Revenge Trading: กับดักอารมณ์ที่นักเทรดต้องระวังในโลกการเทรดที่ผันผวน การขาดทุนเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอ 😔 แต่มีกับดักหนึ่งที่อันตรายกว่า นั่นคือ Revenge Trading หรือ "การเทรดล้างแค้น"
Revenge Trading คืออะไร? 😠
มันคือการที่เราพยายาม "เอาคืน" ตลาด ทันทีหลังจากขาดทุนหนักๆ โดยมีเป้าหมายคืออยากได้เงินที่เสียไปคืนมาอย่างรวดเร็วที่สุด 💸 พฤติกรรมนี้เกิดจากอารมณ์โกรธ หงุดหงิด และไม่ยอมรับความจริง แทนที่จะทำตามแผนที่วางไว้ 📝
สัญญาณเตือนที่ควรรู้ 🚨
สังเกตตัวเองหากมีอาการเหล่านี้:
เพิ่มขนาดเทรด แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง 🚀
เทรดถี่ขึ้น และเร็วขึ้น โดยไม่วิเคราะห์ให้ดี 💨
ไม่สนใจ Stop Loss หรือการบริหารความเสี่ยง 🚫
รู้สึกโกรธ อยากเอาคืนตลาดทันที 😡
ขาดความอดทน รอจังหวะไม่ไหว ⏳
ผลเสียที่ตามมา 📉
Revenge Trading มักนำไปสู่:
ขาดทุนหนักกว่าเดิม: เพราะตัดสินใจด้วยอารมณ์ 💸
วินัยเสีย: เลิกทำตามกฎของตัวเอง ⛓️
เครียด: สุขภาพจิตแย่ลง 😓
หมดกำลังใจ: อาจเลิกเทรดไปเลย 😞
รับมืออย่างไรดี? 💡
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ:
ยอมรับความจริง: การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด 🧘♀️
หยุดพัก: ถ้าอารมณ์ไม่ดี ให้หยุดเทรดทันที ไปทำอย่างอื่น 🚶♂️
ทบทวนแผน: กลับมาดูแผนการเทรด และทำตามอย่างเคร่งครัด 📖
บริหารความเสี่ยง: กำหนดจุด Stop Loss และขนาดเทรดที่เหมาะสมเสมอ 🛡️
จำไว้ว่า การควบคุมอารมณ์เป็นหัวใจสำคัญ ในการเทรด หากคุณจัดการกับมันได้ คุณก็จะหลีกเลี่ยงความเสียหาย และมีโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาวครับ! ✨
ดัชนีตลาด
วิเคราะห์คลื่น SET ปรับฐานคลื่น IV Flat Correction คลื่น 5 ขา C การปรับฐานคลื่น IV เวฟหลักของดัชนี SET เป็นรูปแบบ Flat correction โดยที่มี คลื่น Strong-B ยกตัวที่ระดับ 78.6% ของคลื่น A ในช่วงโควิท บ่งบอกถึงคลื่น B ที่แข็งแกร่งและแรงซื้อที่มีมาก
ตอนนี้การปรับฐานของคลื่น C กำลังอยู่ในช่วงคลื่นที่ 5 เป็นรูปแบบคลื่นขยายโดยมีความยาวเท่ากับ คลื่น 1 + คลื่น 3 รวมกันที่ระดับ 61.8% ของคลื่น A เป็นเป้าหมายแรก ที่โซนดัชนี 1150 แล้วมีแรงซื้อกลับทันที แต่ยังไม่สามารถเบรคผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 20 สัปดาห์และเส้นกดดาวน์เทรนไลน์ของคลื่น 5 ได้
สิ่งที่น่าจับตามองในสถานการณ์นี้ คือ ความยาวของคลื่นทั้ง C เกิดขึ้นเป็นรูปแบบตามทฤษฎีคลื่น Strong-B Flat correction ย่อลงมาที่แนวรับสำคัญ โดยมีโครงสร้างตามลำดับ
คลื่น 1 ย่อตัวพักฐานมาที่ความยาว 38.6% ของคลื่นขาขึ้นก่อนหน้า
คลื่น 2 ยกตัวที่ระดับ 61.8 - 78.6% ของความยาวคลื่น 1 ถือว่ามีแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
คลื่น 3 ย่อตัวพักฐานแบบ Falling wedge มีความยาวเท่ากับ 161.8 - 200% ของคลื่น 1
คลื่น 4 มักจะเป็นคลื่นหลอกกลับตัวก่อนกลับตัวจริง มีความเร็วและรุนแรงยกตัวที่ระดับ 50 % ของคลื่น 3
คลื่น 5 ของขา C ที่มีการปรับฐานในรูปแบบขยายมีความยาวเท่ากับคลื่น 1 + 3 รวมกัน หากแต่ยังไม่มีสัญญาณ bullish divergence ใน RSI อาจจะนำไปสู่การเกิด Extended Flat Strong-B correction ที่คลื่น C ขยายตัวไปมากกว่า 61.8% ของคลื่น A
Bearish Scenario: แนวโน้มยังให้น้ำหนักฝั่งลง หากปริมาณการซื้อขายที่ลดลงต่อไป การกลับตัวอาจจะชะลอตัวและปรับฐานลงต่อไป สังเกตุจากรูปแบบการย่อตัวคลื่นแรกของคลื่น 5 เคลื่อนที่แบบเร็วและรุนแรง มีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปที่แนวรับต่อไปที่ระดับ 78.6% ของคลื่น A ที่ระดับดัชนี 1010 ไปถึง 100% ของคลื่น A ที่ระดับดัชนี 850 ทำให้การปรับฐานมีแนวโน้มลึกเป็นระดับหรือแม้แต่ 123.6% ในกรณีที่ตลาดมีแรงขายสูง
Bullish Scenario: หากคลื่น 5 ไม่มีแรงขายส่งอาจจะเกิด Truncation ทำให้เกิดการกลับตัวก่อนเวลา ซึ่งจะสามารถยืนยันได้จากการเบรคเอ้าท์ทะลุดาวน์เทรนแชนนัลของคลื่น C หรือกลับขึ้นไปยืนดาวน์เทรนแชนนัลหรือเหนือดัชนีของคลื่น 3 ก่อนหน้านี้ได้ที่โซน 1290 เป็นการส่งสัญญาณบวก
จากนี้ไปจับตาดูสัญญาณขัดแย้งกระทิงและการทะลุเส้นแนวโน้ม 20 สัปดาห์อีก 1-2 รอบ จะมีโอกาสเป็นการกลับตัวจริง
SET ไม่เล่นขึ้น จนกว่าจะลงถึงโซนแล้วเห็น "Sell Reject"🧠 สรุปภาพรวมจากภาพ SET@DAY:
• เป็นกราฟ SET Index รายวัน ที่เน้นวิเคราะห์พฤติกรรมราคาในเฟรมกลาง–ยาว
• ใช้เครื่องมือ 3 อย่างหลัก:
1. Linear Regression Channel ±3SD (เส้นแดง)
2. Fibonacci Retracement (เส้นแนวนอนสีฟ้า-แดง)
3. Price Pattern: Rebound & Rejection
________________________________________
🔻 1. แนวโน้มหลัก (Primary Trend)
• แนวโน้มเป็น Downtrend ที่ชัดเจน
o จากจุดสูงสุด 1506.82 → จุดต่ำสุด 1056.41
o แกนกลางแนวโน้มคือ Regression Line ที่ลากลง
o ราคาวิ่ง “ใต้แนวโน้มหลัก” ตลอดเวลา
• พฤติกรรมราคาทำ Lower Highs – Lower Lows อย่างสม่ำเสมอ
________________________________________
🔁 2. การฟื้นตัวจาก -3SD: Rebound ที่ยัง “ไม่พ้นกรอบขาลง”
• SET มีแรงรีบาวด์แรงจาก 1056.41 → 1231.02
🔹 ถือเป็น การดีดตัวจากขอบล่าง -3SD กลับเข้าใกล้ค่าเฉลี่ย
• จุด 1231.02 = เป็น จุดสูงสุดของการ Rebound Wave
o แต่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน Fibonacci 38.2% (1228.47)
o แล้วโดนแรงขายกดกลับลงมา (เห็นจากเส้น dotted red)
• แปลว่า การดีดขึ้นนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มหลักได้
________________________________________
📏 3. Fibonacci Retracement
• ใช้ Fibonacci วัดจากยอด rebound → low
• จุดราคาปัจจุบัน 1149.18 อยู่ระหว่างแนว 50% (1143.72) และ 38.2% (1164.32)
ระดับ Fib จุดราคา ความหมาย
1228.47 38.2% (rebound wave) แนวต้านสูงสุด
1164.32 38.2% (pullback) แนวต้านรอง
1143.72 50% แนวรับสำคัญ → “แนวรับชี้ชะตา”
1123.11 61.8% แนวรับถัดไป ถ้าหลุด = bearish
1093.78 78.6% แนวรับสุดท้ายก่อน low เดิม
________________________________________
🧭 แนวทางกลยุทธ์:
เงื่อนไข แนวโน้ม กลยุทธ์
ยืนเหนือ 1143.72 มีโอกาส sideway / rebound เทรดสั้น ลุ้นไป 1164–1180
หลุด 1143.72 กลับเข้าสู่ bearish wave Cut loss หรือวาง short / hedge
หลุด 1123.11 เสี่ยงลงแรง เตรียมรับแนวรับสำคัญ 1093.78
หลุด 1056.41 new low, panic zone อาจเร่งขาย force sell
________________________________________
🔮 สรุปในสไตล์ "นักเทคนิคอล Fibonacci"
“SET ดีดแรงจากขอบนรก -3SD แต่ขึ้นไม่สุด ฟ้าไม่รับ วิญญาณร่วง
หากไม่สามารถเกาะแนว 1143 ได้อีกครั้ง... ราคาก็อาจถลำกลับลงไปรับกรรมที่แนว 1123 → 1093 หรือจุดเริ่มนรกเดิม 1056”
QuantDataManager: เครื่องมือจัดการข้อมูลราคาเพื่อการเทรดอัตโนมัต📌 QuantDataManager คืออะไร?
QuantDataManager (QDM) เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยทีมงานของ StrategyQuant ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยนักเทรดและนักพัฒนาอัลกอริทึมในการ ดาวน์โหลด, แปลง, วิเคราะห์ และ ส่งออกข้อมูลราคาในอดีต ที่มีคุณภาพสูง สำหรับใช้งานกับแพลตฟอร์มการเทรดยอดนิยม เช่น MetaTrader 4 (MT4), MetaTrader 5 (MT5) และ StrategyQuant X เอง
เครื่องมือนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำในการทดสอบกลยุทธ์ (Backtesting) และการวิเคราะห์ข้อมูลราคาเพื่อการสร้างระบบเทรดอัตโนมัติ (Algorithmic Trading)
🔍 คุณสมบัติเด่นของ QuantDataManager
✅ 1. ดาวน์โหลดข้อมูลคุณภาพสูงจากหลายแหล่ง
QuantDataManager สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการข้อมูลราคาชั้นนำ เช่น:
Dukascopy – ข้อมูล Tick และ Minute ที่แม่นยำและย้อนหลังได้ยาวนาน
Yahoo Finance
Binance / Coinbase – สำหรับข้อมูลคริปโต
Darwinex / Bitfinex / Poloniex และอื่น ๆ
✅ 2. วิเคราะห์คุณภาพของข้อมูล
QDM มีระบบ Data Quality Checker ที่ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบ:
ช่องว่างของข้อมูล (Missing Bars)
การซ้ำซ้อนของข้อมูล
ความสมบูรณ์ของ Timeframe
✅ 3. แปลงข้อมูลได้หลาย Timeframe
ผู้ใช้สามารถแปลงข้อมูล Tick เป็น Timeframe ที่ต้องการ เช่น:
M1, M5, M15, H1, D1
Custom Timeframe (เช่น M3, M10, H6)
รวมถึงการแปลงแบบ Aggregated หรือ Renko/Range Bar (ผ่าน StrategyQuant)
✅ 4. ส่งออกได้หลายรูปแบบ
QDM รองรับการส่งออกข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมกับแพลตฟอร์มปลายทาง เช่น:
MetaTrader 4 (.FXT, .HST)
MetaTrader 5
CSV, JSON, SQX สำหรับ StrategyQuant
ใช้ร่วมกับ Tick Data Suite หรือ Tickstory ได้
💡 เหมาะกับใคร?
ผู้ที่ต้องการ Backtest อย่างแม่นยำใน MT4/MT5
นักพัฒนา EA และ AlgoTrader ที่ต้องการข้อมูลคุณภาพสูง
ผู้ใช้ StrategyQuant ที่ต้องการข้อมูลพร้อมใช้ในการสร้างกลยุทธ์
นักวิเคราะห์ที่ต้องการข้อมูลราคาย้อนหลังแบบ Tick หรือ Minute
📝 สรุป
QuantDataManager คือเครื่องมือที่นักพัฒนาและนักเทรดควรมีไว้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณให้ความสำคัญกับ คุณภาพของข้อมูลราคา, ความแม่นยำในการ Backtest, และ การจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือเทรดเดอร์ขั้นสูง QDM จะช่วยยกระดับการวิเคราะห์และพัฒนาอัลกอริทึมของคุณได้อย่างแน่นอน
Global Asset Rotation หลังจากตลาดขึ้นมาแล้ว what next?ทอง :สิ่งแรกที่เห็น คือ จากที่ Bullish สุดๆ พอเริ่มเข้าสู่ zone เหลืองคือ zone พัก และตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ สิ่งนึงที่เห็นชัดคือ มันมีความชันวิ่งทางลงเยอะ และกำลังมุ่งหน้าไป ทาง zone สีแดง บ่งบอกว่า ทอง กำลังเข้าสู่ zone Bearish และยิ้่ง ลงต่ำเท่าไหร่ โอกาสที่ จะเป็น Bearish หนักๆ ยิ่งเยอะ
Dji30, Ndx100 , s&p500 พละกำลังที่จะขึ้นต่อเริ่มแพ่วลง สังเกตุจาก หัวเริ่มไม่ขึ้นต่อ อาจจะเริ่มพักตัว คำถามว่า พักตัวแล้วขึ้นต่อ หรือ พักตัวแล้ว ไหลลงเลย ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ตอนนี้ถึงจุด ที่เริ่มไม่ควร ไล่ราคาแถวนี้แล้ว สิ่งที่ทำคือ Wait and See รอดู
สงครามหมีกระทิงในแดน Fibonacci🐂🐻 สงครามหมีกระทิงในแดน Fibonacci
เปรียบแต่ละระดับ Fibonacci เป็น "ตำแหน่งยุทธศาสตร์" ที่สำคัญของสงครามแนวโน้ม
🔢 ระดับ Fib 📍ตำแหน่งในสงคราม 🧠 ความหมายเชิงเทรด
14.6% จุดลาดตระเวนเบื้องต้น รอยเท้าศัตรูเล็กๆ – อาจเป็นการพักตัวระยะสั้นก่อนเดินหน้าต่อ ไม่ใช่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ
23.6% ป้อมหน้า (Outpost) เริ่มเห็นแรงต้าน หรือรับ – มักใช้วัด momentum ว่ายังแข็งแรงไหม ถ้ายังไปต่อได้ แสดงเทรนด์ยังอยู่
38.2% ค่ายทหารย่อย เป็น “ฐานป้องกัน” ที่เริ่มมีความสำคัญ กระทิง-หมีเริ่มเผชิญหน้าชัดเจน มักใช้เป็น wave 2 หรือ b pullback
50.0% สนามรบหลัก จุดวัดใจกลางสนาม – ยังไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็นจุดที่ "ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ" รอดูว่ากระทิงหรือหมีจะควบคุมได้
61.8% เมืองหลวง 💥 จุดยุทธศาสตร์สูงสุด – หากโดนทะลุ เทรนด์อาจ เปลี่ยนฝั่ง ได้เต็มตัว จึงเป็นแนว ตัดสินขาด
78.6% เมืองหลวงแตกแต่ยังไม่ยึด ปราการสุดท้ายก่อนแตกทัพ – โอกาสพลิกกลับมีน้อย แต่ถ้ากลับได้ = รีเวอร์แซลขั้นเทพ
88.6% เมืองหลวงลุกเป็นไฟ ⚔️ สถานการณ์สิ้นหวัง แต่ยังพอมีปาฏิหาริย์ – การถอยลึกเกินปกติ แต่หากกระทิงโต้กลับได้ อาจเป็น "V-shape reversal" แบบไม่คาดคิด
100% กองทัพถอยกลับเต็มตัว เทรนด์เดิม ตายสนิท – เท่ากับราคา ย้อนกลับ 100% จบแนวโน้มเดิม
127.2% ล้อมเมืองใหม่ เริ่มเข้าสู่แนว Extension – กองทัพเริ่มบุกไป “ยึดเมืองใหม่” ตั้งเป้าทะลุไฮ/โลเดิม
161.8% ยึดประเทศใหม่ เป็น เป้าโปรดของกระทิง/หมีที่ชนะศึก – คล้ายจุด Take Profit แรกของเทรนด์ใหม่
200% ขยายอาณาเขต เทรนด์เริ่มร้อนแรงเกินเหตุ – เข้าสู่ “ภาวะเร่ง” ที่ต้องระวังความร้อนแรงเกินจริง
261.8% จักรวรรดิใหม่ จุดสูงสุดของสงครามเทรนด์ – มักเกิดก่อนการพักฐานใหญ่หรือ Reversal – “ยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยงหัก”
________________________________________
📌 สรุปภาพรวม
• 🔸 14.6–38.2% = โซน "พักเพื่อไปต่อ" (Pullback โซน)
• 🔸 50–61.8% = โซน "ตัดสินใจ" (Reversal Zone)
• 🔸 >100–261.8% = โซน “ขยายแนวรบ” (Extension Zone)
CHoCH หลอกหรือ BOS แรง? สัปดาห์นี้รู้กัน! US30 4Hจากกราฟที่ทั้ง Daily → 4H → 1H → 15m ICT ครบชุดเลย เดี๋ยว น้าจะพาเจาะลึก POI และวางแผนล่วงหน้าสำหรับสัปดาห์สุดท้ายของพฤษภานี้ให้เนียน ๆ เลยนะ
🧠 1. โครงสร้างตลาดปัจจุบัน (Market Structure)
✅ แนวโน้มล่าสุด:
TF 1D – ราคาขึ้นไปเก็บ Liquidity ด้านบน Premium Zone แล้วเริ่มเทกลับลง
โครงสร้างหลักยังเป็น Bullish แต่มี Bearish CHoCH ชัดใน 4H และ 1H แล้ว
❗ สถานการณ์ปัจจุบัน:
ราคา Break โซน PDH → CHoCH → ปรับตัวลงเข้าสู่โซน PDL/Equilibrium
RSI กำลังตัดลงจากโซน Bearish และ Hidden Bear หลาย TF
📍Bias: Bearish ระยะสั้น (Retracement) / Bullish ระยะกลาง
⏳Liquidity:
ด้านล่าง: มี PDL / FVG ใหญ่ / Weak Low ที่ยังไม่ถูกเก็บ
ด้านบน: Premium Zone / EQH ถูกเก็บหมดแล้ว
🧭พฤติกรรมราคา (Price Behavior):
TF15m-1H กำลังทำ CHoCH → BOS ลง
เกิด FVG หลายชุดและราคา Reject บริเวณ OB / Premium อย่างชัดเจน
📍 2. จุดสำคัญ POI (Points of Interest)
🟩 Buy POI (โซนซื้อ):
→ FVG Daily / 4H ตรง PWL + Zone Discount
→ Strong Low ระยะกลาง รอ Sweep
🟥 Sell POI (โซนขาย):
→ OB 1H + FVG หลังจาก CHoCH
→ OB 4H อยู่ใน Premium Zone เดิม
🧭 3. วางแผนเทรด
📉 แผน A: Short
✅ Bias: Bearish Retracement
✅ Entry1: (OB 1H + FVG)
✅ Entry2: (OB 4H แรงกว่า)
❌ SL: 42,900 (บน Weak High สุดท้าย)
🎯 TP1: 41,600 (PDL)
🎯 TP2: 41,200 (FVG ใหญ่)
🔥 R:R ≈ 1:2.5
💡 Trigger: CHoCH + Bearish Engulf / RSI Bear + OB Rejection
📈 แผน B: Long
✅ Bias: Bullish โครงสร้างใหญ่
✅ Entry1: 41,280 – 41,150 (FVG+PWL)
✅ Entry2: 41,000 – 40,800 (Strong Low)
❌ SL: 40,650
🎯 TP1: 42,100 (กลับขึ้น OB 1H)
🎯 TP2: 42,600 (กลับขึ้น Premium zone)
🔥 R:R ≈ 1:3+
💡 Trigger: CHoCH + RSI Bull + OB Confirmation
📉 แผน C: Hold / ไม่เข้า
หากราคากลับขึ้น Premium zone โดยไม่มี Sweep / BOS → R:R ไม่คุ้ม
📊 4. ความเป็นไปได้ (% โอกาสสำเร็จ)
✅ Short จาก OB 42,100–42,300 ≈ 70%
→ โซน OB ชัด + CHoCH แล้ว + RSI Bear + Rejection
✅ Long จากโซน 41,280 ≈ 60%
→ ยังต้องรอ Confirm CHoCH + Weak Low ยังไม่ถูกเก็บ
✅ ถือรอ (Hold) ≈ 30%
→ หากไม่มี Signal จาก OB หรือจุดกลับตัว
📌 5. บทสรุป:
🔹 โครงสร้างหลัก: Bullish D1
🔹 โครงสร้างรอง: Bearish CHoCH 4H/1H (กำลังพักตัว)
🔹 เน้นความแม่นยำสูงจาก OB 1H + RSI Divergence
🔹 หากราคาลงถึง Discount ใหญ่ ให้เตรียม Plan B Long
🔧 แนะนำเสริม:
ใช้ EMA 34/89/200 → ตอนนี้ 1H ตัดลงแล้ว แต่ D1 ยังขึ้น
ใช้ RSI Divergence → มี Hidden Bear ชัดเจนบน 4H และ 1H
🧩 สรุปสุดท้าย – แผนแนะนำ: Short Retracement ก่อน แล้วค่อย Plan Long ใน Discount
"ทุกวิกฤตจบที่ 1183 จุด: จุดที่ Fibonacci กลายเป็นเส้นชีวิตตลาด""ทุกวิกฤตจบที่ 1183 จุด: จุดที่ Fibonacci กลายเป็นเส้นชีวิตตลาด"
ภาพนี้คือกราฟ SET Index รายไตรมาส (SET@Quarterly) ที่แสดงการย้อนกลับของราคาหลักทรัพย์ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1975 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ Fibonacci Retracement จากจุดสูงสุด (ประมาณ 1789.16) มายังจุดต่ำสุด (204.59) ซึ่ง ระดับ 61.8% (ที่ 1183.85 จุด) ปรากฏว่าเป็นแนวรับสำคัญซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายวิกฤติ
🧠 ความสำคัญของแนว Fibonacci 61.8%
• Fibonacci 61.8% คือสัดส่วน "Golden Ratio" ที่มักเกิดขึ้นในธรรมชาติ และตลาดการเงินก็มักสะท้อนพฤติกรรมแบบนี้เช่นกัน
• ในแง่จิตวิทยา นักลงทุนจำนวนมากจับตาแนวนี้ และเมื่อราคาย่อลงถึง 61.8% มักมีแรงซื้อเข้ามาพยุงไว้
________________________________________
🕰️ วิเคราะห์เหตุการณ์ตามช่วงเวลาสำคัญ
📍1. จุดเริ่มต้น: 204.59 จุด (30 มิ.ย. 1998)
• หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง 1997
• SET พังจากเกือบ 1800 จุดลงมาเหลือต่ำกว่า 300 จุด
• จุดต่ำสุดเกิดในช่วง IMF เข้าแทรกแซง
• จากจุดนี้ SET เริ่มฟื้นระยะยาว
________________________________________
📍2. ปี 2008: วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Subprime Crisis)
• จากกราฟ ราคาย่อลึกในช่วงปี 2008 แต่ยัง “ไม่หลุด” แนว 61.8% (บริเวณ 1183.85)
• เกิดแรงดีดกลับขึ้น ทำ new high
________________________________________
📍3. ปี 2020: วิกฤต COVID-19
• SET ยุบอย่างรวดเร็วช่วง Q1/2020
• ต่ำสุดใกล้ระดับ 960 จุด แต่ดีดกลับขึ้นแรง → ถือเป็น Rebound แบบ V-Shape
• อีกครั้งที่ราคาลงลึก แต่ไม่หลุด 61.8%
________________________________________
📍4. ปัจจุบัน (Q2/2025): กลับมาทดสอบ 1183.85 อีกครั้ง
• ภาพแสดงว่าราคากำลัง “ชะลอตัว” ใกล้แนวแนวต้าน 61.8%
• ถือว่าเป็นจุดวัดใจระหว่าง “พักตัวเพื่อฟื้น” หรือ “หลุดแล้วจบรอบใหญ่”
________________________________________
🔁 สรุปเชิงกลยุทธ์
เหตุการณ์ จุดต่ำสุด การฟื้นตัว สถานะของ 61.8%
วิกฤต 1997 ~204.59 เริ่มต้นรอบใหม่ เป็นฐาน
วิกฤต 2008 ~380-500 เด้งกลับแรง ไม่หลุด 61.8%
วิกฤตโควิด ~960 เด้ง V-Shape ไม่หลุด 61.8%
ปัจจุบัน ~1170 รอวัดใจ กำลังทดสอบ 61.8%
________________________________________
📌 สรุปสุดท้าย
ภาพนี้แสดงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ของ SET กับ Fibonacci 61.8% ได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะ:
• 61.8% (ที่ 1183.85) ทำหน้าที่เหมือน "แนวรับ-ต้าน ในอดีต" ที่ตลาดเคารพเสมอ
• เป็นระดับที่ รอดจากทุกวิกฤตใหญ่: ต้มยำกุ้ง / แฮมเบอร์เกอร์ / โควิด
• ขณะนี้กำลังทดสอบอีกครั้ง → เป็นจุดวัดใจของรอบใหญ่ในปี 2025
เมื่อ SET ถูกกดกลับจาก 38.2% = มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับเดิมหรือตเมื่อ SET ถูกกดกลับจาก 38.2% = มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับเดิมหรือต่ำกว่า
_______________________________________
อธิบายภาพ
1. โครงสร้างภาพรวม
• จุด High (Hi): 18 ต.ค. 2567 ที่ระดับ 1506.82 จุด (จุดสูงสุดในรอบนี้)
• จุด Low (Lo): 8 เม.ย. 2568 ที่ระดับ 1056.41 จุด (จุดต่ำสุดในรอบนี้)
• กราฟแสดงการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ดิ่งลงจาก Hi → Lo แบบต่อเนื่อง
2. การฟื้นตัว (Retracement)
• หลังจากทำจุดต่ำสุด SET มีแรงรีบาวด์หรือฟื้นตัวขึ้น
• เส้นแนวนอนแต่ละเส้น (สีน้ำเงิน-แดง) คือระดับ Fibonacci Retracement สำคัญ (วัดจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดรอบนี้)
3. จุดเด่นของภาพ: Fibonacci 38.2%
• ระดับ 38.2% (1228.47 จุด) ถูกเน้นด้วยตัวเลขและเส้นสีแดงในภาพ
• กราฟรีบาวด์มาชนแนวต้านนี้ (ฟื้นตัวขึ้นมาถึง 38.2% ของขาลงทั้งหมด) แล้วเกิดแรงขายกดกลับลงมาอีกครั้ง
________________________________________
หลักการ Fibonacci Retracement (Hi to Lo)
1. Fibonacci Retracement ใช้วัด "แรงฟื้นตัว" ของราคาหลังเกิดแนวโน้มใหญ่ (ขึ้นหรือลง)
o วาดจากจุดสูงสุด (Hi) → จุดต่ำสุด (Lo) ในรอบนั้น
2. ค่า 38.2% เป็นหนึ่งในโซนยอดนิยมที่ราคา "มัก" จะฟื้นตัวกลับมา (แต่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง)
o ตามทฤษฎี: ถ้าราคาขึ้นไปแล้วหยุดที่ 38.2% มักสะท้อนว่า "ยังอยู่ในเทรนด์เดิม" (ในที่นี้ คือ เทรนด์ขาลงยังไม่จบ)
o หากผ่าน 38.2% ได้ชัดเจน เป้าหมายถัดไปคือ 50% และ 61.8% ตามลำดับ
________________________________________
สรุปความสำคัญ
• SET ฟื้นตัวได้ 38.2% แล้วหยุด: เป็นสัญญาณว่า “แรงขายจากเทรนด์ขาลง” ยังครอบงำอยู่
• โซน 38.2% = แนวต้านสำคัญที่เทรดเดอร์จับตามองว่าราคาจะไปต่อหรือไม่
• หากยืนเหนือ 38.2% ได้ อาจมีแรงดันไปสู่โซน 50% (1281.61) หรือ 61.8% (1334.76) ตามลำดับ
• แต่ถ้าถูกกดกลับจาก 38.2% = มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับเดิมหรือต่ำกว่า
________________________________________
สรุปย่อ
SET Index ฟื้นตัวหลังลงหนัก แต่หยุดอยู่ที่ 38.2% ตามหลัก Fibonacci—แนวต้านสำคัญที่วัดใจตลาด! ถ้าผ่านได้ มีลุ้นขึ้นต่อ แต่ถ้ายืนไม่อยู่ อาจเห็นการทดสอบจุดต่ำใหม่อีกครั้ง
ปัจจุบันก็เห็นชัดเจนว่าไม่ผ่านแนว 38.2% นะครับ
Fibonacci 38.2% ในการวิเคราะห์กราฟ SET-WEEKFibonacci 38.2% ในการวิเคราะห์กราฟ SET
________________________________________
Fibonacci 38.2% คืออะไร?
• Fibonacci 38.2% คือ “แนวต้านสำคัญ” ที่ได้จากการลากเส้นวัดรีบาวด์ (Fibonacci Retracement) หลังจากที่ SET เกิดขาลงแรง
• ตัวเลข 38.2% มาจากหลักคณิตศาสตร์ Fibonacci ซึ่งนักเทคนิคอลใช้กันทั่วโลกเพื่อจับ “จุดเปลี่ยน” หรือ “ด่านสำคัญ” ของราคา
________________________________________
ความหมายของ 38.2% ในเชิงเทคนิค
• แนวต้านจิตวิทยา:
ราคามักจะเด้งขึ้นมาทดสอบแนวนี้หลังจบขาลงใหญ่
นักลงทุนที่ติดดอยหรือรอขายขาดทุน จะใช้จังหวะนี้ขายออก
ทำให้ราคามักหยุดชะงัก หรือพักตัวบริเวณนี้
• ถ้ายืนเหนือ 38.2% ได้:
สะท้อนว่ากำลังซื้อเริ่มกลับมา เทรนด์ฟื้นตัวมีลุ้นไปต่อถึง 50%–61.8%
• ถ้ายืนไม่ได้ หรือโดนขายหนัก:
ตลาดยังอยู่ในโหมดรีบาวด์เท่านั้น ยังไม่มีแรงซื้อจริงจัง
________________________________________
ตัวอย่างในกราฟ SET
• ในกราฟที่แสดง เส้น 38.2% อยู่ที่ 1,228.47 จุด
• จะเห็นว่าราคาวิ่งขึ้นมาทดสอบแนวนี้ และเริ่มมีแรงขายกดลง
• ถ้าราคาขึ้นไปแล้วยืนเหนือ 1,228 จุดไม่ได้ ตลาดมีโอกาสพักฐานหรือลงต่อ
• ถ้าทะลุ 38.2% ขึ้นไปได้ชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับรอบฟื้นตัว
________________________________________
สรุปสั้น:
Fibonacci 38.2% คือแนวต้านหลักที่ตลาดต้องตัดสินใจ ถ้าผ่านได้ ตลาดมีลุ้นฟื้นตัวต่อ
แต่ถ้าชนแล้วกลับตัวลงอีก แสดงว่ารีบาวด์อาจจบลงแค่ตรงนี้
SET 21/05/25 กำลังปรับฐาน D : ขาลง ที่ดีดขึ้น 38.2 ob will os
- will os 38.2
- Tsd.1195.8-1231 ถ้าไม่เ่บรค 1231 ยัง os
240 : ขึ้นไม่ถึง 161.8 จึง os 38.2
- os HL ในวันเบรค 1195.3 แต่ปิดต่ำกว่า จึงยังไม่มี TSu.
60 : os LL ลุ้นลง 161.8
- H-Budi. Tsu.1185.3-1191.5
- ถ้าเบรค 1191.5 ไม่หลุด 1185 จะ ob test 1230.3
30 15 : os HH HL
- ถ้าไม่หลุด 1185 พา 60 ob
- ถ้าหลุด 1185 ลงเป้า 1175.5 1164-62
SET หากเปิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1195 เด้งขึ้นต่อ SET หากเปิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1195 เด้งขึ้นต่อ
โดยมีแนวต้าน 1216 กับ 1231, 1245
แต่ถ้ายืนไม่ได้ มองย่อตัวต่อ โดยมีแนวรับย่อย 1188, 1182, 1175, 1166, 1150 ตามลำดับ
อาจจะพักตัวสักสองสามวันก่อนเลือกทางอีกที
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET50 ติดต้าน 805 หากหลุด 769 มีโอกาสลงไป 750SET50 ติดต้าน 805 หากหลุด 769 มีโอกาสลงไป 750
หากเด้งไม่ข้าม Gap zone ที่ 790-795
หรือถ้าเด้งแล้วจะมีแนวต้าน 790-795-800-805 ตามลำดับ
โดยถ้าเบรก 805 ได้ก็จะไปติดแนวต้านโซน Gap คือ 814-828
ถ้าสัปดาห์หน้าหลุด 769 ก็จะลงไปหาแนวรับ 750
แต่ถ้าไม่หลุดจะ sw พักตัวในกรอบ 769-805 ก่อนจะเลือกทางอีกที
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
HSI กำลังติดแนวต้าน 23,661HSI กำลังติดแนวต้าน 23,661
มีโอกาสย่อตัวสูงหากไม่เบรกแนวต้าน
โดยมีแนวรับคือ 22,418, 20,850 และ Low เดิมคือ 19,259
แต่ถ้าหากเบรกขึ้นบนได้ ก็จะกลับไปแตะ high เดิมในรอบ 2 เดือน
คือแถว 24,569
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SPX ใกล้ติดแนวต้าน 6,020 กับ 6,148 SPX ใกล้ติดแนวต้าน 6,020 กับ 6,148
หากเบรกบนได้มีโอกาสทำ ATH
แต่ว่า ถ้าขึ้นไปแล้วชนแนวต้าน 6,020 และเกิดการย่อตัว
มีโอกาสลงมาปิด Gap zone กับ แนวรับเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น
บริเวณ 5,757 และถ้าย่อตัวไม่หลุดจะเด้งกลับขึ้น
ไปหาแนวต้านใหม่ได้
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
DJI เกาะอยู๋บน speed line DJI เกาะอยู๋บน speed line
โดยมีแนวรับห้ามหลุดคือ 41,743 โดยประมาณ
ซึ่งใกล้กับแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น
และจะมีเป้าแนวต้านคือแถว 43,741 กับ 45,000
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
วิธีรับมือเมื่อพลาดโอกาสในการเทรด หรือ ‘ตกรถ’หนึ่งในความรู้สึกที่นักเทรดแทบทุกคนต้องเคยเจอคือ "ความเสียดาย" เมื่อตลาดเคลื่อนไหวไปตามที่วิเคราะห์ไว้ แต่เราไม่ได้เข้าออเดอร์ หรือไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง — เราเรียกสถานการณ์นี้ว่า “ตกรถ” ซึ่งถ้าไม่จัดการอารมณ์ให้ดี ก็อาจนำไปสู่การเทรดแบบไร้แผน ขาดวินัย และท้ายที่สุดคือการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ และเสนอวิธีรับมือกับความรู้สึกและพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นเมื่อตกรถ
1. ยอมรับว่า "พลาด" เป็นเรื่องปกติ
การพลาดโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด ไม่มีใครสามารถจับจังหวะได้ทุกครั้ง แม้แต่มืออาชีพก็ยังพลาด เพราะตลาดเต็มไปด้วยปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ การยอมรับความจริงข้อนี้จะช่วยลดแรงกดดันและความรู้สึกเสียดายได้มาก
2. อย่าพยายาม “ไล่ราคา” (FOMO)
หลังจากตกรถ หลายคนมักกระโจนเข้าเทรดเพราะกลัวจะพลาดอีก (FOMO: Fear of Missing Out) แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ การไล่ราคามักทำให้คุณซื้อที่จุดสูงสุด หรือขายที่จุดต่ำสุด โดยไม่มีแผนชัดเจน และมักจบลงด้วยการติดดอย
แนวทาง: ถ้าไม่มั่นใจในจุดเข้า ให้รอรอบใหม่ อย่าฝืนตลาด
3. วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น
พิจารณาว่าเพราะเหตุใดคุณถึงพลาดโอกาสนั้น เช่น
มองกราฟไม่ทัน
ไม่มีแผนชัดเจน
ขาดความมั่นใจ
ติดภารกิจอื่น
เมื่อรู้เหตุผล จะสามารถปรับกลยุทธ์ให้ดีขึ้นในอนาคต เช่น ตั้ง Alert ไว้ หรือวางแผนล่วงหน้าในกรณีที่กราฟถึงจุดที่น่าสนใจ
4. จดบันทึกการตกรถใน Trading Journal
หลายคนจดแค่การเข้าออกออเดอร์ แต่การ “ไม่เข้า” ก็มีคุณค่าในการเรียนรู้เช่นกัน ลองเขียนว่าเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกขณะนั้นคืออะไร และคุณจะรับมืออย่างไรครั้งหน้า การจดบันทึกจะช่วยให้คุณพัฒนาทั้งด้านจิตวิทยาและกลยุทธ์
5. โฟกัสที่ "โอกาสหน้า" ไม่ใช่ "โอกาสที่พลาด"
ตลาดไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว โอกาสใหม่เกิดขึ้นเสมอ การจมอยู่กับอดีตไม่ช่วยอะไร สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อโอกาสใหม่มาถึง
6. ฝึกใจให้นิ่ง ผ่านการฝึกวินัย
การควบคุมอารมณ์เป็นหัวใจของการเทรด ฝึกให้ตัวเองตัดสินใจตามแผน ไม่ตามอารมณ์ เช่น กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าจะเข้าออเดอร์เมื่อไหร่ เท่านั้น ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกเหนือจากนั้นก็ "ปล่อยผ่าน"
สรุป
การตกรถอาจทำให้รู้สึกเสียดาย แต่ไม่ใช่จุดจบของเส้นทางเทรด การมีสติ วิเคราะห์เหตุผล และปรับกลยุทธ์จะทำให้คุณเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะเทรดเดอร์ จงจำไว้ว่าตลาดมีโอกาสใหม่เสมอ ขอเพียงคุณ "พร้อม" เมื่อโอกาสมาถึง
เหตุใด Wave 1 หรือ Wave A ถึงมักมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 38.2% ดังจากเอกสาร “Overview of Fibonacci and Wave Relationships” โดย Marc Rinehart เราสามารถอธิบายได้ว่าเหตุใด Wave 1 หรือ Wave A ถึงมักมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 38.2% ดังนี้:
________________________________________
🔍 พื้นฐานของแนวคิด Fibonacci Retracement
Fibonacci retracement เป็นเครื่องมือสำคัญใน Elliott Wave ที่ใช้หาจุดกลับตัวหรือแนวต้านสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของคลื่นใหม่ เช่น Wave 1 หรือ A
________________________________________
🧠 กรณี Wave 1 หรือ A:
• Wave 1 หรือ A คือ คลื่นเริ่มต้นของขาใหม่ในโครงสร้างคลื่น ซึ่งมักเกิดหลังจากตลาดปรับตัวแรงจากคลื่นก่อนหน้า (เช่น Wave 5 หรือ C จบลง)
• ผู้เล่นจำนวนมากยังไม่ “เชื่อมั่น” ว่าการกลับตัวเกิดขึ้นจริง → จึงเกิดแรงขายสวนในระยะสั้นตามแนว “ความไม่แน่ใจ” หรือ “retest”
• จากสถิติที่มีการค้นคว้า
“We typically expect only 12% of Wave 2’s to hold 38% retracements of Wave 1…”
หมายความว่า…
• เมื่อ Wave 1 (หรือ A) เด้งขึ้นจากจุดต่ำสุด → จุดสิ้นสุดของ Wave 1 จะมักไป ติดแนวต้าน Fibonacci 38.2% ของคลื่นใหญ่ก่อนหน้า
• เหตุผลคือ เป็นจุดที่ แรงขายจากผู้ติดดอย หรือผู้ที่ยังมองว่าเป็น “dead cat bounce” เริ่มทำงาน → กลายเป็นแนวต้านสำคัญ
________________________________________
📉 สถานการณ์ในตลาดจริง:
• เมื่อเกิดการปรับฐานแรง เช่นจากขาลงใหญ่ → หากราคาฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย (เช่น +38.2%) แล้วถูกเทขายลงอีก → มักหมายความว่าเป็นแค่ “Wave A” ของการย่อตัวแบบ Zigzag
• แต่หากราคาสามารถ ทะลุ 38.2% ไปได้ และถือฐานอยู่ → มีแนวโน้มสูงว่าเป็น “Wave 1” ของรอบใหม่ และจะมี Wave 3 แรงตามมา
________________________________________
✅ สรุป:
แนวต้าน Fibonacci 38.2% เป็นระดับสำคัญที่ Wave 1 หรือ A มักไปติด เพราะ:
1. เป็น “ระดับฟื้นตัวต่ำสุด” ที่ยังดูไม่น่าเชื่อถือ
2. นักลงทุนจำนวนมากใช้จุดนี้ในการ “ขายเพื่อออกของ” หรือทดสอบการกลับตัว
3. หากทะลุได้ → เป็นสัญญาณว่าแนวโน้มใหม่อาจเริ่มจริง (Wave 3 หรือ C กำลังจะเกิด)
________________________________________
SET 15/05/25 SW สะสมพลังในกรอบ 1196.5-1230.3 จนกว่าจะเลือกทางสะสมพลังในกรอบ 1196.5-1230.3
รูปแบบการเกิดทรงกราฟ
a. ขึ้นทะลุ 1223.3 ปิดเหนือ W 1126.9 ยืนได้ 1230.3 ยังขึ้นต่อ
เป้า : 1238.4-1239 1281.6-1288.5
b. ลงหลุด 1207.5 ต่ำกว่า 120 Tsd. 1196.5 จะมี สญ.กลับลง
เป้า : 1189.4-1187.3 1175.5 1164-1162.6
c. แกว่งเลือกทาง สะสมพลังในกรอบ 1196.5-1230.3 จนกว่าจะทะลุทางใดทางหนึ่ง
ถ้าเลือกทางแล้ว เรามีสถานะผิดฝั่งควร SL ออกไปก่อน หากราคาไม่กลับมาในกรอบ
.
W : ขาลง กำลังรีบาวด์
- ob ดีดขึ้น 38.2 1228.4 แนวโน้มฟื้นตัว
- ถ้ายืนเหนือ 38.2 ได้จะ test 50 1281.6
- 50 ต้านจิตวิทยารวม เบรคได้มวลชนจะมองขึ้น
- ob LH LL / เปิด 1226.9
D : ขาลง กำลังรีบาวด์
- ob LH LL + H-Brdi. ยังไม่มี สญ.กลับลง
240 : กำลังขึ้น ลุ้น 161.8 1288.5
- ob HH ลุ้น 161.8
- ยังไม่มี สญ.กลับลง
60 : ขาขึ้น กรอบ 1196.5-1230.3
- จากขึ้น 00+ Brdi. os HL = ยังไม่มี สญ.กลับลง
- sw สะสมพลังในกรอบ 1196.5-1230.3
- ถ้าเบรค 1230.3 ขึ้น 1238.4-1239 1281.6-1288.5
- ถ้าหลุด 1196.5 ลง 1189.4-1187.3 1175.5 1164-1162.6
SET50 ตอนนี้อยู่บนแนวรับเส้น speed line และ เส้นค่าเฉลี่ย50SET50
ตอนนี้อยู่บนแนวรับเส้น speed line และ เส้นค่าเฉลี่ย50วันที่ 782
หากหลุด ระยะสั้นจะดูไม่ดี มีโอกาสย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับ 769
และถ้าหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่อาจจะชนแล้วเด้งแรงๆได้คือ 750-751
ซึ่งหากชนแล้วมีโอกาสเด้งได้ถึง 780
กลับกันหากเบรกและยืนเหนือ 795 ได้ ก็มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 805, และ Gap zone 814-828
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET ติดแนวต้าน 1231 และกำลังสร้างกรอบ 1216-1207SET
ติดแนวต้าน 1231
และกำลังสร้างกรอบ 1216-1207
หากหลุด 1207-1205 จะดูไม่ดีในระยะสั้น
มีโอกาสย่อลงไปหาแนวรับ 1196 และถ้าหากหลุดอีก
จะมีแนวรับถัดไปคือ 1179, 1162 ตามลำดับ
แต่ถ้าหากไม่หลุด 1207-1205 แล้วยืนได้ ต้องเบรก
และยืนเหนือแนวต้าน 1216 ให้ได้ เพื่อที่จะขึ้นไปทดสอบ high 1231
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
วิเคราะห์ SET เมื่อตลาดทดสอบแนวต้าน Fibonacci 38.2% ที่ 1,228 จากภาพกราฟ SET รายวัน (TF: 1D) ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2025 มีรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้:
________________________________________
🔍 1. บริบทโดยรวมของกราฟ:
• SET มีการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดบริเวณ 1,056.41 จุด (เม.ย. 2025)
• ปัจจุบันราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้าน Fibonacci 38.2% ที่ 1,228.47 จุด
• คลื่น Elliott Wave ปรากฏรูปแบบ 5 คลื่นขาลงสมบูรณ์แล้ว และกำลังเข้าสู่คลื่นฟื้นตัวรอบใหม่ (Wave 1 หรือ A)
________________________________________
📊 2. แนวรับ-แนวต้านสำคัญจาก Fibonacci Retracement:
ระดับ Fibonacci จุดที่สำคัญ ความหมาย
0.0% 1,056.41 จุดต่ำสุด (Bottom)
14.6% 1,122.17 แนวต้านย่อยแรก ถูก Break ขึ้น
23.6% 1,162.71 กลายเป็นแนวรับระยะสั้น
38.2% 1,228.47 แนวต้านหลักแรกในรอบฟื้นตัว
50.0% 1,281.62 แนวต้านเชิงจิตวิทยา
61.8% 1,334.76 แนวต้านสำคัญที่สุดใน Fibonacci
100% 1,506.82 จุดสูงสุดเดิมก่อนขาลง
________________________________________
📈 3. วิเคราะห์พฤติกรรมราคาเมื่อทดสอบ 38.2% (1,228.47):
✅ ด้านบวก (Bullish Factors):
• ราคาทะลุเส้นแนวต้านก่อนหน้า (1,188 และ 1,200) ได้อย่างแข็งแรง
• มี Impulse Wave 1 เสร็จสมบูรณ์ ตาม Elliott Wave สีฟ้า (นับเป็นคลื่นฟื้นตัวรอบใหม่)
• มีโซน Volume Profile เดิมที่เบาบางบริเวณ 1,200–1,250 → มีโอกาส “วิ่งทะลุ” อย่างรวดเร็ว หากผ่าน 1,228.47
⚠️ ด้านลบ (Risk / Bearish Signal):
• 1,228.47 คือระดับ Fibonacci 38.2% ซึ่งเป็นแนวต้านธรรมชาติของการ "Dead Cat Bounce" หรือคลื่น B
• แท่งเทียนเริ่มแสดงอาการ “ลังเล” หรืออาจเกิด bearish divergence ใน Momentum Indicator
• มีโอกาสเป็น คลื่น (B) ใน ABC corrective structure → หากไม่สามารถผ่าน 1,228 ได้อย่างมั่นคง อาจโดนเทขาย
________________________________________
🧠 4. แนวโน้มพฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้:
🔹 กรณี 1: “เบรก 1,228 ได้” (Breakout Confirmed)
• เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,281 จุด (Fib 50%)
• อาจเป็นการเริ่ม Wave 3 ของคลื่นใหญ่ → Bullish Trend ชัดเจน
• กลยุทธ์: รอ pullback แล้วเข้าซื้อ หรือไล่ซื้อบางส่วนเมื่อเบรกยืนยัน
🔸 กรณี 2: “ชนแล้วไม่ผ่าน 1,228” (Reject @ Fib 38.2%)
• มีโอกาสเกิดคลื่น (2) หรือ B correction → ถอยมาที่โซนแนวรับ 1,188 หรือ 1,162
• กลยุทธ์: รอราคาย่อลงเพื่อซื้อเมื่อเห็น bullish signal บริเวณแนวรับ
________________________________________
📌 5. Key Zones ที่ควรจับตาในระยะสั้น:
โซน ความสำคัญ กลยุทธ์
1,228–1,230 แนวต้าน Fib 38.2% สังเกตแรงขาย / Bearish Reversal
1,188–1,200 แนวรับสำคัญ ถ้าร่วงกลับมาคือจุดทดสอบความแข็งแกร่งของเทรนด์
1,162 แนวรับลึกสุดก่อนล้มเทรนด์ฟื้นตัว หากหลุดลงมา → อาจมองว่ารอบฟื้นตัวนี้จบแล้ว
________________________________________
🎯 สรุปกลยุทธ์เทรด:
ประเภทนักลงทุน กลยุทธ์
🔄 นักเก็งกำไรระยะสั้น เทรดตาม momentum → วาง Stop ที่ 1,188 หากถือ Long
📥 รอซื้อ รอ Pullback มาที่ 1,188 หรือ 1,162 แล้วหา signal ขึ้นรอบใหม่
🛡️ นักลงทุนอนุรักษ์นิยม รอทะลุ 1,228 อย่างชัดเจน พร้อม Volume แล้วค่อยสะสม
________________________________________






















