ดัชนีตลาด
Set 50 ลงมา น่า กลัว จริงๆ ตามที่ได้ลองวิเคราะห์ ตัวของ set50 ดู เห็นได้ชัดเลยว่า ลง มา ยาวมากๆ ฉะนั้น ถามว่าจะ BUํY ได้รึยัง ผม บอกเลยว่าตามเทคนิคแล้ว ยังไม่มีสัญญาณซื้อให้เห็นเลย วางแผนรับมือกันให้ดีนะครับ มองยาวไปถึง ไหน นั่นก็มองจนกว่าจะทะลุเส้น เทรนขึ้นไปได้ ถ้า ทะลุค่อยซื้อก็ได้ ตอนนี้ ได้ แต่ รอดูต่อไป
ตลาดหุ้นอินโดนีเซียดิ่งหนัก! นักลงทุนกังวลนโยบายประชานิยมตลาดหุ้นอินโดนีเซียดิ่งหนัก! นักลงทุนกังวลนโยบายประชานิยมและค่าเงินอ่อนค่า
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ร่วงหนักในวันนี้ (18 มี.ค.) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และนโยบายประชานิยมของ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต
📉 ดัชนีคอมโพสิตจาการ์ตา (JCI) ร่วงลงมากถึง 7.1% ซึ่งเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2011 ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียต้อง หยุดการซื้อขายชั่วคราว เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19
📉 สกุลเงินรูเปียห์ อ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ต้องเข้ามาแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงิน
📉 พันธบัตรรัฐบาล ก็ถูกเทขายเช่นกัน สะท้อนความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
นักลงทุนมองว่า การตกต่ำครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ต่ำกว่าคาด และ กระแสข่าวลือเรื่องการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ซึ่งแม้รัฐบาลจะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว แต่ความไม่แน่นอนยังคงกดดันตลาด
อย่างไรก็ตาม หลังรัฐบาลออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าว ดัชนีหุ้นอินโดนีเซียฟื้นตัวขึ้นบางส่วน ปิดตลาดที่ -3.7% ลดช่วงลบจากจุดต่ำสุดของวัน
รัฐบาลอินโดนีเซียปฏิเสธข่าวลือที่ว่า รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ศรีมุลยานี อินดราวาติ จะลาออก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน หลังจากที่ตลาดหุ้นร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
สุฟมี ดัสโก อาห์มัด รองประธานสภาผู้แทนราษฎรของอินโดนีเซีย ยืนยันว่า "ศรีมุลยานีไม่ได้ลาออก และสถานการณ์ทางการคลังของเรายังคงแข็งแกร่ง" ในระหว่างการประชุมสัมมนาที่ตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันอังคาร ซึ่งเขาตอบคำถามเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นอาจเกี่ยวข้องกับข่าวลือเรื่องการลาออกของอินดราวาติ
ขณะที่นักลงทุนกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังของอินโดนีเซียหลังจากกระทรวงการคลังรายงานว่า ขาดดุลงบประมาณประมาณ 31.2 ล้านล้านรูเปียห์ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2025 ซึ่งคิดเป็น 0.13% ของ GDP แม้ว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2.5% ของ GDP แต่เป็นการขาดดุลงบประมาณครั้งแรกตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของการเก็บภาษี เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลง และการเลื่อนนโยบายการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
การใช้จ่ายและการบริโภคมีแนวโน้มลดลงก่อนช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปลายเดือนนี้ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติมีทิศทางไหลออก โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 14 มีนาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิสะสมประมาณ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2024
ขณะที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้แทรกแซงเพื่อสนับสนุนค่าเงินรูปียะฮ์ เนื่องจากข่าวลือที่ว่า ประธานาธิบดีปราโบโว มีแผนจะปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจรวมถึงอินดราวาติด้วย โดยเธอเป็นผู้นำกระทรวงการคลังของอินโดนีเซียมาเป็นเวลา 14 ปี จากทั้งหมด 20 ปีที่ผ่านมา
ที่มา : Bloomberg
S&P500 กับ SMA50 ใน WEEKLY มีความสัมพันธ์อย่างไร📌 SMA50 ใน Timeframe WEEK สำคัญยังไง?
SMA50 TF Weekly (เส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์) ถือเป็นหนึ่งใน Indicator สำคัญมากในทางเทคนิค มักนิยมใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว โดยมีความสำคัญคือ:
✅ 1. บอกแนวโน้มใหญ่ (Major Trend)
• ถ้าราคายืนเหนือ SMA50 Week ได้อย่างต่อเนเนื่อง = ขาขึ้น (Bullish)
• ถ้าราคาอยู่ใต้ SMA50 Week = ขาลง (Bearish)
✅ 2. เป็นแนวรับ-แนวต้านที่แข็งแกร่ง
• ราคาย่อลงมาบริเวณ SMA50 TF Weekly แล้วเด้งกลับ ถือเป็นสัญญาณซื้อที่น่าเชื่อถือ
• หากราคาหลุดลงต่ำกว่า SMA50 Week เป็นสัญญาณเตือนสำคัญ อาจเข้าสู่ภาวะขาลงต่อเนื่อง
✅ 3. ใช้ระบุจุดกลับตัวสำคสัญ (Turning Point)
• การ Break ขึ้นหรือลงจาก SMA50 Week มักตามมาด้วยเทรนด์ใหญ่ใหม่
✅ 4. ใช้ร่วมกับ Indicator อื่นเพื่อยืนยัน
• มักใช้ SMA50 Week คู่กับ MACD, RSI หรือ Volume เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสัญญาณในการวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว
🎯 สรุปง่ายๆ
SMA50 Weekly เป็น "เส้นแบ่งขาขึ้น-ขาลง" ในภาพใหญ่ ที่นักลงทุนสายเทคนิคควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมากครับ
#เทรดหุ้น #SMA50Weekly #TechnicalAnalysis #การลงทุน
ICT Kill zone in Forex คืออะไร?ICT Kill zone in Forex คืออะไร?
👰 กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับบทความๆดีๆที่มีให้อ่านกันไม่รู้จักเบื่อ หลังจากเราทำความรู้จัก KZM Killer Zone กันไปแล้ว วันนี้แอดพามาทำความรู้จักตลาด ICT Killzone กันบ้าง มาครับตามมาดูมาอ่านกันดีกว่า ว่ามันใช้ยังไง และดีกว่าอย่างไร บทความนี้มีคำตอบครับ
หากเราชื่นชอบการเทรดตามกรอบเวลาในแต่ละประเทศตามตลาดต่างๆ ในแต่ละประเทศ เราอาจชอบรูปแบบการเทรดนี้ และแอดเชื่อว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่และหลายๆคนอาจจะเกิน 70% ชื่นชอบการเทรดตามตลาดต่างๆในแต่ละสกุลเงินที่แตกต่างกันไป
ICT Kill Zone หรือชื่อเต็มๆก็คือ Inner Circle Trader Kill Zone เป็นช่วงเวลาเปิดตลาดที่สำคัญของแต่ละตลาด และมีระยะคาบห่างการเปิดตลาดที่ใกล้เคียงและต่อเนื่องกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ตลาด FOREX มันเปิดตลอด 24 ชั่วโมงนั่นเอง
ICT Killzones Times สำหรับการเทรดรายวันแบบ Intraday Trading
เวลาในตลาดหลักๆที่เราควรจะเทรดจะมีด้วยกัน 3 ช่วง 3 ตลาด
1. ICT London Killzone time ในตลาดลอนดอน
- 19:00 pm – 22.00 pm ตามเวลาบ้านเรา
- คู่เงินที่ควรเทรดและยอดนิยม EUR/USD และ GBP/USD
2. ICT New York Killzone time ในตลาดนิวยอร์ก
- 19:30 pm – 22.30 pm ตามเวลาบ้านเรา
- ดีที่สุดสำหรับการเทรด Nasdaq100 and S&P500
- ช่วงเวลาที่สำคัญและดีที่สุดคือช่วง 8:30 pm ตามเวลาบ้านเรา
- คู่เงินที่ควรเทรดและยอดนิยม EUR/USD และ GBP/USD
3. ICT Asian Killzone time ในตลาดเอเชีย
- ส่วนใหญ่เทรดเดอร์มักเทรดช่วงเวลาเดียวกับ New York timezone.คือ 7.00 pm -9.00 pm ตามเวลาบ้านเรา
- และคู่เงินที่นิยมเทรดคือ JPY, NZD, และ AUD
👌และแน่นอนว่า ตลาดลอนดอน London Session ย่อมเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดไม่แพ้สกุลเงินอื่นๆเลย แม้แต่ทองด้วย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในรอบวัน ส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนสูงและมีโอกาสเยอะมากในการเข้าเทรดเพื่อทำกำไร แอดจึงยกตัวอย่างและวธีการสรุปสั้นๆในการเทรดตลาดลอนดอนมาให้ดูกัน
จุดสังเกตุในการเทรดตามตลาด London Session
1. เมื่อเข้าสู่ London Session ราคาเริ่มปรับตัวขึ้นไปทดสอบ High หลังจากนั้นราคาก็มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง (Market Structure Shift) กลับลงมาทางด้านล่าง
2. ราคาเริ่มย้อนกลับขึ้นมายัง Optimal Trade Entry (OTE) ที่ระดับ Fibonacci 0.5 ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจในการเปิดออเดอร์ Sell
3. เมื่อราคาสามารถทะลุ Low ของเซสชั่นลงมาได้ แสดงว่ามีโอกาสที่ราคาจะร่วงลงต่อไป
4. เป้าหมายของออเดอร์ Sell คือ Low ของเซสชั่นก่อนหน้า
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับระบบเทรด ICT Kill zone แม้ว่าจะต้องนับเวาและคำนวนเวลานิดหน่อย แต่มันคุ้มค่ากับคำว่ารอมากเลยนะฮะ ใครว่าเราไม่สามารถชนะตลาดได้ ไม่จริงฮะ แค่เทรดให้เป็นระบบ มีวินัย ไม่โลภ เราสามารถชนะได้แน่นอน ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะฮะ
ที่สำคัญคือบริหารเงินในหน้าตักเราให้เป็นและรัดกุมมากที่สุดครับคือสิ่งสำคัญ ฝึกไว้เยอะๆแล้วเราจะเก่งเอง แอดเอาใจช่วยทุกท่านให้เทรดได้เงินสะสมเยอะๆครับ
DATA OPTION SET50 ทรงข้อมูลเริ่มเปลี่ยนDATA OPTION SET50
Put Local = SET50 ลงมาหนักมาก แต่รายย่อย สะสะม Short putมาเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ทรงเริ่มทำการปิด short
put ไปเรื่อย แล้ว
Put Foreign= สะสม long put หนักมากและยาวนาน ถึงตอนนี้เริ่มมีทิศทางที่เปลี่ยนไป เริ่มสะสมน้อยลง
Call Local = รายย่อยสะสม short call เป็นจำนวนมาก และซึ่งมาวันนี้เริ่มมีหักหัวลงมา
Call Foreign = ฝรั่ง สะสม long call จำนวนเยอะมาก และมาวันนี้เริ่มมีการหักหัวลงมาแบบมีนัยยะ
สรุป โอกาสทิศทางของตลาดหุ้น ไทยจะขึ้นต่อไม๊ ต้องติดตามข้อมูลต่อไป แต่เริ่มส่งสัญญาณการขึ้นมาแล้ว
SET จะหยุดไหลเมื่อไร?จากมุมมองในทางเทคนิคจะเห็นแล้วว่า หากเราตี fibo proj ในหลายๆชุด เราจะเห็นได้ชัดว่าตลาดไหลลงมาแล้วพักตัว +/-30จุดอยู่ในกรอบ 1187-1208 อยู่พักหนึ่งก่อนที่จะหลุดแนวรับลงมาอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยมากในช่วงนี้คือตลาดจะย่อลงไปถึงไหน ผมขออ้างอิงจาก fibo proj ที่ตีไว้ 3ชุดพบว่าเกิดการคลัทเตอร์กับที่แนว
# 1155-1162
# 1100-1116 (ผมมองงแนวนี้มากกว่า)
# 1000-1026
จะเห็นว่าตลาดอาจจะย่อได้อีกไม่ไกล และต้องบอกว่าตลาดมันย่อมาเลยจุดที่ผมเคยประเมินไว้แล้ว(ตอนต้นปีที่แล้วมองไว้ว่า 1180) เพราะงั้นตอนนี้เลยใช้หลักการเดียวกันในการวัดการเคลื่อนที่ครับ
ผู้สนใจลองหาข้อมูลพื้นฐานเพิ่มเติมดูนะครับ
***หมายเหตุ เป็นเพียงการแชร์ความรู้เชิงกราฟแพทเทิร์นเท่านั้นไม่ได้เจตนาชี้นำในการลงทุนแต่อย่างใด
SET50 4H ยังไม่สามารถยืนเหนือ 765-767 ได้ก็เป็นลงSET50
4H ตราบใดที่ยังไม่สามารถยืนเหนือ 765-767 ได้ก็ยังคงเป็นการ
เด้งเพื่อลงต่ออยู่ดี ขา SHORT ยังคงแข็งแกร่ง
หากเด้งมา มีแนวต้านคือ 747-750/ 756/ 765 ที่สามารถ SHORT ได้
กลับกัน หากเด้งปิด Gap ที่เปิดไว้ ก็ยังมี เส้นนำทางสีน้ำเงิน คือ 765
ซึ่งผ่านได้ยาก เพราะโดน เส้นค่าเฉลี่ย 50 วันกดอยู่
แต่ถ้าหากเด้งไม่แรงแล้วไหลลงต่อ มีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับด้านล่าง
คือ 725-722/ 715 ตามลำดับ
หากถึงบริเวณนั้นมีโอกาสเด้ง 1 รอบ แต่ภ้าเด้งแล้วยังคงไม่เบรกยืนเหนือ
765 ก็ยังต้องโดนกดอยู่ดี
และมีโอกาสไหลลงอีกรอบ และอาจไหลถึงแนวรับ 700-705 ก่อนที่จะเด้ง 1 ทีกลับไปแถว 725 และถ้าไม่ข้ามก็จะไหลต่อตามเทรนด์
โดยถ้าหากวัดเป้ารูปแบบสามเหลี่ยมก็มีโอกาสลงถึง 725 ถ้าหากเด้งแล้วไม่แรง
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
4. ผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมา ไม่สามารถวัดหรือการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ว่าจะดีเหมือนในอดีตหรือไม่ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องเข้าใจหลักและวิธีการเงื่อนไขการลงทุน และผลตอบแทน ความเสี่ยงที่ได้รับก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
SET Index ใน Timeframe 1W (รายสัปดาห์)🔎 Elliott Wave Analysis - SET Index (TF: 1W)
จากกราฟ SET Index ใน Timeframe 1W (รายสัปดาห์) พบว่า SET กำลังเคลื่อนที่อยู่ใน Corrective Wave โดยโครงสร้างปัจจุบันมีความเป็นไปได้ของการจบใน WXY Correction ภายในคลื่น (C) ของ Cycle ใหญ่
---
📌 Elliott Wave Structure (คลื่นหลักที่เกิดขึ้น)
1️⃣ ระดับ Cycle (สีแดง) - A-B-C Correction
📉 (A) : เริ่มต้นจากช่วงโควิดปี 2020 ที่ราคาร่วงลงแรง
📈 (B) : เป็นการรีบาวด์ แต่ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่
📉 (C) : กำลังดำเนินอยู่ โดยมีโครงสร้างเป็น WXY Correction
---
2️⃣ ระดับ Primary (สีส้ม) - WXY Pattern
✅ W : ขาลงแรกของ Correction
✅ X : การรีบาวด์สั้น
✅ Y : กำลังดำเนินต่อไป คาดว่าจะลงไปหา 969 - 813 จุด
---
📌 วิเคราะห์แนวโน้มราคา & Target Levels
📍 แนวรับสำคัญ
🔸 1,076 จุด (Fibonacci 1.0) → แนวรับแรก
🔸 969 จุด (Low ก่อนหน้า) → จุดที่อาจมีแรงซื้อ
🔸 813 จุด (Fibonacci 1.618) → เป้าหมายลึกสุดของคลื่น (C)
📍 แนวต้านสำคัญ
🔹 1,240 - 1,300 จุด → แนวต้านแรกของการรีบาวด์
🔹 1,506 จุด → หากราคาสามารถเบรกขึ้นไป อาจเปลี่ยนโครงสร้างเป็นขาขึ้น
---
🔮 รูปแบบการจบของคลื่น (C) ได้อย่างไร?
📌 1️⃣ จบแบบ Zig-Zag (A-B-C) ธรรมดา
- หาก SET ลงไปถึง 969 จุด แล้วมีแรงซื้อ อาจจบที่จุดนี้
- หากราคาลงลึกถึง 813 จุด มีโอกาสจบคลื่น (C)
📌 2️⃣ จบแบบ Extended Wave (ขยาย)
- หากหลุด 969 จุด และยังไม่มีแรงซื้อ อาจเกิดการขยายของคลื่น (C) ไปถึง 813 จุด
📌 3️⃣ จบแบบ Ending Diagonal (รูปแบบลิ่ม)
- หากราคาลงมาในกรอบ 969 - 813 จุด แล้วเกิด Divergence ของ RSI หรือ MACD อาจเป็นสัญญาณกลับตัว
---
📌 สรุปแนวทางการเทรด
✅ หากต้องการซื้อ ควรรอดู แนวรับสำคัญ 1,076 - 969 จุด พร้อมสัญญาณกลับตัว
✅ หากต้องการ Short Sell ควรจับจังหวะรีบาวด์ไปที่แนวต้าน 1,240 - 1,300 จุด
✅ หากหลุด 969 จุด เป้าหมายต่อไปคือ 813 จุด (Fibonacci 1.618)
📢 ข้อควรระวัง: ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน ควรรอดูพฤติกรรมราคาก่อนเข้าเทรด 🚨
KZM ระบบเทรด killer zone ใช้ยังไงทำไมกำไรบวกเกิน 80%KZM ระบบเทรด killer zone
ใช้ยังไงทำไมกำไรบวกเกิน 80%
👰 กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับบทความๆดีๆที่มีให้อ่านกันไม่รู้จักเบื่อ หากใครกำลังมองหาระบบเทรดดีๆสักตัว มาครับแอดช่วยได้ ระบบเทรดที่สามารถทำกำไรได้80% ขึ้นไปจนถึงหลัก ร้อยและหลักพัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มาครับตามมาดูมาอ่านกันดีกว่าว่ามันใช้ยังไง บทความนี้มีคำตอบครับ
Killer Zone Model หรือ ชื่อย่อก็คือ KZM
KZM เป็นแนวคิดในการครอบครองพื้นที่ (โซน) ในการเทรดหรือการวางกรอบการเทรดนั่นแหละ ซึ่งสามารถสร้างกำไรจากการเทรดได้อย่างสม่ำเสมอ โดย KZM เชื่อว่าราคาในการสวิงในตลาดไม่มีทางสูงหรือต่ำตลอดไปและราคาไม่มีทางเป็น 0
ระบบการเทรดนี้มีลักษณะเหมือนและคล้ายระบบปิด (Close system) โดยจะไม่มีการเติมเงินเข้าไปในระบบอีกเลย ย้ำนะฮะ เราเป็นสายแช่ สายรอฮะ ไม่เน้นเติม
โดยการนำกำไรหรือ Cash Flow ที่ได้จากการเทรด มาปรับเพิ่มออเดอร์ เพื่อสร้างกำไรเพิ่มเติมภายในพอร์ต ซึ่งหมายความว่าก่อนจะทำการเทรด เราต้องสร้างแผนการเทรดแล้วเทรดตามระบบ
ต้องมีการคำนวนไว้เรียบร้อยแล้ว ว่าระบบที่เราจะใช้เทรดนั้นต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ ใช้เวลายาวนานประมาเท่าใด ระบบนี้เน้นเรื่องการอยู่รอดในตลาดได้นานๆ ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เก็บสะสม Cash Flow (CF) นะครับไม่เน้นฝาก และไม่เน้นถอนด้วย เน้นสร้างกำไรแบบเติบโตจริงๆ
หลักการทำงานของ KZM
1. กำหนดโซนในการเข้าเทรด และแบ่งเงินออกเป็นกองๆ สำหรับซื้อขายในโซนนั้นๆ เช่น โซนราคา $10 - $30
2. ต้องมีการคำนวนราคาและลอทที่ออกในทุกๆ ออเดอร์ที่ซื้อขาย โดยคำนวณทุนที่ใช้ในแต่ละ Position
3. ระบบนี้ไม่มีการตั้ง Stop Loss ไม่ว่ากราฟจะลงหรือขึ้น และไม่ว่าจะติดลบแค่ไหน ก็จะเปิดออเดอร์ Buy ไปเรื่อยๆ และไม่ Take Profit จนกว่าจะถึงจุดที่พอใจ ระบบนี้จึงใช้ทุนหนาพอสมควรนะฮะ
KZM ทำกำไรอย่างไร ?
เป็นระบบที่เชื่อว่าราคาจะไม่มีวันเป็น 0 โดยเราจะทำการเปิดออดอร์ Buy ไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าตลาดจะเป็นช่วงขาลง เราก็ยังทยอยเข้าซื้อไปเรื่อยๆ เช่นซื้อทอง ที่ราคา 2900 และราคาดิ่งลงฮวบๆแต่เราก็ยังทยอยซื้อเพิ่มอยู่ดี เมื่อเทรนด์ในตลาดเป็นเทรนด์ขาขึ้นกลับมา และถึงจุดที่เราพึ่งพอใจ จึงค่อย Take profit
ความเสี่ยงที่นักเทรดต้องแบกรับให้ได้เมื่อใช้ KZM คือ
การที่เราจะต้องทนติดลบในปริมาณมากๆ เมื่อตลาดกลายเป็นเทรนด์ขาลง การเทรดส่วนใหญ่จึงมักลงทุนใน Position ที่น้อยๆเป็นหลัก แต่ทุนหนามาก
ข้อดี KZM
1. ไม่ต้องเติมเงินบ่อย สามารถทำกำไรได้ในระยะยาว
2. ทำกำไรได้ในระยะยาว จากการ Take profit เมื่อถึงจุดที่เราพอใจ ก็นำเงินไปขยายในทรัพย์สินอื่นๆได้อีกต่อ
3.ระบบ KZM ช่วยให้เราได้ฝึกคำนวณทุนที่ใช้ต่อ 1 Position อีกทั้งยังได้ฝึกบริหารจัดการเงินในการลงทุน (Money Management) อีกด้วย
ข้อเสีย KZM
1.ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำกำไรในระยะสั้นๆ
2.ไม่เหมาะสำหรับคนที่รีบใช้เงิน เพราะเงินร้อน ใจร้อน ย่อมทำให้ขาดทุนได้ง่าย
3. ออเดอร์อาจจะเยอะ จนตาลาย ลายตาไปหมดฮะ
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับระบบเทรด KZM แม้ว่าระบบการเทรดนี้จะเน้นการเทรดในระยะยาว แต่เราไม่จำเป็นต้องเทรดกันเป็นปีๆก็ได้ครับ สามารถเอามาปรับใช้ให้สั้นลงได้เช่นกันเช่น 2-3 เดือนก็ว่ากันไปแล้วแต่ความชอบส่วนตัว
ที่สำคัญคือบริหารเงินในหน้าตักเราให้เป็นและรัดกุมมากที่สุดครับคือสิ่งสำคัญ ฝึกไว้เยอะๆแล้วเราจะเก่งเอง แอดเอาใจช่วยทุกท่านให้เทรดได้เงินสะสมเยอะๆครับ
US30, 4H เหมือนว่ากำลังทำกรอบสามเหลี่ยมUS30, 4H
เหมือนว่ากำลังทำกรอบสามเหลี่ยม ที่มีโอกาส หลุดลงมาหาแนวรับ 42000 ได้
และถ้าหากหลุดลงไปเลย มีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับถัดไปคือ 40,600-40700
และ โซน 40,000 ได้
สองโซนนี้มีโอกาสเด้งรีบาวน์ตามเทคนิคได้
กลับกันหากเบรกสามเหลี่ยมขึ้นด้านบน ก็จะมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 44,000
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
4. ผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมา ไม่สามารถวัดหรือการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ว่าจะดีเหมือนในอดีตหรือไม่ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องเข้าใจหลักและวิธีการเงื่อนไขการลงทุน และผลตอบแทน ความเสี่ยงที่ได้รับก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
SPX, 4H ปัจจุบันหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50,200 วันSPX, 4H
ปัจจุบันหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50,200 วัน
และหลุด parallel line มาแล้ว
ถ้าหากเด้งแล้วไม่สามารถเบรกเหนือ 5905 หรือระยะยาวเบรก 6150 ได้
มีโอกาสไหลลงต่อ โดยมีเป้าแนวรับแรกคือ 5395 โดยประมาณ
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
4. ผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมา ไม่สามารถวัดหรือการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ว่าจะดีเหมือนในอดีตหรือไม่ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องเข้าใจหลักและวิธีการเงื่อนไขการลงทุน และผลตอบแทน ความเสี่ยงที่ได้รับก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
SET@QUARTERLY ซึ่งใช้วิเคราะห์แนวโน้มของตลาดหุ้นไทยSET@QUARTERLY เป็นกราฟจากโปรแกรม TradingView ซึ่งใช้วิเคราะห์แนวโน้มของตลาดหุ้นไทยโดยอิงกับ Fibonacci Retracement และ Price Action ที่ผ่านมา
________________________________________
1. เหตุการณ์สำคัญในอดีตที่ระบุในกราฟ
จากกราฟเราสามารถระบุวันที่และราคาที่สำคัญได้ดังนี้:
1. 30 ม.ค. 1998 - ดัชนีต่ำสุดที่ 204.59 จุด
o เป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง (1997) ตลาดหุ้นไทยร่วงหนัก
o นักลงทุนต่างชาติเทขาย ทำให้ตลาดตกต่ำสุด
2. 28 ส.ค. 2007 - ดัชนีที่ 924.70 จุด
o เป็นช่วงตลาดฟื้นตัวจากวิกฤตต้มยำกุ้ง และมีการขยายตัวของเศรษฐกิจ
o ช่วงนี้เป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤติซับไพรม์ในปี 2008
3. 30 มี.ค. 2018 - จุดสูงสุดที่ 1852.51 จุด
o เป็นช่วงที่ SET Index ทำจุดสูงสุดใหม่ในยุคหลัง
o ตลาดหุ้นได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของ GDP ไทย
4. 31 มี.ค. 2022 - ดัชนีที่ 1718.55 จุด
o ตลาดหุ้นยังคงแกว่งตัวสูงจากแรงหนุนของการลงทุนภาครัฐและฟื้นตัวจากโควิด-19
o แต่เริ่มมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจาก Fed และสงครามรัสเซีย-ยูเครน
5. 31 ม.ค. 2025 - ดัชนี 1789.16 จุด
o ปัจจุบันตลาดเริ่มมีการปรับฐานจากระดับสูง และอยู่ในช่วงที่ต้องจับตาแนวรับสำคัญ
6. แนวรับต่ำสุดล่าสุด (7 ม.ค. 2025) ที่ 1173.13 จุด
o เป็นจุดต่ำที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2025 แสดงถึงแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา
________________________________________
2. วิเคราะห์แนว Fibonacci 61.8% ที่ 1183.85 จุด
Fibonacci Retracement 61.8% เป็นระดับที่สำคัญมาก เนื่องจากมักเป็นจุดกลับตัวของตลาด
🔹 ระดับ 1183.85 จุด เป็นแนวรับที่สำคัญมากในทางเทคนิค หากราคาปิดหลุดระดับนี้ ใน Q1/25
• อาจเกิด Bearish Breakout และมีโอกาสลงต่อเนื่อง
• แสดงถึงความอ่อนแอของตลาด และนักลงทุนอาจเริ่มตื่นตระหนก
• หากราคายืนอยู่เหนือแนวนี้ มีโอกาสที่ตลาดจะดีดกลับไปทดสอบแนวต้านที่กรณีดีมาก 1450 จุด อีกครั้ง
📌 ปัจจัยที่ต้องจับตาเมื่อราคามาถึงแนว 1183.85 จุด
• ดูวอลุ่มการซื้อขาย: ถ้าปริมาณซื้อขายต่ำ อาจเป็นสัญญาณของการร่วงต่อ
• ดูพฤติกรรมของแท่งเทียน: ถ้าเกิดแท่งเทียนกลับตัวแบบ Hammer หรือ Bullish Engulfing อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังรีบาวด์
• ดูปัจจัยพื้นฐาน: ข่าวสารเศรษฐกิจ เช่น นโยบายดอกเบี้ยของ Fed หรือ สภาพเศรษฐกิจไทย จะมีผลกระทบโดยตรง
________________________________________
3. วิเคราะห์แนวโน้มตลาดเชิงลึก
🔺 กรณีตลาดเป็นขาขึ้น (Bullish Case)
• ดัชนีต้องยืนเหนือ 1220 จุด และกลับไปยืนเหนือ 1450 จุด (Fib 78.6%)
• ต้องมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ และเม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาด
• ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ: การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง, แผนกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
🔻 กรณีตลาดเป็นขาลง (Bearish Case)
• หากดัชนีหลุดแนวรับ 1183 จุด ใน Q1/25 ตลาดอาจลงต่อเนื่อง ซึ่งต้องประเมินต่อไป
• ปัจจัยเสี่ยง: การชะลอตัวของเศรษฐกิจ, ปัญหาหนี้ครัวเรือน, สงครามหรือปัจจัยภายนอกที่กระทบความเชื่อมั่น
________________________________________
🔎 สรุปแนวทางการลงทุน
✅ ถ้าตลาดยืนเหนือ 1220 จุด - อาจเป็นโอกาสซื้อสะสม โดยดูเป้าหมายที่กรณีดีมาก 1450 จุด
🚨 ถ้าหลุด 1183 จุด - ใน Q1/25 อาจต้องระวังแรงขาย เกิดการลงต่อเนื่อง
SET 10/03/25 กรอบเลือกทาง 1173-1209 ลงต่อ หรือหยุดลงจะหยุดลง หรือลงต่อ
กรณีลง
- หลุด 1187.5 1173
กรณีดีดขึ้น
- เบรค 1209 ยืนได้
.
W : ขาลง os 00 / ค้าง ob
- ค้าง ob ถ้าเบรค 1242.5 ได้
D : ลงสุด / ค้าง ob
- ค้าง ob ถ้าเบรค 1210 ได้
240 : ขาลง 261.8+ TSu / ค้าง ob
- ค้าง ob คาดจิ้มลึก
- กรอบ 1173-1267.5
60 : ขาลง 00 / สกปฐ.
- 1173-1209
- ถ้าเบรค 1209 จะมีหัวขึ้น
- ขึ้น rsi ob หรือพา 240 ob
- ถ้าหลุด 1187.5 ลง test 1173 sw
- ถ้าหลุด 1173 ลงไป fibo W 240 60
15 5 : sw up test บน
Sentiment ตลาด SET เริ่มเห็นโอกาสการรีบาวสูงมากในเดือนมีนาคมจากข้อมูล ตลาด ของ SET100 เป็นเครื่องมือ Market Breadth ดึง ข้อมุลหุ้นมาจาก 100 ตัว
เครื่องมือตัวแรก
ADV/DEC MA เป็นเครื่องมือนับ หุ้นเขียว หุ้นแดง รายวันว่ามีหุ้นเขียวหรือหุ้นแดงเป็นจำนวนกี่ตัว และใส่ Moving avg20day เข้าไปเพื่อหาค่าเฉลี่ย
*** เส้น ค่าเฉลี่ยเริ่มใกล้จะสลับด้าน อย่างมีนัยยะ มีการเริ่มม้วนตัว
- เส้นสีม่วงแทน หุ้นแดง
- เส้นสีน้ำเงินแทน หุ้นเขียว
สรุป เริ่มมีการ ม้วนตัว มีนัยยะกำลังจะสลับด้านกัน แต่ต้องรอ อาทิตย์หน้าว่าจะสลับด้านกันไม๊กลับมาเป็น
Bullish มากกกว่า ตั้งแต่ วันที่ 3/10 2024 เส้น สีแดง bearish มากกว่าหลังจากนั้น ก็ยังมากกว่าเส้นสีน้ำเงินยาวมาถึง ปัจจุบัน 7/3/25
*** Trend Momentum
- เส้นสีแดง คือเส้น Bearish
- เส้นเขียว คือ Bullish
- เส้นน้ำเงิน คือ Reversal
-เส้นเหลืองคือ Pullback
สรุป เส้นสีแดง เริ่มมีการทำยอด ต่ำลง
เส้นสีเขียว มีการยก ตัวขึ้นแต่ ไม่ยังไม่มากพอ
เส้นสีน้ำเงิน เป็นตัวบอกว่า ตลาดอาจจะ reversal แต่ถ้าจะให้ดี เส้นสีเขียวต้องยกตามมาประกบ ด้วย
*** Above ma20 เป็น market breadth นับหุ้นที่ยืนเหนือ ma20
จำนวนหุ้นที่ ยืนเหนือ ma20 มีการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ SET100 ยังทำต่ำลง เกิดสัญญาณ Divergence
สรุป อาทิตยืหน้าเป็นตัวบอกว่า ตลาดจะขึ้นต่อหรือไม่ ถ้ามีการเริ่มทำ new high และ เส้นสีเขียว trend momentum เริ่มม เป็นไปได้สูงว่า ตลาดเริ่ม ขึ้นได้
SET จะเด้งขึ้น หรือ ลง ต่อไปลึกกว่าเดิม ให้ดูหลัง 7 มี.ค.68SET จะเด้งขึ้น หรือ ลง ต่อไปลึกกว่าเดิม ให้ดูหลัง 7 มี.ค.68
จากการวิเคราะห์เชิงเทคนิคของ SET Weekly โดยอ้างอิงจาก TD Sequential และ Keltner Channel ที่ตั้งค่า 21, 21, 3 พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโอกาสฟื้นตัวของตลาด ดังนี้:
________________________________________
🔹 TD Sequential - TD Buy Setup 9 (คอนเฟิร์มวันที่ 7 มี.ค. 2025)
• TD Buy Setup 9 บ่งบอกถึงจุดที่อาจเกิด Reversal (การกลับตัวขึ้น) โดยปกติแล้วสัญญาณนี้จะมีนัยสำคัญเมื่อราคาลงมาต่อเนื่องถึงแท่งที่ 9
• อย่างไรก็ตาม สัญญาณจะมีน้ำหนักมากขึ้นหากแท่งถัดไป (สัปดาห์ถัดไป) มี Bullish Price Flip หรือเกิดแท่งกลับตัวที่แข็งแรง
• ปัจจัยที่ช่วยยืนยันการฟื้นตัว:
o แท่งเทียนกลับตัว (Reversal Candle)
o Volume ที่เพิ่มขึ้น
o เกิด Bullish Divergence กับ RSI หรือ MACD
o Breakout แนวต้านสำคัญ (เช่นเส้น EMA หรือแนวรับสำคัญในอดีต)
________________________________________
🔹 Keltner Channel (KC) ตั้งค่า 21, 21, 3
• เส้น KC Upper Band และ Lower Band บ่งบอกถึงขอบเขตของแนวโน้มและความผันผวน
• จากกราฟปัจจุบัน ราคาลงมาต่อเนื่องและกำลังแตะ KC Lower Band ซึ่งอาจเป็นจุดพักฐานหรือเด้งขึ้น
• หากราคาสามารถยืนเหนือ Lower Band ได้ และมีแรงซื้อกลับ ก็มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น
• แต่ถ้าราคาทะลุ KC Lower Band ลงต่อ นั่นหมายถึงแนวโน้มขาลงยังคงแข็งแกร่ง
________________________________________
🔹 แนวรับและแนวต้านสำคัญ
• แนวรับสำคัญ: 1,170 – 1,190 (โซนที่ราคากำลังทดสอบ)
• แนวต้านสำคัญ: 1,210 – 1,220 (แนวเส้นกลางของ Keltner Channel และเส้น EMA)
________________________________________
🔹 โอกาสฟื้นตัวและแนวทางการเทรด
1. เฝ้ารอดูการยืนยันสัญญาณจาก TD Sequential
o ถ้าสัปดาห์ถัดไปเกิดแท่งเทียนกลับตัวแบบ Bullish เช่น Hammer, Engulfing, หรือ Morning Star อาจเป็นสัญญาณฟื้นตัว
2. จับตา Keltner Channel Lower Band
o ถ้าราคาสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือ KC Lower Band ได้ อาจเกิด Technical Rebound สั้น ๆ
3. Volume และ Indicator สนับสนุนหรือไม่
o ควรดูว่า RSI, MACD หรือ Volume มีสัญญาณกลับตัวสนับสนุนหรือไม่
4. กลยุทธ์การเทรด
o หากเกิดสัญญาณกลับตัว สามารถพิจารณา Long Position (ซื้อ) โดยตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดที่เพิ่งทำไว้
o หากราคาทะลุแนวรับ 1,170 ลงไป ควร หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อ จนกว่าจะเห็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน
________________________________________
📌 สรุปแนวโน้ม
• SET มีโอกาสเกิด Technical Rebound เนื่องจาก TD Buy Setup 9 และการทดสอบ KC Lower Band
• อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการยืนยันจากแท่งเทียนสัปดาห์ถัดไปและ Volume
• หากเกิดแท่งกลับตัวพร้อมแรงซื้อ อาจเป็นจุดเข้าเทรดระยะสั้นที่ดี
• ถ้าหลุดแนวรับ 1,180 ให้ระวังแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง
🔍 ติดตามการปิดแท่งวันที่ 7 มี.ค. 2025 อย่างใกล้ชิด! 🚀
SET ยังลงไม่จบ แต่หุ้นไทยไม่น้อยที่ทำ bottom pattern จบแล้วลองไล่เปิดดูหุ้นที่บวกดี ๆ ในสัปดาห์นี้ดูนะครับ มีหลายตัวมากที่เคลียร์ bottom setup (โดยเฉพาะ double bottom)ได้แล้ว ซึ่งน่าสนใจมาก ลองแหย่ดูนะครับ เผื่อบางทีช่วงนี้ตลาดจะเริ่มกลับตัวแล้วก็ได้
ปล. อย่าเสี่ยงกับหุ้น xd นะครับ มีโอกาสเสียมากกว่าได้นะครับ
04/03/25 วิเคราะห์จากกราฟ SET (Time Frame: WEEKLY)04/03/25 จากกราฟ SET (Time Frame: WEEKLY) ที่แสดง TD Sequential (BUY SETUP 9) และ Keltner Channel (KC)
🔎 TD Sequential - BUY SETUP 9
1. TD Buy Setup 9 ปรากฏขึ้น แสดงถึงภาวะ Oversold หรือมีโอกาสที่แนวโน้มขาลงจะเริ่มชะลอ และอาจมีการรีบาวด์ทางเทคนิค สัญญาณยืนยันแท่ง WEEK วันที่ 07/03/25
2. แท่งเทียนล่าสุดแสดงแท่งที่ 9 ของ TD Buy Setup ซึ่งหมายความว่าหากมีแท่งเทียนสีเขียวในช่วงถัดไป อาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวระยะสั้น
3. ดู Confirmation Signal (เช่น การปิดแท่งเทียนสูงกว่าค่ากลางของแท่งก่อนหน้า) เพื่อยืนยันว่าแรงขายอ่อนแรงลง
📈 Keltner Channel (KC)
1. ราคาต่ำกว่าเส้นล่างของ Keltner Channel ซึ่งหมายความว่าตลาดอยู่ในภาวะ Oversold และมีโอกาสที่ราคาจะดีดกลับเข้าสู่ Channel
2. แนวต้านที่สำคัญ อยู่บริเวณกลางของ KC (~1,303) และแนวต้านถัดไปอยู่ที่เส้นบน (~1,443)
3. หากราคาไม่สามารถดีดกลับเข้า KC ได้ อาจบ่งบอกถึงแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่งและมีโอกาสทำ Lower Low ต่อไป
🎯 กลยุทธ์เทรด
✅ สำหรับสายรีบาวด์ (Short-Term Bullish)
• หากราคาเริ่มปิดเหนือแท่งเทียนก่อนหน้า อาจพิจารณาเข้าซื้อเก็งกำไรโดยมีเป้าหมายที่ 1,219 - 1,303
• ตั้ง Stop Loss หากราคาหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 9 (ประมาณ 1,180)
❌ สำหรับสายเทรนด์ฟอลโลว์ (Trend Following Bearish)
• หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ KC และปิดต่ำกว่าระดับ 1,180 อาจเป็นสัญญาณให้เทรนด์ขาลงแข็งแกร่งต่อไป
• เป้าหมายแนวรับถัดไปอยู่แถว 1,150 - 1,125
🔔 สรุป
• TD Sequential Buy Setup 9 บ่งบอกว่าตลาดอยู่ในภาวะ Oversold และมีโอกาสเกิด Rebound
• Keltner Channel แสดงให้เห็นว่าราคาหลุดออกจาก Channel ซึ่งอาจมี Technical Rebound กลับเข้ามาหรือเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง
• ต้องรอการยืนยันสัญญาณ (เช่น การปิดแท่งเขียว) ก่อนเข้าซื้อเพื่อความปลอดภัย
📌 จับตาแนวรับ 1,180 และแนวต้าน 1,219 - 1,303 สำหรับการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า! หลัง 7 มีนาคม 2568 เป็นค้นไป
ฝึกอ่านกราฟช่วงนี้เห็นข่าวของเซ็ตมันออกมาเต็มไปหมดเลยก็เลยลองย้อนกลับไปดูหน่อยในอดีตที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ในอีกเมลหนึ่งที่ใช้วิเคราะห์หุ้นเป็นหลักช่วงของเดือนธันวาคมปีที่แล้วมันก็ยังไม่หลุดแผนอะไรนะครับเอาเป็นว่าตอนนั้นช่างมันอดีตไม่ต้องพูดเรามาพูดถึงปัจจุบันเลยกลับมาวิเคราะห์ใหม่ตามรูปที่เห็นนี่แหละครับคืออยากจะเล่าตามรูปลองอ่านทำความเข้าใจดูครับกราฟบนโลกใบนี้เป็นแบบนี้แหละไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากนี้เลยทีนี้การที่มันลงแบบต่อแท่งลงมามันไม่ใช่เรื่องที่ประหลาดแปลกใหม่อะไรเลยคือถ้ามันจะต่อแท่งลงในเดือนขนาดนี้นะแสดงว่า 1 แท่งคือ 1 เดือนเนี่ยมันลงต่อเนื่องเราก็ปล่อยให้มันลงไปถ้าเปรียบเทียบก็คือเราก็ปล่อยให้รถขนส่งมันไปขนส่งมาจากทางเหนือแล้วก็ให้มันลงไปทางใต้แล้วให้มันไปที่จุดพักรถขนส่งสินค้าก่อนเสร็จแล้วมันก็ต้องกระจายสินค้าก็คืออะไรทำ่side way สักพักนึงแล้วให้มันทำการบรรทุกใส่รถให้เรียบร้อยแล้วก็เตรียมส่งออกไปที่หัวเมืองต่างๆมันก็คือการที่จะเตรียมพุ่งขึ้นหรือจะพุ่งลงแค่นั้นเองสุดท้ายมันก็คืออะไรครับเกิด price action อะไรบางอย่างเราถึงค่อยเข้าออเดอร์ฉะนั้นในกรอบตรงนี้ฝั่งซ้ายก็มีประโยชน์เสมอฝั่งซ้ายที่
ตีกรอบเล็กๆมันคือเจ้าตลาดเอาไว้สร้างข่าวเพื่อให้เม่าเข้าออเดอร์ถ้าไม่เข้าใจก็จะเข้า order แบบมั่วๆถั่วเฉลี่ยไม้เข้าแบ่งไม้เข้าสุดท้ายก็จะโดนลากไปก่อนให้ขาดทุนสุดท้ายถ้าทนไม่ไหวก็ต้องตัดขายเพราะฉะนั้นสำคัญที่สุดก็คือ PA สำคัญสุด PA ในรูปแบบของ indicator PA ในรูปแบบของแท่งเทียนหรือ pa ในรูปแบบของเราเองที่เราจำได้ในรูปแบบนั้นๆที่เคยทำกำไรได้เอาภาพนั้นแหละมาใช้แค่นั้นเองบนโลกใบนี้ใช้แบบเดียวกันเลยส่วนการกระพือข่าวอะไรต่างๆมันอยู่ที่ด้านซ้ายของกราฟทั้งหมดนั่นแหละครับตามที่ตีกรอบให้คือจุดพักตัวนะครับลองสังเกตดูเอาตัวนี้ไปลองภาพดูกับทุกๆกราฟเลยบนโลกใบนี้อ่ะเห็นหมดเลย
Why Gold is the best ?ประเทศที่มีสำรองทองคำมากที่สุดในโลก!Why Gold is the best ?ประเทศที่มีสำรองทองคำมากที่สุดในโลก! เก็บไปทำไม?
👰 กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับบทความๆดีๆที่มีให้อ่านกันไม่รู้จักเบื่อ ช่วงนี้ทองคำพี่เค้ามารงจริงๆ วันนี้เรามาหาความรู้รอบตัวเกี่ยววกับทองคำกันบ้างดีกว่า ว่ามันเกี่ยวข้องกับประเทศชาติและเศีษฐกิจอย่างไร ทำไมพุ่งแรง ดิ่งแรงได้เบอร์นี้ มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
👉ประเทศที่มีสำรองทองคำมากที่สุดในโลกคือ สหรัฐอเมริกา โดยมีปริมาณทองคำสำรองอยู่ที่ 8,133.5 ตัน ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลล่าสุดจาก World Gold Council ณ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2024
👉ซึ่งสามประเทศที่ถือครองทองคำมากที่สุดรองลงมารวมกัน ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี และฝรั่งเศส กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นหนึ่งในผู้ถือครองทองคำสำรองรายใหญ่ที่สุด
👉 แม้ว่าเงินจะไม่ได้รับการหนุนหลังด้วยทองคำอีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลยังคงจัดเก็บทองคำแท่งในปริมาณมหาศาลเพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อรุนแรงหรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอื่นๆ
การสำรองทองคำทำงานอย่างไร
👉👉ทองคำทำหน้าที่เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว ในระดับที่แตกต่างกัน ในช่วงศตวรรษที่ 17 ถึง 20 ทองคำแท่งใช้ในการค้าระหว่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ ประเทศต่างๆ จึงจำเป็นต้องรักษาคลังทองคำไว้ด้วยเหตุผลทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง
👉👉 ประเทศส่วนใหญ่หยุดใช้ทองคำหนุนสกุลเงินของตนตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 1900 และ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศสุดท้ายที่เลิกใช้มาตรฐานทองคำอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1999 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงเก็บทองคำแท่ง ไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในกรณีเงินเฟ้อสูงหรือภัยพิบัติทางเศรษฐกิจอื่นๆ
👉👉 สำหรับธุรกิจ ทองคำถือเป็นสินทรัพย์โภคภัณฑ์ที่ใช้ในยา เครื่องประดับ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับนักลงทุนจำนวนมาก ทั้งสถาบันและรายย่อย ทองคำถือเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย
สหรัฐอเมริกามีทองคำสำรองอยู่ 8,133.46 ตัน ในช่วงที่ ระบบแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศของ เบรตตันวูดส์ กำลังเฟื่องฟู เมื่อสหรัฐอเมริกาเสนอที่จะจัดเก็บและปกป้องทองคำของประเทศอื่นเพื่อแลกกับเงินดอลลาร์ มีรายงานว่าระหว่าง 90% ถึง 95% ของทองคำสำรองของโลกทั้งหมดอยู่ในห้องนิรภัยของอเมริกา
👉👉หลายทศวรรษต่อมา สหรัฐอเมริกายังคงถือครองทองคำสำรองไว้มากที่สุด ทองคำคิดเป็นมากกว่า 75% ของเงินสำรองต่างประเทศ และ สหรัฐฯ ยังคงปกป้องทองคำที่เป็นของประเทศอื่นต่อไป ธนาคารกลางสหรัฐในนิวยอร์กเป็นผู้ดูแลทองคำที่เป็นของรัฐบาลต่างประเทศ ธนาคารกลาง และองค์กรระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ
ทำไมประเทศต่างๆ ยังถือสำรองทองคำ?
ทองคำช่วยให้รัฐบาลสามารถสำรองค่าเงินของตนเองได้เนื่องจากมาตรฐานทองคำไม่มีผลบังคับใช้แล้ว เหตุใดประเทศต่างๆ จึงยังคงถือทองคำสำรองไว้ มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ทองคำยังคงอยู่ในห้องนิรภัยของธนาคารกลางในสหรัฐอเมริกา
เช่นเดียวกับนักลงทุนรายบุคคล รัฐบาลจำเป็นต้องกระจายพอร์ตการลงทุนด้วย การถือตราสารการลงทุนประเภทต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและรับประกันความปลอดภัย
แม้ว่ามาตรฐานทองคำจะเป็นสิ่งในอดีตแล้ว แต่รัฐบาลของหลายประเทศยังคงเชื่อว่าการถือครองทองคำจะช่วยให้สกุลเงินของพวกเขามีเสถียรภาพในระดับหนึ่ง
ทองคำทำหน้าที่เป็นเครื่องป้องกันภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศ
10 อันดับประเทศที่มีทองคำสำรองมากที่สุด (ณ ตุลาคม 2023)
สหรัฐอเมริกา: 8,133.5 ตัน
เยอรมนี: 3,352.7 ตัน
อิตาลี: 2,451.8 ตัน
ฝรั่งเศส: 2,436.5 ตัน
รัสเซีย: 2,332.7 ตัน
จีน: 2,191.5 ตัน
สวิตเซอร์แลนด์: 1,040.0 ตัน
ญี่ปุ่น: 845.9 ตัน
อินเดีย: 800.8 ตัน
เนเธอร์แลนด์: 612.5 ตัน
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ แม้ทองคำจะราคาแพงขึ้นไปมากโขแล้ว แต่คนก็ยังนิยมเก็บกันอยู่เพราะมันเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยนั่นเอง หากเรามีเงินทุนสำรองมากพอแอดแนะนำว่าเก็บสะสมในรูปทองคำแท่งบ้างก็น่าจะดีนะครับ เอาใจช่วยทุกท่านให้เทรดได้เงินสะสมเยอะๆครับ
DXY (Dollar)เห็นยังไง วิเคราะห์ไปแบบนั้น
ไม่ยึดติดทฤษฏี มองถึงความได้เปรียบของรูปทรงกราฟที่เกิดขึ้น
นำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างผลตอบแทน !!
แต่ถ้าอยากรู้เหตุผลอย่างอื่นเพิ่มเติม
เข้ามารับชมได้ที่เพจ Order Concept
หรือพิมพ์ค้นหาที่ FacebooK : @OrderConceptFX ได้เลย
ไลฟ์วิเคราะห์ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
(เวลา 14:00 น.) เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ตลอด
ที่นี้เราจะไม่พูดถึงแค่เรื่องกราฟแบบมือใหม่
แต่เราจะพาไปเจาะลึกถึง Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)
ฝึกอ่านกราฟช่วงนี้เห็นข่าวออกมาอีกละตลาดหุ้นไทยเซ็ตตกหุ้นร่วงก็ยังงงๆว่ามันจะกังวลอะไรก็ในเมื่อมันต้องลงอยู่แล้วจะให้มันลงมาเท่าไหร่ก็ให้มันลงมาเลยจนกว่ามันสร้าง price action ขาขึ้นแล้วเราก็ค่อยช้อนซื้อกลับไปแค่นั้นเองวิเคราะห์เอาไว้เมื่อเดือนธันวาคมมันก็ลงไปตามแผนอยู่นะก็มาขัดเกลาเพิ่มเติมจากการมองในวันนี้เขาจะเห็นภาพประมาณนี้แหละสุดท้ายราคาปัจจุบันมันยังลงอยู่ก็อย่าเพิ่งไปเข้ามันแค่นั้นเองอย่าไปขวางรถสิบล้อรถสิบล้อมันกำลังจะลงมาอยู่ก็ปล่อยให้มันลงไปก็แค่นั้นเองอืมงง






















