XTB – แรงขายยังเข้มงวด เมื่อไหร่โครงสร้างขาลงถึงจะถูกทำลาย?!กราฟราคาทองคำ กรอบเวลา H1
หลังจากราคาฟื้นตัวขึ้นไปที่ 5,100 USD/oz ราคากลับเผชิญ แรงขายรุนแรง และปรับตัวลงทันที การปรับตัวลงปัจจุบันค่อนข้างชัดเจน สังเกตจากแท่งเทียนสีแดงขนาดยาว แสดงว่าแรงขายยังครองตลาดอยู่
ในด้าน โครงสร้างทางเทคนิค แนวโน้มขาลงยังคงอยู่ โดยราคาทำ จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดต่ำลงตามลำดับ ก่อตัวเป็น ช่องขาลงระยะสั้น ตราบใดที่ช่องขาลงนี้ยังคงมีผลอยู่ แนวโน้มขาลงระยะสั้นยังคง เป็นฝ่ายได้เปรียบ
อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถทะลุ จุดสูงสุดที่ 4,936 USD/oz ได้สำเร็จ โครงสร้างขาลงจะถูกทำลาย และแนวโน้มขาขึ้นมีโอกาสกลับมา ในกรณีนี้ ราคามีโอกาสทดสอบ แนวต้านระยะสั้นก่อนหน้า ได้แก่ 5,017 USD/oz และ 5,100 USD/oz
โซนเทคนิคที่สำคัญ:
🟢 แนวรับ: 4,743–4,745 USD หรือ 4,597–4,600 USD
🔴 แนวต้าน: 4,933–4,936 USD หรือ 5,015–5,018 USD
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
สะสมกำลังโซน $5,000 จับตาข่าวสงคราม vs การเจรจา 📊 GOLD ANALYSIS:ทิศทางประจำวันที่ 5 ก.พ. 2569
ราคาปัจจุบัน: $4,930 (ขณะเขียนบทวิเคราะห์)
⭐️ GOLDEN INFORMATION: ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนตลาด
ราคาทองคำ (XAU/USD) กำลังเคลื่อนไหวในลักษณะ "สะสมกำลัง (Accumulation)" หลังจากที่มีการดีดตัวขึ้นไปทดสอบระดับจิตวิทยา $5,005 ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย โดยมีปัจจัยหนุนและกดดันที่ต้องจับตาดังนี้:
⚠️ ความตึงเครียดทางทหาร (Geopolitical Tension): แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven Demand) กลับเข้ามาพยุงตลาด หลังจากมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ยิงโดรนของอิหร่านตกในทะเลอาหรับ เนื่องจากโดรนดังกล่าวบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อย่างคุกคาม สร้างความกังวลว่าสถานการณ์อาจบานปลาย
🕊 ความหวังจากการเจรจา (Diplomatic Talks): อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่เกิด Panic Buy เต็มตัว เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอผลการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน ที่จะจัดขึ้นใน "วันศุกร์นี้" ณ ประเทศโอมาน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาทิศทางราคาในสัปดาห์หน้า
⭐️: มุมมองส่วนตัว
"Consolidation Phase: พักตัวเพื่อเลือกทาง"
ณ ราคาปัจจุบันที่ $4,930 ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ "สุญญากาศ" คืออยู่กึ่งกลางระหว่างแรงซื้อจากความกลัวสงคราม และแรงขายทำกำไรทางเทคนิค
การที่ราคาขึ้นไปยืนเหนือ $5,000 ไม่ได้และย่อกลับลงมา สะท้อนว่าแรงขายกดดัน (Selling Pressure) ยังคงทำงานได้ดีในโซนจิตวิทยา
แต่ในขณะเดียวกัน โซนแนวรับด้านล่างก็มีแรงซื้อพยุงไว้ ทำให้กราฟวิ่งในกรอบสะสมพลังเพื่อรอข่าวใหญ่
📈 TECHNICAL PERSPECTIVE: วิเคราะห์กราฟ (Timeframe H1)
อ้างอิงจากกราฟ H1 ล่าสุด โครงสร้างราคายังคงมีความผันผวนสูงและเริ่มบีบตัวในกรอบสามเหลี่ยม:
แนวโน้มหลัก (Trend): แม้จะมีการรีบาวด์สั้นๆ แต่โครงสร้างภาพใหญ่ใน H1 ยังถูกกดดันด้วย "เส้นแนวโน้มขาลง (Descending Trendline)" สีน้ำเงินที่กดทับราคาอยู่ การที่ราคายังไม่สามารถ Breakout ทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ ทำให้ฝั่งขายยังคงมีความได้เปรียบเล็กน้อยในทางเทคนิค
โซนแนวต้าน (Resistance Zones):
ด่านแรกคือโซน $5,000 - $5,100 หากผ่านไปได้จะมีแนวต้านแข็งแกร่งถัดไปที่บริเวณ $5,288 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างราคา
โซนแนวรับ (Support Zones):
แนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ $4,740 ซึ่งเป็นฐานราคาที่เคยรับอยู่ หากหลุดโซนนี้ ลงมาจะมีโอกาสปรับฐานลึกต่อเนื่องไปหาเป้าหมายทางเทคนิคถัดไปที่ $4,615 และ $4,257 ตามลำดับ
อินดิเคเตอร์ (Indicators): ราคาเคลื่อนไหวทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย EMA 34 และ EMA 89 ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับ-ต้านเคลื่อนที่ (Dynamic S/R) บ่งบอกถึงภาวะตลาดที่ยังเลือกทิศทางไม่ชัดเจน (Sideway)
💡 สรุปกลยุทธ์การลงทุน (Strategy Note)
ช่วงนี้ตลาดมีความผันผวนสูงจากข่าวสงคราม (News Driven) การเทรดควรเน้น "การรอจังหวะที่ขอบ (Trade at Edges)"
ฝั่งซื้อ (Buy): ควรรอให้ราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับแข็งแกร่งด้านล่าง (Zone $4,740) เพื่อลดความเสี่ยง
ฝั่งขาย (Sell): หากราคาดีดตัวกลับขึ้นไปหาแนวต้านโซนบน ($5,100-$5,280) แต่ไม่สามารถผ่านได้ เป็นจังหวะพิจารณาทำกำไรระยะสั้น
⭐️ NOTE:
Nova wishes traders to manage their capital well.
บริหารความเสี่ยง (MM) ให้เคร่งครัด
Take Profit 4-6% ของพอร์ต
Stop Loss 2-3% ของพอร์ต
"ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่รอดในตลาดได้นานที่สุด"
Chumtrades xauusd คลื่น B จบแล้วหรือยัง?ทองคำ – แผนการเทรดรายวัน
คลื่น B จบแล้วหรือยัง?
→ ยังไม่มีการยืนยันชัดเจน
ปัจจัยมหภาค & บรรยากาศตลาด
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านถูกยกเลิก ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ แต่ ยังไม่แรงพอที่จะกระตุ้นคลื่นขาขึ้นรอบใหม่
ทองคำมี วันซื้อขายที่ค่อนข้างสงบ ไม่สามารถทะลุ แนวต้านสำคัญบริเวณ 5,100 และมีการ ปรับฐานลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ
แท่งเทียนรายวันเป็นรูปแบบ Spinning Top แสดงถึง ความลังเลและการแกว่งตัวในกรอบแคบ รวมถึง การขาดแรงส่งสำหรับการเบรกเอาต์
👉 ปัจจัยมหภาค ช่วยพยุงราคา แต่ ยังไม่ผลักดันให้เกิดเทรนด์ขาขึ้นอย่างชัดเจน
โครงสร้างเทคนิค & มุมมองตลาด
ราคายังคง เคลื่อนไหวอยู่ภายในกรอบแนวโน้มขาลง (Descending Channel)
ในกรอบเวลา H1 ราคาได้ทะลุระดับสำคัญ 4,888 บ่งชี้ถึง การรีบาวด์ทางเทคนิค
อย่างไรก็ตาม ใน กรอบเวลาที่ใหญ่กว่า โครงสร้างยังเป็นขาลง และ ยังไม่มีสัญญาณยืนยันการกลับตัวของเทรนด์
→ ดังนั้น การปรับขึ้นในขณะนี้จึงถูกมองว่าเป็น การเด้งกลับ (Pullback) ภายในเทรนด์ขาลง
ระดับราคาสำคัญ
แนวรับ: 4,810 | 4,830 | 4,700–4,750 | 4,650–4,624
แนวต้าน: 4,950–5,000 | 5,100
แผนการเทรดประจำวัน
กลยุทธ์หลัก: รอราคาดีดขึ้นเพื่อ SELL ภายในกรอบขาลง
มองหา จุด SELL บริเวณแนวต้าน โดยคาดหวังการทำ จุดต่ำใหม่ (Lower Low)
สามารถพิจารณา SELL ตามโมเมนตัม หากราคาหลุด 4,882–4,890 อย่างชัดเจน พร้อมการยืนยันบนกรอบเวลา H2 หรือ H4 เป้าหมายบริเวณ 4,810
ยังไม่พิจารณา BUY ตราบใดที่ราคายังอยู่ในกรอบขาลง
👉 เฉพาะเมื่อราคาทะลุและยืนเหนือ 5,100 ได้อย่างมั่นคง เท่านั้น จึงจะเริ่มประเมิน แผน BUY ตามเทรนด์ ใหม่
👉 การปรับฐานลึกถูกมองเป็น โซนสำหรับ BUY แบบ Swing ไม่ใช่การ BUY ระยะสั้นในตอนนี้
หมายเหตุ: ตลาดอยู่ในช่วง “ทดสอบความเชื่อมั่น” ควรเน้น เทรดตามโซน ตามเทรนด์ ลดขนาดการถือสถานะ และ หลีกเลี่ยง FOMO.
ทองคำยังคงผันผวนอย่างหนัก และเทรดเดอร์กำลังเผชิญกับความยากลำบาก📈 1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
🔹 เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง (เส้นประสีดำ)
ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นหลักที่ลากจากจุดต่ำก่อนหน้า → โครงสร้างขาขึ้นระยะกลางยังไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์
🔹 อย่างไรก็ตาม:
การร่วงลงอย่างรุนแรงล่าสุดแสดงให้เห็นว่าโมเมนตัมขาลงระยะสั้นกำลังมีอิทธิพล และราคากำลังกลับมาทดสอบเส้นแนวโน้มนี้อีกครั้ง
➡️ ขณะนี้เส้นแนวโน้มทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิกที่สำคัญ
🟥 2️⃣ แนวต้าน
🔹 แนวต้านสำคัญ: 5,100 – 5,105
นี่คือโซนแนวต้านที่ราคาเคยถูกปฏิเสธมาก่อน
สอดคล้องกับยอดเดิม + โซนกระจายของแรงขาย
หากราคากลับขึ้นมาบริเวณนี้ มีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงขายรุนแรง
➡️ ต้องมีการปิดแท่งเทียนทะลุโซนนี้อย่างชัดเจนเท่านั้น จึงจะยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้น
🟦 3️⃣ แนวรับใกล้เคียง
🔹 แนวรับระยะสั้น: 4,888 – 4,886
โซนเบรกเอาท์เดิม + ฟีโบนัชชี 0.5 – 0.618
ขณะนี้ถูกทะลุลงอย่างแรง → เปลี่ยนบทบาทเป็นแนวต้านเมื่อราคาดีดตัวขึ้น
➡️ หากราคาดีดขึ้นมาบริเวณนี้แล้วถูกปฏิเสธ → จะยืนยันแนวโน้มขาลงระยะสั้น
🟩 4️⃣ แนวรับสำคัญ
🔹 โซนอุปสงค์แข็งแกร่ง: 4,695 – 4,697
(ทำเครื่องหมายว่า “Support Zone + GAP”)
นี่คือบริเวณที่มี:
เส้นแนวโน้มขาขึ้นมาบรรจบ
โซนอุปสงค์ก่อนหน้า
➡️ มีโอกาสสูงที่ราคาจะถูกดึงลงมาทดสอบโซนนี้
📌 แผนการเทรด
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4697 – 4695
Stop Loss: 4687
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5100 – 5098
Stop Loss: 5010
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ทองคำกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง📉 1. แนวโน้มโดยรวม
🔹 แนวโน้มหลักก่อนหน้า: ขาลง (BEARISH)
ราคายังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลาง (เส้นประสีดำด้านบน) ซึ่งเป็นโซนขายทางเทคนิคที่แข็งแกร่งทุกครั้งที่ราคาเข้าใกล้
🔹 แนวโน้มระยะสั้น: การฟื้นตัวขาขึ้น
จากจุดต่ำล่าสุด ราคาได้สร้างเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น (เส้นประสีดำด้านล่าง) พร้อมโครงสร้าง:
• จุดต่ำยกสูงขึ้น (Higher Lows)
• จุดสูงยกสูงขึ้น (Higher Highs)
➡️ ขณะนี้ตลาดอยู่ในช่วงฟื้นตัวภายในแนวโน้มขาลงหลักก่อนหน้า
📈 2. เส้นแนวโน้มสำคัญ
🔺 เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น
ทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิก
ราคาดีดตัวขึ้นหลายครั้งเมื่อแตะเส้นนี้
หากเส้นแนวโน้มขาขึ้นถูกทะลุลง → โครงสร้างการฟื้นตัวสิ้นสุด → มีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลง
🔻 เส้นแนวโน้มขาลงระยะกลาง
สร้างแรงกดดันจากด้านบน
บรรจบกับโซนแนวต้านสำคัญ → กลายเป็นบริเวณขายแบบคอนฟลูเอนซ์
🟦 3. โซนแนวรับ (SUPPORT)
🟢 แนวรับใกล้เคียง: 4,886 – 4,888
สอดคล้องกับจุดต่ำของรอบย่อล่าสุด
🟢 แนวรับลึกลงไป: 4,800 – 4,802 (ฟีโบนัชชี 0.5)
โซนสะสมก่อนเกิดการปรับตัวขึ้นแรง
หากหลุดโซนนี้ → โครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นจะพังลงทั้งหมด
🟥 4. โซนแนวต้าน (RESISTANCE)
🔴 แนวต้านใกล้เคียง: 5,100
ราคามีปฏิกิริยาอย่างชัดเจนที่ระดับนี้
อาจเกิดการย่อตัวทางเทคนิค
🔴 แนวต้านสำคัญ: 5,234
สอดคล้องกับฟีโบนัชชี 1.618
ใกล้กับเส้นแนวโน้มขาลงหลัก
➡️ นี่คือโซนแนวต้านแบบคอนฟลูเอนซ์ที่แข็งแกร่งที่สุด
➡️ มีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงขายจำนวนมาก
📌 แผนการเทรด
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4,886 – 4,888
Stop Loss: 4,876
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5,234 – 5,236
Stop Loss: 5,246
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
XTB - สะสมแรงรอขึ้นราคา?!กราฟดัชนี USDIDX กรอบเวลา H1:
หลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา ดัชนี USDIDX เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากแรงส่งขาขึ้นเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนก่อนหน้า การเคลื่อนไหวลักษณะนี้บ่งชี้ว่าตลาดอาจกำลังเข้าสู่ช่วง สะสมแรงระยะสั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแนวโน้มใหม่
ปัจจุบัน ดัชนีกำลังเข้าใกล้เส้น แนวโน้มขาขึ้น (trendline) ที่ก่อตัวมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็น แนวรับสำคัญ ที่อาจกระตุ้นแรงซื้อให้กลับเข้ามาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน โครงสร้างราคาบนกราฟกำลังเริ่มก่อตัวเป็นรูปแบบ ลิ่มขาลง (Falling Wedge) ซึ่งเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่มักสื่อถึงโอกาสในการ ไปต่อของแนวโน้มเดิม
ในกรณีเชิงบวก หาก USDIDX สามารถทะลุขึ้นเหนือขอบบนของรูปแบบลิ่มขาลงได้ อาจเป็นตัวกระตุ้นให้แรงซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อไปยังแนวต้านบริเวณ 98.00
ในทางกลับกัน หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวรับได้และหลุดลงต่ำกว่า 97.00 แรงขายมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกดดันให้ดัชนีกลับลงไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 96.60 และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับตัวลงลึกมากขึ้นในระยะสั้น
โซนเทคนิคที่สำคัญ:
🟢 แนวรับ (Support): 96.60 และ 97.00
🔴 แนวต้าน (Resistance): 98.00
Wave B ฟื้นตัว 15% – 4,400 คือจุดต่ำสุดจริงหรือยัง?Wave B ฟื้นตัว 15% – 4,400 คือจุดต่ำสุดจริงหรือยัง?
หลังจากทองคำปรับขึ้นแรงในช่วงเอเชียเมื่อวาน ราคาเข้าสู่ช่วงสะสมตัวตลอดเซสชันยุโรปและสหรัฐ โดยมีการ breakout ที่ล้มเหลวในช่วงปลายตลาดสหรัฐ วันนี้ในเซสชันเอเชีย ราคา breakout เหนือโซน 4,882–4,960 ยืนยันเป็นฐานใหม่ของฝั่ง BUY
ราคาทองฟื้นตัวราว 15% จากโซน 4,404 จากแรงซื้อดักรับและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม ร่วมกับข้อมูลเศรษฐกิจสัปดาห์นี้
ตามโครงสร้าง Elliott Wave, บริเวณ 4,400 คือจุดต่ำสุดของ Wave A ปัจจุบันตลาดอยู่ในช่วงรีบาวด์ของ Wave B โดยมีเป้าหมายที่ 5,140 – 5,200 – 5,220 หลังจาก Wave B จบ มีโอกาสเกิด Wave C ซึ่งควรรอการอ่อนแรงเพื่อมองหาจังหวะ BUY swing รอบใหม่
Support: 4,990–4,950 | 4,880–4,890
Resistance: 5,140 | 5,200 | 5,220
Note: ความผันผวนยังสูง ควรบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด
ทองคำจะมีการเบรกเอาท์อีกครั้งไหม? 03-02-26📉 1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
🔹 แนวโน้มหลัก: ยังคงเป็นขาลง (BEARISH)
ราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ลากจากจุดสูงทางซ้าย → ฝั่งผู้ขายยังคงควบคุมโครงสร้างตลาดภาพรวม
🔹 แนวโน้มระยะสั้น: การย่อตัวทางเทคนิค (TECHNICAL PULLBACK)
ราคาสร้างเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นจากจุดต่ำล่าสุด → นี่เป็นเพียงการดีดตัวเชิงแก้ไขภายในแนวโน้มขาลงหลัก
➡️ ขณะนี้ราคากำลังเคลื่อนไหวบีบตัวอยู่ในรูปแบบสามเหลี่ยม (เส้นแนวโน้มขาลงด้านบน + เส้นแนวโน้มขาขึ้นด้านล่าง) → มีโอกาสสูงที่จะเกิดการเบรกเอาท์อย่างรุนแรงในเร็ว ๆ นี้
🟥 2️⃣ โซนแนวต้าน (Resistance Zones)
🔹 แนวต้านใกล้เคียง: 4,998 – 5,000
บริเวณที่เคยเบรกลงมาก่อนหน้า
สอดคล้องกับเส้นแนวโน้มขาลง
➡️ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดแรงขายเมื่อราคากลับมาทดสอบ
🔹 แนวต้านสำคัญ: 5,263 – 5,265
โซนอุปทานแข็งแกร่งก่อนหน้า
ระดับส่วนขยายฟีโบนัชชี 1.618
➡️ ต้องมีการเบรกเอาท์อย่างแข็งแกร่งเหนือโซนนี้เท่านั้น จึงจะยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มได้
🟩 3️⃣ โซนแนวรับ (Support Zones)
🔹 แนวรับใกล้เคียง: 4,683 – 4,685
ฐานการสะสมราคาในปัจจุบัน
สอดคล้องกับเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น
➡️ หากระดับนี้ยังคงรับอยู่ → ราคามีโอกาสดีดตัวกลับไปทดสอบแนวต้าน
🔹 แนวรับลึกลงไป: 4,590 – 4,600
จุดต่ำเชิงโครงสร้างก่อนหน้า
➡️ หากหลุดต่ำกว่าโซนนี้ จะยืนยันการลงต่อของแนวโน้มขาลงและมีโอกาสทำจุดต่ำใหม่
🔻 ขายทองคำ (SELL GOLD): 4,998 – 5,000
Stop Loss: 5,010
Take Profit: 200 pips – 400 pips – เปิดปล่อยกำไร
🔺 ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4,683 – 4,685
Stop Loss: 4,673
Take Profit: 200 pips – 400 pips – เปิดปล่อยกำไร
XTB – ทดสอบแนวรับสำคัญ คู่เงินจะรีบาวด์หรือไม่?กราฟราคา EURUSD กรอบเวลา H1:
การฟื้นตัวของดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้สร้างแรงกดดันต่อคู่เงินนี้ ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนกำลังเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญบริเวณ 1.1750. ในระยะสั้น แรงขายมีแนวโน้มยังคงกดดันราคาให้ทดสอบระดับแนวรับดังกล่าว และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรีบาวด์จากโซนนี้ภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ราคาเคลื่อนไหวอยู่ภายใน กรอบแนวโน้มขาลง (downtrend channel) ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่สามารถทะลุออกจากกรอบนี้ได้ แรงขายจะยังคงมีอิทธิพลต่อเนื่อง จนกว่าจะมีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน
โซนเทคนิคสำคัญ:
แนวรับ: $1.1720 – 1.1728
แนวต้าน: $1.1858 – 1.1868
XTB - ยังคง “ร่วงหนัก” – จะมีแรงซื้อกลับมาหรือไม่?!กราฟราคาทองคำ H1
เรากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ตลาดโลหะมีค่า ราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทำลายผลกำไรที่สะสมมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2026
ต้นเดือน: ตลาดตื่นตาตื่นใจกับสถิติราคาที่พุ่งต่อเนื่อง
ปลายเดือน: การปรับตัวลดลงแรงที่สุดในประวัติศาสตร์กลายเป็นจุดสนใจ
เข้าสู่สัปดาห์ใหม่ แรงขายยังไม่ลด แม้ว่าราคาจะตกลงลึกและหลายตัวชี้วัดทางเทคนิคใกล้โซน oversold
ราคาทองเคยดิ่งถึง 4,400 USD/oz ในไม่กี่นาที ก่อนดีดกลับเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม การดีดกลับครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นเพียง technical rebound แสดงถึงความพยายามป้องกันระยะสั้นของฝั่งซื้อ มากกว่าการกลับตัวแนวโน้มจริง
หากแรงขายยังครองตลาด ราคาทองอาจลงต่อและทดสอบแนวรับต่ำกว่า 4,370 USD และ 4,270 USD/oz
ในทางกลับกัน หากแรงซื้อกลับมาพร้อมเพียงพอ ดันราคาขึ้นเหนือ 4,770 USD/oz จะเป็นสัญญาณสำคัญสร้างความเชื่อมั่นตลาด และเปิดโอกาสเกิดขาขึ้นใหม่
แนวเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 4,365 – 4,370 USD หรือ 4,270 – 4,275 USD
🔴 แนวต้าน: 4,770 USD หรือ 4,944 USD
แรงเทขายมหาศาลกดดันตลาด (Selling Pressure Dominates)📅 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
⏱วิเคราะห์ผ่านไทม์เฟรม: H3 (3 ชั่วโมง)
1. ปัจจัยพื้นฐานและบรรยากาศตลาด (Fundamental & Sentiment)
ภาพรวมตลาดทองคำเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย "แรงกดดันขาลง (Bearish Pressure)" อย่างหนัก สืบเนื่องจากปฏิกิริยาของตลาดต่อข่าวใหญ่ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว
ดอลลาร์ฟื้น-ทองร่วง: ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ดีดตัวกลับขึ้นมาแข็งค่า +0.74% มาอยู่ที่ระดับ 96.87 ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาทองคำ
บอนด์ยีลด์พุ่ง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.247% สะท้อนมุมมองของนักเก็งกำไรที่เริ่ม "ลดความคาดหวัง" ว่า Kevin Warsh (ว่าที่ประธานเฟด) จะลดดอกเบี้ยแบบรุนแรงตามใบสั่งทำเนียบขาว
จับตาถ้อยแถลงเฟด: ตลาดกำลังจับตาความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านในวันนี้ เช่น Raphael Bostic และ Christopher Waller ซึ่งอาจสร้างความผันผวนเพิ่มเติม
2. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis - H3)
จากกราฟ Timeframe H3 ล่าสุด แสดงให้เห็นโครงสร้างราคาที่ "เสียทรงขาขึ้นอย่างสมบูรณ์" และเข้าสู่รอบการพักฐานลึก (Deep Correction) ดังนี้:
โครงสร้างราคา (Price Action):
กราฟเกิดแท่งเทียนสีแดงยาวติดต่อกัน (Strong Bearish Candles) บ่งบอกถึงแรงขายที่ยังไม่แผ่วลง
ราคาได้หลุดแนวรับสำคัญ (Breakout) ลงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง $5,110, $4,960 และล่าสุดกำลังทดสอบโซน $4,610
รูปแบบการเคลื่อนที่สอดคล้องกับทฤษฎี "ChoCh" (Change of Character) ที่เปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลงชัดเจน
แนวโน้มและการคาดการณ์ (Forecast Path):
Scenario หลัก (เส้นสีแดง): คาดการณ์ว่าจะมีการ "เด้งเพื่อลงต่อ (Rebound to Drop)" โดยราคาอาจมีการดีดตัวสั้นๆ (Technical Rebound) ขึ้นไปทดสอบแนวต้านเก่าที่กลายเป็นแนวรับใหม่ บริเวณ $4,700 - $4,845 ก่อนที่จะถูกแรงขายกดกลับลงมาทำ Low ใหม่
เป้าหมายขาลง (Downside Targets): หากหลุดโซน $4,610 ลงไป เป้าหมายถัดไปคือ $4,410 และลึกสุดที่ $4,270 - $4,257 ตามลำดับ
อินดิเคเตอร์ (Indicators):
RSI: ปรับตัวลงต่ำเข้าสู่โซน Oversold (38.60 - 20.90) แต่ยังไม่มีสัญญาณ Bullish Divergence ที่ชัดเจนใน TF ใหญ่ แสดงว่าแรงขายยังคุมตลาดอยู่ แต่อาจมีการเด้งสั้นๆ เพื่อเคลียร์สถานะ Oversold ได้
EMA: ราคาเทรดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 34 และ 89 อย่างชัดเจน ยืนยันแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง
3. สรุปมุมมอง แอดมิน
"ขาลงเป็นผู้คุมเกม (The downtrend is dominant)" ตลาดในช่วงต้นสัปดาห์จะเต็มไปด้วยความผันผวนรุนแรง (Large fluctuation range)
การดีดตัวขึ้น (Rebound) ในช่วงนี้ ควรมองเป็นจังหวะของการ "ปรับฐานเพื่อลงต่อ" มากกว่าการกลับตัวเป็นขาขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ฝั่งขาย (Sell on Rally) จึงยังคงได้เปรียบกว่าในทางเทคนิค
หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้ประเมินจากข้อมูลกราฟและข่าว ณ ปัจจุบัน โปรดติดตามข่าวสาร Real-time เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ราคาทองคำในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 อาจเผชิญกับสถานการณ์ใดบ้าง?📈 1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
แนวโน้มระยะยาวก่อนหน้านี้เป็น ขาขึ้น (BULLISH) โดยได้รับการสนับสนุนจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน
ขณะนี้ราคาได้ หลุดลงต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงสร้างขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง
เส้นแนวโน้มเดิมตอนนี้ทำหน้าที่เป็น แนวต้านแบบไดนามิก เมื่อราคารีบาวด์ขึ้นไปทดสอบอีกครั้ง
➡️ สถานการณ์ปัจจุบัน: การปรับฐานลงหลังจากสูญเสียเส้นแนวโน้มหลัก
🟥 2️⃣ โซนแนวต้าน (Resistance)
แนวต้านใกล้ที่สุด: 4,835
พื้นที่เบรกเอาท์เดิม → ปัจจุบันกลายเป็นแนวต้าน
สอดคล้องกับบริเวณที่ราคาถูกปฏิเสธอย่างรุนแรงล่าสุด
แนวต้านสำคัญ: 5,000 – 5,103
โซนสะสมก่อนการร่วงลงอย่างรวดเร็ว
ใกล้กับ EMA ระยะกลาง + เส้นแนวโน้มที่ถูกทะลุ
หากราคาดีดกลับขึ้นมาบริเวณนี้ → คาดว่าจะมีแรงขายสูง
➡️ การรีบาวด์เข้าสู่โซนเหล่านี้มักเป็น โอกาสในการขาย มากกว่าสัญญาณกลับตัวขึ้น
🟩 3️⃣ โซนแนวรับ (Support)
แนวรับหลัก: 4,590
จุดต่ำสุดล่าสุดหลังจากการร่วงแรง
บริเวณที่เคยมีแรงซื้อกลับเข้ามา
หากระดับนี้ถูกทะลุลง:
ราคาอาจปรับตัวลงต่อในคลื่นขาลงรอบใหม่
แนวโน้มขาลงระยะสั้นจะได้รับการยืนยันชัดเจนมากขึ้น
📌 แผนการเทรด
ขายทองคำ: 5,000 – 5,002
Stop Loss: 5,015
Take Profit: 200 – 500 – เปิดปล่อยกำไร
ขายทองคำ: 5,105 – 5,107
Stop Loss: 5,117
Take Profit: 200 – 500 – เปิดปล่อยกำไร
ทองคำเริ่มพักฐาน หลุด $5,000 รับข่าวดอลลาร์ฟื้น-บอนด์ยีลด์พุ่ง📉 GOLD CORRECTION: ทองคำเริ่มพักฐานหนัก! หลุด $5,000 รับข่าวดอลลาร์ฟื้น-บอนด์ยีลด์พุ่ง
แนวโน้มราคาทองคำประจำสัปดาห์หน้า (2 - 6 ก.พ. 2026)
🔥 สถานการณ์ตลาด (Fundamental):
จากจุดสูงสุดสู่การปรับฐาน: ราคาทองคำร่วงลงอย่างรุนแรงหลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดประวัติศาสตร์ใกล้ระดับ $5,600 โดยเกิดแรงเทขายทำกำไร (Profit-taking) ออกมาอย่างหนัก
ปัจจัยกดดัน: ดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) เริ่มฟื้นตัว (+0.74% มาอยู่ที่ 96.87) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะ 4.247%
จับตา "Kevin Warsh": สาเหตุหลักที่บอนด์ยีลด์พุ่ง คือนักเก็งกำไรเริ่มมองว่า Kevin Warsh (ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่) อาจจะไม่ลดดอกเบี้ยแบบ "ไม่ลืมหูลืมตา" เพื่อเอาใจทำเนียบขาวอย่างที่เคยคาดกันไว้ ทำให้ทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนถูกลดความน่าสนใจลง
📊 มุมมองเทคนิค (Technical Perspective): มองว่าทองคำเข้าสู่รอบ "การปรับฐานใหญ่ (Major Downward Correction)" หลังจากราคาหลุดโซน $5,000 ลงมา
แนวต้าน (Resistance): $4,995 / $5,164 / $5,453
แนวรับ (Support): $4,675 / $4,532
ทิศทาง: กราฟ H4 ส่งสัญญาณลงต่อ โดยมีเป้าหมายการลงถัดไปที่โซน $4,600 - $4,500
💡 คำแนะนำบริหารหน้าตัก (Money Management):
ควรออก Lot ให้เหมาะสมกับขนาดพอร์ต
ตั้งเป้ากำไร (TP) 4-6% ของพอร์ต และยอมขาดทุน (SL) ไม่เกิน 2-3% ของพอร์ต
"ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่รอดในตลาดได้นานที่สุด"
#Gold #XAUUSD #Correction #Fed #KevinWarsh #ForexAnalysis #NOVA
ปดาห์นี้ดู แรงงานสหรัฐ + ข่าวสงคราม ผันผวนสูงแต่ทองยังได้แรงหนุน
📌ทองคำในสัปดาห์นี้ (2–6 ก.พ.) #มุมมองส่วนตัว By #Nicharastrading
⸻
และสรุป ข่าวสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ
⸻
• แนวโน้มหลัก: ขาขึ้นชัด (Uptrend ต่อเนื่อง)
• สิ่งที่เกิดตอนนี้: ราคาขึ้นแรง → มีการ ย่อแรง (Pullback) ระยะสั้น
• โครงสร้างยังไม่พัง ตราบใดที่ไม่หลุดโซนรับหลัก 4500-4545 ถ้าไม่หลุดส่วนนี้ค่ะมายังถือได้อยู่แต่ถ้าเกิดหลุดราคานี้แนะนำว่าให้ยอม
*** สิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองคือในตัวของวันจันทร์ถ้ากราฟวันจันทร์เปิดมาเปิด Gap ราคา ราคาที่น่าสนใจของวันจันทร์คือ 5095 -5100
📍ขา Sell(ทองสอบ Sell ที่คารานี่ Sl 5115 TP 5068/5005/4989 )
📍ขา( Buy ตลาดเปิด ตาม บาย Tp มุมหวัง 4982 -5100 หลุด 4781 ยอม )
ถ้ากราฟเปิดมาแล้วช่วงเที่ยงยังไม่สามารถกลับลงมาปิดราคาได้แนะนำว่าให้ทำการบายอย่างต่อเนื่องไปทั้งวันเลยค่อยมาเซลตอนช่วงเย็นหรือค่ำไปแล้ว
หรือไม่ไปรอคอนเฟิร์มจากช่วงขาวตอนช่วง 22.00 ถ้ากราฟออกมาตามคาดการณ์ก็เซลล์ทองต่อแต่ถ้าไม่ก็กดบานตามเลย
⸻
🔑 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์นี้ (2–6 ก.พ.)
จันทร์–อังคาร (2–3 ก.พ.)
• 🇺🇸 JOLTS / ADP → ชี้ทิศแรงงาน
• ออกอ่อน = บวกทอง | ออกแรง = ทองพัก
พุธ (4 ก.พ.)
• 🇺🇸 ISM Services
• ต่ำกว่า 50 = หนุนทอง
ศุกร์ (6 ก.พ.)
• 🇺🇸 NFP / Unemployment Rate (สำคัญที่สุด)
• อ่อน = ทองพุ่ง | แรง = ทองย่อแรง
ตลอดสัปดาห์
• 🌍 ข่าวสงคราม ยูเครน / ตะวันออกกลาง → ยังหนุนทอง (Safe Haven)
• 📉 USD & Bond Yield → ขึ้นกดทอง / ลงหนุนทอง
⸻
✅ สรุป
สัปดาห์นี้ดู แรงงานสหรัฐ + ข่าวสงคราม
ผันผวนสูง แต่ทองยังได้แรงหนุนระยะกลาง
🔥 ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องจับตา
📌 1) ADP – การจ้างงานภาคเอกชน (4 ก.พ. เวลา 20:15 UTC)
• เป็นข้อมูล ก่อนหน้า NFP วัดการจ้างงานภาคเอกชน
• ถ้าออก ต่ำกว่าคาด → สัญญาณเศรษฐกิจชะลอ → ทองคำมีแนวโน้มขึ้น
• ถ้าออก สูงกว่าคาด → USD แข็ง → ทองคำมีแรงกดดันลดลง
👉 ADP ปกติมักส่งผลต่อความคาดหวัง Fed มาก่อน NFP
⸻
📌 2) ISM Services PMI (4 ก.พ. เวลา 22:00 UTC)
• เป็นดัชนีความแข็งแกร่งภาคบริการ สะท้อนเศรษฐกิจจริง
• ตัวเลขสูง = เศรษฐกิจยังแรง → USD แข็ง → ทองคำอ่อนตัว
• ตัวเลขอ่อน = เศรษฐกิจชะลอ → USD อ่อน → ทองคำขึ้น
👉 PMI เป็นตัวชี้นำก่อนตัวเลขจ้างงานจริง
⸻
📌 3) JOLTS – ตำแหน่งงานว่างสหรัฐ (3 ก.พ. เวลา 22:00 UTC)
• ชี้ความต้องการแรงงานโดยรวม
• เวลาที่ JOLTS อ่อนตัว → แรงกดดันดอลลาร์ลด → ทองคำมีโอกาสขึ้น
• เวลาที่แข็ง → USD มีแรงหนุน ทองคำอาจอ่อนตัวลง
⸻
📌 4) จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5 ก.พ.)
• ถ้าสูงกว่าคาด → สัญญาณเศรษฐกิจยังไม่แข็ง → ทองคำได้แรงหนุน
• ถ้าต่ำกว่าคาด → นัย USD แข็งขึ้น → ทองคำอ่อน
⸻
📌 5) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP) + อัตราว่างงาน (6 ก.พ. เวลา 20:30 UTC)
นี่เป็นตัวเลขที่ “ใหญ่ที่สุด” ของสัปดาห์
• NFP สูงกว่าคาด → USD แข็ง → ทองคำปรับลง
• NFP ต่ำกว่าคาด → USD อ่อน → ทองคำเด้งขึ้นแรง
• อัตราว่างงานสูงขึ้น → เป็นบวกต่อทองคำ
👉 ผล NFP มีผลโดยตรงต่อแนวโน้ม Fed และอัตรดอกเบี้ย
⸻
📊 สรุปว่าข่าวไหนแรงสุดต่อทองคำในสัปดาห์หน้า
ข่าว ผลต่อทองคำ
📅 NFP (ศุกร์) ⭐⭐⭐⭐ (มากที่สุด) – ราคาทองผันผวนแรง
📅 ADP (พุธ) ⭐⭐⭐ – แนวโน้ม NFP ก่อนหน้า
📅 ISM Services PMI (พุธ) ⭐⭐⭐ – ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ
📅 JOLTS (อังคาร) ⭐⭐ – แนวโน้มแรงงานโดยรวม
📅 Initial Jobless Claims (พฤหัส) ⭐⭐ – สัญญาณแรงงานรายสัปดาห์
⸻
📉 ทำไมตัวเลขเหล่านี้ ส่งผลต่อทองคำ?
• ทองคำไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย
→ ถ้าเศรษฐกิจแข็ง → Fed อาจขึ้นดอก/คงนโยบาย → USD แข็ง → ทองเงินย่อ
→ ถ้าเศรษฐกิจอ่อน → ความคาดหวังคัตดอกเบี้ยเพิ่ม → USD อ่อน → ทองขึ้น
👉 ทองคำมักวิ่งสวนทางกับ USD ในหลายสถานการณ์ และข้อมูลแรงงานเป็นหนึ่งในตัวกำหนดความคาดหวังดอกเบี้ย
⸻
🧠 สรุปภาพใหญ่ก่อนตลาดเปิด
➡️ แรงงานสหรัฐ – คือปัจจัยหลักที่จะกำหนด Sentiment USD → ส่งผลต่อราคาทองคำมากที่สุด
➡️ หากตัวเลข อ่อนแอ → ทองคำมีโอกาสทดสอบแนวต้านแรง
➡️ หากตัวเลข แข็ง → ทองคำมีโอกาสอ่อนตัวและถูกกดดันกลับลงมา
⸻
📌คำเตือน
อยากอยากให้ปรับขนาด Lot ที่เล่นอยู่ณปัจจุบัน ให้ลงมาจากเดิมหนึ่งถึงสองเท่าและขยับระยะ SL ที่กว้างขึ้นมากกว่าเดิม และอยากให้ดูเรื่องของมติไทม์เฟรมทุกไทม์เฟรมสำคัญหมดดังนั้นอยากให้เปลี่ยนเรื่องของมายด์เซ็ทการเทรดใหม่และเป็นไปได้ยังไม่อยากให้ตั้ง sl. ณปัจจุบัน แต่!!! ให้ตั้งเอสแอลเขียนขึ้นพอถึงจุดเอสแอลคัดทันทีห้ามปล่อย
📍และสิ่งสำคัญกำไรปิดและเข้าใหม่จุดเดิมที่เคยเข้าหรือราคาต่ำกว่าเดิม ไม่ต้องรันกำไรเน้นรอบ
ทองคำพุ่ง 30% แล้วร่วงเกือบ 16% เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ตั้งแต่ต้นปี 2026 ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 30% ภายในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว
เป็นการปรับขึ้นที่รุนแรง สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก
แต่หลังจากนั้น ตลาดกลับช็อก
ทองคำเกิดการปรับฐานอย่างรุนแรง เกือบ 16% ในระยะเวลาอันสั้น
นี่ไม่ใช่การปรับฐานทางเทคนิคทั่วไป
แต่มันคือ การพลิกกลับของความเชื่อมั่น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กราฟ
👉 แต่อยู่ที่ ความเชื่อมั่น
ถ้าทองขึ้นเพราะทรัมป์ — แล้วใครทำให้ทองร่วง?
ความผันผวนครั้งนี้ ส่วนใหญ่มาจาก โดนัลด์ ทรัมป์
ทรัมป์ดำเนินนโยบายที่อยู่นอกกรอบเดิมทั้งหมด
ทั้งภาษี มาตรการคว่ำบาตร การข่มขู่ และแรงกดดันต่อทั้งพันธมิตรและคู่แข่ง
กติกาเดิมแทบจะถูกทำลายลงทั้งหมด
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ บุคคลที่ทรัมป์แต่งตั้งโดยตรง
ปัจจุบันนั่งอยู่ใน คณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ประเด็นนี้เคยทำให้ตลาดกังวลว่า Fed อาจสูญเสียความเป็นอิสระ
และความกังวลนี้เองที่เป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ราคาทองพุ่งแรงในช่วงก่อนหน้า
ทรัมป์กลับลำ — ตลาดถึงกับงง
เมื่อ市場เริ่มเชื่อว่าทรัมป์จะผลักดันคนของตนขึ้นมาคุม Fed ต่อไป
เขากลับทำในสิ่งตรงกันข้าม
ก่อนหน้านี้ สื่อเคยคาดการณ์ว่า เควิน แฮสเซ็ตต์
ที่ปรึกษาเศรษฐกิจใกล้ชิดทรัมป์ และอดีตประธาน Council of Economic Advisers
อาจเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธาน Fed
แต่ทรัมป์ ไม่เลือกเควิน แฮสเซ็ตต์
เขากลับเสนอชื่อบุคคลที่ทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากประหลาดใจ:
👉 เควิน วอร์ช
ความคาดเดาไม่ได้ของโดนัลด์ ทรัมป์
ทรัมป์โจมตี Fed อย่างต่อเนื่อง และกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย
แต่เมื่อมีอำนาจในการเสนอชื่อ
เขากลับเลือก เควิน วอร์ช — บุคคลที่ ต่อต้านนโยบายเงินราคาถูกอย่างชัดเจน
ประวัติของเควิน วอร์ช:
อดีตผู้ว่าการ Fed
ลาออกในปี 2011
เหตุผล: ไม่เห็นด้วยกับการอัดฉีดสภาพคล่องมากเกินไป
แนวคิดที่สม่ำเสมอ:
ไม่เอาคะแนนนิยมจากดอกเบี้ยต่ำ
ไม่แลกเสถียรภาพระยะยาวกับผลประโยชน์ระยะสั้น
การเลือกนี้ สวนทางอย่างสิ้นเชิง กับความคาดหวังของตลาดเรื่องการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ความเชื่อมั่นต่อ Fed กลับมาอีกครั้ง
หากมองการทำงานของ เจอโรม พาวเวลล์ ในปัจจุบัน:
เผชิญแรงกดดันทางการเมือง
ถูกโจมตีในที่สาธารณะ
ถูกข่มขู่ให้มีการสอบสวน
แต่ Fed ยังคงไม่ลดดอกเบี้ย
ทุกการตัดสินใจอิงข้อมูลและกรอบกฎหมาย
ไม่ใช่อารมณ์หรือการเมือง
สิ่งนี้ทำให้โลกยังคงเชื่อมั่นใน:
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ระบบการเงินของสหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐ
👉 เชื่อมั่นใน Fed = เชื่อมั่นในดอลลาร์
เมื่อความเชื่อมั่นกลับมาที่ดอลลาร์
นักลงทุนเลือกถือ USD เพื่อสร้างผลตอบแทน
ไม่จำเป็นต้องซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงอีกต่อไป
นี่คือเหตุผลที่ทองคำปรับฐานแรง
ไม่ใช่เพราะเทคนิค
แต่เพราะ ความเชื่อมั่นเปลี่ยนทิศ
รากของปัญหา: สงครามระบบการชำระเงินโลก
ราคาทองคำสะท้อนคำถามที่ลึกกว่านั้น:
👉 โลกเชื่อมั่นใน ระบบการเงินของสหรัฐ หรือ จีน มากกว่ากัน?
สหรัฐยังรักษาความเชื่อมั่นได้ → ดอลลาร์แข็งค่า → ทองถูกกดดัน
ความเชื่อมั่นต่อสหรัฐลดลง → ดอลลาร์อ่อนค่า → ทองพุ่ง
ไม่มีระบบใดสมบูรณ์แบบ
เป็นเพียงการเลือก ระบบที่เสี่ยงน้อยกว่า
การเชื่อมั่นในสหรัฐมีความเสี่ยงเรื่องการอายัดทรัพย์
แต่การเชื่อมั่นในจีนก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน:
ไม่มีธนาคารกลางที่เป็นอิสระจริง
การเมืองสามารถแทรกแซงนโยบายการเงินได้ตลอดเวลา
โครงสร้างอำนาจขาดความโปร่งใส
แม้แต่ความสัมพันธ์ภายในระหว่าง สี จิ้นผิง และ จาง โหย่วเซี่ย
โลกภายนอกก็ยังไม่อาจรู้ความจริงได้ชัดเจน
ยิ่งทำให้การวางใจระยะยาวเป็นเรื่องยาก
นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศยังไม่กล้าเอนเอียงไปทางจีนอย่างเต็มตัว
บทสรุป
ทองคำไม่ได้ขึ้นหรือลงเพราะคำพูดเดียว
แต่สะท้อน ความเชื่อมั่นของโลกต่อระบบการเงิน
ความเชื่อมั่นเทไปที่ดอลลาร์ → ทองปรับฐาน
ความเชื่อมั่นออกจากดอลลาร์ → ทองกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในบทความถัดไป ผมจะวิเคราะห์ต่อว่า:
ถ้าเควิน วอร์ช กลายเป็นประธาน Fed จริง
นักเทรดและนักลงทุนควรเตรียมตัวอย่างไร?
หากคุณสนใจ
👉 กด FOLLOW เพื่อติดตามบทวิเคราะห์ต่อไป
เพราะในช่วงตลาดแบบนี้
เลือกผิดฝั่ง = ต้นทุนที่แพงมาก
ถ้าคุณต้องการจับจุดต่ำสุด ให้รอ RSI ก่อนถ้าคุณต้องการจับจุดต่ำสุด ให้รอ RSI ก่อน
ไม่ต้องทำอะไรเลย
ตอนนี้ การยืนอยู่นอกตลาดก็ถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว
ตลาดเคลื่อนไหวเร็ว วุ่นวาย และอึดอัด ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายต่างก็เสี่ยงที่จะติดกับดัก — ไม่ใช่เพราะทิศทางไม่ชัดเจน แต่เพราะตลาด ยังไม่จบกระบวนการของมัน
นี่คือช่วงเวลาที่ควร ใจเย็นและเฝ้าดู ไม่ใช่บังคับตัวเองให้เข้าเทรด
เฝ้าดูว่าราคาเริ่มชะลอตัวอย่างไร
เฝ้าดูว่าแรงขายเริ่มอ่อนลงอย่างไร
หมายเหตุ:
ให้โฟกัสที่ พฤติกรรมของ RSI เมื่อราคาชะลอตัวและ RSI แสดง การบรรจบ / การทรงตัวที่ชัดเจน นั่นคือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการ เริ่มพิจารณาโอกาสฝั่งซื้อ (long) — ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น
จนกว่าจะถึงตอนนั้น การสังเกตคือสิ่งสำคัญที่สุด
บางครั้ง การไม่ทำอะไรเลย คือการตัดสินใจที่มีวินัยมากที่สุด
XTB- แรงขายเร่งตัวขึ้น จะหยุดที่จุดไหน?!กราฟราคาทองคำ - H1
หลังจากช่วงที่ราคาทองพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง ราคาทองกลับพลิกตัวอย่างกะทันหันและเกิดแรงขายหนักในคืนที่ผ่านมา ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ราคาทองดิ่งลงกว่า 500 USD/oz — การปรับตัวลงเร็วและแรงแบบนี้หาได้ยาก แสดงถึงความเสี่ยงสูงสุดของตลาดในเวลานี้
► การพลิกตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าจิตวิทยาตลาดจากความตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว เมื่อแรงขายทำกำไรท่วมตลาดถูกกระตุ้นขึ้น
แนวโน้มในช่วงเช้าวันนี้ยังคงเห็นความต่อสู้ระหว่างฝั่งซื้อและฝั่งขายอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ภายใต้แรงกดดันจากแท่งเทียนสีแดงที่มีตัวแท่งยาว สมดุลเริ่มเอนเอียงไปทางฝั่งขายมากขึ้น
► หากราคาสร้างแท่งเทียนลดลงชัดเจนและปิดต่ำกว่า 5,100 USD/oz แผนภาพขาลงอาจถูกกระตุ้นแรงขึ้น เปิดโอกาสให้ราคาลดลงไปยังแนวรับสำคัญราว 4,960 USD/oz หรือแม้แต่ 4,800 USD/oz ในระยะสั้น
โซนนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 4,962 – 4,965 USD หรือ 4,815 – 4,820 USD
🔴 แนวต้าน: 5,240 – 5,245 USD
ทองคำร่วงหลังพุ่งกว่า 25% ต้นเดือน แตะ $5,594 ก่อนถูกขายทำกำไร## วิเคราะห์: ราคาทองคำปรับตัวลง หลังดีลจัดสรรงบประมาณรัฐบาลหนุนดอลลาร์แข็งค่าและเกิดแรงขายทำกำไร
* ราคาทองคำปรับตัวลงในวันศุกร์ โดยมีแรงขายรอบใหม่เข้ามาหลังมีข่าวบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown)
* ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้เกิดแรงขายทำกำไรในทองคำ
* อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ความกังวลด้านการค้า และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
ราคาทองคำ (XAU/USD) เผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนักเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันศุกร์ หลังจากราคาปรับขึ้นแบบเร่งตัว (Parabolic Rise) มากกว่า 25% ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ และทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับข้อตกลงในวุฒิสภาเพื่อจัดสรรงบประมาณให้รัฐบาลกลางดำเนินการต่อไปได้จนสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองในระยะสั้น และกลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจสูญเสียความเป็นอิสระ ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจลดลง อาจจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยพยุงทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลตอบแทน นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการขู่ขึ้นภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำรงอยู่ อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม และช่วยจำกัดการปรับลงของราคาทองคำได้ ดังนั้น ยังควรระมัดระวังก่อนยืนยันว่า XAU/USD ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
---
## ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด (Daily Digest Market Movers): ทองคำถูกกดดันจากความหวังดีลงบประมาณรัฐ และดอลลาร์แข็งค่าปานกลาง
พรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวบรรลุข้อตกลงเพื่อจัดสรรงบประมาณชั่วคราวให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติเร่งผ่านแพ็กเกจการใช้จ่ายภายในวันศุกร์เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Shutdown) ข่าวดังกล่าวหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย และกระตุ้นให้เกิดแรงขายทองคำเพิ่มเติมในช่วงการซื้อขายตลาดเอเชียวันศุกร์
ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวัง จากการที่ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 50% ต่อเครื่องบินที่ผลิตในแคนาดา จนกว่าเครื่องบิน Gulfstream ที่ผลิตในสหรัฐฯ จะได้รับการรับรองมาตรฐานในแคนาดา
ทรัมป์ยังโจมตีประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ อีกครั้ง โดยโพสต์บน Truth Social ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก อย่างไรก็ตาม Fed ต่อต้านแรงกดดันทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันพุธ พร้อมส่งสัญญาณว่าจะยังคงใช้แนวทางระมัดระวังในการดำเนินนโยบาย
ทรัมป์ระบุว่าจะประกาศผู้ที่จะมาแทนเจอโรม พาวเวลล์ ในตำแหน่งประธาน Fed คนถัดไปในเช้าวันศุกร์ ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) จะได้รับการแต่งตั้ง อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงกังวลว่าหน่วยงานด้านนโยบายการเงินอาจถูกแทรกแซงทางการเมืองโดยตรง ซึ่งจะจำกัดการแข็งค่าต่อเนื่องของดอลลาร์
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ ยังคงส่งเรือรบและเครื่องบินขับไล่ไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหาร และอาจเป็นแรงหนุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน รัสเซียย้ำคำเชิญให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เดินทางไปมอสโกเพื่อเจรจาสันติภาพ แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้จากความแตกต่างอย่างลึกซึ้งในจุดยืนของทั้งสองฝ่าย โดยยูเครนปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการให้ยกพื้นที่ทั้งหมดในภูมิภาคดอนบาส (Donbas) เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อเกือบ 4 ปี
นักลงทุนจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ (PPI) ซึ่งจะเผยแพร่ในช่วงตลาดอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ ความเห็นจากกรรมการ FOMC ที่มีอิทธิพล และการประกาศประธาน Fed คนใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางความต้องการดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยเช่นกัน
---
## มุมมองเทคนิค: ทองคำต้องหลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นและระดับ $5,100 เพื่อยืนยันโอกาสปรับฐานต่อ
ในกราฟ 4 ชั่วโมง เส้น MACD ปรับลงต่ำกว่าเส้น Signal และทั้งสองเส้นอยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์ โดยแท่งฮิสโตแกรมฝั่งลบที่ขยายตัวสะท้อนแรงกดดันฝั่งขาลงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ที่ระดับ 50 ทำให้โมเมนตัมยังไม่ชัดเจนและค่อนข้างสมดุลใกล้แนวรับสำคัญ
โครงสร้างราคายังได้รับแรงพยุงจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ลากจากระดับ $4,526.24 ซึ่งเป็นแนวรับบริเวณ $5,174.74 หากราคายืนเหนือบริเวณดังกล่าวและดีดกลับได้ต่อเนื่อง อาจกลับไปสนับสนุนแนวโน้มฟื้นตัว แต่หากปิดต่ำกว่าแนวรับนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานลึกลง
เมื่อวัดจากจุดต่ำ $4,261.33 ถึงจุดสูง $5,594.20 ระดับ Fibonacci Retracement 38.2% อยู่ที่ $5,085.05 เป็นแนวรับแรก และระดับ 50% อยู่ที่ $4,927.77 หากแรงขายสามารถกดหลุดแนวรับเส้นแนวโน้มได้ โฟกัสจะย้ายไปที่แนวรับ 38.2% ในทางกลับกัน หากเกิดการฟื้นตัว ราคามีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 23.6% ที่ $5,279.64 แต่ด้วย MACD ที่อ่อนแรงและ RSI ที่เป็นกลาง ฝั่งขาขึ้นจำเป็นต้องมีโมเมนตัมที่ดีขึ้นเพื่อผ่านแนวต้านใกล้เคียง
(บทวิเคราะห์ทางเทคนิคในเรื่องนี้เขียนโดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยเหลือ)
# สรุป: ทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรหลังข่าวดีลงบประมาณหนุนดอลลาร์แข็งค่า แต่ความเสี่ยง Fed/การค้า/ภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยจำกัด downside และทำให้ยังไม่ยืนยันการจบรอบขาขึ้น
ราคาทองคำปรับฐาน - ย่อตัวลงระยะสั้น🔥ทรัมป์เตรียม "เชือด" พาวเวล? จ่อประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่วันนี้! ทองคำผันผวนหนัก!
ข่าวใหญ่รับเช้าวันศุกร์! Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Chair)" คนใหม่ แทนที่ Jerome Powell ในช่วงเช้าวันศุกร์นี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ)
📉 สรุปประเด็นสำคัญ:
ใบสั่งทรัมป์: ทรัมป์ย้ำชัดว่าประธานเฟดคนใหม่จะต้องทำงานได้ดี และที่สำคัญคือ "ต้องลดอัตราดอกเบี้ย" ตามความต้องการของเขา
ทองคำร่วงปรับฐาน : หลังจากพุ่งทำ New High ที่ระดับ $5,600 ราคาทองคำ (XAUUSD) ถูกเทขายทำกำไร (Profit Taking) ลงมาแกว่งตัวแถว $5,405 ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย
จับตาคืนนี้ : นอกจากข่าวประธานเฟดแล้ว ยังมีตัวเลข PPI (ดัชนีราคาผู้ผลิต) คืนนี้ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
📊 มุมมองเทคนิค (Technical View):
หลังจากขึ้นไปแตะ $5,600 กราฟเกิดการย่อตัวแรง (Correction) และยังมีแรงกดดันฝั่งขายต่อเนื่อง
แผนการเทรดวันนี้:
🔴 SETUP SELL (เล่นสั้นเด้งขาย):
Zone: $5,350 - $5,352
Stop Loss: $5,357
Take Profit: $5,330 / $5,310 / $5,270
🟢 SETUP BUY (รอรับลึก):
Zone: $4,990 - $4,988
Stop Loss: $4,983
Take Profit: $5,000 / $5,030 / $5,055
⚠️ คำเตือน: ข่าวเปลี่ยนตัวประธานเฟดเป็นเรื่องใหญ่มาก! กราฟอาจสวิงรุนแรง โปรดคุมความเสี่ยง (MM) ให้ดีที่สุดครับ
ราคาทองคำสุดท้ายในเดือนมกราคมนี้จะเป็นเท่าไร?1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้นแข็งแกร่ง
ราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน กรอบแนวโน้มขาขึ้นที่มีความชันสูง (กรอบสีน้ำเงิน)
โครงสร้าง Higher High – Higher Low ยังคงชัดเจนและไม่ถูกทำลาย
การปรับขึ้นล่าสุดเป็น การเบรกเอาท์แบบเร่งตัวขึ้น แสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังคุมตลาด
👉 ขณะนี้ราคาอยู่ใน ครึ่งบนของกรอบขาขึ้น หมายถึงตลาดยังแข็งแรง แต่มีโอกาสเกิดการย่อตัวทางเทคนิคในระยะสั้น
2️⃣ แนวต้าน (Resistance)
🔵 5,700 – 5,702:
โซน แนวต้านสำคัญ (ขอบบนของกรอบ + โซนอุปทานด้านบน)
เมื่อราคาขึ้นถึงบริเวณนี้ มีโอกาสเกิด แรงขายทำกำไรและความผันผวนสูง
📌 เงื่อนไขการขึ้นต่อ:
ต้องมีการ เบรกและปิดแท่งเทียนชัดเจนเหนือ 5,700 เพื่อยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้นสู่ระดับราคาที่สูงขึ้น
3️⃣ แนวรับ (Support)
🟢 5,500 – 5,502:
แนวรับใกล้สุด เป็นโซนสะสมราคาก่อนการพุ่งขึ้นล่าสุด
หากระดับนี้ยังรับอยู่ → แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นยังแข็งแรง
🟢 5,448 – 5,450:
แนวรับสำคัญ (จุดต่ำของการย่อ + ขอบล่างของโซนสะสม)
บริเวณนี้อาจมี แรงซื้อกลับเข้ามาอย่างชัดเจน หากราคาปรับฐานลึกลง
4️⃣ สรุปสั้นๆ
แนวโน้มหลักยังคงเป็น ขาขึ้น (UPTREND)
ราคากำลังเข้าใกล้โซนที่ผันผวนง่าย → ควร รอจังหวะย่อตัวเข้าแนวรับเพื่อซื้อ จะปลอดภัยกว่าการไล่ราคาสูง
หากราคาหลุดต่ำกว่า 5,445 จะเป็นสัญญาณแรกของการอ่อนแรงในรอบขาขึ้นนี้
แผนการเทรด
ซื้อทองคำ: 5,500 – 5,502
Stop Loss: 5,510
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ซื้อทองคำ: 5,448 – 5,450
Stop Loss: 5,440
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
XTB - แรงซื้อซบเซา ฝ่ายขายฉวยโอกาส?!ดัชนี GBPUSD, กรอบเวลา H4
ความอ่อนค่าของเงินดอลลาร์กำลังกลายเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ผลักดันให้หลายคู่สกุลเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะคู่ GBPUSD ที่โดดเด่น ด้วยแรงหนุนนี้ คู่สกุลเงินได้ทะลุขึ้นเหนือจุดสูงสุดใกล้เคียงที่ระดับ 1.3786 ได้สำเร็จ ส่งผลให้แนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นมีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นในปัจจุบันยังซ่อนความเสี่ยงบางประการ เนื่องจากดัชนี USDIDX กำลังเข้าใกล้ระดับแนวรับสำคัญ และอาจเกิดการดีดตัวทางเทคนิค ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อการปรับตัวระยะสั้นของ GBPUSD
ในกรณีที่เงินดอลลาร์ฟื้นตัว ระดับแนวรับแรกที่ควรจับตามองอยู่ราว 1.3700 ซึ่งอาจมีแรงซื้อรองรับราคา หากแรงกดดันในการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากขึ้น ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ GBPUSD อาจปรับตัวลงไปยังบริเวณ 1.3567 เพื่อหาจุดสมดุลใหม่ก่อนที่จะกำหนดทิศทางต่อไป
โซนเทคนิคสำคัญ:
แนวรับ: 1.3567 - 1.3587
แนวต้าน: 1.3868 - 1.3984
ทดสอบแนวต้านสำคัญ จะมีแรงดีดขึ้นหรือไม่?!กราฟดัชนี USDIDX - D1
ดัชนี USDIDX กำลังเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนหลักในการกำหนดแนวโน้มในช่วงข้างหน้า หลังจากช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงแรง โซนนี้ยังคงทำหน้าที่พยุงราคาอยู่ ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการดีดตัวทางเทคนิคระยะสั้นจึงมีความเป็นไปได้สูง สัญญาณนี้ยิ่งได้รับการยืนยันมากขึ้นเมื่อดัชนี RSI ลงสู่โซนขายมากเกินไป พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่แสดงถึงเงินทุนเข้ามาซื้อบริเวณแนวรับ ทำให้ความฟื้นตัวระยะสั้นสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวม แรงขายยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ดังนั้นการดีดตัวใด ๆ มีแนวโน้มเป็นเพียงการปรับตัวทางเทคนิคเพื่อ “สะสมแรง” สำหรับแนวโน้มขาลงหลักที่ยังคงอยู่ ทั้งนี้ โซนแนวรับรอบระดับ 96.00 ถูกทดสอบหลายครั้ง ทำให้ความน่าเชื่อถือของโซนนี้ลดลงอย่างมาก ในกรณีที่ล่าสุดUSDIDX ทำลายจุดต่ำสุดอย่างเด็ดขาดพร้อมแรงโมเมนตัมแรง แรงขายอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวลดลงต่อไป โดยมีโซน 94.60 เป็นแนวรับสำคัญถัดไปที่ควรติดตาม
โซนนิคสำคัญ:
🟢แนวรับ: 94.60 - 94.80
🔴แนวต้าน: 97.20 - 97.40
ทองคำ ATH: ระยะสั้นหรือคลื่นใหม่?ก่อนการประชุม FOMC ตลาดมีคำถามเดียวกันว่า
ทองคำจะปรับขึ้นก่อนการประชุมแล้วถูกเทขายอย่างรุนแรงหลังจากนั้น
หรือจะเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่และต่อยอดแนวโน้มขาขึ้น?
หลัง FOMC เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ — ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ
สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญคือ โทนท่าทีของเฟด และพาวเวลล์เลือกยืนตรงกลางอย่างชัดเจน:
ไม่ผ่อนคลายเกินไป และไม่เข้มงวดเกินไป
ที่สำคัญกว่า เฟดได้ ตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมออกไปแล้ว
ขณะเดียวกันยัง คงสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยในระดับสูง
ผลลัพธ์คือ ทองคำไม่ถูกเทขายหนักหลัง FOMC และยังรักษาโครงสร้างใกล้จุดสูงสุดไว้ได้
ขณะนี้ โฟกัสของตลาดกำลังย้ายไปที่ความเสี่ยงภายนอก:
ความเสี่ยง รัฐบาลสหรัฐฯ ปิดทำการ
ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน
ความเสี่ยงจาก สงครามการค้า
ประเด็นเกี่ยวกับ ความเป็นอิสระของเฟด
👉 ภาพรวมมหภาคในตอนนี้ไม่เป็นลบต่อทองคำ
👉 สัญญาณ SELL เป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้น ไม่ใช่แกนหลักของแนวโน้ม
⏱️ ช่วงสังเกตการณ์ H1
ขอบล่าง: 5,415
ขอบบน: 5,600
ราคากำลังสะสมตัวใกล้จุดสูงสุดในกรอบกว้าง และอาจค่อย ๆ ขยับไปทดสอบระดับกลม ๆ ที่สูงขึ้น
🟢 แนวรับ / โซน BUY
5,505 – 5,410 – 5,310 – 5,250 – 5,100
🔴 แนวต้าน / ระดับสำคัญ
5,660–5,665 – 5,700 – 5,800 – 6,000
🧠 ฉากทัศน์หลัก
ความผันผวนกว้าง → การบริหารความเสี่ยงต้องมาก่อน
SELL เป็นเพียงการตอบสนองระยะสั้นบริเวณแนวต้าน
BUY เมื่อย่อตัวลงสู่แนวรับเพื่อถือไปตามแนวโน้ม ไม่ใช่เพื่อเดาจุดสูงสุด
⚠️ หมายเหตุสำคัญ
การอ่านกราฟคือ ทักษะ
การอ่านเฟดคือ กลยุทธ์
การอ่านคำพูดของทรัมป์คือ การเอาตัวรอด
ตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับการทายถูก
แต่ให้รางวัลกับ วินัยและการเดินตามแนวโน้ม
👉 SELL เพื่อรับมือ — BUY เพื่ออยู่ในเกม
📌 ติดตามผมเพื่ออัปเดตฉากทัศน์มหภาค ระดับราคาสำคัญ และโอกาสการเทรดระยะยาว






















