ดัชนีตลาด
กราฟทะลุ OB แต่ยังไม่พ้นบ่วงWeak Highจะไหลต่อหรือFake ขึ้นแล้วเท
🧠 1. โครงสร้างตลาดปัจจุบัน (Market Structure)
✅ Weekly:
เกิด CHoCH → BOS ขึ้นใหม่ ยืนยันแนวโน้มกลับตัว
RSI เริ่ม Rebound จากโซนล่าง
อยู่ในโซน Premium → ใกล้ Weak High
✅ Daily:
ยืน BOS ได้อย่างมั่นคง + CHoCH แล้ว 2 รอบ
OB TF 1D กำลังโดนทดสอบอีกรอบ (ราคาระดับ 41,600–41,800)
✅ 4H:
มี BOS ขึ้นหลายรอบต่อเนื่อง
ปัจจุบันราคากำลังเข้า OB / FVG TF 4H แบบพอดี
RSI TF 4H เข้าใกล้เขต Overbought และมี “Bearish RSI Divergence” เบาๆ แล้ว
📍 bias สัปดาห์นี้: Neutral to Bearish
ถึงแม้โครงสร้างใหญ่จะกลับขึ้น แต่ราคาวิ่งเข้า OB Premium แล้ว และมีแรง RSI Divergence กด
⏳ liquidity:
ด้านบน: Weak High, Equal High (ยังไม่โดน Sweep)
ด้านล่าง: OB TF 4H ใกล้ 41,250 และ 40,800 เป็นโซนสำคัญ
📍 2. จุด POI สำคัญ
🟩 Buy POI
41,200–41,250: OB TF 4H + FVG + HL เก่า
40,800: Demand Zone TF 1D → จุดเด้งรอบใหญ่ครั้งก่อน
🟥 Sell POI
41,660–41,800: OB TF 4H / Daily → Zone ที่ราคากำลังเข้า
42,000: Weak High + EQH หากโดนกรอกแล้ว Reject = จุด Short ที่สวยมาก
🧭 สรุปแผนเข้าไม้สำหรับสัปดาห์นี้
📉 แผน B: Short เมื่อเข้า Premium แล้ว Reject
✅ Entry1: 41,660
✅ Entry2: 41,800
❌ SL: 42,050
🎯 TP1: 41,250
🎯 TP2: 40,800
💡 Trigger: RSI Bear + CHoCH TF 1H / 15m
📈 แผน A: Long เมื่อย่อกลับ OB
✅ Entry1: 41,250
✅ Entry2: 40,800
❌ SL: 40,620
🎯 TP1: 41,660
🎯 TP2: 41,900
💡 Trigger: RSI Bull + CHoCH TF 5m–15m
📌 สรุปสุดท้ายสัปดาห์นี้
🔹 โครงสร้างหลัก: Reversal Bullish แล้ว
🔹 โครงสร้างรอง: เริ่มเข้า Premium Zone
🔹 เน้นหาจังหวะ Short ระยะสั้น แต่ Long ได้หากย่อกลับ OB ล่าง
🔧 ถ้ายังไม่มี rejection จาก weak high → รอดู sweep ก่อนเข้า Short
#บันทึกเทรดน้า #roongee #playbooksmc
PC Or Phone is better forTradingเทรดในคอมหรือในมือถือดีกว่า PC Or Mobile Phone is better for Trading
เทรดในคอมหรือในมือถือดีกว่ากัน
👰 กลับมากันอีกแล้วกับบทความดีๆและเทคนิคการเทรดในหลายๆรูปแบบมาฝากกัน รอบนี้เรามาหยิบยกประเด็นและข้อถกเถียงต่างๆนาๆ สำหรับช่องทางแพลตฟอร์ในการเทรด ระหว่าง คอม PC และ มือถือ 1 เครื่องกันฮะ ดูสิว่าเทรดแบบไหนมันเทรดดีกว่ากัน มาครับ ตามมาอ่านกันเลยดีกว่า จะได้ข้อสรุปแบบไหนบ้างน๊า บทความนี้มีคำตอบครับ ตามมาอ่านกันได้เลย
👾 ทุกคนเคยคิดกันมั้ยครับ เรื่องช่องทางการเทรดเพื่อหาเงิน บางคนเทรดในมือถือกำไรดี๊ดี แต่พอมาเทรดในคอม อ้าวพัง ! แต่กลับกัน บางคนกลับเทรดในคอมกำไรดี๊ดี แต่พอไปเทรดในมือถือ ก็พังไม่เป็นท่าเหมือนกัน สรุปว่า มันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน ไม่เข้าใจเลยสักครั้ง ไอ้ที่เขาทำฉันนั้นก็ทำ แต่ทำและไม่เคยสมหวัง หรืออาจเป็นเพราะพื้นดวงหรือเปล่า หรือเป็นที่ราศีของดวงดาว!!!!!
👾 วกกลับเข้ามาต่อ เกือบหลุดไปกับเพลง เอาหล่ะสิ แล้วแบบนี้ ใครดีกว่ากันหล่ะ เราจะมาวิเคราะห์ความแตกต่างนี้กันฮะ ว่าแบบไหนดีกว่ากัน แล้วลองเอาไปพิจารณากันดู แล้วเทรดกันให้ถูกกับพฤติกรรมของเรากันดีกว่าเนาะ
การเปรียบเทียบเทรดผ่าน คอมพิวเตอร์ (PC/Laptop)และมือถือ
✅ ข้อดี-ข้อเสีย
คอมพิวเตอร์
✅ หน้าจอใหญ่ เหมาะกับการดูหลายกราฟพร้อมกัน
✅ ใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์ได้เต็มที่ เหมาะกับการวิเคราะห์เชิงลึก, เทรดระยะกลาง-ยาว
✅ พิมพ์คำสั่งได้แม่นยำ
✅ ใช้เครื่องมือช่วยเทรดได้หลากหลาย เช่น EA, script, multiple monitors
❌ ต้องอยู่กับที่ ไม่สะดวกพกพา
มือถือ
✅ คล่องตัว สะดวก พกพาง่าย ใช้ได้ทุกที่
✅ เหมาะกับการเข้าออกออเดอร์สั้น ๆ หรือดูพอร์ตระหว่างวัน
❌ หน้าจอเล็ก มองกราฟหรือข้อมูลเชิงลึกได้ยาก
❌ จำกัดการเปิดหลายหน้าจอหรือหลายกราฟพร้อมกัน
❌ไม่เหมาะกับการวิเคราะห์กราฟลึก ๆ
❌ ข้อผิดพลาดในการพิมพ์หรือวางคำสั่งเทรดสูงกว่า
สรุป
👉 รูปแบบการใช้งาน
👉มือถือ แนะนำให้ใช้ การเทรดแบบ Day Trade, Scalping
สำหรับความคล่องตัว
👉คอมพิวเตอร์ วิเคราะห์กราฟเชิงลึก, Swing trade, เทรดตามระบบ
👉 เทรดแบบผสม ใช้คอมในการวางแผน และใช้มือถือในการติดตามออเดอร์ระหว่างวัน
ข้อแนะนำ:
การเทรดผ่าน คอมพิวเตอร์ (PC/Laptop) และ มือถือ (Smartphone/Tablet) มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของเทรดเดอร์แต่ละคน เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ที่จริงจังกับการทำกำไร มักวิเคราะห์และวางแผนบนคอมพิวเตอร์ แล้วใช้มือถือเพื่อติดตามสถานะหรือเข้าตลาดอย่างรวดเร็วเมื่อจำเป็น
👿👿👿 เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พอจะได้ข้อสรุปกันบ้างแล้วหรือยังฮะ แอดแนะนำว่า ใครถนัดแบบไหน ใช้แบบนั้นดีกว่าฮะ เพราะต่างคนก็ต่างมุมมอง แต่ที่แน่ๆและสำคัญสุดๆก็คือ การหมั่นฝึกฝนและเรียนรู้การเทรดให้เข้าใจมากขึ้นจะดีกว่า อย่าลืมการใช้ระบบเทรดที่มีวนัย และการคำนวน MM เพื่อบริหารเงินในพอร์ตด้วยนะครับ แอดเอาใจช่วย แอดเชื่อว่าทุกคนทำได้ แค่เริ่มลงมือทำ สู้ๆฮะ
SET 13/09/25 ทรงยังดี แม้ไม่เบรคบน เบรค 1220.5 ยังคงขึ้นต่อ
หลุด 1196.5 ระยะสั้นถึงจะเริ่มกลับลง
.
W : ขึ้นรีบาวด์
- ปิดแท่งเขียว
D : ขึ้นรีบาวด์
- ob test 1457.7
240 : ขาขึ้น HH
- ob test 1288.5
- เบรค 1220.5 ยังขึ้นต่อ
60 : ขาขึ้น ที่มี Budi.
- os HL ถ้าไม่หลุด 1135.3
- เบรค 1220.5 ยังขึ้นต่อ
30 : ขาขึ้น HH HL
- ob test 1220.5
- กรอบ 1196.5-1220.5
HSI มีแนวต้านโซน 23,000-24,000 หากไม่ข้ามโซนนี้มีโอกาสย่อตัวสูงHSI
มีแนวต้านโซน 23,000-24,000 หากไม่ข้ามโซนนี้มีโอกาสย่อตัวสูง
โดยมีแนวรองรับที่ 19,840-19,000 และถ้าหากหลุด 19,000 จะมีแนวรับ 15,190
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET ติดแนวต้าน 1210-1220 และปัจจุบันมีแนวรับ 1195 SET
ติดแนวต้าน 1210-1220 และปัจจุบันมีแนวรับ 1195
หรือบริเวณแนวรับเส้น 50วัน โดยประมาณ
หากไม่หลุด จะสามารถเด้งได้ต แถมยังมี speed line รองรับอยู่
ซึ่งน่าจะเด้งได้ค่ะ และ ถ้าหากข้ามแนวต้าน 1220 ได้ก็มีโอกาสขึ้นข้าม 1280-1300
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET 09/05/25 อาจมีปรับฐาน ปิดเหนือ 1200.5 ยังไม่เสียทรงดีดขึ้นW : ขาลง กำลังรีบาวด์ เปิด 1200.3
- will ob test 1506.8
D : ขาลง กำลังรีบาวด์
- ob test 1457.7
240 : ob HH
- ลุ้นขึ้น 1288.5 ถ้าถึงมีหัวขึ้น(หัก)
60 : ขาขึ้น 00
- ขึ้น 00+ TSd.= จึง os
- os-L 1187.8 ถ้าไม่หลุดยังขึ้นต่อตาม fibo
- 5 มีหัวลง 1215.5 จึงพา 60 os
.
กรอบเล่น 60 = 1187.8-1220.5
- 5 กำลังพา 60 ย่อ test 1187.8
- 60 ถ้าไม่หลุด 1187.8 หรือ 5 เบรค 1215.5 จะกลับขึ้น test 1220.5
- 60 ถ้าหลุด 1187.8 หรือไม่เบรค 1220.5 จะกลับเป็นขาลง
SET50 หากไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50วันยังมีโอกาสขึ้นไปหาเป้า 810-81SET50 หากไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50วัน
หรือแนวรับแถว 770 ยังมีโอกาสขึ้นไปหาเป้า 810-814 กับ 825-827 ได้
แต่ต้องข้าม high 794 ไปให้ได้ก่อน
แต่ถ้าหลุดแนวรับเส้นค่าเฉลี่ 50วัน หรือแถว 770 ก็จะไหลลงไปหา
แนวรับเส้น 200วันหรือแถวบริเวณ 755-750
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
set 07/05/25 ยืนกลับ 1200 ไม่ได้จะปรับฐานระยะกลางระยะยาวรีบาวด์
-โดยระยะกลางพาขึ้น
ระยะกลากจากขึ้นเริ่มมีปรับฐาน
-โดยระยะสั้นพาลง
.
D : ขาลง ob LH
- กำลังรีบาวด์ ยังไม่มี สญ.กลับลง
240 : ob HH
- ob ลุ้น 1288.5 ถ้าไม่ถึงยังค้าง os
- กำลังขึ้น ยังไม่มี สญ.กลับลง
60 : ขาขึ้น 00
- os HL กำลังปรับฐาน
- ถ้าไม่หลุด 1122.5 ยังไม่พัง
15 : ขาลง
- ถ้าไม่เบรค 1200.5 ลงต่อ
เฟดคงดอกเบี้ย ดอลลาร์ฟื้นตัวท่ามกลางเสี่ยงเงินเฟ้อการคาดการณ์รายสัปดาห์ของดอลลาร์สหรัฐ: ถ้าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) … ?
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องรายสัปดาห์ แต่ยังต่ำกว่า 100.00
ความกังวลเรื่องภาษีศุลกากรที่ผ่อนคลายลงอาจช่วยต่ออายุการฟื้นตัวชั่วคราวของดอลลาร์
ธนาคารกลางสหรัฐอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสัปดาห์หน้า
ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทำสถิติปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง ขยายการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากระดับต่ำสุดกลางเดือนเมษายน แม้ว่าจะยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่ 100.00 บนดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ยังไม่ถูกทะลุผ่าน
หลังจากที่ร่วงลงเกือบ 9% จากจุดสูงสุดต้นเดือนมีนาคมและหลุดต่ำกว่า 98.00 เมื่อเดือนที่แล้ว ดอลลาร์ได้ค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมา การฟื้นตัวรอบล่าสุดนี้ได้รับแรงหนุนบางส่วนจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ผ่อนคลายลง แม้จะไม่มีความคืบหน้าใหม่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
การปรับขึ้นในสัปดาห์นี้ยังสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งพุ่งขึ้นแตะระดับสูงหลายวันในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่าเงินดอลลาร์ แม้แรงส่งโดยรวมยังจำกัด
เรื่องภาษีศุลกากรผ่อนแรง...ชั่วคราว
สัปดาห์นี้ทำเนียบขาวไม่ได้ประกาศมาตรการภาษีใหม่ แต่ทิศทางนโยบายการค้ากลับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ความสนใจหันไปที่การคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจลดภาษี 145% ที่เคยประกาศต่อสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งถือเป็นการหันเหอย่างมากจากท่าทีแข็งกร้าวก่อนหน้า แม้ช่วงเวลาและขอบเขตการลดภาษียังไม่ชัดเจน แต่เพียงความเป็นไปได้นี้ก็สร้างความสนใจในตลาดแล้ว
ทรัมป์กล่าวว่าเขาพร้อมที่จะผ่อนปรนภาษี โดยให้เหตุผลว่าจีนมีความเต็มใจที่จะทำข้อตกลงที่เป็นธรรม นอกจากนี้ เขายังเสริมว่าการเจรจาการค้าอยู่ในภาวะ “เคลื่อนไหว” และ “มุ่งไปในทิศทางที่ถูกต้อง”
การเคลื่อนไหวนี้จะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ประธานาธิบดีถอยห่างจากนโยบายเศรษฐกิจสุดโต่งหลังเผชิญปฏิกิริยาลบจากตลาด ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยกเลิกการขู่เก็บภาษีทั่วกระดานหลังตลาดร่วงแรง อ่อนท่าทีต่อประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ และอ้างถึงความสำเร็จทางการค้ากับแคนาดาและเม็กซิโกที่ภายหลังถูกมองว่าเป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าภาษียังคงเป็นดาบสองคม แม้ว่าราคาในระยะสั้นอาจลดความร้อนแรงลง แต่กำแพงการค้าที่คงอยู่เสี่ยงจะก่อให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อรอบสอง บั่นทอนอุปสงค์ผู้บริโภค ชะลอการเติบโต และอาจกระตุ้นความเสี่ยงภาวะเงินฝืด หากความตึงเครียดทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น Fed อาจต้องทบทวนท่าทีประเมินสถานการณ์แบบรอดู
Fed คงดอกเบี้ย พาวเวลล์เตือนความเสี่ยง “stagflation”
Fed คงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานที่ 4.25%–4.50% ในการประชุมวันที่ 19 มีนาคม โดยยังคงระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับภาวะ “stagflation” (เศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อสูง) กรรมการปรับลดประมาณการการเติบโต GDP ปี 2025 เหลือ 1.7% จาก 2.1% และขยับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นเป็น 2.7% บ่งชี้ถึงมุมมองเศรษฐกิจที่เปราะบางมากขึ้น
พาวเวลล์ใช้โทนระมัดระวังในการแถลงข่าวหลังการประชุม โดยระบุว่า “ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน” ในการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่เขายอมรับว่าภาษีที่เพิ่งประกาศใช้ “มากกว่าที่คาด” และเตือนว่าการที่เงินเฟ้อสูงควบคู่กับอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นอาจคุกคามพันธกิจสองด้านของ Fed
ในการกล่าวที่ Economic Club of Chicago พาวเวลล์ชี้ถึงสัญญาณการอ่อนแรงของเศรษฐกิจ เช่น การใช้จ่ายผู้บริโภคที่ซบเซา ความเชื่อมั่นธุรกิจที่อ่อนตัว และการนำเข้าสินค้าจำนวนมากก่อนภาษี—all of which อาจถ่วงการเติบโตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เขาย้ำว่านโยบายการเงินจะยังคงหยุดนิ่งในขณะที่ Fed ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ล่าสุด
ก่อนเข้าสู่ช่วงเงียบข่าวก่อนประชุม (blackout period) เจ้าหน้าที่ Fed ส่งสัญญาณระมัดระวัง โดยเน้นความจำเป็นในการประเมินผลกระทบจากภาษีรอบใหม่ที่ฝ่ายบริหารทรัมป์ประกาศ
ความกังวลเงินเฟ้อพุ่ง ดอลลาร์อ่อนจากความเสี่ยง stagflation
ดอลลาร์สามารถสลัดความกังวล stagflation ออกไปบางส่วนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจโตอ่อนแต่เงินเฟ้อดื้อด้าน ช่วยเติมความมั่นใจให้กับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม การลากตัวของภาษี การชะลอตัวภายในประเทศ และความเชื่อมั่นที่อ่อนแอเป็นเชื้อไฟที่ถ่วงดอลลาร์ในระยะนี้
เงินเฟ้อยังคงสูงเกินเป้าหมาย 2% ของ Fed ตามที่ดัชนี CPI และ PCE ล่าสุดยืนยัน สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นจากตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างคาดไม่ถึง ขัดแย้งกับการคาดการณ์การชะลอตัวที่รุนแรง และทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยทันทีลดลง
แรงกดดันเพิ่มขึ้นเมื่อความคาดหวังเงินเฟ้อผู้บริโภคขยับสูงขึ้น การสำรวจล่าสุดของ New York Fed ชี้ว่า ชาวอเมริกันคาดว่าราคาจะขึ้น 3.6% ในปีหน้า จาก 3.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสูงสุดตั้งแต่ตุลาคม 2023 อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังระยะยาวยังคงมีเสถียรภาพ สะท้อนความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือระยะยาวของ Fed
ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งในเดือนเมษายน โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ สร้างงานใหม่เกินคาด (+177,000 ตำแหน่ง) ขณะที่อัตราว่างงานคงที่ที่ 4.2% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่สะท้อนผลกระทบของภาษีหลัง “Liberation Day” ซึ่งนักลงทุนจะจับตาประเมินจากข้อมูลในอนาคต
ณ ตอนนี้ การผสมผสานระหว่างเงินเฟ้อดื้อดึง ความไม่แน่นอนด้านการค้า และปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ คาดว่าจะยังคงกดดันดอลลาร์สหรัฐ และสร้างความผันผวนต่อเนื่องในระยะใกล้
แผนภูมิแสดงให้เห็นว่าความคาดหวังเงินเฟ้อกำลังสูงขึ้น ขณะที่ความผันผวนของดอลลาร์ยังอยู่ในระดับสูง—สะท้อนความตื่นตระหนกของตลาดต่อความเสี่ยง stagflation และความไม่แน่นอนของนโยบาย Fed
อะไรต่อไปสำหรับดอลลาร์?
ความสนใจในสัปดาห์หน้าจะจับจ้องไปที่การประชุม Fed โดยตลาดคาดการณ์กว้างขวางว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ย รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนเมษายนที่แข็งแกร่งตอกย้ำท่าทีรอดูของ Fed ลดโอกาสการเปลี่ยนนโยบายในทันที
นอกจาก Fed แล้ว ตลาดจะจับตาความเคลื่อนไหวในด้านการค้า โดยเฉพาะสัญญาณความคืบหน้าหรือการยกระดับความขัดแย้งในข้อพิพาทภาษีสหรัฐฯ-จีน
DXY ยังคงมีแนวโน้มขาลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ยังคงเผชิญแรงกดดันขาลงอย่างหนัก โดยซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (104.41) และ 200 สัปดาห์ (102.71) ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าแนวโน้มขาลงโดยรวมยังคงอยู่
ระดับแนวรับสำคัญที่ต้องจับตาคือ 97.92 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปี 2025 เมื่อวันที่ 21 เมษายน และจุด pivot วันที่ 30 มีนาคม 2022 ที่ 97.68 ส่วนแนวต้านในการฟื้นตัว ได้แก่ ระดับจิตวิทยา 100.00 ตามด้วยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 55 วัน ที่ 103.22 และจุดสูงสุดวันที่ 26 มีนาคมที่ 104.68
ตัวชี้วัดโมเมนตัมยืนยันแนวโน้มขาลง ดัชนี Relative Strength Index (RSI) ลดลงมาอยู่ที่ 42 ขณะที่ Average Directional Index (ADX) พุ่งเกิน 52 บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่งขึ้น
Scalping trading strategy เทรดสั้นยังไงให้ได้กำไรScalping trading strategy
เทรดสั้นยังไงให้ได้กำไร
👰 กลับมากันอีกแล้วกับบทความดีๆและเทคนิคการเทรดสั้นยังไงให้ได้กำไร เพราะการเทรดสั้นนั้นสามารถทำกำไรได้เร็วนั่นเอง มาครับ มาดูกันว่ารอบนี้เราจะใช้สูตรการเทรดสั้นแบบไหนกันบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย
👾 คนส่วนใหญ่มักนิยมการเทรดสั้นเพราะว่ามันเร็ว และใช้เวลาไม่นาน แต่ในความเร็วนั้นแฝงไปด้วยกำไรและขาดทุนแบบเต็มๆ แล้วต้องเทรดยังไงให้ได้กำไรมากกว่าขาดทุนหล่ะ บทความนี้มีคำตอบ
👴 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนเริ่ม Scalping trading strategy
👿 กลยุทธ์ Scalping เราจะใช้เทคนิคการเทรดในระยะสั้นมากๆ โดยที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เรียกสั้นๆว่า "เก็งกำไร"
👿 Scalping มักจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดที่มีสภาพคล่องสูงและมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะทำให้ การซื้อขาย เปิด ปิด ตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วในทันทีที่ตลาดเคลื่อนไหว
👿 เราจะได้กำไรเล็กน้อยจากการซื้อขายในแต่ละครั้ง โดยคาดหวังการเก็บเล็กผสมน้อยนั่นเอง การเทรดแบบนี้จะทำให้เราได้กำไรน้อย แต่มีโอกาสทำกำไรได้หลายครั้ง
👿 เมื่อกำไรน้อย ความเสี่ยงย่อมน้อยตาม กำไรเล็กน้อยทั้งหมดจะสะสมไว้ ในพอร์ตของเรา เพื่อเป็นทุนในการเทรดต่อไป
👿 การเทรดสั้น Scalping จำเป็นต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัด
👿 สภาพแวดล้อมและจิตใจก็สำคัญมากอันดับหนึ่ง หากเราเลือกเส้นทางการเทรดนี้ เพราะราคาขยับเพียงเล็กน้อย ก็ได้กำไรหรือขาดทุนแล้ว ดังนั้นอารมณ์จึงสำคัญอย่างยิ่ง
กลยุทธ์การซื้อขายจะประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก
1. การวางแผน
2. การวางคำสั่งซื้อขาย
3.การดำเนินการซื้อขาย
กลยุทธ์การซื้อขายส่วนใหญ่จะอิงตามปัจจัยทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน โดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณที่สามารถทดสอบย้อนหลังเพื่อกำหนดความแม่นยำได้
💂ตัวอย่างอินดิเคเตอร์และเครื่องมือที่ใช้
1. เส้น EMA หรือ MA 5 , 20 , 100
2. RSI
3. Stohastic
4. MACD ฯลฯ
💂วิธีการหาจุดเข้าในการเทรด Scalping trading strategy
👿 หลักๆ ต้องเลือกแนวโน้มเทรนด์ใหญ่เป็นหลัก แล้วหาจุดเข้า ทั้งขาบายและขาเซลดังนี้
ขา BUY เข้าทำกำไรตามเทรนด์ใหญเป็นหลัก แต่เก็บกำไรสั้นๆ เข้าเร็วออกเร็ว
ขา SELL เน้นเข้าทำกำไรช่วงราคาย่อลง ตามคลื่นรอบเล็ก เก็บกำไรสั้นๆ เข้าเร็วออกเร็ว
👿👿👿 แม้ว่าระบบการเทรดจะง่ายขนาดไหน แต่หากเราไม่หมั่นฝึกฝนและพยายามหรือแม้แต่การลงมือปฏิบัติจริง ผลลัพธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นนะครับ ที่สำคัญสภาพอารมณ์และจิตใจสำคัญมากๆในการเทรดสั้นแบบนี้ อย่าลืม เตรียมเงิน เตรียมใจ และเตรียมแผนการเทรดให้ดีครับ แอดเอาใจช่วย แอดเชื่อว่าทุกคนทำได้ แค่เริ่มลงมือทำ สู้ๆฮะ
SET ติดแนวต้าน 1210 หากยืนได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1230SET
ติดแนวต้าน 1210 หากยืนได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1230
และ ถ้าย่อตัวไม่หลุด 1200-1190 ซึ่งเป็นแนวรับเส้น 200 วัน หรือไปต่อเลยแบบไม่ย่อ
จะมีโอกาสขึ้นไป 1280-1300 ได้
กลับกัน หากไม่ข้าม 1210 หรือไปติด 1230 แล้วย่อตัวแรงหลุด 1200
จะมีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับ 1170 หรือ 1162 แถวเส้นค่าเฉลี่ยราย 50วัน
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
ระบบเทรด EOD สำหรับคนชอบเทรดกราฟเดย์ TF DAYระบบเทรด EOD
สำหรับคนชอบเทรดกราฟเดย์ TF DAY
👰 กลับมากันอีกแล้วกับบทความดีๆและความรู้ใหม่ๆแน่นๆให้เหล่าชาวเทรดเดอร์ วันนี้แอดเาใจมือใหม่หัดเทรดกันครับด้วยระบบเทรดแบบง่ายๆและเบสิคสุดๆ อ่านจบเทรดเป็นได้เลย มาครับ มาตามอ่านกันดีกว่า
👾ระบบการเทรด EOD ย่อมาจาก End of Day เป็นการนำข้อมูลทางเทคนิคมาวิเคราะห์หลังตลาดปิดทำการหรือจบวัน จบแท่งเดย์นั่นเอง เพื่อวางแผนการเทรดในวันต่อไป
👾โดยทั่วไปแล้วระบบการเทรด EOD จะใช้กับไทม์เฟรม Daily อย่างเดียว เพราะว่าง่ายต่อการดูทิศทางของตลาด แต่เราสามารถใช้กับไทม์เฟรมอื่น ๆ ได้ เพื่อมาวิเคราะห์ ตลาดในแต่ละ Session ในการเข้าทำกำไร
👾 รูปแบบการเทรดนี้จะทำให้เราไม่ต้องสู้กับความผันผวนในตลาดที่น่าหวาดเสียว และไม่ต้องเฝ้าจอนานๆ ไม่เครียดด้วย เหมาะกับเพื่อนๆ ที่ไม่ชอบเทรดความเสี่ยงสูง
💂หลักการเทรดเบื้องต้นของระบบเทรด EOD
ใช้ลักษณะของแท่งเทียนและแนวโน้มของเทรนด์เป็นหลัก ผ่านอินดิเคเตอร์ตัวเบสิค และทำการเข้าเทรดเมื่อราคามาถึงจุดย่อของแท่งเทียนเดิม และมีการใช้เส้น ค่าเฉลี่ย ATR เป็นตัวช่วยในการปิดออเดอร์หรือเก็บกำไร และที่สำคัญมากๆ คือ เป็นระบบเทรดระยะกลางจนถึงการเทรดระยะยาว การทำกำไรจะได้ผลดีในการเทรดเพียงครั้งเดียวต่อรอบ และต้องใช้เงินทุนสูงนิดนึงนะฮะ
💂สิ่งที่จำเป็นต้องรู้ในการเทรดระบบ EOD
1. ลักษณะของแท่งเทียน candlesticks แบบเบสิคที่เราสามารถเห็นได้บ่อย
2. รูปแบบ Chart Pattern ใช้แบบทั่วไปได้เลยไม่เยอะ
3. ช่องว่างระหว่างราคา (Gap)ในบางครั้งอาจมีมาบ้าง
แท่งเทียนวันก่อนหน้าเป็นสิ่งสำคัญมากของระบบนี้ จดจำและดูทิศทางของแท่งเทียนวันก่อนหน้าก่อน ว่าเป็นแบบ Bullish หรือ Bearlish ก่อนที่จะเปิดออเดอร์ในการเทรด
💂การตั้งค่าอินดิเคเตอร์เครื่องมือที่ใช้
1. CCI และ Stochastic
CCI ใช้ค่า Length: 40 และ Source: HLC3 ตีเส้นแนวนอนที่ 0
Stochastic ใช้ค่า %K: 5 %D: 3 Slowing -2 Price Field: Low/High
💂วิธีการเทรดและการอ่านอินดิเคเตอร์
💂1. การอ่านค่า CCI
CCI อยู่เหนือเส้นกึ่งกลาง เป็นเทรนด์ขาขึ้น
CCI อยู่ใต้เส้นกึ่งกลาง เป็นเทรนด์ขาลง
💂 2. การอ่านค่า Stochastic
STO อยู่โซน Oversold ราคามีโอกาสกลับตัวขึ้น
STO อยู่โซน Overbought ราคามีโอกาสกลับตัวลง
ข้อดีและข้อเสียของการเทรดระบบ EOD
ข้อดี
1. เป็นระบบที่เข้าใจง่าย
2.เพราะเทรดไทม์เฟรมใหญ่ทำให้เจอสัญญาณหลอกน้อย
3. เป็นกลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์ ได้กำไรสูง
4. เหมาะกับคนไม่มีเวลาเฝ้ากราฟ
ข้อเสีย
1. มักจะพลาดโอกาสในการทำกำไรในระหว่างวัน และอาจต้องรอนานหลายวัน กว่าจะถึงเป้าหมาย TP
2. หากราคาตลาดเป็นไซด์เวย์นกรอบรายวัน เราจะเสียเวลานานกว่าเดิมเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือนได้เลย คนที่ชอบเราแล้วรอได้นานเท่านั้นถึงจะอบระบบนี้ฮะ
3. ไม่เหมาะกับคนใจร้อนที่ไม่สามารถถือออร์เดอร์ข้ามวันได้
4. จำนวนการเทรดน้อยจนถึงน้อยมาก
💂คำแนะนำเพิ่มเติม
1. สามารถปรับ Risk Reward ให้เหมาะสมกับการวิ่งของราคาได้
2..ให้ลองเทรดหลายๆคู่เงิน จะช่วยเพิ่มการทำกำไรได้ และการพลาดโอกาสการเทรดระหว่างวัน
3.อย่าลืม Back Test ก่อนใช้งานจริงฮะ
👿👿👿 แม้ว่าระบบการเทรดจะง่ายขนาดไหน แต่หากเราไม่หมั่นฝึกฝนและพยายามหรือแม้แต่การลงมือปฏิบัติจริง ผลลัพธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นนะครับ แอดอยากให้เราชาวเทรดเดอร์มือใหม่ ได้ลองพยายามและหมั่นฝึกฝน ลงมือทำ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ไม่มากก็น้อย สู้ๆนะครับ แอดเอาใจช่วย
S&P 500 ส่อแววขาลง! จับตาปัจจัยเสี่ยงจากจีน-สหรัฐ และฤดูกาลประกาดัชนี US500 กำลังอยู่ในช่วงของการปรับฐานอย่างรุนแรง หลังจากทะลุแนวรับสำคัญและเส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 และ EMA 50 ลงมา แม้ว่าจะมีการดีดกลับทางเทคนิคในระยะสั้น แต่ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ
🔍 ปัจจัยทางเทคนิคที่สำคัญ:
แนวต้านใกล้เคียง: 5530 – 5570 (Fibonacci 23.6%, EMA20)
แนวรับสำคัญ: 5145 (Fibonacci 38.2%) หากหลุดอาจลงต่อถึง 4516 (Fibonacci 61.8%)
RSI ประมาณ 40: ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน
MACD ยังอยู่ในแดนลบ: แสดงให้เห็นว่าแรงขายยังคงมีอยู่
🌐 ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลกระทบ:
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน เพิ่มขึ้น หลังจากจีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวและเริ่มการซ้อมรบทางทหารในช่องแคบไต้หวัน
ความไม่แน่นอนของนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และความกดดันทางการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่มีนาคม 2022
ฤดูกาลรายงานผลประกอบการ: Comerica รายงานผลเกินคาด ขณะที่บริษัทใหญ่ เช่น Tesla, RTX, Lockheed Martin เตรียมประกาศผลในสัปดาห์นี้
📉 แนวโน้มระยะสั้น:
มีแนวโน้มที่ดัชนีจะกลับไปทดสอบแนวรับที่ 5145 หากไม่สามารถทะลุแนวต้าน 5570 ได้ในเร็ว ๆ นี้ แนวโน้มโดยรวมยังคงเป็น ขาลง นักลงทุนควรระมัดระวังและรอจังหวะที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
SET รายชั่วโมง หากไม่สามารถยืนเหนือ 1145 ได้ ย่อตัวระยะสั้น SET
รายชั่วโมง หากไม่สามารถยืนเหนือ 1145 ได้ ย่อตัวระยะสั้น โดยมีแนวรับของ
รอบนี้คือ 1112 หากย่อมาแล้วหลุด จะลงไปทดสอบ low เดิม 1065/ 1045 โดยประมาณ
กลับกัน หากยืนเหนือ 1112 ได้ ก็เด้งรีบาวน์ต่อ จนกว่าจะยืนเหนือ 1145
ถ้ายืนได้ มองเป้าแนวต้านถัดไปคือ 1167 1185 และ 1200
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET VS สงครามหมีกระทิงในแดน Fibonacci🐂🐻 สงครามหมีกระทิงในแดน Fibonacci
เปรียบแต่ละระดับ Fibonacci เป็น "ตำแหน่งยุทธศาสตร์" ที่สำคัญของสงครามแนวโน้ม
🔢 ระดับ Fib 📍ตำแหน่งในสงคราม 🧠 ความหมายเชิงเทรด
14.6% จุดลาดตระเวนเบื้องต้น รอยเท้าศัตรูเล็กๆ – อาจเป็นการพักตัวระยะสั้นก่อนเดินหน้าต่อ ไม่ใช่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ
23.6% ป้อมหน้า (Outpost) เริ่มเห็นแรงต้าน หรือรับ – มักใช้วัด momentum ว่ายังแข็งแรงไหม ถ้ายังไปต่อได้ แสดงเทรนด์ยังอยู่
38.2% ค่ายทหารย่อย เป็น “ฐานป้องกัน” ที่เริ่มมีความสำคัญ กระทิง-หมีเริ่มเผชิญหน้าชัดเจน มักใช้เป็น wave 2 หรือ b pullback
50.0% สนามรบหลัก จุดวัดใจกลางสนาม – ยังไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็นจุดที่ "ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ" รอดูว่ากระทิงหรือหมีจะควบคุมได้
61.8% เมืองหลวง 💥 จุดยุทธศาสตร์สูงสุด – หากโดนทะลุ เทรนด์อาจ เปลี่ยนฝั่ง ได้เต็มตัว จึงเป็นแนว ตัดสินขาด
78.6% เมืองหลวงแตกแต่ยังไม่ยึด ปราการสุดท้ายก่อนแตกทัพ – โอกาสพลิกกลับมีน้อย แต่ถ้ากลับได้ = รีเวอร์แซลขั้นเทพ
88.6% เมืองหลวงลุกเป็นไฟ ⚔️ สถานการณ์สิ้นหวัง แต่ยังพอมีปาฏิหาริย์ – การถอยลึกเกินปกติ แต่หากกระทิงโต้กลับได้ อาจเป็น "V-shape reversal" แบบไม่คาดคิด
100% กองทัพถอยกลับเต็มตัว เทรนด์เดิม ตายสนิท – เท่ากับราคา ย้อนกลับ 100% จบแนวโน้มเดิม
127.2% ล้อมเมืองใหม่ เริ่มเข้าสู่แนว Extension – กองทัพเริ่มบุกไป “ยึดเมืองใหม่” ตั้งเป้าทะลุไฮ/โลเดิม
161.8% ยึดประเทศใหม่ เป็น เป้าโปรดของกระทิง/หมีที่ชนะศึก – คล้ายจุด Take Profit แรกของเทรนด์ใหม่
200% ขยายอาณาเขต เทรนด์เริ่มร้อนแรงเกินเหตุ – เข้าสู่ “ภาวะเร่ง” ที่ต้องระวังความร้อนแรงเกินจริง
261.8% จักรวรรดิใหม่ จุดสูงสุดของสงครามเทรนด์ – มักเกิดก่อนการพักฐานใหญ่หรือ Reversal – “ยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยงหัก”
________________________________________
📌 สรุปภาพรวม
• 🔸 14.6–38.2% = โซน "พักเพื่อไปต่อ" (Pullback โซน)
• 🔸 50–61.8% = โซน "ตัดสินใจ" (Reversal Zone)
• 🔸 >100–261.8% = โซน “ขยายแนวรบ” (Extension Zone)
ตลาดหุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จริง หรือไม่?ตลาดหุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จริง หรือไม่?
• กราฟราคาปิดล่าสุดที่ 1150.95
• ใช้ค่า Fibonacci Retracement ตามภาพ ซึ่งระบุ 0.236 = 1162.71
• วิเคราะห์ครบ 3 แนวโน้ม พร้อมกลยุทธ์และโอกาส
________________________________________
📊 วิเคราะห์แนวโน้ม SET ล่าสุด ด้วย Fibonacci Rebound
📌 ข้อมูลตั้งต้น:
• จุดสูงสุด (High): 1506.82
• จุดต่ำสุด (Low): 1056.41
• ราคาปิดล่าสุด: 1150.95
________________________________________
📏 ตาราง Fibonacci Retracement Levels (อิงตามภาพ)
อัตราส่วน ระดับดัชนี หมายเหตุ
0.146 1122.17 ผ่านแล้ว – เริ่มมี Momentum
0.236 1162.71 ❗ แนวต้านแรกสำคัญ รอการทดสอบ
0.382 1228.47 เป้าหมายของ Rebound แท้จริง
0.500 1281.61 Mid-point – เปลี่ยนแนวโน้มได้
0.618 1334.76 หากทะลุ อาจถือว่า "กลับตัวใหญ่"
1.000 1506.82 จุดเริ่มต้นขาลงรอบใหญ่
________________________________________
🔍 สถานการณ์ปัจจุบัน:
• SET อยู่ ต่ำกว่าแนวต้าน 0.236 (1162.71) เล็กน้อย
• เป็นช่วง “ชี้เป็นชี้ตาย” ว่าจะ Break ขึ้นต่อ หรือกลับตัวลง
________________________________________
🔮 แนวโน้มที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบ (พร้อมโอกาส)
✅ เด้งชน 1162.71 หรือ 1228 แล้วลงต่อ (Bearish Rebound)
• แนวโน้มยังเป็นขาลงใหญ่
• การฟื้นตัวเป็นเพียง Dead Cat Bounce หรือ Rebound ทางเทคนิค
• Probability: 55%
🎯 กลยุทธ์:
• รอ Short Futures หรือ DW Put ที่แนวต้าน
• ทยอยขายหุ้นหากไม่มีแรงผ่าน 1228
________________________________________
⚖️ ทะลุ 1228 → ไปถึง 1281 หรือ 1334 (Sideway / Reversal)
• เกิดการกลับตัวหรือฟื้นตัวต่อเนื่องจาก Fund Flow หรือมาตรการรัฐ
• เป็นไปได้หากทะลุแนวต้านพร้อม Volume
• Probability: 30%
🎯 กลยุทธ์:
• ซื้อสะสมหุ้นกลาง-เล็กพื้นฐานดี
• ถือหุ้นรอบสั้น-กลาง วางเป้าต้านถัดไป
________________________________________
🔴 ไม่ผ่าน 1162.71 → กลับลงทดสอบ 1100 / 1056 หรือหลุดต่ำกว่า
• ตลาดตอบรับข่าวร้าย / Flow ออก / เศรษฐกิจซบเซา
• อาจลงไปถึง 1020–980 หากหลุด 1056.41
• Probability: 15%
🎯 กลยุทธ์:
• ถือเงินสด / ถือ Short
• เล็งซื้อเมื่อ Panic Sell จริง
________________________________________
🧠 สรุปแนวสำคัญ
ระดับสำคัญ ความหมาย
1162.71 ด่านแรกของการยืนยันฟื้นตัว
1228.47 ถ้าทะลุ = Rebound จริง
1056.41 หากหลุด = ตลาดยังอยู่ในเทรนด์ขาลงระยะยาว
________________________________________
📌 สรุปโอกาสและกลยุทธ์ (พร้อม Probability)
กรณี แนวโน้ม Probability กลยุทธ์
✅ เด้งถึงแค่ 1162.71 หรือ 1228.47 → ลงต่อ Bearish Rebound 55% รอ Short ที่แนวต้าน
⚖️ ทะลุ 1228 → ไปถึง 1281 หรือ 1334 Sideway/กลับตัว 30% Swing trade / selective buy
❌ ไม่ผ่าน 1162.71 แล้วหลุด 1120–1100 กลับลงทดสอบ Low เดิม 15% ถือ Cash / Short Futures
SET50 60 นาที กำลังติดแนวต้านสำคัญ และติดเส้นค่าเฉลี่ย ราย 200 วSET50
60 นาที กำลังติดแนวต้านสำคัญ และติดเส้นค่าเฉลี่ย ราย 200 วัน ที่ราคา 740
หากไม่สามารถยืนได้หรือข้ามไม่ผ่าน ก็จะไหลลงต่อตามเทรนด์ โดยมีเป้าแนวรับแรกคือ 700 และ 670 ค่ะ
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only)
และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด
(I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk.
While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
4. ผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมา ไม่สามารถวัดหรือการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ว่าจะดีเหมือนในอดีตหรือไม่ การลงทุนมีความเสี่ยง
ผู้ลงทุนต้องเข้าใจหลักและวิธีการเงื่อนไขการลงทุน และผลตอบแทน
ความเสี่ยงที่ได้รับก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
SET ปัจจุบัน ก็ยังเป็นเทรนด์ขาลงที่แข็งแกร่งอยู่SET
ปัจจุบัน ก็ยังเป็นเทรนด์ขาลงที่แข็งแกร่งอยู่
โดยมีแนวต้าน หาก breakout และ สามารถยินได้ จะคอนเฟิร์ม Bullish
คือ 1200
และ ตอนนี้ หากยังไม่สามารถข้ามแนวต้าน 1137-1147 ได้
ก็ยังคงมองเป็นแค่ เด้งรีบาวน์ เพื่อลงต่อ โดยมีเป้าแนวรับคือ 1055
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)






















