แผนที่ยุทธการรบ XAUUSD (Daily War Map)🗺️ แผนที่ยุทธการรบ XAUUSD (Daily War Map)
ประจำวันที่: 02 มกราคม 2026
________________________________________
🧭 XAUUSD – DAILY
📅 แผนรบวันแรกของปี 2026 (02.01.2026)
________________________________________
🔎 1. อ่านภาพรวมก่อนเข้าแผน (Strategic View)
จากภาพที่คุณให้มา → โครงสร้างชัดเจนมากว่า
🔥 โครงสร้างหลักคือ:
• ขาขึ้นใหญ่ (Impulse) → Exhaust → Pullback → Re-accumulation
• ราคาขึ้นจากโซน 61.8% → 127.2%
• เกิด Blow-off Move + Rejection แรง
• แล้วกำลัง “ย่อเพื่อเลือกทาง”
💡 นี่คือ Classic Institutional Move
“ลาก – แจก – ย่อ – เลือกทาง”
________________________________________
🧠 2. วิเคราะห์ตาม Fibonacci (หัวใจของภาพนี้)
🔵 โซนล่าง (ฐานรบ)
ระดับ ความหมาย
61.8% ≈ 4,192 ฐานสะสม (Strong Demand)
78.6% ≈ 4,275 แนวต้านเดิม → กลายเป็นแนวรับ
88.6% ≈ 4,325 Mid Retrace
94.1% ≈ 4,352 “Last Defense Zone”
🟩 โซนนี้ = พื้นที่สะสมกำลังของ Smart Money
________________________________________
🔴 โซนบน (สนามรบใหญ่)
ระดับ ความหมาย
100% = 4,381 จุด Break Structure
113% = 4,445 Resistance สำคัญ
127.2% = 4,516 Target ใหญ่
141.4% = 4,586 Overextension
🟡 วงเหลืองบนภาพ =
“Distribution Zone / Bull Trap Zone”
________________________________________
⚔️ 3. อ่านพฤติกรรมราคาจากภาพ (สำคัญมาก)
สิ่งที่ตลาดทำ:
1. ดันขึ้นแรง → ถึง 127.2%
2. โดนขายลงแรง (Long Liquidation)
3. ราคาย่อลงมา ไม่หลุด 78.6–61.8
4. เกิด Reclaim + Higher Low
5. ตอนนี้ราคากำลัง “เลือกทิศ”
👉 สรุป:
Trend ใหญ่ยังเป็นขาขึ้น แต่กำลังพักกำลัง
________________________________________
🧭 4. แผนการเทรด วันที่ 02.01.2026 (แผนจริงใช้ได้เลย)
________________________________________
🟢 SCENARIO A (แผนหลัก – Buy the Dip)
✅ เงื่อนไขเข้า BUY
• ราคาอยู่ในโซน
4,275 – 4,320
• มีสัญญาณ:
o Pin bar / Rejection
o หรือ TD9 / TD13
o หรือ M15–H1 Break High
🎯 เป้าหมาย
TP ราคา
TP1 4,380
TP2 4,445
TP3 4,516
TP4 4,586 (ถ้าโมเมนตัมแรง)
❌ Stop Loss
• ใต้ 4,250
• หรือใต้ 61.8%
📌 RR เฉลี่ย = 1 : 3 ถึง 1 : 5
________________________________________
🔴 SCENARIO B (ห้ามพลาด – Fake Break)
ใช้เมื่อ:
• ราคาเด้งขึ้นแรง
• แต่ ไม่ผ่าน 4,445–4,516
• เกิดแท่งแดงยาว / Bearish Engulf
🎯 แผน
• Short ระยะสั้น
• TP → 4,320 → 4,275
• SL → เหนือ 4,520
⚠️ เป็น scalp / counter-trend เท่านั้น
________________________________________
🟡 SCENARIO C (Breakout Day)
ถ้า:
• Daily ปิดเหนือ 4,516
• Volume เพิ่ม
• ไม่มีไส้บน
🔥 นี่คือ “New Expansion Leg”
เป้าหมายถัดไป:
• 141.4% = 4,586
• 161.8% = 4,720–4,750
________________________________________
🧠 5. มุมมองเสนาธิการ (สำคัญที่สุด)
❝ ตลาดไม่ได้ถามว่าเราคิดอะไร
แต่ถามว่า “ใครคุมพื้นที่อยู่” ❞
ตอนนี้:
• 🟢 Buyers คุมโซน 4,275–4,320
• 🔴 Sellers คุม 4,445–4,516
• ⚔️ Battlefield = 4,320–4,380
👉 ใครชนะโซนนี้ = ได้เทรนด์ทั้งเดือน ม.ค.
________________________________________
🧨 6. บทสรุปสั้นแบบแม่ทัพ
✅ โครงสร้าง = ขาขึ้น
✅ ยังไม่ใช่จุด Short ยาว
✅ Buy on Dip คือกลยุทธ์หลัก
⚠️ ระวัง Bull Trap ใกล้ 127.2%
🔥 หากทะลุ 4,516 = เทรนด์ใหญ่เปิด
________________________________________
#XAUUSD #ราคาทอง #ราคาทองวันนี้ #INVESTMENT
ภาพประกอบ
คำสั่งรบด่วนจากเสนาธิการ! ทองคำถอยมาที่ “ฐานที่มั่น” บุกหรือถอย!คำสั่งรบด่วนจากเสนาธิการ! ทองคำถอยมาที่ “ฐานที่มั่น” จะ “ช้อน” หรือ “รอซ้ำ” ? อ่านเกมขาดที่โซนตัดสินชะตา
ต่อไปนี้คือ การวิเคราะห์ “สนามรบ XAUUSD”
ในมุมของ เสนาธิการสงครามทอง + Fibonacci Strategist + นักจิตวิทยามวลชน
________________________________________
🧭 รายงานการรบ: สนาม XAUUSD
“ศึกชิงสันเขาทองคำ – ระหว่างแรงโลภ vs ความกลัว”
________________________________________
🪖 ภาพรวมสนามรบ (Battlefield Overview)
จากภาพที่คุณให้มา โครงสร้างชัดเจนมากว่า:
• ตลาดเพิ่ง ทะลุแนวต้านหลัก (Breakout)
• ขึ้นถึง Fibonacci Extension 127.2% – 141.4%
• จากนั้นเกิด แรงทุบสวนรุนแรง (Counter Attack)
• ราคาถอยกลับลงสู่ โซน 100% – 94.1%
👉 นี่คือ “จุดตัดสินชะตา” ของสงครามรอบนี้
________________________________________
⚔️ การจัดทัพ (Market Structure)
🔺 ฝั่งกระทิง (BUY SIDE)
• ทหารหลัก:
o Smart Money
o Institutional Buy
o Trend Followers
• ฐานป้องกันสำคัญ:
o 100% (4,381)
o 94.1% (4,352)
o 88.6% (4,325)
🧠 จิตวิทยา:
“ถ้าราคายังยืนตรงนี้ได้ = แนวโน้มใหญ่ยังไม่ตาย”
________________________________________
🔻 ฝั่งหมี (SELL SIDE)
• เป็นกองกำลัง “ซุ่มโจมตี”
• รอขายบริเวณ:
o 113%
o 127.2%
o 141.4%
🧠 จิตวิทยา:
“คนที่ซื้อสูงเริ่มกลัว → แรงเทขายรุนแรง”
________________________________________
🧠 วิเคราะห์เชิงจิตวิทยามวลชน (Mass Psychology)
ระยะที่ 1: Euphoria
📍 ตอนราคาทะลุ 127.2%
• คนแห่ Long
• FOMO เต็มตลาด
• Influencer เริ่มโพสต์ “ทองไปต่อ”
➡️ จุดนี้คือกับดักของรายใหญ่
________________________________________
ระยะที่ 2: Shock & Panic
📍 แท่งแดงยาวจาก 141.4%
• Stop loss แตก
• มือใหม่เริ่ม Sell ตาม
• คนที่ Long สูง “เริ่มภาวนา”
➡️ นี่คือช่วงที่ “รายใหญ่เริ่มเก็บของ”
________________________________________
ระยะที่ 3: Decision Zone (ตอนนี้)
📍 โซน 94.1% – 100%
จุดนี้สำคัญที่สุด:
ถ้าเกิด ความหมาย
ยืนได้ + แท่งกลับตัว เตรียม “ขึ้นรอบใหม่”
หลุด 94.1% เปลี่ยนเป็น “ขาลงจริง”
หลุด 88.6% ตลาดยอมแพ้ → ไล่ลง 78.6–61.8
________________________________________
🎯 Fibonacci Battlefield Map
Level สถานะ ความหมายเชิงยุทธศาสตร์
161.8% เขตยึดครองสูงสุด เป้าหมายของขาขึ้นสุดทาง
141.4% แนวสังหาร จุดที่รายใหญ่ขายจริง
127.2% แนวหลอก จุดล่อให้รายย่อยเข้า
113% แนวปะทะ เริ่มมีแรงต้าน
100% ⚔️ จุดชี้ชะตา ชนะ = ไปต่อ / แพ้ = ถอย
94.1% แนวรับจิตวิทยา เส้นสุดท้ายของฝั่งกระทิง
78.6% เขตอพยพ เริ่ม Panic
61.8% ฐานทัพล่าง Reset เกมใหม่
________________________________________
🧠 มุมมองเสนาธิการ (Strategic Conclusion)
✅ แผนกระทิง (Bullish Scenario)
• ราคายืนเหนือ 94.1%
• เกิดแท่งกลับตัว / ไส้ล่างยาว
• Volume ไม่แตก
🎯 เป้า:
• 113%
• 127.2%
• 141.4%
________________________________________
❌ แผนหมี (Bearish Scenario)
• หลุด 94.1% แบบแรง
• ปิดแท่งต่ำกว่า 88.6%
• รีเทสต์ไม่ผ่าน
🎯 เป้า:
• 78.6%
• 61.8%
• อาจถึง 50%
________________________________________
🧨 บทสรุปในภาษาสงคราม
🗡️ “นี่ไม่ใช่การร่วง…
แต่มันคือการวัดใจ ว่ากองทัพใดจะยึดสนามนี้ได้”
• กระทิง = ต้องป้องกัน 100%
• หมี = ต้องทุบให้หลุด 94.1%
• รายใหญ่ = รอเก็บศพทั้งสองฝั่ง
________________________________________
FROZEN MARKET – ควรเทรดเมื่อไร และควรอยู่เฉย ๆ เมื่อไร ?1️⃣ Education – Frozen Market คืออะไร?
Frozen market ไม่ได้หมายความว่าราคาไม่ขยับ
แต่คือราคาขยับ โดยไม่มี follow-through
ลักษณะที่พบได้บ่อย:
สภาพคล่องต่ำ
ราคาเคลื่อนไหวช้า สะดุด
ขึ้นลงเล็ก ๆ หลายครั้ง แต่ไม่เกิดเทรนด์
➡️ มักเกิดช่วงปลายปีหรือ session ที่ liquidity ต่ำ
2️⃣ Education – ความผิดพลาดที่ trader มักทำ
ใน frozen market trader จำนวนมาก:
เห็นราคาขยับนิดเดียวก็รีบเข้า
สับสนระหว่าง price movement กับ trend จริง
พยายามฝืนเทรดทั้งที่ market ยังไม่พร้อม
ผลลัพธ์คือ:
ขาดทุนเล็ก ๆ ต่อเนื่อง
จิตใจอ่อนล้า
Overtrade โดยไม่รู้ตัว
3️⃣ Education – Trader ที่มีวินัยทำอะไรต่างออกไป?
Trader ที่มีวินัยไม่บังคับ market
แต่จะ:
รอช่วงที่ market เริ่ม “ละลาย”
เทรดเฉพาะ session ที่มี liquidity จริง
รอสัญญาณยืนยัน ไม่เดา
📌 ใน frozen market การไม่เทรดคือการตัดสินใจที่ถูกต้องได้เช่นกัน
4️⃣ Education – บทเรียนสำคัญ
ไม่ใช่ทุกวันที่ market เหมาะกับการทำเงิน
การรู้ว่า เมื่อไรไม่ควรเทรด สำคัญพอ ๆ กับรู้ว่าเมื่อไรควรเทรด
Frozen market ไม่ได้เอาเงินคุณไปเร็ว
แต่มันทดสอบความอดทนของ trader ที่ไม่มีวินัย
Fibonacci ที่ถูกต้อง ต้องมีทั้ง Price, Time และ Structure เสมอ“Fibonacci ที่ถูกต้อง ต้องมีทั้ง Price, Time และ Structure ถ้าคุณยังมอง Fibonacci แค่เส้น… แปลว่าคุณยังไม่เข้าใจสิ่งที่ Boroden, Carney และ Miner สอน”
________________________________________
“3 ปรมาจารย์ 1 แนวคิด: ตลาดเคลื่อนที่ด้วย ‘สัดส่วน’ ไม่ใช่อารมณ์”
🧠 ภาพรวมแนวคิดใหญ่ (ก่อนลงรายละเอียด)
ภาพนี้ไม่ใช่แค่ “Fibonacci Retracement”
แต่มันคือ โครงสร้างตลาด (Market Geometry) ที่รวม:
✅ Fibonacci Retracement
✅ Fibonacci Extension
✅ Fibonacci Time
✅ Fibonacci Cluster
✅ Harmonic Logic
✅ Market Psychology
✅ Risk Positioning (Buy / Hold / Sell)
พูดง่าย ๆ คือ…
นี่คือ “แผนที่สนามรบของราคา” ไม่ใช่แค่เส้นวัดระยะ
________________________________________
🟢 ZONE 1: MINOR ZONE (9.0% – 23.6%)
🔰 โซนเริ่มต้นของแรงซื้อ (Aggressive Entry)
🔹 ความหมายเชิงโครงสร้าง
• เป็น Early Pullback
• ราคาแทบไม่ยอมพัก
• เกิดในตลาดที่ “แข็งแรงมาก”
• Smart Money เริ่มสะสม
🔹 มุมมองของแต่ละสาย
📘 Carolyn Boroden
• เรียกว่า Shallow Retracement
• ใช้กับ “Trend แข็ง”
• ถ้าราคายืนเหนือ 23.6% ได้ = เทรนด์ยังไม่เสีย
📕 Scott Carney
• เป็นจุดเริ่ม Harmonic Pattern
• ใช้เป็น “Leg A → B”
• ถ้าราคาย่อแค่นี้ → มีโอกาสเกิด impulsive continuation
📗 Robert Miner
• เป็น Low Risk Entry Zone
• ใช้คู่กับ Time Projection
• ถ้าเวลา + ราคา align → เป็นจุดเข้าเร็วที่ได้ RR สูงมาก
🎯 กลยุทธ์
✔ Buy-on-dip
✔ Stop สั้น
✔ เหมาะกับ Trend Trader
❌ ไม่เหมาะกับมือใหม่ (หลุดง่าย)
________________________________________
🟠 ZONE 2: MID ZONE (38.2% – 61.8%)
🔥 โซนทองคำของตลาด (Golden Zone)
นี่คือหัวใจของภาพนี้
________________________________________
🔸 38.2% – Momentum Pullback
• ตลาดพักเพื่อไปต่อ
• ยังเป็นขาขึ้นชัด
• เหมาะกับ Trend Continuation
🔸 50.0% – Psychological Balance
• ไม่ใช่ Fibonacci แท้
• แต่เป็น “จุดสมดุลพฤติกรรม”
• Smart Money ชอบใช้มาก
🔸 61.8% – Golden Ratio
• โซนที่ตลาด “ตัดสินใจ”
• ถ้ายืนได้ = เทรนด์ยังอยู่
• ถ้าหลุด = เตรียมเปลี่ยนโครงสร้าง
________________________________________
📘 Boroden:
61.8% คือ “Decision Zone”
📕 Carney:
จุดนี้คือจุดกำเนิด Harmonic Pattern เกือบทุกชนิด
📗 Miner:
เป็น “High Probability Trade Location”
เมื่อ Time + Price + Structure ตรงกัน
________________________________________
🎯 กลยุทธ์
✅ Buy Zone หลัก
✅ Risk/Reward ดีที่สุด
✅ ใช้ร่วมกับ:
• RSI Divergence
• Market Structure
• Time Cycle
________________________________________
⚪ ZONE 3: DEEP ZONE (78.6% – 94.1%)
🧠 โซนของ “จิตวิทยามวลชน”
คนส่วนใหญ่เริ่ม “กลัว”
มือใหม่คิดว่า “เทรนด์จบแล้ว”
แต่จริง ๆ…
________________________________________
🔸 78.6%
• Fibonacci √0.618
• โซนที่ “Smart Money ช้อนรอบสุดท้าย”
• Harmonic Pattern ใช้เยอะมาก
🔸 88.6%
• Deep Harmonic Retracement
• มักเกิดใน Shark / Bat / Crab
🔸 94.1%
• จุดสุดท้ายก่อน “Trend เปลี่ยนจริง”
• ถ้ารับได้ → พุ่งแรง
• ถ้าหลุด → โครงสร้างพัง
________________________________________
📘 Boroden:
โซนนี้คือ “Last Defense”
📕 Carney:
Harmonic Completion Zone (PRZ)
📗 Miner:
ถ้า Time ไม่ครบ → อย่าเข้า
________________________________________
🎯 กลยุทธ์
⚠️ High Risk / High Reward
⚠️ ต้องใช้ Confirmation
❌ ห้ามเข้าแบบเดา
________________________________________
🔴 ZONE 4: EXTENSION ZONE (113% – 161.8%)
💣 โซนแจกเงิน – โซนจบรอบ
________________________________________
🔺 113%
• Breakout แรก
• มือใหม่เริ่มไล่ราคา
🔺 127.2%
• Harmonic Target
• Trader มืออาชีพเริ่มทยอยปิด
🔺 141.4%
• Overextension
• สัญญาณ Exhaustion
🔺 161.8%
• Ultimate Target
• ตลาดมัก “หยุด / กลับตัวแรง”
________________________________________
📘 Boroden:
Extension = Profit Taking Zone
📕 Carney:
Completion of Harmonic Structure
📗 Miner:
High Probability Reversal Area
________________________________________
🎯 กลยุทธ์
❌ ไม่ไล่ซื้อ
✅ รอขาย / TP
✅ หา Divergence
✅ มองกลับฝั่ง
________________________________________
🧩 Fibonacci TIME (สิ่งที่คนส่วนใหญ่พลาด)
ราคา “ไม่พอ” ต้องดูเวลา
ตัวอย่าง Time Ratio:
• 38.2%
• 50%
• 61.8%
• 100%
• 161.8%
📌 ถ้า:
• ราคาอยู่ 61.8%
• เวลาอยู่ 61.8%
= Perfect Timing Trade
________________________________________
🧠 Fibonacci CLUSTER (ของจริงระดับโปร)
คือจุดที่:
• Fib Retracement ซ้อนกัน
• Extension ทับ
• Harmonic PRZ
• Time Cycle ตรง
📍 จุดนี้ = ตลาด “ต้องเลือกทาง”
ถ้าหลุด = เทรนด์เปลี่ยน
ถ้ารับได้ = วิ่งแรงมาก
________________________________________
🐉 เชื่อมกับ Harmonic Pattern
Pattern Retracement Extension
Gartley 61.8% 78.6%
Bat 50–61.8% 88.6%
Butterfly 78.6% 127–161.8%
Crab 88.6% 161.8%
________________________________________
🧠 สรุปสุดท้าย (แบบนักรบ)
Zone ความหมาย
🟢 Minor Smart Money เริ่มสะสม
🟠 Mid โซนทองคำของเทรนด์
⚪ Deep จุดตัดสินใจ
🔴 Extension โซนแจกเงิน / จบเทรนด์
________________________________________
🔥 ประโยคสรุประดับปรมาจารย์
“Fibonacci ไม่ได้บอกว่า ‘ราคาจะไปไหน’
แต่มันบอกว่า ‘ตรงไหนที่คนส่วนใหญ่จะตัดสินใจผิด’”
________________________________________
#XAUUSD
#GoldTrader
#FiboZone
#ทองคำวันนี้
#WarOfGold
ทองคำกำลังบดสูงขึ้น — โมเมนตัมยังคงเหมือนเดิมใช่ไหม?XAUUSD ยังคงเคลื่อนไหวภายในช่องขาขึ้นที่ชัดเจน ราคากำลังสะสมอยู่เหนือโซนอุปสงค์ระยะสั้น ในขณะที่โครงสร้างของจุดสูงสุดที่สูงขึ้นและจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นยังคงอยู่ ปริมาณการซื้อขายแบบกระจายแสดงให้เห็นว่าแรงกดดันในการซื้อยังคงมีอยู่ในช่วงราคาปัจจุบัน
สถานการณ์ที่ต้องการคือการฟื้นตัวทางเทคนิคแบบตื้นไปยังโซนแนวรับ จากนั้นดูดซับแรงกดดันในการขายและดำเนินการต่อในแนวโน้มขาขึ้น ไปยังพื้นที่เป้าหมายด้านบนของช่องราคา
นี่เป็นระยะสะสมเพื่อดำเนินการต่อหรือเป็นสัญญาณของความเหนื่อยล้า?
👉 เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย? คุณมีมุมมองต่อทองคำจากที่นี่อย่างไร
BTCUSDT – 1H | การบีบอัด → การขยายตัว?หลังจากการลดลงในช่องแนวโน้มขาลง BTC ออกจากช่องและย้ายไปสะสมในช่วงราคาต่ำ พื้นที่กล่องสีเทาปัจจุบันทำหน้าที่เป็นอุปสงค์ระยะสั้น โดยที่ราคาจะตอบสนองอย่างต่อเนื่องและคงจุดต่ำสุดไว้
หากโซนการสะสมนี้ยังคงอยู่ มีความเป็นไปได้สูงที่ BTC จะสร้างจังหวะเพื่อดูดซับสภาพคล่องลงก่อนที่จะขยายตัวขึ้นไปสู่บริเวณแนวต้านด้านบนประมาณ 91k
ตลาดอยู่ในสถานะรอการยืนยัน ไม่ใช่เพื่อความเร่งรีบ
คุณกำลังโน้มตัวไปสู่การเลิกราหรือพยายามรักษาระยะห่างต่อไปหรือไม่?
เมื่อ XAUUSD มาถึง 127.2% ควรทำอย่างไรต่อ?
👉 “เมื่อ XAUUSD มาถึง 127.2% ควรทำอย่างไรต่อ?”
________________________________________
🧭 FIBONACCI STRATEGY GUIDE
เมื่อราคาแตะ 127.2% = โซนตัดสินชะตา (Decision Zone)
จากภาพ:
• จุด 127.2% = 4,516
• โครงสร้างก่อนหน้าเป็น Impulse → Pullback → Continuation
• โครงสร้างยืนยันว่า 127.2% ไม่ใช่เป้าจบ แต่เป็น ‘ด่านทดสอบพลัง’
________________________________________
🧠 ความหมายของ 127.2% (ในเชิงโปร)
🔹 1. มันไม่ใช่เป้า Take Profit สุดท้าย
แต่คือ…
🔥 “Zone ของ Smart Money ที่ใช้ทดสอบแรงซื้อจริง”
หากตลาด:
• ผ่าน → แสดงว่ามีแรง Follow Trend จริง
• ไม่ผ่าน → มักเกิด Pullback หรือ Fake Breakout
________________________________________
📊 สิ่งที่ต้องดู “ทันที” เมื่อราคาชน 127.2%
✅ 1. โครงสร้างแท่งเทียน
สถานการณ์ ความหมาย
แท่งเขียวยาว ปิดเหนือ 127.2% โมเมนตัมยังแรง → ไปต่อ
ไส้บนยาว / Doji แรงขายเริ่มโต้
Engulfing แดง เตรียมพักหรือย่อ
________________________________________
✅ 2. Volume / Delta
• Volume เพิ่ม + ราคาไปต่อ → Break จริง
• Volume ลด แต่ราคาขึ้น → เสี่ยง Fake Break
________________________________________
✅ 3. สัมพันธ์กับ Fibonacci ชั้นถัดไป
จากภาพคุณวางไว้ชัดมาก:
Level บทบาท
127.2% จุดทดสอบแรง
141.4% @ 4,586 เป้ากำไรถัดไป
161.8% @ 4,687 เป้าสุดของรอบ
________________________________________
🎯 กลยุทธ์ที่ “มืออาชีพ” ใช้จริง
________________________________________
🔵 แผน A: “Break & Hold” (สายตามเทรนด์)
ใช้เมื่อ:
• แท่งปิดเหนือ 127.2%
• ไม่หลุดกลับต่ำกว่าใน 2–3 แท่ง
📌 กลยุทธ์:
• Buy on pullback ที่ 127.2%
• SL ใต้ 113%
• TP → 141.4% / 161.8%
📈 Risk:Reward ≈ 1:3+
________________________________________
🔴 แผน B: “Rejection Play” (สายดักหัว)
ใช้เมื่อ:
• เกิดไส้บนยาว
• RSI Divergence
• Volume ลด
📌 กลยุทธ์:
• Short ระยะสั้น
• TP: 113% → 100%
• SL: เหนือ High 127.2%
⚠️ ใช้เฉพาะ TF เล็ก (M5–M15)
________________________________________
🟡 แผน C: “Wait & Confirm” (มือโปรสายปลอดภัย)
ถ้ายังลังเล:
• รอให้ราคาทะลุ 127.2% แล้ว ยืนเหนือ 1–2 แท่ง
• หรือรอ Pullback กลับมาทดสอบ
👉 เป็นแผนที่ Win Rate สูงสุด
________________________________________
🧠 สรุปสั้นแบบจำง่าย
🔥 127.2% = ด่านวัดพลัง ไม่ใช่เส้นขาย
✔ ผ่าน = ตลาดยังมีแรง
❌ ไม่ผ่าน = พักตัวก่อนขึ้นใหม่
🎯 เป้าจริงอยู่ที่ 141.4% และ 161.8%
________________________________________
📌 คำเตือนจาก Fibonacci Expert
❌ อย่า Short เพียงเพราะ “ราคาสูง”
✅ ให้ดู “พฤติกรรมราคา” ที่ 127.2%
ตลาดไม่เคยกลับตัวเพราะตัวเลข
แต่มันกลับตัวเพราะ แรงซื้อหมด
________________________________________
XAUUSD – แนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่XAUUSD ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยราคาเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องขาขึ้นและสร้างจุดสูงสุดที่สูงขึ้นและจุดต่ำสุดที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาพุ่งทะลุแนวต้านล่าสุด ตลาดกำลังแสดงสัญญาณของการรวมตัว/การปรับตัวลงเล็กน้อย ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงซื้อยังคงแข็งแกร่ง
ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทองคำยังคงได้รับประโยชน์จากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย หากราคารักษาระดับโครงสร้างขาขึ้นในปัจจุบันไว้ได้ สถานการณ์ที่คาดหวังคือการต่อเนื่องของแนวโน้มไปสู่เป้าหมายที่ 4,550 ดังแสดงในกราฟ
👉 การปรับตัวลง = โอกาส
BTC/USDT - สัญญาณขาลงต่อเนื่องBTC กำลังรวมตัวอย่างอ่อนแออยู่ต่ำกว่าโซนแนวรับ/EMA เล็กน้อย บ่งชี้ว่าแรงซื้อไม่เพียงพอที่จะกลับไปสู่ระดับราคาสำคัญ การเคลื่อนไหวขึ้นก่อนหน้านี้สร้างจุดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อยๆ ซึ่งถูกปฏิเสธอย่างชัดเจน → โครงสร้างตลาดโน้มเอียงไปทางการกระจายตัวมากกว่าการสะสมขึ้น
ปัจจุบัน ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ภายในโซนแนวต้าน (กรอบสีชมพู) พฤติกรรมราคาบ่งชี้ถึงการทะลุขึ้นปลอมที่อาจเกิดขึ้น ตามด้วยการกลับตัวหรือการทะลุลงไปที่ด้านล่างของช่วงราคา
สถานการณ์ที่ต้องการ: ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่โซนแนวรับต่ำกว่า ~85k (แหล่งสภาพคล่อง)
👉 ตลาดอยู่ในสถานะ "รอการทะลุอย่างอดทน" – ไม่มี FOMO เข้าซื้อขายเฉพาะเมื่อมีการยืนยันการทะลุอย่างชัดเจนเท่านั้น
Fibonacci Zone คณิตศาสตร์ของ “พฤติกรรมมนุษย์ในตลาด”🧠 Fibonacci Zone
คณิตศาสตร์ของ “พฤติกรรมมนุษย์ในตลาด”
Fibonacci ไม่ใช่เส้นวิเศษ
แต่คือ แผนที่ที่บันทึกการตัดสินใจซ้ำ ๆ ของมนุษย์
เมื่อเผชิญ ความกลัว ความโลภ และความลังเล
________________________________________
🟢 Minor Zone — Micro Reaction Zone
ช่วง: 9% – 14.6% – 23.6%
ความหมาย
เป็นช่วงที่ราคาพักตัวน้อยมาก
สะท้อนว่าแรงหลักยังสด และ “ยังไม่มีใครอยากสวน”
พฤติกรรมตลาด
• Algo / Insider / Scalper ทำงาน
• รายย่อยยังไม่ทันตั้งตัว
• ราคาไปต่อเร็ว
การใช้งาน
• เทรนด์แรง
• Breakout
• Continuation
ถ้าราคาไม่หลุด 14.6%
เทรนด์ยัง “สดและรุนแรง”
________________________________________
🟠 Mid Zone — Decision Zone
ช่วง: 38.2% – 50% – 61.8%
ความหมาย
จุดตัดสินใจของตลาด
ว่าการพักตัวคือ “พักจริง” หรือ “กลับทิศ”
พฤติกรรมตลาด
• Swing Trader เข้าประเมิน
• Volume เริ่มชัด
• ความเห็นเริ่มแตก
การใช้งาน
• Entry หลัก
• Risk/Reward สมดุล
________________________________________
🔵 Deep Zone — Faith Test Zone
ช่วง: 78.6% – 88.6% – 94.1% – 100%
ความหมาย
พื้นที่ทดสอบ “ศรัทธา” ของผู้ถือสถานะ
ว่ารอบนี้ยังเป็นโครงสร้างเดิมหรือไม่
พฤติกรรมตลาด
• รายย่อย Panic
• Smart Money สะสม
• Stop Hunt เกิดบ่อย
การใช้งาน
• Fade
• Reversal
• สะสมของรายใหญ่
ไม่ผ่าน Deep Zone = โครงสร้างพัง
ยืนได้ = เกมยังไม่จบ
________________________________________
🔴 Extension Zone — Target & Distribution Zone
ช่วง: 113% – 127.2% – 141.4% – 161.8%
ความหมาย
พื้นที่เป้าหมายของแนวโน้ม
และจุดที่อารมณ์โลภเริ่มครอบงำ
พฤติกรรมตลาด
• FOMO รุนแรง
• Breakout Trader ไล่ราคา
• รายใหญ่เริ่มแจกของ
การใช้งาน
• Take Profit
• Trailing
• เฝ้าระวัง Exhaustion
________________________________________
🧭 Fibonacci Projection — Structure Forecast
ใช้วัด “ความยาวคลื่นถัดไป”
จากโครงสร้างการเคลื่อนที่ที่ซ้ำกัน
👉 ไม่ใช่เดา แต่เป็นการคาดการณ์เชิงโครงสร้าง
________________________________________
🧱 Fibonacci Cluster — True Battle Zone
จุดที่ Fibonacci จากหลาย Swing / หลาย Timeframe
มาซ้อนกันในบริเวณเดียว
ความหมาย
• Consensus ของตลาด
• Order หนา
• การเคลื่อนไหวรุนแรง
👉 Cluster = สนามรบจริง
________________________________________
🧩 ภาพรวมระดับมืออาชีพ
Zone หน้าที่หลัก
9–14.6% วัดแรงต้น
23.6% พักย่อย
38.2–61.8% ตัดสินใจ
78.6–94.1% ทดสอบศรัทธา
113–161.8% ปลายอารมณ์
________________________________________
⚔️ สรุปสั้นแต่คม
❝ Fibonacci ไม่ได้บอกว่า ต้อง กลับ
แต่มันบอกว่า ตรงนี้ ทุกคนกำลังตัดสินใจ ❞
🔢 #FibonacciMindset
📐 #อ่านราคาไม่ใช่ท่องสูตร
🎯 #ZoneNotLine
⚔️ #สนามรบFibonacci
🧠 #BehavioralTechnical
ควาย: การเดินขบวนของไทยยังคงดำเนินต่อไปRedoubling เป็นโครงการวิจัยของฉันเองบน TradingView ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบคำถามต่อไปนี้: ฉันจะใช้เวลานานแค่ไหนในการเพิ่มเงินทุนเป็นสองเท่า? แต่ละบทความจะเน้นไปที่บริษัทต่างๆ ที่ฉันจะพยายามเพิ่มเข้าไปในพอร์ตโฟลิโอจำลองของฉัน ฉันจะใช้ราคาปิดของแท่งเทียนรายวันสุดท้ายในวันที่บทความเผยแพร่เป็นราคาซื้อจำกัดเริ่มต้น ผมจะตัดสินใจทุกอย่างโดยยึดหลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก นอกจากนี้ ผมจะไม่ใช้เลเวอเรจในการคำนวณ แต่ผมจะลดเงินทุนลงตามจำนวนค่าคอมมิชชั่น (0.1% ต่อการซื้อขาย) และภาษี (ภาษีกำไรจากการลงทุน 20% และภาษีเงินปันผล 25%) หากต้องการทราบราคาหุ้นปัจจุบันของบริษัท เพียงคลิกปุ่มเล่นบนกราฟ แต่โปรดใช้ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น โปรดทราบว่านี่ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน
ต่อไปนี้เป็นภาพรวมโดยละเอียดของบริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทเครื่องดื่มจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ( SET:CBG ) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านเครื่องดื่มชูกำลัง โดยเฉพาะแบรนด์คาราบาว ดัง
1. บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่าย การตลาด การขาย และการกระจายเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ การดำเนินงานครอบคลุมทั้งตลาดภายในประเทศและช่องทางการส่งออกระหว่างประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ/เครื่องดื่มไม่มีก๊าซ เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์กาแฟ (แบบสำเร็จรูปและแบบพร้อมดื่ม) และบริการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารของบุคคลที่สาม
2. รูปแบบธุรกิจ บริษัทสร้างรายได้ผ่านรูปแบบธุรกิจเครื่องดื่มแบบบูรณาการในแนวดิ่ง บริษัทนี้ผลิตเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ของตนเอง และจำหน่ายโดยตรงผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสร้างรายได้จากการจัดจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์ของตนเองและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ผ่านช่องทางการค้าปลีกและช่องทางการค้าสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงรายได้จากการขายเครื่องดื่มสำเร็จรูป บริการจัดจำหน่าย และการขายผลิตภัณฑ์ OEM/บรรจุภัณฑ์จากบริษัทในเครือ
3. ผลิตภัณฑ์หรือบริการหลัก ผลิตภัณฑ์หลักของคาราบาวคือเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวดัง ซึ่งวางจำหน่ายทั่วโลกภายใต้แบรนด์คาราบาว นอกเหนือจากเครื่องดื่มชูกำลังแล้ว บริษัทฯ ยังมีเครื่องดื่มเกลือแร่ (Carabao Sport) และเครื่องดื่มเสริมวิตามิน/สารอาหารเสริม (เช่น (Woody C+ Lock), น้ำดื่ม, กาแฟผง 3-in-1, กาแฟพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคจากบริษัทอื่นในหมวดอาหารและสินค้าที่ไม่ใช่อาหารด้วย
4. ประเทศสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ ธุรกิจของคาราบาวมีรากฐานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก (ประมาณ 15.35 พันล้านบาท จาก 20.96 พันล้านบาท ในปีงบประมาณล่าสุด) นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงกัมพูชา เมียนมาร์ ลาว และเวียดนาม) และประเทศอื่นๆ โดยส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ ไปยังประมาณ 42 ประเทศ
5. คู่แข่งหลัก คาราบาวแข่งขันกับแบรนด์เครื่องดื่มทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง คู่แข่งสำคัญ ได้แก่ M-150 ของบริษัท ออสตสปา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังชั้นนำของไทย
เครื่องดื่ม Krating Daeng ของ TC Pharmaceutical Industries ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชูกำลังต้นตำรับของไทยและเป็นต้นกำเนิดของ Red Bull
เรดบูล จีเอ็มบี (แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับโลก)
ผู้เล่นระดับนานาชาติ เช่น Monster Beverage และบริษัทเครื่องดื่มอื่นๆ ที่นำเสนอเครื่องดื่มประเภทให้พลังงาน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มพร้อมดื่ม
6. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อการเติบโตของกำไร ปัจจัยภายนอก:
ความต้องการเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก
การเจาะตลาดส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV สนับสนุนการเติบโตของรายได้หลักนอกเหนือจากประเทศไทย
ปัจจัยภายใน: การดำเนินงานแบบบูรณาการในแนวดิ่ง ซึ่งรวมถึงความสามารถในการบรรจุภัณฑ์และการจัดจำหน่าย ช่วยปรับปรุงการควบคุมต้นทุนและความยั่งยืนของอัตรากำไร
เครือข่ายการจัดจำหน่ายภายในประเทศที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั้งการค้าแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มความครอบคลุมของตลาด
การกระจายความเสี่ยงผ่านการเข้าสู่กลุ่มธุรกิจเบียร์: กลุ่มบริษัทคาราบาวลงทุนในการพัฒนาแบรนด์เบียร์ของตนเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มแหล่งรายได้อีกทางหนึ่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของบริษัท การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเจาะตลาดเบียร์ที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจช่วยลดการพึ่งพาการขายเครื่องดื่มชูกำลังของบริษัทได้ การเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบียร์ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะการค้าปลีกโดยรวมและขยายโอกาสการเติบโตในระยะยาว
7. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลให้กำไรลดลง ปัจจัยภายนอก:
การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับท้องถิ่นและระดับโลกที่ครองตลาดอยู่แล้ว ซึ่งสร้างแรงกดดันด้านราคาและส่วนแบ่งการตลาด
ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอะลูมิเนียมและน้ำตาล อาจส่งผลกระทบต่อกำไร
ปัจจัยภายใน:
การพึ่งพาตลาดเครื่องดื่มชูกำลังทำให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภคที่หันไปหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
ความผันผวนของกำไรที่พบในแนวโน้มผลประกอบการล่าสุดเมื่อเทียบกับบริษัทคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน
8. ความมั่นคงของการบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา:
ทีมผู้บริหารของคาราบาวกรุ๊ปยังคงมีเสถียรภาพเป็นส่วนใหญ่ โดยมีสาเธียน เซตธาสิทธ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร และมีทีมผู้บริหารชุดเดิมทั้งในด้านการเงินและการดำเนินงาน บุคคลสำคัญอื่นๆ ยังรวมถึงผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขายและฝ่ายปฏิบัติการซึ่งดำรงตำแหน่งมาหลายปี
ผลกระทบต่อกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร:
ความมั่นคงนี้ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของกลยุทธ์ระยะยาว ซึ่งรวมถึงการสร้างแบรนด์ที่สม่ำเสมอ การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และการกระจายธุรกิจไปสู่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การดำรงตำแหน่งผู้นำที่ยาวนานมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นหนึ่งเดียวและความชัดเจนเชิงกลยุทธ์
ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันกำไรต่อหุ้นไม่มีการเติบโต แต่ได้รับการชดเชยด้วยการเติบโตของรายได้รวมในระยะยาวที่คงที่ และตัวชี้วัดสำคัญที่มีความแข็งแกร่งมาก รวมถึงระยะเวลาการเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าที่ดีเยี่ยม อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ที่อยู่ในเกณฑ์ดี และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงินทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งสนับสนุนเสถียรภาพทางการเงินโดยรวม ตัวชี้วัดที่มีลำดับความสำคัญปานกลางส่วนใหญ่สนับสนุนการประเมินนี้ โดยผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ระยะเวลาการชำระหนี้และอัตราส่วนสินค้าคงคลังต่อรายได้อยู่ในระดับที่ดี ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง และอัตราส่วนสภาพคล่องปัจจุบันไม่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าล่าสุด แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงภาวะตึงเครียด ในขณะที่อัตรากำไรและอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังคงทรงตัว ด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E ratio) ที่ 15 การประเมินมูลค่าจึงถือว่ายอมรับได้และสอดคล้องกับอัตราการเติบโตและผลกำไรในปัจจุบันของบริษัท ไม่พบข่าวสำคัญใดๆ ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจหรือก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการล้มละลาย เมื่อพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์การกระจายความเสี่ยงที่ 20 และความเบี่ยงเบนของราคาหุ้นปัจจุบันจากค่าเฉลี่ยรายปีของกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่มากกว่า 4 การจัดสรร 5% ที่ราคาปิดของแท่งเทียนรายวันล่าสุด สะท้อนให้เห็นถึงการวางตำแหน่งพอร์ตโฟลิโอที่รอบคอบและระมัดระวัง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการกระจายความเสี่ยง
ส่อง XAUUSD ผ่านเลนส์ Fibonacci & Harmonic (61.8% → 161.8%)🧠 ส่อง XAUUSD ผ่านเลนส์ Fibonacci & Harmonic (61.8% → 161.8%)
มองภาพนี้แบบ “โครงสร้างพฤติกรรมราคา” ไม่ใช่แค่เส้นตัวเลข
________________________________________
1) 61.8% (≈ 4,192) — Golden Ratio / Structural Pivot
• คือ แกนกลางของโครงสร้างรอบนี้
• ราคา ยืนเหนือ 61.8% ได้ → เปลี่ยนบทบาทจากแนวต้านเป็น ฐานสะสม (Demand)
• เชิงจิตวิทยา: ตลาดยอมรับราคาชุดใหม่ → กระทิงเริ่มคุมเกม
สรุป: ต่ำกว่า = เสี่ยงพัก/แกว่ง | สูงกว่า = โหมด “ไต่ขั้น”
________________________________________
2) 78.6% (≈ 4,275) — Deep Retracement / Harmonic Gate
• ระดับที่มักเห็นใน Bat / Gartley / Crab
• ในภาพ ราคา พัก–ย่ำ–ดูดสภาพคล่อง ก่อนเดินต่อ
• เป็น “ประตูคัดคนใจร้อน” ใคร Long ไม่ไหว มักโดนเขย่าออก
สรุป: ผ่านได้ = โครงสร้างยังแข็งแรง
________________________________________
3) 88.6% (≈ 4,325) — Last Defense ของฝั่งสวน
• เป็นโซนที่ Bear มัก “ยิงนัดสุดท้าย”
• ในภาพ ราคา ไม่ถูก Reject แต่ยืนสะสม → สัญญาณว่าพลังขายเริ่มหมด
สรุป: ยืนได้ = เตรียม “Break of Psychology”
________________________________________
4) 94.1% (≈ 4,352) — Harmonic Completion / War Zone
• ระดับ Great-Grandchild Ratio ที่ผมใช้เป็น “จุดชี้ขาด”
• ถ้า ไม่ผ่าน → วนลูปกลับ 78.6 / 61.8
• แต่ในภาพ ราคา Break + Close เหนือ 94.1 ชัด
สรุป: ผ่าน 94.1 = จบสงครามย่อย เปิดฉากขยายเทรนด์
________________________________________
5) 100% (≈ 4,381) — Measured Move / Acceptance
• ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย แต่คือ จุดยืนยันว่า Expansion เริ่มทำงาน
• ตลาดรับรู้ว่าราคา “ไม่แพงแล้ว” ในบริบทใหม่
________________________________________
6) 113% (≈ 4,446) — First Expansion / Momentum Check
• โซนทดสอบกำลังเทรนด์
• เหมาะกับ Partial Take Profit หรือยก Stop
สรุป: ผ่านได้ = เทรนด์มีแรงต่อ
________________________________________
7) 127% (≈ 4,516) — Harmonic Target (CD Extension)
• เป้าคลาสสิกของ AB=CD / Bat Extension
• มักเกิด พักฐาน/แกว่งแรง ระยะสั้น
สรุป: โซนระวัง Overheat ระยะสั้น
________________________________________
8) 141% – 161.8% (≈ 4,586 – 4,687) — Terminal Zone
• 161.8% = Fibonacci Extension ขั้นสุดของคลื่นนี้
• ตรงกับบริเวณที่ Smart Money มองหาการ “กระจายของ” (Distribution)
• ไม่ใช่ “ห้ามขึ้น” แต่คือ โซนต้องวัดพฤติกรรมราคา
สัญญาณเตือน:
• แท่งยาวผิดปกติ + ไส้บน
• Volume เร่ง แต่ราคาไม่ไปต่อ
________________________________________
🧭 สรุปเชิงกลยุทธ์ (ตามภาพ)
• 61.8 → 94.1 = โซนสร้างฐาน & คัดคน
• 94.1 ผ่าน = เปลี่ยนโหมดเป็น Expansion Trend
• 113 → 127 = เทรนด์ทำเงิน
• 141 → 161.8 = โซน “วัดใจตลาด” ไม่ใช่ไล่ราคา
Fibonacci ไม่ได้บอกอนาคต
แต่มันบอกว่า “ตรงไหนคนจะตัดสินใจผิดพลาดพร้อมกัน” — และนั่นแหละคือ Edge
XAUUSD – กรอบเวลา 1 ชั่วโมง | ระยะสะสมก่อนการขยายตัวหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะนี้ราคาทองคำกำลังทรงตัวอยู่เหนือแนวรับ 4,300-4,315 อย่างมั่นคง แสดงให้เห็นว่าแรงขายอ่อนลงและตลาดกำลังดูดซับอุปทาน โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่ โดยไม่มีสัญญาณของการทะลุแนวรับหลัก
บริเวณ 4,350-4,355 ในปัจจุบันทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญและเป็นพื้นที่ที่มีสภาพคล่องสูง การที่ราคาทรงตัวอยู่เหนือระดับแนวรับด้านล่างอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อยังคงควบคุมแนวโน้มระยะกลางอยู่
สถานการณ์ที่คาดหวัง:
→ ราคาทรงตัวอยู่ในช่วง 4,300 – 4,315
→ สะสมและทะลุแนวต้าน 4,355 อย่างชัดเจน
→ เป้าหมายต่อไป: 4,380 – 4,400
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้นต่อเนื่อง
กลยุทธ์: ให้ความสำคัญกับการซื้อในช่วงที่ราคาย่อตัวลง หรือรอการทะลุแนวต้านและทดสอบอีกครั้ง
XAU/USD - รักษาระดับโครงสร้างไว้ได้ การปรับตัวลงกำลังถูกซื้อกลับXAU/USD ยังคงทรงตัวในแนวโน้มขาขึ้น โดยราคาอยู่เหนือเส้น EMA34 และ EMA89 ด้วยความชันที่เป็นบวก หลังจากพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ตลาดกำลังทดสอบโซนแนวรับ (EMA + โซนอุปสงค์) อีกครั้ง ซึ่งบ่งชี้ถึงการซื้อที่ยังคงดำเนินอยู่เพื่อปกป้องโครงสร้าง
ตราบใดที่ราคายังคงรักษาระดับการทดสอบปัจจุบันไว้ได้ สถานการณ์ที่คาดการณ์ไว้ยังคงเป็นการต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้น โดยมีโอกาสที่ราคาจะขยายตัวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น การปรับฐานระยะสั้นในบริเวณนี้ถือเป็นการปรับฐานทางเทคนิคและไม่เปลี่ยนแปลงแนวโน้มหลัก
บริบททางเศรษฐกิจมหภาคยังคงเอื้ออำนวยต่อทองคำ เนื่องจากผลตอบแทนที่แท้จริงยังคงต่ำ ดอลลาร์สหรัฐขาดแรงผลักดันที่ชัดเจน และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี สิ่งนี้ช่วยให้ทองคำรักษาสถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและจำกัดความเสี่ยงของการกลับตัวอย่างรุนแรง
คุณคิดว่านี่เป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนที่ทองคำจะก้าวขึ้นต่อไปหรือไม่?
ทำไมเทรดเดอร์ขาดทุนหนักช่วงปลายปี ?“ถ้าคุณขาดทุนในเดือนธันวาคม ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ setup หรือ system ที่คุณใช้”
Market เดียวกัน
Chart เดียวกัน
แต่ผลลัพธ์ต่างกันสิ้นเชิง
🪤 3 กับดักปลายปีที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองไม่เห็น
1. สภาพคล่องบาง แต่เข้า full size
ปลายปี market ผันผวนแรง มี fake และ sweep มากขึ้น
Setup ไม่ได้แย่ แต่ position size ไม่เหมาะสม → drawdown ขยาย
👉 เทรดถูกทางก็ยังแพ้ได้
2. News bias แรงเกินไป (Fed, CPI, Central Banks)
เทรดเดอร์หมกมุ่นกับข่าว:
ข่าวดี → อยาก buy อย่างเดียว
ข่าวร้าย → อยาก sell อย่างเดียว
👉 มองข้ามโครงสร้างราคา ไม่รอ reaction จริงของ market
3. “เหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จบปีแล้ว”
กับดักที่อันตรายที่สุด:
Overtrade
Revenge trade
ฝ่าฝืน risk rule
เพิ่ม lot โดยไม่มีเหตุผล
👉 Ego คุมการตัดสินใจ แทน plan
“SAME SETUP – DIFFERENT FATE”
บน chart (XAU / BTC / EUR):
Setup เหมือนกัน
Entry เหมือนกัน
แต่:
Trader A: size เล็ก มีวินัย → อยู่รอด
Trader B: size ใหญ่ ใจร้อน → ออกจากเกม
🧠 INSIGHT สำคัญ
เดือนธันวาคมไม่ใช่เดือนทำเงินก้อนใหญ่
แต่คือเดือนของการ ไม่ขาดทุน
ใครรักษาทุนได้ → มีโอกาสในปี 2026
ใครล้างพอร์ต → ไม่มี setup วิเศษช่วยได้
คุณเคยพังวินัยเพราะคิดว่า
“อีกไม่กี่ไม้ก็จบปีแล้ว” ไหม?
XAU/USD – การเคลื่อนไหวขึ้นอย่างมีระเบียบ การปรับฐานเป็นโอกาสราคาทองคำกำลังเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน โดยแต่ละการเคลื่อนไหวขึ้นจะตามมาด้วยการปรับตัวลงเล็กน้อย โดยไม่ทะลุจุดต่ำสุดก่อนหน้า ราคาในปัจจุบันกำลังกลับไปยังโซนสมดุลรอบ EMA34/89 ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดกำลังหยุดเพื่อดูดซับอุปทาน ยังไม่ได้กระจายออกไป
โซนสำคัญ:
โซน 4,310 ทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิกและเชิงโครงสร้าง ข้อเท็จจริงที่ว่าราคาทรงตัวอยู่เหนือ EMA89 อย่างต่อเนื่องยืนยันว่าผู้ซื้อยังคงมีอำนาจเหนือกว่า
สถานการณ์หลัก: รักษาระดับโซนนี้ไว้ → แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง
โมเมนตัม:
โมเมนตัมขาขึ้นก่อนหน้านี้เป็นแรงกระตุ้น ในขณะที่ช่วงขาลงปัจจุบันขาดปริมาณและแอมพลิจูด → เอนเอียงไปทางการปรับตัวลงทางเทคนิค ไม่ใช่การกลับตัว
บริบททางเศรษฐกิจมหภาค:
ดอลลาร์สหรัฐยังไม่แข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน ผลตอบแทนพันธบัตรยังคงทรงตัวในระดับสูง แต่ยังไม่ทะลุผ่าน ตลาดยังคงมีความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และทองคำยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในพอร์ตการลงทุนระยะกลาง
กลยุทธ์:
ให้ความสำคัญกับการรอให้ราคาตอบสนองต่อแนวรับ เพื่อยืนยันแรงซื้อก่อนที่จะติดตามการเคลื่อนไหวขึ้นต่อไป
Fibonacci ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือแผนที่พฤติกรรมมนุษย์📜 Fibonacci ไม่ใช่เวทมนตร์
แต่มันคือแผนที่พฤติกรรมมนุษย์
หลายคนใช้ Fibonacci เหมือนเครื่องราง
ลากเส้นแล้วภาวนาให้ราคากลับตัวตรงจุดพอดี 🎯
แต่ความจริงคือ…
Fibonacci ไม่ได้ทำนายราคา
มันอธิบาย “อารมณ์ของคนในตลาด”
________________________________________
🟢 MINOR ZONE (9% – 23.6%)
โซนนี้ตลาดยังยิ้มได้
ย่อเบาๆ แบบไม่สะเทือนศรัทธา
คนส่วนใหญ่คิดเหมือนกันว่า
“แค่พัก เดี๋ยวก็ไปต่อ”
เงินใหญ่ยังไม่ต้องขยับ
เพราะยังไม่มีใครเจ็บจริง
________________________________________
🟠 MID ZONE (38.2% – 61.8%)
นี่คือจุดเริ่มต้นของความลังเล
ตลาดแบ่งเป็นสองฝั่งทันที
ฝั่งหนึ่งบอกว่า “จบแล้วแนวโน้ม”
อีกฝั่งสวนว่า “นี่แหละของถูก”
61.8% ไม่ได้พิเศษเพราะตัวเลขสวย
แต่มันพิเศษเพราะ
คนจำนวนมาก “เชื่อ” ว่ามันสำคัญ
________________________________________
🔵 DEEP ZONE (78.6% – 94.1% – 100%)
โซนนี้คือสนามสอบศรัทธา
78.6% → เริ่มไม่มั่นใจ
88.6% → มือเริ่มสั่น
94.1% → จุดที่ความกล้ากับความกลัวอยู่ในภาพเดียวกัน
ตรงนี้เองที่ตลาด “เกือบยอมรับว่าแนวโน้มเดิมตาย”
แต่ยังไม่กล้าฟันธง
และนั่นแหละ…
คือเหตุผลที่ เงินใหญ่ชอบทำงานตรงนี้
เพราะ Risk/Reward ชัด
และฝูงชนหมดแรงเถียงกันแล้ว
________________________________________
🟣 EXTENSION ZONE (127.2% – 161.8%)
เมื่อราคาทะลุจุดเดิม
ตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลอีกต่อไป
มันขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ล้วนๆ
ไล่ เพราะกลัวตกรถ
ขาย เพราะกลัวพลาดกำไร
“มันขึ้นเพราะมันขึ้น
มันลงเพราะมันลง”
________________________________________
⚔️ บทสรุปของนักรบตลาด
Fibonacci ไม่ได้บอกคุณว่า
“ควรซื้อหรือขายตรงไหน”
แต่มันบอกว่า
โซนนี้ ใครกำลังมั่นใจ
ใครกำลังลังเล
ใครกำลังกลัว
และใครกำลังโลภ
ตลาดไม่เคยเคลื่อนที่เพราะเส้น
แต่มันเคลื่อนที่เพราะ “มนุษย์”
และคนที่รอด
ไม่ใช่คนที่ทายถูก
แต่คือคนที่ เข้าใจพฤติกรรมในแต่ละโซน
#XAUUSD #FibonacciTruth #เทรดหุ้น #จิตวิทยานักเทรด #SmartMoney #ม้าเฉียวดูหุ้น
94.1%: ตัวเลขเงามืดที่ XAUUSD เลือกหยุด…ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ94.1%: ตัวเลขเงามืดที่ XAUUSD เลือกหยุด…ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
________________________________________
📜 บันทึกจาก Fibonacci
ความลับของตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในเงามืด — “94.1%”
(ขยับแว่นขยาย… แล้วมองลึกลงไปในตัวเลขบนกระดาษทด) 🔍
“ท่านถามได้ลึกซึ้งนัก…
ในขณะที่คนทั้งตลาดกราบไหว้เพียง 61.8% หรือ 38.2%
ท่านกลับมองเห็นตัวเลขที่ยืนอยู่หน้าประตูบานสุดท้ายอย่าง
94.1%”
ในฐานะ ฟิโบนัชชี
ข้าจะถอดรหัสตัวเลขนี้ให้ท่านดู ครบทุกมิติ
ทั้งคณิตศาสตร์ จิตวิทยา และกลยุทธ์สงคราม
เพราะมันไม่ใช่ตัวเลขที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
แต่มันคือ “เหลน” (Great-Grandchild) ของสัดส่วนทองคำ
________________________________________
1️⃣ มิติที่ 1: กำเนิดทางคณิตศาสตร์ 📐
94.1% ไม่ได้อยู่ในลำดับฟิโบนัชชีดั้งเดิม
แต่มันเกิดจากการ “เค้น” สัดส่วนทองคำ
ด้วยการ ถอดรากซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สายเลือดของมันคือ:
• 61.8% → ถอดราก → 78.6% (ด่านปราการแรก)
• 78.6% → ถอดราก → 88.6% (ด่านสังหารแมลงเม่า)
• 88.6% → ถอดราก → 94.1%
📌 นัยยะสำคัญ
ถ้า 61.8% คือจุดเริ่มต้นของตระกูล
94.1% คือผู้สืบสายเลือด “คนสุดท้าย”
ก่อนที่ทุกอย่างจะไปตัดสินกันที่ 100% (High เดิม)
________________________________________
2️⃣ มิติแห่ง Harmonic Pattern 🦇
ในสมรภูมิ Harmonic (สาย Scott Carney)
🦈 Shark Pattern
– โซนกลับตัวกว้างมาก (88.6% – 113%)
– 94.1% มักทำหน้าที่เป็น “จุดเช็คบิล”
สำหรับคนที่รีบ Short ที่ 88.6%
แล้วโดนลากกิน Stop Loss ก่อนกราฟจะทิ้งตัว
🚫 Gartley / Bat ที่ผิดพลาด
– หากกราฟทะลุ 88.6%
– 94.1% คือปราการด่านสุดท้าย
ผ่านตรงนี้ = รูปแบบเดิม “พัง” ทันที
ตลาดจะเริ่มคิดถึง 100% อย่างจริงจัง
________________________________________
3️⃣ มิติทางจิตวิทยาตลาด 🧠
คำถามคือ…
ทำไมกราฟชอบมาหยุดที่ 94.1%?
ทำไมไม่ไป 100% เลย?
คำตอบคือ กับดักสภาพคล่อง (Liquidity Trap)
เจ้ามือรู้ดีว่า:
• Short ที่ 78.6% → SL อยู่แถว 88.6%
• Short ที่ 88.6% → SL อยู่เหนือ High เดิม
🎯 เกมที่เล่นกันจริง
– ดันราคาให้ทะลุ 88.6% เพื่อกิน SL กลุ่มแรก
– แต่ “หยุดกึก” ที่ 94.1% (ยังไม่ถึง 100%)
เพื่อ…
• หลอกให้คน Short ที่เหลือ “ถอดใจ”
• หรือหลอกให้คนไล่ Buy ติดดอย
ก่อนจะเลือกทิศทางจริง
________________________________________
4️⃣ มิติแห่งกลยุทธ์ ⚔️
จากสถานการณ์ที่ ทองคำหยุดอยู่ตรง 94.1% พอดี
⚠️ ความหมาย
ตลาดกำลังบอกว่า
“ข้าผ่าน 88.6% มาได้…
แต่ยังไม่มีแรงพอจะยึด 100%”
นี่เรียกว่า Hidden Weakness
🎯 จุดเฝ้าระวัง
1️⃣ ผ่าน 94.1% อย่างมั่นคง → เป้าหมายถัดไป 113%
2️⃣ ติด 94.1% + เกิด Rejection →
Sniper Short ที่ได้เปรียบที่สุด
(SL สั้นเหนือ 100% แต่ Reward ใหญ่มาก)
________________________________________
💭 จงจำไว้…
94.1% คือเส้นด้ายบาง ๆ
ที่กั้นระหว่าง
“ยอดเขาแห่งชัยชนะ”
กับ
“เหวแห่งความโลภ”
มันคือ บททดสอบจิตใจด่านสุดท้าย
ก่อนสงครามแตกหักที่ 100% จะเริ่มขึ้น
📌 ทองคำ…กำลังยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
#Fibonacci
#Gold #XAUUSD
#MarketPsychology
#HarmonicPattern
#TradingMindset
#MaChaoดูหุ้นTheFuture 🐎📈
________________________________________
Market Seasons: When Time Beats Headlines in Tradingฤดูกาลในการเทรด: เมื่อปฏิทินสำคัญกว่าข่าว
ตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวเพียงแค่จากข่าวและเศรษฐกิจมหภาค มีรูปแบบที่ซ้ำรอยกันทุกปีในช่วงเวลาเดียวกัน เทรดเดอร์เรียกสิ่งนี้ว่าฤดูกาล และการเพิกเฉยต่อมันก็เหมือนกับการเทรดแบบปิดตา
ฤดูกาลทำงานในทุกตลาด หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน และแม้แต่คริปโทเคอเรนซี เหตุผลแตกต่างกัน: รอบภาษี สภาพอากาศ รายงานทางการเงิน จิตวิทยามวลชน แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน — การเคลื่อนไหวของราคาที่คาดเดาได้ในเดือนที่กำหนด
เอฟเฟกต์มกราคม: ปีใหม่ เงินใหม่
มกราคมมักนำการเติบโตมาสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก
กลไกเรียบง่าย ในเดือนธันวาคม นักลงทุนล็อคการขาดทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาษี พวกเขาขายสถานะที่ขาดทุนเพื่อลดหย่อนภาษี แรงกดดันจากการขายผลักราคาลง ในมกราคม หุ้นเดียวกันนี้ถูกซื้อคืน เงินกลับสู่ตลาด ราคาขึ้น
สถิติยืนยันรูปแบบนี้ ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 มกราคมแสดงผลตอบแทนเชิงบวกบ่อยกว่าเดือนอื่น ดัชนี Russell 2000 ในมกราคมเอาชนะ S&P 500 โดยเฉลี่ย 0.8% ไม่ใช่ความแตกต่างที่มาก แต่สม่ำเสมอ
มีข้อจับ เอฟเฟกต์มกราคมกำลังอ่อนแอลง คนรู้จักมันมากเกินไป ตลาดกำหนดราคารูปแบบนี้ล่วงหน้า กระจายการเคลื่อนไหวไปทั่วธันวาคมและมกราคม แต่มันไม่หายไปอย่างสมบูรณ์
ขายในเดือนพฤษภาคมและออกไป
คำพูดตลาดเก่าแก่ ขายในพฤษภาคม กลับมาในกันยายน หรือตุลาคม ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน
เดือนฤดูร้อนมักอ่อนแอกว่าสำหรับหุ้น จากพฤษภาคมถึงตุลาคม ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 2% จากพฤศจิกายนถึงเมษายน — กว่า 7% สูงกว่าเกือบสี่เท่า
มีหลายเหตุผล ปริมาณการซื้อขายลดลงในฤดูร้อน เทรดเดอร์ไปพักผ่อน นักลงทุนสถาบันลดกิจกรรม สภาพคล่องต่ำขยายความผันผวน ตลาดกลายเป็นประสาท
บวกกับจิตวิทยา ฤดูร้อนนำมาซึ่งอารมณ์ผ่อนคลาย ความสนใจต่อพอร์ตน้อยลง การซื้อน้อยลง ฤดูใบไม้ร่วงนำกิจกรรมทางธุรกิจ บริษัทเผยแพร่รายงาน นักลงทุนกลับมา เงินไหลกลับ
รูปแบบนี้ไม่ทำงานทุกปี มีข้อยกเว้น แต่ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา สถิติดื้อรั้น — เดือนฤดูหนาวทำกำไรได้มากกว่าฤดูร้อน
แรลลี่ซานตาคลอส
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมมักทำให้กระทิงยินดี ราคาขึ้นโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน
เอฟเฟกต์นี้เรียกว่าแรลลี่ซานตาคลอส ตลาดสหรัฐแสดงการเติบโตในช่วงวันเหล่านี้ 79% ของกรณีตั้งแต่ปี 1950 กำไรเฉลี่ยเล็ก ประมาณ 1.3% แต่เสถียร
มีคำอธิบายมากมาย การมองโลกในแง่ดีก่อนวันหยุด ปริมาณการซื้อขายต่ำ การซื้อจากโบนัสสิ้นปี นักลงทุนสถาบันไปพักผ่อน เทรดเดอร์รายย่อยเข้ามามีบทบาท อารมณ์เป็นเทศกาล ไม่มีใครต้องการขาย
มีสถิติที่น่าสนใจ หากไม่มีแรลลี่ซานตาคลอส ปีหน้ามักเริ่มต้นไม่ดี เทรดเดอร์รับรู้การขาดการเติบโตเป็นสัญญาณเตือน
สินค้าโภคภัณฑ์และอากาศ
ที่นี่ฤดูกาลทำงานหนักขึ้น ธรรมชาติกำหนดกฎ
พืชธัญพืชขึ้นอยู่กับการปลูกและการเก็บเกี่ยว ราคาข้าวโพดมักขึ้นในฤดูใบไม้ผลิก่อนการปลูก ความไม่แน่นอนสูง — อากาศจะเป็นอย่างไร จะปลูกเท่าไหร่ ในฤดูร้อน ความผันผวนสูงสุด ภัยแล้งหรือน้ำท่วมใดๆ เคลื่อนไหวราคา ในฤดูใบไม้ร่วงหลังการเก็บเกี่ยว อุปทานเพิ่มขึ้น ราคาลง
ก๊าซธรรมชาติเดินตามวัฏจักรอุณหภูมิ ในฤดูหนาว ความต้องการความร้อนผลักราคาขึ้น ในฤดูร้อน ความต้องการลดลง พื้นที่จัดเก็บก๊าซเต็ม ราคาลดลง สิงหาคม-กันยายนมักให้จุดต่ำสุดในท้องถิ่น ตุลาคม-พฤศจิกายน — การเติบโตก่อนฤดูทำความร้อน
น้ำมันซับซ้อนกว่า แต่รูปแบบก็มีอยู่ที่นี่ด้วย ในฤดูร้อน ความต้องการน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นในฤดูพักผ่อนและการเดินทาง ราคาน้ำมันมักแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสที่สอง ในฤดูใบไม้ร่วงหลังจากจุดสูงสุดของฤดูร้อน การปรับตัวมักตามมา
ตลาดสกุลเงินและสิ้นไตรมาส
ฟอเร็กซ์มีฤดูกาลน้อยกว่าสินค้าโภคภัณฑ์หรือหุ้น แต่รูปแบบมีอยู่
สิ้นไตรมาสนำความผันผวน บริษัทส่งกำไรกลับประเทศ กองทุนป้องกันความเสี่ยงปิดสถานะเพื่อรายงาน ปริมาณการแลกเปลี่ยนสกุลเงินพุ่งสูง ดอลลาร์มักแข็งแกร่งขึ้นในวันสุดท้ายของมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
มกราคมน่าสนใจสำหรับเยน บริษัทญี่ปุ่นเริ่มปีงบประมาณใหม่ ส่งกำไรกลับประเทศ ความต้องการเยนเติบโต USD/JPY มักลดลง
ดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์ ฤดูกาลของพวกเขาสะท้อนรูปแบบตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
คริปโทเคอเรนซี: ตลาดใหม่ รูปแบบเก่า
ตลาดคริปโตยังอ่อน แต่ฤดูกาลกำลังโผล่ออกมาแล้ว
พฤศจิกายนและธันวาคมมักขาขึ้นสำหรับบิตคอยน์ ตั้งแต่ปี 2013 เดือนเหล่านี้แสดงการเติบโต 73% ของกรณี ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 40% ในสองเดือน
กันยายนอ่อนแอตามประเพณี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บิตคอยน์ลดลงในกันยายน 8 ครั้ง การสูญเสียเฉลี่ยประมาณ 6%
คำอธิบายแตกต่างกัน รอบภาษี การปิดรายไตรมาสของกองทุนสถาบัน จุดยึดทางจิตวิทยา ตลาดยังอ่อน รูปแบบอาจเปลี่ยนแปลง แต่สถิติทำงานในตอนนี้
ทำไมฤดูกาลถึงทำงาน
สามเหตุผลหลัก
แรก — วัฏจักรสถาบัน รายงาน ภาษี โบนัส การปรับสมดุลพอร์ตใหม่ ทุกอย่างผูกกับปฏิทิน เมื่อพันล้านเคลื่อนไหวตามกำหนดการ ราคาตามเงิน
ที่สอง — จิตวิทยา คนคิดในวัฏจักร ปีใหม่ เป้าหมายใหม่ ฤดูร้อน เวลาพัก ฤดูหนาว เวลาสรุป รูปแบบเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อขาย
ที่สาม — คำพยากรณ์ที่เป็นจริงเอง เมื่อเทรดเดอร์เพียงพอเชื่อในฤดูกาล มันเริ่มทำงานด้วยตัวเอง ทุกคนซื้อในธันวาคมคาดหวังแรลลี่ — แรลลี่เกิดขึ้น
วิธีใช้ฤดูกาล
ฤดูกาลไม่ใช่กลยุทธ์ เป็นตัวกรอง
คุณไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นเพียงเพราะมกราคมมาถึง แต่ถ้าคุณมีสถานะซื้อ ลมฤดูกาลที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ถ้าคุณวางแผนจะเปิดสถานะขายในธันวาคม สถิติฤดูกาลต่อต้านคุณ — คุ้มค่าที่จะรอหรือมองหาไอเดียอื่น
ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าในดัชนีกว้าง ETF บน S&P 500 หรือ Russell 2000 ตามรูปแบบได้น่าเชื่อถือกว่าหุ้นแต่ละตัว บริษัทเดียวอาจพุ่งขึ้นหรือล่มสลายในเดือนใดก็ได้ ดัชนีคาดเดาได้มากกว่า
รวมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ถ้ามกราคมเป็นขาขึ้นในอดีต แต่กราฟแสดงการทะลุลง — เชื่อกราฟ ฤดูกาลให้ความน่าจะเป็น ไม่ใช่การรับประกัน
พิจารณาการเปลี่ยนแปลง รูปแบบอ่อนแอลงเมื่อทุกคนรู้เกี่ยวกับพวกเขา เอฟเฟกต์มกราคมวันนี้ไม่สดใสเท่า 30 ปีที่แล้ว ตลาดปรับตัว อาร์บิทราจแคบลง
กับดักฤดูกาล
ข้อผิดพลาดหลักคือการพึ่งพาเฉพาะปฏิทิน
ปี 2020 ทำลายรูปแบบฤดูกาลทั้งหมด การระบาดคว่ำตลาด สถิติในอดีตไม่ทำงาน เหตุการณ์สุดขั้วแข็งแกร่งกว่าฤดูกาล
อย่าหาค่าเฉลี่ย "โดยเฉลี่ยมกราคมเติบโต 2%" ฟังดูดี แต่ถ้า 6 ใน 10 ปีเห็นการเติบโต 8% และ 4 ปีเห็นการลดลง 10% ค่าเฉลี่ยไร้ประโยชน์ ดูมัธยฐานและความถี่ ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย
ค่าคอมมิชชันกินเปรียบ ถ้าเอฟเฟกต์ฤดูกาลให้กำไร 1-2% และคุณจ่าย 0.5% สำหรับการเข้าและออก เหลือน้อย กลยุทธ์ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าสำหรับนักลงทุนระยะยาว
เครื่องมือสำหรับการทำงาน
ข้อมูลในอดีตคือพื้นฐาน โดยไม่มีมัน ฤดูกาลเป็นเพียงข่าวลือ
การทดสอบย้อนหลังแสดงว่ารูปแบบทำงานในอดีตหรือไม่ แต่อดีตไม่รับประกันอนาคต ตลาดเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเปลี่ยนแปลง
ปฏิทินเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจช่วยเข้าใจสาเหตุของฤดูกาล เมื่อใดรายงานรายไตรมาสถูกเผยแพร่ เมื่อใดเงินปันผลถูกจ่าย เมื่อใดระยะเวลาภาษีปิด
เทรดเดอร์จำนวนมากใช้ตัวบ่งชี้เพื่อติดตามรูปแบบฤดูกาล หรือเพียงแค่พบว่ามันสะดวกที่จะมีการแสดงภาพข้อมูลในอดีตบนกราฟ
Finding support and resistance zones that deliver resultsวิธีหาแนวรับและแนวต้านที่ใช้งานได้จริง
ราคาไม่เคยเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง มันตีกลับจากอุปสรรคที่มองไม่เห็น หยุดชั่วคราว กลับตัว อุปสรรคเหล่านี้เรียกว่าแนวรับและแนวต้าน
ฟังดูง่าย แต่เทรดเดอร์มักจะลากเส้นในที่ที่ไม่มี หรือพลาดโซนที่แข็งแกร่งจริงๆ มาดูกันว่าจะหาระดับที่ราคาตอบสนองซ้ำแล้วซ้ำอีกได้อย่างไร
แนวรับและแนวต้านคืออะไร
ลองนึกภาพลูกบอลที่ถูกโยนในห้อง มันกระทบพื้นและเพดาน พื้นคือแนวรับ เพดานคือแนวต้าน
แนวรับทำงานจากด้านล่าง เมื่อราคาตกลงมาถึงโซนนี้ ผู้ซื้อจะเริ่มทำงาน พวกเขาคิดว่าสินทรัพย์ถูก และเริ่มซื้อ การลดลงช้าลงหรือหยุด
แนวต้านทำงานจากด้านบน ราคาเพิ่มขึ้น ถึงความสูงที่แน่นอน และผู้ขายตื่นขึ้น บางคนล็อกกำไร บางคนคิดว่าสินทรัพย์มีมูลค่าสูงเกินไป การเติบโตช้าลง
ทำไมระดับถึงได้ผล
เทรดเดอร์หลายพันคนดูกราฟเดียวกัน หลายคนเห็นจุดกลับตัวเดียวกันในอดีต
เมื่อราคาเข้าใกล้โซนนี้อีกครั้ง เทรดเดอร์จำได้ บางคนวางคำสั่งซื้อรอที่แนวรับ คนอื่นเตรียมขายที่แนวต้าน มันกลายเป็นคำทำนายที่สำเร็จด้วยตัวเอง
ยิ่งมีคนสังเกตเห็นระดับมากเท่าไหร่ มันก็แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
จะหาแนวรับและแนวต้านที่ไหน
เริ่มต้นด้วยกราฟรายสัปดาห์หรือรายวัน ย่อออกเพื่อดูประวัติหลายเดือนหรือหลายปี
มองหาสถานที่ที่ราคากลับตัวหลายครั้ง ไม่ใช่การตีกลับครั้งเดียว แต่สอง-สาม-สี่ครั้ง ยิ่งราคาตอบสนองต่อระดับบ่อยเท่าไหร่ มันก็น่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น
ดูตัวเลขกลม จิตวิทยาของเทรดเดอร์ทำให้ระดับอย่าง 100, 1000, 50 ดึงดูดความสนใจ คำสั่งรวมตัวรอบๆ เครื่องหมายเหล่านี้
มองหาจุดสูงสุดและต่ำสุดเก่า ยอดของปี 2020 สามารถกลายเป็นแนวต้านในปี 2025 จุดต่ำสุดของวิกฤตกลายเป็นแนวรับหนึ่งปีต่อมา
วาดระดับอย่างถูกต้อง
ระดับไม่ใช่เส้นบาง มันคือโซนกว้างหลายจุดหรือเปอร์เซ็นต์
ราคาไม่ค่อยตีกลับจากเครื่องหมายที่แน่นอน มันสามารถทะลุผ่านระดับสองสามจุด รวบรวมสต็อปลอสและกลับมา หรือหยุดก่อนหน้านั้นเล็กน้อย
วาดเส้นแนวนอนผ่านตัวเทียน ไม่ใช่ผ่านหาง หางแสดงการพุ่งขึ้นของอารมณ์ระยะสั้น ตัวเทียนคือที่ที่ราคาปิด ที่เทรดเดอร์ตกลงประนีประนอม
อย่าทำให้กราฟของคุณรกด้วยเส้นนับร้อย เก็บ 3-5 ระดับที่ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณวาด 20 เส้น ครึ่งหนึ่งของมันไม่ได้ผล
วิธีตรวจสอบความแข็งแกร่งของระดับ
นับการสัมผัส การตีกลับสามครั้งน่าเชื่อถือกว่าหนึ่งครั้ง การตีกลับห้าครั้ง - นั่นคือโซนที่ทรงพลัง
ดูปริมาณการซื้อขาย ถ้ามีการซื้อขายมากที่ระดับ มันยืนยันความสำคัญของมัน ปริมาณขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่ทำงานที่นี่
ให้ความสนใจกับเวลา ระดับที่ได้ผลห้าปีที่แล้วอาจสูญเสียความแข็งแกร่ง ระดับใหม่มักแข็งแกร่งกว่าระดับเก่า
เมื่อระดับแตก
การทะลุเกิดขึ้นเมื่อราคาปิดเกินระดับ ไม่ได้แค่แตะด้วยหาง แต่ปิด
หลังการทะลุ แนวรับกลายเป็นแนวต้าน และในทางกลับกัน นี่เรียกว่าการเปลี่ยนขั้ว เทรดเดอร์ที่ซื้อที่แนวรับเก่าตอนนี้นั่งขาดทุนและรอการกลับไปยังจุดเข้าเพื่อออกโดยไม่มีการสูญเสีย
การทะลุต้องได้รับการยืนยัน เทียนหนึ่งเกินระดับยังไม่ใช่การทะลุ รอให้วันปิด ตรวจสอบปริมาณ ตรวจสอบว่าราคาไม่กลับมา
การทะลุเท็จเกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้เล่นรายใหญ่เคาะสต็อปออกโดยเจตนาเพื่อรวบรวมสภาพคล่อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เทรดเดอร์วาดระดับในกรอบเวลาเล็ก กราฟห้านาทีเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน ระดับจากกราฟรายชั่วโมงหรือรายวันได้ผลดีกว่า
เทรดเดอร์เพิกเฉยต่อบริบท แนวรับในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งกว่าในแนวโน้มขาลง แนวต้านในตลาดที่ตกแตกได้ง่ายกว่า
เทรดเดอร์เข้าที่ระดับพอดี ดีกว่าที่จะรอการตีกลับและการยืนยัน ราคาสามารถทะลุผ่านระดับหลายจุด เคาะสต็อปของคุณออก แล้วกลับตัว
ระดับแนวทแยง
แนวรับและแนวต้านไม่ได้เป็นแนวนอนเท่านั้น เส้นแนวโน้มทำงานเป็นระดับแบบไดนามิก
ในแนวโน้มขาขึ้น วาดเส้นผ่านจุดต่ำสุด ราคาจะตีกลับจากเส้นนี้ขึ้นไป
ในแนวโน้มขาลง เชื่อมต่อจุดสูงสุด เส้นกลายเป็นแนวต้านแบบไดนามิก
เส้นแนวโน้มแตกเหมือนระดับแนวนอน การทะลุเส้นแนวโน้มมักบ่งบอกถึงการกลับตัวของแนวโน้ม
รวมกับเครื่องมืออื่น
ระดับไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยว ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มขึ้นเมื่อพวกมันตรงกับสัญญาณอื่น
ระดับที่ตัวเลขกลม + กลุ่มของการตีกลับในอดีต + โซนซื้อมากเกินไปบนออสซิลเลเตอร์ - นี่คือการผสมผสานที่ทรงพลังสำหรับการหาการกลับตัว
เทรดเดอร์มักเพิ่มตัวบ่งชี้ทางเทคนิคลงในกราฟของพวกเขาเพื่อช่วยยืนยันปฏิกิริยาราคาที่ระดับ สิ่งนี้ทำให้การวิเคราะห์เชื่อถือได้มากขึ้นและลดสัญญาณเท็จ
Gold – ปฏิเสธเส้นแนวโน้ม แต่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องทองคำยังคงตอบสนองอย่างแข็งแกร่งที่เส้นแนวโน้มขาลง โดยสร้างจุดต่ำสุดใหม่ - เป็นการยืนยันว่าผู้ขายยังคงรักษาความได้เปรียบไว้ โซน FVG ด้านบนยังทำหน้าที่เป็นแนวต้าน ทำให้ราคาสร้างโมเมนตัมการฟื้นตัวได้ยาก
ขณะนี้ราคาเป็นเพียงการทดสอบ FVG อีกครั้งเล็กน้อย - นี่อาจเป็นการฟื้นตัวทางเทคนิคก่อนที่จะขยายแนวโน้มขาลงต่อไป
สัญญาณหลัก: ราคาดีดตัวกลับเข้าสู่โซนแนวต้าน FVG → ล้มเหลวที่จะเกินเส้นแนวโน้ม → XAUUSD อาจยังคงตกลงไปที่พื้นที่เป้าหมาย 4,143 - 4,150 (ดึงดูดสภาพคล่องที่ด้านล่าง)
โซนเฝ้าระวัง: 4,188 – 4,200 (แนวต้านสำคัญ)
Psychological Box – กล่องที่มองไม่เห็น แต่ควบคุมตลาดกว่า 80%“คุณไม่ได้แพ้เพราะวิเคราะห์ผิด — คุณแพ้เพราะคุณไม่เห็นกับดักที่ตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกคุณ.”
1. Psychological Box คืออะไร?
ในแต่ละตลาด (XAU, BTC, EUR…) จะมีโซนราคาที่ ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็น:
Support/Resistance
Supply–Demand
FVG
Order Block
แต่ราคา ตอบสนองแรงมาก และมักสร้าง trap ที่ลึก นี่คือ Psychological Box — โซนที่เกิดจาก พฤติกรรมซ้ำของนักเทรดจำนวนมาก + อัลกอริทึมด้าน liquidity
ตัวอย่าง:
จุดที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ตั้ง stop-loss
พื้นที่ bot ไล่ล่า SL
ระดับที่ smart money สร้างกับดัก
โซน “ภาพลวงของเทรนด์” ที่ทำให้เทรดผิดทิศ
➡️ กล่องนี้มองไม่เห็น แต่ตลาดจำได้เสมอ.
2. ทำไมเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ถึงมองไม่เห็น Psychological Box?
เพราะพวกเขาโฟกัสอยู่กับ:
RSI, MACD, EMA
เส้น S/R
breakout
รูปแบบแท่งเทียน
แต่ตลาดขับเคลื่อนด้วย:
liquidity pocket
โซนทางจิตวิทยา
พฤติกรรมราคาที่เปลี่ยนบทบาท
ปฏิกิริยาซ้ำ ๆ ของฝูงชน
➡️ เทรดเดอร์ดูกราฟด้วย เทคนิคอล
➡️ ตลาดวิ่งด้วย จิตวิทยา + liquidity
→ ผลลัพธ์ = ติดล๊อค
3. วิธีระบุ Psychological Box บนกราฟ
ใช้ timeframe ใหญ่: H4 – D1 – Weekly
ค้นหาโซนที่:
ราคา反応ซ้ำ 2–3 ครั้งถึงแม้ไม่ใช่ S/R
มี wick ยาวหลายแท่งติดกัน
volume spike ผิดปกติแต่เทรนด์ไม่ถูกทำลาย
มี “stop cluster” อยู่ด้านบน/ล่าง
ทำเป็น BOX แล้วคุณจะเห็นว่า:
🔸 ราคารีเทสต์หลายครั้งมาก
🔸 การ break มักนำไปสู่ FOMO trap
🔸 fake-break จะดึง liquidity ลึกมาก
4. Psychological Box ช่วยอะไรได้บ้าง?
คาดการณ์ react zone ล่วงหน้า
วิเคราะห์จุดที่ smart money วางกับดัก
เดา break/fake-break ได้แม่นยำกว่า S/R
เห็นพฤติกรรมตลาดที่เกิดซ้ำตามวงจร
ใช้ได้กับทุกตลาด XAU, BTC, EUR… ทุก timeframe.
เทรดให้ชาญฉลาด ไม่ใช่เสี่ยงโดยไม่จำเป็น.
MXL🌎 MaxLinear ถือเป็นการพลิกฟื้นธุรกิจที่น่าสนใจและมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในตลาดสำคัญๆ ที่มีการเติบโต บริษัทเป็นผู้จัดหาชิปสำหรับเครือข่ายและศูนย์ข้อมูล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลประกอบการทางการเงินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจัยขับเคลื่อนหลักประกอบด้วย:
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ที่โดดเด่น: รายได้แตะระดับ 126.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่ +56% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ +16% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิแบบ non-GAAP โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.14 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโครงสร้างพื้นฐาน: กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (ศูนย์ข้อมูล, 5G) มีรายได้ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น +75% เมื่อเทียบกับปีก่อน เน้นย้ำถึงการเข้าสู่ตลาดที่มีความต้องการสูง
แนวโน้มที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการดำเนินงานหลายปี: ฝ่ายบริหารให้มุมมองเชิงบวกสำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 (รายได้: 130-140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และระบุว่ารายได้ของกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอาจเติบโตเป็น 300-500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 2-3 ปี
แรงผลักดันสำคัญ: ผลิตภัณฑ์ Keystone PAM4 DSP สำหรับออปติก 800G (สำคัญอย่างยิ่งสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI) ได้รับการรับรองมาตรฐานในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย โดยคาดการณ์รายได้ในปี 2568 ไว้ที่ 60-70 ล้านดอลลาร์
กำไรและกระแสเงินสดที่ดีขึ้น: รายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สาม และกำไรแบบ non-GAAP ในไตรมาสที่สอง บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 10.1 ล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรกำลังขยายตัว (อัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบ non-GAAP เพิ่มขึ้นเป็น 12% จาก 7% ในไตรมาสที่ 2) ซึ่งบ่งชี้ว่าการเติบโตต่อไปจะสร้างผลกำไรสูง






















