**การวิเคราะห์ราคาทองคำ (XAU/USD): แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอ่อนตัวหลังทรัมป์กลับลำท่าที**
ราคาทองคำอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลบริเวณ 4,900 ดอลลาร์ โดยระหว่างการซื้อขายในช่วงเอเชียวันพฤหัสบดี ราคาปรับลดลงและยุติการปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วัน สาเหตุหลักมาจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่กลับมาอยู่ในโหมดรับความเสี่ยง (Risk-on) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับลำท่าทีเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำลดลง
**มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)**
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 100 ช่วงเวลา (100-period SMA) ปรับตัวสูงขึ้นและอยู่ที่ระดับ 4,711.55 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำยังคงยืนเหนือเส้นดังกล่าวได้ สะท้อนภาพรวมเชิงบวกในเชิงแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม สัญญาณจาก MACD ยังคงอ่อนแรง โดยเส้น MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นสัญญาณและต่ำกว่าระดับศูนย์ แม้ฮิสโตแกรมฝั่งลบที่หดตัวลงจะบ่งชี้ว่าแรงกดดันขาลงเริ่มชะลอตัว ด้าน RSI อยู่ที่ระดับ 46 ซึ่งเป็นโซนกลางและเริ่มขยับสูงขึ้น สอดคล้องกับภาวะการทรงตัวของราคา
เมื่อวัดจากจุดต่ำสุดที่ 4,535.22 ดอลลาร์ ไปยังจุดสูงสุดที่ 4,889.37 ดอลลาร์ พบว่าระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ที่ 4,754.08 ดอลลาร์ ทำหน้าที่เป็นแนวรับแรก ขณะที่ระดับ 23.6% ที่ 4,805.79 ดอลลาร์ เป็นจุดชี้วัดทิศทางระยะสั้น หากราคาสามารถทะลุขึ้นเหนือแนวนี้ได้อย่างชัดเจน จะช่วยตอกย้ำมุมมองเชิงบวก แต่หากหลุดต่ำกว่าแนวรับแรก จะเปิดความเสี่ยงต่อการปรับฐานลงสู่ระดับ 50% ที่บริเวณ 4,712.29 ดอลลาร์
**ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)**
ความเชื่อมั่นในการลงทุนทั่วโลกฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังทรัมป์แสดงท่าทีผ่อนคลายเกี่ยวกับกรีนแลนด์และความสัมพันธ์กับชาติยุโรป ซึ่งกระตุ้นแรงขายทำกำไรในทองคำ ท่ามกลางภาวะที่ตลาดอยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (Overbought) และก่อนการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ
ระหว่างการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ทรัมป์ได้ถอนคำขู่ในการเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อ 8 ประเทศในยุโรป และยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังยึดครองกรีนแลนด์ พร้อมระบุว่าบรรลุกรอบข้อตกลงในอนาคตร่วมกับ NATO ซึ่งตอบโจทย์ด้านระบบป้องกันขีปนาวุธและการเข้าถึงแร่สำคัญ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ว่าจะไม่บังคับใช้มาตรการภาษีที่มีกำหนดเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO ลดลง และคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นแรง และแรงบวกดังกล่าวส่งต่อไปยังตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งกดดันความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
แม้สมาชิกรัฐสภายุโรปจะระงับการลงมติรับรองข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ–ยุโรปที่ตกลงกันไว้ในเดือนกรกฎาคม แต่กระแส “Sell America” ดูเหมือนจะอ่อนแรงลง จากความคาดหวังว่าความขัดแย้งทางการค้ากับยุโรปจะไม่กลับมารุนแรงอีก ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นไตรมาสนี้ และอาจยาวไปจนถึงวาระสุดท้ายของเจอโรม พาวเวลล์ ในเดือนพฤษภาคม ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงคาดการณ์ความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2026 และความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองต่อความเป็นอิสระของ Fed ยังคงจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์
ในระยะสั้น นักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังและเลือกที่จะรอการประกาศดัชนีราคา PCE ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed เพิ่มเติม รวมถึงรายงาน GDP ไตรมาส 3 (ครั้งสุดท้าย) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำ ทั้งนี้ ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานยังคงบ่งชี้ว่าฝั่งขาขึ้นของ XAU/USD ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่ามกลางภาวะซื้อมากเกินไปในกราฟระยะสั้น
#GoldAnalysis #XAUUSD #MacroEconomics #SafeHaven #Fed #RiskOn
ราคาทองคำอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลบริเวณ 4,900 ดอลลาร์ โดยระหว่างการซื้อขายในช่วงเอเชียวันพฤหัสบดี ราคาปรับลดลงและยุติการปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วัน สาเหตุหลักมาจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่กลับมาอยู่ในโหมดรับความเสี่ยง (Risk-on) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับลำท่าทีเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำลดลง
**มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)**
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 100 ช่วงเวลา (100-period SMA) ปรับตัวสูงขึ้นและอยู่ที่ระดับ 4,711.55 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำยังคงยืนเหนือเส้นดังกล่าวได้ สะท้อนภาพรวมเชิงบวกในเชิงแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม สัญญาณจาก MACD ยังคงอ่อนแรง โดยเส้น MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นสัญญาณและต่ำกว่าระดับศูนย์ แม้ฮิสโตแกรมฝั่งลบที่หดตัวลงจะบ่งชี้ว่าแรงกดดันขาลงเริ่มชะลอตัว ด้าน RSI อยู่ที่ระดับ 46 ซึ่งเป็นโซนกลางและเริ่มขยับสูงขึ้น สอดคล้องกับภาวะการทรงตัวของราคา
เมื่อวัดจากจุดต่ำสุดที่ 4,535.22 ดอลลาร์ ไปยังจุดสูงสุดที่ 4,889.37 ดอลลาร์ พบว่าระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ที่ 4,754.08 ดอลลาร์ ทำหน้าที่เป็นแนวรับแรก ขณะที่ระดับ 23.6% ที่ 4,805.79 ดอลลาร์ เป็นจุดชี้วัดทิศทางระยะสั้น หากราคาสามารถทะลุขึ้นเหนือแนวนี้ได้อย่างชัดเจน จะช่วยตอกย้ำมุมมองเชิงบวก แต่หากหลุดต่ำกว่าแนวรับแรก จะเปิดความเสี่ยงต่อการปรับฐานลงสู่ระดับ 50% ที่บริเวณ 4,712.29 ดอลลาร์
**ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)**
ความเชื่อมั่นในการลงทุนทั่วโลกฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังทรัมป์แสดงท่าทีผ่อนคลายเกี่ยวกับกรีนแลนด์และความสัมพันธ์กับชาติยุโรป ซึ่งกระตุ้นแรงขายทำกำไรในทองคำ ท่ามกลางภาวะที่ตลาดอยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (Overbought) และก่อนการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ
ระหว่างการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ทรัมป์ได้ถอนคำขู่ในการเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อ 8 ประเทศในยุโรป และยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังยึดครองกรีนแลนด์ พร้อมระบุว่าบรรลุกรอบข้อตกลงในอนาคตร่วมกับ NATO ซึ่งตอบโจทย์ด้านระบบป้องกันขีปนาวุธและการเข้าถึงแร่สำคัญ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ว่าจะไม่บังคับใช้มาตรการภาษีที่มีกำหนดเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO ลดลง และคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นแรง และแรงบวกดังกล่าวส่งต่อไปยังตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งกดดันความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
แม้สมาชิกรัฐสภายุโรปจะระงับการลงมติรับรองข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ–ยุโรปที่ตกลงกันไว้ในเดือนกรกฎาคม แต่กระแส “Sell America” ดูเหมือนจะอ่อนแรงลง จากความคาดหวังว่าความขัดแย้งทางการค้ากับยุโรปจะไม่กลับมารุนแรงอีก ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นไตรมาสนี้ และอาจยาวไปจนถึงวาระสุดท้ายของเจอโรม พาวเวลล์ ในเดือนพฤษภาคม ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงคาดการณ์ความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2026 และความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองต่อความเป็นอิสระของ Fed ยังคงจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์
ในระยะสั้น นักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังและเลือกที่จะรอการประกาศดัชนีราคา PCE ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed เพิ่มเติม รวมถึงรายงาน GDP ไตรมาส 3 (ครั้งสุดท้าย) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำ ทั้งนี้ ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานยังคงบ่งชี้ว่าฝั่งขาขึ้นของ XAU/USD ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่ามกลางภาวะซื้อมากเกินไปในกราฟระยะสั้น
#GoldAnalysis #XAUUSD #MacroEconomics #SafeHaven #Fed #RiskOn
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
