ทองคำร่วงหลังพุ่งกว่า 25% ต้นเดือน แตะ $5,594 ก่อนถูกขายทำกำไร## วิเคราะห์: ราคาทองคำปรับตัวลง หลังดีลจัดสรรงบประมาณรัฐบาลหนุนดอลลาร์แข็งค่าและเกิดแรงขายทำกำไร
* ราคาทองคำปรับตัวลงในวันศุกร์ โดยมีแรงขายรอบใหม่เข้ามาหลังมีข่าวบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown)
* ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้เกิดแรงขายทำกำไรในทองคำ
* อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ความกังวลด้านการค้า และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
ราคาทองคำ (XAU/USD) เผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนักเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันศุกร์ หลังจากราคาปรับขึ้นแบบเร่งตัว (Parabolic Rise) มากกว่า 25% ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ และทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับข้อตกลงในวุฒิสภาเพื่อจัดสรรงบประมาณให้รัฐบาลกลางดำเนินการต่อไปได้จนสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองในระยะสั้น และกลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจสูญเสียความเป็นอิสระ ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจลดลง อาจจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยพยุงทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลตอบแทน นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการขู่ขึ้นภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำรงอยู่ อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม และช่วยจำกัดการปรับลงของราคาทองคำได้ ดังนั้น ยังควรระมัดระวังก่อนยืนยันว่า XAU/USD ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
---
## ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด (Daily Digest Market Movers): ทองคำถูกกดดันจากความหวังดีลงบประมาณรัฐ และดอลลาร์แข็งค่าปานกลาง
พรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวบรรลุข้อตกลงเพื่อจัดสรรงบประมาณชั่วคราวให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติเร่งผ่านแพ็กเกจการใช้จ่ายภายในวันศุกร์เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Shutdown) ข่าวดังกล่าวหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย และกระตุ้นให้เกิดแรงขายทองคำเพิ่มเติมในช่วงการซื้อขายตลาดเอเชียวันศุกร์
ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวัง จากการที่ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 50% ต่อเครื่องบินที่ผลิตในแคนาดา จนกว่าเครื่องบิน Gulfstream ที่ผลิตในสหรัฐฯ จะได้รับการรับรองมาตรฐานในแคนาดา
ทรัมป์ยังโจมตีประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ อีกครั้ง โดยโพสต์บน Truth Social ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก อย่างไรก็ตาม Fed ต่อต้านแรงกดดันทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันพุธ พร้อมส่งสัญญาณว่าจะยังคงใช้แนวทางระมัดระวังในการดำเนินนโยบาย
ทรัมป์ระบุว่าจะประกาศผู้ที่จะมาแทนเจอโรม พาวเวลล์ ในตำแหน่งประธาน Fed คนถัดไปในเช้าวันศุกร์ ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) จะได้รับการแต่งตั้ง อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงกังวลว่าหน่วยงานด้านนโยบายการเงินอาจถูกแทรกแซงทางการเมืองโดยตรง ซึ่งจะจำกัดการแข็งค่าต่อเนื่องของดอลลาร์
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ ยังคงส่งเรือรบและเครื่องบินขับไล่ไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหาร และอาจเป็นแรงหนุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน รัสเซียย้ำคำเชิญให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เดินทางไปมอสโกเพื่อเจรจาสันติภาพ แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้จากความแตกต่างอย่างลึกซึ้งในจุดยืนของทั้งสองฝ่าย โดยยูเครนปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการให้ยกพื้นที่ทั้งหมดในภูมิภาคดอนบาส (Donbas) เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อเกือบ 4 ปี
นักลงทุนจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ (PPI) ซึ่งจะเผยแพร่ในช่วงตลาดอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ ความเห็นจากกรรมการ FOMC ที่มีอิทธิพล และการประกาศประธาน Fed คนใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางความต้องการดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยเช่นกัน
---
## มุมมองเทคนิค: ทองคำต้องหลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นและระดับ $5,100 เพื่อยืนยันโอกาสปรับฐานต่อ
ในกราฟ 4 ชั่วโมง เส้น MACD ปรับลงต่ำกว่าเส้น Signal และทั้งสองเส้นอยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์ โดยแท่งฮิสโตแกรมฝั่งลบที่ขยายตัวสะท้อนแรงกดดันฝั่งขาลงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ที่ระดับ 50 ทำให้โมเมนตัมยังไม่ชัดเจนและค่อนข้างสมดุลใกล้แนวรับสำคัญ
โครงสร้างราคายังได้รับแรงพยุงจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ลากจากระดับ $4,526.24 ซึ่งเป็นแนวรับบริเวณ $5,174.74 หากราคายืนเหนือบริเวณดังกล่าวและดีดกลับได้ต่อเนื่อง อาจกลับไปสนับสนุนแนวโน้มฟื้นตัว แต่หากปิดต่ำกว่าแนวรับนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานลึกลง
เมื่อวัดจากจุดต่ำ $4,261.33 ถึงจุดสูง $5,594.20 ระดับ Fibonacci Retracement 38.2% อยู่ที่ $5,085.05 เป็นแนวรับแรก และระดับ 50% อยู่ที่ $4,927.77 หากแรงขายสามารถกดหลุดแนวรับเส้นแนวโน้มได้ โฟกัสจะย้ายไปที่แนวรับ 38.2% ในทางกลับกัน หากเกิดการฟื้นตัว ราคามีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 23.6% ที่ $5,279.64 แต่ด้วย MACD ที่อ่อนแรงและ RSI ที่เป็นกลาง ฝั่งขาขึ้นจำเป็นต้องมีโมเมนตัมที่ดีขึ้นเพื่อผ่านแนวต้านใกล้เคียง
(บทวิเคราะห์ทางเทคนิคในเรื่องนี้เขียนโดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยเหลือ)
# สรุป: ทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรหลังข่าวดีลงบประมาณหนุนดอลลาร์แข็งค่า แต่ความเสี่ยง Fed/การค้า/ภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยจำกัด downside และทำให้ยังไม่ยืนยันการจบรอบขาขึ้น
Forex-gold
ทองคำอ่อนตัวหลังทรัมป์กลับลำ หนุนบรรยากาศรับความเสี่ยงทั่วโลก**การวิเคราะห์ราคาทองคำ (XAU/USD): แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอ่อนตัวหลังทรัมป์กลับลำท่าที**
ราคาทองคำอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลบริเวณ 4,900 ดอลลาร์ โดยระหว่างการซื้อขายในช่วงเอเชียวันพฤหัสบดี ราคาปรับลดลงและยุติการปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วัน สาเหตุหลักมาจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่กลับมาอยู่ในโหมดรับความเสี่ยง (Risk-on) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับลำท่าทีเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำลดลง
**มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)**
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 100 ช่วงเวลา (100-period SMA) ปรับตัวสูงขึ้นและอยู่ที่ระดับ 4,711.55 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำยังคงยืนเหนือเส้นดังกล่าวได้ สะท้อนภาพรวมเชิงบวกในเชิงแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม สัญญาณจาก MACD ยังคงอ่อนแรง โดยเส้น MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นสัญญาณและต่ำกว่าระดับศูนย์ แม้ฮิสโตแกรมฝั่งลบที่หดตัวลงจะบ่งชี้ว่าแรงกดดันขาลงเริ่มชะลอตัว ด้าน RSI อยู่ที่ระดับ 46 ซึ่งเป็นโซนกลางและเริ่มขยับสูงขึ้น สอดคล้องกับภาวะการทรงตัวของราคา
เมื่อวัดจากจุดต่ำสุดที่ 4,535.22 ดอลลาร์ ไปยังจุดสูงสุดที่ 4,889.37 ดอลลาร์ พบว่าระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ที่ 4,754.08 ดอลลาร์ ทำหน้าที่เป็นแนวรับแรก ขณะที่ระดับ 23.6% ที่ 4,805.79 ดอลลาร์ เป็นจุดชี้วัดทิศทางระยะสั้น หากราคาสามารถทะลุขึ้นเหนือแนวนี้ได้อย่างชัดเจน จะช่วยตอกย้ำมุมมองเชิงบวก แต่หากหลุดต่ำกว่าแนวรับแรก จะเปิดความเสี่ยงต่อการปรับฐานลงสู่ระดับ 50% ที่บริเวณ 4,712.29 ดอลลาร์
**ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)**
ความเชื่อมั่นในการลงทุนทั่วโลกฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังทรัมป์แสดงท่าทีผ่อนคลายเกี่ยวกับกรีนแลนด์และความสัมพันธ์กับชาติยุโรป ซึ่งกระตุ้นแรงขายทำกำไรในทองคำ ท่ามกลางภาวะที่ตลาดอยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (Overbought) และก่อนการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ
ระหว่างการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ทรัมป์ได้ถอนคำขู่ในการเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อ 8 ประเทศในยุโรป และยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังยึดครองกรีนแลนด์ พร้อมระบุว่าบรรลุกรอบข้อตกลงในอนาคตร่วมกับ NATO ซึ่งตอบโจทย์ด้านระบบป้องกันขีปนาวุธและการเข้าถึงแร่สำคัญ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ว่าจะไม่บังคับใช้มาตรการภาษีที่มีกำหนดเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO ลดลง และคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นแรง และแรงบวกดังกล่าวส่งต่อไปยังตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งกดดันความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
แม้สมาชิกรัฐสภายุโรปจะระงับการลงมติรับรองข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ–ยุโรปที่ตกลงกันไว้ในเดือนกรกฎาคม แต่กระแส “Sell America” ดูเหมือนจะอ่อนแรงลง จากความคาดหวังว่าความขัดแย้งทางการค้ากับยุโรปจะไม่กลับมารุนแรงอีก ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นไตรมาสนี้ และอาจยาวไปจนถึงวาระสุดท้ายของเจอโรม พาวเวลล์ ในเดือนพฤษภาคม ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงคาดการณ์ความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2026 และความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองต่อความเป็นอิสระของ Fed ยังคงจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์
ในระยะสั้น นักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังและเลือกที่จะรอการประกาศดัชนีราคา PCE ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed เพิ่มเติม รวมถึงรายงาน GDP ไตรมาส 3 (ครั้งสุดท้าย) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำ ทั้งนี้ ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานยังคงบ่งชี้ว่าฝั่งขาขึ้นของ XAU/USD ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่ามกลางภาวะซื้อมากเกินไปในกราฟระยะสั้น
#GoldAnalysis #XAUUSD #MacroEconomics #SafeHaven #Fed #RiskOn
ทองคำลุ้นทะลุ 4,100 ดอลลาร์ก่อนรายงานประชุม FOMC **การวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ**
### **ทองคำไต่ขึ้นสู่โซน 4,100 ดอลลาร์ จับตาทำจุดสูงสุดรายสัปดาห์ก่อนการเผยแพร่รายงานประชุม FOMC**
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยต่อยอดจากแรงฟื้นตัวของวันก่อนซึ่งดีดกลับจากระดับต่ำสุดรอบหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง บริเวณต่ำกว่าแนวจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์เล็กน้อย โมเมนตัมการดีดตัวนี้ช่วยหนุนให้ราคาทองคำไต่ขึ้นสู่กรอบบนของช่วงราคาในรอบสัปดาห์ ขณะที่ฝั่งกระทิงกำลังรอการยืนเหนือโซน 4,100 ดอลลาร์อย่างมั่นคง เพื่อเป็นสัญญาณเปิดทางไปสู่การปรับขึ้นระลอกใหม่ ขณะตลาดยังรอผลรายงานประชุม FOMC อย่างใกล้ชิด
ในทางเทคนิค ทองคำได้รับแรงซื้อกลับเมื่อวันอังคารบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 200 คาบ (200 EMA) บนกราฟ 4 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี สัญญาณจากออสซิลเลเตอร์ที่ผสมผสานทั้งบวกและลบยังบ่งชี้ให้ระมัดระวังก่อนเปิดสถานะฝั่งซื้อเพิ่มเติม
ระดับจิตวิทยา 4,100 ดอลลาร์ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญ หากราคาทะลุผ่านได้ อาจกระตุ้นแรงปิดสถานะขาย (short-covering) และดันราคาขึ้นสู่แนวต้านถัดไปที่ 4,152–4,155 ดอลลาร์ ก่อนทดสอบโซน 4,200 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน พื้นที่ 4,037–4,036 ดอลลาร์คาดว่าจะช่วยประคองการปรับลงระยะสั้น ก่อนถึง 200 EMA บนกราฟ 4 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้อยู่เหนือโซน 4,000 เล็กน้อย หากราคาหลุดต่ำกว่าแนวนี้อย่างชัดเจน ทองคำอาจอ่อนค่าต่อเนื่องสู่แนวรับ 3,931 ดอลลาร์ และมีโอกาสลงไปถึงโซน 3,900 ดอลลาร์ ก่อนจะลงทดสอบจุดต่ำสุดปลายเดือนตุลาคมบริเวณ 3,886 ดอลลาร์
---
## **ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)**
ตลาดกำลังรอรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ (NFP) ซึ่งถูกเลื่อนประกาศไปเป็นวันพฤหัสบดี เพื่อเป็นตัวชี้นำเส้นทางการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน
ในระหว่างนี้ ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐยังคงกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ และส่งผลเป็นแรงหนุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม บริบทพื้นฐานที่ผสมทั้งบวกและลบยังเป็นเหตุผลให้ฝั่งกระทิงต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวัง
### **ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและการอ่อนค่าของดอลลาร์**
บรรดานักลงทุนยังกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐที่ยืดเยื้อที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งกดดัน sentiment ของตลาดและกระตุ้นการถือครองทองคำในช่วงการซื้อขายเอเชียวันพุธ
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงตึงเครียด เมื่อยูเครนระบุว่าสามารถโจมตีเป้าหมายทางทหารในรัสเซียด้วยขีปนาวุธ ATACMS ที่ได้รับจากสหรัฐ ขณะที่ประธานาธิบดียูเครน วลาดิเมียร์ เซเลนสกี เตรียมเดินทางไปตุรกีเพื่อรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพ โดยมีผู้แทนพิเศษของสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟ เข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม โฆษกเครมลินประกาศว่า รัสเซียจะไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วม ซึ่งช่วยรักษาความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และหนุนราคาทองคำต่อเนื่อง
ด้านสกุลเงินดอลลาร์ยังขาดแรงซื้อที่ชัดเจน แม้อยู่ใกล้ระดับสูงสุดรอบหนึ่งสัปดาห์ จากความคาดหวังที่ลดลงว่า Fed จะผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป เจ้าหน้าที่หลายรายส่งสัญญาณให้ดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง โดยรองประธาน Fed ฟิลลิป เจฟเฟอร์สัน ระบุว่า Fed ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ผู้ว่าการ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ยังคงสนับสนุนการลดดอกเบี้ยเพิ่มจากความกังวลต่อตลาดแรงงาน
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้รับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องเพิ่มขึ้นสู่ 1.957 ล้านคน ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 ตุลาคม สะท้อนอัตราว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง
ด้วยเหตุนี้ รายงาน NFP เดือนกันยายนที่เลื่อนประกาศไปวันพฤหัสบดี รวมถึงรายงานประชุม FOMC ที่จะเผยแพร่ในวันนี้ จะเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ Fed และจะส่งผลต่อทิศทางของดอลลาร์และคู่เงิน XAU/USD
XAUUSD H1 – การกวาดสภาพคล่อง & โซนกลับเข้าที่ชาญฉลาดหลังจากการพุ่งขึ้นอย่างแรง ทองคำได้เข้าสู่โซนพรีเมียม (การขยาย 1.5–1.618) และสร้างชุดของจุดสูงเท่ากัน (BSL) — สระสภาพคล่องที่ชัดเจนเหนือ 4148
ฉันคาดว่าจะมีการย้อนกลับระยะสั้นก่อนที่จะดำเนินการต่อ เนื่องจากเงินที่ชาญฉลาดมักจะปรับสมดุลหลังจากการกวาดสภาพคล่อง
🔹 การวิเคราะห์ทางเทคนิค (SMC Flow)
โซนขาย (Supply / OB): 4224 – 4228 (SL 4235)
→ ราคาถึงจุดสูงสุดของ OB พรีเมียม H1 สอดคล้องกับ FIB 1.5–1.618
→ พื้นที่นี้ยังคงเป็นโซนตอบสนองขาย-ซื้อที่ถูกต้องหาก M15 แสดง CHoCH
โซนซื้อ (Demand / OB): 4086 – 4082 (SL 4070)
→ สอดคล้องกับการย้อนกลับ 0.5–0.618 และฐานโครงสร้างก่อนหน้า
→ คาดว่าจะมีการกวาดสภาพคล่องด้านขายเข้าสู่โซนนี้ก่อนที่จะมีการต่อเนื่องที่เป็นขาขึ้น
โซนเป้าหมาย: 4158 – 4160
→ สภาพคล่องด้านซื้อ (BSL) ถัดไปที่พักอยู่เหนือจุดสูงเท่ากัน
→ พื้นที่ทำกำไรที่เหมาะสมสำหรับการซื้อขายระหว่างวันจากระดับส่วนลด
📈 มุมมองของฉัน
ความเอนเอียงยังคงเป็นขาขึ้นใน H1 ตราบใดที่ 4070 ยังคงอยู่
ฉันจะรอการกวาดสภาพคล่องเข้าสู่โซนซื้ออย่างอดทน ตามด้วยการยืนยัน CHoCH ที่ชัดเจนใน M15 — นั่นคือจุดที่ฉันจะมองหาการเข้าซื้อไปยัง 4158–4160
💭 หมายเหตุจาก Karina
โครงสร้างนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่สภาพคล่องขับเคลื่อนการเคลื่อนไหว — ไม่ใช่อารมณ์ ไม่ใช่ตัวบ่งชี้
ความอดทนและความแม่นยำคือความได้เปรียบที่แท้จริงของผู้ค้า
นี่คือมุมมองส่วนตัวของฉันตามหลักการ SMC – ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน
กดไลค์ & ติดตามเพื่ออัพเดทเซสชันลอนดอนรายวัน 💛
ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขาลงยังจำกัดอยู่ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ท่ามกลางสัญญาณที่ผสมผสานจากเฟดเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย; แนวโน้มขาลงยังจำกัด
ราคาทองคำยังคงพยายามรักษาแรงดีดตัวจากระดับบริเวณ $3,309 ในช่วงข้ามคืน โดยแกว่งตัวอยู่ในกรอบการซื้อขายที่แคบในช่วงตลาดเอเชียวันศุกร์ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งแตะเมื่อวันพฤหัสฯ หลังจากที่ผู้ว่าการเฟด Christopher Waller กล่าวแสดงท่าทีผ่อนคลาย
ภาพรวมทางเทคนิคของ XAU/USD
แรงดีดตัวอย่างรวดเร็วของทองคำ แม้ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้ซื้อที่พร้อมเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว กราฟรายวันของคู่ XAU/USD ร่วงลงต่ำกว่าระดับ Fibonacci 38.2% ชั่วคราว จากการปรับฐานของช่วง $3,452.51 - $3,247.83 ที่บริเวณ $3,325 ขณะที่แรงขายจำกัดการดีดตัวที่บริเวณ Fibonacci 50% ซึ่งอยู่ราว $3,350
กราฟเดียวกันแสดงว่าราคาปัจจุบันอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 20 วันเล็กน้อย ซึ่งเป็นเส้นแนวราบ ขณะที่เส้น SMA 100 และ 200 วันยังคงเคลื่อนตัวขึ้นต่ำกว่าระดับปัจจุบัน ดัชนีทางเทคนิคในขณะนี้มีความผันผวนในระดับกลาง ไม่มีสัญญาณชี้ทิศทางที่ชัดเจน
ในระยะสั้น โอกาสขาขึ้นยังมีจำกัด โดยคู่เงินจะต้องทะลุแนวต้าน Fibonacci 61.8% ที่ $3,374.56 จึงจะพลิกกลับเป็นขาขึ้นได้ กราฟ 4 ชั่วโมงแสดงให้เห็นว่าเส้น SMA 20 วันมีแนวโน้มขาลงอยู่ใต้เส้น SMA 200 วันที่แบนราบ ขณะที่ดัชนีทางเทคนิคฟื้นตัวจากระดับต่ำใกล้ภาวะขายมากเกินไป แต่ยังคงอยู่ในเขตลบ
แนวรับสำคัญ: 3,325.00 / 3,311.70 / 3,295.50
แนวต้านสำคัญ: 3,350.18 / 3,374.56 / 3,390.10
ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ $3,340 ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบสัปดาห์ที่ $3,309.96 โดยบรรยากาศในตลาดแลกเปลี่ยน (FX) ยังคงได้รับอิทธิพลจากข่าวสารและความเชื่อมั่นที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ดอลลาร์สหรัฐซื้อขายในแนวโน้มแข็งค่าในช่วงต้นวัน โดยได้รับแรงหนุนจากคำพูดของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งบอกใบ้ถึงข้อตกลงทางการค้ากับอินเดียและยูโรโซน และจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
ยอดค้าปลีกของสหรัฐในเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้น 0.6% หลังจากลดลง 0.9% ในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 0.1% อย่างชัดเจน ด้านตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเบื้องต้นในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 กรกฎาคม อยู่ที่ 221,000 ราย ดีกว่าที่คาดไว้ที่ 235,000 ราย นอกจากนี้ ดัชนีภาคการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟียในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเป็น 15.9 จาก -4 ในเดือนก่อนหน้า สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ -1
ตัวเลขที่แข็งแกร่งเหล่านี้กระตุ้นตลาดหุ้นวอลล์สตรีทให้พุ่งขึ้นจำกัดความต้องการซื้อดอลลาร์ในช่วงครึ่งหลังของวัน และในเวลาเดียวกัน XAU/USD ก็สามารถดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดได้ โดยได้รับแรงหนุนจากนักเก็งกำไรที่คาดหวังว่าราคาทองคำจะทำจุดสูงใหม่อีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน ตลาดได้ละเลยความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ลดกระแสข่าวว่าเขาอาจปลด Jerome Powell ออกจากตำแหน่งประธานเฟดก่อนที่วาระจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2026
ในวันศุกร์ จะมีการเปิดเผยค่าประมาณเบื้องต้นของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 61.5 จาก 60.7 ในเดือนมิถุนายน
พิเศษ: การคาดการณ์รายสัปดาห์
คุณสนใจการคาดการณ์ราคาทองคำรายสัปดาห์ (XAU/USD) หรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญของเรามีการอัปเดตรายสัปดาห์เพื่อคาดการณ์ทิศทางต่อไปของคู่เงินทองคำ-ดอลลาร์ คุณสามารถติดตามการวิเคราะห์ล่าสุดได้จากนักวิเคราะห์ของเราได้ที่นี่
สถานการณ์ถัดไปสำหรับ JPY/USD คืออะไร?USD/JPY ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงภายในกรอบขาลงอย่างชัดเจนในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง โดยเส้น EMA34 ตัดลงใต้ EMA89 และทำหน้าที่เป็นแนวต้านแบบเคลื่อนที่ ยืนยันแนวโน้มที่ยังคงเอนเอียงไปทางฝั่งขาย หลังจากราคาขึ้นไปแตะขอบบนของกรอบขาลง ก็กลับตัวลงและขณะนี้กำลังทดสอบขอบล่างบริเวณ 142.00 หากไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะทะลุแนวรับนี้และเคลื่อนไหวลงต่อไปยังเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 141.00
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐถูกกดดันหลังจากรายงานการประชุม FOMC มีท่าทีผ่อนคลาย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐก็อ่อนตัวลง ส่วนเงินเยนได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังที่ว่า BOJ อาจปรับเปลี่ยนนโยบายเร็วขึ้นหากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น
กลยุทธ์ที่แนะนำ: รอจังหวะขายเมื่อราคาดีดกลับขึ้นบริเวณเส้น EMA34 หรือขอบบนของกรอบ (143.5–144.0) เป้าหมายที่ 141.0 ตัดขาดทุนหากราคาทะลุ 144.6
ระมัดระวังในการเทรดทุกครั้ง ขอให้โชคดีครับ!
GBP/USD ใกล้ทะลุแนวต้าน – โอกาสทำกำไรกำลังมา!สวัสดีครับทุกคน วันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับคู่เงิน GBP/USD ในสัปดาห์ที่แล้วกันนะครับ!
คู่เงิน GBP/USD ยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง ภายในกรอบขาขึ้นที่ชัดเจน โดยมีเส้น EMA34 และ EMA89 เป็นแนวรับที่สำคัญ หลังจากทดสอบแนวรับล่างของกรอบได้สำเร็จและดีดตัวขึ้น ราคากำลังเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1.3560–1.3650 ด้านเทคนิค รูปแบบกรอบขาขึ้นประกอบกับ EMA ที่ตัดกันเป็นสัญญาณยืนยันว่าแนวโน้มยังคงอยู่ในฝั่งขาขึ้น
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ค่าเงินปอนด์ยังคงได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงกดดันหลังจากรายงานการประชุม FOMC ที่ไม่ได้มีท่าที "สายเหยี่ยว" มากนัก
กลยุทธ์ที่แนะนำ: รอซื้อเมื่อราคาปรับลงใกล้เส้นแนวโน้มหรือบริเวณ EMA34 แถว 1.3450–1.3470 เป้าหมายถัดไปที่แนวต้านบนของกรอบบริเวณ 1.3650 ตั้งจุดตัดขาดทุนใต้ 1.3400
นักลงทุนควรระมัดระวังในการเทรดทุกครั้ง ขอให้ทุกคนโชคดีครับ!
บิทคอยน์เตรียมตัวสำหรับคลื่นขาขึ้นรอบใหม่? กรอบราคายังแข็งแกร่ง!ในกรอบเวลา H1 BTCUSD กำลังเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงภายในกรอบขาขึ้นที่มีความชัดเจน หลังจากการปรับฐานเล็กน้อย ราคาได้แตะแนวรับล่างของกรอบบริเวณ 103,200–103,400 และมีสัญญาณฟื้นตัวเกิดขึ้น แท่งเทียนล่าสุดดีดตัวขึ้นจากเส้น EMA 89 และ 34 แสดงให้เห็นถึงบทบาทแนวรับเชิงเทคนิคที่แข็งแกร่ง การบรรจบกันของเส้น EMA 34 และ 89 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กำลังก้าวเข้าสู่ระยะสะสม ก่อนอาจเริ่มรอบขาขึ้นใหม่
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ตลาดกำลังจับตาความคาดหวังว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะเดียวกัน กองทุน ETF Bitcoin ยังคงดึงดูดเม็ดเงินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลดลงของอุปทาน BTC หลังเหตุการณ์ halving ในเดือนเมษายน ก็เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนราคาระยะกลาง
กลยุทธ์ที่เหมาะสมในขณะนี้คือ รอซื้อบริเวณแนวรับ 103,200–103,400 โดยตั้งเป้าหมายการทำกำไรที่แนวต้านบนของกรอบราคาบริเวณ 106,000 พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนต่ำกว่าระดับ 102,800 เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากกรอบราคาถูกทะลุ หาก BTC สามารถทะลุระดับ 106,000 ได้สำเร็จ แนวโน้มขาขึ้นอาจได้รับการยืนยันอย่างแข็งแกร่งในรอบถัดไป
XAUUSD: ทองคำกำลังจะกลับตัวจากแนวรับหรือไม่?หลังจากที่ XAUUSD ร่วงลงอย่างรุนแรง ราคาก็ได้ดีดตัวกลับจากแนวรับสำคัญบริเวณ 3,189 – 3,198 และขณะนี้กำลังทดสอบระดับ Fibonacci 0.618 ที่ 3,204 หากสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ แนวโน้มการฟื้นตัวมีโอกาสดำเนินต่อไป โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ระดับยอดเดิมที่ 3,253.91 สัญญาณ EMA 34/89 กำลังแสดงความขัดแย้งในระยะสั้น แต่หากราคาสามารถปิดเหนือ EMA ได้อย่างมั่นคง จะเป็นการยืนยันแรงส่งขาขึ้น
ปัจจัยพื้นฐานยังคงสนับสนุนราคาทองคำ: CPI ของสหรัฐต่ำกว่าที่คาดการณ์ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเพิ่มสูงขึ้น
แนวทางการเทรด: รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณ 3,197–3,200 ตั้ง Stop Loss ที่ต่ำกว่า 3,189 และ Take Profit ที่ 3,220–3,253 ควรบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และติดตามพฤติกรรมราคาบริเวณ EMA 200 อย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
แนวโน้มขาลงยังไม่หยุด – ทองคำสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไร?ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง XAUUSD ยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลงภายในช่องราคาที่ชัดเจน สะท้อนถึงแรงขายที่ยังคงเป็นฝ่ายครองตลาด หลังจากราคาขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 3,287 (จุดตัดของ EMA 34 และ 89) แต่ไม่สามารถผ่านได้ ก็ได้มีแรงขายกลับลงมาจนราคาลดลงมาที่บริเวณ 3,233.71
พฤติกรรมราคาบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะเคลื่อนไหวในรูปแบบซิกแซกต่อเนื่องภายในช่องขาลง โดยมีเป้าหมายถัดไปที่แนวรับบริเวณ 3,105 ซึ่งตรงกับขอบล่างของช่องราคา
ปัจจัยพื้นฐานในภาพรวมยังสนับสนุนแนวโน้มขาลง เมื่อข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดคาดว่าเฟด (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน หากไม่มีปัจจัยใดที่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มได้อย่างชัดเจน แนวโน้มขาลงยังคงเป็นภาพหลักจนกว่าจะมีการทะลุแนวต้านได้อย่างเด็ดขาด
USD/JPY พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงหลังจากช่วงสะสมราคาบนกราฟเวลา 1 ชั่วโมง USD/JPY ได้ทะลุออกจากช่วงการสะสมในลักษณะ Sideway และปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ก่อนจะย่อลงมายังบริเวณแนวรับรอบ 143.80–144.00 ขณะนี้ราคากำลังแสดงสัญญาณฟื้นตัว โดยโครงสร้างทางเทคนิคยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเส้น EMA 34 และ 89 ที่ชี้ขึ้นสอดคล้องกัน
สถานการณ์ที่คาดการณ์คือ ราคามีแนวโน้มจะย่อตัวลงทางเทคนิคอีกครั้งสู่แนวรับเพื่อสะสมแรงซื้อ ก่อนดีดตัวขึ้นสู่บริเวณแนวต้านที่ 145.80–146.20 โดยพื้นฐาน ดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ขณะที่เงินเยนยังคงเผชิญแรงกดดันจากนโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างมากของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ)
ในบริบทนี้ กลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมคือรอซื้อที่บริเวณแนวรับเมื่อมีสัญญาณยืนยัน โดยมีเป้าหมายที่บริเวณ 146.00 พร้อมกับจัดการความเสี่ยงหากแนวรับถูกทะลุ.
ราคาทองคำอ่อนตัวจากแรงกดดันดอลลาร์และข้อตกลงการค้าราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มเชิงลบ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกและความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐที่ฟื้นตัว
ราคาทองคำยังคงถูกกดดันอย่างหนักในช่วงต้นของตลาดยุโรป แม้จะสามารถยืนอยู่เหนือระดับ 3,300 ดอลลาร์ได้ ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่ผสมผสานกัน สัญญาณของการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ยังคงผลักดันกระแสเงินออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม และส่งผลกระทบต่อความต้องการโลหะมีค่า
ภาพรวมทางเทคนิคของ XAU/USD
ความอ่อนแอที่ต่ำกว่าบริเวณ 3,300-3,290 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับฟีโบนัชชีรีเทรซเมนต์ 38.2% ของขาขึ้นล่าสุดจากบริเวณกลาง 2,900 ดอลลาร์ หรือจุดต่ำสุดของเดือน อาจยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอบริเวณแนวนอน 3,265-3,260 ดอลลาร์ การหลุดระดับดังกล่าวอย่างชัดเจน จะถูกมองว่าเป็นสัญญาณกระตุ้นใหม่สำหรับนักลงทุนสายขาลง และเปิดทางให้มีการปรับฐานต่อจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่แตะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การลดลงต่อไปอาจพาราคาทองคำลงสู่ระดับรีเทรซเมนต์ 50% บริเวณ 3,225 ดอลลาร์ และอาจไปถึงระดับ 3,200 ดอลลาร์ได้
ในทางกลับกัน บริเวณ 3,348-3,353 ดอลลาร์ ดูเหมือนจะกลายเป็นแนวต้านระยะสั้นในขณะนี้ ตามมาด้วยโซนแนวต้านที่ 3,366-3,368 ดอลลาร์ ซึ่งหากสามารถฝ่าไปได้อย่างเด็ดขาด จะเปิดทางให้ราคาทองคำกลับไปยืนเหนือระดับ 3,400 ดอลลาร์ และอาจต่อเนื่องไปถึงแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 3,425-3,427 ดอลลาร์ ก่อนที่นักลงทุนสายขาขึ้นจะพยายามทดสอบระดับจิตวิทยาที่ 3,500 ดอลลาร์อีกครั้ง
ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน
ความแข็งแกร่งในระดับปานกลางของเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่ ยังคงทำให้นักลงทุนระมัดระวัง และจำกัดความเชื่อมั่นในตลาด นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างจริงจังมากขึ้น ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อเงินดอลลาร์ และช่วยจำกัดการปรับตัวลงของราคาทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทน (non-yielding) นักลงทุนกำลังจับตาข้อมูลตำแหน่งงานว่าง JOLTS ของสหรัฐเพื่อหาทิศทางเพิ่มเติม
ราคาทองคำยังซบเซาเมื่อความหวังในข้อตกลงการค้าทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอ่อนตัว
การที่จีนประกาศยกเว้นภาษีตอบโต้บางรายการสำหรับสินค้าสหรัฐ สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐหลายรายได้เสนอข้อเสนอทางภาษีที่ “ดีมาก”
สัญญาณของความคืบหน้าในการเจรจาการค้าช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนที่สดใส ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง และดึงเงินทุนออกจากราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระวังตัวจากสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่จริงแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การเจรจาการค้ากับจีนยังดำเนินอยู่ แต่จีนกลับปฏิเสธว่ากำลังมีการเจรจาใด ๆ เกี่ยวกับภาษี
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะกลับมาเริ่มรอบการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ข้อมูลตลาดในปัจจุบันยังบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ ต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำลงอาจช่วยให้โลหะสีเหลืองซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนสามารถรักษาระดับราคาพื้นฐานในระยะสั้นได้
ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 72 ชั่วโมงในความขัดแย้งยูเครน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม แม้ว่าประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี จะปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวดังกล่าว นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของเกาหลีเหนือในสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงรักษาความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ไว้อย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนขณะนี้รอคอยการเปิดเผยข้อมูลตำแหน่งงานว่าง JOLTS ของสหรัฐในวันอังคารนี้ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐในวันพุธ และรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ในวันศุกร์ ซึ่งทั้งหมดอาจให้ภาพใหม่เกี่ยวกับแนวโน้มของนโยบายการเงินของ Fed
ทองคำพุ่งแรงจากสงครามการค้าและเงินเฟ้อหนุนแรงซื้อ**ราคาทองคำพุ่งแรง ท่ามกลางความกังวลด้านสงครามการค้าและเงินเฟ้อ ดันความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งสูงขึ้น**
📈 ราคาทองคำเริ่มกลับมามีแรงส่งขาขึ้นอีกครั้ง นักลงทุนกำลังตอบสนองต่อความไม่แน่นอนในเวทีการค้าระหว่างประเทศ และความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ เสน่ห์ของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยิ่งเพิ่มขึ้น จากความกังวลใหม่ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ซึ่งยิ่งช่วยหนุนราคาทองคำ (XAU/USD) ให้ปรับตัวขึ้น 📉✨ รูปแบบทางเทคนิคล่าสุดก็ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน บ่งชี้ว่าอาจมีโอกาสปรับขึ้นต่อในระยะถัดไป
---
### 📊 ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยดันทองพุ่ง หลังสงครามภาษีสหรัฐฯ-จีนยกระดับ
ราคาทองคำยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เสริมแรงจากโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา 📈 การปรับตัวขึ้นในรอบนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความกลัวของตลาดต่อภาวะเงินเฟ้อ 🏛️ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ตลาดประหลาดใจด้วยการเลื่อนการเก็บภาษีใหม่กับประเทศส่วนใหญ่เป็นเวลา 90 วัน แต่กลับเพิ่มภาษีสินค้าจีนอย่างมาก หลังจากจีนตอบโต้กลับทันที 🇺🇸🇨🇳 การยกระดับอย่างรุนแรงนี้ยิ่งทำให้เกิดความกังวลว่าอาจลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าฉบับเต็มระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก
นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งทางการค้าอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และดันราคาสินค้าทั่วโลกให้สูงขึ้น 📦 ความกลัวเช่นนี้มักจะทำให้เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ แม้ว่าตลาดหุ้นจะฟื้นตัวขึ้นบ้าง แต่ทองคำยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง แสดงให้เห็นว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านการค้ายังคงเป็นประเด็นหลักที่ครอบงำจิตวิทยานักลงทุนอยู่ในขณะนี้
---
### 🏦 จุดยืนล่าสุดของเฟดส่งผลต่อตลาดทองคำ
ท่าทีล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็มีผลอย่างมากต่อราคาทองคำเช่นกัน หลังจากรายงานการประชุม FOMC แสดงถึงความระมัดระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ 📝 นักเทรดจึงลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบเชิงรุกลง เจ้าหน้าที่เฟดเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อมีแรงกดดันด้านราคาจากภาษีที่กำลังเข้ามา 🎯 เจ้าหน้าที่อย่าง บาร์คิน และ มูซาเล็ม เตือนว่า ราคาที่สูงขึ้นอาจดำรงอยู่ต่อเนื่อง และทำให้เฟดต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ตลาดตอนนี้คาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนนี้ 📆 แต่ความไม่แน่นอนทั้งด้านเวลาและขอบเขตของการลดดอกเบี้ย ยังคงกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้ปรับอ่อนลง ซึ่งถือเป็นผลบวกโดยตรงต่อทองคำ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนจะทำให้ต้นทุนโอกาสในการถือทองคำ (ซึ่งไม่ให้ผลตอบแทน) ลดลงอย่างชัดเจน 💰
---
### 🔍 วิเคราะห์ทางเทคนิค: สัญญาณกลับตัวขาขึ้นและแนวรับสำคัญ
กราฟ 3 ชั่วโมงของทองคำแสดงสัญญาณกลับตัวขาขึ้นที่น่าสนใจ 📈 บริเวณแนวรับสำคัญใกล้ช่วง $2,970–$2,980 ได้แสดงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน กราฟเผยให้เห็นจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสามจุด (Higher Lows) ซึ่งเป็นรูปแบบ "Inverse Head and Shoulders" แบบคลาสสิก 🧠 ซึ่งมักเป็นสัญญาณของการกลับตัวขาขึ้น
หลังจากราคาร่วงลงแรงช่วงต้นสัปดาห์ ทองคำดีดตัวกลับขึ้นมาทันทีที่แนวรับนี้ และกราฟระบุจุดนี้เป็น “โซนซื้อ” 📍 การดีดตัวเกิดขึ้นในขณะที่ราคากลับมาทดสอบเส้นคอ (neckline) ของรูปแบบกลับตัวนี้พอดี การบรรจบกันของปัจจัยทางเทคนิคหลายประการนี้ยิ่งตอกย้ำว่าแนวรับดังกล่าวเป็นเขตความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
หลังจากการดีดกลับ ทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง และกำลังซื้อขายอยู่เหนือระดับ $3,120 🚀 การทะลุแนวต้านก่อนหน้าขึ้นไป ยืนยันโมเมนตัมขาขึ้นรอบใหม่ นักเทรดระยะสั้นอาจมองว่านี่คือสัญญาณยืนยันการกลับตัวของเทรนด์ และตราบใดที่ราคายังคงอยู่เหนือเส้นคอ ก็มีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นไปถึง $3,150 หรือแม้แต่ $3,200 ในระยะสั้นได้
รูปแบบนี้ยังแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาจากการฟื้นตัวแบบตัว V (V-shaped recovery) และการที่ไม่มีแรงขายต่อเนื่องหลังจากการร่วงล่าสุดเลย นักซื้อเข้ามาแสดงพลังอย่างชัดเจน บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในทิศทางขาขึ้น 💪
---
### ✅ สรุป
การพุ่งขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้มีแรงหนุนทั้งจากปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค 🧩 ความกังวลเรื่องสงครามการค้า การคาดการณ์เงินเฟ้อ และท่าทีที่ผ่อนคลายของเฟด ล้วนดันความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยให้เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็แสดงรูปแบบกลับตัวจากแนวรับสำคัญอย่าง textbook ✍️ ตราบใดที่ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินยังคงอยู่ ทองคำก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจต่อไป 📊 รูปแบบกราฟที่แข็งแกร่งยิ่งสนับสนุนความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นต่อ ทำให้ทองคำโดดเด่นในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจปัจจุบัน
---
📌 **#ทองคำ #วิเคราะห์ทองคำ #สงครามการค้า #เงินเฟ้อ #เฟด #ราคาทอง #ลงทุนปลอดภัย #XAUUSD #ทองวันนี้**
วิเคราะห์กราฟเทรดทอง XAUUSD (ช่วงเช้า) 23/01/2568วางเเผนย่อ Sell ตามช่วงปรับฐาน
TP 2745-2735-2725
SL 2775
.
ข้อควรรู้ : คลิปนี้ เป็นการแชร์ความรู้กี่ยวกับการเทรด ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการการลงทุน (การลงทุนในตลาด CFDS มีความเสี่ยงสูง โปรดใช้วิจารณญาณ)
__________________________________________
เตรียมอัพเดทข่าวแนวโน้มตลาด วิเคราะห์กราฟเด่นประจำวัน
ที่นักเทรดไม่ควรพลาด
.
.
#coachJ #jttraderfx #สอนให้เทรดด้วยตัวเอง #forex #crypto #เทรดforex #เทรดcrypto #xm #xauusdanalysis #goldanalysis #dailyforecast #เทรดทอง #trade #gold #xauusd #ทองคำ #forex
ทองคำยืนเหนือจุดสำคัญ! แนวโน้มจะไปทางไหนต่อ?**🔥 ทองคำยืนเหนือจุดเทคนิคสำคัญ! จะไปต่อหรือไม่? รู้คำตอบที่นี่! 🔥**
🌟 **ทองคำยังคงยืนเหนือจุดสำคัญทางเทคนิคในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์**
✨ ทองคำยังคงยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันได้
💼 เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความหลากหลายสำหรับทองคำ แต่การลดลงเมื่อวานนี้ไม่ได้รุนแรงนักเมื่อมองภาพรวม 📉 ทองคำลดลงเนื่องจากดอลลาร์ฟื้นตัว 💵 และพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 📊 หลังจากที่ทรัมป์ปฏิเสธว่าจะผ่อนปรนในเรื่องภาษี 🏛️ อย่างไรก็ตาม ข่าวดีสำหรับผู้ซื้อทองคำคือในเชิงเทคนิค การลดลงครั้งนี้ไม่ได้ทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน (🔴 เส้นสีแดง)
📍 **ระดับสำคัญอยู่ที่ $2,626 ในขณะนี้** โดยมีแนวรับระยะสั้นเพิ่มเติมใกล้เคียง $2,600
📅 โดยทั่วไปแล้ว เดือนมกราคมมักจะเป็นเดือนที่ยอดเยี่ยมสำหรับทองคำ ✨ อันที่จริงแล้ว เดือนมกราคมเป็นเดือนที่ทองคำมีผลตอบแทนดีที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา 🥇
📊 อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาภาพรวมก่อนเดือนมกราคมปีนี้ ทองคำเพิ่มขึ้นถึง **27% ในปี 2024** 🚀 แม้ว่าจะมีการลดลงเล็กน้อยในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมก็ตาม ราคาทองคำใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการปรับตัวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน 📈 และแม้กระทั่งในตอนนั้น การลดลงก็ไม่ได้ยืดเยื้อนาน ⏳
💡 **สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อในช่วงราคาลดลงยังคงมีความมั่นใจสูงอย่างน้อยในตอนนี้**
⚠️ **ข้อควรระวังสำหรับทองคำในตอนนี้**
ดอลลาร์ยังคงอยู่ในสถานะทรงตัวตั้งแต่เดือนที่แล้ว 💵 ขณะที่ทรัมป์ยังคงผลักดันนโยบายภาษี 📜 และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังคงสนับสนุนแนวคิดที่ว่าเฟดจะหยุดการลดดอกเบี้ย 📉 ทำให้แรงซื้อเชิงป้องกันของผู้ซื้อทองคำอาจค่อยๆ ลดลง โดยเฉพาะหากตลาดพันธบัตรยังคงให้การสนับสนุนในทิศทางเดียวกัน 📊
📣 กล่าวอีกนัยหนึ่ง แนวโน้มทองคำในเดือนมกราคมอาจไม่เป็นไปตามเดิมเหมือนในอดีต 🕰️ ทดสอบแรกจะเป็นรายงานการจ้างงานของสหรัฐและข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งจะออกในสัปดาห์นี้ 📆
📉 **หากราคาทะลุต่ำกว่า $2,600 อย่างมีนัยสำคัญ** อาจกระตุ้นให้เกิดแรงขายอย่างรวดเร็วในทองคำ ⚡ หากเป็นเช่นนั้น การร่วงลงอย่างรวดเร็วเพื่อทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (🔵 เส้นสีน้ำเงิน) ใกล้ $2,500 ก็อาจเกิดขึ้นได้ 🌀
⏳ สำหรับตอนนี้ ต้องรอดูว่าข้อมูลจะเป็นอย่างไรในช่วงเวลาถัดไป 📊
#️⃣ **#ราคาทองคำ #ทองคำวันนี้ #แนวโน้มทองคำ #การลงทุน #ข่าวเศรษฐกิจ #ดอลลาร์ #ทองคำโลก #ลงทุนปลอดภัย**
"ทองคำปี 2025: ราคาจะพุ่งหรือร่วง? จับตานโยบายทรัมป์และ Fed!"การคาดการณ์ราคาทองคำประจำปี: ปี 2025 จะเป็นปีที่สร้างสถิติใหม่อีกครั้งหรือไม่?
* ทองคำเปล่งประกายในปี 2024 ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยม โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 25% และแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
* การพัฒนาในระดับภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่าจะมีผลต่อราคาทองคำในปี 2025
* แนวโน้มทางเทคนิคของทองคำชี้ให้เห็นถึงการสูญเสียแรงขาขึ้นเมื่อเข้าสู่ปีใหม่
ทองคำได้รับประโยชน์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงสู่สภาพแวดล้อมนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นทั่วโลกตลอดปี 2024 โดยทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2,790 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ในปีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้รับเลือกตั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อเศรษฐกิจโลก และสภาพแวดล้อมภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดเดาไม่ได้ อาจสร้างความไม่แน่นอนต่อราคาทองคำในปี 2025
**ทองคำในปี 2024: ภูมิรัฐศาสตร์และการซื้อของธนาคารกลางขับเคลื่อนการขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่**
ทองคำเริ่มต้นปีในลักษณะที่ค่อนข้างเงียบ โดยแกว่งตัวในกรอบแคบที่ประมาณ 2,000 ดอลลาร์ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ นักลงทุนเลี่ยงการเปิดสถานะขนาดใหญ่ ขณะจับตาดูสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และประเมินผลกระทบจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจมหภาคต่อแนวโน้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทองคำเริ่มมีแรงขาขึ้น โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ในเดือนมีนาคม และแตะจุดสูงสุดใหม่ที่เหนือระดับ 2,200 ดอลลาร์ในกระบวนการนี้ ความกดดันในการขายดอลลาร์สหรัฐ (USD) การปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และความต้องการทองคำจากจีนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นของทองคำในไตรมาสแรก
ทองคำขยายแนวโน้มขาขึ้นในเดือนเมษายน และทะลุระดับ 2,400 ดอลลาร์ ก่อนที่จะปรับฐานในช่วงครึ่งหลังของเดือน อย่างไรก็ตาม XAU/USD ปิดเดือนด้วยกำไรเกิน 2% การเพิ่มขึ้นที่ไม่คาดคิดของอัตราเงินเฟ้อจากดัชนี PCE ในสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ถึงการชะลอการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Fed ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในเดือนเมษายน ซึ่งจำกัดศักยภาพการขึ้นของทองคำ
หลังจากช่วงการรวมตัวในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ทองคำกลับมาแข็งแกร่งในเดือนกรกฎาคม และเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นสี่เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน ทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 15% และแตะจุดสูงสุดใหม่ใกล้ 2,800 ดอลลาร์ในวันซื้อขายสุดท้ายของเดือนตุลาคม
**ประเมินผลการดำเนินงานของทองคำในครึ่งปีแรกของปี 2024**
“ทองคำทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในปี 2024 โดยเพิ่มขึ้น 12% จากต้นปีจนถึงปัจจุบัน และมีผลการดำเนินงานดีกว่าสินทรัพย์หลักส่วนใหญ่ ทองคำได้รับประโยชน์จากการซื้อของธนาคารกลางอย่างต่อเนื่อง การไหลเข้าของการลงทุนในเอเชีย ความต้องการผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง” กล่าวโดย World Gold Council ในรายงาน Gold Mid-Year Outlook 2024
**ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในปี 2025**
1. **สถานการณ์ที่เป็นขาลง**:
- การลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการแก้ไขปัญหาวิกฤติรัสเซีย-ยูเครน อาจกระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทองคำได้รับประโยชน์อย่างมากจากความขัดแย้งเหล่านี้ในปี 2024
- การเปลี่ยนแปลงของนโยบาย Fed ที่เป็นไปในเชิง Hawkish อาจกดดันราคาทองคำในปีหน้า
- เศรษฐกิจจีนที่อ่อนตัวลงอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการทองคำในปี 2025
2. **สถานการณ์ที่เป็นขาขึ้น**:
- การดำเนินนโยบายผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องโดยธนาคารกลางสำคัญ ๆ ทั่วโลก อาจช่วยให้ทองคำปรับตัวขึ้นในปี 2025
- เศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัว อาจส่งผลบวกต่อราคาทองคำ
- การเพิ่มขึ้นของความกลัวทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจกระตุ้นความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
**ความต้องการจากธนาคารกลาง**
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนทองคำในปี 2024 คือการซื้อของธนาคารกลาง
“ธนาคารกลางจะยังคงเป็นส่วนสำคัญของภาพรวม การซื้อของธนาคารกลางมีแรงขับเคลื่อนจากนโยบายและยากที่จะคาดการณ์ แต่จากการสำรวจและการวิเคราะห์ของเรา ชี้ให้เห็นว่ากระแสปัจจุบันจะยังคงอยู่” กล่าวโดย World Gold Council ในรายงานแนวโน้มทองคำปี 2025
**การวิเคราะห์ทางเทคนิคของทองคำ**
รูปภาพทางเทคนิคของทองคำชี้ให้เห็นถึงการสูญเสียแรงขาขึ้น ดัชนี Relative Strength Index (RSI) บนกราฟรายสัปดาห์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ใกล้ 50 นอกจากนี้ XAU/USD ยังลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) ระยะ 20 สัปดาห์ หลังจากใช้เวลาส่วนใหญ่ของปีเหนือระดับดังกล่าว
โซนสนับสนุนแรกของทองคำอาจอยู่ที่ 2,530-2,500 ดอลลาร์ ซึ่งระดับ Fibonacci 23.6% และระดับจิตวิทยาตรงกัน หาก XAU/USD ลดลงต่ำกว่าพื้นที่นี้และเริ่มใช้เป็นแนวต้าน เป้าหมายขาลงถัดไปอาจอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ และ 2,300 ดอลลาร์ตามลำดับ
ในทางกลับกัน หากทองคำขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ แนวต้านถัดไปอาจอยู่ที่ 2,900 ดอลลาร์ ตามด้วยระดับ Fibonacci expansion ระยะยาวที่เสริมด้วยระดับจิตวิทยาที่ 3,000-3,020 ดอลลาร์
ราคาทองยังคงลดลงราคาทองคำของวันนี้ (20 มีนาคม) ได้ลดลงเล็กน้อยจากเซสชั่นก่อนหน้านี้หลังจากการเปิดตัวข้อมูลเศรษฐกิจใหม่จากสหรัฐอเมริกาเมื่อคืนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเพิ่มความแข็งแกร่งในตะกร้าการชำระเงินระหว่างประเทศ
ในขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกา Federal Reserve (FED) ได้ประชุมครั้งแรกของการประชุมครั้งแรกของเดือนมีนาคม ตลาดอยู่ในความสงสัยในอัตราที่อาจลดลงโดยสถาบัน อย่างไรก็ตามข้อมูลเงินเฟ้อที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีอัตราดอกเบี้ยสูง แต่อัตราเงินเฟ้อก็ไม่ลดลงตามที่คาดไว้ สิ่งนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนเชื่อว่าเฟดไม่น่าจะลดอัตราดอกเบี้ยในเซสชั่นปัจจุบันนี้
นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนกุมภาพันธ์คาดว่าจะเพิ่มความต้องการสินค้าของผู้บริโภค สิ่งนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภคในอนาคต ด้วยเฟดที่ไม่น่าจะลดอัตราดอกเบี้ย USD สามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งต่อไปโดยเพิ่มแรงกดดันเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ
XAUUSD ⭐การอัปเดตทองคำ:
ราคาทองคำ (XAU/USD) พุ่งสูงขึ้นถึงเก้าสัปดาห์ต่ำกว่าเกณฑ์ $ 2,100 ในช่วงเริ่มต้นของการซื้อขายวันจันทร์ในเอเชีย การเก็งกำไรเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นไปได้ภายในสิ้นปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่น้อยกว่าดาวฤกษ์จากสหรัฐอเมริกาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้การลดลงของอัตราผลตอบแทนคลังสหรัฐได้ลดลงของความต้องการของนักลงทุนสำหรับทองคำ ปัจจุบันทองคำมีราคาอยู่ที่ $ 2,085.55 เหลือไม่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสถาบันเพื่อการจัดการซัพพลาย (ISM) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาการผลิตของสหรัฐอเมริกา PMI ลดลงเหลือ 47.8 ในเดือนกุมภาพันธ์จาก 49.1 ในการอ่านก่อนหน้านี้ นี่เป็นวันที่ 16 ติดต่อกันว่าดัชนีนี้ยังคงต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตลดลง
⭐ข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคล:
ในขั้นตอนที่มองโลกในแง่ดีสำหรับทองคำราคาจะต้องได้รับการแก้ไขหากมีจุดมุ่งหมายที่จะเกินกว่า 2,100 ดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2567
มุมมองไอเดียเทรด fx eurcad วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566มุมมองไอเดียเทรด fx eurcad
วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
#เนื้อหาเป็นการเเชร์มุมมองการเทรดส่วนตัวไม่ใช่การเชิญชวนลงทุนโปรดใช้วิจารณญาณ
-----------------------------------------------
SIGNAL TRADE
---------------------------------------------
ระบบเทรดที่บอก
- จุดเข้าเทรด
- จุดตัดขาดทุน
- เเละจุดทำกำไร
*** (( ดูตามกราฟด้านบนได้เลยครับ ^_^ )) ***
---------------------------------------------
- ระบบเทรด ✅
คลิก ฯ 👥 : 👇⤵️⤵️⤵️
พร้อมซัพพอร์ต 24 ชม
---------------------------------------------
#gold #xauusd #trade #trade #forex #fx #TMGM #goldmantrade
ราคาทองวันนี้สวัสดีพ่อค้า!
ทองคำเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการทำธุรกรรมในขณะที่เขียนในปี 1988 USD ลดลงเล็กน้อย 4 USD เมื่อเทียบกับวันศุกร์ที่ผ่านมา ถึงกระนั้นโมเมนตัมก็ไม่ได้หยุดด้วยระดับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่ตั้งขึ้นในปี 1980 USD
ด้วยการลดลงของเงินดอลลาร์กับเฟดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้ทองคำยังคงแข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายต่อไปจะยังคงส่งไปยังจุดสูงสุดของปี 2005 USD
ราคาทองคำยังคงซื้อขายสูงกว่าปี 1980 USDราคาทองคำในวันนี้ยังคงผันผวนภายในปี 2526-2528 USD และไม่เปลี่ยนแปลงมากเมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันเมื่อวานนี้ ใน 4 -hour H&S Model Chart กำลังถูกสร้างขึ้นที่จุดสูงสุดในปี 2005 USD และสองบทบาทที่ประมาณปี 1990 USD คาดว่าจะเป็นส่วนลดหากทองคำทำโมเดลเสร็จสิ้นและลดลงเป็นพื้นที่สนับสนุน $ 1965






















