟ 4 ชั่วโมง
🎯 Entry Zone:
➡️ 3358 – 3356 (รอให้ราคาแสดงแรงดีดกลับ)
🎯 Take Profit:
✅ เป้าหมายแรก: 3397
✅ เป้าหมายถัดไป: 3402
📛 เงื่อนไขสำคัญ:
❗ หากราคาหลุดต่ำกว่า 3355 เทรนด์อาจเปลี่ยนเป็นพักฐานลึก ควรหยุดดูสถานการณ์
Trade record: Buy 3340 TP 3366เหตุผลที่เข้าเทรด
**เป็นเทรนขาขึ้นในทามเฟรม H4,H1,m30✔️
** เป็นการเล่น แพทเทิร์น AB=CD ✔️
**แท่งเทียน Time Frame M15 มี reject✖️
**RSI เกิด Hidden Bullish divergence Time Frame M15✔️
** มี Demand Zone ใน TF H1,H4,*ที่ส่งราคาไปชนะไฮล่าสุด**✔️
** เกิด Bullish divergence ใน TF m5✖️
**ราคาอยู่ในจุด Lower Band Time Frame M15✔️
* มีการกวาด Liquidity ก่อนถึงโซน POI✔️
* มีวอลุ่มซื้อใน Time Frame M15✔️
** ตั้ง เบรคอีเว้นท์ 600 points
*ข้อมูลที่นำเสนอ เป็นเพียงการวิเคราะห์เชิง Technical ส่วนบุคคล เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเทรดเท่านั้น
*By ช่างพงษ์
XAU/USD Daily Analysis 14/7/2025 by TraderTan
📰 ข่าวต่างประเทศ
ราคาทองคำเคลื่อนไหวตามการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
ตลาดจับตาการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของราคาทองคำ
ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
cr. Investing.com, FXStreet, Kitco (และแหล่งข่าวอื่นๆ)
Trading Note (SELL)
➡️ เข้าขาย (Entry Price): 3,365.22
✅ TP1 (Take Profit 1): 3,340.12
✅ TP2 (Take Profit 2): 3,338.90
🛑 SL (Stop Loss): 3,374.74
💡 เหตุผลในการเข้าเทรด:
ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้านและแสดงสัญญาณการกลับตัวลง
RSI แสดง Divergence ซึ่งบ่งชี้ถึงการอ่อนตัวของแรงซื้อ
ราคากำลังพยายามปรับฐานลงมาหลังจากทำจุดสูงสุด
✨ Fibonacci: ไม่ปรากฏข้อมูล Fibonacci ในคำสั่งนี้
📊 RSI: 57.19% ซึ่งบ่งชี้ว่าราคายังไม่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) อย่างชัดเจน แต่มีแนวโน้มที่จะลดลง
🧱 แนวรับแนวต้านสำคัญ:
แนวต้าน: 3,374.74 (SL), 3,365.22 (ราคาเข้า)
แนวรับ: 3,340.12 (TP1), 3,338.90 (TP2)
🧠 ประสบการณ์:
การเข้าขายเมื่อราคาทดสอบแนวต้านและแสดงสัญญาณการกลับตัวลงจาก Divergence ของ RSI เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อทำกำไรจากการปรับฐานของราคา
⚠️ ข้อควรระวัง:
❗นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจจะกำไรและขาดทุน ฉะนั้น
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
“หากบทวิเคราะห์นี้ดี…มีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเทรดทุกท่าน
“กรุณากดติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะครับ…ขอบคุณครับผม”
แนวโน้มขาลง — ราคาทองคำต่ำกว่า 3,300 ดอลลาร์✴️ บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ก.ค. 2568
ทองคำยังอยู่ในกรอบขาลงย่อย แต่เริ่มเห็นแรงซื้อสะสมใกล้โซน $3,260–3,245
ราคาทองคำยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันในช่วงการซื้อขายในตลาดเอเชียว โดยร่วงลงต่ำกว่าระดับ 3,300 ดอลลาร์ และแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ การลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความเห็นพ้องกันที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคาดการณ์ว่ามาตรการภาษีที่เข้มงวดของสหรัฐอาจกระตุ้นให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐสูงขึ้น และทำให้ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังคงทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ทำได้เมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญสำหรับโลหะมีค่าที่ไม่ให้ผลตอบแทน ซึ่งยังคงเผชิญกับแรงกดดันขาลงอย่างต่อเนื่อง
⭐️ความคิดเห็นส่วนตัว:
ราคาทองคำทะลุแนวรับ ดัชนีดาวโจนส์ในครึ่งแรกปรับตัวลดลง แนวโน้มทองคำลดลงต่ำกว่า 3,300
📈 แนวโน้มทางเทคนิค (H1)
ราคายังคงย่อตัวในช่องขาลง (Bearish Channel) หลังเกิด Break of Structure (BOS) ฝั่งขาลงบริเวณ 3310–3315
ปัจจุบันราคาทดสอบโซนแนวรับสำคัญ 3279–3268 (สังเกตแท่งเทียนวิ่งลงมาทดสอบแล้วมีสัญญาณ Bullish Divergence RSI)
แนวต้านถัดไปอยู่ที่ 3310–3315 และหากทะลุขึ้นจะเจอโซนแรงขายบริเวณ 3344–3350
💡 แผนการลงทุนรายวัน
กรณีราคาย่อตัวถึง 3279–3268
✅ Long Entry เมื่อเห็นแท่งเทียน reversal (เช่น Pin Bar, Hammer) + RSI Divergence
🛑 Stop Loss : ใต้โซนที่ 3260
🎯 Take Profit 1 : บริเวณ 3310–3315
🎯 Take Profit 2 : หากแรงซื้อยังแข็งแกร่ง ขยับขึ้นต่อไปที่ 3344–3350
กรณีราคาดีดกลับขึ้นไปที่ 3310–3315
✅ Short Entry เมื่อเจอสัญญาณ Bearish Rejection (เช่น Shooting Star)
🛑 Stop Loss : เหนือโซน 3320
🎯 Take Profit : เป้าลงทดสอบ 3279–3268 (หรือต่ำสุดช่องขาลงที่ 3243–3235 หากแรงขายรุนแรง)
🌎 ปัจจัยพื้นฐานที่ต้องติดตาม
📊 ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
US CPI / PPI ประจำเดือนมิ.ย. หากสูงกว่าคาด ดอลลาร์แข็ง → กดดันทอง
US Retail Sales และ Job Openings (JOLTS) เพื่อวัดสภาพการใช้จ่ายและตลาดแรงงาน
💵 ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ (DXY)
หาก DXY ดีดตัวขึ้น คาดแรงขายทองกลับมาอีกครั้ง
🏦 นโยบาย Fed & Minutes Meeting
ความเห็น Fed ในการประชุมครั้งล่าสุด (FOMC) ยังส่งสัญญาณลด QE หรือขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือไม่
🤝 ความต้องการของธนาคารกลาง
การซื้อ–ขายทองคำสำรองของธนาคารกลางใหญ่ (เช่น จีน รัสเซีย)
🛢️ ภาวะภูมิรัฐศาสตร์ & Commodity
ความตึงเครียดตะวันออกกลาง/ยูเครน → สถานะปลอดภัย (Safe Haven)
ราคาน้ำมัน & หุ้นโลก เป็นตัวชี้วัด Risk Sentiment
🔔 สรุป
ทางเทคนิคยังเป็นขาลง แต่มีจังหวะรีบาวด์จากโซน 3268–3279
ติดตามสัญญาณ reversal บริเวณโซนแนวรับเพื่อเข้าซื้อ หรือกรณีดีดขึ้นแล้วเจอแรงขายที่ 3310–3315 ให้พิจารณาขาย
คุมความเสี่ยงด้วย Stop Loss ชัดเจน และติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ/DXY/นโยบาย Fed ใกล้ชิด
ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุนครับ! 🚀
หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้มิใช่คำแนะนำการลงทุนอย่างเป็นทางการ ผู้ลงทุนควรประเมินความเสี่ยงและใช้ดุลยพินิจของตนเอง
ข้อจำกัด: การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการคาดการณ์ และสถานการณ์ตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผู้ลงทุนควรทำการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน






















