BTC: ใกล้ถึง 100K📢 หลังจากปรับตัวลดลง BTC ได้ยืนยันแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่ 74K เราได้สะสมตำแหน่งซื้อ (long) ที่จุดต่ำ และตลาดขณะนี้เริ่มมีอาการฟื้นคืน แม้ว่าตลาดขาขึ้น (bull market) ที่สมบูรณ์จะยังต้องใช้เวลาในการเติบโต เราควรเตรียมตัวไว้ใต้ระดับ 80K และรอคอยที่ตลาดจะพุ่งขึ้น
💡 กลยุทธ์การเทรด BTC วันนี้:
💰 ซื้อ BTCUSDT@75K-76K
🎯 TP: 82K-85K
⚠️⚠️⚠️ สัญญาณทั้งหมดแม่นยำเป็นเวลาเดือนเต็ม ฉันจะส่งสัญญาณที่แม่นยำต่อไปเพื่อช่วยให้คุณทำกำไรได้มากขึ้น ตลาดขณะนี้ผันผวนมาก—อย่าพลาดสัญญาณการเทรดประจำวัน!
สิ่งที่เทรดเดอร์กำลังพูดถึง
ระสั้น Short-BTC ได้ คุ้มค่าเสี่ยงภัย รอ เข้า 7 โมงเช้า ระยะสั้น Short-BTC ได้ คุ้มค่าเสี่ยง แรงซื้อเริ่มหมดแล้ว โอกาส 25%
*RSI 1 ชั่วโมงหมดแรงซื้อแล้ว
*แท่งกลับตัว รอคอนเฟิร์ม 7 โมงเช้าวันนี้ ไม่ได้ให้เขาตอนนี้
** จะมี แท่ง Week ด้วย อันตราย กว่าวันปกติ อาจจะมีวาฬ ขยับ เม่าอาจตายหมู่
*** ตั้งขาย รอให้นิ่งๆ ได้ อาจจะ 9โมง
ผมวาง SL ไว้ที่ 70000-70200 ถ้าหลุดนี้ มีโอกาส ร่วงต่อ
คือ ถ้ามันยืน ที่ราคา 70000 ไม่ได้ มีลุ้น ลงไปทดสอบ โลว เดิม ดังนั้นตั้ง SL สำหรับคนที่มองขึ้นไว้ที่ 70000 ถือว่าปกติ แต่จะโดน Stop Hunt ได้ ต้องมีการขยับ บ้าง
และผม แบ่งไม้เข้า ตั้งแต่ 71000 หลายไม้
เทคนิกที่ใช้ อินดี้ RSI
แท่ง กลับตัว **รอ 7 โมงเช้า**
คำเตือนสำหรับตัวเอง หากราคาทะลุ 73000-74000 มีโอกาสสูง ไปถึง 80000-82000 อันนี้ผมบอกตัวเอง หลุดอย่าเปรี้ยว ถั่วเพิ่ม
GMT วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569🟡 วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
💹 ภาพรวมตลาดทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นทำ สถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) บริเวณ 5,600 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 82,000 บาท ก่อนจะเผชิญ แรงขายทำกำไรอย่างรุนแรงในตลาด COMEX ส่งผลให้ราคาทองคำโลกปรับตัวลงมากกว่า 500 ดอลลาร์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากนั้นเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคา ทำให้ Gold Spot ฟื้นตัวกลับมายืนบริเวณ 5,300 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศปรับลงแรงไปแตะระดับราว 74,500 บาท ก่อนดีดกลับขึ้นมายืนแถว 77,000 บาท สะท้อนความผันผวนที่สูงมากในระยะสั้น
📌 ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา
🪙 1) แรงขายทำกำไรในกลุ่มโลหะมีค่า
ราคา Silver ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 122 ดอลลาร์ ก่อนถูกแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรง ปรับตัวลงกว่า 12% และล่าสุดเริ่มฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 110 ดอลลาร์
การปรับฐานพร้อมกันของทองคำและโลหะเงินสะท้อนลักษณะ Profit Taking หลังราคาขึ้นแรงต่อเนื่องจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์
🪙 2) กระแสเงินทุนกองทุน SPDR
SPDR Gold Trust
ล่าสุด ขายทองคำออก 3.43 ตัน
ภาพรวมยังคง ซื้อสุทธิสะสม 14.54 ตัน
สะท้อนว่าสถาบันมีการลดความเสี่ยงระยะสั้น แต่ยังคงถือมุมมองเชิงบวกในภาพใหญ่
🏦 3) มุมมองเชิงบวกระยะยาวจากสถาบันการเงิน
แม้ราคาจะผันผวนหนักในระยะสั้น แต่สถาบันการเงินรายใหญ่ เช่น
JP Morgan
ส่งสัญญาณ สนับสนุนการลงทุนในทองคำมากขึ้น โดยประเมินว่านักลงทุนจะเริ่มกระจายเงินลงทุนออกจาก ตราสารหนี้ (Bond) บางส่วนเข้าสู่ทองคำ และปรับเป้าหมายราคาทองคำระยะยาวไว้ที่ประมาณ
8,000 – 8,500 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นตลาดยังมีความเสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไร จากภาวะ ซื้อมากเกินไป (Overbought)
📊 วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเข้าสู่ภาวะ พักฐานและแกว่งตัวในกรอบ (Sideway / Corrective Phase) หลังการปรับขึ้นแรงผิดปกติในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ภาพใหญ่ยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้น (Major Uptrend)
แรงขายทำกำไรยังมีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากราคาหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์ จะเปิดทางให้เกิด
ทั้งนี้ ในเชิงโครงสร้าง การย่อตัวรอบนี้ยังถูกมองเป็น การปรับฐาน (Correction) มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มหลักเป็นขาลง
🎯 กลยุทธ์การลงทุน
ระยะสั้นความผันผวนสูงมาก
ไม่แนะนำไล่ราคาในช่วงรีบาวด์
รอสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับสำคัญ
ลดเลเวอเรจ และคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
💬 สรุปแนวโน้ม
✔ ทองคำทำ All-Time High ก่อนเกิดแรงเทขายรุนแรง
✔ ตลาดเข้าสู่ช่วงพักฐาน / Sideway ระยะสั้น
✔ ภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้น ไม่เสียโครงสร้าง
✔ สถาบันใหญ่ยังมองบวกในระยะยาว
✔ ระยะสั้นต้อง ระวังความผันผวนสูงมาก
✔ กลยุทธ์หลัก: ย่อซื้อ ไม่ไล่ราคา และคุมความเสี่ยง
แผน BTC ในระยะยาว🟠 BTC (Bitcoin) – TF 1M
สถานะปัจจุบัน: อยู่ในช่วง Wave 4 (Correction ระหว่างทางขาขึ้น)
โครงสร้างหลักยังเป็น Bull Market
Wave 3 ก่อนหน้าเป็น Extended Wave (แรง + Momentum ชัด)
ราคาปัจจุบันเริ่มพักฐาน → มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น Wave 4
Wave 4 มักลงมา:
0.236 – 0.382 Fib ของ Wave 3
Previous Resistance → Support (SMC Demand Zone)
ยังไม่ใช่สัญญาณกลับตัวขาลง
🔎 สิ่งที่ต้องรอ:
Correction แบบไม่ impulsive
Liquidity Sweep + CHoCH ใน TF ย่อย
Confirmation ก่อนเข้า Wave 5
📈 BTC ยังไม่จบรอบ
Wave 4 = พักฐานของ Smart Money
Wave 5 = โอกาสทำ New High รอบถัดไป
GMT วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569🟡 วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569
💹 ภาพรวมตลาดทองคำ
ตลาดทองคำกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังนักลงทุนให้น้ำหนักกับ ความตึงเครียดระหว่าง อิหร่าน และ สหรัฐอเมริกา จากรายงานการเตรียมจัดการประชุมที่ โอมาน ในวันนี้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการเจรจายัง ไม่มีความชัดเจน โดยฝั่งอิหร่านส่งสัญญาณต้องการหารือเฉพาะประเด็น นิวเคลียร์ ซึ่งทำให้ตลาดมองว่าความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ยังไม่คลี่คลาย และยังเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ความคาดหวังต่อการ ลดดอกเบี้ยของ Fed เริ่มลดลง หลังตลาดประเมินว่าโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยในระยะใกล้มีค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่า และจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำโลก
📌 ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา
🌍 1) ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง
แม้จะมีข่าวการเจรจาที่โอมาน แต่กรอบการพูดคุยที่จำกัดเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ ทำให้ตลาดยัง ไม่กล้าคลายความเสี่ยง และประเด็นอิหร่าน–สหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางทองคำ
🏦 2) นโยบายการเงินสหรัฐฯ
ตลาดลดน้ำหนักต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Federal Reserve (Fed) หลังประเมินว่าดอกเบี้ยมีแนวโน้ม ทรงตัวในระดับสูงนานกว่าคาด ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในระยะสั้น
💵 3) ค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินบาท
ค่าเงินดอลลาร์ยังคง แข็งค่าต่อเนื่อง
ค่าเงินบาทมีแนวโน้ม อ่อนค่า โดยวานนี้อ่อนค่าขึ้นไปแตะ 31.85 บาท/ดอลลาร์ และเช้านี้เคลื่อนไหวแถว 31.75 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทที่อ่อนค่าช่วย พยุงราคาทองคำในประเทศ ไม่ให้ปรับตัวลงแรงเท่าทองคำตลาดโลก
🪙 4) มุมมองจากสถาบันการเงิน
CIBC เผยคาดการณ์ว่า ราคาทองคำเฉลี่ยอาจอยู่ที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ สะท้อนมุมมองเชิงบวกระยะกลาง–ยาว แม้ระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดัน
🪙 5) กระแสเงินทุนกองทุน SPDR
SPDR Gold Trust
วันก่อนหน้า ขายออก 4.0 ตัน
ภาพรวมล่าสุดยังคง ซื้อสุทธิสะสม 5.96 ตัน
สะท้อนการ ลดความเสี่ยงระยะสั้น ขณะรอความชัดเจนของทิศทางตลาด
📊 วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค (Technical View)
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำ ปรับตัวลดลงอีกครั้ง สะท้อนว่าการปรับฐานยัง ไม่สิ้นสุด โดยโครงสร้างระยะสั้นยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway และคาดว่าการพักฐานรอบนี้อาจใช้เวลา ราว 1 เดือน
กรอบการเคลื่อนไหวระยะยาวยังค่อนข้างกว้างที่ 4,650 – 4,950 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นช่วงสะสมพลัง (Consolidation Range) ของตลาด ภาพใหญ่ยังไม่ยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลง
🧭 Zone สำคัญวันนี้
🟢 แนวรับ (Support Zones)
4,930 – 4,940 ดอลลาร์
4,890 – 4,900 ดอลลาร์
4,850 – 4,860 ดอลลาร์
🔴 แนวต้าน (Resistance Zones)
4,990 – 5,000 ดอลลาร์
5,090 – 5,100 ดอลลาร์
5,150 – 5,170 ดอลลาร์
🎯 กลยุทธ์การลงทุน
📌 กลยุทธ์หลัก: พักรอ – เทรดในกรอบ (Range Trading)
ระยะสั้นยังเป็น Sideway และมีโอกาสแกว่งแรง
ไม่แนะนำไล่ราคา
รอซื้อเมื่ออ่อนตัวใกล้แนวรับ และขายลดความเสี่ยงใกล้แนวต้าน
คุม Leverage และรักษาสภาพคล่อง
💬 สรุปแนวโน้ม
✔ ตลาดยังอยู่ในช่วง ปรับฐาน / Sideway
✔ ภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย แต่ดอกเบี้ยกดดันระยะสั้น
✔ ดอลลาร์แข็งค่า กดทองโลก
✔ ภาพใหญ่ยังไม่เสีย แต่ต้องใช้เวลาในการสร้างฐาน
✔ กลยุทธ์หลัก: รอความชัดเจน เทรดในกรอบอย่างมีวินัย
BTCUSD : ระบบ MACD ตัด 0 (ActionZone) มีสัญญาณ "ขาย" 21/1/2026อธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC
แต่ระบบนี้ก็จะมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดเช่นกัน คือ ในช่วงตลาด sideway ออกข้างเราอาจจะเจอ false sig ทำให้ต้องคืนกำไร คืนทุน กันบ่อยๆ ได้ หรือบางทีถ้าตลาดมีการทุบแรงๆ ก็อาจจะทำให้เจอการคืนกำไรหมดเช่นกัน เพราะระบบจะต้องรอ confirm ของเส้น MACD ก่อน ถึงจะยอมขาย ตอนขึ้น บางทีทำให้มันถือได้นาน ถือได้ทน รันเทรนได้นาน แต่ถ้าลงแรงก็จบกัน 555
ความเห็นของรอบนี้ :
เริ่มปีมาก็โดนซะแล้ว แหม ทำเป็นดีดไปทดสอบ EMA120 แถว 96k พอชนปุ๊บก็ร่วงปั๊บเหมือนนัดกันมา สรุปก็ร่วงมาจนชน SL พลิกจากกำไรกันเป็นขาดทุนเฉย
รอบนี้ถ้าใครวาง break-even stop loss เอาไว้ก็คงจะออกมาแบบพอเท่าทุน หรือกำไรนิดหน่อยได้ แต่ถ้าไม่ได้วางไว้ รอคัท ก็ได้คัทกันตามระเบียบ ...พอหันไปมองทอง ก็ได้แต่อิจฉาเขา รู้งี้เอาทุนคริปโตไปลงทองให้หมดยังจะดีซะกว่า 555 แต่ก็นั่นแหละ รู้ไรไม่สู้ รู้งี้
BTC ActionZone= แดง ( 21/1/2026 )
------------------
Entry : 93,800+-
SL Hit : 89,200 ( -4.66% )
Actual Loss = -2%
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-21Jan) Action Zone = -2%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = -2% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 1 ครั้ง
เทรดชนะ : 0 ครั้ง
เทรดแพ้ : 1 ครั้ง
Win Rate = 0%
BTC pattern – จากการขยายตัวสู่การกระจายตัวBTCUSDT ได้เสร็จสิ้นช่วงการกระจายตัวแล้วหลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เห็นได้จากรูปแบบยอดโค้งมนและจุดสูงสุดที่ค่อยๆ ต่ำลงเรื่อยๆ ราคาได้สูญเสียโซนสมดุลไปแล้ว และเส้น EMA ที่แสดงโมเมนตัมได้หันลง บ่งชี้ว่าแรงขายกำลังควบคุมการเคลื่อนไหวของราคามากกว่าการปรับตัวลงในระยะสั้น
ในบริบทปัจจุบัน สถานการณ์ที่เป็นไปได้คือ การเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ อย่างอ่อนๆ → การลดลงอย่างต่อเนื่อง มุ่งหน้าไปยังโซนสภาพคล่องที่ต่ำกว่าประมาณ 90.7k
คุณคิดว่าราคาจะเคลื่อนตัวลงไปสู่โซนสภาพคล่องที่ต่ำกว่า หรือเป็นการทะลุลงที่ผิดพลาด?
เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย?
BTC (1H) – แรงกดดันจากฝ่ายขายยังคงมีอิทธิพลหลังจากทะลุออกจากช่องขาขึ้น BTC ไม่สามารถกลับไปใช้โครงสร้างเดิมได้
การดีดตัวขึ้นทั้งหมดถูกกดดันด้วยแรงขายอย่างหนักที่ระดับ FVG ด้านบน ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ขายกำลังควบคุมแนวโน้มระยะสั้น
ราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในรูปแบบจุดสูงสุดที่ต่ำลง – จุดต่ำสุดที่ต่ำลง สะท้อนถึงการกระจายตัวอย่างต่อเนื่อง
RSI กำลังอ่อนตัวลงและยังไม่ให้สัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน
รายการจับตาดู
ให้ความสำคัญกับการลงต่อเนื่องหากราคายังคงถูกปฏิเสธที่โซน FVG ของการย้อนกลับ
โซนราคาต่ำกว่าประมาณ 89,300 เป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะถูกทดสอบหากแรงกดดันจากฝ่ายขายยังคงอยู่
BTC – การปรับตัวลงเพื่อการขึ้นต่อBTC ยังคงรักษาระดับแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง โดยราคาเกาะติดกับเส้นแนวโน้มขาขึ้น และเพิ่งทะลุออกจากโซนการรวมตัวอย่างแข็งแกร่ง ยืนยันว่าแรงซื้อกลับมาควบคุมตลาดแล้ว
หลังจากราคาพุ่งขึ้น สถานการณ์ที่คาดการณ์ไว้คือการปรับตัวลงทางเทคนิคไปยังโซนความต้องการที่ 92,000 – 93,000 หากโครงสร้างนี้ยังคงอยู่ มีความเป็นไปได้สูงที่จะขึ้นต่อไปยังเป้าหมาย 97,600 บนกราฟ
บริบท
เงินทุนที่พร้อมรับความเสี่ยงกำลังกลับเข้าสู่คริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากความคาดหวังไม่เข้มงวดมากนักสำหรับเฟด ในขณะที่ BTC ยังคงมีบทบาทนำ
➡️ ซื้อเมื่อราคาลง
➡️ อย่ากลัวพลาดโอกาส – รอการตอบสนองเมื่อมีความต้องการ
BTC พร้อมสำหรับการฟื้นตัว!หลังจากที่ราคาลดลงภายในกรอบการปรับฐาน BTCUSDT ได้หลุดพ้นจากแรงขายระยะสั้นและกลับมาสู่โซนสมดุลที่สำคัญ ซึ่งเป็นจุดที่ตลาดเคยมีการกระจายตัวอย่างรุนแรงมาก่อน
ราคาทรงตัวอยู่เหนือ Ichimoku cloud และรักษาระดับการแกว่งตัวที่แคบ แสดงให้เห็นว่าแรงขายอ่อนลง ในขณะที่ผู้ซื้อเริ่มกลับมาควบคุมการเคลื่อนไหวของราคา
โดยทั่วไปแล้ว Bitcoin ยังคงอยู่ในบริบทที่กองทุนถ่วงน้ำหนักความเสี่ยงค่อยๆ มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยบทบาทนำของ BTC ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
หากราคาคงอยู่ในโซนสมดุลปัจจุบัน สถานการณ์ที่เป็นไปได้คือการสร้างฐานราคาใหม่
หลังจากช่วงสะสมแล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่ BTC จะขยายช่วงขาขึ้น มุ่งหน้าไปยังโซนเป้าหมายด้านบนตามที่แสดงในแผนภูมิ
ความผันผวนระยะสั้นเป็นเพียงการทดสอบอุปสงค์และอุปทาน
BTC/USDT – การฟื้นตัวได้รับการสนับสนุนโครงสร้างตลาด
BTC ยังคงรักษาระดับ Higher Low ที่ชัดเจนในกรอบเวลา H2 ราคาตอบสนองในเชิงบวกซ้ำๆ ที่เส้นแนวโน้มขาขึ้น (เส้นประ) ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่ง EMA34/89 กำลังมาบรรจบกัน ทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิกสำหรับแนวโน้มปัจจุบัน
หลังจากช่วงการปรับฐาน ราคาได้ทะลุเหนือโซนสะสมเล็กน้อยในขณะที่ยังคงอยู่เหนือ EMA ซึ่งเสริมความเป็นไปได้ที่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงการสะสมอีกครั้งก่อนที่จะขยายตัวต่อไป
สถานการณ์หลักคือ ราคาจะยังคงรักษาระดับเหนือเส้นแนวโน้มและ EMA จากนั้นขยายการเคลื่อนไหวขึ้นไปสู่ระดับแนวต้านที่สูงขึ้นตามที่ระบุโดยลูกศรในกราฟ
BTC – ความเสี่ยงยังคงอยู่โครงสร้างทางเทคนิค
BTCUSDT สูญเสียโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นไปแล้ว โดยสร้างจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า รูปแบบการกระจายตัว (ยอดโค้งมน/การกระจายตัว) แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่อ่อนตัวลงอย่างชัดเจนในระดับที่สูงขึ้น
พฤติกรรมราคา
หลังจากราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว ราคาได้กลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ต่ำกว่าโซนแนวต้านเดิม ซึ่งบ่งชี้ถึงการรวมตัวแบบขาลงมากกว่าการสะสมตัวขึ้น การดีดตัวขึ้นอ่อนแอ และปริมาณการซื้อขายไม่สนับสนุนผู้ซื้อ
โซนสำคัญ
บริเวณราคาปัจจุบันทำหน้าที่เป็นโซนอุปทาน/แนวต้านที่พลิกกลับ
ให้ความสำคัญกับการขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยคาดว่าราคาจะทะลุจุดต่ำสุดของช่วงราคาและร่วงลงต่อไป
สถานการณ์หลัก
หาก BTC ไม่สามารถกลับขึ้นไปอยู่เหนือโซนแนวต้านด้านบนได้ ราคาอาจมีแนวโน้มที่จะ:
ทรงตัวต่อไปเพื่อดึงดูดสภาพคล่อง
จากนั้นร่วงลงไปที่บริเวณ 88,900 – 88,500
➡️ เป้าหมายขาลงถัดไปอยู่ที่ประมาณ 88,900 ดังแสดงในกราฟ
🌍 ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคแข็งแกร่งขึ้น
แรงกดดันจาก USD และอัตราดอกเบี้ย
ความคาดหวังว่า Fed จะไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะสั้นทำให้ USD แข็งค่า
ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงยังคงกดดันสินทรัพย์เสี่ยง เช่น สกุลเงินดิจิทัล
BTC/USDT - รีเซ็ตก่อนพุ่งขึ้นรอบต่อไปBTC กำลังปรับฐานอย่างเหมาะสมหลังจากแตะจุดสูงสุดที่ประมาณ 94.8K ราคาดีดตัวลงมาที่บริเวณ EMA34/89 และสร้างโครงสร้างฐานกลม/จุดต่ำสุดที่สูงขึ้น บ่งชี้ว่าผู้ซื้อยังคงควบคุมแนวโน้มหลักอยู่
การรักษาระดับเหนือ EMA และจุดต่ำสุดที่ใกล้ที่สุด → คาดว่าจะมีการต่อเนื่องเป็นขาขึ้น
คาดการณ์ว่า BTC จะเสร็จสิ้นช่วงสะสมระยะสั้นก่อนที่จะพุ่งขึ้นเพื่อทดสอบจุดสูงสุดเดิมและขยายช่วงขาขึ้นดังที่แสดงในกราฟ
– สภาพคล่องทั่วโลกยังคงสูง ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงกลับมา
– คาดการณ์ว่า Fed จะผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะกลาง → สินทรัพย์เสี่ยงได้รับประโยชน์
– เงินทุนสถาบันยังคงมอง BTC เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงดิจิทัลและสินทรัพย์เพื่อการเติบโตในระยะยาว
นี่เป็นการดีดตัวลงเพื่อสานต่อแนวโน้มหรือเป็นเพียงการดีดตัวทางเทคนิค?
BTC แสดงสัญญาณการกระจายตัว — แนวโน้มขาลงยังคงดำเนินอยู่BTCUSDT ได้สร้างรูปแบบการกระจายตัว (ยอดโค้งมน/การกระจายตัว) เสร็จสมบูรณ์แล้ว และกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องขาลงที่ชัดเจน ราคาได้สร้างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าแรงขายยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่า
สถานการณ์ที่คาดการณ์ไว้คือการดีดตัวทางเทคนิคไปยังเส้นแนวโน้ม/ช่องด้านบน ตามด้วยการเคลื่อนไหวลงอย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มหลัก ตราบใดที่ BTC ยังคงอยู่ต่ำกว่าช่องขาลง การดีดตัวใดๆ ควรพิจารณาว่าเป็นเพียงการดึงกลับเท่านั้น
แนวคิดหลัก:
ไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน → แนวโน้มขาลงยังคงอยู่สำหรับระยะสั้น
บิตคอยน์ — การรวมตัวในแดนขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปBTC ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องราคาขาขึ้น โดยการปรับฐานเป็นเพียงการดึงกลับทางเทคนิคเท่านั้น ราคาทรงตัวอยู่ในโซนแรงซื้อและเมฆอิจิโมกุ บ่งชี้ว่าแรงซื้อยังคงควบคุมแนวโน้มอยู่
สถานการณ์:
คาดว่าจะมีการรวมตัวในแนวนอน/การดึงกลับเล็กน้อยภายในโซนแนวรับ ตามด้วยการต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ 96,300+ ดังแสดงในกราฟ
หมายเหตุความเสี่ยง:
ควรติดตามเฉพาะปฏิกิริยาในโซนแรงซื้อเท่านั้น การทะลุแนวต้านอย่างชัดเจนจะทำให้สถานการณ์ขาขึ้นอ่อนแอลง
👉 คุณกำลังซื้อตอนราคาลงหรือรอการทะลุแนวต้านใหม่? แสดงความคิดเห็นของคุณในวันนี้!
เปรียบเทียบกลยุทธในการเทรด BTC 3 แบบ ตั้งแต่ปี 2022-2025พอดีช่วงปีใหม่ยุ่งๆ ก็เลยไม่ได้ทำสรุปประจำปี วันนี้ก็เลยแวะมาทำซักหน่อยนะครับ
สำหรับปีที่แล้วเราจะเห็นว่า ถึงแม้ BTC จะทำ ATH ใหม่ไปช่วงกลางๆ ปี แต่ว่า ระยะที่มันวิ่งนี่แทบไม่ได้ไปไหนไกลเลย โดยปีที่แล้ว ถ้าเทียบกันแบบ เปิดปี vs ปิดปี นี่... ขาดทุนด้วยซ้ำ วันนี้ก็เลยแวะมาอัพเดททิ้งไว้นิดนึงว่า ระหว่างการทำตามระบบ Action Zone กากๆ win rate ห่วยๆ กับใช้ท่า buy & hold หรือ DCA จะเป็นยังไง
ผลสั้นๆ เดี๋ยวค่อยมาอธิบายต่อ นั่นก็คือ...
==============
- Buy&Hold = -7.5% (ขาดทุน)
- DCA every week = -11.52% (ขาดทุน)
- inwCoin Trend Following = +3.9% (กำไร)
โอ้ว! จ๊อด! ไม่น่าเชื่อ ว่า Trend Following อย่าง Action Zone ที่ผมใช้ ที่คนด่ากันมาตลอดปี ว่าระบบกาก win rate ต่ำตม กลายเป็นพอจบปี กลับมีกำไรซะงั้น! 55555 โดยเรามาวิเคราะห์กันนะครับว่า ทำไม
======
1) Buy & Hold
======
- สำหรับระบบนี้ ก็ให้อนุมานว่า ซื้อตอนวันที่ 1 มกราคม ของเริ่มปี แล้วมาขายตอนสิ้นปี วันที่ 30 ธันวาคม ตอนจบปี
- โดยราคาซื้อ BTC ณ วันที่ 1/1/2025 ที่ผมได้บันทึกไว้ ก็คือ 96,217
- ราคาขาย BTC ณ วันที่ 30/1/2025 ที่ผมได้บันทึกไว้ ก็คือ 89,000
- คำนวณออกมาแล้ว ก็จะขาดทุนไปอยู่ที่ -7,217 หรือคิดเป็น -7.5% นั่นเองครับ
- ระบบนี้ ถ้าเป็นในช่วงปี 2023 หรือ 2024 ก็จะเห็นว่า เป็นระบบที่ให้กำไรโคตรดี แค่ซื้อแล้วถือไว้โง่ๆ ก็รวยแล้ว จะไปเทรดทำไมให้เหนื่อย โดยในปี 2024 ได้กำไร +125% และปี 2023 ได้กำไร +158%
- แต่ถ้าย้อนไปดูอีกหน่อย ในปี 2022 ก็จะพบว่า ถ้าใช้ระบบนี้ ก็จะขาดทุนถึง -65% ครับ
- สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณสามารถทนขาดทุนได้ถึงระดับ -65%++ ( หรืออาจจะถึง -80%++ ระหว่างปี ) ได้ คุณก็สามารถใช้ระบบนี้ได้นั่นเอง
- แต่ถ้าเราอยากใช้ระบบนี้แบบคุมความเสี่ยงล่ะ? เราจะทำยังไง ก็มีวิธีง่ายๆ ครับ ก็คือการคำนวณย้อนกลับไปถึง maximum money ที่เรายอมเสียได้
- สมมุติว่า เรายอม bet ด้วยระบบนี้ ที่ 10% ของพอร์ต โดยเราประเมินว่า ในช่วงที่ขาดทุนหนักที่สุดของระบบนี้ ที่จะเป็นไปได้ของ BTC คือ -80%
- เราก็จะมี maximum drawdown อยู่ที่ 10% * -80% = -8% ของพอร์ตนั่นเองครับ
- ดังนั้น ถ้าเราใช้ระบบนี้ โดยการเอาเงิน 10% ของพอร์ต มาเสี่ยงทั้งก้อน เราก็จะได้ข้อสรุปว่า
- 2025 = 10% * (-7.5%) = ขาดทุน -0.75%
- 2024 = 10% * 125% = กำไร 12.5%
- 2023 = 10% * 158% = กำไร 15.8%
- 2022 = 10% * (-65% ) = ขาดทุน -6.5%
- 2021 = 10% * 408% = กำไร 40.8%
- จะเห็นได้ว่า เอาจริงๆ ถ้าเราคุมความเสี่ยงให้จำกัด กำไรมันก็ไม่ได้เวอร์วังอลังกาล่าอะไรมาก ขนาดในปีที่ดีสุดๆ อย่างปี 2021 ถ้าเราคุมเสี่ยงเราก็มีกำไรแค่ 40% เท่านั้น
- แต่ก็นั่นแหละ เรื่องการ "คุมความเสี่ยง" เป็นเรื่องที่พูดให้คนที่ไม่เคยเจ๊งมาก่อน ก็จะไม่เข้าใจ ทำไงก็จะไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่เคยผ่านภาวะที่ใจพังยับมาก่อน ดังนั้น ผมก็คงไม่สอนไรมาก แค่คำนวณตัวเลขให้ดูเฉยๆ ล่ะกันครับ
===
2) DCA ทุกๆ สัปดาห์
===
- สำหรับระบบ DCA ทุกๆ สัปดาห์ จริงๆ ก็คล้ายๆ กับ buy & hold นะแหละ แต่เราไม่อยากซื้อด้วยเงินก้อนเดียว เลยเอาเงินก้อนนั้นมากระจายซื้อ BTC ไปทุกๆ สัปดาห์แทน
- ซึ่งวิธีนี้ มันจะดีต่อใจมากกว่าตรงที่ว่า บางทีเราจะซื้อเฉลี่ยๆ กันไป ตอนลงมันก็ไม่ลงหนัก แต่ตอนได้มันก็ไม่ได้เยอะเช่นกัน
- โดยผลย้อนหลังของกลยุทธนี้ จะมีดังนี้
- 2025 = -11.52% ( ถ้าวางเงิน 10% = -1.52% )
- 2024 = 54.87% ( ถ้าวางเงิน 10% = 5.48% )
- 2023 = 55.95% ( ถ้าวางเงิน 10% = 5.95% )
- 2022 = -33.84% ( ถ้าวางเงิน 10% = -3.84% )
- ส่วนปี 2021 ผมยังไม่ได้เก็บ record ก็เลยไม่มีข้อมูลครับ
- จะเห็นว่า ถ้าเทียบกันแบบปีต่อปีระบบอย่าง DCA ผลตอบแทนก็ไม่ได้ดีอะไร แถมจะแย่ซะด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้วแนวคิดของ DCA ที่ใช้กันก็คือ "มองเกมยาวๆ ระดับ 5 ปี 10 ปีขึ้นไป แล้วทำการ DCA อย่างมีวินัย" ดังนั้น การจะมาเทียบแบบปีต่อปีมันก็อาจจะไม่ค่อยได้ผลที่ดีเท่าไหร่
- โดยผมเองก็ได้ทำข้อมูลการ DCA ย้อนหลังไว้ ตั้งแต่ปี 2020 ถึงสิ้นปี 2025 ก็จะพบว่า.. มีกำไรทั้งสิ้น ประมาณ +150% เทียบกับเงินที่ลงไปทั้งหมด นั่นเองครับ
- เอาจริงๆ ถ้ามองกันแฟร์ๆ ก็แพ้ทองแบบราบคาบอะนะ 555
===
3) เทรดตามระบบ Trend Following
===
- สำหรับวิธีสุดท้าย และเป็นวิธีที่ผมเองก็ใช้อยู่ด้วย นั่นคือ การเทรดตามระบบ Trend Following โดยก่อนหน้านี้ผมได้ใช้อยู่หลายระบบด้วยกัน แต่มาช่วงกลางๆ ปี ผมมาหยุด revise strategy ใหม่ แล้วก็เลยเอาตัวที่ไม่ค่อย perform ออกไป ก็เลยเหลือไว้แค่ MACD ตัดศูนย์ หรือ Action Zone เท่านั้นครับ
- โดยก่อนหน้านี้ระบบที่ผมใช้จะมีความเสี่ยงรวมประมาณ 3% ของพอร์ต ( กลยุทธละ Risk 1% ) โดยที่ผ่านมา มีผลการเทรดดังต่อไปนี้ ( เป็นผลการเทรดจากการบันทึกจุดเข้าจุดออกตรงๆ ส่วนผลเทรดจริงจะคลาดเคลื่อนต่ำกว่านี้บ้าง เพราะมีค่า fee และอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องครับ )
- 2025 = +3.9%
- 2024 = +44%
- 2023 = +57%
- 2022 = -4%
- ส่วนปี 2021 ผมยัง log profit ค่อนข้างมั่ว ก็เลยไม่ขอเอามาใส่ลงให้เห็นล่ะกัน แต่ถ้าจะเล่าก็คือพอร์ตโตฉ่ำๆ เหมือนชาวบ้านเขาทุกคนในปีนั้นแหละครับ
- จะเห็นได้ว่า ในปีที่แย่โคตรๆ อย่างปี 2022 ถ้าเราคุมความเสี่ยงดีๆ มันก็ไม่ได้ขาดทุนหนักอะไรมาก พอไล่ย้อนดูก็ขาดทุนพอๆ กับกลยุทธอื่นๆ น่ะแหละ แต่สำหรับผม ปี 2022 นี่ก็บอกได้ว่า เทรด USDT สนุกมาก พอร์ตเขียวได้ตอนจบปีเพราะเทรด USDT เลย
---
สรุป
---
- สรุปแล้ว...เราจะเลือกกลยุทธไหน ส่วนตัวมองว่า แล้วแต่ประสบการณ์ และสิ่งที่เราเจอมาจากตลาดครับ เพราะสำหรับผมที่เจอตลาดเล่นจนเกือบหมดตัวมาแล้ว ก็จะมองหากลยุทธที่จำกัดความเสี่ยง ( downside risk ) มากกว่าที่จะไปซัดเต็มข้อ หรือ all-in มากกว่าครับ ทำให้กลยุทธแนว Trend following สำหรับผม มันตอบโจทย์มากๆ
- แต่สำหรับกลยุทธระยะยาว อย่าง DCA ผมก็ยังทำอยู่อย่างสม่ำเสมอนะ โดยเริ่ม DCA มาตั้งแต่ต้นปี 2023 นี่ก็ทำมาได้สามปีละ ก็พบว่า... กำไรแม่งแค่ 12% เท่านั้นเอง 5555 งงเหมือนกันว่าทำไมเหลือแค่นี้ แต่มันก็ได้นี้จริงๆ น่ะแหละ
- ก็แวะมาสรุปกลยุทธกันหน่อย เก็บไว้อ่านเองด้วย + เอามาแชร์ให้คนทั่วไปได้อ่านกันด้วย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีประโยชน์ครับ
ปล. สำหรับท่านที่สงสัยว่าผมหายไปไหนจาก fb ก็ขอบอกว่า พอดี account fb ปลิวครับ ก็เลยอัพเดทอะไรอีกไม่ได้ 555 แต่ก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่า social detox ไปในตัวล่ะกัน
BTCUSD : ระบบ MACD ตัด 0 (ActionZone) มีสัญญาณ "ซื้อ" 6/1/2026อธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC
แต่ระบบนี้ก็จะมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดเช่นกัน คือ ในช่วงตลาด sideway ออกข้างเราอาจจะเจอ false sig ทำให้ต้องคืนกำไร คืนทุน กันบ่อยๆ ได้ หรือบางทีถ้าตลาดมีการทุบแรงๆ ก็อาจจะทำให้เจอการคืนกำไรหมดเช่นกัน เพราะระบบจะต้องรอ confirm ของเส้น MACD ก่อน ถึงจะยอมขาย ตอนขึ้น บางทีทำให้มันถือได้นาน ถือได้ทน รันเทรนได้นาน แต่ถ้าลงแรงก็จบกัน 555
ความเห็นของรอบนี้ :
หลังจากที่มีสัญญาณขายครั้งสุดท้ายเมื่อ 11/10/2025 หรือเมื่อเกือบสามเดือนก่อน ที่แถวๆ 112,600 ถ้าเราขายออกไปตามระบบ เราก็จะไม่ต้องมานั่งปวดหัวตอนที่ BTC ลงไปต่ำสุดที่ 80k ในเดือน พ.ย. 2025 นั่นเองครับ การทำตามระบบ มันดีตรงนี้นี่แหละ
หลังจากนั้น BTC เขาก็ยึกๆ ยักๆ แกว่งไปแกว่งมาจนสุดท้ายก็แทบจะนิ่งเป็นศพ วิ่งในโซนแคบๆ ซึ่ง... ก็เป็นท่าปกติของเขา ที่ทำมาเรื่อยๆ แทบจะทุกปี ก่อนที่อยู่ๆ ก็ค่อยๆ เลื้อยขึ้นมาจนทำให้ระบบเขียวอีกจนได้ในวันนี้
รอบนี้ ระบบก็เขียวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าเราอยากทำตามระบบ เราก็แค่กัดฟัน วางแผนความเสี่ยง แล้วก็หลับตากดซื้อๆ ไป อย่าไปคิดเยอะ เพราะถ้าคิดเยอะบางทีเราก็อาจจะตกรถได้ แต่ถ้าใครยังหลอน ไม่อยากซื้อวันนี้ ก็อาจจะใช้ท่าทยอยซื้อแบบหลายไม้ก็ได้เหมือนกัน เช่น วันนี้ ครึ่งไม้ พรุ่งนี้ ครึ่งไม้ เป็นต้น หรือกลัวจัดๆ ก็ไปลดความเสี่ยง ลด position size แทน ก็ได้เหมือนกันครับ
BTC ActionZone= แดง ( 6/1/2026 )
------------------
Entry : 93,800+-
SL : 89,200 ( -4.66% )
Position Size
Risk 2% = 40% ของพอร์ต ( ปัดเศษ )
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-???) Action Zone = ??%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = ??% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 1 ครั้ง
เทรดชนะ : ? ครั้ง
เทรดแพ้ : ? ครั้ง
Win Rate = ??%
BTC/USDT – ซื้อตอนราคาลง แนวโน้มยังแข็งแกร่งBTC ยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน โดยราคาอยู่เหนือ EMA34/EMA89 → โครงสร้างขาขึ้นยังไม่ถูกทำลาย
การปรับฐานในปัจจุบันเป็นเพียงการดึงกลับทางเทคนิคหลังจากเคลื่อนไหวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
โซนสำคัญ:
โซนอุปสงค์ (กรอบสีเขียว) + จุดบรรจบของ EMA34/EMA89 → พื้นที่สำคัญสำหรับการซื้อ
สถานการณ์ขาขึ้นจะถูกยกเลิกก็ต่อเมื่อแท่งเทียน H1 ปิดต่ำกว่า EMA89
การรวมตัวของราคา – การปรับตัวเล็กน้อย → จะยังคงดันขึ้นเพื่อทะลุจุดสูงสุดที่ใกล้ที่สุด
เป้าหมายอยู่ที่บริเวณ 95,000+ ตามแนวโน้ม
แนวโน้มคือเพื่อนของคุณ — อย่าต่อสู้กับตลาด
BTC – การเคลื่อนไหวขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปBTC กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องราคาขาขึ้นที่ชัดเจน สร้างจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ลูกศรสีเขียว) → โครงสร้างแนวโน้มยังคงอยู่ ราคาได้ทะลุและทดสอบโซนความต้องการ (พื้นที่สีเขียว) ได้สำเร็จแล้ว
สถานการณ์ที่ต้องการ (ขาขึ้น):
ราคาทรงตัวอยู่เหนือโซนแนวรับแล้วจึงเคลื่อนไหวขึ้นต่อไป
เป้าหมายอยู่ที่จุดสูงสุดก่อนหน้าและขอบบนของช่องราคา
เงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง:
สูญเสียโซนความต้องการในพื้นที่สีเขียว → แนวโน้มระยะสั้นอ่อนตัวลง
ขึ้นตามโครงสร้าง รอการปรับตัวลง – อย่าไล่ตามราคา
บิตคอยน์กำลังฟื้นตัว!หลังจากฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด BTC กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น โดยมีจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และทรงตัวอยู่ได้ โซนสะสมด้านล่าง (พื้นที่สีฟ้า) ยังคงทำหน้าที่เป็นโซนอุปสงค์ที่สำคัญ ซึ่งราคาได้รับการสนับสนุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีแรงขายที่รุนแรงเกิดขึ้น
ที่น่าสังเกตคือ ราคาได้ทดสอบโซนสมดุลก่อนหน้านี้อีกครั้งและตอบสนองในเชิงบวก นี่แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อยังคงควบคุมการปรับฐานอยู่ แทนที่จะปล่อยให้ตลาดเข้าสู่ช่วงการกระจายตัว
สถานการณ์ที่เหมาะสมในบริบทปัจจุบันคือ การปรับตัวลงเล็กน้อยเพื่อสะสมใหม่ ตามด้วยการขยายตัวไปยังโซนสภาพคล่องที่สูงขึ้น
บริเวณรอบๆ 90,000+ ยังคงเป็นเป้าหมายของตลาด หากโครงสร้างปัจจุบันไม่ถูกทำลาย
ตลาดมักให้สัญญาณที่ชัดเจนผ่านการตอบสนองของราคาในโซนสำคัญๆ — หน้าที่ของเราคือการสังเกตและปรับตัว
smc📊 SMC Ultra-Fast: ALL-IN & Auto-Signal - Pine Script V5 Code Analysis
This code is a TradingView indicator designed to identify accurate and fast trading signals, specifically "ALL-IN" signals generated by pivot point breakouts combined with unusually high volume. It also automatically sets Take Profit (TP) and Stop Loss (SL) based on a defined Risk:Reward (RR) ratio.






















