สิ่งที่เทรดเดอร์กำลังพูดถึง
Eaw_Neowave อัพเดท SET INDEX TF Monthly ภาพใหญ่ อัพเดท #SET INDEX TF Monthly ภาพใหญ่ที่เคยนับเอาไว้เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564
ยังคงมองเหมือนเดิม หากเรานับคลื่นตอนนี้ราคาคือรูปแบบการพักตัว Standard Corrective wave ประเภท Flat ส่วนจะเป็น Flat ประเภทอะไรยังตอบไม่ได้เพราะคลื่นซียังไม่ได้ถูกเช็คการจบจากแนวโน้มราคาจะเห็นได้ว่าราคาเป็นขาลงหากราคาจะ breakout downtrend line ขึ้นไปได้ราคาจะต้องขึ้นไปยืนเหนือ 1400 จุด หากทำได้มีโอกาสสูงที่ wave-c failure และราคามีโอกาสจะกลับไปเทส 1850 จุดอีกครั้ง ดังนั้น 1400 จุดจึงเป็นแนวต้านสำคัญที่จะชี้อนาคตว่าหุ้นไทยจะกลับสู่ขาขึ้นหรือจะกลับตัวเป็นขาลงต่อไป
SET50 20/10/25Summary
ราคามีการปรับตัวลงมาในระดับ 1266.38 โดยชุดที่ลงมามีโอกาศเป็นทั้ง 1 of c หรือเป็นคลื่น c of flat โดยถ้าหากชุดที่ลงมาเลยเป็น c ของ flat อาจจะเป็นเพียงแค่ W แต่แนวโน้มหลักยังคงมองเป็น 1 of c และยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด
Primary Count
Flat Corrective
Intermediate Degree : Wave B (processing)
Minor Degree : Wave C (processing)
Invalid level : 1317.80
Alternate Count
Combination
Minor Degree : Wave W (Processing)
Invalid : 1342.07
SET 50 13/10/25📌 ภาพรวม (Summary)
ราคามีแนวโน้วว่าจบคลื่น A-(primary) ในระดับราคา 1312.46 และราคาได้มีการปรับตัวออกข้างโดยมีการทำจุดสูงสุดที่ 1317.80 ซึ่งก่อนหน้านั้นราคามีการพักตัวในลักษณะ 3 คลื่นทำให้ชุดล่าสุดที่ราคาได้สร้างไว้อาจมองเป็น corrective แบบ side way ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าจะเป็นโครงสร้างแบบไหน แต่ให้สมมุติฐานหลักเป็น expanded flat แล้ว alternate count เป็น triangle ก่อน
Key Fibonacci Retracement Zones (Potential Support)
ระดับราคาที่มีความน่าสนใจ โดยวัดจากคลื่น A
23.6% - 1246.32
38.2% - 1207.05
ซึ่งทั้งสองเป็นเป้า retracement ระดับพื้นฐาน
Scenario ปัจจุบัน
Primary Count (Preferred)
Primary wave A ได้จบแล้วที่ 1312.46
ปัจจุบันอยู่ใน Primary wave B โดยมีการพักฐานแบบ Expanded Flat และในคลื่นที่พักตัวลงมาจะเป็นการเปิด Gap โดยในน้ำหนักไปทาง Breakaway Gap ซึ่งเป็นเหตุผลที่เลือก Expanded falt เป็นทางเลือกหลัก
Alternate Count
หากราคามีการปรับตัวออกข้างต่อไปอีกโดยที่ไม่เลยจุดเริ่มต้นของคลื่น B ก็อาจจะสามารถฟอร์มตัวเป็น Triangle ได้
ภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังวิ่งเข้าหา "RED ZONE" 24-09-25 มาดูภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังวิ่งเข้าหา "RED ZONE" ตลาดหมดแรง พักตัว -34 จุด โดยประมาณ ก็มากพอที่จะทำให้ นักลงทุนกังวลใจ หรือ อาจขาดทุนหนักได้ในตลาดฟิวเจอร์ หากคุณเทรดตามข่าวชี้ชวนว่าเงินกำลังไหลท่วมตลาด อย่าช้าเดี๋ยวตกรถ! ตามสื่อ หรือ กูรูว่า
ตลาดหุ้นก็เหมือนสงคราม การข่าวโจมตีใจ ให้ไขว้เขว หลงทิศผิดทาง ถูกนำมาใช้เสมอ เค้าจะขาย ก็ต้องมาหาคนมาซื้อ เค้าจะซื้อ ก็ต้องกดตลาดให้ลงต่ำ เป็นเช่นนี้เสมอมา
ขออธิบายภาพนี้ด้วย เทคนิคอล ฟันดาเมนทอล และฟันด์โฟลว์ นะครับ
#เทคนิคอล
1. ความหมายของ "RED ZONE" ผมขออธิบายด้วย Fibonacci Extension นักเทคนิคอลจะทราบดีว่า เมื่อมันทะลุ 100% กรอบที่ไปต่อได้ยาก คือ 127.2-161.8 (ดูวงรอบ ABCDE) คุณจะเห็น E เข้ามาในกรอบ "RED ZONE" พอดี แล้วหมดแรง
2. หมดแรงแล้วถดถอย วัดระยะ ด้วย Fibonacci สีม่วง และกระจุกของราคาที่ผ่านมาในอดีต จะได้ระยะพักตัวในกรอบ 1250.91-1259.31-1268.13-1274.13* ข้อมูลสิ้นวัน 23.9 ปิดหลุด 1274.13 โดยปิดที่ 1273.20
เน้นว่าเราทำได้แค่วางกรอบราคา ส่วนการเข้าไปช้อนไปซื้อ มันจะต้องเกิดการ "ปฏิเสธการขาย" ในโซนนี้เท่านั้น หากไม่เห็น "ลงหมดแรง" มีกี่แนวมันก็ลงทะลุหมด!
วิธีดูง่ายๆ สถาบัน ต่างชาติ โบรก เค้าหยุดขายหรือยัง! หรือ รวมหัวกันขายใส่รายย่อย
3. อย่าใช้เทคนิคอล แบบ "หมอดู" คือ กางโซนราคา ใส่จินตนาการเข้าข้างสถานะที่ตนเองมีลงไป แล้วก็ไปทึกทักเอาเองว่า ฉันจะรับ จะซื้อตรงนี้ แล้วมันจะเด้ง
ผมอยากจะแชร์ว่า ที่เราเห็นเค้านิยมทำกัน
เพราะมันดูเก่ง บอกตัวเลขล่วงหน้า ว่าไปรับตรงนี้ แล้วจะเด้ง ไม่ต่างจากวิธีที่ "หมอดู" ทำกัน.........แต่คนตายไม่ได้พูด นั่นก็คือ คนที่ไปทยอยรับแล้วไม่เด้ง สุดท้ายก็จะเด้งออกจากตลาดไป เพราะหมดตัว! โดยเฉพาะตลาดฟิวเจอร์
เราควรทำความเข้าใจกันใหม่ เรื่องแนวรับ-แนวต้าน กันเสียที ไม่ใช่ไปบอกแนว ให้คนที่มาดูแค่ตัวเลขแล้วไปซื้อ ไปขาย ตามแนว
อ้างอิง ตำราต่างประเทศ เค้าจะบอกว่า แนวรับต้าน นั้นจะมีนัยสำคัญแท้จริง ก็ต่อเมื่อมันเกิด "REJECT" การ ปฎิเสธซื้อหรือขาย ตรงแนวนั้นๆเท่านั้น
#ฟันดาเมนทอล
1. ขอนำ PE-BAND มากาง เราจะได้ ข้อมูลว่า โซน -1SD ของตลาดหุ้นไทยมีค่า 15.26x หากย้อนดูในรอบหลายปี เมื่อดัชนีวิ่งมาแถวๆนี้ ก็มักไปต่อไม่ค่อยได้ ต้องพักตัว หรือ กลับตัวลงไป ซึ่งไม่ว่าแบบไหน ทางขึ้นจะถูก "PAUSE" ไว้ก่อน
PE ตลาด สิ้นวัน 23.9 คือ 16.66x ก็ไม่แปลกที่มันจะพักตัว
#ฟันด์โฟลว์
1. ดูได้ไม่ยากจาก USDTHB ดีดจาก LOW 31.6x มาแถวๆ 31.8x-31.9x นั่นคือการเปลี่ยนแนวโน้มจากแข็งค่าไปอ่อนค่า แบบเร็วและแรง มันมีผลให้เงินไหลออก จากตลาดหุ้น ตลาดบอนด์ และตลาดฟิวเจอร์ เพราะเค้าหนีการขาดทุนจาก "อัตราแลกเปลี่ยน"
2. ให้เฝ้าระวัง USDTHB & DXY ดูไปด้วยกัน หาก USDTHB ทะลุ 32 ได้เมื่อไหร่ เงินจะไหลออกรุนแรง
3. โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่เกิด แต่รอให้เกิดก็ไม่ทันแล้ว....นักลงทุนต้องอ่านตลาดไปข้างหน้าเสมอครับ แต่ไม่ใช่แบบ "หมอดูทำนาย" ตื่นเต้น ตูมตาม ขายคอนเทนต์ได้ แต่ความเสียหายเกิดกับผู้ไม่รู้
SET Index มุมมองรายสัปดาห์ 15–19 ก.ย. 2025📊 Technical
ดัชนียังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง หลังรีบาวด์จาก 1,050 จุด มายืนเหนือ 1,300 จุด
แนวต้านสำคัญ: 1,310–1,325 ถ้าผ่านได้เป้า 1,350–1,380 และ 1,400
แนวรับใกล้: 1,305–1,300 / แนวรับหลัก: 1,280–1,270 และ 1,240
RSI ใกล้เขต Overbought ต้องระวังการพักฐานสั้น ๆ
Fundamental
ปัจจัยในประเทศ- คาดหวังการเบิกจ่ายงบและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, บาทแข็งหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า
ปัจจัยต่างประเทศ-ตลาดรอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐและท่าทีเฟด, น้ำมันทรงตัวระดับสูงหนุนกลุ่มพลังงานแต่กดต้นทุนบางอุตสาหกรรม, จีนออกมาตรการประคองเศรษฐกิจหนุนการท่องเที่ยวไทย
กลยุทธ์เทรด
เหนือ 1,325 เล่นBreakout เป้า 1,350–1,380
ในกรอบ 1,300–1,325 = Buy on Dip รอเข้าที่ 1,305–1,300 และ 1,280–1,270
หลุด 1,270 = ลดเสี่ยง/ปรับ Defensive Mode
หมายเหตุ
Buy on Dip= กลยุทธ์ รอให้ราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับก่อน แล้วค่อยเข้าซื้อ
05-09-25 หยิบดัชนี SET มาส่องด้วยหลักการ Fibonacci Time&Price 05-09-25 หยิบดัชนี SET มาส่องด้วยหลักการ Fibonacci Time&Price ของ Robert Minor
หยิบ Price หรือ ราคามาดูก่อน เราจะพบว่าจาก
Hi@1506.82 ของวันที่ 18-10-2024 ลงมายัง
Lo@1053.79 ของวันที่ 23-06-2025 ตรงนั้น Pbv = 1
ฟื้นตัวมาทดสอบแนว 50%@1280.30 ค่าจริง 1283.55 ของวันที่ 14-08-25
จากนั้นหมดแรง ลงมากอง "SIDEWAY" ในกรอบ 50 จุด 1229.33-1280.30 ตามภาพ คำว่า SIDEWAY คือ ไม่ไปไหน เดินทางในกรอบ แกว่งขึ้นๆ ลงๆ เราอาจได้ยินนักวิเคราะห์แนะนำว่า ก็ขึ้นขาย ลงซื้อไงล่ะ...แต่เอาจริงๆ พอขึ้นเค้าให้เราไล่ซื้อ พอแดงเค้าก็อ่านว่าลง ไปเสียนั่นล่ะครับ
หยิบ Time หรือ เวลามาดู เราจะพบโซนเวลาสำคัญ
8.8 คือ Time Projection ที่ 161.8% ก็คือ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ใน SET จะเห็นไม่ชัดเท่า SET50 และ S50U25 คุณจะเห็นว่า Hi เกิดตรงนั้นพอดีแล้วหมดแรงขึ้น
9.9 คือ Time Projection ที่ 261.8% ก็คือ 9 กันยายน ที่กำลังจะมาถึง ตามความหมายของ Fibonacci Time แล้ว มักจะมี EVENT สำคัญๆเกิดขึ้นในช่วงนั้น ไม่ในประเทศ ก็ ต่างประเทศ ก็ลองไปตรวจสอบกันดูครับว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้าง
แล้วต้องทำอะไรยังไง? ก็ขึ้นขาย-ลงซื้อแบบที่เค้าชอบพูดกันก็พอทำได้ โดยเฉพาะการเทรดฟิวเจอร์
ส่วนหุ้นนั้นรอตลาดพักตัวก่อนดีกว่าจะเข้าไปซื้อๆขายๆ
________________________________________
ขอเล่าเรื่อง Fibonacci Time & Price ของ Robert Minor แถมท้าย ดังนี้ครับ
________________________________________
Fibonacci Time & Price คืออะไร?
Fibonacci Time & Price ของ Robert Minor เป็นแนวคิดการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ อัตราส่วน Fibonacci (0.382, 0.50, 0.618, 1.0, 1.618, 2.618 ฯลฯ) เพื่อทำนายจุดกลับตัว (reversal points) ของราคาและเวลาในตลาดการเงิน แนวคิดนี้เชื่อว่าตลาดเคลื่อนไหวเป็นวงจรและมีความสัมพันธ์กับลำดับ Fibonacci ทั้งในมิติของราคาและเวลา
โดยทั่วไปแล้ว นักวิเคราะห์มักใช้ Fibonacci Retracement และ Extension เพื่อหาเป้าหมายราคา แต่ Minor ได้ขยายแนวคิดนี้ไปสู่การวิเคราะห์เวลาด้วย เขาเชื่อว่าเมื่อราคาถึงระดับ Fibonacci สำคัญแล้ว เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งก็มักจะเป็นไปตามอัตราส่วน Fibonacci ด้วยเช่นกัน ⏰
________________________________________
หลักการสำคัญ
1. Fibonacci Price Retracements & Extensions
หลักการนี้ใช้เพื่อหาจุดเป้าหมายราคา โดยลากจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด (หรือกลับกัน) เพื่อหาแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ เช่น เมื่อราคาปรับตัวลงมา 38.2% หรือ 61.8% ของการเคลื่อนไหวครั้งก่อนหน้า มักจะเป็นจุดที่ราคาจะกลับตัว
2. Fibonacci Time Retracements & Extensions
นี่คือส่วนที่แตกต่างจากแนวคิดทั่วไป Minor ใช้หลักการเดียวกันกับราคา แต่เปลี่ยนมาใช้กับ เวลา แทน โดยนับจำนวนแท่งเทียน (candlesticks) หรือช่วงเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของราคา แล้วคำนวณอัตราส่วน Fibonacci เพื่อหาจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดกลับตัวทางเวลา เช่น ถ้าราคาใช้เวลา 21 วันในการขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป 34 วัน (ตามลำดับ Fibonacci) อาจเกิดการกลับตัวของแนวโน้ม
________________________________________
การนำไปใช้ร่วมกัน (Fibonacci Time & Price)
แนวคิดของ Minor คือการ รวมการวิเคราะห์ทั้งราคาและเวลาเข้าด้วยกัน เพื่อหาจุดที่น่าเชื่อถือที่สุดในการเข้าหรือออกจากการซื้อขาย โดยหาจุดที่ทั้ง Price Retracement และ Time Retracement มาบรรจบกัน (convergence)
ตัวอย่าง:
• ถ้าราคาปรับตัวลงมาที่ 61.8% ของ Fibonacci Price Retracement
• และในขณะเดียวกัน เวลาที่ผ่านไปก็ตรงกับ 61.8% ของ Fibonacci Time Retracement จากจุดเริ่มต้น
• จุดที่ทั้งสองปัจจัยมาบรรจบกันนี้จะถือเป็น จุดกลับตัวที่แข็งแกร่ง และมีความน่าเชื่อถือสูง
แนวคิดนี้ไม่ได้ใช้เพื่อทำนายอนาคตแบบแม่นยำ 100% แต่เป็นการเพิ่มความน่าจะเป็นในการตัดสินใจซื้อขาย ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนการเข้า-ออกได้แม่นยำขึ้น โดยใช้การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจครับ
SETมีโอกาศสูงมากๆที่ วันนี้จะถอยลงมาที่แนวรับสำคัญ ใน TF H1 ((1256.03)) ประกับกับ STO หักหัวลง
......................
📲💥ฝากกดติดตามผมด้วยนะครับ💥📲
📲💥อยากให้ทางผม ทำกร๊าฟหุ้นตัวไหน หรือ สินทรัพย์อะไร สามารถทิ้งไว้ที่ใต้โพส หรือ ทักส่วนตัวมาเลยก็ได้นะครับ
......................
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเราไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET 13/08/25 ถ้าไม่เบรค 1266 1280 จะเริ่มปรับฐาน 1245 1213จากขึ้นตึงตัวของ 120 และ D M ทับซ้อนกัน 1280 ทำให้เกิดการพักฐานได้
อาจ side way ในกรอบ 1213-1280.6 หรือเลือกทางเบรคบน หรือหลุดล่างได้
กรณีขึ้น
- เบรค 1266 test 1280.6
- ยืนเหนือ 1280.6 test 1340.5
กรณีลง
- ไม่เบรค 1266 sw down test 1213
- ถ้าหลุด 1213 test 1171
.
W : ob HH ลุ้นขึ้น 1340.5
- ถ้าขึ้นถึงการย่อลงแล้วยก Low เกิดง่าย
- ถ้าขึ้นไม่ถึง จะกลับลง test 1053.7
D : ob มี Brdi. อ่อน
- ถ้าจะย่อลง อย่างน้อยต้องมี สญ.แท่งเทียนแดงยาว
- ถ้ายังเบรคบน การขึ้นยังไปต่อ
120 : ขึ้นตึงตัว+ Brdi.= พักได้
- กรอบ 1213-1280.6
- will os 38.2
ภาพรวมการวิเคราะห์: SET Index กับ Fibonacci Time & Price 📊 ภาพรวมการวิเคราะห์: SET Index กับ Fibonacci Time & Price ใน TradingView
ภาพนี้คือการวิเคราะห์ดัชนี SET (ตลาดหุ้นไทย) ด้วยแนวคิด “เมื่อราคาและเวลามาบรรจบกัน”
ซึ่งเป็นหลักการวิเคราะห์แบบ Fibonacci Time + Fibonacci Price Confluence
และสามารถทำได้จริงผ่านเครื่องมือของ TradingView
________________________________________
🧩 1. Fibonacci Price Retracement (แนวต้านราคา)
🔺 ระดับสำคัญที่ใช้ในภาพ:
• 1280.30 → คือระดับ Fibonacci Retracement 50% (เขียนว่า Ret 0.500)
• เป็นระดับที่ตลาดมักมี “แรงต้านทางจิตวิทยา” และอาจเกิดแรงขาย
🔎 วิธีดูใน TradingView:
• ใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement Tool
• ลากจากจุด High เดิม (18 ต.ค. 2564 @ 1506.82) → ไปยังจุด Low (1053.79)
• ระบบจะสร้างระดับ 23.6%, 38.2%, 50.0%, 61.8% ฯลฯ ขึ้นมาอัตโนมัติ
________________________________________
🕰 2. Fibonacci Time Projection (การคาดการณ์ “เวลา” กลับตัว)
📅 วันที่สำคัญ:
• 8 ส.ค. 2568 → คือวันที่ที่ครบ Fibonacci Time Ratio 1.618 จากจุดฐานเดิม
• หมายถึง เวลารอบใหม่ ที่อาจเกิดการกลับตัวแรง
🔧 วิธีวัดใน TradingView:
• ใช้เครื่องมือ Fibonacci Time Zone
• ลากจากจุดฐาน (Low) → จุดยอด (High)
• ระบบจะสร้างเส้นตั้งตรงในอนาคต เช่น:
o 1.000 = เวลารอบเท่าเดิม
o 1.618 = เวลาที่ยืดยาว 61.8%
o 2.000 = รอบใหญ่ถัดไป
________________________________________
📌 3. ความหมายของ TB / CD (ที่ปรากฏในภาพ)
แม้ว่า TradingView จะไม่แสดง TB/CD โดยตรงแบบ Dynamic Trader
แต่เราสามารถคำนวณแนวคิดนี้เองได้:
คำย่อ ความหมาย การใช้งานใน TradingView
TB Time Bars = จำนวนแท่งเทียน ใช้ “Ruler Tool” หรือ “Measure Tool” วัดแท่งเทียนจากจุด A → B
CD Calendar Days = จำนวนวันจริง สังเกตจากการลากเมาส์ หรือดูวันที่บนแกนเวลา (Time Axis)
ตัวเลข TB/CD ใช้เพื่อวิเคราะห์ว่า:
• ช่วงไหนเคลื่อนไหวเร็ว (TB น้อย)
• ช่วงไหนใช้เวลานาน (CD เยอะ)
________________________________________
⚡ จุดสำคัญในภาพ: “Confluence” = จุดบรรจบของ “ราคา + เวลา”
❗ วันที่ 8 ส.ค. 2568
• เวลาครบ Fibonacci Time 1.618
• ราคากำลังเข้าใกล้ แนวต้าน 1280.30 (Fibo 50%)
นี่คือ “จุดบรรจบกันของเวลาและราคา (Time & Price Confluence)”
ซึ่งตามหลักการของเทคนิคอล:
📉 “เมื่อเวลาและราคาบรรจบกัน ตลาดมักเกิดการกลับตัว หรือมีแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรง”
จึงมีคำเตือนในภาพว่า:
🔥 “ตลาดหุ้นไทยอาจเจอชุดใหญ่ไฟกระพริบ”
________________________________________
🎯 สรุปการใช้งานจริงบน TradingView
องค์ประกอบ เครื่องมือ จุดประสงค์
Fibonacci Price Fibonacci Retracement วัดแนวต้าน / แนวรับ
Fibonacci Time Fibonacci Time Zone คาดการณ์เวลาที่อาจเกิดแรงเปลี่ยนทิศ
Time Bars (TB) Ruler / Measure Tool นับจำนวนแท่งเทียนเพื่อเทียบรอบ
Calendar Days (CD) Time Axis + Crosshair วัดจำนวนวันตามปฏิทิน
Confluence Zone การซ้อนกันของเวลาและราคา ใช้พิจารณาจุดกลับตัวแรง
________________________________________
🧠 บทสรุปเชิงพฤติกรรม
• จุด “1280.30” = แนวต้านทางเทคนิค (Fibo 50%)
• วันที่ “8 ส.ค. 68” = ครบรอบเวลา (Fibo Time 1.618)
• ถ้าราคาไปถึงแนวต้านพอดีในวันนั้น = โอกาสเกิดแรงขาย/กลับตัวสูงมาก
• นักลงทุนควร เตรียมแผนรับมือ เช่น:
o ปิดกำไรบางส่วน
o ตั้ง Stop-loss
o ใช้ Futures/Options ป้องกันความเสี่ยง
07-08-2025 การวิเคราะห์ SET รายวัน (SET@DAY)07-08-2025 การวิเคราะห์ SET รายวัน (SET@DAY) จากภาพโดยใช้ Fibonacci Retracement / Extension Zones ควบคู่กับ Elliott Wave สามารถแยกออกเป็นหลายมิติได้ดังนี้:
________________________________________
🔍 ภาพรวมเบื้องต้น
• ดัชนี SET อยู่ในช่วง ฟื้นตัวจากจุด Bottom คลื่น 5 ตามหลัก Elliott Wave
• การดีดขึ้นครั้งนี้เข้าสู่ Mid Zone ของ Fibonacci Retracement (38.2%–61.8%)
• ปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 1264.47 โดยกำลังทดสอบแนวต้าน 50.0% ที่ 1280.30
• กราฟนี้อ้างอิง Fibonacci จากจุดสูงสุดเดิมแถว 1506.81 (1.000) ถึงจุดต่ำสุดใหม่แถว 1053.79 (0.000)
________________________________________
🧠 การวิเคราะห์ด้วย Elliott Wave (ฝั่งขวา)
1. โครงสร้างหลัก (Primary Impulse Wave)
• คลื่น 1–2–3–4–5 ใหญ่สมบูรณ์แล้ว (จบคลื่น 5 ที่บริเวณ 1053.79)
• จุดต่ำสุดในรอบ (Bottom) เกิดขึ้นที่ Wave 5
2. โครงสร้างปรับตัว (Corrective Wave)
• ปัจจุบันคือช่วง ABC หรือคลื่นฟื้นตัวภายใต้โครงสร้างใหม่
• เริ่มเห็นโครงสร้างย่อยที่เป็น sub-wave i–ii–iii–iv–v ในการปรับขึ้นจากจุด Bottom
________________________________________
📊 การวิเคราะห์ด้วย Fibonacci Retracement Zones
ภาพซ้ายมือแสดง 4 โซนสำคัญ:
Zone ความหมาย ระดับสำคัญ ความหมายพฤติกรรม
Minor Zone แรงซื้ออ่อน 9%–23.6% กำไรสั้น, อาจพักตัวเร็ว
Mid Zone โซนวัดใจ 38.2%–61.8% จุดเปลี่ยนแนวโน้ม
Deep Zone ฟื้นแรง 78.6%–100% ดึงกลับแรง, รีเทสแนวต้าน
Extension Zone เกินคาด 127%–161.8% มีแรงเทรนด์ชัดเจน
✅ ปัจจุบัน:
• ราคาทะลุ Minor Zone และอยู่ใน Mid Zone แล้ว
• ทดสอบแนวต้าน 0.5 (1280.30)
• แนวต้านถัดไปคือ 0.618 (1333.76) ซึ่งเป็น ขอบบน Mid Zone
________________________________________
🎯 พื้นที่พฤติกรรม (Behavior Zone)
โซน ความหมาย การกระทำของนักลงทุน
📦 Green Box (1160.70 – 1119.93) โซนสะสมของ DCA, Smart Money เข้าซื้อ
🟧 Orange Box (1226.84 – 1333.76) โซนตัดสินใจ รอดูแรงเบรก / พักตัว / Sell on Rally
________________________________________
📌 สรุปแนวโน้มปัจจุบัน (SET ณ วันที่ 1264.47)
1. ✅ แนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน ตามโครงสร้าง Wave ใหม่
2. ✅ อยู่ในช่วง Wave iii หรือ v ของคลื่นฟื้นตัว
3. ⚠️ กำลังชนแนวต้าน Fibonacci 50% (1280.30)
4. ⚠️ หากผ่านได้ จะมีโอกาสไปชน 0.618 (1333.76) ซึ่งมักเป็นแนวต้านใหญ่
5. ❗ ระวังการ “พักตัวคลื่น 4” หรือ “Fail Wave” ถ้าหลุดต่ำกว่า 1226.84 (Fibo 0.382)
________________________________________
📌 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
แนวรับ ความหมาย
1226.84 (0.382) แนวรับเชิงเทคนิค
1160.70 (0.236) โซนสะสมระยะกลาง
1053.79 (Bottom) แนวรับใหญ่ที่สุด
แนวต้าน ความหมาย
1280.30 (0.500) แนวต้านจิตวิทยา
1333.76 (0.618) ต้านใหญ่ Mid Zone
1409.86 (0.786) กรณี Bull Rally ต่อเนื่อง
________________________________________
🎓 ข้อคิดเชิงกลยุทธ์
• 📈 หากราคายังสามารถรักษาระดับสูงกว่า 1226 ได้ กลยุทธ์ "Buy the Dip" ในโซน 0.382–0.500 ยังใช้ได้
• 📉 หากหลุด 1226 ไปอย่างแรง ให้รอวิเคราะห์แนวรับใหม่ที่ 1160.70 (Fibo 0.236)
• 🎯 เทรดเดอร์ควรใช้ Elliott Wave เพื่อจับจังหวะการพักตัว และ Fibonacci เพื่อวางเป้าราคา (TP / SL)
SET ฟื้นทุกครั้งจากจุดนี้! รู้จัก "เส้นชีวิต 61.8%" ที่ไม่โกหกSET ฟื้นทุกครั้งจากจุดนี้! รู้จัก "เส้นชีวิต 61.8%" ที่ตลาดไม่เคยโกหก “ราคาปิดล่าสุดของ SET อยู่ที่ 1246.96 ซึ่งอยู่ระหว่างโซนวัดใจ 1237–1300 และเหนือเส้นชีวิต 61.8% ที่ 1183.85...”
ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์ SET Index รายไตรมาส (SET D-Q) อย่างละเอียดทุกมิติ โดยอ้างอิงจาก:
• ภาพกราฟ Dynamic Trader ที่คุณให้มา
• จุดอ้างอิง Fibonacci: High ปี 1994 (1789.16) → Low ปี 1998 (204.59)
• ราคาปิดสำคัญ:
• Q1/2020 = 1237.04
• Q2/2024 = 1300.96
• ล่าสุด = 1246.96
________________________________________
🔍 วิเคราะห์ SET รายไตรมาส (SET D-Q) – เจาะลึกทุกชั้น
🧭 1. โครงสร้าง Fibonacci Retracement ระยะยาว
จุดอ้างอิง ค่า SET ความสำคัญ
จุดสูงสุด 1789.16 (31 มี.ค. 1994) จุดเริ่มต้นฟองสบู่รุ่นใหญ่
จุดต่ำสุด 204.59 (30 มิ.ย. 1998) จุดต่ำสุดหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง
ระดับ Fibo สำคัญ 61.8% = 1183.85 “ฐานพลัง” ที่ตลาดไทยมักฟื้นตัวจากทุกวิกฤติ
✅ ทุกเส้น Fibo ถูกลากจาก Hi → Low เพื่อวัดระดับฟื้นตัวระยะยาวของตลาด
________________________________________
🧱 2. ระดับสำคัญของราคาปิด (Candle Close Levels)
รายไตรมาส ราคาปิด (SET) ความสำคัญ
Q1/2020 (COVID Crash) 1237.04 ปิดต่ำสุดหลัง COVID – นักลงทุนตื่นตระหนก
Q2/2024 1300.96 ปิดสูงระยะสั้นก่อนปัจจุบัน – เป็นแนวต้าน
ปัจจุบัน (Q3/2025) 1246.96 ราคาปิดล่าสุด – อยู่ระหว่างโซนวัดใจ
________________________________________
📊 3. พฤติกรรมราคากับ Fibo 61.8% @ 1183.85
เส้น 1183.85 คือระดับ Fibo 61.8% ซึ่ง:
• ทำหน้าที่เป็น "แนวรับระดับจิตวิทยาใหญ่" มาแล้วหลายครั้ง
• ตลาด เคยหลุดและรีบาวด์กลับขึ้นทันที อย่างน้อย 2 ครั้ง (เช่น ปี 2020 และล่าสุดในปี 2024)
• เป็นจุดที่ Smart Money มักสะสมหุ้น และ Retail มัก Panic
________________________________________
🔄 4. การฟื้นตัวล่าสุด: พฤติกรรม 3 ชั้น
▶️ ชั้นที่ 1: ฟื้นตัวจาก Fibo 61.8%
• SET เคยหลุดลงไปต่ำกว่า 1183.85 ใน Q1/2024 แต่ฟื้นกลับมายืนได้
• แสดงถึงแรงรับจากกองทุนระยะยาวหรือ Big Players
▶️ ชั้นที่ 2: ปิดไตรมาสล่าสุดที่ 1246.96
• ยืนเหนือแนวรับ 1237.04 ได้สำเร็จ
• ทำให้เกิด "Higher Low" ทางเทคนิค
▶️ ชั้นที่ 3: ยังไม่สามารถเบรกแนวต้าน 1300.96 ได้
• ถ้ายังเบรกไม่ได้ แสดงถึงแรงขายยังคุมแนวต้านอยู่
________________________________________
🔮 5. วิเคราะห์แนวโน้มในเชิงกลยุทธ์
📈 กรณีฟื้นตัวต่อ (Base Case: 60% ความน่าจะเป็น)
เงื่อนไข ความหมาย
SET ยืนเหนือ 1237.04 ต่อเนื่อง แนวรับแข็งแรง
Volume ขาขึ้นเพิ่ม Confidence เริ่มกลับ
เป้าหมายถัดไป 1300.96 → 1450.06 (Fibo 78.6%)
กลยุทธ์ สะสมหุ้นพื้นฐานดี หรือ DCA
________________________________________
📉 กรณีถอยลงใหม่ (Bearish Case: 30%)
เงื่อนไข ความหมาย
SET หลุด 1237 อีกครั้ง ตลาดหมดแรง
ถอยลงใกล้ 1183.85 ทดสอบฐานอีกครั้ง
หลุด 1183.85 แบบแท่งปิด โอกาสกลับทดสอบ 996.88 (Fibo 50%)
กลยุทธ์ เตรียม Hedge ด้วย S50 Futures หรือ Option
________________________________________
⚖️ กรณี Sideway สะสม (Neutral Case: 10%)
เงื่อนไข ความหมาย
แกว่งในกรอบ 1237 – 1300 ไม่หลุด แต่ไม่เบรก
ไม่มี Volume นักลงทุนนิ่งรอดู
กลยุทธ์ Wait & See, เน้น Tactical Trade
________________________________________
📍 6. สรุป “ระดับสำคัญ” ที่ต้องรู้
ระดับ ราคา บทบาทในตลาด
1300.96 แนวต้านระยะสั้น ถ้าทะลุได้ ตลาดฟื้นชัดเจน
1246.96 ราคาปัจจุบัน โซน “วัดใจ”
1237.04 แนวรับจาก COVID ต้องไม่หลุด
1183.85 ฐานพลังระยะยาว จุดกลับตัวในทุกวิกฤติ
996.88 Fibo 50% เป้าหมายลึก ถ้าหลุดฐาน
________________________________________
🎯 7. กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ
🛡️ นักลงทุนระยะยาว:
• DCA เฉพาะเมื่อราคาไม่หลุด 1183.85
• ทยอยสะสมเมื่อราคายืนเหนือ 1246.96 ได้ 2 ไตรมาสติด
⚔️ นักเทรดระยะกลาง:
• ตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่า 1180
• เทรดในกรอบ Sideway หากไม่เบรก 1300
🧠 นักลงทุนใช้ Option:
• ใช้ Long Call Spread ถ้าเบรก 1300 ได้จริง
• ใช้ Protective Put หรือ Collar ถ้าราคาหลุด 1237
________________________________________
📌 บทสรุปภาพรวม
SET ยังอยู่ใน “โหมดกู้คืนความเชื่อมั่น” หลังทดสอบเส้นชีวิต 61.8%
และตอนนี้กำลังอยู่ในโซนที่เรียกว่า “แดนชี้ชะตา”
ซึ่งอยู่ระหว่าง “ฐานเดิมจาก COVID” และ “แนวต้านใหม่หลังจากฟื้นตัว”
“SET จะหลุดจากแรงขายได้ไหม? เมื่อเข้าใกล้ Supply Zone 1230–123523/07/25💡 “SET จะหลุดจากแรงขายได้ไหม? เมื่อเข้าใกล้ Supply Zone 1230–1235”
การวิเคราะห์แนวโน้มดัชนี SET ตามภาพ โดยใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement, Supply Zone, และสัญญาณ TD Sequential (TD SELL9) สามารถสรุปได้ดังนี้:
________________________________________
🔍 1. บริบทแนวโน้มก่อนหน้า
• ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นแรงจากจุดต่ำสุดที่เกิด TD BUY 13 (สีฟ้า) บริเวณประมาณ 1,060 จุด
• การฟื้นตัวมีรูปแบบคล้าย V-Shape Rally และทะลุแนวสำคัญหลายระดับ จนขึ้นมาทดสอบโซนบน
________________________________________
🟡 2. Fibonacci Retracement Analysis
กราฟแสดง Fibonacci Retracement จากจุดยอดเดิม → จุดต่ำสุดก่อนฟื้น:
• จุดสูงสุด (100%) ≈ 1,231.02
• จุดต่ำสุด (0%) ≈ 1,053.79
🔸 ระดับ Fibonacci สำคัญที่ดัชนีได้ฟื้นผ่านขึ้นมา:
• 61.8% = 1,163.32 ✅ ทะลุแล้วอย่างแข็งแรง
• 78.6% = 1,193.09 ✅ ผ่านด้วยแท่งเทียนแรง
• ปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับ 88.6% (1,210.82) และ 94.1% (1,220.56)
📌 Fibonacci ช่วงบนนี้ถือเป็น “Deep Zone” ของการฟื้นตัว → มักเป็นจุดที่แรงขายเริ่มปรากฏ
________________________________________
🔺 3. Supply Zone 1230–1235
• ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นโซน “แรงขายสะสม” (Overhead Supply)
• เป็นบริเวณที่ราคาเคยดิ่งแรง → ผู้ติดดอยรอขาย
⛔ จุดที่ดัชนีมาถึง ใกล้ Supply Zone แล้ว มีโอกาสเจอแรงขายระยะสั้น
________________________________________
🔴 4. TD SELL9 (สีแดง)
• ปรากฏอยู่ที่แท่งเทียนล่าสุด บริเวณ 1,218 จุด
• TD SELL9 คือ สัญญาณเตือนการกลับตัวลงในระยะสั้น ตามหลักของ Tom DeMark
• บ่งชี้ว่ารอบฟื้นตัวใกล้ถึงจุดอิ่มตัว
📌 จุดนี้ยังไม่ใช่ "Confirmation" ของการกลับตัวลงแบบถาวร แต่เป็นสัญญาณให้ “เฝ้าระวังแรงขาย” โดยเฉพาะเมื่อราคาขึ้นมาชน TDST-LEVEL 1218.64 แล้วไม่ผ่าน
________________________________________
⚡ 5. TDST-LEVEL 1218.64 = แนวต้านสำคัญ
• TDST (Tom DeMark Setup Trend Level) เป็นแนวต้านแบบไดนามิกที่เกิดจากการคำนวณจาก TD Setup ก่อนหน้า
• ในภาพ: ดัชนี SET แตะแล้วดีดกลับเล็กน้อย → แปลว่ากำลังเกิดแรงต้านจริงบริเวณนี้
________________________________________
🧭 สรุปแนวโน้มและกลยุทธ์:
ปัจจัย ความหมาย
✅ ผ่าน 78.6% และ 88.6% Fibonacci แนวโน้มระยะสั้นยัง “ฟื้นตัวแข็งแรง”
⛔ เจอ TD SELL9 ที่ TDST-Level มีสัญญาณเตือน “พักตัว” หรือ “แรงขาย” ใกล้เข้ามา
🔺 ใกล้ Supply Zone 1230–1235 เป็นบริเวณที่น่าจับตาแรงขายมากที่สุด
📉 โอกาสพักตัวกลับลงมาที่ 78.6% หรือ 61.8% มีความเป็นไปได้ หากไม่ผ่าน 1218–1230
________________________________________
🛡️ กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน:
• หากมีของ: พิจารณา ทยอยทำกำไรบางส่วน หรือใช้ Stop-Loss ที่ TDST-Level หากหลุดลง
• หากไม่มีของ: ยังไม่ควรไล่ซื้อ จนกว่าจะ ยืนเหนือ 1235 ได้จริง
• หากพักตัว: เฝ้าดูแนวรับ 1193 และ 1163 เป็นจุดรองรับเพื่อ Re-Entry
SET 21/02/25 ลุ้นน้อง TEST 1231 หรือพักไม่หลุด 1167SET ถ้ายืนได้ 1231 น้องจะย่อก่อน หรือไปต่อ การหยุดลงจะเกิดกับภาพใหญ่ การกลับมาขึ้นจะง่าย
.
D : ob LH ดีดขึ้น test 1231
ob LH+ Brdi.รอ สญ.ลง= ค้าง os
120 : ob HH คาด w.3
ob 00+ Brdi.รอ สญ.ลง= ค้าง os
30 : ob HH คาด w.3
ob HH ใกล้สุด+ Brdi.รอ สญ.ลง= ค้าง os
5 : sw up 1195.8-1209.8
ขึ้น - เบรค 1209.8 test 1231
ลง - หลุด 1203.4 1195.8 test 1167.7 154.3
.
บทความนี้ เป็นการบันทึกแนวคิดจากกราฟ ผู้เขียนหวังเพื่อเป็นประสบการณ์ศึกษากราฟ เพิ่มแนวคิดให้กับเพื่อนผู้อ่าน
แลกเปลี่ยนแนวคิดได้ที่คอมเม้นท์ มาสร้างสังคมการอ่านกราฟไปด้วยกัน
การผิดเป็นครู มาปิดความผิดพลาดในการดูกราฟให้น้อยลง เพื่อการเทรดที่ดีขึ้น จากกราฟกันค่ะ
SET📲💥ฝากกดติดตามผมด้วยนะครับ💥📲
📲💥อยากให้ทางผม ทำกร๊าฟหุ้นตัวไหน หรือ สินทรัพย์อะไร สามารถทิ้งไว้ที่ใต้โพส หรือ ทักส่วนตัวมาเลยก็ได้นะครับ
......................
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเราไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
คู่มือเข้าใจ "Fibonacci Ratio" ฉบับละเอียด📘 คู่มือเข้าใจ "Fibonacci Ratio" ฉบับละเอียด
วิเคราะห์พฤติกรรมราคา – ถอดจิตวิทยามวลชน – นำไปใช้แบบมือโปร
________________________________________
🧠 บทนำ: Fibonacci Ratio คืออะไร?
Fibonacci Ratio ในทางเทคนิคไม่ใช่เวทมนตร์ แต่คือ เครื่องมือวัดจังหวะพักตัว / เป้าหมายของราคา
โดยอิงจากแนวคิดของ Leonardo Fibonacci และพัฒนาต่อโดยนักเทรดชื่อดัง เช่น Joe DiNapoli, Larry Pesavento, Scott Carney
มันสะท้อน พฤติกรรมมวลชน ผ่านระดับความลึกของ “การย่อตัว” และ “การขยายตัว” ของราคาในแต่ละแนวโน้ม
________________________________________
🔢 หมวดที่ 1: Fibonacci Retracement (วัดการย่อตัวของแนวโน้ม)
ใช้วัด “ระดับที่ราคาพักตัว” ก่อนไปต่อ หรือกลับตัว
🔢 ค่า Fib 🧪 ที่มา 🧠 พฤติกรรมมวลชน 🎯 การใช้งานจริง
9.0% Custom Momentum Level ราคาย่อเล็กน้อยมาก เทรนด์แข็งสุด ใช้ใน Breakaway Gap หรือ Momentum Buy
14.6% √0.236 เทรนด์แรง ยังไม่พักจริง จุดเข้าต้นคลื่น Wave 3 / หลัง Break
23.6% F(n)/F(n+3) ≈ 13/55 พักเบา ๆ จากแรงกระโดดแรก จุดวัดความแข็งแกร่งของเทรนด์ใหม่
38.2% F(n)/F(n+2) ≈ 21/55 ย่อแบบแข็งแรง (Strong Trend Pullback) จุด Buy on Dip แบบปลอดภัย
50.0% ค่าเฉลี่ยกลาง (ไม่ใช่ Fibonacci แท้) นักลงทุนทยอยขายครึ่งหนึ่ง Zone รอความชัดเจน หรือใช้ Confirm
61.8% Golden Ratio จุดวัดใจของเทรนด์ กลับตัวได้หรือไปต่อ Zone สำคัญของ Re-entry / Trend Continuation
78.6% √0.618 นักลงทุนเริ่มถอดใจ พลังขายเกือบหมด จุดกลับตัวลึก มีโอกาสรีบาวด์แรง
88.6% √0.786 Fear Zone จริงจัง คนส่วนใหญ่เทขาย ใช้ใน Harmonic Pattern เช่น Bat, Deep Crab
94.1% Custom Empirical Level Final Retest ก่อนหลุด Low เดิม ใช้กับ Volume Spike / Candlestick Reversal
________________________________________
📈 หมวดที่ 2: Fibonacci Extension (วัดการขยายตัวของแนวโน้ม)
ใช้คาดการณ์ “จุดที่ราคาจะไปถึง” ถ้าทะลุแนวต้านเดิม
📈 ค่า Fib 🧪 ที่มา 🔍 ความหมาย 🎯 การใช้งานจริง
127.2% 1 + 0.272 เป้าหมายแรกของการขยายตัว TP1 ของเทรนด์ที่ทะลุ High เดิม
161.8% Golden Extension เป้าหมายคลาสสิกในเทรนด์รุนแรง TP2, ระวัง Exhaustion Gap / Divergence
________________________________________
📊 สรุปแบบแบ่งโซน: พร้อมวิเคราะห์จิตวิทยามวลชน
🎨 โซน 📌 ช่วงตัวเลข 🧠 จิตวิทยาราคา 🎯 กลยุทธ์ที่เหมาะสม
Minor Zone 9.0% – 23.6% มั่นใจในเทรนด์ ไม่อยากรอ เข้าไว แนว Momentum / Scalp
Mid Zone 38.2% – 61.8% รอจังหวะ ย่อตัวธรรมชาติ Buy on Dip / Trend Continuation
Deep Zone 78.6% – 88.6% เริ่มกลัว Panic ปะทุ Contrarian Entry / Divergence
Custom Deep Zone 94.1% Final Test ก่อนเปลี่ยนเทรนด์ ใช้กับ Volume / Candle Pattern
Extension Zone 127.2% – 161.8% FOMO, Overdrive ของเทรนด์ TP หรือ Reversal Signal
________________________________________
🧠 แนวคิดของ Joe DiNapoli:
Joe เน้น 38.2%, 50.0%, 61.8% เป็น "Dynamic Entry Zones"
– ใช้ร่วมกับ Indicator เช่น DiNapoli MACD, Displaced Moving Averages
– หากราคาเด้งจาก 38.2% และ Break High เดิม → เข้าเทรนด์ Wave 3 ได้เร็วมาก
________________________________________
📌 สรุป Key Takeaways:
✅ Fibonacci ไม่ใช่แค่ “ลากกราฟสวย ๆ” แต่คือการอ่าน “แรงกดดันทางจิตวิทยา”
✅ แต่ละระดับมี “มวลชนกลุ่มต่างกัน” เช่น Early Buyer, Panic Seller, หรือ FOMO Buyer
✅ ใช้งานได้ดีเมื่อผสานกับ:
• RSI / MACD Divergence
• Demand / Supply Zone
• Candlestick Pattern
• Volume / Market Profile
• Elliott Wave / Harmonic Pattern / TD SEQUENTIAL
SET 14/07/25 พยายามเบรคบนแต่ยังยืนไม่ได้กรอบ 1078.5-1130.5W: เขียวแท่งที่ 3
- os k>d ดีด 38.6
- จาก Budi.+ Tsu. = ค้าง ob ได้ถ้าไม่หลุด 1053.7
D : ob LH LL
- แท่งเขียว แต่ทิ้งหางบน แสดงถึงแรงซื้อแพ้แรงขายเมื่อวันศุกร์
120 : ob HH HL
- ob Brdi. อาจมีย่อ os เมื่อมี สญ.
- os-L 1078.8 ถ้าไม่หลุด HH HL
30 : ob HH HL
- ob Brdi. 1107.5-1130.2
- ถ้าหลุด 1107.5 จะพา 120 os test 1078.8
- ถ้าเบรค 1130.2 HH HL
วิเคราะห์ SET รายวัน (8 ก.ค. 2025)📉 วิเคราะห์ SET รายวัน (8 ก.ค. 2025)
ราคาปิด: 1,115.65
แนวโน้มหลัก: ยังเป็นการดีดกลับในขาลง
________________________________________
🔍 แนวรับ – แนวต้านสำคัญ
• แนวต้าน: 1,121–1,128 และ 1,142–1,147 (Fibo + Supply zone)
• แนวรับ: 1,099 / 1,090 / 1,065 (Fibo + Demand zone)
________________________________________
📌 สถานการณ์ที่ต้องจับตา
✅ Scenario 1: ย่อตัวต่อ (โอกาส 60%)
ราคาถูก reject จาก 1,128 — มีแนวโน้มทำคลื่น b ลงทดสอบ 1,099 / 1,090
→ แผน: รอ short บริเวณ 1,121–1,125
⚖️ Scenario 2: Sideways (โอกาส 25%)
ราคาพักตัวในกรอบ 1,105–1,128 รอเลือกทาง
→ แผน: รอเบรกชัดเจนค่อยเข้าตาม
🚀 Scenario 3: Break ขึ้นจริง (โอกาส 15%)
ต้องปิดเหนือ 1,130 พร้อม volume ถึงจะไปต่อ 1,145–1,163
→ แผน: รอ confirm แล้ว follow buy
________________________________________
📍สรุป:
แนวต้าน 1,128 ยังเหนียว แนวโน้มย่อพักยังได้เปรียบในเชิงเทคนิค
เน้นรอจังหวะ short เมื่อเข้าโซนต้าน และระวังแรงดีดหากเกิด breakout จริง
วิเคราะห์ทางเทคนิค SET@DAY (ข้อมูลสิ้นสุดวันที่ 03/07/2025)วิเคราะห์ทางเทคนิค SET@DAY (ข้อมูลสิ้นสุดวันที่ 03/07/2025)
🧭 Overview
SET มีการกลับตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากแนวรับบริเวณ 1067.8 จุด (GAP เปิดวันที่ 23/06/25) และเกิด คลื่น 5 ย่อยสมบูรณ์ ตามโครงสร้าง Elliott Wave โดยมีแนวโน้มว่าเกิด W-Pattern (Extended W) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสการกลับตัวขาขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง
โครงสร้างคลื่นปัจจุบัน และการดีดกลับมาที่แนว 1127.21 จุด (Fib 0.382 ของคลื่นลงก่อนหน้า) เป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัวหลังเกิด "Selling Exhaustion" หรือภาวะขายจนหมดแรง
________________________________________
🔑 Key Levels (แนวรับ-แนวต้านสำคัญ)
ระดับ จุด ความหมาย
1067.8 GAP Support แนวรับสำคัญมาก หากหลุดอีกครั้ง เสี่ยงกลับตัวล้มเหลว
1100-1105 Fib 0.146-0.236 แนวต้านย่อยแรก (Break แล้ว Confirm ขาขึ้นระยะสั้น)
1121-1127 Fib 0.382 + ปิดวันล่าสุด แนวต้านจิตวิทยาและรีเทสต์ W pattern
1142-1163 Fib 0.5–0.618 โซน Pullback ปกติ หากเป็นเพียงรีบาวด์
1183-1210 Fib 0.786–0.886 โซนล้าง short ก่อน correction ใหญ่
1231 1.0 Fib Target เป้า Recovery หากเข้าสู่ขาขึ้นเต็มรูปแบบ
________________________________________
📈 Trade Scenarios (แนวโน้มและพฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้น)
✅ Scenario 1: ฟื้นตัวต่อเนื่อง → เป้าหมาย 1142–1163 (Bias: 60%)
• ยืนเหนือ 1127 ได้ และเบรกแนวต้าน Fib 0.382
• ราคาจะวิ่งต่อสู่ Fib 0.5–0.618 (1142–1163)
• ปริมาณซื้อ (Volume) ต้องสนับสนุน พร้อม bullish candle หรือ gap break
กลยุทธ์: รอ pullback กลับมาแถว 1105–1110 เข้าซื้อเพิ่ม พร้อม SL ใต้ 1090
Risk-Reward: คุ้มค่า ~1:2–1:3 หากเข้าแถวแนวรับต่ำ
________________________________________
⚠️ Scenario 2: Sideways / Rejection ที่ 1127 → ย่อตัวกลับ 1095–1079 (Bias: 30%)
• SET ขึ้นทดสอบแนวต้านแล้วไม่ผ่าน, เกิด bearish rejection bar
• เข้าสู่ช่วง Sideways เพื่อสะสมแรง
• มีโอกาสย่อลงมารีเทสต์แนว 1095 / 1079 (Fib 0.146)
กลยุทธ์: Wait & See / เล่นย่อสั้น ๆ พร้อม SL ใต้ 1067
สัญญาณเข้าซื้อใหม่: หากเห็น bullish divergence ที่แนวรับล่าง
________________________________________
❌ Scenario 3: หลุด GAP 1067 → แนวโน้มกลับสู่ขาลงต่อ (Bias: 10%)
• กรณีที่ราคาหลุดต่ำกว่า 1067 แบบมี volume สูง
• จะยืนยันว่า rebound นี้เป็น bull trap
• เป้าหมายใหม่อยู่แถว 1053 หรือ low ใหม่ของปี
กลยุทธ์: รอดูพฤติกรรมแถวแนวรับ / ไม่ควรถือ Long
________________________________________
🔍 สรุปเชิงเทคนิค
• SET มีการ Break จากโครงสร้างคลื่น 5 ลงที่สมบูรณ์แล้ว
• Pattern "Extended W" เริ่มทำงาน โดยเป้าหมายแรกคือ 1142–1163
• ระยะสั้นสามารถย่อลงก่อนสะสมแรง
• 1127 จุด คือแนววัดใจสำคัญ หากผ่านได้ โอกาสเปิดไปโซนบนมีสูง
ปี 2568 ตลาดฟื้นจากโซน P/BV = 1 รวม 2 ครั้งปี 2568 ตลาดฟื้นจากโซน P/BV = 1 รวม 2 ครั้ง 8 เม.ย.68 และ 23 มิ.ย.68
วันที่ 23/06/25 ดัชนี SET ปิดทำการที่ค่า P/BV = 1.00 และ ปิดเหนือ Demand Zone
________________________________________
📈 วิเคราะห์การฟื้นตัวแรงของดัชนี SET (24 มิ.ย. 2025)
🔹 1. การปิดเหนือ Demand Zone + Rejection Signal
• Demand Zone ในภาพอยู่บริเวณกรอบ Fibonacci 94.1%–100% (≈ 1,066–1,056 จุด)
• วันที่ 23 มิ.ย. แท่งเทียนแสดงการ rejection ที่ฐาน Zone นี้
• วันที่ 24 มิ.ย. จึงเกิดแท่งเขียวขนาดใหญ่พุ่งกลับขึ้น → เป็น confirmation ของ "Demand Zone ยัง valid"
________________________________________
🔹 2. PBV = 1 เท่ากับ "Valuation ต่ำสุดทางพื้นฐาน"
• เมื่อ PBV เท่ากับ 1 หมายถึงตลาดซื้อขายอยู่เท่ามูลค่าทางบัญชี
• นักลงทุนสาย VI หรือกองทุนพื้นฐานมักรอซื้อ ณ จุดนี้
• ถือเป็น จุด trigger การเข้าสะสม (Accumulation Signal)
________________________________________
🔹 3. TD Sequential = 13 (ครบ Cycle ขาลง)
• จากกราฟเห็นชัดว่า SET ลงมาจน TD Sequential = 13
• ตามทฤษฎี Thomas DeMark → จุดนี้คือ จุดพักหรือลุ้นกลับตัว
• วันที่ 24 มิ.ย. เป็นแท่งยืนยันแรงซื้อรอบแรกหลัง TD13
________________________________________
🔹 4. แรงเด้งอยู่ในกรอบ Fibonacci 78.6%–88.6%
• ราคาดีดกลับจากบริเวณ 94.1% (1,066.71) ไปทะลุ 78.6% (1,093.78)
• เป็นสัญญาณของ “Deep Correction Zone” ที่กำลังจะเปลี่ยนจากการพักตัว → เป็นการฟื้นตัวรอบใหม่ (Retracement/Impulse)
________________________________________
🔹 5. มี Liquidity Void (Fair Value Gap) ด้านบน
• ในกราฟมี Volume Gap และ FVG ชัดเจนเหนือระดับ 1,100 – 1,140
• การที่ราคาพุ่งขึ้นแบบ "Marubozu" คือการพยายาม ปิดช่องว่างของ supply zone เดิม
• ตลาดอาจกำลังเข้าสู่ Phase “Break + Retest”
________________________________________
🔹 6. โครงสร้าง Elliott Wave จบคลื่น (C) ของ Correction
• คลื่น (C) ที่จบพอดีกับ Demand Zone และ Fibonacci 100%
• สอดคล้องกับทฤษฎีคลื่นที่ว่า (A)(B)(C) correction มักจบที่ 100%–127.2%
• จึงมีโอกาสที่นี่คือ “ปลายคลื่นปรับฐานก่อนเข้าสู่ขาขึ้นใหม่”
________________________________________
📊 สรุป:
ตลาดหุ้นไทยฟื้นแรงในวันนี้เพราะ:
ปัจจัย รายละเอียด
✅ Demand Zone Rejected แล้วมีแรงซื้อกลับ
✅ P/BV = 1 กองทุนพื้นฐานเริ่มสะสม
✅ TD13 ครบ cycle ขาลงทางเทคนิค
✅ Fibonacci เด้งจากโซนลึก (94.1% → 78.6%)
✅ Elliott Wave คลื่น C จบ ณ Demand Zone
✅ FVG มีเป้าหมายปิด Gap ข้างบน
________________________________________
📌 Key Level ที่ควรจับตาต่อไป:
• 1,113 – 1,143 (Fibo 61.8%–50%) คือแนวต้านสำคัญ
• หากทะลุได้ อาจเกิด Break of Structure (BOS) ขาขึ้นใหม่
ตลาดหุ้นไทยปิดทำการด้วยค่า Pbv = 1 และปิดเหนือ Demand Zone23/06/25 ตลาดหุ้นไทยปิดทำการด้วยค่า Pbv = 1 และปิดสิ้นวันเหนือ Demand Zone
ภาพนี้แสดง 4 ประเภทของ BUY ZONE ในมุมมอง Demand & Supply ที่แม่นยำและมีการใช้งานจริงในเชิงเทคนิคอล โดยผมจะอธิบายความแตกต่างทั้งในมุม พฤติกรรมนักลงทุน และ การประยุกต์ใช้งานเทรดจริง ของแต่ละประเภท:
________________________________________
🟩 1. DEMAND ZONE (จุดกลับตัวหลัก)
📌 ตำแหน่ง: มักอยู่ที่จุดสิ้นสุดของขาลงชัดเจน
📉➡️📈
✅ พฤติกรรม:
• นักลงทุนรายใหญ่ (Smart Money) สะสมของในโซนนี้
• รายย่อยเริ่ม Panic Sell → รายใหญ่เข้าซื้อ
• มักเกิดแรงซื้อใหม่ (Aggressive Buy) ดันราคาเด้งแรง
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เป็นจุดเข้า Long ที่มี RR ดีมาก (Stop loss สั้นใต้ Zone)
• เหมาะกับการหาจุด Bottom หรือ Reversal Trade
• ควรรอ Confirm เช่น Bullish Candle / Break Structure
________________________________________
🟩 2. DEMAND CONTINUATION (โซนพักฐาน / เบรคแล้วกลับเทสต์)
📌 ตำแหน่ง: อยู่กลางแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง
📈↘️📈
✅ พฤติกรรม:
• เป็นจังหวะ "พักตัว" ของนักลงทุนก่อนเทรดต่อ
• นักลงทุนรายใหญ่อาจทำการสะสมเพิ่ม (Add-on Position)
• รายย่อยมักลังเล แต่ราคากลับไปต่ออย่างรวดเร็ว
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เป็นจุดเข้าซ้ำหลังราคาเบรค High แล้วเทสต์กลับ
• เน้นเทรดตามแนวโน้ม (Trend-following Strategy)
• ดีสำหรับเทรดเดอร์ที่พลาด Entry แรกที่ Demand Zone
________________________________________
🟩 3. ORDER BLOCK (ฐานก่อนเบรคแนวต้านสำคัญ)
📌 ตำแหน่ง: โซนราคาที่เคยเป็นแนวต้าน → ถูกเบรคด้วยแรงซื้อสูง
📉➡️📈 (ผ่านแนวต้านแล้วกลับเทสต์)
✅ พฤติกรรม:
• Smart Money ทุบแนวต้านโดยใช้ Order Block เป็นฐานยิง
• รายย่อยส่วนมากติด Short ที่แนวต้านเดิม
• เมื่อราคาเทสต์ Order Block แล้วขึ้นต่อ → เทรดเดอร์ต้องรีบกลับลำ
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เทรด "Break and Retest" → Buy เมื่อราคาเทสต์ Order Block
• มักมี Reaction แรงจาก Short Cover + Buy เพิ่ม
• เหมาะใน TF ใหญ่ที่มี Volume/Structure แน่น
________________________________________
🟩 4. BREAKER BLOCK (กลับตัวหลังหลอกลึก / เก็บ Stop)
📌 ตำแหน่ง: มักอยู่ใต้ “Liquidity Grab” หรือจุดที่หลอกทำ Low ใหม่
📉หลุดหลอก แล้วกลับตัวแรง📈
✅ พฤติกรรม:
• รายใหญ่ทำ “Fake Break” → ลาก Stop Loss รายย่อย
• จากนั้นกลับตัวรุนแรง (V-Shape Reversal)
• พฤติกรรมแบบ "เก็บของแล้วพุ่ง" → Smart Money เข้าหนัก
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เทรดกลับตัวอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะหลังเกิด “Liquidity Sweep”
• เหมาะกับผู้ชำนาญที่อ่านพฤติกรรมราคาได้ไว
• ให้สัญญาณ Reversal ที่เร็วและแม่นกว่า Demand ปกติ
________________________________________
🔚 สรุปเปรียบเทียบเชิงกลยุทธ์
ประเภท เหมาะกับ จุดเข้า ความเสี่ยง ใช้คู่กับ
Demand Zone จับจุดกลับตัว แถว Low สำคัญ ต่ำ Divergence, TD9
Demand Continuation เทรดตามเทรนด์ ตอนพักฐาน ปานกลาง Trendline, Fibonacci
Order Block Break + Retest หลังทะลุแนวต้าน ต่ำถึงปานกลาง BOS, Volume
Breaker Block กลับตัวเร็ว หลังหลุดหลอก สูงหากไม่ชัวร์ Liquidity, Candle Pattern






















