แผนการเทรดทองคำ XAUUSD 13/04/2565สวัสดีวันสงกรานต์ค่า 13/04/2565
เมื่อวาน Setup ที่เรารอ น้องมาถึงระดับ QML ก็ไปเลย แอดไม่ได้เข้า 555
พอมาอีกรอบ เธอมาพร้อมข่าว Core CPI แถมออกมาแดงอีก มีการพุ่งขึ้นก่อนข่าวอย่างแรง แอดก็ชะงักแล้ว เธอทะลุแน่ๆ แอดก็รอมันทะลุมาถึงโซน supply บน แล้วค่อยเข้า ช่วงวิ่งแรงๆ แอดจะรีบเข้า รีบเก็บ กันโดนเสย เพราะ 1. แอดสวนข่าว 2.แอดสวนเทรนด์
ทริคส่วนตัวเวลาเจอข่าวกล่องแดงของแอด :
1. แนวรับแนวต้าน / Dz Sz ที่ไม่ Fresh / โซนที่อยู่ใกล้ราคาก่อนข่าวออก ไม่เข้า
2. ไม่รีบเข้า ให้ราคาวิ่งไปก่อนค่อยรอช้อนข่าว
3. รอเข้าที่ Fresh Demand Supply เท่านั้น
4. วัดกับ Divergence เลยค่ะ รอ Pattern ไม่ทันกินค่ะ มันดีดก่อน 55555
เมื่อวานสังเกตตอนราคาขึ้นไป 1978 นะคะ ตั้งแต่ H4 ลงไป เกิด Divergence แบบงามๆ ใครได้ Sell ลงมาบ้างงง ยกมือขึ้นน ^^ ??
✱ วันนี้เรามาวางแผนการเทรดกันค่า ✱
▶แอดยังไม่เจอ Setup ที่ใช้ในการเข้าเทรดเลยอะ แต่มีแนวรับแนวต้านที่น่าสนใจมากฝากกัน
▶ เทรนด์ตอนนี้เป็นขาขึ้นแบบค่อนข้างชัน Strong Bullish อย่าได้เอาออเดอร์ไปขวาง 555 ย่อ Buy เอาจะปลอดภัยกว่า
▶ วันนี้มีข่าว PPI กล่องแดงนะคะ เวลา 19.30 น. ช่วงก่อนข่าวออกแอดจะไม่ถือออเดอร์ไว้นะคะ รอเล่นหลังข่าว
▶ หากราคาลงมาที่ 2 แนวรับล่างสามารถหาจังหวะเข้า Buy ได้สวยๆ เลยค่ะ เพราะเป็นโซนราคาถูก Fibo 61.8 / Fibo 50%
▶ วันนี้แอดไม่ได้ดู Demand supply เป็นหลักนะคะ เหมือนจะเก็บไปหมดแล้ว เหลือ Fresh อยู่อันเดียว ถ้ามาแอดก็พิจารณาเล่นนะคะ ส่วนของใหม่ที่เพิ่งสร้าง แท่ง Base กว้างมากเหลือเกิน เลยขอข้าม SND ในวันนี้ไปก่อนดีกว่า
▶ พูดถึง Supply เดียวที่เหลือที่แอดสนใจในตอนนี้นะคะ พอเอา Harmonic มามโนร่วมเข้าไป มันเป็น Target D point ของ Harmonic Bullish Butterfly พอดีเลย
สรุปแผนวันนี้
✤ Buy รอเข้าที่แนวรับทั้ง 3 โซน
✤ Sell รอ 1986.5-1990
✤ SL ใต้โซน 100-200 จุด แล้วแต่ช่วงเวลาตลาด
✤ TP ก่อน H/L เดิม ตามเทรนด์ลุ้นเบรค High/ Low เดิมได้
✤ สัญญาณก่อนเข้าเทรด (ไม่ต้องมีทุกข้อก็ได้นะคะ แต่ถ้ามีทุกข้อก็จะดีมาก)
- Divergence M5 ขึ้นไป
- Reversal Pattern QM, Double Top/Bottom, Wedge หรือสามารถทำลาย High เดิมได้ใน ขาลง /Low เดิมในขาขึ้น ได้
- ลักษณะการเคลื่อนที่ของราคาเข้าไปหาโซน เป็นแบบไม่แข็งแรง (compression) ลาก ไป ทุบ พอจำได้ไหม แอดเคยลงภาพให้ดูอยู่น้า ลองดูในโพสต์เก่าๆ นะคะ
✨ ฺBy : Amy's Trading Memo
✨ เพจนี้ทำขึ้นเพื่อฝึกนิสัยตัวเองให้หัดวิเคราะห์กราฟก่อนเทรดทุกวัน และอยากแบ่งปันไอเดียในการเทรดกับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกท่าน หากท่านใด มีมุมมองต่างๆ สามารถแชร์ไอเดียกันได้เลยน้า
✨ บทความนี้เป็นเพียงการวางแผนการเทรดส่วนบุคคล ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้เกิดการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
BTCUSD การวิเคราะห์ประจำวัน 3/3/2022 by TraderTanข่าวต่างประเทศ 📊
สหภาพยุโรปตัดสินใจไม่แบน Bitcoin แล้ว
ฝ่ายนิติบัญญัติของสหภาพยุโรปได้ยกเลิกส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายที่รอดำเนินการ ซึ่งอาจทำให้การให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ crypto ในรูปแบบ proof-of-work อย่างเช่นการขุด Bitcoin และ Ethereum นั้นไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป
ร่างกฎหมาย Markets in Crypto Assets (MiCA) ที่เสนอต่อรัฐสภายุโรปโดยกลุ่มพันธมิตรที่นำโดย Stefan Berger ถูกกำหนดให้ลงคะแนนเสียงในวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่ถูกเลื่อนออกไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วหลังจากรัฐสภาหลายฝ่ายคัดค้านย่อหน้าเกี่ยวกับ proof-of-work
MiCA มีศักยภาพในการปรับรูปแบบการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลในยุโรป เคยถูกเสนอครั้งแรกในเดือนกันยายน 2020 โดยจะมีการกำหนดให้ธนาคารกลางยุโรป “กำหนดกฎเกณฑ์ที่เหมือนกันสำหรับผู้ให้บริการและผู้ออกสินทรัพย์คริปโตลับในระดับสหภาพยุโรป” โดยหากให้กล่าวโดยย่อนั้น มันจะทำหน้าที่เป็นกรอบการกำกับดูแลสำเหรียญคริปโตทั่วทั้งสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ยังคงดิ้นรนเพื่อสร้างมัน
🙏Cr. siamblockchain By Jiraboon
แนวรับแนวต้านที่สำคัญ ✅✅
45854.79 แนวต้าน
44710.71 แนวรับ
41699.41 แนวรับ
39251.45 แนวรับ
ความคิดเห็นในเชิงเทคนิค 💬
กลังลงไปทดสอบโซน 30 เป็นกลาง และกำลังกลับขึ้นไปทดสอบแนว 50 Oversold divergence กำลังขึ้นไปทดสอบแนวโซน 70
💻RSI Overbought divergence
หลังจากที่ราคามีแรงกลับเข้ามาอย่างรุนแรง จนราคาขึ้นไปทดสอบแนว 44710.71 และทดสอบหลายรอบจนเกิดรูปแบบ divergence นั้นทำให้ราคามีแนวโน้มที่จะลงต่อไปทดสอบแนว 41699.41
ทางเลือกในการลงทุน 💭💭
-ให้หาจังหวะในการเข้าขาย Sell 📉 บริเวณแนว 44710.71
❗นี้เป็นเพียงความคิดส่วนบุคคล อาจจะกำไรและขาดทุน ฉนั้น
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
🙏“หากบทวิเคราะห์นี้ดี…มีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเทรดทุกท่าน
🙏 “กรุณากดติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะครับ…ขอบคุณครับผม”
Gold Today Plan... 23.02.22เมื่อวานช่วงเช้าตามเวลาไทยราคาได้ขึ้นไปทำ new high แนว 1914 จากปัจจัยข่าวในยูเครน และถึงแม้จะมีข่าวช่วยหนุนเรื่อยๆ แต่ช่วงบ่ายตลอดจนถึงช่วงปิดตลาดของเมื่อวานราคาได้ร่วงลงมาและปิดต่ำกว่าแนว 1900 อาจจะสืบเนื่องจากการเทขายทำกำไรเชิงเทคคนิคคอล โดยใน TF Day ที่ RSI เข้า Overbought และ MACD นั้น ได้เกิดภาพ Bearish Divergence ซึ่งเทียบกับช่วงวันที่ 12 พย. 2021 ประกอบกับ TF H4และ H1 ก็เช่นกันที่ราคากราฟกับ indicator เกิดภาพ Bearish Divergence อย่างต่อเนื่อง นั้นแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อนั้นชะลอตัวลง แต่ถึงอย่างไรหากดู Sto. ใน TF H1 นั้นได้เข้า Oversold แต่ไม่ได้หลุด low ก่อนหน้าที่แนว 1891 และกราฟยังไม่ต่ำกว่าแนวเส้น EMA100 ทำให้ภาพรวมในระยะสั้นขาขึ้นยังคงได้เปรียบอยู่ ถึงแม้จะเสียทรงบ้างเล็กน้อย แต่ก็อย่างเพิ่งประมาณเพราะ RSI ยังไม่เข้า Oversold ไม่ว่าจะใน TF H1 H4 และ Day ที่ยังมีพื้นที่ให้ราคาสามารถย่อลงไปได้อีกซึ่งจุดนี้มีโอกาสที่ราคาอาจจะมีการย่อมากขึ้นจากเทขายเชิงเทคนิคคอลและเชิงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนส่วนนึงเข้าซื้อหุ้นโซนเอเชียมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากข่าวสงครามในระยะสั้น ถึงอย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครนอย่างต่อเนื่อง
โดยมี Keyzone สำคัญเชิงเทคนิคที่ช่วงแนว 1878-1883 ซึ่งเป็นแนวรับเชิงนัยยะสำคัญ ประกอบกับคาดว่าจะเป็นแนวเส้น EMA200 TF H1 พอดี ซึ่งหากทะลุลงไปนั้นก็อาจจะทำให้ระยะสั้นกลับเป็นขาลงได้ และ Keyzone 1900-1906 ที่เป็นแนวต้านของเมื่อวานและยังไม่สามารถขึ้นไปได้ ซึ่งหากยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือได้ อาจจะมีการย่อที่ลึกมากขึ้นและมีโอกาสที่อาจจะทำให้เปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลงได้เช่นกันและแนวย่อยแนว 1886-1890 ซึ่งเป็นแนวกรอบล่างของขาขึ้นระยะสั้น และถือเป็นหัวขาขึ้นล่าสุดด้วย และหากทะลุต่ำกว่าแนวดังกล่าวคือทำลายหัวขาขึ้นโดยทันที
เป้าขึ้นระยะใกล้ที่แนว 1904-1909 ระยะกลางที่แนว 1915-1920 ระยะไกลที่แนว 1927-1930
เป้าลงระยะใกล้ที่แนว 1885-1888 ระยะกลางที่แนว 1870-1875 ระยะไกลที่แนว 1859-1865
สรุปภาพรวม : ในสัปดาห์นี้อาจจะมีการย่อของราคาจากปัจจัยจากข่าวในยูเครนและการกระจายการลงทุนทำให้เกิดการขายทำกำไรทองคำไปสู่ตลาดหุ้น ซึ่งราคาอาจจะมีการย่อลงมาทดสอบแนว 1886-1890 และใน indicator มีโอกาสที่จะเกิด Bullish Divergence และหากราคายังไม่ต่ำกว่าแนว1886-1890 ก็ยังมีโอกาสที่ราคาจะขึ้นไปต่อได้และทำให้ภาพรวมระยะสั้น-กลางยังคงเป็นขาขึ้นอยู่ โดยเน้นรอการย่อและเข้าซื้อ
-- แผนเข้า --
Buy Zone 1: 1887-1891
Buy Zone 2: 1880-1886
====
Sell Zone 1 : 1896-1899
Sell Zone 2 : 1913-1917
** เป็นบทวิเคราะห์จากทัศนะคติและมุมมองส่วนตัว โปรดใช้วิจาณญาณในการรับชม**
Gold Today Plan... 04.02.22เมื่อคืนราคาทองได้ร่วงลงไปแนว 1788-1790 จากปัจจัยของผลของการประชุมการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป(ECB) ที่ทางผลประชุมของBoE มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.5% ตามคาด ขณะที่ ECB มีมติยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด โดยผลของแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของทางอังกฤษและทางยุโรปนั้น ส่งผลให้หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี, เยอรมนี, อังกฤษ และสหรัฐฯ อย่างมาก และจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยข้างต้นยังส่งผลให้ค่าเงินปอนด์และเงินยูโรแข็งค่าขึ้นทำให้กดดันค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ทำให้ปัจจัยหลังกลายเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำกลับขึ้นมาเหนือ 1800 อีกครั้งโดยทันทีจากที่ร่วงลงไป
สำหรับข่าวน่าติดตามวันนี้คือ ตัวเลขค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อชั่วโมงของสหรัฐฯ (Average Hourly Earnings), ดัชนีคาดการณ์ตัวเลขเปลี่ยนแปลงการจ้างงาน (ที่ไม่รวมภาคการเกษตร) (Non-Farm Employment Change) และ อัตราการว่างงาน (Unemployment rate)
-เชิงเทคนิคคอล-
ถึงแม้ว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจทีกล่าวข้างต้นจะทำให้ราคาร่วงแล้วก็กลับมาขึ้นปิดเหนือ1800 เหมือนเดิม และวันนี้ก็ยังอยู่ในช่วง 1804-1809 และถึงแม้ราคาจะร่วงลงไป Sto. RSI และ MACD Timeframes H1 และ H4 นั้นก็ยังไม่เข้า oversold และก็ยังมีแนวโน้มที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยกราฟได้ทะลุแนวกรอบขาลงระยะสั้นออกมาแต่ก็ยังไม่ชัดเจนในกรอบขาขึ้นมากหนัก โดยยังมีแรงขายใน Keyzone 1810-1812 อย่างต่อเนื่อง และอาจจะมองได้ว่าเกิด Pattern Bearish Rising Wedge ก็เป็นได้
เพราะหากดู Sto. Timeframes H4 ที่ Overbought และกำลังจะเกิดภาพ Hidden Bearish Divergence อีกทั้ง Sto. RSI และ MACD Timeframes ใน H1
และ Sto. Timeframes M15 นั้นก็กำลังเกิด Bearish Divergence เช่นกัน จึงคาดว่าโอกาสที่ราคาจะมีการย่อลงมากนั้นสูง แต่หากย่อลงมาไม่ต่ำกว่า 1805 ก็ถือว่า effect ของ Divergence นั้นไม่มีผลมากหนัก และราคาอาจะขึ้นไปทดสอบแนว
1810-1812 อีกครั้งและหากผ่านไปได้ ก็จะไปทดสอบจุดสำคัญที่แนว 1815-1817 ที่จะเป็นจุดยืนยันว่ากราฟราคาจะอยู่ในกรอบขาขึ้นต่อไปในระยะสั้นหรือจะเป็น Pattern Bearish Rising Wedge ที่อาจจะเกิดการร่วงและการเทขายเชิงเทคนิคคอล
โดยยังต้องจับตา Keyzone ทั้ง 2 เช่นเดิม โดย keyzone ที่ 1 คือแนว 1807-1812 ซึ่งเป็นแนวต้านนัยยะสำคัญโดยยังเป็นแนวเส้น EMA200 ใน H1 อีกทั้งเป็นแนวเส้น EMA200/100/50 ของ H4 อีกด้วย และ keyzone ที่ 2 คือแนว 1797-1802
และจับตาแนวย่อยที่สำคัญ แนว 1805 ที่เป็นแนวเส้น EMA200 Timeframes M15 และ M30 แนวเส้น EMA100และ50 ของ Timeframes H1 และแนวเส้น EMA20 ของ Timeframes H4 อีกทั้งยังเป็นแนวกรอบล่างของขาขึ้นระยะสั้นอีกด้วย
และแนวย่อยสำคัญอีกแนวคือ 1815-1817 ซึ่งหากผ่านไปได้ก็จะยิ่งหนุนขาขึ้นมากยิ่งขึ้น
เป้าขึ้นระยะใกล้ที่แนว 1815-1817 ระยะกลางที่แนว 1820-1824
เป้าลงระยะใกล้ที่แนว 1800-1805 ระยะกลางที่แนว 1787-179
สรุปภาพรวม : ขาขึ้นระยะสั้นยังได้เปรียบแต่ยังต้องจับตา keyzoneที่ 1 และจุดแนว 1815-1817 ซึ่งหากราคาไม่ผ่านจุดดังกล่าวก็อาจจะทำให้มุมมองที่จะเป็น Pattern Bearish Rising Wedge ก็มีมากขึ้น อาจจะทำให้ราคาร่วงอย่างรุนแรงได้
-- แผนเข้า --
Buy Zone 1: 1803-1805 TP 1810-1815 SL 1797-1800
*Bet Buy Zone 2: 1813-1815 TP 1820-1824 SL 1807-1810
====
Sell Zone 1 : 1810-1814 TP 1800-1805 SL 1815-1818
*Bet Sell Zone 2 : 1800-1802 TP 1793-1795 SL 1805-1807
Follow Sell Zone 3 : 1795-1798 TP 1783-1785 SL 1800-1803
** เป็นบทวิเคราะห์จากทัศนะคติและมุมมองส่วนตัว โปรดใช้วิจาณญาณในการรับชม**
แผนเทรด XAD/USD แผนเทรด XADUSD เเนวโน้มตอนนี้มองลง เพราะ RSI จะถึงโซน 70+ ในTF H4 ราคามีเเรงซื้อเข้ามามากเกินไป มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลง นะตอนนี้ราคาได้ปรับตัวขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมทำ Bearish Divergence ใน TF H1 ราคาอาจปรับตัวลงมาได้ เพราะอยู่เเถวโซน supply zone แผน 2 ถ้าราคาได้ปรับตัวขึ้นไป ต่อ มองเป็น Three Drives คิดว่าราคาไปถึง เเล้วราคาจะปรับตัวลงต่อ Bearish Divergence ครั้งนี้ เกิดใน TF H1 ไม่ค่อยเเน่นอนเท่าไหร่ อาจจะไม่ได้ไปไกลเท่าไหร่ ส่วยใหญ่จะ เกิด H4 จะดีสุด
เหตุผลมองลง
1.RSI จะถึงโซน 70+
2.ทำ Bearish Divergence
3.supply zone
Gold Today plan... 11.01.22หลังจากมีแรงซื้อกลับมาตั้งแต่ช่วงค่ำเมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้ปัจจัยแรกอาจจะเกิดจากค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอ่อนตัวลงลงมาทะลุแนวสำคัญที่ 96.054
กลับเป็นขาลงระยะสั้นของค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ จากผลกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ
จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ปัจจัยต่อมาอาจจะเป็นผลจากนักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ประกอบกับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ10ปี อ่อนตัวลงเล็กน้อย จึงเป็นผลให้ราคาทองคำนั้นมีทิศทางเชิงบวกเล็กน้อยและปิดเหนือ 1800 ได้จากเมื่อวาน
โดยข่าววันนี้ที่น่าจับตามองคือการประกาศดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB และข่าวสำคัญคือการแถลงครึ่งปีว่าด้วยนโยบายทางการเงินและภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐต่อสภาคองเกรสของ
นาย Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ
-เชิงเทคนิคคอล-
มุมมองภาพรวมใหญ่ใน TF H4 ยังถือว่าเป็นขาลงระยะสั้น เพราะตอนนี้ Sto. ได้เข้า Ovs.โดยราคาไม่ผ่าน high เดิม และ กำลังจะมีแนวโดน้มเกิดภาพ hidden Bullish divergence
ส่วนใน TF H1 RSI และ Sto. ก็เข้า ovb. zone และหากเทียบกราฟและ indicator ovb. คือไม่ผ่าน high เดิมเช่นกัน และ RSI เกิดภาพ hidden Bullish divergence
จึงคาดว่ามีแนวโน้มที่จะมีการย่อตัวของราคาค่อนข้างสูง และหากมองย่อยไปใน TH M15 ก็จะเกิดภาพ Bullish divergence ระดับแรง แต่ราคาอาจจะย่อไม่เยอะมากเพราะเป็นใน TF เล็ก
โดยเป้าขาลงระยะใกล้ที่แนว 1800-1802 ระยะกลางที่แนว 1793-1797
เป้าขึ้นระยะใกล้ที่แนว 1812-1815 ระยะกลางที่แนว 1820-1823
โดย Key zone คือ 1810-1815 หากไม่ผ่านแนวนี้ ระยะสั้นยังถือเป็นขาลงอยู่
สรุปภาพรวม : ระยะสั้น ขาลง ยังได้เปรียบ แต่อาจจะมีแรงหนุนซื้อเข้ามาจากปัจจัยข้างต้น แต่หากค่ำนี้มีการประกาศหรือพูดถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยคาดว่าจะเกิดการร่วงของราคาอีกแน่นอน
-- แผนเข้า --
Buy Zone : 1800-1805 TP 1810-1815 SL 1794-1799
Condition. : Sto. RSI M15 H1 ovs.
====
Sell Zone 1 : 1810-1815 TP 1795-1800 SL 1816-1820
Condition. : RSI Sto. M15 ovb.// Sto. H1 ovb.
Sell Zone 2 : 1820-1823 TP 1800-1805 SL 1825-1830
Condition. : RSI Sto. M15 H1 H4 ovb.
** เป็นบทวิเคราะห์จากทัศนะคติและมุมมองส่วนตัว โปรดใช้วิจาณญาณในการรับชม**
BTC จะหมีหรือยังนะBTC
05/01/2022
อธิบายกราฟ
กราฟแบบนี้ 🐻 หมีมาหรือยัง
ปัจจัยหลายๆอย่างค่อนข้างอยู่โหมดอันตราย เริ่มด้วย BTC Dominance ที่หัวทิ่ม ปักดิน Alts Marketcap ที่หัวปัก เล็กน้อย แม้จะมี Divergence ให้ได้ใจชื้นบ้าง บ่งบอกถึงตอนนี้ เม็ดเงินอยู่ใน Alts มากกว่า BTC แต่ทรงแบบนี้ ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เมื่อมามองที่กราฟราคา ตอนนี้ EMA 20 ตัด 200 ลงมาได้ระยะนึงแล้ว และเส้น 50 นั้นใกล้เส้น 200 มากจนน่ากลัว ราคาตอนนี้ เกิด Hidden Bullish Divergence ที่TF DAY ณ ราคาที่ แตะแนวรับ สำคัญพอดี ทำให้ ราคา ยังอยู่ในจุดที่สู้กันระหว่าง Buy กับ Sell เมื่อมองภาพ ใหญ่ ทรงคล้าย Head and shoulder มาก ปัจจัย หลายๆอย่างตอนนี้ ชี้ไปใน จุดที่ค่อนข้างอันตรายมาก เพราะจากที่เคยได้วิเคราะห์ไป ถ้าราคาหลุดแนวรับ ลงมาระยะ Head and shoulder ค่อนข้างลึกมาก แล้ว กราฟอยู่อยู่ในกรอบระยะยืดตามทฤษฎีของ Strong B Irregular flat พอดี ทำให้เม่าวิเคราะห์ออกมาจากประสบการ์ณส่วนตัวได้ 2 กรณี จากอีกหลายกรณีซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่ก็ได้
โอกาส
กรณีที่1
แม้ปัจจัยหลายๆอย่างจะเริ่มดูแย่ แต่ยังมี Hidden Bullish Divergence ให้เห็นที่บ่งบอกถึงมีแรงซื้อที่เข้ามาดันทำให้ราคามีโอกาสไปต่อ Head and shoulder นี้อาจจะแป๊กก็ได้เพราะ อินดิเคเตอร์ไม่มีอะไร ที่ 100% ยังพอมีความหวังนะคะ
กรณีที่ 2
ความเสี่ยง
อย่างที่ได้กล่าวไปปัจจัยหลายๆอย่างชี้มาทางที่ไม่ค่อยจะดีหนัก ถ้าหลุดขึ้นมา 4x,xxx อาจจะเอาไม่อยู่ เพราะระยะตามทฤษฎีคือ เรามีโอกาสได้เห็น เลข 2x,xxx ต้นๆ 1x,xxx ปลายๆ แต่ไม่มีอะไร 100% ในตลาดนี้ค่ะ เม่าวิเคราะห์ให้ได้รู้ไว้และและควบคุมความเสี่ยงและวางแผนล่วงหน้า บริหารพอร์ตให้ดี
ทั้งนี้ การวิเคราะห์เป็นเพียงมุมมองและประสบการณ์ของเม่าเพียงคนเดียว ซึ่งไม่สามารถการันตีว่าจะเป็นไปตามนี้เสมอ
บทวิเคราะห์นี้วิเคราะห์จากกราฟที่เกิดขึ้นในขณะนี้เท่านั้น ช่วงราคา อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามสถานการณ์
ปล.เป็นการวิเคราะห์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด ทุกท่านต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ในการลงทุนของท่านนะคะ
แผนเทรด GBP/JPY แผนเทรด GBPJPY เเนวโน้มมองลง หลังจาดราคาได้เบรคกรอบเทรนไลน์ กราอบใหญ่ออกไปได้ จากขาขึ้น มาเป็นขาลง เลยมอง Sell นะตอนนี้ ราคาได้ปรับตัวขึ้นมาสูงพรัอม กับทำBearish Divergence : ในโซนที่ rsi สูงกว่า 70+ เเละตรงกับ fibo 50.0 เเละมากับ supply zone + RBD ทำให้มีโอกาสสูงที่ราคาจะปรับตัวลง เพราะ เกิด Divergence ใน tf H 4 ทำให้มีโอกาสสูง
เหตุผลที่เข้า
1.เทรนได้เบรคเทรนไลน์กรอบใหญ่ คิดว่าเป็นขาลง
2.fibo 50.0
3.supply zone
4.RBD
5.rsi 70+ เเรงซื้อมีมากเกิน
6.Bearish Divergence
แผนเทรด GBP/CHFแผนเทรด GBPCHF เเนวโน้มมองขึ้น ราคาได้วิ่งอยู่ในกรอบเทรนไลน์ที่ตีไว้ ก่อนหน้านี้ราได้ปรับตัวลงมาชนเทรนไลน์ครั้งที่3 มีโอกาส ปรับตัวขึ้นสูง พร้อมกับเกิด Bullish Divergence ใน M30 เกิด Divergence ใน TF เล็กไม่ค่อยเเน่นอนเท่าไหร่ เเต่ก็ยังมี fibo 61.8-78.6 มาลองรับอยู่ ได้อยู่ จึงคิดว่ามีโอกาส ปรับตัวขึ้น เเต่ครั้งนี้เป็นการเทรนสวนเทรน ในD1 อาจไม่ดีเท่าไหร์
เหตุผลที่มองขึ้น
1.เทรนไลน์
2.Bullish Divergence
3.fibo 61.8 -78.6
4.Demand zone
📢📢วางแผนเทรดทองด้วย Demand Supply 6 ธ.ค. 2564 แผนที่ 1✍✍อธิบายแผนเทรด XAUUSD Demand Supply 6 ธ.ค. 2564
แผนที่ 1 เป็น แผน Buy ด้วย Pattern SNRC1 Demand Zone + TB
ก่อนเข้าเทรดเรามา Check RSI กันก่อนว่าเกิด Hidden Divergence กับ Reversal Divergence หรือไม่
------------------------------------------------------------------------------
ข้อควรระวัง ต้องสัญญาณ AO หรือ RSI Divergence Confirm ก่อนเข้าเทรด
MM ด้วยนะครับเป็นห่วง 😊😊
ช่วย Like Comment และกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
รายการตัวย่อ
RBR = Rally Base Rally
DBD = Drop Base Drop
SBR = Support Become Resistance
RBS = Resistance Become Support
R= Resistance
S= Support
TF= Time Frame
QM = Quasimodo Pattern
QMR = Quasimodo Reversal
QML = Quasimodo Level
QMC = Quasimodo Continuous
QMM = Quasimodo Manipulation
MPL = Maximum Pain Level
FRT = Fast Return
**บทความนี้เป็นเพียงการวางแผนเทรดส่วนบุคคล ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
📢📢วางแผนเทรดทองด้วย Demand Supply 1 ธ.ค. 2564 แผนที่ 1✍✍อธิบายแผนเทรด XAUUSD Demand Supply 1 ธ.ค. 2564
แผนที่ 1 เป็น Pattern SNRC1 ที่มี KING + PB + FIBO 38.6 อยู่ใน TF H1
ก่อนเข้าเทรดเรามา Check RSI กันก่อนว่าเกิด Hidden Divergence กับ Reversal Divergence ไหม
------------------------------------------------------------------------------
ข้อควรระวัง ต้องสัญญาณ AO หรือ RSI Divergence Confirm ก่อนเข้าเทรด
MM ด้วยนะครับเป็นห่วง 😊😊
ช่วย Like Comment และกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
รายการตัวย่อ
RBR = Rally Base Rally
DBD = Drop Base Drop
SBR = Support Become Resistance
RBS = Resistance Become Support
R= Resistance
S= Support
TF= Time Frame
QM = Quasimodo Pattern
QMR = Quasimodo Reversal
QML = Quasimodo Level
QMC = Quasimodo Continuous
QMM = Quasimodo Manipulation
MPL = Maximum Pain Level
FRT = Fast Return
**บทความนี้เป็นเพียงการวางแผนเทรดส่วนบุคคล ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
XAUUSD : กราฟ Dayมุมมองทองคำด้วยเทคนิคเทรนไลน์ จากรายวัน
ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดัน จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี จนเป็นปัจจัยกดดันทองคําในฐานะ สินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย ไม่สามารถไปต่อได้หลุด 1,800 รูแบบ bull flag pattern ที่มองกันไว้พัง!! เมื่อผ่านแนวต้าน 1,804 ไปไม่ได้
สำหรับราคาตอนนี้จากภาพ หากราคาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,770 ก็อาจดีดกลับขึ้นไปที่แนวต้าน 1,700 ได้ แต่หากหลุดโซนแนวรับ 1,770 ให้ชะลอการเข้าซื้อและดูท่าทีการเข้าขาย เพราะราคาอาจปรับลงเพื่อสร้างฐานราคาใหม่ได้ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,760 – 1,750 ส่วน RSI
ลุ้นเกิดสัญญาณ Bullish Divergences หากเกิดก็จะสามารถทำให้ทองคำปรับตัวขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการคาดการณ์เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสรุปหรือการชี้นำตลาด และอาจเกิดข้อผิดพลาดได้เสมอ ดังนั้นโปรดใช้วิจารณาญของท่านในการตีความและวิเคราะห์
XAUUSD : กราฟ Dayจากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคเทรนไลน์ กราฟรายเดย์ เทคนิคเทรนไลน์และ Rsi เมื่อวันอังคารสัปดาห์ที่แล้ว เกิดสัญญาณ Bullish Divergences ในกราฟรายเดย์ สามารถยืน $1,720 ได้ ต่อมาผ่านแนวต้านบริเวณ $1,760 ได้ในคืนวันศุกร์ ราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมา “แย่เกินคาด” ปิดตลาดบริเวณ $1,779.x มุมมองราคาทองคำยก Low สูงขึ้น ทำ New High ที่ $1,782 และเกิดแรงเทขายทำกำไร ทำให้ราคาทองคำย่อลงมา แต่หากราคาไม่หลุดแนวรับ $1,760 - $1,750 ราคาทองคำอาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน $1,780 ได้อีกครั้ง หากผ่านได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่บริเวณ $1,790 - $1,813
หากราคาไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ $1, 780 - $1,790 ขึ้นไปได้ ราคาอาจเข้าสู่การปรับฐาน เพื่อสะสมแรงอีกครั้ง ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อ หาจังหวะซื้อเมื่อรอราคาย่อตัวลงมาจะปลอดภัยกว่า (แต่หากราคาหลุด $1,720 ควรถอยหรือตัดขาดทุน)
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการคาดการณ์เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสรุปหรือการชี้นำตลาด และอาจเกิดข้อผิดพลาดได้เสมอ ดังนั้นโปรดใช้วิจารณาญของท่านในการตีความและวิเคราะห์
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ขาดปัจจัยบวก
บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ยังคงซบเซา ตลาดขาดปัจจัยบวกที่จะมาขับเคลื่อน แต่สัญญาณ Bullish Divergence ถือเป็นสัญญาณทางเทคนิคัลที่แสดงถึงปลายตลาดขาลง ดัชนีตลาดปิดที่ 1,537.78 จุด เพิ่ม 0.15 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.9 หมื่นล้านบาท ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 ตลาดปิดในแดนบวกขานรับการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดไว้ที่ 0.00 – 0.25 เปอร์เซ็นต์ และคงนโยบายซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆ หลังดัชนีปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,530 จุด เกิดแท่งเทียนเป็น Harami ขาลงเป็นครั้งที่สองในเขตขายมากเกิน สัญญาณ DMI แสดงถึงการปรับตัวลง ขณะที่สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ยอดที่สอง (กรณีที่เกิดยอดที่สามควรเข้าซื้อ) ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อปรับฐาน ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนียืนปิดเหนือแนวต้านของเส้น MMA2 ที่ 1,580 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,530 จุด และกรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,529 จุด การนับคลื่นปรับ (Collective wave) จะต้องนับใหม่ เนื่องจากคลื่น (iv) ซ้อนทับกับคลื่น (i) ไม่เป็นไปตามหลักการ Overlapping (ใช้ราคาปิดเป็นตัววิเคราะห์)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ยอดที่สอง กรณีที่เกิดยอดที่สามจะเป็นสัญญาณซื้อ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,547 – 1,558 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,529 – 1,519 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และในกรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,535 จุด ควรปรับพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่มอีก 10 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ติดตามสัญญาณบวก
บรรยากาศการซื้อขายชะลอตัว เนื่องจากตลาดถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดใกล้แตะ 20 เปอร์เซ็นต์ (เข็มแรก) ดัชนีตลาดปิดที่ 1,545.10 จุด ลดลง 7.26 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.95 หมื่นล้านบาท สถาบันภายในประเทศและนักลงทุนทั่วไปเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม ตลาดปิดบวกในกรอบแคบๆ หลังตัวเลขยอดขายบ้านต่ำกว่าประมาณการ ขณะที่นักลงทุนเฝ้าติดตามผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ที่จะประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้าง (Sideways) ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,530 จุด สัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวก และภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อปรับฐาน ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนียืนปิดเหนือแนวต้านของเส้น MMA2 ที่ 1,574 จุด (จากเดิม 1,580 จุด)
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,530 จุด และกรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,529 จุด การนับคลื่นปรับ (Collective wave) จะต้องนับใหม่ เนื่องจากคลื่น (iv) ซ้อนทับกับคลื่น (i) ไม่เป็นไปตามหลักการ Overlapping (ใช้ราคาปิดเป็นตัววิเคราะห์)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณ Modified Stochastic กลับท่เป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง อย่างไรก็ดี ในภาวะตลาดหมี (Bear Market) การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI อาจเป็นแบบสามยอด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,556 – 1,565 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,537 – 1,529 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และในกรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,535 จุด ควรปรับพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่มอีก 10 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปัจจัยเสี่ยงทางเทคนิคัล
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,449.83 จุด เพิ่มขึ้น 11.51 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.27 หมื่นล้านบาท ต่างชาติและสถาบันในประเทศเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวก แต่ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีมีโอกาสพักตัวลง โดยดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (7/12) ปิดตลาดแบบไร้ทิศทาง ดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลดลง ขณะที่แนสแดคปรับตัวขึ้นทำจุดสูงใหม่ตลอดกาล นักลงทุนกลับมากังวลถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดต่ำปิดสูง ทะลุแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,444 จุด ขึ้นมาทำจุดสูงที่ 1,454 จุด กำลังทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,454 จุด แท่งเทียนปรากฏเงาส่วนบนในเขตซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI เตือนถึงความเสี่ยงช่วงปลายตลาดขาขึ้น ดัชนีตลาดเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นอยู่ที่ 1,358 จุด ก่อนที่ดัชนีตลาดประปรับตัวขึ้นเข้าหาเป้าหมายที่ 1,487 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) ที่ 1,187 จุด หลังดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,270 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3) ซึ่งมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,454 จุด
ตามหลักการคลื่นเอลเลียต คลื่น 3) จะยาวเท่ากับ 1.618 เท่าของความยาวของคลื่น 1)
หมายเหตุ 61.8% FP = 1,487 จุด, 100% FP = 1,673 จุด และ 161.8% FP = 1,973 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 – 1,400 จุด กรณีที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณ RSI ควรรอให้ปรับลดลงมาที่ระดับ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ (ค่าวันนี้อยู่ที่ 73 เปอร์เซ็นต์)
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,460 – 1,473 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,438 – 1,430 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และซื้อเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อดัชนีตลาดอ่อนตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,390 -1,400 จุด
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้านที่ 1,237 จุด
นักลงทุนบางส่วนเริ่มกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มนำตลาด เพื่อดักข่าวผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯในวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,221.33 จุด เพิ่มขึ้น 19.17 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวกและเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวขึ้น ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,260 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (3/11) ดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 554 จุด นักลงทุนคาดว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ชัดเจน จะทำให้ประเทศผ่านพ้นความวุ่นวายไปได้ ส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุน
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดกระโดดขึ้นแบบมีช่องว่าง (Gap) ที่ 1,202 – 1,210 จุด ซึ่งจากนี้ไปจะทำหน้าที่เป็นแนวรับ แท่งเทียนเป็น Bullish Candlestick ปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,212 จุด สัญญาณทางเทคนิคัลที่กลับมาเป็นบวกและเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,223 จุด และมีกรอบบนของช่องแนวโน้มขาลงเป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,243 จุด ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,260 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) และมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,154 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับเมื่อดัชนีตลาดสามารถปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,260 จุด ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น 3),5 ซึ่งมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,454 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก และสัญญาณ RSI เกิดเป็น Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ซื้อที่มีเข้ามาหนุนให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,231 – 1,241 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,210 – 1,200 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นเสี่ยง
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กที่กลับมาร้อนแรง ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,309.95 จุด เพิ่มขึ้น 23.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.88 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 12
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (19/5) ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลง 390 จุด หลังข้อมูลการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัท Moderna ยังขาดข้อมูลที่พอเพียง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่าง (Gap) ทะลุผ่านแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,303 จุด และปิดขึ้นเหนือแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 1,306 จุด ขึ้นมาทำจุดสูงที่ 1,318 จุด แท่งเทียนเกิดเป็นสตาร์ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีโอกาสพักตัวลง สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ระยะสั้นควรระวังดัชนีเปิดสูงปิดต่ำ
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่น II,E ที่ 969 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นเป็นคลื่น i) โดยมีแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement 1,306 จุด เป็นเป้าหมาย และดัชนีตลาดจะพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,174 จุด, 1,135 จุด และ 1,096 จุด ตามลำดับ และดัชนีตลาดต้องปรับลดลงไม่ต่ำกว่า 969 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นจะเผชิญแรงขาย ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,317 – 1,330 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,301 – 1,290 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นรายตัว (เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 20 เปอร์เซ็นต์) เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,083 จุด
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะพักตัว
แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงปิดที่ 1,280.40 จุด ลดลง 14.15 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4.66 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเริ่มกลับมาเป็นลบ และเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นจะเผชิญแรงขายและมีโอกาสปรับตัวลง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 9
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพฤหัสบดี (14/5) ตลาดแกว่งตัวผันผวน ตลาดทรุดตัวลงในช่วงเปิดตลาด แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารหนุนดัชนีดาวโจนส์กลับมาปิดในแดนบวก ปรับเพิ่มขึ้น 377 จุด ดาวโจนส์สวิง 800 จุด ตัวเลขการว่างงานปรับเพิ่มขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,303 จุด ดัชนีตลาดเกิดรูปแบบ Double Top ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงหรือแกว่งตัวออกด้านข้างในทางลง
เมื่อนำจุดสูงที่ 1,301 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวรับด้วย Fibonacci Retracement จะได้แนวรับที่ 1,174 จุด, 1,135 จุด และ 1,096 จุด ตามลำดับ
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดอ่อนตัวลงหลังดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 1,300 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 969 จุด ดัชนีจะจบคลื่น II ที่ 969 จุด ดัชนีตลาดจะต้องไม่ปรับตัวลงต่ำกว่า 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นลบ สัญญาณ RSI เกิดเป็น Bearish Divergence ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงจากปัจจัยทางเทคนิคัลเพิ่มมากขึ้น
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,290 – 1,300 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,270 – 1,257 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นรายตัว (เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 20 เปอร์เซ็นต์) เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,083 จุด
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้าน 1,643 จุด
แรงขายทำกำไรระยะสั้นฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงปิดในแดนลบ ดัชนีตลาดปิดที่ 1,632.80 จุด ลดลง 1.66 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,643 จุด ดัชนีตลาดจะมีทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือแนวต้านนี้ นักลงทุนรายบุคคลเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ ขณะที่ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ ผลประกอบการไตรมาสสามของสหรัฐและการบรรลุข้อตกลงแบร็กซิทระหว่างอังกฤษและอียู ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาคึกคัก
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอ่อนตัวลงปิดต่ำหลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลง โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม ดัชนีตลาดจะยืนยันทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,643 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 6 หมื่นล้านบาทขึ้นไป ระยะสั้นดัชนีตลาดมีแนวรับอยู่ที่ 1,624 จุด
การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI และ MACD Histogram เสมือนเป็นสัญญาณเตือนในช่วงปลายตลาดขาลง
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่ 1,603 จุด เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,643 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,748 จุด
จากความยาวของคลื่น i) และคลื่น ii) ในขณะนี้ จะมีเป้าหมาย 161.8% Fibonacci Projection ของคลื่น iii) อยู่ที่ 1,748 จุด+/-
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก และการเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI เสมือนเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,643 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,093 – 1,097 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,627 – 1,621 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และรอซื้อเพิ่มเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence หรือเข้าซื้อช่วงที่ราคาอ่อนตัวลงระหว่างการซื้อขาย
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
1,643 จุดวัดใจ
แรงซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวกที่ 1,634.46 จุด เพิ่มขึ้น 7.45 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.8 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,643 จุด สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังยอดค้าปลีกปรับลดลงในรอบ 7 เดือน บวกกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังไม่ราบรื่น ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสสามที่ออกมาดี
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,635 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม และมีเส้นแนวโน้มขาลงทำหน้าที่เป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,643 จุด ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้น เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,643 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 6 หมื่นล้านบาท
เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI และ MACD Histogram เสมือนเป็นสัญญาณเตือนในช่วงปลายตลาดขาลง
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่ 1,603 จุด เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,643 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,748 จุด
จากความยาวของคลื่น i) และคลื่น ii) ในขณะนี้ จะมีเป้าหมาย 161.8% Fibonacci Projection ของคลื่น iii) อยู่ที่ 1,748 จุด+/-
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก และการเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI เสมือนเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,643 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,639 – 1,645 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,629 – 1,624 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และรอซื้อเพิ่มเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence หรือเข้าซื้อช่วงที่ราคาอ่อนตัวลงระหว่างการซื้อขาย
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น
แรงเทขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มปตท.และสื่อสาร ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยดิ่งลงปิดที่ 1,640.66 จุด ลดลง 13.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.7 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,635 – 1,624 จุด ตามลำดับ สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดเปลี่ยนแปลงขึ้นลงเล็กน้อย นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดทรุดตัวลงแรงหลังดัชนีตลาดหลุดแนวรับของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 50.0% และ 61.8 Fibonacci Retracement (1590/1679 จุด) ที่ 1,635 จุด และ 1,624 จุด ตามลำดับ และมีจุดต่ำเก่าทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,609 จุด สัญญาณทางเทคนิคัลที่เป็นลบทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีความเสี่ยง
ชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูสัญญาณ Bullish Divergence
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ แท่งเทียนเกิดเป็น Bearish Divergence หลังดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มที่ 1,684 – 1,699 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) และมีแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement (1590/1679 จุด) ที่ 1,635 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,635 – 1,624 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,646 – 1,654 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,635 – 1,628 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และรอซื้อเพิ่มเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence






















