ตลาดหุ้นไทยทดสอบ Fibonacci 14.6% แล้วดีดขึ้นทุกครั้ง รอดูต่อไป ตลาดหุ้นไทยทดสอบ Fibonacci 14.6% แล้วดีดขึ้นทุกครั้ง รอดูต่อไป
สัดส่วน Fibonacci Ratio 14.6% ไม่ได้เป็นหนึ่งในสัดส่วน Fibonacci ที่นิยมใช้ตามตำรา "ดั้งเดิม" (เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 78.6%) ที่มาจากลำดับตัวเลข Fibonacci โดยตรง
แต่สามารถอธิบายได้จากการคำนวณในลักษณะเดียวกันกับการหาสัดส่วน Fibonacci อื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง "อัตราส่วนย้อนกลับ" (Retracement Ratios)
โดยการคำนวณดังนี้:
________________________________________
การคำนวณ Fibonacci Retracement 14.6%
สัดส่วนนี้เกิดจากการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์โดยใช้สูตร (1 - Golden Ratio)^2 ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio):
1. อัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio)
ϕ ≈ 1.618
และค่า "กลับด้าน" ของมัน:
1/ϕ ≈ 0.6181
2. คำนวณระดับ 14.6%
สัดส่วน 14.6% มาจากการยกกำลังของ (1 - ϕ)^2
(1−0.618)2=0.146 หรือ 14.6%
________________________________________
ที่มาและเหตุผลทางคณิตศาสตร์
1. ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence):
o ตัวเลขในลำดับนี้คือ: 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34
o แต่ละตัวเลขในลำดับใกล้เคียงกับการคูณอัตราส่วนทองคำ เช่น 13/21 ≈ 0.618
2. ความสัมพันธ์ในฟีโบนัชชี:
o ระดับ Fibonacci เช่น 23.6%, 38.2% ฯลฯ เกิดจากการคำนวณโดยใช้ ϕ ในลักษณะต่าง ๆ
o ระดับ 14.6% เกิดจากการใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการลดระดับลึกลงไปในระดับการย้อนกลับ (retracement) ที่ตื้นที่สุด
________________________________________
ความสำคัญในตลาดการเงิน
ในเชิงปฏิบัติ สัดส่วน 14.6% เป็น การย้อนกลับตื้น (shallow retracement) ซึ่งมีประโยชน์ในกรณีที่ตลาดอยู่ใน แนวโน้มที่แข็งแกร่งมาก และราคามักจะปรับตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะกลับไปในทิศทางเดิม
ตัวเลขนี้ไม่ใช่สัดส่วนที่ "มาตรฐาน" แบบ 23.6% หรือ 38.2% แต่ในตลาดที่ซับซ้อนขึ้น สัดส่วนนี้ได้รับความสนใจจากเทรดเดอร์บางกลุ่มที่ต้องการค้นหาจุดเข้า-ออกในช่วงการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กลง.
________________________________________
สรุป
Fibonacci Ratio 14.6% มาจากการคำนวณ (1 - Golden Ratio)^2 โดยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ในลำดับ Fibonacci และอัตราส่วนทองคำ มันถูกนำมาใช้ในบางกรณีที่ตลาดมีแนวโน้มแข็งแกร่ง และการย้อนกลับที่ตื้นเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการตัดสินใจลงทุน
ดัชนีตลาด
หุ้นเทคสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากการร่วงครั้งประวัติศาสตร์หุ้นเทคฟื้นตัว แต่ยังเสี่ยงผันผวน
NASDAQ ดีดตัวกว่า 2% หลังร่วงหนักจากข่าว DeepSeek AI โดยมี Nvidia หนุนการฟื้นตัวหลังสูญเสียมูลค่าตลาด 593 พันล้านดอลลาร์ ในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังอ่อนไหวต่อข่าว AI จากจีน ซึ่งอาจกระทบหุ้นกลุ่มนี้อีก
มุมมองทางเทคนิค: ดัชนียังคงแกว่งตัวระหว่างแนวรับ 20,668 และแนวต้าน 22,132 หากยืนเหนือได้ มีโอกาสเบรกขึ้นต่อ แต่หากหลุดลง แนวรับถัดไปอยู่ที่ 19,955
ทรัมป์จะแทนที่พาวเวลล์เป็นเก้าอี้เฟดหรือไม่? ทรัมป์จะแทนที่พาวเวลล์เป็นเก้าอี้เฟดหรือไม่?
ธนาคารกลางสหรัฐได้เก็บอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมครั้งแรกของปีแต่ตล
สัปดาห์ที่ผ่านมาคนที่กล้าหาญเรียกร้องเฟดลดอัตราดอกเบี้ยและพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการที่เข ในขณะที่เขามีอำนาจโดยตรงไม่ผ่านการตัดสินใจอัตรา,เขามีอำนาจที่จะเสนอชื่อสมาชิกค
ด้วยระยะเวลาของเจโรมพาวเวลล์หมดอายุในเดือนพฤษภาคม 2026 ตลาดกำลังคาดเดาอยู่แล้วว่าเขาจะย้ายไปแทนที่เขา-อาจจะก่อนสิ้นสุดระยะเวลาของเขา ความหงุดหงิดไม่ควรประเมินต่ำเกินไป การเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำของเฟดอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดโดยมีเก้าอี้ทรัมป์ชิดแนวโน้มที่จะผลักดันอัตราที่ต่ำกว่าซึ่งอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงในขณะที่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของตราสารทุนของสหรัฐฯ
US100 (NASDAQ)เห็นยังไง วิเคราะห์ไปแบบนั้น
ไม่ยึดติดทฤษฏี มองถึงความได้เปรียบของรูปทรงกราฟที่เกิดขึ้น
นำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างผลตอบแทน !!
แต่ถ้าอยากรู้เหตุผลอย่างอื่นเพิ่มเติม
เข้ามารับชมได้ที่เพจ Order Concept
หรือพิมพ์ค้นหาที่ FacebooK : @OrderConceptFX ได้เลย
ไลฟ์วิเคราะห์ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
(เวลา 14:00 น.) เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ตลอด
ที่นี้เราจะไม่พูดถึงแค่เรื่องกราฟแบบมือใหม่
แต่เราจะพาไปเจาะลึกถึง Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)
Sentiment ตลาด SET100ADV/DEC MA จะสังเกตุเห็นได้ชัดว่า ค่าเฉลี่ยนหุ้นเขียวแต่ละวันค่อยๆ ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ และ หุ้นแดงค่อยๆ ขยับลง
Trend Momentum สีน้ำเงิน (pull back) ยังดีอยู่ ซึ่งมองว่า ตลาดรีบาวได้ ต้องรอ สีเขียวขึ้นมามากกว่านี้ จะเริ่มมองว่าความเป็นไปได้ ตลาดอาจจะกลับตัวเป็นขาขึ้นได้
Above MA20 จำนวนหุ้น 100 ตัวของ SET 100 ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น จำนวน34 ตัว ค่อยๆมากขึ้น ทุกวัน
สรุป ถึงแม้ว่า ตลาดจะมีการทำ new low แต่ DATA Sentiment หุ้นหลายๆตัวบอกว่า ไม่เอาด้วย ไม่ลงตาม
เกิดภาพ Divergence
ฝั่ง S ควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ฝั่ง L เริ่มน่าสนใจ Stoploss ไม่ไกลมาก RR ดี แต่ต้องเข้าใจว่าตลาดภาพรวม คือขาลง
SET100 Sentiment update ADV/DEC MA จำนวนหุ้นเขียว ค่อยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
Trend momentum เส้นสีน้ำเงิน คือ pull back ดังนั้นตลาดยังมองวิ่งออกข้าง สิ่งที่ควรดูคือ สีเขียว ถ้าค่อยๆเพิ่มระดับ อาจจะคาดเดาได้ว่า Bull เริ่มกลับมา
Above MA>20 หุ้น100 ตัวยืนเหนือ เส้น ma20 เพิ่มมากขึ้นส่งสัญญาณดี แต่ถ้าให้ตลาดขึ้นควรเพิ่มจำนวนมากกนี้
Peak & Bottom แท่งแดง คือ จำนวนหุ้นที่ลงไป แตะ 2SD ลดน้อยลงไปมาก บ่งบอกถึงพละกำไรขาลงเริ่มลดลงไป
สรุปตามความคิดเห็นส่วนตัว ความเป็นไปได้ตลาดเริ่มรีบาวขึ้นมา และถ้าโชคดีตลาดอาจจะกลับเปลี่ยนเทรนขาขึ้น อีกรอบได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องค่อยๆ ติดตามต่อไป
SET หลักการ TD Aggressive Count:การใช้หลักการของ TD Aggressive Count ตามแนวคิดของ Thomas DeMark เพื่อตรวจสอบกราฟ SET ในภาพนี้สามารถทำได้ดังนี้:
1. หลักการ TD Aggressive Count:
• TD Aggressive Count เป็นระบบที่อาศัยการนับรอบ (Count) ของแท่งเทียนทั้งในขาขึ้นและขาลง โดยมุ่งเน้นที่จุดกลับตัวสำคัญ (Reversal Points) หรือสัญญาณที่จะยืนยันแนวโน้ม
• การนับจะเกิดจาก:
o Setup Phase (1-9): นับเมื่อราคาเคลื่อนไหวต่อเนื่องไปในทิศทางเดียว โดยเปรียบเทียบราคาปิดของแท่งที่กำลังนับกับแท่งก่อนหน้า (เช่น ปิดสูงกว่าหรือต่ำกว่าตามกฎ)
o Countdown Phase (1-13): เกิดขึ้นหลังจาก Setup Phase เมื่อราคายืนยันแนวโน้มด้วยการสร้าง "แท่งยืนยัน" ซึ่งราคาปิดต่ำกว่า/สูงกว่า 2 แท่งก่อนหน้า
________________________________________
2. วิเคราะห์ภาพ:
Setup Phase (1-9):
• บนกราฟสามารถสังเกตได้ว่ามีตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 9 แสดงถึงการสิ้นสุด Setup Phase (ตามเงื่อนไขที่ราคาปิดสัมพันธ์กับ 4 แท่งก่อนหน้า)
• ตัวอย่าง:
o ช่วงเดือน 06/2024 มีการนับ 1-9 ในขาลงที่ชัดเจน ก่อนราคาจะหยุดปรับตัวลงและเกิดการปรับฐาน
Countdown Phase (1-13):
• ช่วงที่ตัวเลขนับถึง 13 แสดงถึงการยืนยัน จุดกลับตัวสำคัญ ที่ควรระวัง
• ตัวอย่าง:
o ในเดือน 09/2024 ราคาสร้าง Countdown (13) ในขาขึ้น (ช่วงแนวต้าน 1,506.82) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงโอกาสกลับตัวในอนาคต
o เช่นเดียวกัน ในเดือน 01/2025 ราคาสร้าง Countdown (13) ในขาลง ที่ใกล้กับแนวรับ 1,334.17
________________________________________
3. สรุปประเด็นสำคัญจากภาพนี้:
• ราคามีการสลับระหว่าง Setup และ Countdown ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรมของตลาดในกรอบแนวโน้มระยะกลาง
• การเกิด Countdown (13) ทั้งในขาขึ้นและขาลง ช่วยยืนยันว่าแนวต้านและแนวรับเหล่านี้มีความสำคัญ
• แนวรับปัจจุบัน (1,334.17) อาจเป็นจุดสำคัญในการติดตามการกลับตัวหรือการฟื้นตัวในอนาคต
SET100 Sentiment With Market Breadthเครื่องมือนี้มาจากการคำนวนหุ้น 100 ตัวของ SET100 ครบทุกตัว
ADV/DEC MA เส้นค่าเฉลี่ยหุ้น ขึ้นลง แต่ละวัน จำนวนหุ้นลงยังมีมากกว่า ค่าเฉลี่ย
Trend Momentum เส้นสีแดง (Bear) ลดระดับลงมาบ้าง และสีน้ำเงิน ปรับตัวสูงขึ้น มองว่าตลาดเริมมีการ รีบาวขึ้นมา แต่ เส้นสีเขียว(Bull) ยังไม่มีการขยับขึ้นมาดังนั้น การที่ตลาดจะมองเป็นขาขึ้น ยังไม่เกิด ณ ตอนนี้
ABOVE MA>20 จำนวนหุ้น100 ตัว ที่ยืนเหนือ sma20 มีแค่ 16 ตัวจากหุ้น 100 ตัว แต่เข้าZone bottom
Peak&Bottom ความรุนแรงในการลงเริ่มเบาลง จะสังเกตุเห็นว่า จำนวนหุ้นที่ ลงเกิน 2SD น้อยลง
ดอลลาร์ร่วงหนัก! ขู่ภาษีสะเทือนตลาดโลกดอลลาร์สหรัฐขยายการสูญเสียหลังตลาดอเมริกาเหนือทำให้กำไรจากการขู่เรียกเก็บภาษีเมื่อวานนี้ลดลง 📉🇺🇸
**ภาพรวม** 🌏
เมื่อวานนี้ การขู่เรียกเก็บภาษีของสหรัฐฯ ได้ขยายไปยังจีนและสหภาพยุโรป 🇨🇳🇪🇺 แต่ตลาดอเมริกาเหนือกลับไม่ใส่ใจในประเด็นนี้มากนัก ส่งผลให้ตลาดดูเหมือนจะยอมรับมันได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าตลาดกำลังเริ่มปรับตัวให้ชินกับคำขู่นี้ 💼📊
วันนี้ ดอลลาร์ส่วนใหญ่ยังคงอ่อนค่า ยกเว้นเยนญี่ปุ่น 🇯🇵 ซึ่งเป็นสกุลเงิน G10 เดียวที่อ่อนค่าลงในช่วงก่อนเริ่มตลาดอเมริกาเหนือ แม้จะมีความมั่นใจสูงว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ในวันศุกร์ ทางด้านสหราชอาณาจักร รายงานการขาดดุลงบประมาณในเดือนธันวาคมมากกว่าที่คาดไว้ 🇬🇧 แม้พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษจะด้อยประสิทธิภาพ แต่เงินปอนด์ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องและซื้อขายที่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ 💷✨
สกุลเงินตลาดเกิดใหม่เกือบทั้งหมดแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ ยกเว้นจีน ฮ่องกง และไต้หวัน 🇨🇳🇭🇰🇹🇼 ซึ่งยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่า 🪙
**ดอลลาร์สหรัฐ** 💵
ดัชนีดอลลาร์สิ้นสุดสัปดาห์ที่แล้วที่ 109.35 และปิดเมื่อวานนี้ใกล้ระดับ 108.00 ซึ่งเป็นการปิดต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม การลดลงนี้ทำให้ดัชนีโมเมนตัมปรับตัวลดลง ตลาดอเมริกาเหนือดูเหมือนจะมองการเรียกเก็บภาษีเป็นเพียงกลยุทธ์การเจรจาหรือการข่มขู่มากกว่าที่จะเกิดขึ้นจริง เมื่อวานนี้ดัชนีดอลลาร์ลดลงต่ำกว่า 108.00 และแตะระดับต่ำใหม่ที่ 107.75 ในวันนี้ ซึ่งใกล้ระดับต่ำสุดเมื่อต้นเดือน เป้าหมายทางเทคนิคถัดไปอยู่ที่ 107.25 ในปฏิทินเศรษฐกิจวันนี้มีดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจล่วงหน้าสำหรับเดือนธันวาคม โดยในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2022 หลังจากที่เคยลดลงต่อเนื่อง
**ยูโร** 💶
ยูโรแข็งค่าขึ้นและแตะระดับสูงสุดใหม่ของเดือนใกล้ $1.0450 เมื่อวานนี้ ยูโรพบแนวรับเล็กน้อยต่ำกว่า $1.0350 และฟื้นตัวขึ้นมาสู่ระดับสูงสุดในตลาดอเมริกาเหนือ หากยูโรผ่าน $1.0460 อาจส่งสัญญาณให้เคลื่อนไหวไปที่ $1.0500-35
**เงินหยวนจีน (CNY)** 🇨🇳
การอ่อนค่าของดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ทำให้เจ้าหน้าที่จีนมีพื้นที่หายใจเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวันจันทร์ที่ CNY7.2615 กลับขึ้นไปใกล้ CNY7.2870 ก่อนลดลงในช่วงท้ายวัน PBOC กำหนดอัตราอ้างอิงดอลลาร์เมื่อวานนี้ที่ CNY7.1703 ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน และวันนี้ต่ำลงอีกเป็น CNY7.1696
**เยนญี่ปุ่น (JPY)** 🇯🇵
ดอลลาร์พบแนวรับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วใกล้ JPY155 และถึงแม้จะลดลงต่ำกว่า JPY154.80 เมื่อวานนี้ แต่ก็ยังคงปิดเหนือระดับนี้ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรายังคงมั่นใจสูง (~95%) ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ในปลายสัปดาห์นี้
**เงินปอนด์ (GBP)** 💷
ปอนด์เคลื่อนไหวใกล้ $1.2375 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน ในขณะที่ยังไม่ได้ปิดเหนือระดับนี้ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม การขาดดุลงบประมาณของสหราชอาณาจักรในเดือนธันวาคมสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 17.8 พันล้านปอนด์
**ดอลลาร์แคนาดา (CAD)** 🇨🇦
เงินเฟ้อในแคนาดาสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ แต่ประเด็นสำคัญคือการขู่เรียกเก็บภาษีของสหรัฐฯ ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงสู่ CAD1.4310-40 และยังคงเคลื่อนไหวในช่วงต่ำของเมื่อวาน
**ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)** 🇦🇺
ดอลลาร์ออสเตรเลียยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดที่ $0.6300 เป้าหมายต่อไปคือ $0.6340 ขณะที่ปฏิทินเศรษฐกิจค่อนข้างเบา
**เปโซเม็กซิโก (MXN)** 🇲🇽
เปโซอ่อนค่าที่สุดในบรรดาสกุลเงินตลาดเกิดใหม่เมื่อวานนี้ แต่ดอลลาร์ยังคงรักษาแนวโน้มการเพิ่มขึ้น โดยตลาดสวอปคาดการณ์การลดดอกเบี้ยประมาณ 15 bps ในการประชุมธนาคารกลางวันที่ 6 กุมภาพันธ์
**ภาพรวมตลาดอื่น ๆ** 🌍
- ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงตอบสนองเชิงลบต่อการขู่เรียกเก็บภาษี
- ตลาดอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้น
- ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่หก
- ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ 31 ตุลาคมใกล้ $2760
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ฟื้นตัวเล็กน้อยสู่ $76.40
**แฮชแท็ก**
#เศรษฐกิจโลก #ตลาดเงิน #ค่าเงิน #ภาษี #ข่าวด่วน #ลงทุน
How to Find the Entry Points for Beginner วิธีหาจุดเข้าของเทรดเด
How to Find the Entry Points for Beginner
วิธีหาจุดเข้าของเทรดเดอร์มือใหม่
👾 กลับมากันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดเอาใจคนชอบ Sell กับรูปแบบการเทรดสวนเทรนด์และการซอยไม้สั้นๆมาฝากฮะ มาครับตามมาอ่านกันได้เลย
หาจุดเข้าเทรดใครว่าง่าย?
ไม่ง่าย และก็ไม่ยากครับ ถ้าเราเริ่มสังเกตุและจดจำแพทเทรินง่ายๆสัก 2-3 ตัว มาครับมีแบบไหนบ้างมาดูกัน
1. ตีเทรนไลน์ก่อน
เทรนไลน์นั้นสำคัญจริงๆนะ เพราะมันช่วยให้เราอ่านเทรนด์ออกครับ ง่ายๆเลยแค่หาจุด ไฮ- โลว์ (High - Low) ให้เจอ ก็พอแล้ว เน้นเก็บสั้นScalping ในรอบสวิงเทรน เทรดได้ใน TF 1H ขึ้นไป
2. เข็มปลายไส้
หากลองสังเกตดีๆ เราจะเริ่มเข้าใจว่าสัญญาณหมี bear ที่เจ้ามือชอบตบลงนั้น คือการทำเข็มยาวๆหรือไส้แท่งเทียนยาวๆ ไว้ทำกำไรในการเทรด เทรดได้ใน เน้นเล่นสั้นฮะ หรือเน้นจบรายวัน
TF M5 , M15 ขึ้นไป
3. หลุดกรอบเส้นเทรนไลน์
เมื่อราคาอยู่ในกรอบเส้นเทรนไลน์ แล้วเกิดการกลับตัว จากการชนเส้นแนวต้านที่ High สูงสุดนั่นแหละฮะ สังเกตุกรอบเส้นเทรนไลน์เราให้ดี ถ้าหลุดลง โอกาสลงย่อมมีสูงครับ เทรดได้ใน TF 1H 4H ขึ้นไป
4. price pattern คือไวที่สุด
แน่นอนว่าแท่งเทียนเป็นสัญญาณการเทรดที่เร็วที่สุดครับ เครื่องมืออินดิเคเตอร์ ส่วนใหญ่ ไม่ไวเท่าแท่งเทียน ทำให้เราเข้าออเดอร์ได้ไวกว่า กำไรก่อนแน่นอน เทรดได้ใน TF M5 , M15 ขึ้นไป
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ทริคง่ายๆในการหาจุดเข้าเทรด ที่ดี๊ดี เทรดแล้วได้กำไรแน่นอน แต่หากผิดทางก็อย่าลืมที่จะตัดใจปิดออเดอร์นะครับ วันพระไม่ได้มีหนเดียว จังหวะกราฟก็ไม่ได้มีแค่รอบเดียวเช่นกัน
จริงๆยังมีทริคอีกเยอะเลยนะฮะ แต่นี่เป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่ใช้เทรดกัน ลองเอาไปปรับใช้ให้เหมาะกับเราได้นะฮะ ไม่แน่ว่าการถือออเดอร์แป๊บเดียว หรือจบในวัน อาจทำให้เรามีความสุขมากกว่าการถือออเดอร์นานๆหลายวันก็เป็นได้และที่สำคัญ ฝึกฝนการเทรดให้ได้ทุกวัน รับรองว่ากำไรไม่ไกลเกินฝันแน่นอนฮะ แอดเอาใจช่วย แล้วอย่าลืม MM กันด้วยนะ ชีวิตการเทรดของเราจะยืนยาวและมั่นคง แอดฟันธงให้เลย
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เปิดเผยสาเหตุตลาดหุ้นไทย "สแตมป์" 14.6เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เปิดเผยสาเหตุตลาดหุ้นไทย "สแตมป์" 14.6% ที่นี่
สัดส่วน Fibonacci Ratio 14.6% ไม่ได้เป็นหนึ่งในสัดส่วน Fibonacci ที่นิยมใช้ตามตำรา "ดั้งเดิม" (เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 78.6%) ที่มาจากลำดับตัวเลข Fibonacci โดยตรง
แต่สามารถอธิบายได้จากการคำนวณในลักษณะเดียวกันกับการหาสัดส่วน Fibonacci อื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง "อัตราส่วนย้อนกลับ" (Retracement Ratios)
โดยการคำนวณดังนี้:
________________________________________
การคำนวณ Fibonacci Retracement 14.6%
สัดส่วนนี้เกิดจากการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์โดยใช้สูตร (1 - Golden Ratio)^2 ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio):
1. อัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio)
ϕ ≈ 1.618
และค่า "กลับด้าน" ของมัน:
1/ϕ ≈ 0.6181
2. คำนวณระดับ 14.6%
สัดส่วน 14.6% มาจากการยกกำลังของ (1 - ϕ)^2
(1−0.618)2=0.146 หรือ 14.6%
________________________________________
ที่มาและเหตุผลทางคณิตศาสตร์
1. ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence):
o ตัวเลขในลำดับนี้คือ: 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34
o แต่ละตัวเลขในลำดับใกล้เคียงกับการคูณอัตราส่วนทองคำ เช่น 13/21 ≈ 0.618
2. ความสัมพันธ์ในฟีโบนัชชี:
o ระดับ Fibonacci เช่น 23.6%, 38.2% ฯลฯ เกิดจากการคำนวณโดยใช้ ϕ ในลักษณะต่าง ๆ
o ระดับ 14.6% เกิดจากการใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการลดระดับลึกลงไปในระดับการย้อนกลับ (retracement) ที่ตื้นที่สุด
________________________________________
ความสำคัญในตลาดการเงิน
ในเชิงปฏิบัติ สัดส่วน 14.6% เป็น การย้อนกลับตื้น (shallow retracement) ซึ่งมีประโยชน์ในกรณีที่ตลาดอยู่ใน แนวโน้มที่แข็งแกร่งมาก และราคามักจะปรับตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะกลับไปในทิศทางเดิม
ตัวเลขนี้ไม่ใช่สัดส่วนที่ "มาตรฐาน" แบบ 23.6% หรือ 38.2% แต่ในตลาดที่ซับซ้อนขึ้น สัดส่วนนี้ได้รับความสนใจจากเทรดเดอร์บางกลุ่มที่ต้องการค้นหาจุดเข้า-ออกในช่วงการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กลง.
________________________________________
สรุป
Fibonacci Ratio 14.6% มาจากการคำนวณ (1 - Golden Ratio)^2 โดยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ในลำดับ Fibonacci และอัตราส่วนทองคำ มันถูกนำมาใช้ในบางกรณีที่ตลาดมีแนวโน้มแข็งแกร่ง และการย้อนกลับที่ตื้นเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการตัดสินใจลงทุน.
SET50 Sentiment2 วันที่ผ่านมา ตลาดได้ทำ จุดต่ำสุดลงมาอีก แต่ที่น่าแปลกใจรอบนี้ ในการทำจุด new low
จำนวนหุ้นที่ลงกระจุกตัว อยู่แค่ไม่กี่ตัว ซึ่งมองเป็นเรื่องดี กับตลาดมากกว่า
และมีหุ้นบางตัวที่ค่อนข้างแข็งกว่าตลาด ทำให้เกิด สัญญาณ Divergence
ตลาดหุ้น SET50 ลง แต่ จำนวนหุ้นที่ลงน้อยลง มีการทำฐานยกขึ้น
เป็นการบอกว่าหุ้นบางตัวไม่เอาด้วยไม่ลงต่อแล้ว
HARMONIC SWAN ใน SET50 มาช่วยตลาดหุ้นไทยรูปแบบ Harmonic Swan สองประเภท ได้แก่ Black Swan และ White Swan ซึ่งเป็น ภาพสะท้อน (Mirror Image) ของกันและกัน โดยสามารถอธิบายและยืนยันตามหลักการได้ดังนี้:
________________________________________
Black Swan (รูปแบบหงส์ดำ): แนวโน้มขาลง (Bearish Reversal)
• Black Swan เป็นรูปแบบที่แสดงถึงแนวโน้ม กลับตัวลง และคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวลดลงต่อหลังจากแนวโน้มขาขึ้นบางส่วน
• ระดับ Fibonacci:
o AB Retracement: ย่อตัวอยู่ในช่วง 0.236 - 0.5 ของขา XA
o BC Extension: ขยายตัวอยู่ในช่วง 1.128 - 2.0 ของขา AB
o CD Extension: ขยายตัวอยู่ในช่วง 1.382 - 2.618 ของขา XA
• จุดสำคัญ: รูปแบบนี้สร้างโครงสร้างคล้ายตัวอักษร M
________________________________________
White Swan (รูปแบบหงส์ขาว): แนวโน้มขาขึ้น (Bullish Reversal)
• White Swan เป็นรูปแบบที่แสดงถึงแนวโน้ม กลับตัวขึ้น และคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
• ระดับ Fibonacci:
o AB Retracement: ย่อตัวอยู่ในช่วง 0.382 - 0.724 ของขา XA
o BC Extension: ขยายตัวอยู่ในช่วง 2.0 - 4.237 ของขา AB
o CD Retracement: ย่อตัวอยู่ในช่วง 0.382 - 0.886 ของขา XA
• จุดสำคัญ: รูปแบบนี้สร้างโครงสร้างคล้ายตัวอักษร W ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของ Black Swan
________________________________________
การเปรียบเทียบและประเด็นสำคัญ
• ทั้ง Black Swan และ White Swan อาศัยระดับ Fibonacci ที่ชัดเจนในการกำหนด โซนกลับตัวที่คาดหวัง (Potential Reversal Zone - PRZ) ที่จุด D
• Black Swan บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง (Bearish Continuation)
• White Swan บ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Reversal)
• ความสัมพันธ์ภาพสะท้อน: White Swan เป็นภาพสะท้อนของ Black Swan ทั้งในแง่โครงสร้างและความคาดหวังการกลับตัว
________________________________________
สรุป
คำอธิบายในภาพสอดคล้องกับทฤษฎีของ Harmonic Swan โดยอธิบายความแตกต่างระหว่าง Black Swan (แนวโน้มขาลง) และ White Swan (แนวโน้มขาขึ้น) อย่างชัดเจน รวมถึงความสัมพันธ์กับระดับ Fibonacci ที่ใช้ในกลยุทธ์การเทรด Harmonic Pattern อย่างแม่นยำ.
SET 13/01/25 sw down 1352-1410 ถึงมี bulldi.แต่ยังไม่หยุดลงยังไม่มี สญ.หยุดลง
a. จะเริ่มหยุดลงเมื่อเบรค 1371 1385.5 1410
b. หลุด low แล้วเบรคขึ้นแนวต้านได้ ก็จะหยุดลง
c. หลุด 1352 ลงตาม fibo
- ถึงจะมี bulldi 15 60 240 ถ้า ob LH ยังไม่มี สญ.หยุดลง
(-: ขอบคุณสำหรับกดส่งกำลังใจ :-)
ทำให้เห็นการจดบันทึกแผนมีประโยชน์
......................................
D : ขาลงในกรอบ 1273-1506.7 ลง 00
- 240 60 หัวลงลงโซน 00+bulldi. เฝ้า ob เมื่อมีสญ.
60 : ขาลง + bulldi ยังไม่มี สญ.หยุดลง
-15 หัวลง สกปฐ. 1552.4-1371
Peak and Bottom market breadth set50 เด้งอย่างรุนแรง ทำไม?วิธีการหา top and bottom ของตลาดหุ้นไทยวิธีการง่ายๆ โดยใช้หลักการ 2 SD
Top ถ้าจำนวนหุ้น ที่ขึ้น แตะ 2SD มากกว่า 40++ตัวของหุ้น SET100 จะมองว่าขึ้นรุนแรงมีโอกาส โดนขายทำกำไร
Bottom เช่นเดียวกัน ถ้าหุ้นลง แตะ 2SD มากกว่า 40+ตัวของหุ้น SET100 อาจจะมีแรงเริ่มซื้อคืน
10/1/2025 ช่วงเช้า ตลาดลงค่อนข้างรุนแรงต่อเนื่อง จำนวนหุ้น ลง รุนแรง จำนวนหุ้น วิ่งลงไปแตะ 2SD เกิน 40ตัว++ จากนั้นไม่นาน ตลาดเกิดการรีบาว อย่างรุนแรง จึงทำให้จบวัน จำนวนหุ้น 2sd ลดลงไป
SET50 Sentiment with SET50 Dashboardวันนี้ตลาดหุ้นลงค่อนข้างหนักมากๆ หุ้นใหญ่ถูกทิ้งหนักหน่วง
หลายๆคน อาจจะคาดการณ์ว่า เปิด มค อาจจะมี rally ขึ้นไปได้ แต่สุดท้ายเปิดตลาดหุ้นมา
ตลาดหุ้นลงเละ
ถ้าถามว่า มีสัญญาณเตือนอะไรก่อนหน้านี้ไม๊ คำตอบคือ
มี!
ถ้าดูจาก SET50 Dashboard จะเห็นชัดว่า หลายๆเครื่องมือ ส่งสัญญาณมาแล้ว่า ตลาดเริ่มไม่ดีมากๆ
โดยเฉพาะดูระดับ Week เป็นภาพใหญ่ จะค่อนข้างคิดว่าตลาดหุ้นไทย อาจจะ วิ่งทางลงอีกสักพัก
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะตลาดจะเปลี่ยนกลับมาขาขึ้นเมื่อไหร่
สิ่งที่ทำได้คือแกะรอบข้อมูลไปทุกวัน
SET 2568 ยังไหวมั้ย นักลงทุนควรทำยังไงต่อหลังจากย่อมาถึงจุดนี้จากความผันผวนในช่วงเปิดปีที่ผ่านมา SETยืน 1400ไม่อยู่แล้วย่อมาทดสอบ 1361ครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นตลาดก็ผันผวนหนัก +/-10-20 จุดหลายวันติด
จนมาถึงวันนี้ตลาดลงพร้อมกับแรงขายหุ้นกลาง/ใหญ่หลายๆตัวอีกครั้ง ที่สำคัญคือลงมาถึงแนว 1362อีกครั้งจุดนี้คือจุดน่าสนใจ
เพราะแนว 1350-1365คือโซนที่นักลงทุนหลายๆท่านทำการโหลดหุ้นเต็ม 100%ในขาขึ้นรอบที่แล้ว(ช่วง Q3-4) นั่นหมายความว่าแนวนี้คือทุนของขาขึ้นรอบที่แล้ว
ดังนั้นการย่อลงมาทดสอบครั้งแรกจึงมีการเด้งเกิดขึ้น แต่เมื่อไม่สามารถยืนแนว 1400ได้การลงมาทดสอบ 1362ถึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย และหุ้นหลายๆตัวดันลงมาพร้อมกันด้วยทำให้มุมมองที่เคยมองไว้ว่าตลาดจะย่อไปถึง 1300ยังคงอยู่เหมือนเดิม
ฝากนักลงทุนตรวจเช็คหุ้นในพอร์ตและแผนการรับมือนะครับ แล้วฝากติดตามการอัพเดทในครั้งต่อไปเรื่อยๆนะครับ
ดอลลาร์แข็งค่าจากข้อมูลเศรษฐกิจแกร่งดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นกลางสัปดาห์จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยตัวเลข JOLTS และ ISM ภาคบริการออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนสัญญาณเงินเฟ้อและความเสี่ยงจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด หากตัวเลข NFP ในวันศุกร์ออกมาดี ดอลลาร์อาจแข็งค่าต่อเนื่อง
โดยดัชนี DXY มีแนวต้านที่ 109.35 และเป้าหมายถัดไปที่ 110.86 ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 107.25
5 กฎเหล็กในการเทรด Scalping 5 กฎเหล็กในการเทรด Scalping
👺👺👺 กลับมาพบเจอกันอีกแล้วกับบทความดีๆ รวมไปถึงทริคและเทคนิคการเทรดดีๆ ที่แอดพร้อมมาแชร์ให้ได้รู้กัน โดยวันนี้เอาใจสายScalping ที่ชอบเก็บกำไรสั้นๆ การเทรดที่มาพร้อมกฎเห็กในการทำกำไร มาครับมาตามอ่านกันได้เลย
ในยุคสมัยที่โลกหมุนไวไปไวนี่เอง การเทรดก็ย่อมมาเร็วเคลมเร็วไม่ต่างกัน หากเราชื่นชอบการเทรด Scalping เราก็ควรต้องมีกฎเหล็กในการเข้าทำกำไรด้วย เพราะความเสี่ยงในการเทรดรูปแบบนี้จัดว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างสูงมากครับ การวางแผนการเทรดที่ดีจึงช่วยให้เรามีกำไรที่สม่ำเสมอและชนะได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
5 กฎในการเทรด Scalping
1. ยิ่งแพ้ยิ่งเป็นประสบการณ์
เพราะการเทรดไม่ได้มีคำว่าชนะอย่างเดียว เราจะมีแพ้ชนะ สลับกันไป แต่ที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ แพ้น้อยกว่าชนะได้ แต่กำไรต้องมากกว่า ไม้ที่แพ้เสมอ
2. ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด
คุณต้องอยู่ในตลาดให้ได้นานมากที่สุด แม้ว่าออเดอร์ที่เข้าไปจะแพ้ก็ตาม ให้ยืนดูอยู่ข้างตลาดเอาไว้ก่อน แล้วมองหาโอกาสในการเทรดใหม่ (ที่ยืนอยู่บน Mindsetที่ดีด้วยนะ) เพราะโอกาสที่ดี มักมาในช่วงที่คนส่วนใหญ่เริ่มยอมแพ้กันหมดแล้ว
3.เริ่มจากทุนน้อยๆไปหาทุนมากๆ
อย่าเพิ่งเริ่มต้นด้วยทุนก้อนโต การค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้เราคุ้นชินและมีประสบการณ์ที่ดีและไม่ดีร่วมกัน และทำให้เราแก้ปัญหา และหลบเลี่ยงเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ดียิ่งขึ้น
4. หมั่นตรวจสอบกลยุทธ์และประเมินผลลัพธ์บ่อยๆ
คล้ายกับการติดตามผลลัพธ์การเทรดนั่นแหละครับ แต่เราทำมากกว่านั้นด้วยการประเมินและวิเคราะห์กลยุทธ์ของเราตลอดเวลา อาจจะเป็นทุก3 เดือน 6 เดือน หรือปีละครั้ง ครับ
5. อย่าแหกกฎของตัวเอง
เชื่อว่าข้อสุดท้ายนี้ใครๆก็พูดได้แต่ทำยากมากที่สุด แต่จำไว้เถอะฮะ ถ้าคุณทำตามกฎการเทรดของตัวเองได้ เรื่องยากๆในชีวิตนี้จะดูง่ายขึ้นเยอะเลย จริงๆ
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หมั่นสำรวจและลองผิดลองถูกในกลยุทธ์ของตัวเอง แล้วพยายามสร้างกฎการเทรดให้ตัวเองที่ไม่ยากจนเกินไปจะทำให้เราไม่เครียด และทำตามกฎได้ง่ายขึ้น นะฮะ ว่าแล้วก็ลองไปลองเริ่มทำกันดูฮะ วางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
และที่สำคัญ ฝึกฝนการเทรดให้ได้ทุกวัน รับรองว่ากำไรไม่ไกลเกินฝันแน่นอนฮะ แอดเอาใจช่วย แล้วอย่าลืม MM กันด้วยนะ ชีวิตการเทรดของเราจะยืนยาวและมั่นคง แอดฟันธงให้เลย






















