BTC/USDT – การฟื้นตัวได้รับการสนับสนุนโครงสร้างตลาด
BTC ยังคงรักษาระดับ Higher Low ที่ชัดเจนในกรอบเวลา H2 ราคาตอบสนองในเชิงบวกซ้ำๆ ที่เส้นแนวโน้มขาขึ้น (เส้นประ) ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่ง EMA34/89 กำลังมาบรรจบกัน ทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิกสำหรับแนวโน้มปัจจุบัน
หลังจากช่วงการปรับฐาน ราคาได้ทะลุเหนือโซนสะสมเล็กน้อยในขณะที่ยังคงอยู่เหนือ EMA ซึ่งเสริมความเป็นไปได้ที่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงการสะสมอีกครั้งก่อนที่จะขยายตัวต่อไป
สถานการณ์หลักคือ ราคาจะยังคงรักษาระดับเหนือเส้นแนวโน้มและ EMA จากนั้นขยายการเคลื่อนไหวขึ้นไปสู่ระดับแนวต้านที่สูงขึ้นตามที่ระบุโดยลูกศรในกราฟ
ตลาดคริปโต
BTC 1R Trading Analysis Summary (SELL)Context:
- Price rallied into the KZ21 (orange line) after a short-term push.
- Overall structure remains range-bound with no strong continuation breakout.
- KZ21 acts as dynamic resistance in the current market condition.
Signal:
- Clear rejection at KZ21 with strong bearish reaction.
- Upper wick shows selling pressure and failed continuation above resistance.
Action:
- Sell executed at rejection of KZ21.
- Entry aligned with mean-reversion behavior inside the range.
Strategy (1:1):
- Risk: Stop loss placed above the KZ21 rejection high.
- Reward: Take profit set at 1R toward the lower range / intraday support.
Insight:
- Selling at KZ21 rejection offers a clean 1R setup with controlled risk.
- No breakout acceptance = fading the move is the higher-probability play.
BTC 1R Trading Analysis Summary- Context: Price broke out of the sideways range and successfully held above the Intraday Demand zone.
- Signal: Strong bullish impulse pushed price through Intraday Supply into the KZ3 Supply area.
- Action: Buy setup following short-term bullish structure and momentum continuation.
- Strategy (1:1):
- Risk: Place SL below the previous Intraday Supply / Demand zone.
- Reward: Set TP at 1R near the upper KZ3 Supply level.
- Insight: Buying after a breakout with structure confirmation offers a higher probability 1R trade with controlled downside.
การพักตัวของคลื่น 4 เพื่อลงต่อQuick Idea Update #BTCUSD 🐳
🕒12.01.2026 ( 12.00 น.)
ติดตามรูปแบบของคลื่นพักตัว ซึ่งผมมองว่ามีโอกาสเป็นชุดของคลื่น 4 of 3 หรือ คลื่น 4 ในดีกรีหลัก เพื่อลงต่อในระยะสั้นไปยังคลื่น 5 ... ก่อนจะมีการเด้งขึ้น และเราจะมาติดตามรูปแบบของคลื่นหลังจากจบคลื่น 5 อีกครั้งหนึ่ง
.
.
.
ติดตามมุมมองอัพเดท พูดคุย และ เรียนรู้ทฤษฎี Elliott Wave ไปด้วยกันได้ที่
👉🏻 Facebook Fanpage "W.A.V.E"
www.facebook.com
.
.
#BTCUSD #Bitcoin #Crypto
#WAVE #EakWAVE #EakElliottWave #ElliottWave
#CEWA #EakCEWA
BTCUSD Daily Analysis 11/1/2026 by AlphaQuantXBINANCE:BTCUSDT ข้อมูลข่าวสาร:
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตอาจถูกหั่นครึ่ง! Trump ประกาศเพดาน 10% สะเทือนถึงตลาดหุ้นและคริปโต ต่างประเทศ
ประธานาธิบดี Donald Trump ออกมาประกาศนโยบายจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ ไม่เกิน 10% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2026 เป็นต้นไป ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงด้านการเงินผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในรอบหลายสิบปี
ในปัจจุบัน ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตในช่วง 20–30% ต่อปี ส่งผลให้เงินที่จ่ายในแต่ละเดือนจำนวนมากถูกใช้ไปกับดอกเบี้ย มากกว่าการลดเงินต้น การจำกัดเพดานดอกเบี้ยไว้ที่ 10% จึงอาจช่วยลดภาระทางการเงินของครัวเรือนลงเกือบครึ่งหนึ่ง
BUY: 90573
TP : 91529
SL : 90276
เหตุผลในการเข้าเทรด:
จากกราฟแท่งเทียนในกรอบ TF 4
ราคายังคงวิ่งในกรอบไซด์เวย์ โดยขาขึ้นเริ่มมีลุ้นในกรอบเล็กๆระยะสั้น ในกรอบ H4จากกรอบแนวรับแนวต้าน จึงทำการเข้า BUY โดยเน้นรูปแบบการทำกำไรแบบ scalping ในระยะสั้นๆตามกรอบเส้นเทรนไลน์
จุดเข้า - จุดออก เป้าหมายการทำกำไร
ใช้สัญญาณการวิ่งสลับฟันปลาในกรอบไซด์เวย์ใหม่เป็นไปได้ที่ราคาจะสวิงในกรอบระยะสั้นๆ โดยยังมีลุ้นในขาขึ้นระยะยาวอยู่ ยังคงเน้นเก็บกำไรสั้นๆ
RSI เป็นกลาง ยังคงเน้นเก็บกำไรระยะสั้นแบบ Scalping รายวัน กำหนดจุดกำไร และตั้ง SL ระยะห่างไม่ไกลมากเพื่อป้องกันความเสี่ยง เน้นจบปิดกำไรรายวัน และอาจปิดเร็วขึ้น หากกำไรเป็นที่พอรับได้ โดยมีตั้งกำไร TP และตั้ง SL ไม่ไกลจากแนวรับแนวต้านเดิม ทั้งใน TF1H และ 4H และจะทำการล๊อคกำไรจาก TSL ด้วยระดับหนึ่ง
ประสบการณ์: เน้นการถืออออเดอร์โดยปิดจบรายวัน และเน้นเก็บกำไรแบบเป็นรอบสวิงเทรนไซด์เวย์ เพื่อเป็นการเพิ่มกระแสเงินสด แคชโฟร์ ในพอร์ต อาจมีการแบ่งปิดกำไรจากออเดอร์ที่กำไรในระดับหนึ่งแล้ว อาจมีการตั้ง TSL เพื่อเป็นการล๊อคกำไรได้ในอีกทางหนึ่งด้วย
เพื่อนๆคิดว่าตลาดตอนนี้ป็นขาขึ้น (Bullish)หรือขาลง (Bearish)ครับ คอมเม้นท์ด้านล่างไว้ได้เลย !!!
“หากบทวิเคราะห์นี้ดี…มีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเทรดทุกท่าน
กรุณากดติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะครับ…ขอบคุณครับผม”
BTC – ความเสี่ยงยังคงอยู่โครงสร้างทางเทคนิค
BTCUSDT สูญเสียโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นไปแล้ว โดยสร้างจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนหน้า รูปแบบการกระจายตัว (ยอดโค้งมน/การกระจายตัว) แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่อ่อนตัวลงอย่างชัดเจนในระดับที่สูงขึ้น
พฤติกรรมราคา
หลังจากราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว ราคาได้กลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ต่ำกว่าโซนแนวต้านเดิม ซึ่งบ่งชี้ถึงการรวมตัวแบบขาลงมากกว่าการสะสมตัวขึ้น การดีดตัวขึ้นอ่อนแอ และปริมาณการซื้อขายไม่สนับสนุนผู้ซื้อ
โซนสำคัญ
บริเวณราคาปัจจุบันทำหน้าที่เป็นโซนอุปทาน/แนวต้านที่พลิกกลับ
ให้ความสำคัญกับการขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยคาดว่าราคาจะทะลุจุดต่ำสุดของช่วงราคาและร่วงลงต่อไป
สถานการณ์หลัก
หาก BTC ไม่สามารถกลับขึ้นไปอยู่เหนือโซนแนวต้านด้านบนได้ ราคาอาจมีแนวโน้มที่จะ:
ทรงตัวต่อไปเพื่อดึงดูดสภาพคล่อง
จากนั้นร่วงลงไปที่บริเวณ 88,900 – 88,500
➡️ เป้าหมายขาลงถัดไปอยู่ที่ประมาณ 88,900 ดังแสดงในกราฟ
🌍 ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคแข็งแกร่งขึ้น
แรงกดดันจาก USD และอัตราดอกเบี้ย
ความคาดหวังว่า Fed จะไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะสั้นทำให้ USD แข็งค่า
ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงยังคงกดดันสินทรัพย์เสี่ยง เช่น สกุลเงินดิจิทัล
BTC 1R Trading Analysis Summary- Context: Price is ranging in a sideways movement between Intraday Supply and Demand levels.
- Signal: Price tested the Intraday Supply zone (upper yellow dashed line) and showed signs of selling pressure.
- Action: Sell setup based on the sideways range, targeting the lower boundary.
- Strategy (1:1):
- Risk: Place SL above the Supply zone high.
- Reward: Set TP target at 1:1 Risk/Reward ratio (1R).
- Insight: Trading within the range for a 1R target offers a higher probability of quick profit without waiting for a breakout.
Note: Content is for educational purposes only and not financial advice. Trading involves risk; please trade responsibly.
BTCUSD Daily Analysis 10/1/2026 by AlphaQuantXBINANCE:BTCUSDT ข้อมูลข่าวสาร:
ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ของโลกช้อน Bitcoin รวมกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ข่าว Bitcoin
ข้อมูลจาก River ระบุว่า ในปี 2025 ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุด 21 อันดับแรกของโลก ได้ทำการสะสม BTC เพิ่มรวมกันมูลค่ากว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดจะเผชิญความผันผวนเป็นระยะ
จากตารางอันดับ ผู้ถือครองรายใหญ่อันดับหนึ่งยังคงเป็น Satoshi Nakamoto ด้วยจำนวนประมาณ 968,000 BTC ขณะที่อันดับสองคือ Strategy ซึ่งเพิ่มการถือครองกว่า 226,000 BTC ภายในปีเดียว ส่วน รัฐบาลสหรัฐฯ ขยับขึ้นมาเป็นอันดับสาม หลังเพิ่มการถือครองอีกกว่า 130,000 BTC
รายชื่อใน Top 21 ยังประกอบไปด้วยทั้งบริษัทเอกชน, รัฐบาล และสถาบันการเงิน เช่น Block.one, Tether, MARA, Metaplanet รวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาสะสมจำนวนมากในปีนี้ แสดงให้เห็นว่า Bitcoin กำลังถูกมองเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในระดับองค์กรและประเทศ
BUY : 87517
TP : 89612
SL : 86011
เหตุผลในการเข้าเทรด:
จากกราฟแท่งเทียนในกรอบ TF 4
ราคายังคงวิ่งในกรอบไซด์เวย์ โดยขาขึ้นเริ่มมีลุ้นในกรอบเล็กๆระยะสั้น ในกรอบ H4จากกรอบแนวรับแนวต้าน จึงทำการเข้า BUY โดยเน้นรูปแบบการทำกำไรแบบ scalping ในระยะสั้นๆตามกรอบเส้นเทรนไลน์
จุดเข้า - จุดออก เป้าหมายการทำกำไร
ใช้สัญญาณการวิ่งสลับฟันปลาในกรอบไซด์เวย์ใหม่เป็นไปได้ที่ราคาจะสวิงในกรอบระยะสั้นๆ โดยยังมีลุ้นในขาขึ้นระยะยาวอยู่ ยังคงเน้นเก็บกำไรสั้นๆ
RSI เป็นกลาง ยังคงเน้นเก็บกำไรระยะสั้นแบบ Scalping รายวัน กำหนดจุดกำไร และตั้ง SL ระยะห่างไม่ไกลมากเพื่อป้องกันความเสี่ยง เน้นจบปิดกำไรรายวัน และอาจปิดเร็วขึ้น หากกำไรเป็นที่พอรับได้ โดยมีตั้งกำไร TP และตั้ง SL ไม่ไกลจากแนวรับแนวต้านเดิม ทั้งใน TF1H และ 4H และจะทำการล๊อคกำไรจาก TSL ด้วยระดับหนึ่ง
ประสบการณ์: เน้นการถืออออเดอร์โดยปิดจบรายวัน และเน้นเก็บกำไรแบบเป็นรอบสวิงเทรนไซด์เวย์ เพื่อเป็นการเพิ่มกระแสเงินสด แคชโฟร์ ในพอร์ต อาจมีการแบ่งปิดกำไรจากออเดอร์ที่กำไรในระดับหนึ่งแล้ว อาจมีการตั้ง TSL เพื่อเป็นการล๊อคกำไรได้ในอีกทางหนึ่งด้วย
เพื่อนๆคิดว่าตลาดตอนนี้ป็นขาขึ้น (Bullish)หรือขาลง (Bearish)ครับ คอมเม้นท์ด้านล่างไว้ได้เลย !!!
“หากบทวิเคราะห์นี้ดี…มีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเทรดทุกท่าน
กรุณากดติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะครับ…ขอบคุณครับผม”
BTC/USDT - รีเซ็ตก่อนพุ่งขึ้นรอบต่อไปBTC กำลังปรับฐานอย่างเหมาะสมหลังจากแตะจุดสูงสุดที่ประมาณ 94.8K ราคาดีดตัวลงมาที่บริเวณ EMA34/89 และสร้างโครงสร้างฐานกลม/จุดต่ำสุดที่สูงขึ้น บ่งชี้ว่าผู้ซื้อยังคงควบคุมแนวโน้มหลักอยู่
การรักษาระดับเหนือ EMA และจุดต่ำสุดที่ใกล้ที่สุด → คาดว่าจะมีการต่อเนื่องเป็นขาขึ้น
คาดการณ์ว่า BTC จะเสร็จสิ้นช่วงสะสมระยะสั้นก่อนที่จะพุ่งขึ้นเพื่อทดสอบจุดสูงสุดเดิมและขยายช่วงขาขึ้นดังที่แสดงในกราฟ
– สภาพคล่องทั่วโลกยังคงสูง ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงกลับมา
– คาดการณ์ว่า Fed จะผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะกลาง → สินทรัพย์เสี่ยงได้รับประโยชน์
– เงินทุนสถาบันยังคงมอง BTC เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงดิจิทัลและสินทรัพย์เพื่อการเติบโตในระยะยาว
นี่เป็นการดีดตัวลงเพื่อสานต่อแนวโน้มหรือเป็นเพียงการดีดตัวทางเทคนิค?
BTC แสดงสัญญาณการกระจายตัว — แนวโน้มขาลงยังคงดำเนินอยู่BTCUSDT ได้สร้างรูปแบบการกระจายตัว (ยอดโค้งมน/การกระจายตัว) เสร็จสมบูรณ์แล้ว และกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องขาลงที่ชัดเจน ราคาได้สร้างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าแรงขายยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่า
สถานการณ์ที่คาดการณ์ไว้คือการดีดตัวทางเทคนิคไปยังเส้นแนวโน้ม/ช่องด้านบน ตามด้วยการเคลื่อนไหวลงอย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มหลัก ตราบใดที่ BTC ยังคงอยู่ต่ำกว่าช่องขาลง การดีดตัวใดๆ ควรพิจารณาว่าเป็นเพียงการดึงกลับเท่านั้น
แนวคิดหลัก:
ไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน → แนวโน้มขาลงยังคงอยู่สำหรับระยะสั้น
BTCUSD – M15 | Intraday Market BiasShort-term structure remains bearish (Lower High / Lower Low)
Price bounced from extreme lows below the lower Keyzone
This Buy is a counter-trend rebound, not trend-following
Focus on a mean reversion move toward the mid Keyzone
Failure to hold above Keyzone may lead to further downside
บิตคอยน์ — การรวมตัวในแดนขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปBTC ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องราคาขาขึ้น โดยการปรับฐานเป็นเพียงการดึงกลับทางเทคนิคเท่านั้น ราคาทรงตัวอยู่ในโซนแรงซื้อและเมฆอิจิโมกุ บ่งชี้ว่าแรงซื้อยังคงควบคุมแนวโน้มอยู่
สถานการณ์:
คาดว่าจะมีการรวมตัวในแนวนอน/การดึงกลับเล็กน้อยภายในโซนแนวรับ ตามด้วยการต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ 96,300+ ดังแสดงในกราฟ
หมายเหตุความเสี่ยง:
ควรติดตามเฉพาะปฏิกิริยาในโซนแรงซื้อเท่านั้น การทะลุแนวต้านอย่างชัดเจนจะทำให้สถานการณ์ขาขึ้นอ่อนแอลง
👉 คุณกำลังซื้อตอนราคาลงหรือรอการทะลุแนวต้านใหม่? แสดงความคิดเห็นของคุณในวันนี้!
BTCUSD – M15 | Intraday Market BiasMarket structure has shifted to bearish with a clear Lower High and Lower Low.
Price has broken and held below the key Keyzone, confirming seller control.
Momentum favors continuation to the downside rather than mean reversion.
Primary focus remains on Sell setups aligned with the prevailing trend.
Avoid counter-trend Buy positions until price reclaims structure above the Keyzone.
ภาพรวมของ #BTCUSD ปี 2026 ภาพรวมของ BTCUSD ... แม้ว่าช่วงที่กราฟขึ้นทำ ATH ผมจะมีความคาดหวัง และ ติด Bias ว่ากราฟจะปรับตัวขึ้นไปได้อีก และคลื่นชุดสุดท้ายก่อนปรับตัวลง ก็ยังภาพของความเป็น Expanded Flat ซึ่งปัจจุบัน กราฟก็ปรับตัวลงมาที่สัดส่วน คลื่น C of Expanded Flat ที่ 261.8% พอดี (เป็นสัดส่วนที่เกิดไม่บ่อย ) ซึ่งผมจะขอทดมุมมองของโอกาสในการปรับตัวขึ้นต่อ ไว้เป็นมุมมองสำรองนะครับ
.
.
ในส่วนมุมมองหลักดังภาพ
สิ่งที่ทำให้ผมมองสลับมุมมองกลับมา มองเป็นการพักตัวของกราฟ ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นคลื่น 4 ในดีกรีใหญ่ เป็นมุมมองหลักในตอนนี้ ก็คือ การมองข้อมูลประกอบกันของฟอร์มคลื่นในภาพรวม แรงซื้อแรงขาย รวมไปถึงไอเดียของ Bitcoin Cycle ที่เราติดตามเป็นมาตั้งแต่ช่วงสองปีที่ผ่านมา
.
.
🐳 ฟอร์มของคลื่น : ในช่วงท้ายก่อนปรับตัวลง เราเห็นภาพกราฟที่ค่อยๆบีบตัวเข้าหากัน ซึ่งเป็นลักษณะของเทรนที่อ่อนแรง ไม่แน่ใจ ในรูปแบบของ Ending Diagonal ... หากเราเอา Ending Diagonal เป็นตัวตั้ง และ นับคลื่นย้อนกลับมา เราจะนับคลื่นได้ครบ 5 คลื่นพอดี
.
.
🐳แรงซื้อ : ที่ส่งสัญญาณลดลง และ กลับตัว ในหลายๆ TF ไม่ว่าจะสังเกตดูจาก RSI , AO หรืออื่นๆ ซึ่งตอบรับกับพฤติกรรม และ ฟอร์มคลื่นที่เราเห็นข้างต้น
.
.
🐳Bitcoin Cycle : ที่เรานำมาใช้เป้นไอเดีย ว่ากราฟจะสิ้นสิ้นขาขึ้นในทุกๆ 35 เดือน และ ปรับตัวลง 12 เดือน ซึ่ง หากลำดับดู กราฟมาสิ้นสุดขาขึ้นที่เดือนตุลาคม ซึ่งตรงกับรอบ 35 เดือนพอดี .... เเม้จะเป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีอะไรยืนยันว่าต้องเป็นเช่นนี้ แต่ก็น่าสนใจ ที่จะเอาข้อมูลนี้มาดูประกอบๆกัน
.
.
.
จากเหตุผลทั้ง 3 ผมจึงเลือกที่จะติดตามมุมมองหลักว่า ในปี 2026 นี้ มีโอกาสที่กราฟจะพักตัวลง ซึ่งจากมุมมองนี้ ผมมองเป็นการพักตัวของคลื่น 4 ใหญ่ ทั้งนี้ รูปแบบของคลื่นพักนี้ อาจจะยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่าจะเป้นรูปแบบไหน
แต่ปัจจุบัน เราเห็นกราฟเริ่มปรับตัวลงมาในลักษณะของ Motive แม้จะยังไม่ครบคลื่น คิดว่าในช่วงต้นปีนี้ อาจจะมีการปรับตัวลงก่อน เมื่อครบชุด Motive และมีการเด้งขึ้น เราจะช่วยกันสังเกตนะครับ หากการเด้งขึ้น เป็นลักษณะ Corrective หรือก็คือ ไม่ได้เด้ง ปรับตัวขึ้นไปตรงๆ ก็เเสดงว่านี่คือ การเด้ง คลื่น B Corrective เพื่อปรับตัวลงต่อนั่นเอง
.
.
.
ในปีนี้ เรามาติดตามรูปแบบคลื่นกันครับ ว่าจะเป็นคลื่นพักจริงมั้ย และ เป็นคลื่นพักรูปแบบใด หากเราสามารถติดตามได้ และ เป็นไปตามมุมมองที่มอง ก็อาจจะเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะได้หาจังหวะเติมของ เข้าซื้อ เพื่อเดินทางขึ้นไปยังคลื่น 5 ก็เป็นได้
.
.
ติดตามมุมมองอัพเดท พูดคุย และ เรียนรู้ทฤษฎี Elliott Wave ไปด้วยกันได้ที่
👉🏻 Facebook Fanpage "W.A.V.E"
www.facebook.com
#Bitcoin #BTCUSD #CRYPTO
#WAVE #EakWAVE #EakElliottWave #ElliottWave
#CEWA #EakCEWA
เปรียบเทียบกลยุทธในการเทรด BTC 3 แบบ ตั้งแต่ปี 2022-2025พอดีช่วงปีใหม่ยุ่งๆ ก็เลยไม่ได้ทำสรุปประจำปี วันนี้ก็เลยแวะมาทำซักหน่อยนะครับ
สำหรับปีที่แล้วเราจะเห็นว่า ถึงแม้ BTC จะทำ ATH ใหม่ไปช่วงกลางๆ ปี แต่ว่า ระยะที่มันวิ่งนี่แทบไม่ได้ไปไหนไกลเลย โดยปีที่แล้ว ถ้าเทียบกันแบบ เปิดปี vs ปิดปี นี่... ขาดทุนด้วยซ้ำ วันนี้ก็เลยแวะมาอัพเดททิ้งไว้นิดนึงว่า ระหว่างการทำตามระบบ Action Zone กากๆ win rate ห่วยๆ กับใช้ท่า buy & hold หรือ DCA จะเป็นยังไง
ผลสั้นๆ เดี๋ยวค่อยมาอธิบายต่อ นั่นก็คือ...
==============
- Buy&Hold = -7.5% (ขาดทุน)
- DCA every week = -11.52% (ขาดทุน)
- inwCoin Trend Following = +3.9% (กำไร)
โอ้ว! จ๊อด! ไม่น่าเชื่อ ว่า Trend Following อย่าง Action Zone ที่ผมใช้ ที่คนด่ากันมาตลอดปี ว่าระบบกาก win rate ต่ำตม กลายเป็นพอจบปี กลับมีกำไรซะงั้น! 55555 โดยเรามาวิเคราะห์กันนะครับว่า ทำไม
======
1) Buy & Hold
======
- สำหรับระบบนี้ ก็ให้อนุมานว่า ซื้อตอนวันที่ 1 มกราคม ของเริ่มปี แล้วมาขายตอนสิ้นปี วันที่ 30 ธันวาคม ตอนจบปี
- โดยราคาซื้อ BTC ณ วันที่ 1/1/2025 ที่ผมได้บันทึกไว้ ก็คือ 96,217
- ราคาขาย BTC ณ วันที่ 30/1/2025 ที่ผมได้บันทึกไว้ ก็คือ 89,000
- คำนวณออกมาแล้ว ก็จะขาดทุนไปอยู่ที่ -7,217 หรือคิดเป็น -7.5% นั่นเองครับ
- ระบบนี้ ถ้าเป็นในช่วงปี 2023 หรือ 2024 ก็จะเห็นว่า เป็นระบบที่ให้กำไรโคตรดี แค่ซื้อแล้วถือไว้โง่ๆ ก็รวยแล้ว จะไปเทรดทำไมให้เหนื่อย โดยในปี 2024 ได้กำไร +125% และปี 2023 ได้กำไร +158%
- แต่ถ้าย้อนไปดูอีกหน่อย ในปี 2022 ก็จะพบว่า ถ้าใช้ระบบนี้ ก็จะขาดทุนถึง -65% ครับ
- สรุปง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณสามารถทนขาดทุนได้ถึงระดับ -65%++ ( หรืออาจจะถึง -80%++ ระหว่างปี ) ได้ คุณก็สามารถใช้ระบบนี้ได้นั่นเอง
- แต่ถ้าเราอยากใช้ระบบนี้แบบคุมความเสี่ยงล่ะ? เราจะทำยังไง ก็มีวิธีง่ายๆ ครับ ก็คือการคำนวณย้อนกลับไปถึง maximum money ที่เรายอมเสียได้
- สมมุติว่า เรายอม bet ด้วยระบบนี้ ที่ 10% ของพอร์ต โดยเราประเมินว่า ในช่วงที่ขาดทุนหนักที่สุดของระบบนี้ ที่จะเป็นไปได้ของ BTC คือ -80%
- เราก็จะมี maximum drawdown อยู่ที่ 10% * -80% = -8% ของพอร์ตนั่นเองครับ
- ดังนั้น ถ้าเราใช้ระบบนี้ โดยการเอาเงิน 10% ของพอร์ต มาเสี่ยงทั้งก้อน เราก็จะได้ข้อสรุปว่า
- 2025 = 10% * (-7.5%) = ขาดทุน -0.75%
- 2024 = 10% * 125% = กำไร 12.5%
- 2023 = 10% * 158% = กำไร 15.8%
- 2022 = 10% * (-65% ) = ขาดทุน -6.5%
- 2021 = 10% * 408% = กำไร 40.8%
- จะเห็นได้ว่า เอาจริงๆ ถ้าเราคุมความเสี่ยงให้จำกัด กำไรมันก็ไม่ได้เวอร์วังอลังกาล่าอะไรมาก ขนาดในปีที่ดีสุดๆ อย่างปี 2021 ถ้าเราคุมเสี่ยงเราก็มีกำไรแค่ 40% เท่านั้น
- แต่ก็นั่นแหละ เรื่องการ "คุมความเสี่ยง" เป็นเรื่องที่พูดให้คนที่ไม่เคยเจ๊งมาก่อน ก็จะไม่เข้าใจ ทำไงก็จะไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่เคยผ่านภาวะที่ใจพังยับมาก่อน ดังนั้น ผมก็คงไม่สอนไรมาก แค่คำนวณตัวเลขให้ดูเฉยๆ ล่ะกันครับ
===
2) DCA ทุกๆ สัปดาห์
===
- สำหรับระบบ DCA ทุกๆ สัปดาห์ จริงๆ ก็คล้ายๆ กับ buy & hold นะแหละ แต่เราไม่อยากซื้อด้วยเงินก้อนเดียว เลยเอาเงินก้อนนั้นมากระจายซื้อ BTC ไปทุกๆ สัปดาห์แทน
- ซึ่งวิธีนี้ มันจะดีต่อใจมากกว่าตรงที่ว่า บางทีเราจะซื้อเฉลี่ยๆ กันไป ตอนลงมันก็ไม่ลงหนัก แต่ตอนได้มันก็ไม่ได้เยอะเช่นกัน
- โดยผลย้อนหลังของกลยุทธนี้ จะมีดังนี้
- 2025 = -11.52% ( ถ้าวางเงิน 10% = -1.52% )
- 2024 = 54.87% ( ถ้าวางเงิน 10% = 5.48% )
- 2023 = 55.95% ( ถ้าวางเงิน 10% = 5.95% )
- 2022 = -33.84% ( ถ้าวางเงิน 10% = -3.84% )
- ส่วนปี 2021 ผมยังไม่ได้เก็บ record ก็เลยไม่มีข้อมูลครับ
- จะเห็นว่า ถ้าเทียบกันแบบปีต่อปีระบบอย่าง DCA ผลตอบแทนก็ไม่ได้ดีอะไร แถมจะแย่ซะด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้วแนวคิดของ DCA ที่ใช้กันก็คือ "มองเกมยาวๆ ระดับ 5 ปี 10 ปีขึ้นไป แล้วทำการ DCA อย่างมีวินัย" ดังนั้น การจะมาเทียบแบบปีต่อปีมันก็อาจจะไม่ค่อยได้ผลที่ดีเท่าไหร่
- โดยผมเองก็ได้ทำข้อมูลการ DCA ย้อนหลังไว้ ตั้งแต่ปี 2020 ถึงสิ้นปี 2025 ก็จะพบว่า.. มีกำไรทั้งสิ้น ประมาณ +150% เทียบกับเงินที่ลงไปทั้งหมด นั่นเองครับ
- เอาจริงๆ ถ้ามองกันแฟร์ๆ ก็แพ้ทองแบบราบคาบอะนะ 555
===
3) เทรดตามระบบ Trend Following
===
- สำหรับวิธีสุดท้าย และเป็นวิธีที่ผมเองก็ใช้อยู่ด้วย นั่นคือ การเทรดตามระบบ Trend Following โดยก่อนหน้านี้ผมได้ใช้อยู่หลายระบบด้วยกัน แต่มาช่วงกลางๆ ปี ผมมาหยุด revise strategy ใหม่ แล้วก็เลยเอาตัวที่ไม่ค่อย perform ออกไป ก็เลยเหลือไว้แค่ MACD ตัดศูนย์ หรือ Action Zone เท่านั้นครับ
- โดยก่อนหน้านี้ระบบที่ผมใช้จะมีความเสี่ยงรวมประมาณ 3% ของพอร์ต ( กลยุทธละ Risk 1% ) โดยที่ผ่านมา มีผลการเทรดดังต่อไปนี้ ( เป็นผลการเทรดจากการบันทึกจุดเข้าจุดออกตรงๆ ส่วนผลเทรดจริงจะคลาดเคลื่อนต่ำกว่านี้บ้าง เพราะมีค่า fee และอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องครับ )
- 2025 = +3.9%
- 2024 = +44%
- 2023 = +57%
- 2022 = -4%
- ส่วนปี 2021 ผมยัง log profit ค่อนข้างมั่ว ก็เลยไม่ขอเอามาใส่ลงให้เห็นล่ะกัน แต่ถ้าจะเล่าก็คือพอร์ตโตฉ่ำๆ เหมือนชาวบ้านเขาทุกคนในปีนั้นแหละครับ
- จะเห็นได้ว่า ในปีที่แย่โคตรๆ อย่างปี 2022 ถ้าเราคุมความเสี่ยงดีๆ มันก็ไม่ได้ขาดทุนหนักอะไรมาก พอไล่ย้อนดูก็ขาดทุนพอๆ กับกลยุทธอื่นๆ น่ะแหละ แต่สำหรับผม ปี 2022 นี่ก็บอกได้ว่า เทรด USDT สนุกมาก พอร์ตเขียวได้ตอนจบปีเพราะเทรด USDT เลย
---
สรุป
---
- สรุปแล้ว...เราจะเลือกกลยุทธไหน ส่วนตัวมองว่า แล้วแต่ประสบการณ์ และสิ่งที่เราเจอมาจากตลาดครับ เพราะสำหรับผมที่เจอตลาดเล่นจนเกือบหมดตัวมาแล้ว ก็จะมองหากลยุทธที่จำกัดความเสี่ยง ( downside risk ) มากกว่าที่จะไปซัดเต็มข้อ หรือ all-in มากกว่าครับ ทำให้กลยุทธแนว Trend following สำหรับผม มันตอบโจทย์มากๆ
- แต่สำหรับกลยุทธระยะยาว อย่าง DCA ผมก็ยังทำอยู่อย่างสม่ำเสมอนะ โดยเริ่ม DCA มาตั้งแต่ต้นปี 2023 นี่ก็ทำมาได้สามปีละ ก็พบว่า... กำไรแม่งแค่ 12% เท่านั้นเอง 5555 งงเหมือนกันว่าทำไมเหลือแค่นี้ แต่มันก็ได้นี้จริงๆ น่ะแหละ
- ก็แวะมาสรุปกลยุทธกันหน่อย เก็บไว้อ่านเองด้วย + เอามาแชร์ให้คนทั่วไปได้อ่านกันด้วย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีประโยชน์ครับ
ปล. สำหรับท่านที่สงสัยว่าผมหายไปไหนจาก fb ก็ขอบอกว่า พอดี account fb ปลิวครับ ก็เลยอัพเดทอะไรอีกไม่ได้ 555 แต่ก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่า social detox ไปในตัวล่ะกัน
BTCUSD : ระบบ MACD ตัด 0 (ActionZone) มีสัญญาณ "ซื้อ" 6/1/2026อธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC
แต่ระบบนี้ก็จะมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดเช่นกัน คือ ในช่วงตลาด sideway ออกข้างเราอาจจะเจอ false sig ทำให้ต้องคืนกำไร คืนทุน กันบ่อยๆ ได้ หรือบางทีถ้าตลาดมีการทุบแรงๆ ก็อาจจะทำให้เจอการคืนกำไรหมดเช่นกัน เพราะระบบจะต้องรอ confirm ของเส้น MACD ก่อน ถึงจะยอมขาย ตอนขึ้น บางทีทำให้มันถือได้นาน ถือได้ทน รันเทรนได้นาน แต่ถ้าลงแรงก็จบกัน 555
ความเห็นของรอบนี้ :
หลังจากที่มีสัญญาณขายครั้งสุดท้ายเมื่อ 11/10/2025 หรือเมื่อเกือบสามเดือนก่อน ที่แถวๆ 112,600 ถ้าเราขายออกไปตามระบบ เราก็จะไม่ต้องมานั่งปวดหัวตอนที่ BTC ลงไปต่ำสุดที่ 80k ในเดือน พ.ย. 2025 นั่นเองครับ การทำตามระบบ มันดีตรงนี้นี่แหละ
หลังจากนั้น BTC เขาก็ยึกๆ ยักๆ แกว่งไปแกว่งมาจนสุดท้ายก็แทบจะนิ่งเป็นศพ วิ่งในโซนแคบๆ ซึ่ง... ก็เป็นท่าปกติของเขา ที่ทำมาเรื่อยๆ แทบจะทุกปี ก่อนที่อยู่ๆ ก็ค่อยๆ เลื้อยขึ้นมาจนทำให้ระบบเขียวอีกจนได้ในวันนี้
รอบนี้ ระบบก็เขียวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าเราอยากทำตามระบบ เราก็แค่กัดฟัน วางแผนความเสี่ยง แล้วก็หลับตากดซื้อๆ ไป อย่าไปคิดเยอะ เพราะถ้าคิดเยอะบางทีเราก็อาจจะตกรถได้ แต่ถ้าใครยังหลอน ไม่อยากซื้อวันนี้ ก็อาจจะใช้ท่าทยอยซื้อแบบหลายไม้ก็ได้เหมือนกัน เช่น วันนี้ ครึ่งไม้ พรุ่งนี้ ครึ่งไม้ เป็นต้น หรือกลัวจัดๆ ก็ไปลดความเสี่ยง ลด position size แทน ก็ได้เหมือนกันครับ
BTC ActionZone= แดง ( 6/1/2026 )
------------------
Entry : 93,800+-
SL : 89,200 ( -4.66% )
Position Size
Risk 2% = 40% ของพอร์ต ( ปัดเศษ )
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-???) Action Zone = ??%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = ??% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 1 ครั้ง
เทรดชนะ : ? ครั้ง
เทรดแพ้ : ? ครั้ง
Win Rate = ??%
BTC/USDT – ซื้อตอนราคาลง แนวโน้มยังแข็งแกร่งBTC ยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน โดยราคาอยู่เหนือ EMA34/EMA89 → โครงสร้างขาขึ้นยังไม่ถูกทำลาย
การปรับฐานในปัจจุบันเป็นเพียงการดึงกลับทางเทคนิคหลังจากเคลื่อนไหวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
โซนสำคัญ:
โซนอุปสงค์ (กรอบสีเขียว) + จุดบรรจบของ EMA34/EMA89 → พื้นที่สำคัญสำหรับการซื้อ
สถานการณ์ขาขึ้นจะถูกยกเลิกก็ต่อเมื่อแท่งเทียน H1 ปิดต่ำกว่า EMA89
การรวมตัวของราคา – การปรับตัวเล็กน้อย → จะยังคงดันขึ้นเพื่อทะลุจุดสูงสุดที่ใกล้ที่สุด
เป้าหมายอยู่ที่บริเวณ 95,000+ ตามแนวโน้ม
แนวโน้มคือเพื่อนของคุณ — อย่าต่อสู้กับตลาด
BTCUSD – M15 | Intraday Market BiasBTCUSD – M15 | Intraday Market Bias (EN)
Market structure has shifted to bearish (Lower High / Lower Low)
Price broke below the key Keyzone, sellers are in control
Primary focus is Sell trades in line with the trend
Avoid counter-trend Buy until structure is reclaimed
BTCUSD – M15 | Intraday Market BiasPrice is holding above the key demand zone after a strong impulsive rally.
The structure remains bullish, with higher lows respected on pullbacks.
Current consolidation suggests continuation rather than distribution.
Bias stays bullish as long as price holds above the intraday support.
BTC – การเคลื่อนไหวขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไปBTC กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องราคาขาขึ้นที่ชัดเจน สร้างจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ลูกศรสีเขียว) → โครงสร้างแนวโน้มยังคงอยู่ ราคาได้ทะลุและทดสอบโซนความต้องการ (พื้นที่สีเขียว) ได้สำเร็จแล้ว
สถานการณ์ที่ต้องการ (ขาขึ้น):
ราคาทรงตัวอยู่เหนือโซนแนวรับแล้วจึงเคลื่อนไหวขึ้นต่อไป
เป้าหมายอยู่ที่จุดสูงสุดก่อนหน้าและขอบบนของช่องราคา
เงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง:
สูญเสียโซนความต้องการในพื้นที่สีเขียว → แนวโน้มระยะสั้นอ่อนตัวลง
ขึ้นตามโครงสร้าง รอการปรับตัวลง – อย่าไล่ตามราคา
BTCUSD 1H โครงสร้างตลาดและระดับราคาสำคัญBTCUSD ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมงแสดงโครงสร้างตลาดที่มั่นคงหลังจากการปรับฐานสิ้นสุดลง การย่อตัวล่าสุดพบแนวรับใกล้ระดับ 86,500 ซึ่งแรงขายเริ่มชะลอตัวและราคาทรงตัว จากบริเวณนี้ราคาฟื้นตัวกลับเหนือระดับ 90,000
เหนือระดับดังกล่าว ราคากำลังก่อตัวเป็นจุดสูงและจุดต่ำที่สูงขึ้น แสดงถึงโครงสร้างระยะสั้นที่ดีขึ้น โซน 90,000–89,800 ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ ตราบใดที่ราคายืนเหนือโซนนี้ โครงสร้างยังคงอยู่
ระดับ 91,000 เป็นแนวต้านระยะสั้น หากราคายืนเหนือได้แสดงถึงความต่อเนื่องของแนวโน้ม
การวิเคราะห์เน้นที่พฤติกรรมราคาบริเวณระดับสำคัญ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การวิเคราะห์นี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน






















