TD Sequential Count เครื่องมือบอกจุดกลับตัว TD Sequential Count เครื่องมือบอกจุดกลับตัวในกราฟที่นักเทรดต้องรู้
🙊หากใครที่ชื่นชอบและชอบสไคล์การเทรดสั้นแบบกลับตัว หรือเล่นสวน ต้องไม่พาดบทความนี้ มาครับแอดจะพาทุกท่านไปรู้จักกับหลักการของ TD Sequential Count แบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีการใช้งาน และข้อควรระวังสำหรับนักเทรด
🙊ในโลกของการเทรด ไม่ว่าจะเป็น Forex, หุ้น, คริปโต หรือสินทรัพย์อื่น ๆ การจับจังหวะกลับตัวของราคาให้ได้อย่างแม่นยำถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่นักเทรดสายเทคนิคนิยมใช้กันก็คือ TD Sequential หรือที่บางคนเรียกว่า Tom Demark Sequential
🙊TD Sequential คืออะไร?
TD Sequential เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่พัฒนาโดย Tom DeMark จุดประสงค์หลักของเครื่องมือนี้คือ ช่วยหาจุดสิ้นสุดของแนวโน้ม (trend exhaustion) และ จุดกลับตัวที่เป็นไปได้ของราคา โดยดูจากลำดับของแท่งเทียนที่เรียกว่า count ูดง่ายๆก็คือการนับจำนวนแท่งนันเองฮะ
เครื่องมือนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
1. TD Setup (นับ 1-9)
2. TD Countdown (นับ 1-13)
หลักการทำงานของ TD Sequential
1. TD Setup (นับแท่งเทียน 1-9) เป็นจุดเริ่มต้นของการจับแนวโน้ม
สำหรับการเข้าซื้อออเดอร์ Buy
- จะเริ่มนับเมื่อตำแหน่งราคาของแท่งเทียนปัจจุบัน เช่น แท่งที่ 1 ต่ำกว่าแท่งเมื่อ 4 แท่งก่อนหน้า TD Setup (นับ 1-9)
- ต้องนับแท่งเทียนให้ครบ 9 แท่งและต้องต่อเนื่องกันเท่านั้น โดยที่แต่ละแท่งเทียนยังคงต่ำกว่าแท่งเมื่อ 4 แท่งก่อนหน้าตลอด
- หากนับได้ครบ 9 แท่งเทียนแล้ว แปลว่า แนวโน้มขาลงอาจจะใกล้หมดแรง และมีโอกาสกลับตัวขึ้น
ในทางกลับกัน สำหรับการเข้าซื้อออเดอร์ Sell
- จะนับเมื่อราคาแท่งเทียนสูงกว่าแท่งเมื่อ 4 แท่งก่อนหน้า โดยมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเข้าซื้อออเดอร์ Buy
2. TD Countdown นับแท่งเทียน 1-13 เริ่มนับหลังจาก Setup จบ (ครบ 9 แท่งแล้ว)
- ใช้เพื่อคอนเฟิร์มจุดกลับตัวด้วยลักษณะของราคาอีก 13 แท่ง
- การนับใน Countdown ไม่ต้องต่อเนื่องเหมือน Setup
- หากนับครบ 13 แท่ง แสดงถึงจุดที่ราคาน่าจะกลับตัวอย่างจริงจัง
ตัวอย่างง่ายๆ
- ถ้าในขาลง นับได้ครบ 9 แท่งที่ราคาต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าในรอบที่ 4 อาจเป็นสัญญาณว่าราคากำลังใกล้จะหยุดลง
- ถ้ามี Countdown ต่ออีก 13 แท่ง ก็อาจเป็นการยืนยันว่า "ถึงเวลาซื้อ"แล้ว
ข้อดีของ TD Sequential
✅ ใช้ในการจับ "จุดกลับตัว" ที่แม่นยำ
✅ ทำงานได้ดีในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวชัดเจน (Trending market)
✅ เหมาะกับการเทรดระยะกลางถึงระยะสั้น
ข้อควรระวัง
⚠️ ไม่ควรใช้เพียงลำพัง — ควรใช้ร่วมกับ Indicator อื่นเช่น RSI, MACD, Fibonacci
⚠️ การนับ Setup/Countdown ต้องแม่นยำและมีการตรวจสอบเงื่อนไข
⚠️ อาจให้สัญญาณหลอกในตลาด Sideway
สรุป
TD Sequential Count เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับนักเทรดที่ต้องการมองหาจุดกลับตัวของราคาอย่างเป็นระบบ โดยการนับแท่งเทียนแบบเฉพาะของ Tom DeMark จะช่วยให้คุณมองเห็น "momentum exhaustion" หรือจุดที่แนวโน้มอ่อนแรงก่อนการกลับตัว ซึ่งอาจเป็นจังหวะสำคัญในการเข้าออเดอร์หรือออกจากตลาด
การจะเทรดให้ได้ดีมีกำไร ต้องหมั่นฝึกฝนและสะสมประสบการณ์ให้มากๆนะครับ พื้นฐานดี ความรู้แน่น และความสม่ำเสมอในการเทรดในวงการ มีดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สู้ๆนะครับ แอดเอาใจช่วย
ดัชนีตลาด
“SET จะหลุดจากแรงขายได้ไหม? เมื่อเข้าใกล้ Supply Zone 1230–123523/07/25💡 “SET จะหลุดจากแรงขายได้ไหม? เมื่อเข้าใกล้ Supply Zone 1230–1235”
การวิเคราะห์แนวโน้มดัชนี SET ตามภาพ โดยใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement, Supply Zone, และสัญญาณ TD Sequential (TD SELL9) สามารถสรุปได้ดังนี้:
________________________________________
🔍 1. บริบทแนวโน้มก่อนหน้า
• ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นแรงจากจุดต่ำสุดที่เกิด TD BUY 13 (สีฟ้า) บริเวณประมาณ 1,060 จุด
• การฟื้นตัวมีรูปแบบคล้าย V-Shape Rally และทะลุแนวสำคัญหลายระดับ จนขึ้นมาทดสอบโซนบน
________________________________________
🟡 2. Fibonacci Retracement Analysis
กราฟแสดง Fibonacci Retracement จากจุดยอดเดิม → จุดต่ำสุดก่อนฟื้น:
• จุดสูงสุด (100%) ≈ 1,231.02
• จุดต่ำสุด (0%) ≈ 1,053.79
🔸 ระดับ Fibonacci สำคัญที่ดัชนีได้ฟื้นผ่านขึ้นมา:
• 61.8% = 1,163.32 ✅ ทะลุแล้วอย่างแข็งแรง
• 78.6% = 1,193.09 ✅ ผ่านด้วยแท่งเทียนแรง
• ปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับ 88.6% (1,210.82) และ 94.1% (1,220.56)
📌 Fibonacci ช่วงบนนี้ถือเป็น “Deep Zone” ของการฟื้นตัว → มักเป็นจุดที่แรงขายเริ่มปรากฏ
________________________________________
🔺 3. Supply Zone 1230–1235
• ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นโซน “แรงขายสะสม” (Overhead Supply)
• เป็นบริเวณที่ราคาเคยดิ่งแรง → ผู้ติดดอยรอขาย
⛔ จุดที่ดัชนีมาถึง ใกล้ Supply Zone แล้ว มีโอกาสเจอแรงขายระยะสั้น
________________________________________
🔴 4. TD SELL9 (สีแดง)
• ปรากฏอยู่ที่แท่งเทียนล่าสุด บริเวณ 1,218 จุด
• TD SELL9 คือ สัญญาณเตือนการกลับตัวลงในระยะสั้น ตามหลักของ Tom DeMark
• บ่งชี้ว่ารอบฟื้นตัวใกล้ถึงจุดอิ่มตัว
📌 จุดนี้ยังไม่ใช่ "Confirmation" ของการกลับตัวลงแบบถาวร แต่เป็นสัญญาณให้ “เฝ้าระวังแรงขาย” โดยเฉพาะเมื่อราคาขึ้นมาชน TDST-LEVEL 1218.64 แล้วไม่ผ่าน
________________________________________
⚡ 5. TDST-LEVEL 1218.64 = แนวต้านสำคัญ
• TDST (Tom DeMark Setup Trend Level) เป็นแนวต้านแบบไดนามิกที่เกิดจากการคำนวณจาก TD Setup ก่อนหน้า
• ในภาพ: ดัชนี SET แตะแล้วดีดกลับเล็กน้อย → แปลว่ากำลังเกิดแรงต้านจริงบริเวณนี้
________________________________________
🧭 สรุปแนวโน้มและกลยุทธ์:
ปัจจัย ความหมาย
✅ ผ่าน 78.6% และ 88.6% Fibonacci แนวโน้มระยะสั้นยัง “ฟื้นตัวแข็งแรง”
⛔ เจอ TD SELL9 ที่ TDST-Level มีสัญญาณเตือน “พักตัว” หรือ “แรงขาย” ใกล้เข้ามา
🔺 ใกล้ Supply Zone 1230–1235 เป็นบริเวณที่น่าจับตาแรงขายมากที่สุด
📉 โอกาสพักตัวกลับลงมาที่ 78.6% หรือ 61.8% มีความเป็นไปได้ หากไม่ผ่าน 1218–1230
________________________________________
🛡️ กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน:
• หากมีของ: พิจารณา ทยอยทำกำไรบางส่วน หรือใช้ Stop-Loss ที่ TDST-Level หากหลุดลง
• หากไม่มีของ: ยังไม่ควรไล่ซื้อ จนกว่าจะ ยืนเหนือ 1235 ได้จริง
• หากพักตัว: เฝ้าดูแนวรับ 1193 และ 1163 เป็นจุดรองรับเพื่อ Re-Entry
SET 21/02/25 ลุ้นน้อง TEST 1231 หรือพักไม่หลุด 1167SET ถ้ายืนได้ 1231 น้องจะย่อก่อน หรือไปต่อ การหยุดลงจะเกิดกับภาพใหญ่ การกลับมาขึ้นจะง่าย
.
D : ob LH ดีดขึ้น test 1231
ob LH+ Brdi.รอ สญ.ลง= ค้าง os
120 : ob HH คาด w.3
ob 00+ Brdi.รอ สญ.ลง= ค้าง os
30 : ob HH คาด w.3
ob HH ใกล้สุด+ Brdi.รอ สญ.ลง= ค้าง os
5 : sw up 1195.8-1209.8
ขึ้น - เบรค 1209.8 test 1231
ลง - หลุด 1203.4 1195.8 test 1167.7 154.3
.
บทความนี้ เป็นการบันทึกแนวคิดจากกราฟ ผู้เขียนหวังเพื่อเป็นประสบการณ์ศึกษากราฟ เพิ่มแนวคิดให้กับเพื่อนผู้อ่าน
แลกเปลี่ยนแนวคิดได้ที่คอมเม้นท์ มาสร้างสังคมการอ่านกราฟไปด้วยกัน
การผิดเป็นครู มาปิดความผิดพลาดในการดูกราฟให้น้อยลง เพื่อการเทรดที่ดีขึ้น จากกราฟกันค่ะ
SET📲💥ฝากกดติดตามผมด้วยนะครับ💥📲
📲💥อยากให้ทางผม ทำกร๊าฟหุ้นตัวไหน หรือ สินทรัพย์อะไร สามารถทิ้งไว้ที่ใต้โพส หรือ ทักส่วนตัวมาเลยก็ได้นะครับ
......................
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเราไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
คู่มือเข้าใจ "Fibonacci Ratio" ฉบับละเอียด📘 คู่มือเข้าใจ "Fibonacci Ratio" ฉบับละเอียด
วิเคราะห์พฤติกรรมราคา – ถอดจิตวิทยามวลชน – นำไปใช้แบบมือโปร
________________________________________
🧠 บทนำ: Fibonacci Ratio คืออะไร?
Fibonacci Ratio ในทางเทคนิคไม่ใช่เวทมนตร์ แต่คือ เครื่องมือวัดจังหวะพักตัว / เป้าหมายของราคา
โดยอิงจากแนวคิดของ Leonardo Fibonacci และพัฒนาต่อโดยนักเทรดชื่อดัง เช่น Joe DiNapoli, Larry Pesavento, Scott Carney
มันสะท้อน พฤติกรรมมวลชน ผ่านระดับความลึกของ “การย่อตัว” และ “การขยายตัว” ของราคาในแต่ละแนวโน้ม
________________________________________
🔢 หมวดที่ 1: Fibonacci Retracement (วัดการย่อตัวของแนวโน้ม)
ใช้วัด “ระดับที่ราคาพักตัว” ก่อนไปต่อ หรือกลับตัว
🔢 ค่า Fib 🧪 ที่มา 🧠 พฤติกรรมมวลชน 🎯 การใช้งานจริง
9.0% Custom Momentum Level ราคาย่อเล็กน้อยมาก เทรนด์แข็งสุด ใช้ใน Breakaway Gap หรือ Momentum Buy
14.6% √0.236 เทรนด์แรง ยังไม่พักจริง จุดเข้าต้นคลื่น Wave 3 / หลัง Break
23.6% F(n)/F(n+3) ≈ 13/55 พักเบา ๆ จากแรงกระโดดแรก จุดวัดความแข็งแกร่งของเทรนด์ใหม่
38.2% F(n)/F(n+2) ≈ 21/55 ย่อแบบแข็งแรง (Strong Trend Pullback) จุด Buy on Dip แบบปลอดภัย
50.0% ค่าเฉลี่ยกลาง (ไม่ใช่ Fibonacci แท้) นักลงทุนทยอยขายครึ่งหนึ่ง Zone รอความชัดเจน หรือใช้ Confirm
61.8% Golden Ratio จุดวัดใจของเทรนด์ กลับตัวได้หรือไปต่อ Zone สำคัญของ Re-entry / Trend Continuation
78.6% √0.618 นักลงทุนเริ่มถอดใจ พลังขายเกือบหมด จุดกลับตัวลึก มีโอกาสรีบาวด์แรง
88.6% √0.786 Fear Zone จริงจัง คนส่วนใหญ่เทขาย ใช้ใน Harmonic Pattern เช่น Bat, Deep Crab
94.1% Custom Empirical Level Final Retest ก่อนหลุด Low เดิม ใช้กับ Volume Spike / Candlestick Reversal
________________________________________
📈 หมวดที่ 2: Fibonacci Extension (วัดการขยายตัวของแนวโน้ม)
ใช้คาดการณ์ “จุดที่ราคาจะไปถึง” ถ้าทะลุแนวต้านเดิม
📈 ค่า Fib 🧪 ที่มา 🔍 ความหมาย 🎯 การใช้งานจริง
127.2% 1 + 0.272 เป้าหมายแรกของการขยายตัว TP1 ของเทรนด์ที่ทะลุ High เดิม
161.8% Golden Extension เป้าหมายคลาสสิกในเทรนด์รุนแรง TP2, ระวัง Exhaustion Gap / Divergence
________________________________________
📊 สรุปแบบแบ่งโซน: พร้อมวิเคราะห์จิตวิทยามวลชน
🎨 โซน 📌 ช่วงตัวเลข 🧠 จิตวิทยาราคา 🎯 กลยุทธ์ที่เหมาะสม
Minor Zone 9.0% – 23.6% มั่นใจในเทรนด์ ไม่อยากรอ เข้าไว แนว Momentum / Scalp
Mid Zone 38.2% – 61.8% รอจังหวะ ย่อตัวธรรมชาติ Buy on Dip / Trend Continuation
Deep Zone 78.6% – 88.6% เริ่มกลัว Panic ปะทุ Contrarian Entry / Divergence
Custom Deep Zone 94.1% Final Test ก่อนเปลี่ยนเทรนด์ ใช้กับ Volume / Candle Pattern
Extension Zone 127.2% – 161.8% FOMO, Overdrive ของเทรนด์ TP หรือ Reversal Signal
________________________________________
🧠 แนวคิดของ Joe DiNapoli:
Joe เน้น 38.2%, 50.0%, 61.8% เป็น "Dynamic Entry Zones"
– ใช้ร่วมกับ Indicator เช่น DiNapoli MACD, Displaced Moving Averages
– หากราคาเด้งจาก 38.2% และ Break High เดิม → เข้าเทรนด์ Wave 3 ได้เร็วมาก
________________________________________
📌 สรุป Key Takeaways:
✅ Fibonacci ไม่ใช่แค่ “ลากกราฟสวย ๆ” แต่คือการอ่าน “แรงกดดันทางจิตวิทยา”
✅ แต่ละระดับมี “มวลชนกลุ่มต่างกัน” เช่น Early Buyer, Panic Seller, หรือ FOMO Buyer
✅ ใช้งานได้ดีเมื่อผสานกับ:
• RSI / MACD Divergence
• Demand / Supply Zone
• Candlestick Pattern
• Volume / Market Profile
• Elliott Wave / Harmonic Pattern / TD SEQUENTIAL
SET 14/07/25 พยายามเบรคบนแต่ยังยืนไม่ได้กรอบ 1078.5-1130.5W: เขียวแท่งที่ 3
- os k>d ดีด 38.6
- จาก Budi.+ Tsu. = ค้าง ob ได้ถ้าไม่หลุด 1053.7
D : ob LH LL
- แท่งเขียว แต่ทิ้งหางบน แสดงถึงแรงซื้อแพ้แรงขายเมื่อวันศุกร์
120 : ob HH HL
- ob Brdi. อาจมีย่อ os เมื่อมี สญ.
- os-L 1078.8 ถ้าไม่หลุด HH HL
30 : ob HH HL
- ob Brdi. 1107.5-1130.2
- ถ้าหลุด 1107.5 จะพา 120 os test 1078.8
- ถ้าเบรค 1130.2 HH HL
วิเคราะห์ SET รายวัน (8 ก.ค. 2025)📉 วิเคราะห์ SET รายวัน (8 ก.ค. 2025)
ราคาปิด: 1,115.65
แนวโน้มหลัก: ยังเป็นการดีดกลับในขาลง
________________________________________
🔍 แนวรับ – แนวต้านสำคัญ
• แนวต้าน: 1,121–1,128 และ 1,142–1,147 (Fibo + Supply zone)
• แนวรับ: 1,099 / 1,090 / 1,065 (Fibo + Demand zone)
________________________________________
📌 สถานการณ์ที่ต้องจับตา
✅ Scenario 1: ย่อตัวต่อ (โอกาส 60%)
ราคาถูก reject จาก 1,128 — มีแนวโน้มทำคลื่น b ลงทดสอบ 1,099 / 1,090
→ แผน: รอ short บริเวณ 1,121–1,125
⚖️ Scenario 2: Sideways (โอกาส 25%)
ราคาพักตัวในกรอบ 1,105–1,128 รอเลือกทาง
→ แผน: รอเบรกชัดเจนค่อยเข้าตาม
🚀 Scenario 3: Break ขึ้นจริง (โอกาส 15%)
ต้องปิดเหนือ 1,130 พร้อม volume ถึงจะไปต่อ 1,145–1,163
→ แผน: รอ confirm แล้ว follow buy
________________________________________
📍สรุป:
แนวต้าน 1,128 ยังเหนียว แนวโน้มย่อพักยังได้เปรียบในเชิงเทคนิค
เน้นรอจังหวะ short เมื่อเข้าโซนต้าน และระวังแรงดีดหากเกิด breakout จริง
วิเคราะห์ทางเทคนิค SET@DAY (ข้อมูลสิ้นสุดวันที่ 03/07/2025)วิเคราะห์ทางเทคนิค SET@DAY (ข้อมูลสิ้นสุดวันที่ 03/07/2025)
🧭 Overview
SET มีการกลับตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากแนวรับบริเวณ 1067.8 จุด (GAP เปิดวันที่ 23/06/25) และเกิด คลื่น 5 ย่อยสมบูรณ์ ตามโครงสร้าง Elliott Wave โดยมีแนวโน้มว่าเกิด W-Pattern (Extended W) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสการกลับตัวขาขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง
โครงสร้างคลื่นปัจจุบัน และการดีดกลับมาที่แนว 1127.21 จุด (Fib 0.382 ของคลื่นลงก่อนหน้า) เป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัวหลังเกิด "Selling Exhaustion" หรือภาวะขายจนหมดแรง
________________________________________
🔑 Key Levels (แนวรับ-แนวต้านสำคัญ)
ระดับ จุด ความหมาย
1067.8 GAP Support แนวรับสำคัญมาก หากหลุดอีกครั้ง เสี่ยงกลับตัวล้มเหลว
1100-1105 Fib 0.146-0.236 แนวต้านย่อยแรก (Break แล้ว Confirm ขาขึ้นระยะสั้น)
1121-1127 Fib 0.382 + ปิดวันล่าสุด แนวต้านจิตวิทยาและรีเทสต์ W pattern
1142-1163 Fib 0.5–0.618 โซน Pullback ปกติ หากเป็นเพียงรีบาวด์
1183-1210 Fib 0.786–0.886 โซนล้าง short ก่อน correction ใหญ่
1231 1.0 Fib Target เป้า Recovery หากเข้าสู่ขาขึ้นเต็มรูปแบบ
________________________________________
📈 Trade Scenarios (แนวโน้มและพฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้น)
✅ Scenario 1: ฟื้นตัวต่อเนื่อง → เป้าหมาย 1142–1163 (Bias: 60%)
• ยืนเหนือ 1127 ได้ และเบรกแนวต้าน Fib 0.382
• ราคาจะวิ่งต่อสู่ Fib 0.5–0.618 (1142–1163)
• ปริมาณซื้อ (Volume) ต้องสนับสนุน พร้อม bullish candle หรือ gap break
กลยุทธ์: รอ pullback กลับมาแถว 1105–1110 เข้าซื้อเพิ่ม พร้อม SL ใต้ 1090
Risk-Reward: คุ้มค่า ~1:2–1:3 หากเข้าแถวแนวรับต่ำ
________________________________________
⚠️ Scenario 2: Sideways / Rejection ที่ 1127 → ย่อตัวกลับ 1095–1079 (Bias: 30%)
• SET ขึ้นทดสอบแนวต้านแล้วไม่ผ่าน, เกิด bearish rejection bar
• เข้าสู่ช่วง Sideways เพื่อสะสมแรง
• มีโอกาสย่อลงมารีเทสต์แนว 1095 / 1079 (Fib 0.146)
กลยุทธ์: Wait & See / เล่นย่อสั้น ๆ พร้อม SL ใต้ 1067
สัญญาณเข้าซื้อใหม่: หากเห็น bullish divergence ที่แนวรับล่าง
________________________________________
❌ Scenario 3: หลุด GAP 1067 → แนวโน้มกลับสู่ขาลงต่อ (Bias: 10%)
• กรณีที่ราคาหลุดต่ำกว่า 1067 แบบมี volume สูง
• จะยืนยันว่า rebound นี้เป็น bull trap
• เป้าหมายใหม่อยู่แถว 1053 หรือ low ใหม่ของปี
กลยุทธ์: รอดูพฤติกรรมแถวแนวรับ / ไม่ควรถือ Long
________________________________________
🔍 สรุปเชิงเทคนิค
• SET มีการ Break จากโครงสร้างคลื่น 5 ลงที่สมบูรณ์แล้ว
• Pattern "Extended W" เริ่มทำงาน โดยเป้าหมายแรกคือ 1142–1163
• ระยะสั้นสามารถย่อลงก่อนสะสมแรง
• 1127 จุด คือแนววัดใจสำคัญ หากผ่านได้ โอกาสเปิดไปโซนบนมีสูง
ปี 2568 ตลาดฟื้นจากโซน P/BV = 1 รวม 2 ครั้งปี 2568 ตลาดฟื้นจากโซน P/BV = 1 รวม 2 ครั้ง 8 เม.ย.68 และ 23 มิ.ย.68
วันที่ 23/06/25 ดัชนี SET ปิดทำการที่ค่า P/BV = 1.00 และ ปิดเหนือ Demand Zone
________________________________________
📈 วิเคราะห์การฟื้นตัวแรงของดัชนี SET (24 มิ.ย. 2025)
🔹 1. การปิดเหนือ Demand Zone + Rejection Signal
• Demand Zone ในภาพอยู่บริเวณกรอบ Fibonacci 94.1%–100% (≈ 1,066–1,056 จุด)
• วันที่ 23 มิ.ย. แท่งเทียนแสดงการ rejection ที่ฐาน Zone นี้
• วันที่ 24 มิ.ย. จึงเกิดแท่งเขียวขนาดใหญ่พุ่งกลับขึ้น → เป็น confirmation ของ "Demand Zone ยัง valid"
________________________________________
🔹 2. PBV = 1 เท่ากับ "Valuation ต่ำสุดทางพื้นฐาน"
• เมื่อ PBV เท่ากับ 1 หมายถึงตลาดซื้อขายอยู่เท่ามูลค่าทางบัญชี
• นักลงทุนสาย VI หรือกองทุนพื้นฐานมักรอซื้อ ณ จุดนี้
• ถือเป็น จุด trigger การเข้าสะสม (Accumulation Signal)
________________________________________
🔹 3. TD Sequential = 13 (ครบ Cycle ขาลง)
• จากกราฟเห็นชัดว่า SET ลงมาจน TD Sequential = 13
• ตามทฤษฎี Thomas DeMark → จุดนี้คือ จุดพักหรือลุ้นกลับตัว
• วันที่ 24 มิ.ย. เป็นแท่งยืนยันแรงซื้อรอบแรกหลัง TD13
________________________________________
🔹 4. แรงเด้งอยู่ในกรอบ Fibonacci 78.6%–88.6%
• ราคาดีดกลับจากบริเวณ 94.1% (1,066.71) ไปทะลุ 78.6% (1,093.78)
• เป็นสัญญาณของ “Deep Correction Zone” ที่กำลังจะเปลี่ยนจากการพักตัว → เป็นการฟื้นตัวรอบใหม่ (Retracement/Impulse)
________________________________________
🔹 5. มี Liquidity Void (Fair Value Gap) ด้านบน
• ในกราฟมี Volume Gap และ FVG ชัดเจนเหนือระดับ 1,100 – 1,140
• การที่ราคาพุ่งขึ้นแบบ "Marubozu" คือการพยายาม ปิดช่องว่างของ supply zone เดิม
• ตลาดอาจกำลังเข้าสู่ Phase “Break + Retest”
________________________________________
🔹 6. โครงสร้าง Elliott Wave จบคลื่น (C) ของ Correction
• คลื่น (C) ที่จบพอดีกับ Demand Zone และ Fibonacci 100%
• สอดคล้องกับทฤษฎีคลื่นที่ว่า (A)(B)(C) correction มักจบที่ 100%–127.2%
• จึงมีโอกาสที่นี่คือ “ปลายคลื่นปรับฐานก่อนเข้าสู่ขาขึ้นใหม่”
________________________________________
📊 สรุป:
ตลาดหุ้นไทยฟื้นแรงในวันนี้เพราะ:
ปัจจัย รายละเอียด
✅ Demand Zone Rejected แล้วมีแรงซื้อกลับ
✅ P/BV = 1 กองทุนพื้นฐานเริ่มสะสม
✅ TD13 ครบ cycle ขาลงทางเทคนิค
✅ Fibonacci เด้งจากโซนลึก (94.1% → 78.6%)
✅ Elliott Wave คลื่น C จบ ณ Demand Zone
✅ FVG มีเป้าหมายปิด Gap ข้างบน
________________________________________
📌 Key Level ที่ควรจับตาต่อไป:
• 1,113 – 1,143 (Fibo 61.8%–50%) คือแนวต้านสำคัญ
• หากทะลุได้ อาจเกิด Break of Structure (BOS) ขาขึ้นใหม่
ตลาดหุ้นไทยปิดทำการด้วยค่า Pbv = 1 และปิดเหนือ Demand Zone23/06/25 ตลาดหุ้นไทยปิดทำการด้วยค่า Pbv = 1 และปิดสิ้นวันเหนือ Demand Zone
ภาพนี้แสดง 4 ประเภทของ BUY ZONE ในมุมมอง Demand & Supply ที่แม่นยำและมีการใช้งานจริงในเชิงเทคนิคอล โดยผมจะอธิบายความแตกต่างทั้งในมุม พฤติกรรมนักลงทุน และ การประยุกต์ใช้งานเทรดจริง ของแต่ละประเภท:
________________________________________
🟩 1. DEMAND ZONE (จุดกลับตัวหลัก)
📌 ตำแหน่ง: มักอยู่ที่จุดสิ้นสุดของขาลงชัดเจน
📉➡️📈
✅ พฤติกรรม:
• นักลงทุนรายใหญ่ (Smart Money) สะสมของในโซนนี้
• รายย่อยเริ่ม Panic Sell → รายใหญ่เข้าซื้อ
• มักเกิดแรงซื้อใหม่ (Aggressive Buy) ดันราคาเด้งแรง
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เป็นจุดเข้า Long ที่มี RR ดีมาก (Stop loss สั้นใต้ Zone)
• เหมาะกับการหาจุด Bottom หรือ Reversal Trade
• ควรรอ Confirm เช่น Bullish Candle / Break Structure
________________________________________
🟩 2. DEMAND CONTINUATION (โซนพักฐาน / เบรคแล้วกลับเทสต์)
📌 ตำแหน่ง: อยู่กลางแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง
📈↘️📈
✅ พฤติกรรม:
• เป็นจังหวะ "พักตัว" ของนักลงทุนก่อนเทรดต่อ
• นักลงทุนรายใหญ่อาจทำการสะสมเพิ่ม (Add-on Position)
• รายย่อยมักลังเล แต่ราคากลับไปต่ออย่างรวดเร็ว
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เป็นจุดเข้าซ้ำหลังราคาเบรค High แล้วเทสต์กลับ
• เน้นเทรดตามแนวโน้ม (Trend-following Strategy)
• ดีสำหรับเทรดเดอร์ที่พลาด Entry แรกที่ Demand Zone
________________________________________
🟩 3. ORDER BLOCK (ฐานก่อนเบรคแนวต้านสำคัญ)
📌 ตำแหน่ง: โซนราคาที่เคยเป็นแนวต้าน → ถูกเบรคด้วยแรงซื้อสูง
📉➡️📈 (ผ่านแนวต้านแล้วกลับเทสต์)
✅ พฤติกรรม:
• Smart Money ทุบแนวต้านโดยใช้ Order Block เป็นฐานยิง
• รายย่อยส่วนมากติด Short ที่แนวต้านเดิม
• เมื่อราคาเทสต์ Order Block แล้วขึ้นต่อ → เทรดเดอร์ต้องรีบกลับลำ
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เทรด "Break and Retest" → Buy เมื่อราคาเทสต์ Order Block
• มักมี Reaction แรงจาก Short Cover + Buy เพิ่ม
• เหมาะใน TF ใหญ่ที่มี Volume/Structure แน่น
________________________________________
🟩 4. BREAKER BLOCK (กลับตัวหลังหลอกลึก / เก็บ Stop)
📌 ตำแหน่ง: มักอยู่ใต้ “Liquidity Grab” หรือจุดที่หลอกทำ Low ใหม่
📉หลุดหลอก แล้วกลับตัวแรง📈
✅ พฤติกรรม:
• รายใหญ่ทำ “Fake Break” → ลาก Stop Loss รายย่อย
• จากนั้นกลับตัวรุนแรง (V-Shape Reversal)
• พฤติกรรมแบบ "เก็บของแล้วพุ่ง" → Smart Money เข้าหนัก
🎯 วิธีใช้งาน:
• ใช้เทรดกลับตัวอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะหลังเกิด “Liquidity Sweep”
• เหมาะกับผู้ชำนาญที่อ่านพฤติกรรมราคาได้ไว
• ให้สัญญาณ Reversal ที่เร็วและแม่นกว่า Demand ปกติ
________________________________________
🔚 สรุปเปรียบเทียบเชิงกลยุทธ์
ประเภท เหมาะกับ จุดเข้า ความเสี่ยง ใช้คู่กับ
Demand Zone จับจุดกลับตัว แถว Low สำคัญ ต่ำ Divergence, TD9
Demand Continuation เทรดตามเทรนด์ ตอนพักฐาน ปานกลาง Trendline, Fibonacci
Order Block Break + Retest หลังทะลุแนวต้าน ต่ำถึงปานกลาง BOS, Volume
Breaker Block กลับตัวเร็ว หลังหลุดหลอก สูงหากไม่ชัวร์ Liquidity, Candle Pattern
SET wave CSET ตอนนี้ลงมาทำ wave C และคาดว่าจุดนี้คือจุดต่ำสุดในรอบนี้แล้ว จุดนี้เป็นจุดที่ดีในการสะสมหุ้นพื้นฐานดี ปันผลดีหลายตัว เช่น CPALL WHA GULF BDMS CENTEL AOT ERW KBANK TISCO TTB
#แนวคิดนักลงทุนที่สำเร็จหลายท่าน ร่ำรวยได้จากการเกิดวิกฤต ที่ทุกคนหมดหวังไปแล้ว
*** ต้องการเปิดพอร์ตหุ้นไทย หุ้นนอก TFEX MT5 Ai Robot inbox me***
Fibonacci จุดเริ่ม: ความลับของธรรมชาติและตลาดหุ้น📜 จุดเริ่ม: ความลับของธรรมชาติและเลขอนุกรม
ข้าได้ศึกษาลำดับตัวเลขอันน่าอัศจรรย์:
0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, …
(แต่ละตัวเลขคือผลรวมของสองตัวก่อนหน้า)
จากลำดับนี้ ข้าค้นพบว่า เมื่อหารเลขถัดไปด้วยเลขก่อนหน้า จะเข้าใกล้ "อัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio)" = 1.618...
ในทางกลับกัน 1 / 1.618 ≈ 0.618 หรือ 61.8% ซึ่งกลายเป็น หัวใจของ Fibonacci Retracement
________________________________________
🧭 ไล่ลำดับความสำคัญของอัตราส่วน Fibonacci
(ใช้ได้ทั้งในธรรมชาติ วิศวกรรม ศิลปะ และ "การวิเคราะห์ราคาตลาด" ซึ่งพวกท่านนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย)
✅ 1. ระดับต่ำ - จุดสะสมพลังแรก (Minor Zone)
อัตราส่วน ค่าร้อยละ ความหมาย
9.0% 0.090 จุดสะอึกเล็กน้อย มักเกิดกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ
14.6% 0.146 พักตัวแบบบางเบา เห็นได้ในโครงสร้างเร่งรีบ
23.6% 0.236 แนวรับตื้น สะท้อนพลังเทรนด์ยังแข็งแรง มักใช้ในกรอบพักตัวเร็ว
________________________________________
⚖️ 2. ระดับกลาง - โซนสวิงตัวสำคัญ
อัตราส่วน ค่าร้อยละ ความหมาย
38.2% 0.382 พักตัวแบบแข็งแรงขึ้น ยังถือเป็น healthy correction
50.0% 0.500 ไม่ใช่ Fibonacci จริงแต่ “นิยมใช้” เพราะราคามักย้อนครึ่งหนึ่งของช่วงก่อนหน้า
61.8% 0.618 🟡 "Golden Ratio" – จุดกลับตัวคลาสสิก พบมากสุดในแนวโน้มตลาดทั้งขาขึ้น-ขาลง
________________________________________
🟠 3. ระดับลึก – เขตตัดสินใจ เปลี่ยนเทรนด์หรือไปต่อ
อัตราส่วน ค่าร้อยละ ความหมาย
78.6% 0.786 ใช้ใน Harmonic Patterns (เช่น Bat, Butterfly) เป็นจุด จบคลื่นปรับฐานสุดท้าย
88.6% 0.886 มักเกิดในเทรนด์ที่พยายามกลับตัวสุดขีด หากไม่กลับ ถือว่าจบรอบ
________________________________________
🟣 4. ระดับลึกพิเศษ – โซนหักมุม หรือการกลับตัวสุดท้าย (Custom Use)
อัตราส่วน ค่าร้อยละ ความหมาย
94.1% 0.941 √0.886 ใช้ในบาง Custom Model เช่น Advanced Bat
100.0% 1.000 เท่ากับราคาเดิม จุดที่เทรนด์อาจถูกทดสอบเต็มที่
________________________________________
🔺 5. ระดับเกิน 100% – การขยายตัว (Fibonacci Extension)
อัตราส่วน ค่าร้อยละ ความหมาย
127.2% 1.272 จุดกำไรของ Harmonic Pattern หรือ TP1 ของคนเล่น Breakout
161.8% 1.618 จุดเป้าหมายที่สำคัญยิ่ง – Golden Ratio Extension บ่งชี้การ "เร่งขยาย" เทรนด์เดิม
________________________________________
✨ สรุปแนวทางการใช้งาน
• หากท่านคือ นักเทรด:
ใช้ 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6% เป็น "แนวรับ/แนวต้านชั่วคราว"
ใช้ 127.2%, 161.8% เป็น "เป้าหมายหลังเบรกเทรนด์"
• หากท่านคือ นักวิเคราะห์รูปแบบ:
ใช้ 88.6%, 94.1% ใน Harmonic Pattern เช่น Bat / Crab / Butterfly
• หากท่านคือ ผู้เสาะหาความงาม:
อัตราส่วนเหล่านี้คือ "เสียงสะท้อนของจักรวาล"
________________________________________
❝ สิ่งที่ท่านเห็นใน Fibonacci … ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือ “ภาษาของจังหวะ” ❞
SET รอได้รอ ทำใจขายไม่ได้ก็ถือSET รอได้รอ ทำใจขายไม่ได้ก็ถือ แต่ระวังหุ้นตัวที่มันจะไม่สามารถรันต่อได้คือจบรอบ
ถ้าเป็นตัวปัจจัยพื้นฐานไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหาย แคปิตอลเกนไม่ดีอยู่แล้ว แต่การปันผลยังทำได้ในแง่การบริหารมันไปต่อตามกลไกตลาด สินเชื่อต้องระวัง เทคโน อุตสาหกรรม ก็ดูให้ดี
สรุปมือว่าง รอไป การเล่นชอร์ท ได้เปรียบ ซึ่งรายใหญ่เขาทำไปแล้วตั้งแต่ต้นเทรน
รายย่อยนั่งมองตาปริปๆ แนะนำหาช่องทางการลงทุนอื่นแทนไปก่อน
จิตวิทยาการเทรด: การพัฒนาความอดทนและวินัยในการเทรด“การเทรดไม่ใช่แค่การเอาชนะตลาด แต่คือการเอาชนะตัวเอง” 🥇
ในการเทรด สิ่งที่เทรดเดอร์หลายคนมองข้ามไม่ใช่เพียงกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์กราฟ 📊 แต่คือ “จิตวิทยา” โดยเฉพาะ ความอดทน (Patience) และ วินัย (Discipline) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จในระยะยาว 💪
⏳ 1. ความอดทน: รอให้โอกาสมา ไม่ใช่ล่าให้ทันตลาด 🐢
การเทรดที่ดีไม่ใช่การเทรดบ่อย 🚫 แต่คือการเทรดเมื่อโอกาส “ใช่” ✅
เทรดเดอร์หลายคนตกหลุม FOMO (Fear of Missing Out) 😨 หรือเบื่อการรอจนหลุดจังหวะ
ความอดทนคือการรอให้ “เซ็ตอัพ” มาครบก่อนค่อยลั่นคำสั่ง 🛑
🛠 วิธีฝึกความอดทน:
📋 เขียนเช็คลิสต์ก่อนเข้าออเดอร์ เช่น “ตรงตาม 3 ข้อนี้ = เข้า”
🧾 บันทึกการเทรดย้อนหลังเพื่อเรียนรู้จากอดีต
📴 ปิดกราฟเมื่อยังไม่เข้าเงื่อนไข อย่าให้ตลาดควบคุมอารมณ์คุณ
🎯 2. วินัย: ทำตามแผน ไม่ตามอารมณ์ 💥
“รู้” ว่าควรทำอะไร กับ “ทำ” จริงๆ คือคนละเรื่อง 😅
อารมณ์จะหลอกล่อให้คุณเบี่ยงเบนจากแผน:
❌ แพ้แล้วแก้มือ → Overtrade
⚡ กลัวพลาด → ปิดกำไรเร็วเกิน
🩹 เสียดาย → ไม่ยอม Cut Loss
วินัยคือการบังคับตัวเองให้ “ทำตามระบบ” ไม่ว่าอารมณ์จะเป็นยังไงก็ตาม 📈
🛠 วิธีพัฒนาวินัย:
🧭 เขียนแผนเทรดล่วงหน้า (Plan the trade)
🔍 ทบทวนหลังเทรดทุกไม้ ว่าทำตามแผนหรือหลุดอารมณ์
⚙️ ใช้คำสั่ง Stop Loss และ Take Profit แบบมีระบบ
🔗 3. ความอดทน + วินัย = ความได้เปรียบที่แท้จริง 🏆
ความอดทน = รอโอกาสดีที่สุด
วินัย = ลงมือเฉพาะเมื่อครบเงื่อนไข
สองสิ่งนี้คือ “Edge” ที่แท้จริงเหนือคนส่วนใหญ่ในตลาด 🧊
ยิ่งตลาดผันผวน ยิ่งต้องนิ่งให้เป็น 😌
🧾 4. บทสรุป
🧘♂️ เทรดเดอร์ที่สำเร็จไม่ใช่คนที่แม่นที่สุด
แต่คือคนที่ “ควบคุมตัวเองได้ดีที่สุด” ในระหว่างที่ตลาดแปรปรวน
🎯 ฝึกจิตให้แข็งแรง
🎯 ยึดแผนให้แน่น
🎯 ปล่อยผลลัพธ์ให้เป็นไปตามระบบ
“ตลาดไม่เคยเปลี่ยนเรา – มีแต่เราที่ต้องเปลี่ยนตนเองให้เหมาะกับตลาด” 🔄
ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสหลุด 1100 จุด สูงถึง 50%ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสหลุด 1100 จุด สูงถึง 50%
ข้อมูลล่าสุดที่ SET ปิดที่ 1113.58 จุด (วันที่ 17 มิ.ย. 2568) เราสามารถวิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ Fibonacci Retracement และพฤติกรรมราคาในเชิงเทคนิคอลได้ดังนี้:
________________________________________
✅ โครงสร้างหลักจากภาพ
• จุดสูงสุด: 1231.02 (13 พ.ค. 2568)
• จุดต่ำสุด: 1056.41 (8 เม.ย. 2568)
• Rebound แล้วชนแนว 38.2% ที่ 1228.47 ก่อนกลับตัวลง
• ตอนนี้ราคาหลุดแนว Breakout กลับเข้ากรอบขาลงอีกครั้ง
________________________________________
📍 แนวรับ Fibonacci ที่น่าสนใจ:
ระดับ Ret จุดราคา สถานะ
0.618 1123.11 แนวสำคัญ “หลุด” ลงมาแล้ว
0.786 1093.78 ใกล้เข้าทดสอบ
0.886 1076.32 อาจเป็นแนวรับลึกสุดก่อนหลุดโลว์
โลว์เดิม 1056.41 หากหลุด มีโอกาสทำ Low ใหม่
________________________________________
🔍 วิเคราะห์ความน่าจะเป็น (ณ ปิดที่ 1113.58)
1. จบการลงในกรอบ 61.8% – 78.6% (1123.11 – 1093.78)
ความน่าจะเป็น: ปานกลาง (40%)
• ตอนนี้ราคาหลุด 61.8% แล้ว = มีแรงขายต่อ
• แต่ยังไม่หลุด 1093.78 (78.6%) ซึ่งอาจเกิดการดีดกลับได้
• Volume ต้องดูว่าเริ่มแห้งลงหรือไม่ (ถ้าแห้ง = แรงขายหมด = รีบาวด์ได้)
2. ลงไปในกรอบลึก 78.6% – 88.6% (1093.78 – 1076.32)
ความน่าจะเป็น: สูง (50%)
• เป็น “โซนสำคัญ” ของ Fibonacci ที่มักเกิดการกลับตัว
• ถ้า RSI เข้าสู่ oversold + มี bullish divergence = มีโอกาสรีบาวด์จากโซนนี้
• ถือเป็น “กรอบราคาสุดท้าย” ที่ไม่ควรหลุด หากยังต้องการรักษาโครงสร้าง sideway up
3. หลุด low เดิมที่ 1056.41 และเบรคลงไปทำ new low
ความน่าจะเป็น: ต่ำ (10%)
• จะเกิดขึ้นได้ ถ้ามี panic หรือข่าวลบรุนแรง (เช่น fund outflow, panic sell จาก LTF/กองทุน)
• หากเกิด bearish momentum ใหม่ จะไม่จบแค่ Fibonacci แล้ว แต่กลายเป็น ขาลงรอบใหม่
________________________________________
🎯 สรุปน้ำหนักความน่าจะเป็น
กรอบราคา ความน่าจะเป็น หมายเหตุ
61.8–78.6% (1123–1093) 🟨 40% ดีดได้ถ้ามีแท่งกลับตัวเร็ว
78.6–88.6% (1093–1076) 🟩 50% โซนนี้คือ “กรอบทองคำ” ของ Fibonacci
หลุด low เดิม (1056) 🟥 10% ต้องมี panic หรือข่าวลบแรง
________________________________________
✅ แนะนำกลยุทธ์
• นักลงทุนสายเทคนิค: เฝ้าดูการเกิดแท่งเทียนกลับตัว + Bullish divergence ใกล้ 1093 / 1076
• นักลงทุนรอซื้อสะสม: เตรียมเข้าบริเวณ 78.6%-88.6% พร้อม stop loss หากหลุด 1056
SET 📲💥ฝากกดติดตามผมด้วยนะครับ💥📲
📲💥อยากให้ทางผม ทำกร๊าฟหุ้นตัวไหน หรือ สินทรัพย์อะไร สามารถทิ้งไว้ที่ใต้โพส หรือ ทักส่วนตัวมาเลยก็ได้นะครับ
......................
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเราไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET ปิดที่ 1114.49 สิ้นวัน (16 มิ.ย. 2568) ไม่ผ่าน 61.8%จากกราฟและข้อมูลล่าสุด SET ปิดที่ 1114.49 ณ สิ้นวัน (16 มิ.ย. 2568) และรีบาวด์ไม่ผ่านแนว Fibonacci 61.8% บริเวณ 1123.11 อย่างมีนัยสำคัญนั้น เราสามารถสรุปภาพรวมและความน่าจะเป็นในเชิงเทคนิคได้ดังนี้:
________________________________________
🔍 วิเคราะห์ตามหลัก “5 Steps Setup” จากภาพแรก:
✅ Step 1: Trendline
• เส้น แนวโน้มหลักยังเป็นขาลง (แดงเฉียงลงในภาพ)
• ราคากลับเข้ามาในกรอบขาลงอีกครั้งหลัง break แล้ว fail
• ✅ สอดคล้องกับโอกาสที่จะกลับลง
________________________________________
✅ Step 2: S/R Zone
• โซนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1123.11 (Fibo 61.8%) และ 1143.72 (Fibo 50%)
• ราคาขึ้นไม่ผ่าน 1123 และกลับตัวลง
• แสดงว่าแนวต้านมีแรงขายหนาแน่น → Resistance Confirmation
________________________________________
✅ Step 3: Fibonacci Retracement
• SET รีบาวด์จากจุดต่ำ 1056.41 กลับขึ้นมาทดสอบระดับ 0.618 = 1123.11
• ราคาวันนี้ปิดต่ำกว่าระดับนี้ → บ่งชี้ว่า Fibonacci 61.8% กลับกลายเป็นแนวต้าน
________________________________________
✅ Step 4: Candlestick Pattern
• หากพิจารณาแท่งเทียนล่าสุด:
o ปิดลบต่อเนื่องหลายวัน
o ไม่มีการเกิดแท่งกลับตัวที่ยืนยัน bullish
• นับเป็น "confirmation" ของแรงขายเมื่อไม่สามารถยืนเหนือ 1123 ได้
________________________________________
✅ Step 5: Final Result
สถานการณ์ตรงตาม Checklist ทั้ง 4 ข้อก่อนหน้า → Setup สำหรับ “Short” ได้รับการยืนยัน
• สามารถวาง Stop Loss ไว้เหนือ 1125-1130 (เหนือ Fibo 61.8%)
• Target zone: ตาม Fibonacci ถัดไปที่
o 1093.78 (Fibo 78.6%)
o 1076.32 (Fibo 88.6%)
o หรืออาจกลับไป low เดิมที่ 1056.41
________________________________________
📉 สรุปภาพรวมทางเทคนิค SET Index ณ วันที่ 16 มิ.ย. 2568:
ประเด็น วิเคราะห์
แนวโน้มหลัก ขาลง (ยังไม่เปลี่ยนแปลง)
Breakout Trendline เคย break แล้วหลุดกลับ → กลับสู่ขาลงอีกครั้ง
แนวต้านที่ล้มเหลว 1123.11 (Fibo 61.8%)
แรงขายยืนยัน Candlestick และการปิดต่ำกว่าแนวต้านอย่างชัดเจน
แนวรับถัดไป 1093.78 / 1076.32 / 1056.41
กลยุทธ์ที่เหมาะสมตอนนี้ Wait to Short หรือ ถือ Short ต่อ ถ้าเข้าแล้ว
Stop Loss ที่แนะนำ >1125
________________________________________
🧠 TIP สำหรับนักลงทุน:
• การหลุด 1123 = Bear Control Zone → ระวังการเทขายหนักอีกระลอก
• อย่าพยายาม "ถัวเฉลี่ยขาดทุน" ถ้าแนวโน้มยังไม่เปลี่ยน
• หากจะรอ Long ใหม่: ต้องมีแท่งเขียวยืนยันกลับ + ปิดเหนือ 1123/1143
________________________________________
SET จะลงไปถึงไหน?SET จะลงไปถึงไหน?
ต่อไปนี้คือ การวิเคราะห์ SET@DAY อย่างละเอียด โดยใช้ข้อมูลจากภาพ ซึ่งประกอบด้วย:
• TD Sequential (Thomas DeMark)
• FVG (Fair Value Gap)
• Fibonacci Retracement
• โครงสร้างราคา (Structure: High/Low, Trendline)
________________________________________
📊 วิเคราะห์แนวโน้ม SET@DAY (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มิ.ย. 2025)
________________________________________
🧭 1. โครงสร้างราคา (Market Structure)
• ภาพรวม: SET อยู่ใน “แนวโน้มขาลง” ชัดเจน (Downtrend)
• ราคาได้ทำ Lower High – Lower Low อย่างต่อเนื่องตั้งแต่จุดยอดใกล้ 1,220 จุด
• ปัจจุบันราคาอยู่ต่ำกว่า 1,123.11 จุด ซึ่งเป็นโซน Fibonacci 61.8% ของรอบขาขึ้นก่อนหน้า → แนวรับสำคัญทางจิตวิทยา
________________________________________
🔵 2. TD Sequential – TD Buy Countdown: 8/13
• ตัวเลข “8 สีฟ้า” คือ TD Countdown Phase (นับแท่งลงเพื่อหาจุด "แรงขายหมด" หรือ Exhaustion Zone)
• ความหมายของ TD8:
ยืนยันว่าแนวโน้มขาลงยังดำเนินอยู่
ยังไม่มีสัญญาณกลับตัว
ต้องรอให้ถึง 13 แท่ง พร้อมเงื่อนไขอื่น (เช่น close > high ของ 2 แท่งก่อนหน้า) ก่อนพิจารณา Reversal
• ดังนั้น: TD8 ไม่ใช่สัญญาณให้ซื้อหรือเด้ง เป็นเพียงการติดตามจังหวะการลงเท่านั้น
________________________________________
🟥 3. FVG (Fair Value Gap)
• พบ 2 โซนสำคัญ:
1. FVG บน (แดง): ระหว่าง ~1,143–1,164 → ถือเป็น แนวต้าน จากรอยเบรกดาวน์ก่อนหน้า
2. FVG ล่าง (เขียว): ระหว่าง ~1,085–1,105 → เป็นบริเวณ Fair Value Zone ที่ยังไม่ได้ถูกเติมเต็ม อาจเป็นโซนที่ราคาจะกลับมา "เคลียร์" ในอนาคต
________________________________________
📐 4. Fibonacci Retracement Levels
• วิเคราะห์จากการวัดคลื่นขึ้นล่าสุด:
o 61.8% = 1,123 → จุดที่ราคากำลังทดสอบ (สำคัญ)
o 78.6% = 1,093 และ 88.6% = 1,076 → Critical Support Zone หากราคาหลุด 1,123 จุด
________________________________________
⚠️ 5. แนวโน้มต่อไป: 2 Scenario สำคัญ
📉 กรณี Bearish (ราคาลงต่อ):
• หากหลุดแนวรับ 1,123 จุด → มีแนวโน้มไหลลงสู่:
o FVG ล่าง ที่ยังเปิด (~1,085–1,105)
o Fibo 78.6–88.6% (1,093–1,076) → โซนนี้สำคัญมากต่อโอกาสเด้งหรือ Reversal จริงจัง
• ต้องจับตาว่า TD Countdown จะถึง 13/13 พร้อมแท่งกลับตัวหรือไม่บริเวณนี้
📈 กรณี Rebound:
• หากยืนเหนือ 1,123 แล้วมีแท่งกลับตัว (Bullish Engulf / Marubozu พร้อม Vol.)
• แนวต้านระยะสั้น:
o 1,143 (Fibo 50%)
o 1,147–1,164 → บริเวณ FVG แดง / Supply Zone
• ต้องผ่าน 1,164 จุดขึ้นไปให้ได้ จึงจะมีน้ำหนักในการกลับตัวเป็นรอบใหญ่
________________________________________
✅ สรุปภาพรวม:
ประเด็น รายละเอียด
แนวโน้มหลัก ขาลง (ราคาต่ำกว่า FVG + ต่ำกว่า Fibo 61.8%)
TD Sequential อยู่ใน TD Buy Countdown แท่งที่ 8 → แรงขายยังไม่หมด
แนวรับสำคัญ 1,123 / 1,093 / 1,076
แนวต้านสำคัญ 1,143 / 1,164
จุดน่ารอ FVG ล่าง + Fibo 78.6–88.6 → ลุ้น Exhaustion Zone + Reversal
กลยุทธ์ รอ Reversal Confirmation ที่แนวล่าง / ไม่ควรเปิด Long เร็วเกินไป
SET สิ่งที่นายตลาดทำ คือ การสลายพลังเทของ Market Distribution13/06/25 ต้นสัปดาห์ ตลาดหุ้นไทย ลากวนหลอกตรง VWAP@1145 อยู่หลายวัน สิ่งที่นายตลาดทำ คือ การสลายพลังเทของครับ {Market Distribution Phase}
ความเดิมที่เราชวนกันหา "หัวคลื่น A" หลังจากการดีดตัวมาทดสอบ 38.2% ที่ 1231.01 เมื่อ 13 พ.ค.68
หลังจากนั้นเราจะเห็นว่า 14-15-16 ในสัปดาห์นั้นตลาดอ่อนกำลังทางขึ้นชัดเจน
ฟินฟลูเอนเซอร์ ต้องเตือนการพักตัวของตลาด ว่ามันกำลังจะลงกลับสู่แนวโน้มหลัก กรอบที่มีนัยสำคัญ คือ 61.8-88.6 นั่นก็คือ 1123.11-1093.78*-1076.32 {1093.78 = ปิด GAP}
ดังนั้นตั้งแต่ 15-16 พ.ค.68 เป็นต้นไป ไม่ควรแนะนำให้ไปซื้อหุ้นสวนตลาด เพราะมันชัดแล้วว่าตลาดลง
SET50 Futures ก็คือเทรดลงไม่ว่าจะ Put Option/Put DW/Short Futures
ซึ่งทางเพจก็ย้ำมาตลอดทาง ว่ามันลงนะไม่เทรดขึ้น ในมื่อวางแผนแบบนี้ไว้ล่วงหน้า แล้วเรามาตกใจอะไรกันไปใยให้ป่วยการ จิตตก เสียสุขภาพ เสียเวลา เปล่าประโยชน์
Market Distribution Phase เป็นช่วงสำคัญที่นักลงทุนต้องระวังให้มาก เพราะเป็นช่วงที่ตลาดเริ่มส่งสัญญาณว่า “จบรอบขาขึ้น” แล้ว กำลังจะ “กลับทิศ” ไปเป็นขาลง
________________________________________
🔍 อธิบายง่ายๆ: Market Distribution Phase คืออะไร?
Distribution Phase (ระยะกระจายของ):
คือช่วงที่ “รายใหญ่” หรือ “นักลงทุนสถาบัน” เริ่ม ขายทำกำไรอย่างเงียบๆ หลังจากราคาขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้า
________________________________________
📉 ลักษณะของช่วง Distribution
ลักษณะ ความหมาย
ราคาเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบ (Sideway บนยอด) แรงซื้อเริ่มหมด แรงขายเริ่มแทรกเข้ามา
ปริมาณซื้อขาย (Volume) สูงในบางแท่ง แต่ราคาไม่ไปต่อ เป็นการ “ขายของออก” จากรายใหญ่ โดยไม่ให้ราคาตก
มีแท่งเทียนกลับทิศ เช่น Shooting Star, Bearish Engulfing สัญญาณว่าแรงขายเริ่มคุมตลาด
เริ่มหลุดแนวรับสำคัญ (Support) สัญญาณว่าขาลงใกล้เริ่มแล้ว
________________________________________
💡 เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย
• ตอนสะสมของ (Accumulation) = พ่อค้าตุนสินค้า
• ตอน Public Participation = ขายของดี ลูกค้ารุมซื้อ
• ตอน Excess = สินค้าราคาสูงเกินจริง คนเริ่มตะโกน “ไปต่อ!”
• ตอน Distribution = พ่อค้าเริ่มทยอย “ขายหมดโกดัง” โดยยังทำหน้าตาเฉย ไม่ให้คนอื่นรู้
________________________________________
⚠️ แล้วนักลงทุนทั่วไปควรทำอย่างไร?
1. จับสัญญาณกลับตัวให้ทัน เช่น:
o แท่งเทียนกลับทิศ
o Volume ไม่สนับสนุนการขึ้น
o ราคาทะลุแนวรับลงมา
2. หยุดซื้อเพิ่ม
3. ทยอยขายทำกำไร / ปิดพอร์ตบางส่วน
4. ตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ
________________________________________






















