Position Trading ลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาวอันไหนดีกว่ากันPosition Trading ลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาวอันไหนดีกว่ากัน
👰 กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดมาไขข้อข้องใจระหว่างเทรดสั้นกับเทรดยาว มันต่างกันยังไง แล้วอันไหนดีกว่ากัน มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
การเทรดแบบ Position Trading คือการถือตำแหน่งในการเข้าออเดอร์ มีหลายแบบ แบบถือเป็นเดือนหรือปีในระยะยาว และ การถือออเดอร์แบบระยะสั้นๆเทรดแบบรายวัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุน เป้าหมาย และความพร้อมของแต่ละคน ย้ำว่าแต่ะคนไม่เหมือนกันจริงๆ ข้อนี้สำคัญมาก ในการเลือกรูปแบบการเทรด
Position Trading มีไว้ใช้เพื่ออะไร?
1. เพื่อเป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิคด้วย Position Trade และการวิเคราะห์ทางเทคนิคช่วยในการจับจังหวะการเข้าออเดอร์และออกออเดอร์
2. Position Trade ให้ความสำคัญกับกรอบเวลาใหญ่ เช่น กราฟรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาส เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของราคาและแนวโน้มหลัก แต่ในปัจจุบันเราปรับแต่งให้ Position Trade มีทั้งแบบระยะยาว และแบบระยะสั้น เพื่อสร้างความหลากหลายและกลยุทธิ์ที่มากขึ้น นั่นเอง
3. เพื่อช่วยให้มีการบริหารความเสี่ยงและเงินทุนอย่างมีวินัย โดยเริ่มจากการกำหนดสัดส่วนเงินลงทุนที่เหมาะสมในแต่ละสินทรัพย์ และเพื่อป้องกันการขาดทุนที่เกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงตั้งเป้าหมายที่จะทำกำไร
Position Trading มีเทคนิคการทำอย่างไรบ้าง
1.Trend Following
การตามติดแนวโน้มหลักของราคา โดยใช้วิธีการต่างๆ ในการระบุแนวโน้ม เช่น การวิเคราะห์ทิศทางของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) หรือ ADX เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้ม
2. Breakout Trading
มุ่งเน้นการรอคอยจังหวะที่ราคาผ่านแนวต้านหรือแนวรับสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์อุปทานและการเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ ในกรอบเวลารายวันรายเดือนหรือรายสัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ร่วมกันทางเทคนิค เช่น Pivot Point
3. Value Investing
เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การคำนวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดคิดลด (DCF) แล้วถือครองไปจนกว่าตลาดจะตระหนักถึงมูลค่าที่แท้จริงและราคาปรับตัวให้สะท้อนโอกาสในระยะยาว
สรุป: อันไหนดีกว่ากัน?
Position Trading เหมาะกับคนที่:
ไม่มีเวลาเทรดตลอดวัน
ชอบการลงทุนแบบเน้นความมั่นคง
สามารถรอผลตอบแทนในระยะยาวได้
ไม่ชอบความเสี่ยงสูง
การเทรดระยะสั้น เหมาะกับคนที่:
มีเวลาและความพร้อมในการติดตามตลาด
ชอบความท้าทายและรับความเสี่ยงได้
มีทักษะการวิเคราะห์ตลาดที่ดี
ต้องการทำกำไรในเวลาสั้น ๆ
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พยายามถามตัวเองให้ได้คำตอบก่อนว่าชอบเล่นแบบไหน แล้วเรามีความสามารถในการทำกำไรแบบไหนกนแน่ พร้อมมากน้อยเพียงใด ทีนี้ก็เทรดไม่ยากแล้วครับ และที่สำคัญต้องหมั่นฝึกฝนและทดสอบระบบเทรดและกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดในการเทรดเสมอ แล้วเราจะเก่งและกำไรเรื่อยๆครับ
ดัชนีตลาด
SET เทรนด์เป็นลงมาตลอดตั้งแต่ตัดเส้น MA200SET เทรนด์เป็นลงมาตลอดตั้งแต่ตัดเส้น MA200 ที่ระดับราคา 1380
ปัจจุบัน ราคากไม่สามารถยืนเหนือเส้น MA 50 วัน ได้ใน Time frame 4H ที่ราคา 1300
หากภายในสัปดาห์นี้มีการเด้งรีบาวน์ได้ ก็จะไปชนแนวต้าน 1300 แล้วเกิดการย่อตัวก่อน 1 รอบอยู่ดี
โดยมีแนวรับ 1237 ที่พร้อมจะหลุด หากหลุดก็จะมีแนวรับถัดไปคือ 1225-1218 และ 1190 แบบลึกเลยทีเดียว
ในทางกลับกัน หากภายในสัปดาห์หน้านี้เปิดลงหลุดพรวด 1237 ลงไปเลย ก็จะมีแนวรับด้านบนตามที่ว่าไว้
โดยถ้าลงถึง 1190 จริง ก็เตรียมกระสุนให้พร้อมเก็บหุ้นไม้แรกด้วยล่ะ
ปล. จริงๆแถว 1205-1200 ก็เริ่มเก็บได้หน่อยๆ
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
วิธีใช้ Sentiment Indicator อารมณ์ในตลาด วิธีใช้ Sentiment Indicator อารมณ์ในตลาด
👰กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับอารมณ์การเทรดในตลาด อารมณ์ที่เป็นอารมณ์ร่วมจริงๆนะ เอ๊ะแล้วมันดียังไง มันเริ่มจากตรงไหน มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
หลังจากที่เราๆเทรดเดอร์มือใหม่ทั้งหลายเริ่มเข้าสู่วงการเทรดแบบเต็มตัวแล้ว หลายๆคนน่าจะเริ่มรู้จัก รูปแบบในการวิเคราะห์ข้อมูลของตลาดมาบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ที่งงๆเยอะหน่อย น่าจะเป็นอารมณ์ในตลาด Sentimental Analysis หรือความอ่อนไหวของตลาดว่ามันคืออะไร ทำไมขึ้นๆลงๆ เดาทางไม่ถูกเลย
Market Sentiment คืออะไร
Sentiment หมายถึงแนวทางความคิด และความรู้สึกของนักลงทุนในตลาด ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อหรือขายสินทรัพย์ทางการเงิน โดยใช้ความรู้สึกหรืออารมณ์โดยรวมที่นักลงทุนและเทรดเดอร์มีต่อตลาดนั้น ๆ ซึ่งในแต่ละตลาดการลงทุนก็จะมีมุมมองที่แตกต่างออกไป
Market Sentiment แบ่งมุมมองของตลาดออกเป็น 3 เทรนด์
1. ตลาดอยู่ในสภาวะขาขึ้น (Uptrend)
2. ตลาดอยู่ในสภาวะขาลง (Downtrend)
3. ตลาดยังหาทิศทางไม่ได้ (Sideway)
การวิเคราะห์อารมณ์ของตลาด (Sentiment Analysis) คืออะไร?
ระบบเทรด Sentiment Analysis (การวิเคราะห์ความรู้สึก) เป็นระบบที่อาศัยการประเมินความรู้สึกหรืออารมณ์ของตลาดจากแหล่งข้อมูลต่างๆ
เช่น ข่าวสาร, โซเชียลมีเดีย, ฟอรัม, หรือความคิดเห็นของผู้คน เพื่อทำนายทิศทางราคาของสินทรัพย์ (เช่น หุ้น, สกุลเงิน, หรือคริปโตเคอร์เรนซี)
โดยหากข้อมูลข่าวสารในตลาดส่อแววเป็นปัจจัยบวก (Positive Sentiment)
ก็ถือเป็นสัญญาณขาขึ้น ให้ BUY
ในขณะเดียวกัน หากมีข่าวสารที่เป็นปัจจัยลบ (Negative Sentiment)
ก็จะถือเป็นสัญญาณขาลงนั่นเอง ให้ SELL
อย่างไรก็ตาม บางครั้งข้อมูลที่ถูกรวบรวมมาก็อาจไม่ได้บอกสัญญาณเทรดที่ถูกต้องเสมอไป เทรดเดอร์ก็ควรพิจารณาข้อมูลข่าวสารทางการเงินทั้งที่เป็นปัจจัยบวกและลบร่วมด้วยในระหว่างการเทรด ซึ่งมีโอกาสสูงที่ข้อมูลเหล่านั้นจะส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ที่เรากำลังเทรดอยู่ แต่หากรารู้จักใช้ sentiment indicator ให้เป็นประโยชน์ ก็หมดห่วงได้เลย! มันจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
อินดิเคเตอร์ Sentiment กำลังบอกอะไร?
การตีความหมายของ sentiment indicator !
1. การอ่านตัวชี้วัดตามตัวเลขจริง (เหมาะสำหรับเทรดระยะยาว)
- หากตัวเลขอยู่ในระดับสูงๆ หมายความว่าผู้บริโภคกำลังมองตลาดอยู่ในเกณฑ์บวก และเราก็เดิมพันในทิศทางตลาดตามความเป็นจริง โดยมองฝั่ง BUY และคิดว่าราคาจะขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
- หากตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำๆ หมายความว่าผู้บริโภคกำลังได้รับแรงกดดันจากสภาวะเชิงลบของตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีการปรับตัวลงไปอีก โดยมองฝั่ง SELL
2. การอ่านตัวชี้วัดแล้วมองในทิศทางตรงกันข้าม(เหมาะสำหรับเทรดระยะสั้น)
- หากตัวเลขอยู่ในระดับต่ำๆ หมายความว่าผู้บริโภคกำลังได้รับแรงกดดันจากสภาวะเชิงลบของตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีการปรับตัวบวก และราคาก็อาจกลับตัวขึ้นหลังจากนั้น
- ในขณะเดียวกัน หากอินดิเคเตอร์ดังกล่าวอยู่ในระดับสูงๆ ก็หมายความว่าผู้บริโภคกำลังมองตลาดอยู่ในเกณฑ์บวก ซึ่งเทรดเดอร์มืออาชีพโดยส่วนใหญ่จะมองว่า indicator นั้นอาจปรับตัวลงพร้อมๆ กับตลาดในไม่ช้า
อินดิเคเตอร์ Sentiment ของตลาด vs. อินดิเคเตอร์เชิงเทคนิค
Indicator บางตัวอาจใช้วิเคราะห์ได้ทั้งในเชิงเทคนิคและสภาวะอารมณ์ของตลาด อย่างไรก็ตาม อินดิเคเตอร์ทั้ง 2 ประเภทก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ดังนี้:
1. อินดิเคเตอร์ Sentiment ใช้บอกพฤติกรรมของทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของบุคคลที่เกี่ยวข้องในตลาดดังกล่าว
2.อินดิเคเตอร์เชิงเทคนิค บ่งบอกภาพรวมของตลาด ไม่ว่าจะเป็นราคา (Price), ปริมาณการซื้อขาย (Volume), และข้อมูลอื่นๆ ในเชิงเทคนิคที่ปรากฎใน กราฟเทรด
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น ถ้าเราอ่านแบบง่ายๆเข้าใจง่ายๆ ทุกอย่างจะดูง่ายเอง แค่อย่าไปคิดเยอะครับ ไม่ต้องไปคิดแทนเขา เราคิดแค่ว่ามันบอกขึ้นลง แค่นั้นก็พอ เห็นมั้ยครับ ง่ายนิดเดียว และที่สำคัญต้องหมั่นฝึกฝนและทดสอบระบบเทรดและกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดในการเทรดเสมอ แล้วเราจะเก่งและกำไรเรื่อยๆครับ
Flow Option SET50 ยังค่อนข้างจะแย่อยู่มากนอกจากยอด flow tfex set50 แล้ว ยังมี ข้อมูลอีกด้านนึงคือ option SET50 ที่ถ้าเรานำมา plot กราฟ
เราจะเห็น ต่างชาติกับรายย่อย ทำตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
flow ตัวแรก คือ
Accumulate PUT&CALL Foreign SET50 จะเห็นได้ว่า ต่างชาติสะสม put ค่อนข้างเยอะมาก มากกว่าตอนกลางปีที่แล้ว
Accumulate PUT&CALL Local SET50 ส่วนรายย่อยนั้น ก็ Call option สะสมมาเยอะมามาก
Accumulate CALL Foreign and Local SET50 ตัวนี้จะนำ call option ระหว่าง รายย่อยกับฝรั่งมา เปรียบเทียบกัน
สรุป คือให้ภาพมันเล่าเรื่องตอนนี้ ฝรั่งยังมุ่งหน้า สะสม put รายย่อย สะสม call ตลาดก็ยังไม่สามารถขึ้นได้
SET Entry 2025-2028 (Sideway) นี้เป็นการมองตลาด SET โดยรวมเป็น Sideway คาดว่าตลาดจะเป็นแบบนี้ไปถึงปี2028 ในการวิเคราะห์ราคาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2025 ราคาได้เดินทางมาโซนสำคัญคือ 0.618 ราคา 1260 ราคาจะเกิดPullbackในระยะสั้น+200จุด แล้วกลับตัวลงต่อเพราะในภาพใหญ่ราคายังถูกไม่พอที่รายใหญ่จะเข้าโดยส่วนตัวผมคาดการณ์จุดที่ถูกที่สุดของตลาดSETอยู่ที่ราคา 1050 เป็นโซนที่เหมาะแก่การทะยอยเข้าซื้อ
โดยรวมผมให้แนวรับ2จุดคือ 1260 (คิดว่าราคาแค่Pullback) และ ราคา1050 (โซนสำคัญที่ถูกที่สุด)
นี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเป็นการคาดการณ์เท่านั้นโปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
HitSL
15/02/2025
ตลาดหุ้นจะ Rebound with Market Breadth SET100ตลาดหุ้นอาทิตย์นี้เริ่มส่งสัญญาณในเชิงบวกมากขึ้น
ที่ผ่านมา ใครที่เทรด TFEX จะสับสนทุกครั้งที่ตลาดเดิ้งขึ้นมาบริเวณ 830++ มักจะทุกตบลงไป ต่ำกว่า 820ทุกครั้ง จึงทำให้เกิดความกลัว หรือความเคยชินว่า รอบนี้ตลาดจะลงไปอีกรอบไม๊
Above MA 20 เริ่มมีการทำฐานยกตัวขึ้นมาได้ ส่งสัญญาณดี
ADV/DEC MA ตัวนี้เริ่มแย่ตั้งแต่ 3ตค แต่ตลาดก็ยังขึ้นต่อได้ ตัวนี้ยังคงต้องขอดูอีกสักพัก ถ้าเริ่มกลับตัว อาจจะเริ่มเป็นการ Confirm ว่าตลาดมีทิศทางเริ่มเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้นได้
Trend Momentum เส้นสีแดงเริ่ม พักใน TF DAY เป็นการบอกว่า หมีเริ่มหมดแรง
เส้นสีน้ำเงิน เริ่มขึ้น เป็นการบอกว่าตลาดอาจะมีการรีบาว ขึ้นมาได้
เส้นสีเขียว ยังไม่ไปไหน ก็ไม่สามาารถบอกได้ว่า ตลาดจะเป็นเป็นขาขึ้นได้จริงๆ จนกว่า
สีเขียว จะปรับขึ้นมา มากกว่านี้
เส้นสีเหลือง คือ การ พักตัวในขาขึ้นหรืออาจจะเปลี่ยนเป็นขาลงได้ ตอนนี้เป็นปกติที่ต้อง
อยู่ด้านล่าง
สรุป คือตลาดยังมีโอกาสเล่นรีบาวได้ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะเปลี่ยนทิศเป็นขาขึ้นไม๊ ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังสูง
What is a trading system? ระบบเทรคืออะไร?
What is a trading system?ระบบเทรด คืออะไร?
👰กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับระบบเทรด เพราะหลาคนยังไม่รู้ว่าระบบเทรดคือะไร แล้วมันเริ่มยังไง มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
ระบบเทรด ช่วยให้การเทรดเพื่อทำกำไรนั้นมีประสิทธิภาพสูง และมักจะประกอบด้วยหลายปัจจัยที่ทำให้มันโดดเด่นและน่าเชื่อถือ ขึ้นอยู่กับประเภทของการเทรดและขึ้นอยู่กับตัวบุคคลของคนนั้นด้วย ว่าชอบแนวไหน (เช่น หุ้น, Forex, Cryptocurrency) เพราะสไตล์การเทรดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน (เช่น Scalping, Day Trading, Swing Trading)
ระบบเทรดที่ดีมักจะมีลักษณะดังนี้
1. ระบบเทรดอัตโนมัติ (Algorithmic Trading)
👀 Bot Trading: ใช้โปรแกรมหรือบอทเพื่อเทรดอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น RSI, MACD, Moving Average
👀 High-Frequency Trading (HFT): เทรดด้วยความเร็วสูง ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางเวลาและข้อมูล
2. ระบบเทรดแบบ Manual (มือถือ)
👀 Price Action: วิเคราะห์กราฟแท่งเทียนหรือรูปแบบราคาโดยไม่ใช้ Indicator
👀 Indicators-Based: ใช้ Indicator ต่างๆ เช่น Moving Average, Bollinger Bands, Fibonacci Retracement
3. ระบบเทรดที่ใช้ Machine Learning/AI
👀 ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลและทำนายแนวโน้มราคา
👀 ปรับตัวได้ตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
4. ระบบเทรดที่ใช้ Risk Management ที่ดี
👀 Stop Loss/Take Profit: กำหนดจุดตัดขาดทุนและกำไรล่วงหน้า
👀 Position Sizing: จัดการขนาดการเทรดให้เหมาะสมกับพอร์ต
5. ระบบเทรดที่ใช้ Backtesting
👀 ทดสอบระบบกับข้อมูลในอดีตเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
👀 ช่วยให้มั่นใจว่าระบบทำงานได้ดีในสภาวะตลาดต่างๆ
6. ระบบเทรดที่ใช้ Sentiment Analysis
👀 วิเคราะห์ความรู้สึกของตลาดจากข่าวสารหรือโซเชียลมีเดีย
👀 ช่วยทำนายทิศทางราคาจากปัจจัยทางจิตวิทยา
ตัวอย่างระบบเทรดยอดนิยม:
👉Moving Average Crossover: ใช้เส้น Moving Average สองเส้นตัดกันเพื่อหาจุดเข้า-ออก
👉 Breakout Trading: เทรดเมื่อราคา breakout จากระดับสำคัญ
👉Trend Following: เทรดตามแนวโน้มหลักของตลาด
เครื่องมือที่นิยมใช้:
👉 MetaTrader 4/5 (MT4/MT5): แพลตฟอร์มเทรด Forex และ CFD
👉TradingView: สำหรับวิเคราะห์กราฟและสร้างระบบเทรด
👉Python/R: สำหรับเขียน Algorithmic Trading
ข้อควรระวัง:
👋ไม่มีระบบเทรดใดที่ทำกำไรได้ 100% เสมอไป
👋 การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
👋 ควรทดสอบระบบกับบัญชีทดลองก่อนใช้จริง
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ถึงบางอ้อกันหรือยังฮะ จริงๆแล้วมันก็คือกลุทธิ์การเทรดนั่นแหละ แต่จัดวาและทำให้เป็นแบบแผน แล้วเราจะเทรดได้อย่างราบรื่น และกำไรมั่นคงฮะ และที่สำคัญต้องหมั่นฝึกฝนและทดสอบระบบเทรดและกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดในการเทรดเสมอ แล้วเราจะเก่งและกำไรเรื่อยๆครับ
ดอลลาร์พุ่งแรงรับสงครามการค้าดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าหลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีเม็กซิโก แคนาดา และจีน หนุนความกังวลเงินเฟ้อและอาจกระทบการลดดอกเบี้ยของเฟด ตลาดจับตานโยบายเพิ่มเติมที่อาจทำให้ดอลลาร์พุ่งต่อ ดัชนี DXY ฟื้นตัว ทดสอบแนวต้าน 109.35 หากทะลุได้ เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 110.86 โดยแนวโน้มยังเป็นขาขึ้นตราบใดที่ยืนเหนือ 107.24
Sentiment Flow TFEX SET50 เครื่องมือ Sentiment ตัวใหม่
คนที่ดูกราฟจะรู้จักดี เครื่องมือที่ชือว่า RSI เป็นการวัด ระดับ Momentum
หาจุด overbought และ oversold ได้
ถ้าปกติเครื่องมือนี้วัดจาก ราคาหุ้น ทำไมเราไม่ลอง เขียนเครื่องมือนี้ใหม่
โดยใช้ Flow TFEX ของ ต่างชาติ และ รายย่อยมาคำนวนดู
เราสามารถหาจุด อารมณืของ รายย่อยและ ต่างชาติได้ ยิ่งไป พีคๆ หรือต่ำสุดด้านล่้างๆ
จากภาพจะเห็นว่า ต่างชาติและ รายย่อยจะสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัด
เราสามารถรู้ Sentiment ของฝรั่ง และ รายย่อยได้ พร้อมๆ กัน ตอนนี้เห็นเครื่องมือ แล้ว รู้สึกยังไง
สีน้ำเงิน คือต่างชาติ กำลังค่อยๆ ไต่ระดับขึ้น
สีแดง ของ ราย่อย ค่อยๆ ไต่ระดับลง (กำลังกลัวสุดขีด)
สรุปการใช้งาน TD Sequential, TD Aggressive Sequential, และ Comboสรุปการใช้งาน TD Sequential, TD Aggressive Sequential, และ TD Combo
1. TD Sequential™
TD Sequential™ เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการระบุแนวโน้มที่ใกล้จะสิ้นสุดและคาดการณ์จุดกลับตัวของตลาด โดยอาศัยกระบวนการ Setup และ Countdown:
• Setup: เกิดขึ้นเมื่อราคามีการปิดต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า ติดต่อกัน 9 ครั้ง
o Buy Setup: เกิดขึ้นเมื่อราคาปิดต่ำกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า 9 ครั้ง
o Sell Setup: เกิดขึ้นเมื่อราคาปิดสูงกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า 9 ครั้ง
• Countdown: หลังจาก Setup เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะเริ่มนับ Countdown 13 ครั้ง ซึ่งพิจารณาจากราคาปิดปัจจุบันเปรียบเทียบกับราคาสูงสุด/ต่ำสุดเมื่อ 2 วันก่อนหน้า
o ถ้านับถึง 13 ถือเป็นสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้ม (เช่น ตลาดอาจลงถึงจุดต่ำสุด หรือขึ้นถึงจุดสูงสุด)
o หากราคาไม่ถึงจุดที่กำหนด ระบบอาจทำการ Recycling เพื่อเริ่มต้นนับใหม่。
TD Sequential™ ถูกออกแบบมาให้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเข้าและออกตลาดก่อนที่แนวโน้มจะสิ้นสุด โดยเน้นไปที่โซนที่แนวโน้มมีโอกาสหมดแรงมากที่สุด
________________________________________
2. TD Aggressive Sequential™
TD Aggressive Sequential™ เป็นเวอร์ชันที่ปรับปรุงจาก TD Sequential เพื่อให้เหมาะสมกับตลาดที่มีความผันผวนสูงขึ้น โดยลดเงื่อนไขบางประการของ Countdown:
• ปกติ TD Sequential จะใช้ราคาปิดในการเปรียบเทียบ แต่ TD Aggressive Sequential ใช้ ราคาต่ำสุด (Low) และราคาสูงสุด (High) ในการเปรียบเทียบแทน
• ตัวอย่าง:
o Buy Countdown: เปรียบเทียบราคาต่ำสุดปัจจุบันกับราคาต่ำสุดเมื่อ 2 วันก่อน
o Sell Countdown: เปรียบเทียบราคาสูงสุดปัจจุบันกับราคาสูงสุดเมื่อ 2 วันก่อน
o หากราคาต่ำสุดของ Countdown 13 ต่ำกว่าราคาปิดของ Countdown 8 → Buy Signal
o หากราคาสูงสุดของ Countdown 13 สูงกว่าราคาปิดของ Countdown 8 → Sell Signal。
TD Aggressive Sequential ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถได้สัญญาณเร็วขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากใช้เงื่อนไขที่อ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาด
________________________________________
3. TD Combo™
TD Combo™ เป็นเครื่องมือที่คล้ายกับ TD Sequential™ แต่ใช้หลักเกณฑ์ที่แตกต่างในการระบุสัญญาณกลับตัวของตลาด:
• TD Combo Setup คล้ายกับ TD Sequential โดยต้องมี 9 วันของราคาปิดที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า
• TD Combo Countdown:
o เริ่มต้นนับ Countdown ตั้งแต่วันแรกของ Setup (แทนที่จะเริ่มหลังจาก Setup เสร็จสมบูรณ์แบบ TD Sequential)
o นับ Countdown โดยใช้เกณฑ์ ราคาปิดต้องต่ำลงเรื่อยๆ (Buy Signal) หรือสูงขึ้นเรื่อยๆ (Sell Signal)
o TD Combo Countdown สิ้นสุดเมื่อถึง 13 ครั้ง
o มีเงื่อนไข Termination Count ซึ่งอนุญาตให้ใช้ราคาเปิดแทนราคาปิดในการคำนวณ Countdown。
TD Combo™ มักใช้ควบคู่กับ TD Sequential™ เพื่อยืนยันสัญญาณว่าการกลับตัวของตลาดกำลังจะเกิดขึ้นจริง
________________________________________
สรุปความแตกต่างของแต่ละเครื่องมือ
Indicator หลักการทำงาน การใช้งานหลัก
TD Sequential ใช้ Setup 9 วัน และ Countdown 13 วัน โดยใช้ราคาปิด ระบุจุดกลับตัวของตลาด
TD Aggressive Sequential ใช้ราคาสูงสุด/ต่ำสุดแทนราคาปิด และปรับ Countdown ให้เร็วขึ้น ใช้ในตลาดที่มีความผันผวนสูง
TD Combo เริ่ม Countdown ตั้งแต่วันแรกของ Setup และใช้เงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น ยืนยันสัญญาณของ TD Sequential
TD Sequential และ TD Combo มักถูกใช้ร่วมกันเพื่อให้สัญญาณกลับตัวที่แม่นยำมากขึ้น ในขณะที่ TD Aggressive Sequential ออกแบบมาเพื่อตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วและต้องการสัญญาณที่เร็วกว่า
การแบ่งปิดกำไร (Partial Profit): ข้อดีและข้อเสียการแบ่งปิดกำไร หรือที่เรียกกันว่า Partial Profit เป็นกลยุทธ์การเทรดที่นักเทรดปิดบางส่วนของออเดอร์เพื่อรับกำไร ณ จุดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และปล่อยส่วนที่เหลือให้ทำงานต่อไปจนถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่า วิธีนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดที่ต้องการลดความเสี่ยงและจัดการอารมณ์ในตลาดที่มีความผันผวนสูง แต่เช่นเดียวกับทุกกลยุทธ์ การแบ่งปิดกำไรก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
ข้อดีของการแบ่งปิดกำไร
1.ลดความเสี่ยงและล็อกกำไรบางส่วน
การแบ่งปิดกำไรช่วยให้นักเทรดสามารถรับผลกำไรบางส่วนได้เมื่อราคามาถึงจุดที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยลดความกังวลหากราคาย้อนกลับ
2.สร้างความมั่นคงทางจิตวิทยา
การได้รับกำไรบางส่วนช่วยเสริมความมั่นใจและลดความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดผันผวน
3.เหมาะสำหรับตลาดที่ไม่แน่นอน
ในสถานการณ์ที่ราคามีโอกาสกลับตัว การแบ่งปิดกำไรช่วยให้นักเทรดสามารถทำกำไรได้แม้ในสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย
4.เพิ่มความยืดหยุ่นในการเทรด
นักเทรดสามารถเลื่อน Stop Loss ไปยังจุดคุ้มทุน (Breakeven) หลังการแบ่งปิดกำไร ทำให้ความเสี่ยงลดลงเหลือศูนย์สำหรับออเดอร์ที่เหลือ
ข้อเสียของการแบ่งปิดกำไร
1.ลดอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (RR)
การแบ่งปิดกำไรทำให้กำไรโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับการถือออเดอร์เต็มจำนวนจนถึงเป้าหมายใหญ่ เช่น RR อาจลดจาก 3.0 เหลือ 1.8 หรือ 2.0 ขึ้นอยู่กับจุดแบ่งปิด
2.พลาดโอกาสทำกำไรสูงสุด
หากตลาดวิ่งต่อในทิศทางที่คาดไว้ การแบ่งปิดกำไรอาจทำให้นักเทรดพลาดโอกาสทำกำไรสูงสุดจากการถือออเดอร์เต็มจำนวน
3.ซับซ้อนและต้องวางแผนมากขึ้น
การแบ่งปิดกำไรต้องการการวางแผนที่ดี รวมถึงการตั้งค่าระดับราคาหรือเป้าหมายสำหรับการแบ่งปิด ซึ่งอาจทำให้ยุ่งยากสำหรับนักเทรดมือใหม่
4.อาจสร้างนิสัยการปิดกำไรก่อนเวลา
หากนักเทรดแบ่งปิดกำไรบ่อยเกินไป อาจเกิดนิสัยในการปิดออเดอร์ก่อนเวลา ทำให้ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ควรจะเป็น
การใช้งานการแบ่งปิดกำไรในสถานการณ์ต่างๆ
ตลาดผันผวนสูง
1.ในตลาดที่ราคามักวิ่งขึ้น-ลง การแบ่งปิดกำไรที่ระดับ Fibonacci เช่น 1.272 หรือ 1.618 ช่วยให้นักเทรดรับกำไรบางส่วนก่อนที่ราคาจะย้อนกลับ
2.เทรนด์ใหญ่
เมื่อตลาดอยู่ในเทรนด์ที่ชัดเจน การแบ่งปิดกำไรบางส่วนที่ระดับแนวต้านหรือแนวรับสำคัญ และปล่อยส่วนที่เหลือให้วิ่งตามเทรนด์อาจเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ
3.การเทรดตามข่าว
ในกรณีที่มีการประกาศข่าวสำคัญและตลาดเคลื่อนไหวเร็ว การแบ่งปิดกำไรช่วยให้นักเทรดลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดอาจเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน
ตัวอย่างการแบ่งปิดกำไร
สมมติฐาน:
ออเดอร์: Buy XAUUSD
ขนาดล็อต: 0.10 lot
Stop Loss: 1,000 จุด (10 USD)
เป้าหมายกำไรที่ 1: ระดับ 1.272 (RR = 1.5)
เป้าหมายกำไรที่ 2: ระดับ 1.618 (RR = 2.5)
กลยุทธ์การแบ่งปิด:
เมื่อราคามาถึงระดับ 1.272:
ปิดออเดอร์ 50% (0.05 lot)
กำไรจากส่วนนี้ = 7.5 USD
เลื่อน Stop Loss ของออเดอร์ที่เหลือ (0.05 lot) ไปที่จุดคุ้มทุน
เมื่อราคามาถึงระดับ 1.618:
ปิดออเดอร์ที่เหลือ (0.05 lot)
กำไรจากส่วนนี้ = 12.5 USD
เปรียบเทียบกำไร:
หากไม่แบ่งปิดกำไรและถือจนถึงระดับ 1.618:
กำไรรวม = 25 USD
หากแบ่งปิดกำไร:
กำไรรวม = 7.5 + 12.5 = 20 USD
ข้อสรุป:
การแบ่งปิดกำไรทำให้กำไรลดลง 20% แต่ช่วยลดความเสี่ยงและล็อกกำไรบางส่วนในตลาดที่อาจย้อนกลับ






















