Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
การระบาดโควิด-19 ในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (23/3) ดาวโจนส์ปรับตัวลดลงกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ หลังร่างกฏหมายมาตรการเยียวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ผ่านวุฒิสภาครั้งที่ 2
ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงปิดที่ 1,024.46 จุด ลดลง 102.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.96 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่มีโอกาสที่จะปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 13
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงแบบมีช่องว่าง การปรับตัวขึ้นปิดและปรับตัวลงปิดช่องว่าง เป็นลักษณะของ Common gap ที่เกิดในช่วงที่ดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) การเรียงตัวของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง และการเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน โดยดัชนีตลาดอาจแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 969 – 1,133 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,053 – 1,077 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 997 – 969 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สัปดาห์ที่บอบช้ำ
การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐในวงกว้าง นักลงทุนตื่นนำหุ้นออกเทขายฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงแรง ในรอบสัปดาห์ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ดิ่งลง 4,011 จุด หรือดิ่งลง 17.3%
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวกส่งท้ายสัปดาห์ หลังตลาดออกมาตรการสกัดการขายล่วงหน้า ดัชนีตลาดวันศุกร์ปิดที่ 1,127.24 จุด เพิ่มขึ้น 83.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9.3 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเริ่มกลับมาเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 850 จุด ก่อนที่จะปรับตัวลง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่าง (Gap = 1,044 – 1,077 จุด) ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นตามหลักการของ Granville โดยมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มขาลงที่ 1,164 จุด และมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านถัดไป ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,164 – 1,223 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,077 – 1,010 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ไร้ทิศทาง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (17/3) ปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท่ามกลางความไม่แน่ถึงผลกระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง หลังผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายในช่วงท้ายตลาด เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สร้างความวิตกให้กับประชาชนในวงกว้าง และรัฐบาลขาดมาตรการเด็ดขาดในการความคุมการแพร่ระบาด ดัชนีตลาดปิดที่ 1,035.17 จุด ลดลง 10.91 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.7 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเป็นบวก แต่ระยะกลาง - ยาวเป็นลบ ต่างชาติเดินหน้าขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 9
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆ หลังจากดัชนีตลาดปรับตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 969 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Inverted Hammer ในเขตขายมากเกิน ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล และเป็นการปรับตัวขึ้นตามหลักการของ Granville แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากเส้น MMA2 เรียงตัวแบบตลาดขาลง และสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด)
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,105 – 1,152 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,008 – 942 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
โควิด-19 ทุบตลาดหุ้น
การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐสร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุนย่านตลาดหุ้นวอลล์สตรีทนำหุ้นออกเทขาย ส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (17/3) ดิ่งลง 12 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างการซื้อขายตลาดติด Circuit Breaker นักลงทุนเมินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.00 – 0.25% และการเพิ่มเม็ดเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์ของเฟด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดทรุดตัวลงปิดที่ 1,046.08 จุด ลดลง 82.83 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.8 หมื่น ต่างชาติเดินหน้าขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆ หลังจากดัชนีตลาดปรับตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 969 จุด แรงซื้อที่กลับเข้ามาหนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดช่องว่างขาลง Gap = 1,184 จุด – 1,249 จุด (Filling the gap) แท่งเทียนเกิดเป็น In-neck pattern ในเขตขายมากเกิน ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไน หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล และเป็นการปรับตัวขึ้นตามหลักการของ Granville แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากเส้น MMA2 เรียงตัวแบบตลาดขาลง และสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด)
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลเพื่อปิดช่องว่างขาลง แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,116 – 1,164 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,008 – 942 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ฟื้นตัว
นักลงทุนย่านวอลล์สตรีทกลับเข้าซื้อหุ้น หลังทรัมป์ออกมาตรการเข้มเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด 19 ดาวโจนส์ทะยานขึ้นเกือบ 2,000 จุด และแรงซื้อบางส่วนกลับมาเพื่อดักมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ช่วงวันที่ 16 – 17 นี้
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,128.91 จุด เพิ่มขึ้น 14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.19 แสนล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นกลับมาเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 1,200 จุด ระยะสั้นดัชนีตลาดยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงหรือปรับฐาน สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 7
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดทรุดตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 969 จุด แรงซื้อที่กลับเข้ามาหนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดช่องว่างขาลง Gap = 1,184 จุด – 1,249 จุด (Filling the gap) แท่งเทียนเกิดเป็น In-neck pattern ในเขตขายมากเกิน ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไน หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล และเป็นการปรับตัวขึ้นตามหลักการของ Granville แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากเส้น MMA2 เรียงตัวแบบตลาดขาลง และสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด)
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลเพื่อปิดช่องว่างขาลง แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,164 – 1,200 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,068 – 1,008 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ลุ้นทดสอบแนวรับที่ 1,000 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กติด Circuit Breaker เป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ หลังตลาดทรุดตัวลง 10 เปอร์เซ็นต์ ภัยคุกคามจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน ต่างนำหุ้นออกเทขาย ส่งผลให้ดาวโจนส์ดิ่งลง 2,352 จุด หวั่นเศรษฐกิจสหรัฐทรุดตัวลงหนัก
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,114.91 จุด ลดลง 134.95 จุด มูลค่าการซื้อขายกว่า 1 แสนล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,000 จุด นักลงทุนทั่วไปเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ต่างชาติเดินหน้าขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 6
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดทรุดตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 1,095 จุด ดัชนีตลาดเปิดลงแบบมีช่องว่างขาลง (Gap = 1,184 จุด – 1,249 จุด) ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลเพื่อปิดช่องว่างขาลง (Filling the gap) แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram เป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางเคลื่อนตัวลง และเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาลง เป็นการยืนยันว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลง
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E ที่มีแนวรับทางจิตวิทยาอยู่ที่ 1,000 จุด มีแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) อยู่ที่ 1,116 จุด และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 942 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,000 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,159 – 1,204 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,070 – 1,045 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ตื่นการระบาดเชื้อโควิด 19
นักลงทุนตื่นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 หลัง WHO ยกระดับการแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 เป็นการแพร่ระบาดระดับโลก นักลงทุนต่างนำหุ้นออกเทขาย ส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กวันพุธ (11/2) ทรุดตัวลง ดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 1,400 จุด และเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market) เนื่องจากดาวโจนส์ปรับลดลงจากจุดสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,249.89 จุด ลดลง 21.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.2 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับจิตวิทยาที่ 1,200 จุด นักลงทุนทั่วไปเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ หลังดัชนีตลาดแกว่งตัวขึ้นปิดช่องว่างขาลง (Gap = 1,272 – 1,364 จุด) เป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อปิดช่องว่างขาลง (Filling the gap) และเกิดแท่งเทียนรูป Falling Three Methods ทั้งสองรูปแบบเป็นสัญญาณลงต่อเนื่อง (Continuation pattern) ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลเพื่อ ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเพื่อลงต่อหรือเพื่อปรับฐาน เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาลง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลง
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E ที่มีแนวรับทางจิตวิทยาอยู่ที่ 1,300 จุด มีแนวรับ 38.2% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) อยู่ที่ 1,292 จุด และมีแนวรับของคลื่น (4) อยู่ที่ 1,220 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,200 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,262 – 1,287 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,238 – 1,220 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้าน 1,650 จุด
แรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,626.00 จุด เพิ่มขึ้น 18.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.16 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเริ่มกลับมาเป็นบวก สัญญาณ Bullish Divergence แสดงถึงปลายตลาดขาลง ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,650 จุด สถาบันภายในประเทศกลับมาเป็นกลุ่มนำซื้อสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับลดลงเล็กน้อย นักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูบทสรุปการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่ 1,603 จุด เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,645 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,750 จุด
จากความยาวของคลื่น i) และคลื่น ii) ในขณะนี้ จะมีเป้าหมาย 161.8% Fibonacci Projection ของคลื่น iii) อยู่ที่ 1,748 จุด+/-
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นปิดเหนือแนวต้านที่ 1,625 จุด หลังดัชนีตลาดปรับตัวลงไปทำจุดต่ำที่ 1,603 จุดถึงสองครั้ง และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI และ MACD Histogram เสมือนเป็นสัญญาณเตือนในช่วงปลายตลาดขาลง
ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง โดยมีเส้นแนวโน้มขาลงเป็นแนวต้านร่วม ดัชนีตลาดจะยืนยันการปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดสามารยืนปิดเหนือ 1,645 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นบวก การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI และ MACD Histogram เป็นเสมือนสัญญาณที่ชี้ว่าดัชนีตลาดกำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาลง และใช้เป็นจุดเข้าซื้อ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,635 – 1,641 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,620 – 1,613 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และรอซื้อเพิ่มเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
หลีกเลี่ยงการไล่ราคา
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,731.64 จุด เพิ่มขึ้น 9.43 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.8 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวแนวต้านที่ 1,740 จุด และ 1,766 จุด ตามลำดับ แม้สัญญาณทางเทคนิคัลจะแสดงถึงการปรับตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น แต่ระยะสั้นควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคาหุ้น ต่างชาติเดินหน้าซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ตลาดหุ้นนิวยอร์กแกว่งตัวแบบไร้ทิศทาง นักลงทุนกังวลว่าการเจรจาการค้าระหว่างสี จิ้นผิงและทรัมป์อาจไม่บรรลุข้อตกลง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่างที่ 1,722 – 1,726 จุด ดัชนีตลาดปิดค่อนไปทางสูงทำให้ช่องว่างที่เกิดมีแนวโน้มเป็น Breakaway gap หรือ High Price Gapping Play ซึ่งเป็นสัญญาณขึ้นต่อเนื่อง ดัชนีตลาดจึงมีทิศทางปรับตัวขึ้นต่อ เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นด้วยความลาดชันที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณยืนยันถึงทิศทางขาขึ้นในระยะกลาง
อย่างไรก็ดี การเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ MACD Histogram เตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงในระยะสั้น
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวทะลุผ่านแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ 1,664 จุด ซึ่งจากนี้ไปจะทำหน้าที่เป็นแนวรับ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ที่ 1,599 จุด และดัชนีตลาดกำลังปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินจะกระตุ้นแรงขายออกมาเป็นระยะซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดพักตัวลง แต่ระยะกลางขึ้นไปดัชนียังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น สำหรับนักลงทุนต้องการขายเพื่อทำกำไรเป็นรอบ ควรสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence จึงนำหุ้นออกขาย
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,735 – 1,742 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,726 – 1,720 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
จากกราฟรายวันดัชนีตลาดเริ่มปรากฏสัญญาณ Bearish Divergence ของ MACD Histogram แม้จะมีนัยสำคัญน้อยกว่าสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนให้ระวังถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคา
วิเคราะห์กราฟ XAUUSD – 24/11/2025 07:50am🔥 วิเคราะห์กราฟ XAUUSD – 24/11/2025 07:50am
📌 ภาพใหญ่ : ไทม์เฟรม 1D (Daily)
โครงสร้างหลักยังเป็นขาขึ้น (Uptrend) แต่กำลังพักตัว Sideway บริเวณสูง
ราคายังยืนเหนือโซนสำคัญ 4,000 – 4,030
MACD Daily ขาลง เริ่มตัดขึ้นเล็กน้อย, โมเมนตัมลบอ่อนแรง → สัญญาณว่าแรงขายเริ่มหมด
RSI/Stoch RSI มีสัญญาณ Divergence ขาลงหลายจุดก่อนหน้า → ตอนนี้กำลังแกว่งตัวในโซนกลาง
👉 ภาพ Daily คือ “พักฐานหลังขึ้นแรง” ยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัวลงแรง
โซนสำคัญ Daily
แนวรับ 3,977 / 3,965
แนวต้าน 4,107 / 4,145
📌 ภาพกลาง : ไทม์เฟรม 1H (H1)
1H ตอนนี้ราคาวิ่งเป็น Sideway กว้าง และไม่มีโมเมนตัมชัด
ราคาถูกกดไว้แถว 4,093 – 4,107
แนวรับ H1 อยู่ที่ 4,022 – 4,032
MACD H1 ออกข้าง เส้นเริ่มบีบ → รอเลือกทาง
RSI มี Divergence ขึ้นหลายจุด → สัญญาณแรงขายอ่อนลง
👉 ภาพ H1 ให้ความรู้สึกว่า “ตลาดกำลังสะสมพลัง รอข่าวหรือแรงผลัก”
อาจมีการเด้งรอบใหม่ถ้ายืน 4,050 ได้
📌 ภาพเล็ก : ไทม์เฟรม 15M (M15)
15 นาทีมีการเหวี่ยงเยอะ (Volatility สูง) แต่เป็น Sideway เช่นกัน
ราคาแกว่งในกรอบแคบ 4,055 – 4,085
มี Divergence ทั้งขาขึ้นขาลง → กราฟสั้นยังเป็นช็อตเก็งกำไร
MACD M15 ยังไม่ Break โซนบวก → เทรนด์ยังไม่ขึ้นจริง
👉 ภาพ M15 ยังเป็น “แกว่งตัวรอเลือกทาง” ไม่ใช่เทรนด์ชัดเจน
🎯 สรุปภาพรวมตลาด ณ วันนี้ (24/11/2025)
🔮 XAUUSD กำลังสร้างฐาน สะสมพลัง รอเลือกทางใหญ่
กรอบใหญ่ (Daily) ยังเป็น ขาขึ้น
กรอบกลาง–เล็ก (H1, M15) เป็น Sideway สะสมพลัง
ไม่มีสัญญาณลงแรง
หากทะลุ 4,100 ขึ้นไป จะเปิดทางไปทดสอบ 4,150 – 4,200
หากหลุด 4,040 จะมีแรงขายระยะสั้นลง 4,000 – 3,980
🧭 กลยุทธ์ที่เหมาะตอนนี้
🟩 สายเทรด Buy (สวนแรงขาย)
✓ รอราคาเด้งจากโซน
4,040 – 4,050
SL: 4,020
TP1: 4,085
TP2: 4,120
เพราะโซนนี้เป็น Demand จาก H1 + MACD อ่อนตัวรอเด้ง
🟥 สายเทรด Sell (เล่นตามโมเมนตัมอ่อนตัว)
✓ ถ้าราคาขึ้นไปชน
4,100 – 4,115 แล้วมีแท่งกลับตัว
SL: 4,130
TP: 4,060 / 4,050
⚠️ คำเตือนจากกราฟตอนนี้
M15 + H1 ไม่เทรนด์ชัด → เสี่ยงโดนฟาดกลับทั้งสองทาง
เหมาะกับการเล่นสั้นตามกรอบมากกว่ารีบตามเทรนด์ใหญ่
#เป็นแนวความคิดเห็นส่วนตัว
#ไม่ได้เป็นการแนะนำการลงทุน
#การลงทุนมีความเสี่ยงควรระวัง
การวิเคราะห์ Elliott Wave – XAUUSD | 13/11/2025
🔸 1. โมเมนตัม
กรอบเวลา D1
• โมเมนตัมบน D1 ยังปิดอยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (Overbought) แสดงถึงแรงซื้อที่อ่อนตัวลง
• มีโอกาสเกิดการกลับตัวลง (Bearish Reversal) ได้ทุกเมื่อ
กรอบเวลา H4
• โมเมนตัมบน H4 อยู่ในโซน Overbought และเริ่มหดตัว → เป็นสัญญาณว่าราคาอาจเตรียมกลับตัวลงใน H4
กรอบเวลา H1
• โมเมนตัม H1 อยู่ในโซนขายมากเกินไป (Oversold) คาดว่าจะเด้งขึ้นสั้น ๆ ก่อนกลับเข้าสู่โซน Overbought
________________________________________
🔸 2. โครงสร้างคลื่น
โครงสร้าง D1
• ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากเมื่อวาน ราคาเคลื่อนที่เข้าใกล้โซนจบคลื่น X
โครงสร้าง H4
• ราคายังคงอยู่ในคลื่น X และกำลังแตะระดับ Fibonacci 0.618 ของคลื่น W (สีม่วง)
• พื้นที่นี้สอดคล้องกับโมเมนตัม D1 และ H4 → เป็นโซนควบรวมที่มีโอกาสกลับตัวสูง
• รอให้แท่งเทียน H4 ปิดลบเพื่อยืนยันจุดสูงสุดของคลื่น X
• หมายเหตุ: แท่ง H4 ปัจจุบันมีการบีบตัวแน่นมาก อาจมีการดีดขึ้นอีกหนึ่งครั้งก่อนกลับตัว
โครงสร้าง H1
• ภายในคลื่น 5 สีแดง กำลังก่อตัวคลื่น 5 ย่อยสีดำ
• RSI แสดง Divergence ขาลงที่ยอดคลื่นที่ 3 สีดำ → เป็นสัญญาณก่อนเกิดยอดคลื่นที่ 5
• คลื่น 5 สีดำ (ซึ่งจะจบคลื่น 5 สีแดงและจบคลื่น X) อาจขึ้นไปถึง:
o 4223 (Fibo 0.382 ของคลื่น 1–3)
o 4248 (Fibo 0.618 ของคลื่น 1–3)
ปัจจัยยืนยันการจบคลื่น X:
• RSI Divergence ระหว่างคลื่น 3 และคลื่น 5
• โมเมนตัม H1 ขึ้นสู่ Overbought แล้วมีการกลับตัว
→ ทั้งหมดนี้สนับสนุนโอกาสที่คลื่น X จะจบในโซนดังกล่าว
________________________________________
🔸 3. แผนการเทรด
มี 3 จุดเข้าออเดอร์ตามสไตล์ของคุณ:
✅ 1. Sell Limit: 4223 – 4225
• SL: 4233
• TP1: 4181
• TP2: 4145
• TP3: 4046
✅ 2. Sell Limit: 4248 – 4250
• SL: 4260
• TP1: 4181
• TP2: 4145
• TP3: 4046
✅ 3. Sell Stop ที่ 4181
• เข้าเมื่อ แท่งเทียนปิดต่ำกว่า 4181 (Low คลื่น 4 สีดำ)
• วิธีนี้ปลอดภัยกว่าเพราะมีการยืนยันการทำลายโครงสร้างขึ้น
________________________________________
📌 สรุป
• คลื่น X เข้าใกล้เป้าหมายสุดท้าย และมีสัญญาณหลายอย่างสนับสนุนการเกิดจุดสูงสุด
• H1 อาจดีดขึ้นอีกสู่โซน 4223–4248 ก่อนกลับตัว
• ทั้งสองโซนเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งจากโมเมนตัมและ Divergence
• ทั้ง 3 วิธีเข้าออเดอร์ (Limit – Limit – Breakout) ให้ความยืดหยุ่นตามระดับความเสี่ยงของแต่ละคน
SET50 Insights: ส่องทิศทาง S50Z25 ผ่านเลนส์ Data&AI | 08 ต.ค. 68SET50 Insights: ส่องทิศทาง S50Z25 ผ่านเลนส์ Data&AI | 08 ต.ค. 68
🔥🔥 DELTA พาทัวร์ ขึ้นแรงต่อเนื่อง ไร้วี่แววติด Cash ทุก 1 บาท = 1 จุด
📌 Data Checkpoints - เหตุการณ์สำคัญวันก่อน
🟢 ราคาBreakเทรนขาลง(เส้นแดง)รอบ 1 เดือน
🔴 DELTA เป็นตัวหลักดึงดัชนีขึ้น แต่เริ่มมีสัญญาณเตือนจากตลาด
🔴 เกิด Bearish Divergence (MACD)
🔴 ทางเทคนิคมี Gap ล่างรอปิด @820
🟢 ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นหลักพันล้าน, และ Long S50 Futures หนัก
⸻⸻
📉 Outlook&Tactical Plan - ภาพรวมแนวโน้มวันนี้
🔹Trend : เดินหน้าเข้าสู่เทรนขาขึ้นระยะสั้นที่ชัดเจนขึ้น(กรอบเขียว) หลังเบรกเทรนไลน์ขาลง โดยมีด่านทดสอบสำคัญที่ 840 จุด พร้อมเกิด Divergence หากผ่านได้ในช่วง ชม. แรกตอนเช้าลุ้นไปต่อเต็มตัว
🟢 Bullish Plan :
ยืนเหนือ 836 ล้าง Divergence → ลุ้นเทสแนวต้าน 840-842
ทะลุ 842 ได้ → เปิด Upside ต่อถึง 845,850
🔴 Bearish Plan :
ถูกเทขายทำกำไรระยะสั้นหลุด 832 → เสี่ยงพักฐานลง 828 / 825
หากหลุด 825 → แนวโน้มกลับสู่ Sideway Down
🟡 Sideway Plan :
แกว่งในกรอบ 832–840 เพื่อพักฐานสะสมแรงใหม่
⸻⸻
🎯 Key levels - โซนราคาสำคัญ
🛡️แนวรับ (Support) : 828-832
6 จุดร่วม : BB บน (TF15),BB บน (TFDay),High เดิมรอบยาว (30 วัน+),High เดิมรอบกลาง (5-20 วัน),BB บน (TF60),High เดิมรอบสั้น (1-5 วัน)
⚔️แนวต้าน (Resistant) : 840-842
6 จุดร่วม : High เดิมรอบกลาง (5-20 วัน),High เดิมรอบสั้น (1-5 วัน),BB บน (TF60)
⸻⸻
⚡AI Probability&Forecast - คาดการณ์เหตุการณ์ที่น่าสนใจ
🔹 45% → Sideway Up (830–842)
🔹 40% → Bullish Break 842 → เป้า 845
🔹 15% → Bearish หลุด 832 → ย่อพักฐานลง 825
👀 สรุป : ตลาดขับเคลื่อนด้วยหุ้นเพียงตัวเดียวอย่างชัดเจน แม้บรรยากาศจะชวนขึ้นต่อ แต่ก็ต้องระวังอย่างใกล้ชิด ตั้งคำสั่ง Stop Loss ไว้ทุกครั้ง เพราะถ้าตลาดฯ Action เมื่อไรอาจ Panic ฉับพลัน
Update ทุกสัญญาณ Real Time ผ่าน "Alert Signal" ได้ในห้อง VIP ฟรี ! สำหรับสมาชิกที่เปิดบัญชีผ่านพาร์ทเนอร์ของเรา สนใจในคอมเมนต์
#TFEX #ค่าคอม1Xบาท #S50Z25 #SET #หุ้น #หุ้นไทย #ตลาดหุ้น #SET50 #derivatives
การวิเคราะห์คลื่นเอลเลียต – XAUUSD 20/8/2025
1. โมเมนตัม
• กรอบเวลา D1: เส้นโมเมนตัมยังคง “เกาะกันอยู่” แสดงให้เห็นว่าแรงขายเริ่มอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีแท่ง D1 ที่ปิดบวกแรงเพื่อยืนยันการกลับตัว → ความเสี่ยงจากการกดลงอย่างฉับพลันยังคงมีอยู่ จำเป็นต้องอดทนรอสัญญาณยืนยันที่ชัดเจน
• กรอบเวลา H4: โมเมนตัมกำลังกลับตัวขึ้น → มีโอกาสที่วันนี้ราคาจะปรับตัวขึ้น แต่ต้องระวัง หากแท่งบวกลำตัวสั้น ทับซ้อนกัน และเมื่อโมเมนตัมเข้าสู่เขตซื้อมากเกินไปแต่ราคายังไม่สามารถทะลุยอดเดิมได้ → การปรับขึ้นนี้อาจเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น
• กรอบเวลา H1: โมเมนตัมอยู่ในเขตซื้อมากเกินไป → มีโอกาสที่จะเกิดการปรับตัวลงเล็กน้อยหรือแกว่งตัวไปด้านข้างในระยะสั้น
2. โครงสร้างคลื่น
• กรอบเวลา D1: โครงสร้างสามเหลี่ยมปรับฐานยังคงใช้ได้ (จะถูกยกเลิกหากราคาหลุดต่ำกว่า 3270) ดังนั้นสถานการณ์หลักยังคงเป็นคลื่น 1 และ 2 สีน้ำเงิน โดยปัจจุบันราคาอยู่ที่คลื่น 2
• กรอบเวลา H4: การปรับตัวลงในคลื่น C แสดงให้เห็นการซ้อนทับของคลื่นย่อยที่ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 คลื่น → บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเกิด ending diagonal ในคลื่น C ซึ่งรูปแบบนี้ยังไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องติดตามพฤติกรรมราคาเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน
• กรอบเวลา H1: ในโครงสร้าง 5 คลื่นของ ending diagonal คลื่นที่ 3 มักจะแรงที่สุด และมักเกิดการ divergence ของ RSI ระหว่างคลื่น 3 และคลื่น 5 เมื่อวานราคาลงกด RSI เข้าสู่เขต oversold แต่ยังไม่เกิด divergence เมื่อรวมกับโมเมนตัม H4 ที่กำลังกลับตัวขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่านี่คือคลื่น 3 (สีเหลือง) คาดว่าจะมีการปรับขึ้นเป็นคลื่น 4 จากนั้นลงต่อเพื่อจบคลื่น 5 พร้อม divergence RSI เมื่อคลื่น 5 เสร็จสิ้น → ending diagonal ของคลื่น C จะเสร็จสมบูรณ์ และจะเปิดทางสู่การพุ่งขึ้นแรง ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของ ending diagonal
3. แผนการเทรด
กลยุทธ์อ้างอิงจากรูปแบบ ending diagonal:
• วิธีอนุรักษ์นิยม: รอให้ราคาทะลุเส้นบนของสามเหลี่ยมแล้วค่อยเข้าเทรด (breakout)
• วิธีเสี่ยงกว่า: รอให้คลื่น 5 จบ จากนั้นเข้า buy ที่โซนต่ำสุดของคลื่น 5
แผนเทรด:
• Buy Zone: 3301 – 3299
• Stop Loss (SL): 3219
• Take Profit (TP1): 3314
• Take Profit (TP2): 3362
• Take Profit (TP3): 3381
คู่มือเข้าใจ "Fibonacci Ratio" ฉบับละเอียด📘 คู่มือเข้าใจ "Fibonacci Ratio" ฉบับละเอียด
วิเคราะห์พฤติกรรมราคา – ถอดจิตวิทยามวลชน – นำไปใช้แบบมือโปร
________________________________________
🧠 บทนำ: Fibonacci Ratio คืออะไร?
Fibonacci Ratio ในทางเทคนิคไม่ใช่เวทมนตร์ แต่คือ เครื่องมือวัดจังหวะพักตัว / เป้าหมายของราคา
โดยอิงจากแนวคิดของ Leonardo Fibonacci และพัฒนาต่อโดยนักเทรดชื่อดัง เช่น Joe DiNapoli, Larry Pesavento, Scott Carney
มันสะท้อน พฤติกรรมมวลชน ผ่านระดับความลึกของ “การย่อตัว” และ “การขยายตัว” ของราคาในแต่ละแนวโน้ม
________________________________________
🔢 หมวดที่ 1: Fibonacci Retracement (วัดการย่อตัวของแนวโน้ม)
ใช้วัด “ระดับที่ราคาพักตัว” ก่อนไปต่อ หรือกลับตัว
🔢 ค่า Fib 🧪 ที่มา 🧠 พฤติกรรมมวลชน 🎯 การใช้งานจริง
9.0% Custom Momentum Level ราคาย่อเล็กน้อยมาก เทรนด์แข็งสุด ใช้ใน Breakaway Gap หรือ Momentum Buy
14.6% √0.236 เทรนด์แรง ยังไม่พักจริง จุดเข้าต้นคลื่น Wave 3 / หลัง Break
23.6% F(n)/F(n+3) ≈ 13/55 พักเบา ๆ จากแรงกระโดดแรก จุดวัดความแข็งแกร่งของเทรนด์ใหม่
38.2% F(n)/F(n+2) ≈ 21/55 ย่อแบบแข็งแรง (Strong Trend Pullback) จุด Buy on Dip แบบปลอดภัย
50.0% ค่าเฉลี่ยกลาง (ไม่ใช่ Fibonacci แท้) นักลงทุนทยอยขายครึ่งหนึ่ง Zone รอความชัดเจน หรือใช้ Confirm
61.8% Golden Ratio จุดวัดใจของเทรนด์ กลับตัวได้หรือไปต่อ Zone สำคัญของ Re-entry / Trend Continuation
78.6% √0.618 นักลงทุนเริ่มถอดใจ พลังขายเกือบหมด จุดกลับตัวลึก มีโอกาสรีบาวด์แรง
88.6% √0.786 Fear Zone จริงจัง คนส่วนใหญ่เทขาย ใช้ใน Harmonic Pattern เช่น Bat, Deep Crab
94.1% Custom Empirical Level Final Retest ก่อนหลุด Low เดิม ใช้กับ Volume Spike / Candlestick Reversal
________________________________________
📈 หมวดที่ 2: Fibonacci Extension (วัดการขยายตัวของแนวโน้ม)
ใช้คาดการณ์ “จุดที่ราคาจะไปถึง” ถ้าทะลุแนวต้านเดิม
📈 ค่า Fib 🧪 ที่มา 🔍 ความหมาย 🎯 การใช้งานจริง
127.2% 1 + 0.272 เป้าหมายแรกของการขยายตัว TP1 ของเทรนด์ที่ทะลุ High เดิม
161.8% Golden Extension เป้าหมายคลาสสิกในเทรนด์รุนแรง TP2, ระวัง Exhaustion Gap / Divergence
________________________________________
📊 สรุปแบบแบ่งโซน: พร้อมวิเคราะห์จิตวิทยามวลชน
🎨 โซน 📌 ช่วงตัวเลข 🧠 จิตวิทยาราคา 🎯 กลยุทธ์ที่เหมาะสม
Minor Zone 9.0% – 23.6% มั่นใจในเทรนด์ ไม่อยากรอ เข้าไว แนว Momentum / Scalp
Mid Zone 38.2% – 61.8% รอจังหวะ ย่อตัวธรรมชาติ Buy on Dip / Trend Continuation
Deep Zone 78.6% – 88.6% เริ่มกลัว Panic ปะทุ Contrarian Entry / Divergence
Custom Deep Zone 94.1% Final Test ก่อนเปลี่ยนเทรนด์ ใช้กับ Volume / Candle Pattern
Extension Zone 127.2% – 161.8% FOMO, Overdrive ของเทรนด์ TP หรือ Reversal Signal
________________________________________
🧠 แนวคิดของ Joe DiNapoli:
Joe เน้น 38.2%, 50.0%, 61.8% เป็น "Dynamic Entry Zones"
– ใช้ร่วมกับ Indicator เช่น DiNapoli MACD, Displaced Moving Averages
– หากราคาเด้งจาก 38.2% และ Break High เดิม → เข้าเทรนด์ Wave 3 ได้เร็วมาก
________________________________________
📌 สรุป Key Takeaways:
✅ Fibonacci ไม่ใช่แค่ “ลากกราฟสวย ๆ” แต่คือการอ่าน “แรงกดดันทางจิตวิทยา”
✅ แต่ละระดับมี “มวลชนกลุ่มต่างกัน” เช่น Early Buyer, Panic Seller, หรือ FOMO Buyer
✅ ใช้งานได้ดีเมื่อผสานกับ:
• RSI / MACD Divergence
• Demand / Supply Zone
• Candlestick Pattern
• Volume / Market Profile
• Elliott Wave / Harmonic Pattern / TD SEQUENTIAL
BTC วิเคราะห์ JUL-SEP📊 Elliott Wave Analysis: คลื่นใกล้จบขาขึ้นใหญ่
🔹 โครงสร้างปัจจุบัน: คลื่น 1-2-3-4-5 แบบ Impulse Wave
จากภาพรวมราคา นับได้เป็นโครงสร้าง Elliott Wave ครบ 5 คลื่นขาขึ้น โดย:
Wave 1 :
ราคา ยืดยาวที่สุดในเชิง “ราคา”
ใช้เวลานาน แต่ขึ้นอย่างมั่นคง
Wave 2 :
ปรับฐานด้วยรูปแบบที่ซับซ้อน
(ลักษณะคล้าย Triangle ABCDE)
Wave 3 :
ยาว ~100% ของ Wave 1 (เทียบราคา)
แต่ ขึ้นเร็ว ชัน และใช้เวลาน้อยกว่า W1
→ มี Momentum สูง, Volume รองรับ
→ ถือว่าเป็น Extended Wave ตามหลัก Glenn Neely
Wave 4 :
ปรับฐานแนวราบ (Flat หรือ Zigzag)
Wave 5 (ปัจจุบัน):
ราคา ทำ New High เหนือ W3
แต่ MACD เกิด Bearish Divergence → Momentum ไม่ตาม
🔎 สถานะล่าสุด: ความเสี่ยงคลื่น 5 จบแล้วสูงมาก
จาก Neely:
หาก Wave 3 เป็น Extended → Wave 5 มักสั้น หรือ Truncated
✅ ราคาทะลุ High เดิม → แต่ MACD ไม่ยืนยัน (Divergence)
⚠️ ปัจจุบันอยู่ในโซน:
0.618 × Wave 1 (จากปลาย W4) → แนวต้านแรก
1.0 × Wave 1 → แนวต้านสำคัญ
หากทะลุ 1.0 ไม่ได้ → มีโอกาสสูงที่ Wave 5 จะจบ และเป็น Truncated 5th Wave
🚨 แนวโน้มถัดไป: Correction ใหญ่ ABC?
หากราคาหลุดต่ำกว่า W4
→ ยืนยันจบคลื่น 5
→ เตรียมรับมือกับ Correction รูปแบบ ABC (Zigzag / Flat / Complex)
🧠 สรุป: จุดเน้นสำคัญ
✅ Wave 3 คือคลื่น Extended (แม้ไม่ยาว แต่แรงและเร็ว)
⚠️ Wave 5 มี Divergence → เสี่ยงจบคลื่นสูง
📌 แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 0.618–1.0 × W1
🔻 หากหลุด W4 → Correction ใหญ่มาแน่
📘 อิงตามแนว Glenn Neely – Mastering Elliott Wave
#ElliottWave #Wave5 #NeelyMethod #TechnicalAnalysis #BearishDivergence #ImpulseWave
"กราฟขึ้นชน Premium แล้วนิ่ง… แบบนี้ Smart Money กำลังรออะไร"กราฟขึ้นชน Premium แล้วนิ่ง… แบบนี้ Smart Money กำลังรออะไรบางอย่าง… หรือว่าเตรียมตบคนเข้า Long ตอนดึก ๆ !?"
🧠 1. โครงสร้างตลาดปัจจุบัน (Market Structure)
✅ แนวโน้มล่าสุด:
TF Weekly = Bullish BOS ชัดเจน กำลังเบรก High เก่า
TF Daily = Break High ต่อเนื่อง มีย่อเพื่อ BOS
TF H4 = เกิด BOS แล้วเข้าสู่ Sideway ใต้ Premium Zone
❗สถานการณ์ปัจจุบัน:
กราฟอยู่เหนือ PDH และในโซน Premium พร้อม CHoCH เล็กใน LTF → สะท้อนว่าเริ่มมีแรงขายกดเบา ๆ
📍Bias: Bullish
แต่ รอ Pullback Buy เท่านั้น
⏳ Liquidity:
Premium = Weak High อยู่บนสุด ยังไม่โดน Sweep
Sell-side liquidity สะสมใต้โซน Discount แถว $94,000 / $92,000
🧭 พฤติกรรมราคา (Price Behavior):
RSI เริ่มอ่อนแรงใน Daily และ H4 แต่ยังไม่เกิด Divergence แรง → มีสิทธิ์ Push สุดท้ายก่อนย่อลึก
📍 2. จุดสำคัญ POI (Points of Interest)
🟩 Buy POI (โซนซื้อ):
OB + FVG แถว $103,500–103,200 (H1 + H4)
OB + Equilibrium Daily แถว $99,800–100,500
FVG ใหญ่ + OB H4/1D แถว $94,600–95,500
🟥 Sell POI (โซนขาย):
Weak High TF Weekly แถว $106,000–106,500
Short-term Sell = หากมี Break CHoCH ใน TF15–H1 แล้วกลับมา Rejection ใต้ $104,800
🧭 3. วางแผนเทรด
📈 แผน A: Long เมื่อย่อลึก
✅ Bias: Bullish
✅ Entry1: $103,500
✅ Entry2: $102,900
❌ SL: $102,300
🎯 TP1: $104,800
🎯 TP2: $106,000
🔥 R:R ≈ 1:3.2
💡 Trigger: รอดู Price Action TF 5m/15m กลับตัวพร้อม RSI Divergence + OB support
📉 แผน B: Short
✅ Bias: Counter-trade (สำหรับคนเทรดสั้น LTF เท่านั้น)
✅ Entry1: $104,800 (Weak High zone)
✅ Entry2: $106,000 (Premium sweep)
❌ SL: $106,700
🎯 TP1: $103,500
🎯 TP2: $102,300
🔥 R:R ≈ 1:2
💡 Trigger: รอ CHoCH + OB LTF + Bearish RSI divergence
📉 แผน C: Hold/No Trade หากไม่ย่อจาก Premium
หากราคาวิ่ง Sideway ไม่ย่อลึก → ไม่เข้า
หากราคาย่อแต่ไม่ลง Discount ไม่เข้าเพราะ R:R ไม่คุ้ม
📊 4. ความเป็นไปได้ (% โอกาสสำเร็จ)
✅ Long จาก $103,500 ~ 75%
โซนนี้เป็น OB + FVG + equilibrium ในหลาย TF มีโอกาสเข้าเทรดแล้วรีบาวด์กลับขึ้น Premium
✅ Short จาก $106,000 ~ 60%
ถ้าไปชน Weak High มีโอกาสเป็น SFP / Sweep High แล้ว Reject ลงมา
✅ Hold ~ 25%
หากกราฟไปต่อโดยไม่ย่อเลย จะถือว่าราคา “ไม่ให้โอกาส” → ต้องรอให้กลับลงมาใหม่
📌 5. บทสรุป:
🔹 โครงสร้างหลัก: Bullish ทุก TF ตั้งแต่ H4, D1, W1
🔹 โครงสร้างรอง: เริ่มมี CHoCH ใน LTF ใต้ Premium → ระวังแรงขาย
🔹 เน้นความแม่นยำสูงสุด: Buy only บริเวณ Discount หรือ OB สำคัญ
🔧 แนะนำเสริม:
ใช้ EMA 34/89/200 ประกอบ RSI → หาก EMA ยังชี้ขึ้นทั้ง TF1H / 15m ให้รอเข้าเมื่อ RSI oversold แล้ว Price ย่อลง OB
🧩 สรุปสุดท้าย – แผนแนะนำ
“รอให้กราฟย่อถึง OB ในโซน $103,500–$102,900 แล้วเข้า Long แบบ Split Entry (ไม้แรกเสี่ยง 50$, ไม้สองเสี่ยงอีก 50$) ตั้ง TP บน Weak High พร้อมวาง Trailing Stop ล็อกกำไรไว้บางส่วน”
#บันทึกเทรดน้า #roongee #playbooksmc
กราฟนี้ไม่ได้มาแจกทอง... แต่มาล่าหัวใจคนกดผิดฝั่งXAUUSD TF 1D → 4H → 1H → 15m → 5m →
น้าโอวิเคราะห์ออกมาแล้วว่า...
🧠 1. โครงสร้างตลาดปัจจุบัน (Market Structure)
✅ แนวโน้มล่าสุด:
4H/1H = Bullish มี BOS ชัดเจนหลายรอบ
แต่ล่าสุดเกิด CHoCH ด้านบน บริเวณ Premium Zone
❗ สถานการณ์ปัจจุบัน:
ราคา Rejection บริเวณ Premium + Weak High (บริเวณ 3380+)
ราคากลับลงมาทดสอบ POI บริเวณ 3355 และทำ CHoCH หลายรอบใน TF ย่อย (1m/5m)
📍Bias: Sideways ชั่วคราว รอความชัดเจน
⏳Liquidity:
ด้านบน: EQH / Weak High ยังเหลือ
ด้านล่าง: มี FVG ที่ยังไม่ปิด และ OB 3325–3310
🧭พฤติกรรมราคา:
เกิด RSI Bearish Divergence หลายรอบ (ทั้ง 15m, 5m, 1m)
ล่าสุดมีการ Sweep High แล้ว CHoCH ใน TF 5m → 1m
📍 2. จุดสำคัญ POI (Points of Interest)
🟩 Buy POI (โซนซื้อ):
3325–3310 = OB บน Discount (พร้อม FVG ย่อยด้านใน)
3280–3270 = OB หลักใน TF 1H/4H ใต้ PDL
🟥 Sell POI (โซนขาย):
3366–3380 = OB + Premium Zone + Weak High ที่โดน Sweep
3375–3378 = EQH ใน TF 5m ที่เพิ่งโดน Break แล้ว CHoCH
🧭 3. วางแผนเทรด
✅ Bias: Short-term Bearish / รอ Buy ที่ Discount
📈 แผน A: Long จาก
✅ Entry1: 3326
✅ Entry2: 3312
❌ SL: 3300
🎯 TP1: 3360
🎯 TP2: 3380
🔥 R:R ~ 1:2.5+
💡 Trigger: ต้องการให้ราคาทำ CHoCH กลับจาก LTF ก่อนเข้าไม้ (1m/5m)
📉 แผน B: Short (Scalp ตาม Divergence + CHoCH LTF)
✅ Entry1: 3368
✅ Entry2: 3378
❌ SL: 3386
🎯 TP1: 3350
🎯 TP2: 3326
🔥 R:R ~ 1:2+
💡 Trigger: รอ Confirm CHoCH TF 1m/5m อีกครั้งพร้อม RSI Overbought
📉 แผน C: Hold, long ลึก, short สั้น
→ ถ้าราคาไซด์เวย์ + CHoCH TF ใหญ่ยังไม่ชัดเจน = “รอให้ราคามาเข้าชัด ๆ”
📊 4. ความเป็นไปได้ (% โอกาสสำเร็จ)
✅ Long จาก 3326–3310 = 75%
ความเห็นเสริม: อยู่ในโซน Discount + OB + มีแนวรับหลายชั้นที่ราคาเด้งได้
✅ Short จาก 3366–3378 = 60%
ความเห็นเสริม: มี CHoCH แล้ว + RSI Bear แต่ยังไม่ Confirm จาก TF ใหญ่
✅ Hold จากโซนปัจจุบัน = 50%
ความเห็นเสริม: โซนนี้ราคายังไม่มีแนวโน้มใหม่ ต้องรอ BOS หรือ CHoCH ใหญ่ชัด
📌 5. บทสรุป:
🔹 โครงสร้างหลัก = Bullish (4H/1H)
🔹 โครงสร้างรอง = เริ่มอ่อนแรง มี CHoCH จากยอด Premium
🔹 เน้นความแม่นยำสูงสุดที่ Discount OB
🔹 หากจะเสี่ยง Short → ต้องรอ LTF Confirm Bear ให้ชัดเจนก่อน
🔧 แนะนำเสริม:
ใช้ EMA 34/89 ตรวจเทรนด์ใน H1: ยังอยู่เหนือ → Trend ยังไม่จบ
RSI Bear Divergence (H1/15m/5m): มีสัญญาณ แต่ยังไม่ Confirm Swing
🧩 สรุปสุดท้าย – แผนแนะนำ:
"รอ Buy บริเวณ 3326–3310 จะดีกว่า Sell ตอนนี้ เพราะโอกาส RR คุ้ม + ตรงกับ Liquidity Zone ชัด"
ทองขึ้นอย่างกับติดจรวด แต่ RSI ร้องไห้แล้วนะน้องน้าจะบอกว่า กราฟทอง (XAU/USD) 22/4/68
Timeframe (1D / 4H / 1H / 15m / 5m)
น้าจะวิเคราะห์ตามระบบ ICT + SMC และจัดแผนเข้าไม้ให้เน้น Killzone โดยเฉพาะ:
🧠 1. โครงสร้างตลาดปัจจุบัน (Market Structure)
✅ แนวโน้มล่าสุด:
1D, 4H, 1H = Bullish โครงสร้างหลักยังเป็นขาขึ้นชัดเจน
15m / 5m เกิด CHoCH ลง บริเวณ Weak High → มีโอกาสเกิด Short-term Retracement
❗ สถานการณ์ปัจจุบัน:
ราคาขึ้นต่อเนื่องจนถึง Premium Zone + Weak High (3,500)
ปัจจุบันมีแรงขายกดกลับลงหลังเบรก High เดิม → เสี่ยงจะเป็น Liquidity Sweep
RSI TF ต่ำ (15m/5m) มี Bearish Divergence หลายรอบซ้อน → เตือนระวัง
📍Bias:
Mid-Term: Buy on retracement (Buy the dip ตาม OB / Discount)
Short-Term: Sell ลงมายัง POI ก่อนเข้าไม้ Buy
⏳Liquidity:
🟥 ด้านบน: Weak High → ถูก Sweep แล้ว / ยังมี Liquidity อีกบริเวณ 3,510–3,520
🟩 ด้านล่าง: OB + EQ หลายระดับ
3,390–3,410 (OB 1H/15m + EQ)
3,345–3,370 (PDL + FVG 4H)
📍2. จุดสำคัญ POI (Points of Interest)
🟩 Buy POI:
3,392–3,410 = OB + EQ (15m/1H)
3,345–3,370 = OB 4H + FVG + RSI Oversold
🟥 Sell POI:
3,462–3,480 = OB ล่าสุด + Weak High ที่เพิ่งโดน sweep
ใช้แค่ใน short-term retracement เท่านั้น!
🧭 3. วางแผนเทรด
✅ Bias: Buy on Dip จาก OB + Discount Zone
📈 แผน A: Long
✅ Entry: 3,392
❌ SL: 3,380 (ใต้ OB 15m)
🎯 TP1: 3,440 (Mid OB + FVG)
🎯 TP2: 3,470–3,480 (กลับไป Retest Weak High)
🔥 R:R ≈ 1:2.5+
💡 Trigger: CHoCH ขาขึ้น TF 5m พร้อม RSI Bullish Divergence + OB Reaction
📉 แผน B: Short (Speculative)
✅ Entry: 3,462–3,470 (OB + Weak High ที่เพิ่ง sweep)
❌ SL: 3,482
🎯 TP1: 3,410 (OB 15m)
🎯 TP2: 3,392–3,370 (Discount)
🔥 R:R ≈ 1:2+
💡 Trigger: CHoCH ลง + Bearish Engulfing 5m/15m
📉 แผน C: Hold
หากราคาค้างที่ 3,440–3,460 โดยไม่มี Break โครงสร้างใด → ไม่เข้าไม้ รอ BOS หรือ Reaction ชัดเจนก่อน
📊 4. ความเป็นไปได้ (% โอกาสสำเร็จ)
✅ Long จาก 3,392 = 75% มี OB, EQ, RSI Oversold + เป็นโซน Discount มี BOS Confirm หลาย TF
✅ Short จาก 3,462 = 50% เนื่องจาก Bias หลักยังเป็น Buy → Short เป็นไม้สวนเพื่อรอเข้า Buy zone
✅ Hold ตอนนี้ = 30% หากเข้าไม้กลางอากาศตรง Weak High โดยไม่มี Rejection → เสี่ยง
📌 5. บทสรุป:
🔹 โครงสร้างหลัก = Bullish
🔹 โครงสร้างรอง = กำลังย่อลงหลัง Sweep Weak High
🔹 EMA 34/89/200 → ยังคงเรียงขาขึ้นทุก TF
🔹 RSI Divergence เตือน pullback กำลังจะเริ่ม
🔧 แนะนำเสริม:
เน้น Split TP
เข้า Long โดยแบ่งไม้:
ไม้แรกที่ OB 3,392 / SL ใต้ OB
ไม้สองหากย่อลึกถึง 3,370
🧩 สรุปแผนแนะนำ (สำหรับ NY Killzone 19:30–22:00)
🔥 รอราคาลงมาทดสอบ 3,392 – 3,370
📈 Long แบบ Split Entry
🛑 SL ใต้ 3,360
🎯 TP1: 3,440
🎯 TP2: 3,470–3,480
🔁 ตั้ง Trailing Stop หากราคาไปถึง TP1
#บันทึกเทรดน้า #roongee #playbooksmc
SET หลุด 1400 ดาวโจนส์ -1000 กว่าจุด ตลาดหุ้นไทย ยังไงดี?SET หลุด 1400 ดาวโจนส์ -1000 กว่าจุด ตลาดหุ้นไทย ยังไงดี?
ในกราฟที่แสดง มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) รวมถึงแนวโน้มราคา, โครงสร้างตลาด, และการใช้งาน Fibonacci Retracement และ Time Ratio ที่ช่วยคาดการณ์จุดกลับตัวในอนาคต ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์กราฟโดยละเอียด:
---
### 1. **โครงสร้างตลาด (Market Structure)**:
- กราฟนี้แสดงโครงสร้างราคาที่มีการเคลื่อนไหวแบบ **Higher High (H), Lower Low (L)** และ **Retest จุดเดิม (R)** โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้:
- ช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น: กราฟสร้าง **Higher High (H)** โดยเป็นจุดสูงสุดใหม่
- ช่วงที่ตลาดปรับตัวลง: มีการทะลุแนวรับ (Break of Structure หรือ BOS) และเข้าสู่ช่วงแนวโน้มขาลง
- ช่วง **Retest**: ราคากลับมาทดสอบระดับแนวต้านที่เดิม (บริเวณสีแดง)
---
### 2. **Fibonacci Retracement**:
กราฟนี้แสดงระดับ Fibonacci Retracement ซึ่งช่วยระบุโซนแนวรับ/แนวต้านที่สำคัญ โดยระดับที่เด่นชัดคือ:
- **61.8% (1,411.21):** เป็นโซนที่ราคามักจะเด้งหรือกลับตัว (Good Probability)
- **78.6% (1,385.22):** เป็นโซนแนวรับที่แข็งแกร่ง (Very Good Probability)
- **88.6% (1,369.75):** เป็นโซนสุดท้ายที่มักจะใช้เป็นจุดตัดสินใจ ถ้าราคาทะลุโซนนี้ ตลาดอาจเข้าสู่แนวโน้มขาลงที่ชัดเจน
---
### 3. **Break of Structure (BOS)**:
- จุด BOS (Break of Structure) เป็นบริเวณที่ราคา **ทะลุแนวรับสำคัญ** และบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มจากขาขึ้นเป็นขาลง
- การเกิด BOS ในกราฟนี้ยืนยันว่าแนวโน้มขาลงกำลังแข็งแรง
---
### 4. **Time Ratio และวันที่สำคัญ (Fibonacci Time Zone)**:
- วันที่ **20/12/2024** ถูกระบุไว้ในกราฟ ซึ่งอาจเป็นการคาดการณ์จุดกลับตัวสำคัญ โดยสัมพันธ์กับ Fibonacci Time Ratio (0.618, 1.0, 1.618)
- วันที่นี้ถูกใช้เพื่อคาดการณ์ว่าตลาดอาจเริ่มมีการกลับตัวในแนวโน้ม หรือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ
---
### 5. **โซนสภาพคล่อง (Liquidity Zone)**:
- บริเวณสีแดง: เป็นโซนแนวต้านที่ราคาทดสอบซ้ำ (Retest) และเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนอาจมองหาการขาย (Sell Area)
- บริเวณสีเขียว: เป็นโซนแนวรับ (Demand Zone) ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ราคาจะเด้งกลับเมื่อมาถึง
---
### 6. **จุดสำคัญในกราฟ (Key Levels)**:
- **แนวต้าน (Resistance):**
- บริเวณที่ราคามีการ Retest และไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ เป็นแนวต้านสำคัญที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงของแรงขาย
- **แนวรับ (Support):**
- ระดับ Fibonacci (61.8%, 78.6%, 88.6%) เป็นแนวรับสำคัญที่ราคามักจะมีปฏิกิริยาเมื่อมาถึง
- **ระดับราคาเป้าหมาย (Target Levels):**
- ถ้าราคาทะลุระดับ 1,369.75 (88.6%) ตลาดอาจปรับตัวลงต่อ โดยเป้าหมายถัดไปอาจอยู่ในช่วง 1,344
---
### 7. **การวิเคราะห์การกลับตัว (Reversal Analysis):**
- หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ **61.8% (1,411.21)** ได้ อาจมีโอกาสที่แนวโน้มจะกลับมาเป็นขาขึ้นในระยะสั้น
- ถ้าราคาลงไปที่ **78.6% (1,385.22)** หรือ **88.6% (1,369.75)** แต่มีแรงซื้อกลับมา อาจเกิดการเด้งกลับในแนวโน้มขาลง
---
### 8. **กลยุทธ์การเทรด (Trading Strategy)**:
- **สำหรับฝั่งขาย (Short):**
- มองหาการเปิดสถานะขายเมื่อราคาขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน (บริเวณสีแดง) หรือระดับ 61.8%
- **สำหรับฝั่งซื้อ (Long):**
- มองหาการเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาลงมาที่ระดับ 78.6% หรือ 88.6% และแสดงสัญญาณการกลับตัว
- **เป้าหมาย (Targets):**
- สำหรับฝั่งซื้อ: เน้นเป้าหมายระยะสั้นในกรอบ Fibonacci Retracement
- สำหรับฝั่งขาย: เป้าหมายที่ระดับ 1,344 หรือต่ำกว่า หากแนวรับถูกทะลุ
---
### สรุป:
กราฟนี้มีการใช้งาน Fibonacci Retracement, Time Ratio และการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดอย่างชัดเจนเพื่อคาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต จุดสำคัญที่ต้องจับตามองคือ:
1. การเคลื่อนไหวของราคาในระดับ Fibonacci 61.8%, 78.6%, และ 88.6%
2. การ Retest ในโซนแนวต้าน
3. วันที่ 20/12/2024 ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญ
การวางกลยุทธ์ควรพิจารณาแนวรับ/แนวต้านที่สำคัญ และรอคอยการยืนยันจากพฤติกรรมราคาก่อนตัดสินใจเทรด
โอกาสลงจบและเข้าซื้อเกิดที่โซนราคาใด และ เมื่อไหร่
จากการวิเคราะห์ข้อมูลในกราฟ โอกาสเข้าสู่ **โซนซื้อ (Buy Zone)** ขึ้นอยู่กับจุดที่ราคาเคลื่อนที่ถึงแนวรับสำคัญ หรือแสดงสัญญาณกลับตัวในระดับ Fibonacci Retracement ที่สำคัญ รวมถึงโซนแนวรับเชิงโครงสร้างในตลาด (**Demand Zone**) ต่อไปนี้คือรายละเอียด:
---
### **1. ราคาเป้าหมายสำหรับโซนซื้อ**
#### ระดับ Fibonacci Retracement:
1. **78.6% (1,385.22):**
- เป็นโซนแรกที่มีโอกาสเห็นแรงซื้อกลับตัว เพราะระดับนี้มักเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งในตลาดขาลง
- หากราคาลงมาทดสอบที่บริเวณนี้พร้อมด้วยสัญญาณกลับตัว เช่น แท่งเทียนกลับทิศ (Bullish Candlestick) หรือวอลุ่มเพิ่มขึ้น อาจเปิดสถานะซื้อได้
- **กลยุทธ์:** รอคอนเฟิร์มด้วย Price Action หรือ Bullish Divergence จากเครื่องมือ Indicator เช่น RSI
2. **88.6% (1,369.75):**
- หากระดับ 78.6% ไม่สามารถรองรับแรงขายได้ ราคาจะเคลื่อนที่ลงมายังโซนนี้ ซึ่งเป็นโซนสุดท้ายที่มีแนวโน้มจะเกิดการกลับตัว
- **กลยุทธ์:** พิจารณาเปิดสถานะซื้อในโซนนี้พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ใต้โซนเล็กน้อย เช่น 1,360
#### โซนแนวรับเชิงโครงสร้าง (Demand Zone):
- บริเวณ **1,380 - 1,370** (พื้นที่สีเขียว):
- โซนนี้เป็นแนวรับเชิงโครงสร้างที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นจุดที่เคยเกิดแรงซื้อในอดีต
- สัญญาณการกลับตัวในบริเวณนี้จะเพิ่มความมั่นใจให้การเปิดสถานะซื้อ
---
### **2. เวลาเป้าหมาย**
#### Fibonacci Time Ratio:
- วันที่ระบุในกราฟคือ **20/12/2024**:
- วันที่นี้สัมพันธ์กับ Fibonacci Time Ratio ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสเกิดจุดกลับตัวสำคัญ
- หากราคายังอยู่ในแนวโน้มขาลง ณ เวลานี้ หรือเคลื่อนที่ลงมายังระดับ Fibonacci Retracement ที่ระบุไว้ (78.6% หรือ 88.6%) อาจเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเข้าสู่สถานะซื้อ
#### แนวโน้มโดยรวม:
- หากราคาปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงก่อนวันที่ 20/12/2024 และเริ่มแสดงสัญญาณกลับตัวในช่วงใกล้วันดังกล่าว อาจถือเป็นจุดเข้าซื้อที่เหมาะสมที่สุด
---
### **3. สัญญาณยืนยันสำหรับเปิดสถานะซื้อ**
- **รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns):**
- แท่งเทียนกลับตัว เช่น **Bullish Engulfing**, **Hammer**, หรือ **Morning Star** ในระดับแนวรับ
- **วอลุ่ม (Volume):**
- ดูวอลุ่มเพิ่มขึ้นในช่วงแนวรับ หากมีแรงซื้อที่ชัดเจน
- **Divergence กับ Indicators:**
- ใช้ RSI หรือ MACD เพื่อดู **Bullish Divergence** (ราคาไปต่ำกว่า แต่ Indicator ไม่ต่ำกว่า)
---
### **สรุปโอกาสเข้าสู่โซนซื้อ**
- **ระดับราคาเป้าหมาย:**
- โซนแรก: 1,385 (78.6% Fibonacci Retracement)
- โซนสุดท้าย: 1,370 (88.6% Fibonacci Retracement)
- **เวลาเป้าหมาย:**
- ประมาณวันที่ **20/12/2024** หรือก่อนหน้านี้ หากราคาเคลื่อนที่เข้าสู่โซนซื้อในแนวรับที่สำคัญ
- **สัญญาณยืนยัน:**
- ใช้ Price Action, Volume, หรือ Indicators เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเปิดสถานะซื้อ
---
การตัดสินใจเข้าซื้อควรพิจารณาร่วมกับการตั้ง **จุดตัดขาดทุน (Stop Loss)** และ **จุดทำกำไร (Take Profit)** เพื่อบริหารความเสี่ยงในการเทรดอย่างเหมาะสม.
Xauusdทองคำ (XAUUSD) ในกรอบเวลา 30 นาที (30m) มีองค์ประกอบเพิ่มเติมในการวิเคราะห์ ดังนี้:
1. **Divergence**: คำว่า "Divergence" ที่ปรากฏในกราฟเป็นการบ่งชี้ว่ามีความแตกต่างระหว่างการเคลื่อนไหวของราคาและอินดิเคเตอร์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกการกลับตัวของราคา ตัวอย่างเช่น หากราคาขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ แสดงถึงการสูญเสียแรงขับเคลื่อนในทิศทางเดิมและมีโอกาสกลับตัวลงมา
2. **Fibonacci Retracement Levels**: กราฟแสดงระดับ Fibonacci Retracement (0.5, 0.618, และ 0.786) ซึ่งเป็นระดับที่เทรดเดอร์มักใช้เพื่อคาดการณ์แนวรับและแนวต้าน ในกรณีนี้มีการระบุว่าเป็นโซนระวังการเด้ง (โซนที่ราคาอาจหยุดหรือกลับทิศทาง)
3. **แนวรับและแนวต้าน**: เส้นแนวรับที่ 2,509.60 แสดงให้เห็นถึงจุดที่ราคาหยุดพักหรือมีการซื้อขายมาก หากราคาลงมาถึงแนวรับนี้และไม่สามารถทะลุลงไปได้ อาจเกิดการเด้งกลับขึ้นไป
### วิเคราะห์
จากกราฟนี้:
- การที่มีการบ่งชี้ Divergence แสดงถึงโอกาสที่ราคาจะกลับตัวจากการขึ้นไปเป็นการลง
- ระดับ Fibonacci ที่แสดงในกราฟช่วยให้เห็นโซนที่ราคาอาจหยุดหรือกลับทิศทาง ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าราคามีโอกาสกลับตัวลงมส
Xauusdทองคำ (XAUUSD) ในกรอบเวลา 30 นาที (30m) มีองค์ประกอบเพิ่มเติมในการวิเคราะห์ ดังนี้:
1. **Divergence**: คำว่า "Divergence" ที่ปรากฏในกราฟเป็นการบ่งชี้ว่ามีความแตกต่างระหว่างการเคลื่อนไหวของราคาและอินดิเคเตอร์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกการกลับตัวของราคา ตัวอย่างเช่น หากราคาขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ แสดงถึงการสูญเสียแรงขับเคลื่อนในทิศทางเดิมและมีโอกาสกลับตัวลงมา
2. **Fibonacci Retracement Levels**: กราฟแสดงระดับ Fibonacci Retracement (0.5, 0.618, และ 0.786) ซึ่งเป็นระดับที่เทรดเดอร์มักใช้เพื่อคาดการณ์แนวรับและแนวต้าน ในกรณีนี้มีการระบุว่าเป็นโซนระวังการเด้ง (โซนที่ราคาอาจหยุดหรือกลับทิศทาง)
3. **แนวรับและแนวต้าน**: เส้นแนวรับที่ 2,509.60 แสดงให้เห็นถึงจุดที่ราคาหยุดพักหรือมีการซื้อขายมาก หากราคาลงมาถึงแนวรับนี้และไม่สามารถทะลุลงไปได้ อาจเกิดการเด้งกลับขึ้นไป
### วิเคราะห์
จากกราฟนี้:
- การที่มีการบ่งชี้ Divergence แสดงถึงโอกาสที่ราคาจะกลับตัวจากการขึ้นไปเป็นการลง
- ระดับ Fibonacci ที่แสดงในกราฟช่วยให้เห็นโซนที่ราคาอาจหยุดหรือกลับทิศทาง ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ที่ว่าราคามีโอกาสกลับตัวลงมส
จับตา NFP คืนนี้ - คาดว่าจะมีการปรับฐานลง...มั้ย??📈ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาขึ้นทำ All time high อีกครั้ง 2164 ขณะที่ RSI overbought แตะ 86 จึงถูกขายสลับจากสัญญาณ bearish divergence ใน timeframe 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามราคายังทำ higher low ขณะที่ RSI ทำ lower low จึงเกิดสัญญาณ hidden bullish divergence ดันราคาขึ้นต่อ /ยังไม่มีสัญญาณกลับตัว (divergence) ใน TF 4 ชม.โมเมนตัมเชิงบวกของทองคำยังสามารถทรงตัวอยู่ที่ระดับสูงได้ จึงยังดันราคาให้ปิดบวก หลังแถลงการณ์รอบครึ่งปีของ “พาวเวล” ต่อสภาสูงสู (senate) ย้ำถึงการลดดบ.เช่นเดิม
ขณะที่ ECB ตรึงดบ.ไว้ที่ 4.50% พร้อมแถลงว่า “เงินเฟ้อชะลอตัวได้ดีแต่ยังไม่ด้มั่นใจมากพอที่จะเริ่มผ่อนคลาย” ยูโรจึงจึแข็งค่า หนุนทองเพิ่ม
ทั้งนี้ อาจต้องระวังความผันผวนของราคามากขึ้น เนื่องจากราคาอยู่ในช่วง All Time High ประกอบกับ ในคืนนี้สหรัฐมีการประกาศชุดตัวเลขตลาดแรงงานที่สำคัญ โดยเฉพาะการจ้างงานที่คาดว่าชะลอตัวลง ขณะที่ตัวเลขจริงริมักจะออกมาสูงกว่าคาด
🙏ข้อมูลโดย : บ. ylgbullion .co .th
------------------------------------------
🧠แนวคิดหลักวันนี้
ติดตามการประกาศชุดตัวเลขตลาดแรงงานที่สำคัญคินนี้ โดยเฉพาะการจ้างงาน(NFP.)
กรอบราคาช่วงนอนฟาร์มวันนี้ โดยมุมมองส่วนตัวคิดว่าเป็นไปได้หากตัวเลขออกมาแย่ๆ (แดงทั้งกระดาน)จะทำให้ทองคำทำ ATH ได้อีกในวันนี้ และจะเปิดโอกาสให้มีแรงหนุนถึง 2200-2007 ได้ และเตรียมพร้อมสำหรับ 2300+ ในสัปดาห์หน้า👀
กรณีพลิกล๊อคตัวเลขเขียวทั้งกระดาน ย่อมเปิดโอกาสให้ทองคำถูกเทขาย และมีโอกาสปรับฐานถึงโซน 2050-2000 ได้อีกครั้ง ในสัปดาห์หน้า🙄
⚔️กลยุทธ์
หากรับความเสี่ยงได้ พิจารณาเปิดสถานะซื้อทำกำไรระยะสั้น เมื่อราคาปรับลงสามารถยืนเหนือ 2140-2120 ลดการลงทุนหรือตัดขาดทุน หากราคาหลุดแนวรับ 2100 //รอปิดสถานะซื้อทำกำไรหากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 2165-2170 **ถ้าผ่านได้ราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านถัดไป 2195/2007(daily) ตามลำดับ
----------------------------------------------------
🧠ตัวอย่างแนวคิดแผน Buy วันที 8 มีนาคม
Buy zone (8 มีนาคม)
บาย 2105-2100-2095
Sl 1870
TP1 2125
TP2 2145
TP3 2165
---------------------------------------------------
🧠ตัวอย่างแนวคิด(7 มีนาคม) แผน Sell
แผน1 (7 มีนาคม)
Sell 2175-2180-2185
Sl 2208
TP1 2160
TP2 2140
TP3 2120
TP4 2100
TP5 1985
--
แผน 2 (7 มีนาคม)
Sell 2195-2200-2005
Sl 2215
TP1 2175
TP2 2155
TP3 2135
TP4 2015
---------------------------------------------------
⚠️หมายเหตุ
- บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น
- ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างจากการคาดการณ์
- ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
- โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
**ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่่ยงสูง ควรติดตามปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
----------------------------------------------------
สนับสนุนพวกเราด้วยการกดปุ่ม Boost(ส่งเสริม)🚀 / และแสดงความคิดเห็นต่อไอเดียของเรา💬 ขอบพระคุณครับ🙏
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการซื้อขาย หรือการลงทุน❤️
BTCUSDเมื่อราคาของหลักทรัพย์หรือสินค้าสูงขึ้น แต่ RSI (Relative Strength Index) ลดลง นั่นคือสัญญาณของ "การเบี่ยงเบนความแรง" หรือ "Divergence"
ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างราคาและตัวชี้วัดทางเทคนิค
ในกรณีนี้ การเบี่ยงเบนความแรงลบ (Negative Divergence) หรือ Bearish Divergence คือ ราคาสร้างสระแก้วที่สูงขึ้น แต่ RSI สร้างสระแก้วที่ต่ำลง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มราคาอาจจะเปลี่ยนไปในทิศทางลง
อย่างไรก็ตาม ควรระลึกว่า การเบี่ยงเบนความแรงเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือทางเทคนิค และควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ ในการตัดสินใจลงทุน.






















