USDTHB : มีแนวโน้มกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง 4/2/2023สำหรับ USDTHB หลังจากเรากลายเป็นขาลงใหญ่ ตาม DXY มาตั้งแต่ต้น พ.ย. 2022 และหลังจากนั้นก็ลงยาวมาตลอด
มาวันนี้ ทรงกราฟก็เริ่มเปลี่ยน เป็นทางที่น่าสนใจมากขึ้น
โดย USDTHB สามารถ "ระเบิด" ขึ้นมาทะลุเหนือ EMA18Daily และ ทะลุขอบบนของ ATR ได้
ซึ่ง ก็จะทำให้เกิดสัญญาณ "ซื้อ" ของ USDTHB นั่นเอง
สัญญาณ "ซื้อ" ของ USDTHB ก็หมายความว่า เราก็เปลี่ยนจากการถือเงินบาท มาถือ USD แทน
ซึ่ง ในยุคปัจจุบัน ท่านสามารถทำได้ง่ายมากๆ เช่น
1) โอนเงินบาท ไปซื้อ USDT ใน crypto exchange ของไทย
2) โอนเงินบาท ไปแลกเป็น USD ในแอพเทรดหุ้นต่างประเทศของไทย เช่น D**e In******X เป็นต้น
3) ท่ายากกว่านั้นก็ไป long USD ใน tfex ก็ได้ครับ
ก็รอดูกันไปว่า การดีดของ USDTHB รอบนี้ จะจีรังยั่งยืนหรือไม่ หรือแค่เป็นการเด้งเพื่อ sideway down ลงต่อ
แล้วเผื่อที่ให้หุ้นเมกา+คริปโตดีดกันต่อ... เดี๋ยวตลาดก็จะเฉลยออกมาเองครับ
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "usdt"
USDTHB D1 เงินบาทไทยถึงเวลาย่อ มีแนวโน้มกลับไป 32.350 / 31.500USDTHB D1 เงินบาทไทยถึงเวลาย่อ มีแนวโน้มกลับไป 32.350 / 31.500
กรอบเวลา H4 เริ่มเกิด Bearish Divergence สัปดาห์หน้าควรจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อ Short เป้าหมายแรกดีมานด์โซน H4 ซึ่งเป็นดีมานด์โซนที่อ่อนแอแถวบริเวณราคา 32.350 กรณีเบรคดีมานด์โซน H4 ราคามีแนวโน้มกลับไปสู่แนวราคา 31.500 ซึ่งเป็นดีมานด์โซนในกรอบเวลา D1
*** ข้อควรระวัง ***
ราคาวิ่งอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วันดังนั้นเทรดเดอร์แนว Conservative ควรรอการเบรคเส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 เพื่อคอนเฟิร์มการเข้าเทรด
#DemandSupply by #ForexTradeReview
Elliott wave by Eaw Forecast #USDTHBอัพเดทค่าเงินบาท USDTHB อินดิเคเตอร์ที่แอดชอบใช้ว่า SET จะขึ้นหรือจะลง เพราะมันสะท้อนฟันโฟล หรือ กระเเสเงินสดต่างชาติว่าเข้ามาเยอะหรือน้อย แล้วทำเรา
จะรู้ว่าจะหุ้นหรือจะลง ตอนนี้พอจะเห็นว่าเป็นขาลงและ ลาเบลได้เป็น สาม Segment ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเป้าแรกที่ 31.990 แต่หากหลุดต่ำกว่านั้นก็อาจจะไปได้ถึง 31.641 ถึง 31.075 โดยมองว่า 31.075 น่าเป็นเป้าสุดท้ายที่เงินบาทจะแข็งได้
Eaw_Neowave forecast อัพเดท #USDTHB อัพเดทค่าเงินบาท USDTHB อินดิเคเตอร์ที่แอดชอบใช้ดูว่า SETINDEX จะขึ้นหรือลงเพราะมันสะท้อนกระเเสเงินสดต่างชาติว่าเข้ามาเยอะหรือน้อยแค่ไหนทำให้เราจะรู้ว่าจะหุ้นจะขึ้นหรือลง ตอนนี้เห็นชัดว่าเป็นขาลงและ ลาเบลได้เป็น สาม Segment น่าจะเป็นการลงคลื่นซี ของ Flat อาจจะมี 5 ขาได้ แต่อาจจะจบสามขาเป็นแค่ abc ก็ได้แนวรับ 34 บาทโดยมองว่าถ้าหลุด 34 บาท อาจจะลงไป 33 บาทน่าเป็นเป้าสุดท้ายที่เงินบาทจะแข็งได้ ตอนนี้มองได้สองรูปแบบว่าเป็นการปรับฐานรูปแบบ Flat หรือ สามเหลี่ยมหากเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมก็จะไม่ควรหลุดต่ำกว่า 33.600 ถ้าต่ำกว่านั้นจะตัดความเป็นไปได้ว่าเป็นสามเหลี่ยมออกไปจะมองว่าเป็น Flat เท่านั้นและน่าจะลงไป 33 บาท ในคลื่น M2
USDTHB เทรนด์ยังเป็นขาขึ้น แต่จะมีการปรัวตัวลงก่อนปรับขึ้นต่อUSDTHB เทรนด์ยังเป็นขาขึ้น แต่จะมีการปรัวตัวลงก่อนปรับขึ้นต่อ
#USDTHB #ThiBaht #ElliottwaveUSDTHB H4 Forex Chart 23/6/2023,
U.S. Dollar / Thai Baht
Elliott Wave Analysis
Function: Follow Trend
Mode: Motive
Structure: Impulse
Position: Wave (3)
Direction Next higher Degrees: Wave ((C)) of Zigzag
Wave Cancel invalid level: 33.504
Elliott wave Forecast
โดยทั่วไป คลื่น 3 จะเท่ากับ 1.618 คูณความยาวของคลื่น 1
Kittiampom Somboonsod, CEWA
USDTHB Wave C DivergenceUSDTHB Wave C Divergence ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดของรอบคลื่น Elliott wave และขณะนี้ได้ก่อตัว ทำคลื่น 1 และย่อตัวลงสู่คลื่น 2 ทำ ABC ซึ่งถ้าวัด Retrace จะอยู่ที่ลึกสุด 78.6 แล้วจะทำ Price Action เพื่อขึ้นสู่คลื่น 3.1 ต่อไป ดังนั้น จึงมองว่า ค่าเงินบาทต่อดอลล่า มีโอกาสอ่อนค่า ไปแตะ 35 บาท ต่อดอลลา มีผลดีต่อการส่งออก
USDTHB ราคาร่วงเสียโครงสร้าง ทองคำกดดัน ลุ้นรีบาว กนง.ลดดอกเบี้ยOANDA:USDTHB กลับมาอ่อนค่าหลังจากถูกกดดันจากราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น ทำให้ราคาร่วงลงเสียโครงสร้างจากเมื่อวาน สำหรับจุดคอนเฟิร์มที่มีโอกาสรีบาวคือแนว 33.38 หากยืนราคานี้ได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปยัง 33.50 - 33.57 ที่โซน 50%-61.8% FIBO
ปัจจัยพื้นฐาน : วันพรุ่งนี้บ่าย 2 กนง.จะมีการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ไทยบาทอ่อนค่า และ USDTHB มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยอาจจะมี Price in ขึ้นก่อน
กลยุทธ์ : SW ในกรอบ 33.25-33.55 ซื้อที่แนวรับขายที่แนวต้านในวัน
เป้าระยะสั้น 33.43
Cutloss : 33.25
USDTHB เริ่มแข็งค่าตอบรับข่าวการเจรจาข้อตกลงภาษีที่จะมาถึงOANDA:USDTHB ราคาเริ่มปรับตัวขึ้น มีการทำ New low ที่สูงขึ้น และยืนบนเทรนด์ไลน์ได้ ประกอบ rsi กลับมายืนเหนือ 50% สะท้อนแรงซื้อที่เริ่มกลับเข้ามา มองว่าราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปยังเป้าหมาย 33.00 - 33.10 และเป็นการ Breakout แนวโน้ม Sideway down เพื่อ Confirm การปรับตัวขึ้น
กลยุทธ์ : BUY@32.65-32.75 ขายทำกำไรที่ 33.00 - 33.10 (Upside 0.3ประมาณ 1%)
Fundamental : หลังจาก FED คงดอกเบี้ยเมื่อคืนที่ผ่านมาทำให้ดอลลาร์ทรงตัว และมีความเสี่ยงที่จะเกิด Stagflation ความเชื่อมั่นต่อสหรัฐปรับตัวดีขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการที่ทรัมป์ระบุว่าเขาจะประกาศข้อตกลงการค้าครั้งสําคัญในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากมีรายงานว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นกับสหราชอาณาจักร
สหราชอาณาจักรไม่ได้อยู่ภายใต้แผนการเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราสูงของทรัมป์ เนื่องจากมีการขาดดุลการค้ากับวอชิงตัน
แม้ว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะน้อยกว่าข้อตกลงการค้ากับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ อย่างมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ยุโรป และจีน
USDTHB พฤษภาคม เดือนเทขายทุกปีตามสถิติ OANDA:USDTHB ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง ในสถิติย้อนหลัง ช่วงเดือนพฤษภาคม จะมีแรงเทขายตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเสมอ
ทางเทคนิคมองว่า ราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 33 บาท และกลายมาเป็นแนวต้านขึ้นไปทดสอบแล้วร่วงลงต่อ เป็นไปได้ว่าราคาลงมาเทรดในกรอบใหม่ที่โซน 32.60 - 33.00 และ RSI ในระยะสั้น กลาง ยังต่ำกว่า 50% บ่งบอกถึงแรงขายยังสะสม และมี Downside Risk อยู่จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า
กลยุทธ์ : Wait and see Bias sell side รอเข้าซื้อที่โซน 32.60-70 สะสมและขายทำกำไรที่ 32.95-33.00
USDTHB เริ่มกลับมาแข็งค่า หลังสงครามภาษีชะลอความร้อนแรงลงปัจจัยเทคนิค :
กำลังสร้างรูปแบบการสะสม โดยสร้างฐานแนวรับไว้ที่ 33.05-33.10 และมีการรีบาวกลับ คล้ายรูปแบบ Double bottom พร้อมกับย่อตัวสร้าง Higher low บ่งบอกว่ามีแรงซื้อผลักราคาอยู่ สามารถวัด Fibonacci Projection ได้เป้าหมายที่ราคา 34.40(161.8%) แต่หากราคาร่วงลงต่ำกว่า 33.32 ควร Cutloss เนื่องจากทำให้ราคาเสียโครงสร้างในการปรับตัวขึ้น และมีโอกาสกลับไป sw ในกรอบเดิม
ปัจจัยพื้นฐาน : นโยบายภาษีของทรั้มป์ระหว่างจีนเริ่มชะลอตัวลง โดยมีโอกาสที่จะลดภาษีนำเข้าของจีนลง จึงทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลหลัก พร้อมกับ เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากการที่ต่างชาติเริ่มเทขายพันธบัตรออกจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
USDTHBหลังจากที่ค่าเงินบาท แข็งค่าลงไปอยู่ที่ 29.716 บาท โดยประมาณ ซึ่งถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 7 ปี ที่ผ่านมา
นับตั้งแต่มีการอ่อนค่ามาในช่วงปลายปี 2013 จนมีข่าวออกมาในช่วงปลายๆเดือนมกราคม ถ้าผมจำไม่ผิด
ว่าน่าจะมีการแทรกแซงเงินบาท จนทำให้มีการอ่อนค่ามาอยู่ในช่วง 31.221 บาท ซึ่งเป็นราคาปิดของเดือน มกราคม 63 ที่ผ่านมา
แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนก็ยังคงเป็นกังวล เนื่องจากค่าเงินบาทนั้นยังคงอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ยาก
ล่าสุดในวันนี้ ทางแบงก์ชาติ ลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
โดย มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% ซึ่งยังไม่เคยมีครั้งไหนที่มีดอกเบี้ยต่ำเท่านี้มาก่อน
ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยให้เหตุผลไว้ว่า เป็นเพราะ เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวต่ำกว่าคาด จากผลกระทบต่างๆดังนี้
- ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
- การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก
- ความล่าช้าของ พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563
- ภัยแล้งภายในประเทศ
นอกจากนี้เสถียรภาพระบบการเงินมีความเปราะบางมากขึ้น จากแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจรวมถึงเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเกณฑ์
ดังนั้น การลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาภาระดอกเบี้ยแก่ภาคธุรกิจและครัวเรือน และทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในอนาคต
=================================
ในส่วนปัจจัยเชิงเทคนิค
การปรับตัวขึ้นในช่วงเดือน มกราคา 2563 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ในภาพรวมระยะยาว
ซึ่งบ่งบอกว่า การแข็งค่าของเงินบาทนั้นมีแนวโน้มที่จะพักตัว และกลับไปอ่อนค่ามากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา ราคาได้มีการปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 78.6 retracement
ซึ่งการกลับขึ้นไปนั้นมีความเป็นไปได้น้อย ที่จะขึ้นไปทำ จุดสูงสุดใหม่ เมื่อเทียบกับ จุดสูงสุดก่อนหน้าในช่วงเดือน ตุลาคม 2558
ดังนั้นสัดส่วนในการกลับขึ้นไปจะอยู่ที่ 61.8 - 100 Fib retracement หรือที่ 34.013 - 36.668 โดยประมาณ
ซึ่งทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยเชิงเทคนิค นั้นมีความสอดคล้องกัน โดยในระกลาง เงินบาทน่าจะมีโอกาสกลับไปอ่อนค่าที่ประมาณ 34 บาท ต่อ ดอลลาร์ได้ เพื่อช่วยกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ และ ภาคการลงทุน ให้ดีขึ้นจากนี้
USDTHB ปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 33.20 บาทต่อUSD จะไปต่อได้ไหม?OANDA:USDTHB รีบาวกลับมายืนเหนือ 33.20 บาท และขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33.50 ซึ่งราคายังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นและยังวิ่งในเทรนด์ไลน์ การย่อตัวโดยมีการยกโลว์ใหม่เป็นสัญญาณเข้าซื้อที่ดีตามทฤษฎี Dow
มองว่าหากราคาย่อตัวไม่หลุด 33.20 ยังเป็นสัญญาณที่ดีในการปรับตัวขึ้นต่อ โดยเมื่อราคาทะลุ 33.50 ไปได้ มองเป้าหมายแรกที่ 33.70 และ ถัดไปที่ 33.83
กลยุทธ์ : Long สะสมบริเวณ 33.15 - 33.20 และปิดทำกำไรที่เป้าหมาย 33.70 - 33.83 (Upside 0.50 - 0.60 บาท) หากราคาร่วงหลุดเทรนดไลน์และแนวรับ โซน 33.12 ควรหาจุดคัทลอส (downside risk 0.10 - 0.20 บาท)
Fundamental : ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าสุดในตะกร้าค่าเงินหลักของโลก เนื่องจากโฟลว์ไหลไปเข้าฝั่งเอเชีย และเงินเยนจากการเข้าซื้อพันธบัตรกว่า 1ล้านล้านเยน ในขณะที่ไทยบาท มีแรงเทขายพันธบัตรอย่างต่อเนื่อง และตลาดหุ้นไทยเปิด ลบ ติดเป็นวันที่ 2 จึงส่งผลให้เงินบาทอยู่ในโซนอ่อนค่า ซึ่งอาจทำให้ราคา USDTHB ปรับตัวขึ้นได้ ในระยะสัปดาห์ จับตาดูตัวเลข PPI หากดันให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าได้ จะทำให้ราคาปรับตัวขึ้นไปยังเป้าหมาย
USDTHB กำลังอ่อนค่า ไล่ไปตามแนว 31.50-31.80-32.40-32.60-33.10 07.01.26 ด่วน! #USDTHB แข็งค่ามาที่ 31.14 ตามที่เราคุยกันไว้ล่วงหน้า......เหตุผลคือมันแข็งค่ามานับให้ครบรอบที่ TD#13 ตามหลักการของ Tom DeMark (เค้าใช้กันระดับโลกใน Bloomberg) อธิบายได้ทาง MATH
สเตปต่อไปเราจะให้น้ำหนักการฟื้นตัวมาตามแนว Projection สีน้ำเงิน ไล่ไปตามแนว 31.50-31.80-32.40-32.60-33.10 หรือไกลกว่านั้น.....แต่เราจะไม่เดาไปไกลๆ แบบหมอดู ดู STEP BY STEP ไปครับ
ที่อยากเตือนคือ การไปไปหลงเชื่อว่า ค่าเงินบาทจะแข็งค่าไปที่ 25-28 คือ คนพูดเค้าพูดแบบหมอดูไม่มีไทม์ไลน์ ทีนี้ถ้าคุณไป Short USD_FUTURES คุณจะหมดตัวได้ครับ
ในชีวิตจริง คุณจะบอกลงจนกว่าจะลง หรือ บอกขึ้นจนกว่าจะขึ้น มันทำไม่ได้ครับ
ทุกอย่างต้องมาพร้อมกัน ถูกตัว ถูกเวลา ราคาเหมาะสม จึงทำกำไรได้จริง
การดีดกลับของ USDTHB ควรชัดเจนตั้งแต่วันนี้ 07.01.26
#XAUUSD #ราคาทอง
USDTHB เจรจาการค้าเป็นไปได้ด้วยดีดอลลาร์พุ่งทำ high 33.20OANDA:USDTHB ราคาปรับตัวขึ้นครบ 5 คลื่น ไปยังเป้าหมาย 33.20 ที่ FIBO 161.8% พร้อมส่งสัญญาณ Bearish Divergence หลังจากนี้มองปรับตัวลงคลื่น a หากราคาหลุด 33.00 บาท มองแนวรับที่ 33.92 และ 33.85 เมื่อย่อตัวครบกระบวนการมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในวันทำการถัดไป
กลยุทธ์ : Short @33.20 รอจังหวะเข้าซื้อโซน 33.00 - 32.92 - 32.85 ไม่ควรต่ำกว่าราคานี้
FUNDAMENTAL : ราคาปรับตัวขึ้นมาจากเมื่อวาน หลังจากเจรจาเรื่องการค้าระหว่างจีนและอเมริกา ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมา ประกอบกับเช้านี้มีโฟลว์ไหลออกจากพันธบัตรไทยราว 7 พันล้านเป็นเหตุให้ไทยบาทอ่อนค่าจนราคาขยับไปถึง 33.20
USDTHB (Baht)เห็นยังไง วิเคราะห์ไปแบบนั้น
ไม่ยึดติดทฤษฏี มองถึงความได้เปรียบของรูปทรงกราฟที่เกิดขึ้น
นำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างผลตอบแทน !!
แต่ถ้าอยากรู้เหตุผลอย่างอื่นเพิ่มเติม
เข้ามารับชมได้ที่เพจ Order Concept
หรือพิมพ์ค้นหาที่ FacebooK : @OrderConceptFX ได้เลย
ไลฟ์วิเคราะห์ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
(เวลา 14:00 น.) เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ตลอด
ที่นี้เราจะไม่พูดถึงแค่เรื่องกราฟแบบมือใหม่
แต่เราจะพาไปเจาะลึกถึง Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)






















