EURUSD📊 โครงสร้างตลาด
EURUSD อยู่ในโซน supply/แนวต้านรายสัปดาห์ พร้อม trendline ขาลง HTF
🔎 จุดสำคัญ
ทดสอบ trendline หลายปี
มี BOS / CHoCH และ FV ด้านล่าง
การขึ้นล่าสุดอาจเป็น liquidity grab
equal highs → buy-side liquidity
โครงสร้าง HTF ยัง bearish
📍 แผนเทรด
Bias ขาลง
รอ LTF confirmation: engulfing / pin bar / CHoCH
เป้าหมาย: mid FVG → demand HTF (~1.00)
⚠️ ปิดสัปดาห์เหนือแนวต้าน = invalidation
🧠 premium sell setup คลาสสิก
ตลาดฟอเร็กซ์
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นบางทีเรามองSWก็ได้นะขึ้นกับเราจะมอง
จะเล็งไว้จะเทรดฝั่งใดโดยต้องให้รูปแบบ
เทรดตัวเองชัดเจน และควรบันทึกการเทรด
ไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรดของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
GBP/USD อ่อนค่าใกล้ 1.3350 จากเสี่ยง Stagflation อังกฤษการวิเคราะห์ GBP/USD: ปอนด์อ่อนค่าบริเวณ 1.3350 ท่ามกลางความเสี่ยงเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรเผชิญภาวะ Stagflation
## ภาพรวมสถานการณ์ค่าเงิน GBP/USD
คู่เงิน **GBP/USD** ยังคงเคลื่อนไหวในแดนลบบริเวณ **1.3350** ในช่วงการซื้อขายยุโรปวันพฤหัสบดี โดย **เงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)** อ่อนค่าลงจากความกังวลว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรอาจเผชิญ **ความเสี่ยงภาวะ Stagflation** ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมกับเงินเฟ้อสูง อันเป็นผลจาก **ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น**
ขณะเดียวกัน **ดอลลาร์สหรัฐ (USD)** ได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนการประกาศ **ข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (US Jobless Claims)** ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงิน GBP/USD
---
## การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Overview)
คู่เงิน **GBP/USD** ยังคงได้รับแรงพยุงใกล้กับ **เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (200-period Simple Moving Average: SMA)** บนกราฟ **4 ชั่วโมง** บริเวณ **1.3550** ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญที่เทรดเดอร์ระยะสั้นจับตา
### สัญญาณจากอินดิเคเตอร์
* **MACD Histogram** ยังคงอยู่ในแดนลบ
* แสดงให้เห็นว่าเส้น **MACD อยู่ต่ำกว่าเส้น Signal** ใกล้ระดับศูนย์
* บ่งชี้ถึงแรงกดดันฝั่งขาลงที่ยังคงมีอยู่
* **RSI (Relative Strength Index)** อยู่ที่ระดับ **40**
* อยู่ในโซน **Neutral-to-Bearish**
* ฟื้นตัวเล็กน้อยจากจุดต่ำก่อนหน้า
* บ่งชี้ว่าการรีบาวด์ขึ้นยังมีความเปราะบาง
### แนวโน้มสำคัญ
* หากราคา **สามารถยืนเหนือเส้น SMA 200 ขาขึ้นได้**
* จะช่วยรักษา **Bias เชิงบวกระยะสั้น**
* หากราคา **ปิดต่ำกว่าเส้นดังกล่าวอีกครั้ง**
* จะเปิดทางให้ **แรงขายกลับมาควบคุมตลาด**
* หาก **MACD Histogram กลับมาอยู่ในแดนบวก**
* จะเป็นสัญญาณว่า **แรงกดดันฝั่งขาลงเริ่มอ่อนแรง**
* สำหรับ **RSI**
* จำเป็นต้อง **กลับขึ้นเหนือระดับ 50** เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัว
* หากยัง **ต่ำกว่า 50** การปรับตัวขึ้นจะถูกจำกัด และตลาดอาจยังคงเน้นการสร้างฐานราคา มากกว่าการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
---
## การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
คู่เงิน **GBP/USD** ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์บริเวณ **ช่วงกลาง 1.3500** ในช่วงต้นการซื้อขายยุโรป หลังการเปิดเผย **รายงานตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร**
### สถานการณ์ตลาดแรงงานสหราชอาณาจักร
สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (**ONS**) รายงานว่า
* **อัตราการว่างงาน (ILO Unemployment Rate)**
* เพิ่มขึ้นเป็น **5.2%** ในช่วงสามเดือนถึงเดือนธันวาคม
* จาก **5.1% ในเดือนก่อนหน้า**
* ถือเป็น **ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2021**
* **จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน**
* เพิ่มขึ้น **28.8K ในเดือนมกราคม**
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า **ตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักรเริ่มอ่อนแอลงตั้งแต่ต้นปี 2026**
### การเติบโตของค่าจ้าง
อัตราการเติบโตของค่าจ้างรายปีชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ **4 ปี**
* **Average Earnings Excluding Bonus**
* เพิ่มขึ้น **4.2%** ในสามเดือนสิ้นสุดเดือนธันวาคม
* ลดลงจาก **4.6% ในไตรมาสก่อน**
* **Average Earnings Including Bonus**
* ลดลงเหลือ **4.2%** จาก **4.6%**
หาก **ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหราชอาณาจักร (UK CPI)** ที่จะประกาศในวันพุธ **ไม่สร้างความประหลาดใจ** ข้อมูลแรงงานล่าสุดจะยิ่ง **สนับสนุนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินปอนด์
---
### ปัจจัยจากฝั่งสหรัฐ
ในขณะเดียวกัน **ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์** และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันคู่เงิน **GBP/USD**
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของ USD ยัง **ขาดแรงหนุนเชิงบวกที่ชัดเจน** เนื่องจากตลาดยังคาดการณ์ว่า **ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)** จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
หลังจากการเปิดเผย **ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐที่อ่อนตัวลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา**
ตลาดได้เพิ่มการคาดการณ์ว่า
* **Fed อาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน**
* และมี **โอกาสสูงที่จะปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้งในปี 2026**
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับ **ความเป็นอิสระของ Fed** ยังเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์
---
### เหตุการณ์สำคัญที่ตลาดกำลังจับตา
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ยังคง **รอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed** ก่อนเปิดสถานะใหม่ในตลาด
ข้อมูลสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
* **รายงานการประชุม FOMC Minutes (วันพุธ)**
* **ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) ของสหรัฐ (วันศุกร์)**
แนวโน้มด้านนโยบายการเงินของ Fed จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนด **ทิศทางค่าเงินดอลลาร์**
ขณะเดียวกัน **รายงานเงินเฟ้อ CPI ของสหราชอาณาจักรในวันพุธ** อาจสร้าง **ความผันผวนให้กับตลาด** และเป็นตัวกำหนดแรงขับเคลื่อนใหม่ของคู่เงิน **GBP/USD ในช่วงปลายสัปดาห์**
---
# สรุปแนวโน้ม GBP/USD
* เงินปอนด์ยังถูกกดดันจาก **ความเสี่ยง Stagflation และตลาดแรงงานที่อ่อนตัว**
* ตลาดคาดการณ์ **BoE อาจลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น**
* ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนระยะสั้นจาก **Safe Haven** แต่ Upside ยังจำกัดจาก **คาดการณ์ Fed ลดดอกเบี้ย**
* ตลาดจับตา **UK CPI, FOMC Minutes และ US PCE** ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางใหม่ของคู่เงิน GBP/USD ในระยะถัดไป
EURTHB เริ่มพักตัวแต่ยังมีแนวโน้มที่อาจไปต่อได้ EURTHB
เงินยูโรยังคงอ่อนค่ากว่าดอลลาร์ในภาวะนี้ และอ่อนค่ากว่าสกุลกลุ่มเอเชีย แต่ตัวเลขเศรษฐกิจด้านเงินเฟ้อ ของประเทศยูโรโซนส่วนมาก ออกมาดีกว่าคาดที่ระดับ 2.4% เทียบคาดการณ์ 2.2% ซึ่งปัจจัยภายในประเทศออกมาอยู่ในระดับที่ดี แต่การถูกกดดันจากภาวะสงคราม ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าดอลลาร์มากกว่า ทำให้ยูโรอ่อนค่าลงในช่วงเวลานี้
ทางเทคนิค เป็นเพียงการพักตัวจากขาขึ้น หลังจากรูปแบบ Cup and handle มีแนวต้านที่ 36.85 และแนวรับที่ 36.16 ซึ่งสังเกตุว่ามีแท่ง Rejection โซนแนวรับเป็นการปฏิเสธการปรับตัวขึ้น จึงมีมุมมองไปทิศทางบวกมากกว่าครับ
เป้า 36.85 ที่กรอบบนของเทรนด์ไลน์
คัท 36.70
๊USDTHB แข็งค่า คนแห่เข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้น เทขายทองUSDTHB
หลังจากการตอบโต้ของอเมริกาและอิหร่านภายใต้สงครามยังคงมีความยืดเยื้อ ส่งผลให้ดอลลาร์ที่เป็นผู้คุมเกมส์ยังคงได้อานิสงค์ทางบวก ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมา พันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวสู่ระดับ 4.1% DXY ที่ 99.2 จุด
ในส่วนของราคาทองคำปรับตัวร่วงลงจาก 5420 สู่ 5100 เนื่องจากนักลงทุนเทเงินเข้าถือครองเงินสดมากขึ้น และราคาน้ำมันดิบ WTI ที่สูงขึ้นจากการกลัวขาดแคลนน้ำมันดิบ ในช่วงสงครามนี้
ด้านเงินบาท ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงกว่า 100 จุดเช้านี้ และตลาดพันธบัตรไทยถูกขายออก 1พันล้านบาท ทำให้เงินบาทยังอยู่ในโซนอ่อนค่า
ทางเทคนิค แนวโน้มเป็นขาขึ้นชัดเจนโดยแนวต้านที่ 31.80 แนวรับที่ 31.50 คาดว่าอาจมีเทขายทำกำไรช่วงเช้าให้ราคาลงมาทดสอบเทรนด์ไลน์ ที่ 31.54 อีกครั้ง เพื่อปรับตัวขึ้นต่อ
RSI ยืนเหนือระดับ 50% และยังยืนเหนือเส้น EMA 200 & 500 เป็นสัญญาณ Bullish trend ต่อเนื่อง
เป้า 31.80 -85
คัท 31.62
แมนเชสเตอร์ตัดสินใจชะตากรรมของปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐ? สเตอร์ลิงได้เล็ดรอดด้านล่าง 11.35 เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งมุ่งหน้าไปเลือกตั้งสำหรับสหราชอาณาจั
การสูญเสียแรงงานของรัฐบาลอาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในสหราชอาณาจักรเนื่องจากเป็นที่นั่งของพวกเขาจะสูญเสีย
ความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีคีร์สตาร์เมอร์มีอยู่แล้วภายใต้ความกดดันเนื่องจากการถกเถียงปีเตอร์แมนเดลสัน-เอปสตีน
การวิเคราะห์ทางเทคนิค:ปอนด์ต่อดอลลาร์กำลังทดสอบการสนับสนุนที่สำคัญใกล้ระดับ 1.3450 เ
การสนับสนุนที่สำคัญต่อไปอยู่ที่ 11.3400 ที่มีความต้านทานรอบ$1.3540 แบ่งด้านล่าง 11.3450 อาจทำให้เกิดการลดลงต่อไปอาจย้ายไป$1.3400
เมื่อกลับหัวกลับหัวถ้าราคาจะเรียกคืนระดับ 11.3500 เราจะเห็นการผลักดันไปยัง 11.3575
EURTHB เริ่มฟื้นตัวและมี Upside ที่น่าสนใจEURTHB
ตัวเลข GDP qoq ของเยอรมัน ออกมาตรงกับคาดการณ์และ เงินเฟ้อที่ระดับ 2.2% เท่ากับคาดการณ์ พันธบัตรอายุ 10 ปีฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย จากการเป็นขาลงมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน
EURUSD แข็งค่าขึ้น ตีความได้ว่ายูโรแข็งค่าดอลลาร์ ณ ปัจจุบัน
ทางเทคนิค แท่ง 4H มีการวอลุ่มซื้อดันเข้ามาหลังจากที่ลดดอกเบี้ยทำให้บาทอ่อนค่า เมื่อมองโครงสร้างแล้ว เป็นการเบกรเอ้าที่แนวต้าน 36.68 และย่อตัวทดสอบเพื่อเปลี่ยนแนวโน้ม
ถัดไปคาดว่ายังมีการปรับตัวขึ้นต่อ แต่ในระยะสั้นอาจย่อตัวลงทดสอบ 36.68 อีกครั้ง สัญญาณ RSI อยู่โซน Oversold จึงควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนก่อนครับ
เป้า 36.76-78.
เป้าใหญ่ 36.85
คัท 36.66
๊USDTHB แบงค์ชาติลดดอกเบี้ย 25BPS ทำเงินบาทอ่อนค่าUSDTHB
ดัชนีดาวโจนและ S&P500 ปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ดอลลาร์ยังอ่อนค่า ดัชนี DXY ร่วงจาก 98.00 ลงมาที่ระดับ 97.5 สวนทางสกุลเงินท้องถิ่นที่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย คืนนี้จับตาตัวเลขขอรับสวัสดิการณ์ว่างงานซึ่งคาดการณ์สูงขึ้นเล็กน้อย อาจทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อได้
ด้านเงินบาทไทยแบงค์ชาติมีมติ 4ต่อ2 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.00% เป็นการ Surprise เนื่องจากคาดการณ์ว่าคงดอกเบี้ย ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นและบาทอ่อนค่าลง
ทางเทคนิค ราคาตอบสนองการลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ราคาไม่หลุดแนวรับที่ 30.96 และปรับตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 31.13 อีกครั้ง คาดว่า หากยังมีแรงตอบสนองของการลดดอกเบี้ยมีโอกาสที่จะเกิดเบรกเอ้าแนวต้านในครั้งนี้ได้
รายวัน
เป้า 31.13-15
คัท 31.05
รายสัปดาห์
เป้า 31.25
คัท 30.95
AUDTHB เงินเฟ้อออสเตรเลียฟื้นตัวAUDTHB
ตัวเลข CPI ของออสเตรเลียออกมาดีกว่าคาดการณ์ทั้งรายเดือนและรายปีที่ระดับ 0.4% and 3.8% ทำให้ AUD แข็งค่าขึ้นมา 0.57% เมื่อเทียบกับดอลลาร์
ทางเทคนิค ราคาเบรกเอ้า แนวต้านขาลง และทำรูปแบบ W shape วัดเป้า FIBO ได้ที่ 22.06 เป็นจุดขาย และอาจมีแรงซื้อดันราคาไปสูงกว่านี้
เป้า 22.06 - 22.12
คัท 21.96
USDTHB ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาดี แต่บาทยังแข็งUSDTHB
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคตัวเลขออกมาดีที่ 91.2 เมื่อคืนแต่ดอลลาร์ยังถูกกดดันด้วยสถานการณ์ด้านภาษีและสงครามที่นักลงทุนให้น้ำหนักมาก
จึงเกิดการเทขายทันทีหลังจากรับรู้ข่าวเมื่อคืน
ด้านราคาทองคำ ยังมีโมเม้นตั้มซื้ออยู่ท่ามกลาง สถานการณ์ความไม่แน่นอนและสงคราม RU และ IR
ด้านเงินบาทตลาดหุ้นกลับมาปิดบวกเมื่อเย็นวาน โดยต่างชาติซื้อสุทธิ 2พันล้าน และตลาดพันธบัตรไหลเข้า 5ร้อยล้าน เป็นปัจจัยให้บาทแข็งค่า
ทางเทคนิค ราคายังเคลื่อนไหวในกรอบ SW โดยมีแนวรับอยู่ที่ 30.96 และแนวต้าน 31.14 ระยะสั้นราคาสร้างกรอบลักษณะคล้ายโครงสร้าง Bearish flag ทำให้มีความเสี่ยงในการลงต่อ หากราคาหลุดแนวรับเสียโครงสร้าง
เป้า 31.07 - 31.10
คัท 31.00
ความผันผวนสูงขึ้นในคู่ของเอ็มเอ็กซ์เอ็น เปโซเม็กซิกันกำลังถูกขับเคลื่อนโดยสองกองกำลังสำคัญดึงในทิศทางตรงกันข้าม
ในด้านที่สนับสนุนศาลฎีกาของสหรัฐฯได้พิจารณาคดีอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการใช้อำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์เพื่อกำหนดอัตราภาษีศุลกากร สำหรับเม็กซิโก,นี้เอาชั้นสำคัญของความไม่แน่นอนทางการค้า.
อย่างไรก็ตามการพัฒนาภายในประเทศอาจจะชั่งน้ำหนักในความเชื่อมั่น กองกำลังรักษาความปลอดภัยเม็กซิกันฆ่าผู้นำพันธมิตรที่สำคัญซึ่งได้ก่อให้เกิดความรุนแรงตอบโต้ในหลายภูมิภาค เหตุการณ์เช่นนี้สามารถส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว,โลจิสติกและความเชื่อมั่นของนักลงทุนและแนะนำพรีเมี่ยมความเสี่ยงระยะสั้น
USDTHB อ่อนค่าหลังทรัมป์เปลี่ยนแปลงนโยบาย Tariff 15% USDTHB
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจาก ทรัมป์โต้กลับทันควัน งัดมาตรา 122 ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15%
ภายหลังคำตัดสินของศาล ในวันที่ 21-22 ก.พ. ปธน. ทรัมป์ ได้ดำเนินการตอบโต้ทันที โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122
ในมุมของไทย แม้จะมีภาษีใหม่ 15% แต่การที่ภาษีรูปแบบเดิมที่สูงถึง 19% ถูกยกเลิกไป ถือเป็นการคลายแรงกดดันไปได้ขนาดหนึ่ง
ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 1500 จุด
ทางเทคนิค ยังมีทิศทางขาลงต่อเนื่องมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยแนวต้านปัจจุบันอยู่ที่ 31.15 และแนวรับเก่าอยู่ที่ 30.92
RSI ยังอยู่ในโซนขาย คาดว่าปรับตัวลงต่อ แนวรับ วันนี้ครับ
เป้า 31.03-05
คัท 30.99
มุมมอง EURUSD สัปดาห์ที่ 23 -27 กุมภาพันธ์ 2026"ติดตามจังหวะการจบคลื่น c of Y เพื่อจบคลื่่น 2"
จากการที่กราฟปรับตัวขึ้นวันศุกร์ไม่เบรคเเนวต้าน มีโอกาสที่จะยังขาดขาลงอีก 1 คลื่น ก่อนกลับตัวเช่นกัน
รอสังเกตการปรับตัวลงมา ว่าเป็นรูปแบบ Corrective เพื่อขึ้น หรือ Motive เพื่อลงต่อก่อน ... จังหวะที่จะมั่นใจได้ คือ การกลับตัวขึ้นเป็น Impulse และ เบรคเเนวต้านได้สมบูรณ์
.
.
ติดตามมุมมองอัพเดท พูดคุย และ เรียนรู้ทฤษฎี Elliott Wave ไปด้วยกันได้ที่
👉🏻 Facebook Fanpage "W.A.V.E"
www.facebook.com
#WAVE #EakWAVE #EakElliottWave #ElliottWave
#CEWA #EakCEWA
ในภาพรวม รอกลับตัว และ หาจังหวะย่อ Buy ขึ้นไปยังคลื่น 3มุมมอง EURUSD
🕒20.02.2026 ( 17.20 น.)
เราถอยออกมาดูภาพรวมของ EURUSD ... แม้ว่าคลื่นย่อย ที่เราติดตามรายวัน จะมีช่วงสับสน ไม่ชัดเจน แต่ในภาพรวมนั้น ผมมองว่ายังน่าสนใจในมุมมองขาขึ้นไปยังคลื่น 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคลื่น C of Y
หากมองหาแผนเทรดในภาพใหญ่ ผมจะรอให้กราฟกลับตัวสมบูรณ์ นั่นคือ เราเห็น Motive Wave ที่ชัดเจน ... แล้วรอหาจังหวะการย่อในรูปแบบ Corrective เพื่อ Buy และติดตามการเดินทางไปยังคลื่น 3
.
.
#EURUSD
#WAVE #EakWAVE #EakElliottWave #ElliottWave
#CEWA #EakCEWA
EUR/USD ชะลอเหนือ 1.1800 จับตาทิศทางดอลลาร์สหรัฐ# การวิเคราะห์ EUR/USD
## ภาพรวมทางเทคนิค (Technical Overview)
คู่เงิน EUR/USD กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากอ่อนค่าติดต่อกันสามวัน โดยเคลื่อนไหวบริเวณ 1.1790 ในช่วงการซื้อขายเอเชียวันพฤหัสบดี และกำลังทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 1.1800 ซึ่งอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) 50 วัน
ดัชนี Relative Strength Index (RSI) ระยะ 14 วัน อยู่ที่ระดับ 47 ซึ่งเป็นระดับกึ่งกลาง (Neutral) สะท้อนว่าโมเมนตัมเริ่มชะลอลง โดยการที่ RSI ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าแรงส่งยังไม่ชัดเจน และอาจจำกัดการปรับตัวขึ้นในระยะสั้น
ในกราฟรายวัน ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ 1.1787 โดยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) 55 วัน ปรับตัวขึ้นเหนือเส้น SMA 100 วัน และ 200 วัน และทั้งสามเส้นมีทิศทางขาขึ้น สะท้อนโครงสร้างเชิงบวกในภาพรวม ราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมด โดย SMA 55 วันที่ระดับ 1.1759 ทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิกในระยะใกล้
แนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ที่ 1.2082 ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1.1766 หากราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยที่กำลังไต่ระดับขึ้นได้ จะช่วยรักษามุมมองเชิงบวกต่อไป
ดัชนี Average Directional Index (ADX) ระยะ 14 วัน ลดลงสู่ระดับ 26 สะท้อนความแข็งแกร่งของแนวโน้มที่เริ่มชะลอลง แม้ว่าราคายังคงทรงตัวเหนือแนวรับในกรอบเวลาที่ใหญ่กว่า หากราคาปิดรายวันเหนือ 1.2266 ได้ จะเปิดทางสู่เป้าหมายถัดไปที่ 1.2350 และเสริมแรงแนวโน้มขาขึ้น
ในทางกลับกัน หากราคาหลุดต่ำกว่า 1.1578 จะเปิดความเสี่ยงต่อการปรับฐานลึกลงสู่ 1.1491 อย่างไรก็ตาม หากราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบปัจจุบัน จะสะท้อนการแกว่งตัวสะสมกำลังภายใต้โครงสร้างขาขึ้น
---
## บทสรุป (Bottom Line)
ในระยะนี้ การเคลื่อนไหวของ EUR/USD ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยฝั่งสหรัฐฯ มากกว่าพัฒนาการในยูโรโซน โดยเฉพาะความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปี 2026 ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนยังไม่แสดงสัญญาณฟื้นตัวเชิงวัฏจักรอย่างชัดเจน
ดังนั้น การปรับตัวขึ้นมีแนวโน้มเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าจะเกิดการทะลุแนวต้านแบบแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะสั้น
---
## ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
การปรับตัวขึ้นล่าสุดของ EUR/USD เริ่มชะลอแรงเหนือระดับ 1.1900 เล็กน้อย จากแรงต้านระยะสั้น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างขาขึ้นในภาพกว้างยังไม่เปลี่ยนแปลง และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงลบด้านความเชื่อมั่น ตลาดยังมีโอกาสทดสอบระดับ 1.2000 ในลำดับถัดไป
ในช่วงปลายตลาดอเมริกาเหนือวันพุธ EUR/USD กลับมาอ่อนตัวหลุดโซน 1.1800 สาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังการเผยแพร่รายงานการประชุม FOMC
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายวันที่เหนือ 97.50 พร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วกระดาน
---
## ท่าทีของ Fed: คงดอกเบี้ย พร้อมน้ำเสียงผ่อนคลาย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงกรอบอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ไว้ที่ 3.50%–3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่มติการประชุม แต่เป็นน้ำเสียงที่สะท้อนความมั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น แม้ยอมรับว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงกว่าที่ต้องการ โดยคณะกรรมการ FOMC ไม่ได้มองว่าความเสี่ยงด้านการจ้างงานกำลังแย่ลงอีกต่อไป ทั้งนี้ ผลโหวตผ่านด้วยคะแนน 10 ต่อ 2 โดยมีกรรมการ 2 รายที่ต้องการลดดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน
ประธาน Jerome Powell ย้ำว่านโยบายปัจจุบันเหมาะสมแล้ว และการตัดสินใจจะพิจารณาเป็นรายครั้งโดยไม่มีเส้นทางล่วงหน้า พร้อมทั้งลดทอนความกังวลต่อเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด โดยชี้ว่าส่วนหนึ่งมาจากมาตรการภาษี และยืนยันว่าเงินเฟ้อภาคบริการยังอยู่ในทิศทางชะลอตัว
สาระสำคัญคือ Fed มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนนโยบาย
รายงานการประชุมเดือนมกราคมสะท้อนเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ต่อการคงดอกเบี้ย แม้บางส่วนเห็นว่าหากเงินเฟ้อลดลงตามคาด อาจมีความเหมาะสมในการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม ขณะที่บางรายยังไม่ตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านราคายังอยู่ในระดับสูง
---
## ท่าทีของ ECB: คงนโยบายตามกรอบเดิม
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งสามรายการตามคาด และเน้นย้ำว่าแนวโน้มเงินเฟ้อระยะกลางยังมุ่งสู่เป้าหมาย 2%
แม้ตัวชี้วัดค่าจ้างเริ่มทรงตัว แต่ราคาภาคบริการยังอยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิด ECB ยังคาดว่าเงินเฟ้ออาจชะลอลงเล็กน้อยในปี 2026 ซึ่งสนับสนุนแนวคิดการใช้นโยบายอย่างระมัดระวัง
ประธาน Christine Lagarde ระบุว่าความเสี่ยงโดยรวมยังสมดุล และนโยบายจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเป็นหลัก พร้อมย้ำว่า ECB ไม่มีเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
ตลาดคาดการณ์ว่าปีนี้อาจมีการลดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยกว่า 10 จุดพื้นฐาน และคาดว่าจะยังคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 19 มีนาคม
---
## สถานะการลงทุนในยูโร (Euro Positioning)
ข้อมูลล่าสุดจาก CFTC ระบุว่าสถานะซื้อสุทธิ (Net Long) ในยูโรเพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 180,300 สัญญา สูงสุดนับตั้งแต่กันยายน 2020 สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อยูโร
อย่างไรก็ตาม สถานะขายของนักลงทุนสถาบันก็เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่พฤษภาคม 2023 ที่ประมาณ 235,800 สัญญา การเพิ่มขึ้นของทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายพร้อมกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นทั้งสองด้าน ไม่ใช่เพียงการขยายแนวโน้มขาขึ้นด้านเดียว
ปริมาณสัญญาคงค้าง (Open Interest) เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 926,300 สัญญา บ่งชี้ว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะแข่งขันระหว่างแรงซื้อและแรงขายอย่างเข้มข้น
---
## สิ่งที่ต้องติดตาม (What to Watch)
ในระยะสั้น ดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นตัวแปรหลัก โดยข้อมูลตลาดแรงงาน เงินเฟ้อ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะกำหนดทิศทางราคา จุดสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนี PMI เบื้องต้น และตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ
ความเสี่ยงสำคัญคือ หาก Fed ยังคงท่าทีระมัดระวังเป็นเวลานาน จะช่วยหนุนดอลลาร์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ ECB อยู่ในโหมด “รอดูข้อมูล”
ในเชิงเทคนิค หากราคาหลุดต่ำกว่าเส้น SMA 200 วันอย่างชัดเจน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้าสู่ช่วงปรับฐานที่ลึกขึ้น
---
USDTHB แข็ง เงินบาทอ่อนค่าแม้ GDP Q4 TH ออกมาดีUSDTHB
แข็งค่าขึ้นหลัง มองเป็นการรีบาวที่ราคาปรับตัวลงมาจาก panic sell ในช่วงวันหยุด่ที่ผ่านมาFlow THB เมื่อวานไหลออกประมาณ 5 พันล้านเป็นเหตุให้บาทอ่อน แม้ว่า ตัวเลข GDP q4 สภาพัฒน์ เปิดเผยออกมาอยู่ที่ระดับ 2.5% ซึ่งมากกว่าคาดการณ์พร้อมปรับเป้า GDP 2026 เป็น 2.0 จาก 1.7 ครับ แม้ว่า ตัวเลขจะออกมาสูงกว่าคาด แต่ในเชิงเปรียบเทียบแล้วยังอยู่ในโซนเติบโต ต่ำครับ
ทางเทคนิคสัญญาณการกลับตัวที่ TF4 H เริ่มเห็น Bullish Divergence โดยมีการเบรกเอ้าขึ้นมาแล้ว พร้อมการยกโลว์เปลี่ยนโครงสร้างมาเป็นขาขึ้น
ชุดนี้มองแนวต้านอยู่ที่ 31.35 วัดจาก FIBO Projection
แนวรับที่ 31.08 สามารถเข้าซื้อและถือได้สำหรับวันนี้ครับ
เป้า 31.35
คัท 31.07
USDTHB อ่อนค่าลงหลังนักการมองเห็นความเสี่ยงUSDTHB
เช้านี้อ่อนค่าลงกว่าสกุลอื่นๆ ด้วย sentiment ตลาดที่มีมุมมองไปในทางแย่ นักงานเงินหลายๆ ท่านให้น้ำหนักว่าปีนี้จะเป็นการปรับฐานของสหรัฐ เป็นเหตุให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง
ในด้านเงินบาท เช้านี้เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย มีการขายพันธบัตรจากต่างชาติ 1.พันล้าน แต่หุ้นไทยยังคงบวกต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มนายทุน ทำให้บาทเริ่มแข็งในช่วงสายนี้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นวันตรุษจีนตลาดเมืองจีนปิดทำให้สภาพคล่องลดต่ำลง มีโอกาสทำให้ ราคาปรับตัวลงได้สำหรับภาพรวม
ทางเทคนิค มองเป็น SW ในกรอบ 30.94- 31.10 RSI ให้ Bearish momentum อาจำทให้ราคาย่อตัวลงมากรอบล่างภายในวันนี้
แนะนำว่าควรขายครับ
เป้า 31.04
คัท 30.99
AUDTHB คาดการณ์เงินเฟ้อสูง 5% ตลาดกังวลดอกเบี้ยAUDTHB
ออสซี่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แม้มีการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ระดับ 5% แต่ด้วยราคาที่ตอบสนองตลาดไปดีกว่าคาดการณ์แล้ว จึงทำให้ราคาเริ่มย่อตัวลง ด้วยความกังวลว่า RBA มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยเพื่อสะกัดเงินเฟ้อ ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่ายังคงกดดัน
ทางเทคนิค
โครงสร้างราคาทำ Lower High และมีรูปแบบ Triangle 3เหลี่ยมเลือกทางดังนั้นหากราคาหลุดกรอบโซนใดควร follow trend
มองความเสี่ยงหากหลุด 21.94 ควรขายคัทลอส
แต่หากกลับขึ้นกรอบบนได้มี Upside สูง มองเป้าที่ 22.12






















