กำลังรอการเบรกเอาท์ที่ชัดเจน🔻 เส้นแนวโน้มหลัก (Main Trendline)
สามารถเห็นเส้นแนวโน้มขาลงระยะยาวที่ลากจากยอดทางซ้ายลงมา
ขณะนี้ราคากำลังเข้าใกล้และมีปฏิกิริยาตรงบริเวณเส้นแนวโน้มนี้ → จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่มีผลต่อโครงสร้างตลาด
ยังไม่มีแท่งเทียนที่เบรกทะลุอย่างชัดเจน → แรงขายยังคงมีอิทธิพลอยู่
🔵 โซนแนวต้านที่แข็งแกร่ง (Strong Resistance Zone)
5,118 – 5,120
บริเวณนี้มีหลายปัจจัยมาบรรจบกัน:
• เส้นแนวโน้มขาลง
• ยอดรีบาวด์ล่าสุด
• โซนกระจายแรงขายในอดีต (Distribution Zone)
➡ หากราคาถูกปฏิเสธที่บริเวณนี้ มีโอกาสสูงที่จะเข้าสู่การปรับฐาน
🟢 แนวรับใกล้เคียง (Near Support)
4,970 – 4,968
• โซนสะสมระยะสั้น
• แนวรับใกล้ที่สุดของรอบขาขึ้นล่าสุด
➡ อาจเกิดการดีดตัวทางเทคนิคได้ แต่ไม่ใช่แนวรับหลักที่กำหนดทิศทางแนวโน้ม
🟢 แนวรับลึกกว่า (Deeper Support)
4,815 – 4,817
เหตุผลที่โซนนี้สำคัญ:
• โซนอุปสงค์แข็งแกร่งในอดีต
• อยู่ใกล้เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางด้านล่าง
• เป็นจุดต่ำเชิงโครงสร้างของคลื่นขาขึ้นล่าสุด
➡ หากราคาปรับฐานลึกลงมา มีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงซื้อที่แข็งแกร่งในบริเวณนี้
📌 แผนการเทรด (Trade Setup)
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4,968 – 4,970
Stop Loss: 4,960
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5,118 – 5,120
Stop Loss: 5,128
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
Xauusdidea
การวิเคราะห์ Elliott Wave – XAUUSD (10 กุมภาพันธ์ 2026)
โมเมนตัม
– โมเมนตัมกรอบ D1 ปัจจุบันอยู่ในโซน Overbought ดังนั้นในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิด การกลับตัวของโมเมนตัม D1 หากการกลับตัวนี้ได้รับการยืนยัน จะบ่งชี้ว่า คลื่น B กำลังเข้าสู่ช่วงปลาย
– โมเมนตัมกรอบ H4 กำลังอ่อนตัวลง จำเป็นต้องรอ การปิดแท่งเทียน H4 ปัจจุบัน เพื่อยืนยัน หาก H4 ถูกยืนยันว่าเป็นขาลง มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะ แกว่งตัว Sideway หรือปรับตัวลงต่อ จนกว่าโมเมนตัม H4 จะเข้าสู่ โซน Oversold
– โมเมนตัมกรอบ H1 ขณะนี้กำลังกลับตัวขึ้น ซึ่ง สวนทางกับโมเมนตัม H4 ดังนั้นในกรอบ H1 เรายังอาจเห็น การปรับตัวขึ้นระยะสั้นหรือการเคลื่อนไหวแบบ Sideway ต่อไป จนกว่าโมเมนตัม H1 จะเข้าสู่ โซน Overbought
โครงสร้างคลื่น
– โครงสร้างคลื่นกรอบ D1: ด้วยโมเมนตัม D1 ที่อยู่ในโซน Overbought เราคาดว่า คลื่น B อยู่ในช่วงท้าย และตลาดกำลังเตรียมเข้าสู่ คลื่น C
– โครงสร้างคลื่นกรอบ H4: คลื่น B กำลังก่อตัวในรูปแบบ ABC (สีแดง) โดยราคาปัจจุบันอยู่ใน คลื่น C สีแดง ซึ่งจำเป็นต้องวิเคราะห์เชิงลึกในกรอบ H1
– โครงสร้างคลื่นกรอบ H1:
ภายในคลื่น C สีแดง เราพบโครงสร้าง 5 คลื่น 1–2–3–4–5 (สีน้ำเงิน)
จากโครงสร้างปัจจุบัน เป้าหมายของ คลื่น 5 สีน้ำเงิน อยู่ที่:
– 5136
– 5525
อย่างไรก็ตาม ต้องสังเกตว่า การปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้ได้ ทะลุจุดสูงสุดของคลื่น 3 และทำจุดสูงสุดใหม่ เมื่อพิจารณา RSI จะเห็น สัญญาณ Divergence ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า คลื่น 5 สีน้ำเงินอาจเสร็จสมบูรณ์แล้ว
– จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เราจำเป็นต้อง ติดตามโมเมนตัม H4 และ H1 อย่างใกล้ชิดเพื่อรอการยืนยัน
ฉากทัศน์ตามการเคลื่อนไหวของโมเมนตัม
– กรณีราคาตามโมเมนตัม H4 (ขาลง):
เมื่อโมเมนตัม H4 เข้าสู่โซน Oversold เราจำเป็นต้องเห็น ราคาทะลุจุดต่ำสุดของคลื่น 4 สีน้ำเงินที่ระดับ 4969
หลังจากนั้น รอให้โมเมนตัม H4 ฟื้นตัวขึ้นสู่โซน Overbought หากราคา ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ เราจะ มองหาโอกาสเปิดคำสั่ง Sell
– กรณีราคาตามโมเมนตัม H1 (ขาขึ้นระยะสั้น):
หากราคาปรับตัวขึ้นต่อและ ทำจุดสูงสุดใหม่ เราจะ รอราคาเข้าใกล้โซนเป้าหมายด้านบน เพื่อ มองหาจุดเปิด Sell
แผนการเทรด
– กรณี Breakout:
หากราคา หลุดต่ำกว่าระดับ 4969 เราจะ มองหาโอกาสเทรด Breakout แบบเรียลไทม์
– กรณีทำจุดสูงสุดใหม่ – Limit Sell:
Sell Zone 1:
– Entry: 5136 – 5138
– SL: 5176
– TP1: 4969
– TP2: 4827
– TP3: 4640
Sell Zone 2:
– Entry: 5224 – 5226
– SL: 5564
– TP1: 5105
– TP2: 4969
– TP3: 4827
การบริหารความเสี่ยง
– ในช่วงเวลานี้ ความผันผวนของราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น จำเป็นต้องขยาย Stop Loss
– บัญชีขนาดเล็ก: ความเสี่ยงรวมต่อ 1 ครั้งของ SL ไม่ควรเกิน 5%
– บัญชีขนาดใหญ่: ความเสี่ยงรวมต่อ 1 ครั้งของ SL ไม่ควรเกิน 2%
ทองคำพักตัวสะสมกำลังใต้ $5,250 หลังเบรกเทรนด์ไลน์📊 WEEKLY OUTLOOK: ทองคำพักตัวสะสมกำลังใต้ $5,250 หลังเบรกเทรนด์ไลน์ (09-13 Feb 2026)
ทิศทางประจำสัปดาห์: 09 ก.พ. - 13 ก.พ. 2026
ราคาปัจจุบัน: $4,964
⭐️ GOLDEN INFORMATION: สรุปภาพรวมตลาด
ราคาทองคำ (XAU/USD) ปิดสัปดาห์ได้อย่างสวยงาม โดยมีการดีดตัวขึ้น (Rally) มากกว่า 3% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 วันที่ระดับ $4,655 ก่อนจะกลับมาปิดตลาดแถวๆ $4,963
🇺🇸 ปัจจัยหนุน (Catalyst): แรงซื้อกลับมาจากการเก็งกำไรว่าเฟด (Fed) อาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังจากมีรายงาน "ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ (Soft US Labor Data)" เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้ามา "ช้อนซื้อเมื่อย่อตัว (Dip Buyers)" แม้ว่าผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ จะเริ่มขยับขึ้นบ้างก็ตาม
📉 ความผันผวน (Volatility): วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดมีความผันผวนสูงมาก การที่ราคาทิ้งตัวหลุด $4,800 แล้วดีดกลับมายืนเหนือ $4,950 ได้ สะท้อนถึงแรงสู้ของฝั่งซื้อที่เริ่มกลับมาควบคุมเกมระยะสั้น
⭐️ COMMENT: มุมมองส่วนตัว
"Breakout & Recovery: เบรกเทรนด์ไลน์ ลุ้นรีบาวด์แต่ยังติดต้าน"
จากกราฟล่าสุด ราคาทองคำสามารถ "เบรกเส้นแนวโน้มขาลง (Trendline Breakout)" ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณของการกลับตัวระยะสั้น
มุมมองสัปดาห์หน้า: คาดว่าราคาจะฟื้นตัวต่อเนื่อง (Recovery) แต่จะเป็นลักษณะการ "ไซด์เวย์สะสมกำลัง (Consolidate)" โดยมีกรอบแนวต้านสำคัญด้านบนที่ไม่น่าจะผ่านได้ง่ายๆ คือโซน $5,250
โครงสร้างราคา: กราฟกำลังทำรูปแบบยก Low ขึ้น (Higher Low) จากฐาน $4,650 หากยืนระยะได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านตามลูกศรในภาพ
📈 TECHNICAL PERSPECTIVE: วิเคราะห์กราฟ (Timeframe H3)
อ้างอิงจากกราฟ H3 ล่าสุด ระบุกรอบราคาสำคัญดังนี้:
🔥 แนวต้าน (Resistance):
$5,149 (ด่านแรกที่ต้องทดสอบ)
$5,250 (ต้านแข็งแกร่งประจำสัปดาห์ - เส้นสีแดง)
$5,334 (เป้าหมายสูงสุดหากแรงซื้อมากพอ)
🛡 แนวรับ (Support):
$4,650 (ฐาน Low ล่าสุดที่รับอยู่)
$4,400 (แนวรับจิตวิทยา/โครงสร้างล่าง)
$4,257 - $4,231 (โซนแนวรับลึกสุด)
⭐️ NOTE:
Nova wishes traders to manage their capital well
ขอให้นักลงทุนบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวัง:
เลือกขนาด Lot ให้เหมาะสมกับเงินทุน (MM)
Take Profit: 4-6% ของพอร์ต
Stop Loss: 2-3% ของพอร์ต
"ผู้ชนะ คือผู้ที่ยืนหยัดอยู่ในตลาดได้นานที่สุด"
ทองคำกำลังกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่🔹 แนวโน้มหลัก (Trendline)
เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวยังคงถูกยึดไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
ราคาดีดตัวจากเส้นนี้หลายครั้ง → ยืนยันว่าเป็นแรงขับเคลื่อนของแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง
ขณะนี้ราคายังเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นแนวโน้ม → โครงสร้างขาขึ้นยังไม่ถูกทำลาย
🔹 โซนแนวต้านสำคัญ
โซน: 5,098 – 5,100
เหตุผลที่เป็นแนวต้านแข็งแกร่ง:
• ตรงกับยอดสูงก่อนหน้าล่าสุด
• อยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 1.0
• ราคาเริ่มชะลอตัวเมื่อเข้าใกล้บริเวณนี้
➡ หากราคาไม่สามารถทะลุผ่านโซนนี้ได้อย่างชัดเจน มีโอกาสสูงที่จะเกิดการย่อตัวระยะสั้น
🔹 โซนแนวรับหลัก
บริเวณ 4,800
เหตุผล:
• เป็นโซนสะสมราคาในอดีต
• สอดคล้องกับเส้นแนวโน้มขาขึ้น
• เป็นจุดต่ำล่าสุดของรอบการฟื้นตัว
➡ หากราคาย่อตัวลงมา โซนนี้มีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง
📌 แผนการเทรด
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4,800 – 4,802
Stop Loss: 4,790
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5,098 – 5,100
Stop Loss: 5,110
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
แรงเทขายกดดันตามเทรนด์ไลน์📊 GOLD ANALYSIS: แรงเทขายกดดันตามเทรนด์ไลน์ จับตา CME ปรับหลักประกัน (Bearish Pressure)
ทิศทางประจำวันที่ 6 ก.พ. 2569
⭐️ GOLDEN INFORMATION: ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนตลาด
ราคาทองคำยังคงเผชิญกับแรงกดดันทางฝั่งขาย (Selling Pressure) อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยลบสำคัญที่เข้ามากระทบตลาดดังนี้:
⚠️ CME ปรับขึ้นหลักประกัน (Margin Hike): ทาง Chicago Mercantile Exchange Group (CME) ตลาดอนุพันธ์ชั้นนำของโลก ได้ประกาศ "ปรับเพิ่มหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin Requirements)" สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สทองคำและโลหะเงิน
ผลกระทบ: การเพิ่มหลักประกันทำให้ต้นทุนในการถือครองสถานะสูงขึ้น บีบให้เทรดเดอร์บางส่วนต้องเทขายทองคำเพื่อลดภาระหรือปิดสถานะ (Liquidation)
📉 หุ้นเทคร่วงหนัก (Tech Sell-off): ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เทรดเดอร์ต้องขายสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่างทองคำเพื่อนำเงินสดไปเติมหลักประกันในพอร์ตหุ้น (Margin Calls)
🇺🇸 ข่าวเศรษฐกิจ: ในช่วงสายวันนี้ราคาทองคำร่วงลงไปแตะระดับ $4,680 ก่อนจะดีดตัวขึ้นมาเล็กน้อย โดยตลาดกำลังจับตาดูรายงาน "ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Michigan Consumer Sentiment)" ที่จะประกาศในคืนนี้
⭐️: มุมมองส่วนตัว
"Consolidation under Pressure: พักตัวใต้เทรนด์ขาลง"
ภาพรวมราคาทองคำยังคงวิ่งอยู่ใต้ระดับจิตวิทยา $5,000 อย่างชัดเจน โดยพฤติกรรมราคาเป็นการ "สร้างฐานต่ำลง (Consolidating downwards)" และเคลื่อนไหวเกาะไปตามเส้นแนวโน้มขาลง (Descending Trendline) ที่กดดันราคาอยู่ด้านบน
📈 TECHNICAL PERSPECTIVE: วิเคราะห์กราฟ (Timeframe H1)
อ้างอิงจากกราฟ H1 ล่าสุด โครงสร้างทางเทคนิคยังคงเป็น "ขาลง (Downtrend)" โดยมีรายละเอียดดังนี้:
เส้นแนวโน้ม (Trendline): เส้นเทรนด์ไลน์สีน้ำเงินที่ลากเชื่อมจุดสูงสุดลงมา ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวต้าน (Dynamic Resistance) ที่แข็งแกร่ง ราคามีการทดสอบและถูกตบลงมาทุกครั้ง สะท้อนว่าฝั่งขายยังคุมเกมอยู่
โซนแนวต้านสำคัญ (Key Resistance):
โซน $4,935 - $4,947 ถือเป็นด่านหินสำคัญ (Supply Zone) หากราคาดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบโซนนี้ มีโอกาสสูงที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรอีกครั้งตามลูกศรในภาพ
โซนแนวรับสำคัญ (Key Support):
ฐานราคาด้านล่างอยู่ที่บริเวณ $4,648 - $4,655 หากหลุดโซนนี้ไปได้ จะเป็นการเปิดประตูสู่การปรับฐานลงต่อที่รุนแรงขึ้น
อินดิเคเตอร์ (Indicators): การจัดเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ย EMA 34 และ EMA 89 ยังคงกดทับราคา สนับสนุนทิศทางขาลง
💡 สรุปแนวโน้ม (Outlook)
ทิศทางหลักยังเป็น Bearish (ขาลง) ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถ Breakout ทะลุเส้นเทรนด์ไลน์และยืนเหนือโซน $4,947 ได้ การดีดตัวขึ้น (Rebound) ควรมองเป็นโอกาสในการพิจารณาฝั่งขายตามเทรนด์หลัก มากกว่าการไล่ซื้อสวนเทรนด์ครับ
⭐️ NOTE:
Wishes traders to manage their capital well.
ขอให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เนื่องจากตลาดมีความผันผวนจากการบังคับขาย (Forced Liquidation) ในช่วงนี้
ทองคำมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดในสภาวะตลาดปัจจุบัน?1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendlines)
🔹 เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง
เส้นแนวโน้มหลักเชื่อมจากจุดต่ำสำคัญล่าสุดไปยังจุดต่ำที่สูงขึ้นถัดมา (Higher Lows)
ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นแนวโน้มนี้ → โครงสร้างขาขึ้นระยะกลางยังไม่ถูกทำลาย
อย่างไรก็ตาม ความชันของแนวโน้มเริ่มแบนลง → โมเมนตัมฝั่งซื้ออ่อนแรง และตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงสะสมตัว (Sideways)
🔹 เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นที่ชันกว่า
การฟื้นตัวล่าสุดได้สร้างเส้นแนวโน้มที่ชันขึ้น แต่ตอนนี้ได้ถูกทะลุลงแล้ว
แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นสิ้นสุดลง และตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานหรือแกว่งตัวในกรอบ
2️⃣ โซนแนวต้าน (Resistance Zones)
🔵 แนวต้านหลัก: 5,028 – 5,030
เป็นจุดสูงเดิมที่ราคาถูกปฏิเสธหลายครั้ง
สอดคล้องกับโซนอุปทาน (Supply Zone) ที่แข็งแกร่ง → มีโอกาสเกิดแรงขายสูง
หากราคาทะลุผ่านโซนนี้ได้อย่างชัดเจน → จะยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง
🔵 แนวต้านระยะสั้น: 4,913 – 4,915
บริเวณราคาที่มีการตอบสนองหลายครั้งล่าสุด
ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเพดานของกรอบสะสมราคา
หากราคาไม่สามารถทะลุขึ้นได้ → มีโอกาสกลับลงไปทดสอบแนวรับอีกครั้ง
3️⃣ โซนแนวรับ (Support Zones)
🟢 แนวรับระยะสั้น: 4,820 – 4,830
โซนนี้กำลังพยุงราคาในระยะสั้น
สอดคล้องกับจุดต่ำของรอบการย่อล่าสุดและกรอบแกว่งตัวปัจจุบัน
หากยังยืนอยู่ได้ → ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบน
🟢 แนวรับแข็งแกร่งกว่า (เส้นแนวโน้ม + โซนอุปสงค์): 4,716 – 4,718
เป็นจุดบรรจบของปัจจัยสำคัญ ได้แก่:
เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง
โซนอุปสงค์ (Demand Zone) ก่อนหน้า
หากราคาลงมาบริเวณนี้ → มีโอกาสเกิดแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
📌 แผนการเทรด (Trade Setups)
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4,716 – 4,718
Stop Loss: 4,708
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5,028 – 5,030
Stop Loss: 5,040
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
การวิเคราะห์ Elliott Wave XAUUSD – 6 กุมภาพันธ์ 2026
โมเมนตัม
– โมเมนตัมกรอบวัน (D1) ขณะนี้กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นยังมีโอกาสดำเนินต่อไปได้อีกประมาณ 1–2 วันข้างหน้า จนกว่าโมเมนตัม D1 จะเข้าสู่โซน Overbought
– โมเมนตัมกรอบ H4 ได้เริ่มกลับตัวขึ้นแล้ว ดังนั้นเราคาดหวังว่าจะเห็น การปรับตัวขึ้นในช่วงไม่กี่แท่งเทียน H4 ถัดไป
– โมเมนตัมกรอบ H1 ปัจจุบันอยู่ในโซน Overbought และเริ่มมีสัญญาณเตรียมกลับตัว ส่งผลให้ใน ไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า มีโอกาสเกิดการย่อตัวหรือการกลับตัวระยะสั้นของโมเมนตัม H1
โครงสร้างคลื่น
โครงสร้างคลื่นกรอบวัน (D1)
บนกรอบเวลา D1 โมเมนตัมยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคายังไม่ขยับแรงมาก สภาวะนี้สนับสนุนว่า การรีบาวด์ของคลื่น B ยังคงดำเนินต่อไป
เราคาดหวังว่า คลื่น B จะสิ้นสุดลงเมื่อโมเมนตัม D1 เข้าสู่โซน Overbought ซึ่งจะเป็นจุดเตรียมเข้าสู่เฟสถัดไปของตลาด
โครงสร้างคลื่นกรอบ H4
บนกราฟ H4 โมเมนตัมกำลังกลับตัวขึ้น ซึ่งสนับสนุน การปรับตัวขึ้นระยะสั้นประมาณ 4–5 แท่งเทียน H4
การปรับตัวขึ้นนี้ยังถือว่า อยู่ภายในคลื่น B และเมื่อคลื่น B เสร็จสมบูรณ์ ราคาอาจ เข้าสู่คลื่น C (สีดำ) ตามแผนการวิเคราะห์เดิม
โครงสร้างคลื่นกรอบ H1
ภายใน คลื่น B สีดำ เราพบ โครงสร้างปรับฐาน ABC สีแดง โดยปัจจุบันราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน คลื่น B สีแดง
น่าเสียดายที่ ราคายังไม่แตะระดับ Entry ตามแผนที่วางไว้เมื่อวาน
ในระยะสั้น เรายังคงรอให้ โมเมนตัม H1 กลับตัวลงและเข้าสู่โซน Oversold เมื่อถึงจุดนั้น หาก โมเมนตัมของ H4 และ H1 กลับตัวขึ้นพร้อมกัน จะถือเป็นสัญญาณ Confluence ที่ดีสำหรับการพิจารณาเข้าเทรด
– กรณีที่ราคายังไม่หลุดระดับ 4658: จะเป็นการยืนยันว่า จุดต่ำสุดของ H4 ได้ก่อตัวที่บริเวณ 4658 และราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปตามทิศทางของโมเมนตัม H4
– กรณีที่ราคาหลุดต่ำกว่า 4658: แสดงให้เห็นว่า คลื่น B อาจยังไม่สิ้นสุด และเราจะมุ่งความสนใจไปที่โซนราคา 4640 – 4597 ซึ่งเป็น โซนสภาพคล่องสูง และสอดคล้องกับ โซน Fibonacci ที่ได้วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้า เหมาะสำหรับการมองหา จังหวะ Buy
หมายเหตุด้านการบริหารความเสี่ยง
ในช่วงเวลานี้ ความผันผวนของราคายังคงสูงมาก โดยช่วงราคาที่เป็นไปได้กว้างกว่า 500 pips ทำให้การวางคำสั่งแบบ Limit ทำได้ยาก
ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสมคือ การเข้าเทรดด้วยคำสั่งตลาด (Direct Execution) โดยอาศัย:
– พฤติกรรมของโมเมนตัม
– โซนเป้าหมายราคา
– รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวที่ชัดเจน
การบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสภาวะตลาดปัจจุบัน:
– บัญชีขนาดเล็ก: เสี่ยง ไม่เกิน 5% ต่อหนึ่งคำสั่ง
– บัญชีขนาดใหญ่: เสี่ยง ไม่เกิน 3% ต่อหนึ่งคำสั่ง
การควบคุมขนาดสัญญาในช่วงนี้ถือเป็น กุญแจสำคัญในการปกป้องเงินทุน ในภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง
สะสมกำลังโซน $5,000 จับตาข่าวสงคราม vs การเจรจา 📊 GOLD ANALYSIS:ทิศทางประจำวันที่ 5 ก.พ. 2569
ราคาปัจจุบัน: $4,930 (ขณะเขียนบทวิเคราะห์)
⭐️ GOLDEN INFORMATION: ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนตลาด
ราคาทองคำ (XAU/USD) กำลังเคลื่อนไหวในลักษณะ "สะสมกำลัง (Accumulation)" หลังจากที่มีการดีดตัวขึ้นไปทดสอบระดับจิตวิทยา $5,005 ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย โดยมีปัจจัยหนุนและกดดันที่ต้องจับตาดังนี้:
⚠️ ความตึงเครียดทางทหาร (Geopolitical Tension): แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven Demand) กลับเข้ามาพยุงตลาด หลังจากมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ยิงโดรนของอิหร่านตกในทะเลอาหรับ เนื่องจากโดรนดังกล่าวบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อย่างคุกคาม สร้างความกังวลว่าสถานการณ์อาจบานปลาย
🕊 ความหวังจากการเจรจา (Diplomatic Talks): อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่เกิด Panic Buy เต็มตัว เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอผลการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน ที่จะจัดขึ้นใน "วันศุกร์นี้" ณ ประเทศโอมาน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาทิศทางราคาในสัปดาห์หน้า
⭐️: มุมมองส่วนตัว
"Consolidation Phase: พักตัวเพื่อเลือกทาง"
ณ ราคาปัจจุบันที่ $4,930 ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ "สุญญากาศ" คืออยู่กึ่งกลางระหว่างแรงซื้อจากความกลัวสงคราม และแรงขายทำกำไรทางเทคนิค
การที่ราคาขึ้นไปยืนเหนือ $5,000 ไม่ได้และย่อกลับลงมา สะท้อนว่าแรงขายกดดัน (Selling Pressure) ยังคงทำงานได้ดีในโซนจิตวิทยา
แต่ในขณะเดียวกัน โซนแนวรับด้านล่างก็มีแรงซื้อพยุงไว้ ทำให้กราฟวิ่งในกรอบสะสมพลังเพื่อรอข่าวใหญ่
📈 TECHNICAL PERSPECTIVE: วิเคราะห์กราฟ (Timeframe H1)
อ้างอิงจากกราฟ H1 ล่าสุด โครงสร้างราคายังคงมีความผันผวนสูงและเริ่มบีบตัวในกรอบสามเหลี่ยม:
แนวโน้มหลัก (Trend): แม้จะมีการรีบาวด์สั้นๆ แต่โครงสร้างภาพใหญ่ใน H1 ยังถูกกดดันด้วย "เส้นแนวโน้มขาลง (Descending Trendline)" สีน้ำเงินที่กดทับราคาอยู่ การที่ราคายังไม่สามารถ Breakout ทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ ทำให้ฝั่งขายยังคงมีความได้เปรียบเล็กน้อยในทางเทคนิค
โซนแนวต้าน (Resistance Zones):
ด่านแรกคือโซน $5,000 - $5,100 หากผ่านไปได้จะมีแนวต้านแข็งแกร่งถัดไปที่บริเวณ $5,288 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างราคา
โซนแนวรับ (Support Zones):
แนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ $4,740 ซึ่งเป็นฐานราคาที่เคยรับอยู่ หากหลุดโซนนี้ ลงมาจะมีโอกาสปรับฐานลึกต่อเนื่องไปหาเป้าหมายทางเทคนิคถัดไปที่ $4,615 และ $4,257 ตามลำดับ
อินดิเคเตอร์ (Indicators): ราคาเคลื่อนไหวทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย EMA 34 และ EMA 89 ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับ-ต้านเคลื่อนที่ (Dynamic S/R) บ่งบอกถึงภาวะตลาดที่ยังเลือกทิศทางไม่ชัดเจน (Sideway)
💡 สรุปกลยุทธ์การลงทุน (Strategy Note)
ช่วงนี้ตลาดมีความผันผวนสูงจากข่าวสงคราม (News Driven) การเทรดควรเน้น "การรอจังหวะที่ขอบ (Trade at Edges)"
ฝั่งซื้อ (Buy): ควรรอให้ราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับแข็งแกร่งด้านล่าง (Zone $4,740) เพื่อลดความเสี่ยง
ฝั่งขาย (Sell): หากราคาดีดตัวกลับขึ้นไปหาแนวต้านโซนบน ($5,100-$5,280) แต่ไม่สามารถผ่านได้ เป็นจังหวะพิจารณาทำกำไรระยะสั้น
⭐️ NOTE:
Nova wishes traders to manage their capital well.
บริหารความเสี่ยง (MM) ให้เคร่งครัด
Take Profit 4-6% ของพอร์ต
Stop Loss 2-3% ของพอร์ต
"ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่รอดในตลาดได้นานที่สุด"
การวิเคราะห์ Elliott Wave XAUUSD – 5 กุมภาพันธ์ 2026
1. โมเมนตัม
โมเมนตัมกรอบสัปดาห์ (W1)
– โมเมนตัมกรอบสัปดาห์ขณะนี้เริ่มแสดงสัญญาณการกลับตัวลง
– อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องรอให้แท่งเทียนสัปดาห์ปิดก่อน เพื่อยืนยันการกลับตัวดังกล่าว
– หากการกลับตัวได้รับการยืนยัน ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงปรับตัวลงหรือเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway อย่างน้อยหลายสัปดาห์
โมเมนตัมกรอบวัน (D1)
– โมเมนตัม D1 ขณะนี้กำลังเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อหรือแกว่งตัวในกรอบ Sideway ต่อไปอีกหลายวัน
– ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา: หากโมเมนตัม D1 เข้าสู่โซน Overbought แต่ราคาไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ นั่นจะเป็นสัญญาณยืนยันว่าแนวโน้มขาลงระยะยาวยังคงมีอิทธิพลอยู่
โมเมนตัมกรอบ H4
– โมเมนตัม H4 ขณะนี้อยู่ในโซน Oversold และกำลังเตรียมกลับตัว
– สิ่งนี้บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการกลับตัวขึ้นในกรอบเวลา H4 ภายในวันนี้หรือในระยะเวลาอันใกล้
2. โครงสร้างคลื่น
โครงสร้างคลื่นกรอบสัปดาห์ (W1)
– บนกราฟสัปดาห์ โครงสร้างคลื่น 5 คลื่น (1–2–3–4–5) ได้ก่อตัวครบถ้วนแล้ว และขณะนี้ราคากำลังเข้าสู่ช่วงคลื่นปรับฐาน
– เมื่อพิจารณาร่วมกับสัญญาณการกลับตัวลงของโมเมนตัมสัปดาห์ หากได้รับการยืนยัน การปรับฐานนี้มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยหลายสัปดาห์
โครงสร้างคลื่นกรอบวัน (D1)
– บนกราฟรายวัน การปรับตัวลงที่มีความชันและรุนแรง บ่งชี้ถึงโครงสร้างคลื่น 5 คลื่นของคลื่น A
– การปรับตัวขึ้นที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันจึงถูกมองว่าเป็นคลื่น B
– คลื่น B มักมีโครงสร้างที่ซับซ้อน ดังนั้นในระยะนี้ควรติดตามโมเมนตัม D1 และ H4 ควบคู่กับเป้าหมายราคาที่คาดการณ์ไว้ เพื่อประเมินจุดสิ้นสุดของคลื่น B
– เมื่อราคาแตะโซนเป้าหมาย และในขณะเดียวกันโมเมนตัม D1 และ H4 อยู่ในโซน Overbought และเริ่มกลับตัว จะเป็นสัญญาณยืนยันว่าคลื่น B ได้สิ้นสุดลงแล้ว
3. โครงสร้างคลื่นกรอบ H4
– บนกรอบเวลา H4 คลื่น A (สีดำ) ได้ก่อตัวเสร็จสิ้นแล้ว และขณะนี้ราคากำลังพัฒนาอยู่ในคลื่น B
– โมเมนตัม D1 ที่ยังคงเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มขาขึ้นอาจดำเนินต่อไปได้อีกหลายวัน ขณะที่โมเมนตัม H4 กำลังเตรียมกลับตัวขึ้น
– สิ่งนี้สนับสนุนมุมมองว่าคลื่น B ยังไม่จบและกำลังดำเนินต่อ
– คลื่น B มีความเป็นไปได้ที่จะก่อตัวเป็นโครงสร้างขั้นต่ำแบบ ABC (สีแดง)
– ในขณะนี้ ราคาอาจกำลังอยู่ในคลื่น B สีแดง ซึ่งภายในสามารถสังเกตเห็นโครงสร้างย่อย 3 คลื่นที่กำลังก่อตัว
– ราคาปัจจุบันอยู่ในคลื่น C สีฟ้า
เป้าหมายของคลื่น C สีฟ้า มี 2 ระดับหลัก:
– 4827: จุดที่คลื่น C มีความยาวเท่ากับคลื่น A
– 4640: จุดที่คลื่น C เท่ากับ 1.618 ของคลื่น A และสอดคล้องกับโซนสภาพคล่องขนาดใหญ่
– ผมคาดว่าราคาจะปรับตัวลงมายังบริเวณ 4640 เพื่อมองหาโอกาส Buy
4. แผนการเทรด
– ปัจจุบันช่วงการแกว่งของแท่งเทียนยังคงกว้างมาก ทำให้การตั้ง Stop Loss ทำได้ยาก และจำเป็นต้องตั้งระยะห่างมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกไล่ Stop
– ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งจำเป็น
– บัญชีขนาดเล็ก: ความเสี่ยงไม่เกิน 5% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
– บัญชีขนาดใหญ่: ความเสี่ยงไม่เกิน 3% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
แผนการเข้าเทรด:
– Buy Zone: 4642 – 4640
– Stop Loss: 4600
– TP1: 4827
– TP2: 5105
– TP3: 5244
ทองคำยังคงผันผวนอย่างหนัก และเทรดเดอร์กำลังเผชิญกับความยากลำบาก📈 1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
🔹 เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง (เส้นประสีดำ)
ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นหลักที่ลากจากจุดต่ำก่อนหน้า → โครงสร้างขาขึ้นระยะกลางยังไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์
🔹 อย่างไรก็ตาม:
การร่วงลงอย่างรุนแรงล่าสุดแสดงให้เห็นว่าโมเมนตัมขาลงระยะสั้นกำลังมีอิทธิพล และราคากำลังกลับมาทดสอบเส้นแนวโน้มนี้อีกครั้ง
➡️ ขณะนี้เส้นแนวโน้มทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิกที่สำคัญ
🟥 2️⃣ แนวต้าน
🔹 แนวต้านสำคัญ: 5,100 – 5,105
นี่คือโซนแนวต้านที่ราคาเคยถูกปฏิเสธมาก่อน
สอดคล้องกับยอดเดิม + โซนกระจายของแรงขาย
หากราคากลับขึ้นมาบริเวณนี้ มีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงขายรุนแรง
➡️ ต้องมีการปิดแท่งเทียนทะลุโซนนี้อย่างชัดเจนเท่านั้น จึงจะยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้น
🟦 3️⃣ แนวรับใกล้เคียง
🔹 แนวรับระยะสั้น: 4,888 – 4,886
โซนเบรกเอาท์เดิม + ฟีโบนัชชี 0.5 – 0.618
ขณะนี้ถูกทะลุลงอย่างแรง → เปลี่ยนบทบาทเป็นแนวต้านเมื่อราคาดีดตัวขึ้น
➡️ หากราคาดีดขึ้นมาบริเวณนี้แล้วถูกปฏิเสธ → จะยืนยันแนวโน้มขาลงระยะสั้น
🟩 4️⃣ แนวรับสำคัญ
🔹 โซนอุปสงค์แข็งแกร่ง: 4,695 – 4,697
(ทำเครื่องหมายว่า “Support Zone + GAP”)
นี่คือบริเวณที่มี:
เส้นแนวโน้มขาขึ้นมาบรรจบ
โซนอุปสงค์ก่อนหน้า
➡️ มีโอกาสสูงที่ราคาจะถูกดึงลงมาทดสอบโซนนี้
📌 แผนการเทรด
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4697 – 4695
Stop Loss: 4687
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5100 – 5098
Stop Loss: 5010
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ทองคำกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง📉 1. แนวโน้มโดยรวม
🔹 แนวโน้มหลักก่อนหน้า: ขาลง (BEARISH)
ราคายังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลาง (เส้นประสีดำด้านบน) ซึ่งเป็นโซนขายทางเทคนิคที่แข็งแกร่งทุกครั้งที่ราคาเข้าใกล้
🔹 แนวโน้มระยะสั้น: การฟื้นตัวขาขึ้น
จากจุดต่ำล่าสุด ราคาได้สร้างเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น (เส้นประสีดำด้านล่าง) พร้อมโครงสร้าง:
• จุดต่ำยกสูงขึ้น (Higher Lows)
• จุดสูงยกสูงขึ้น (Higher Highs)
➡️ ขณะนี้ตลาดอยู่ในช่วงฟื้นตัวภายในแนวโน้มขาลงหลักก่อนหน้า
📈 2. เส้นแนวโน้มสำคัญ
🔺 เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น
ทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิก
ราคาดีดตัวขึ้นหลายครั้งเมื่อแตะเส้นนี้
หากเส้นแนวโน้มขาขึ้นถูกทะลุลง → โครงสร้างการฟื้นตัวสิ้นสุด → มีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลง
🔻 เส้นแนวโน้มขาลงระยะกลาง
สร้างแรงกดดันจากด้านบน
บรรจบกับโซนแนวต้านสำคัญ → กลายเป็นบริเวณขายแบบคอนฟลูเอนซ์
🟦 3. โซนแนวรับ (SUPPORT)
🟢 แนวรับใกล้เคียง: 4,886 – 4,888
สอดคล้องกับจุดต่ำของรอบย่อล่าสุด
🟢 แนวรับลึกลงไป: 4,800 – 4,802 (ฟีโบนัชชี 0.5)
โซนสะสมก่อนเกิดการปรับตัวขึ้นแรง
หากหลุดโซนนี้ → โครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นจะพังลงทั้งหมด
🟥 4. โซนแนวต้าน (RESISTANCE)
🔴 แนวต้านใกล้เคียง: 5,100
ราคามีปฏิกิริยาอย่างชัดเจนที่ระดับนี้
อาจเกิดการย่อตัวทางเทคนิค
🔴 แนวต้านสำคัญ: 5,234
สอดคล้องกับฟีโบนัชชี 1.618
ใกล้กับเส้นแนวโน้มขาลงหลัก
➡️ นี่คือโซนแนวต้านแบบคอนฟลูเอนซ์ที่แข็งแกร่งที่สุด
➡️ มีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงขายจำนวนมาก
📌 แผนการเทรด
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4,886 – 4,888
Stop Loss: 4,876
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5,234 – 5,236
Stop Loss: 5,246
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
XAU/USD – แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องเหนือ POI สำคัญ เป้าหมาย: ขอบบนข🔍 การวิเคราะห์ทางเทคนิค (45M)
🟢 โครงสร้างตลาด
หลังจากแรงกดดันฝั่งขาลงที่รุนแรง ทองคำได้สร้างฐานที่แข็งแรงและเปลี่ยนโครงสร้างเป็น ขาขึ้น
โครงสร้างของ จุดสูงที่สูงขึ้น และจุดต่ำที่สูงขึ้น (Higher High & Higher Low) ยังคงอยู่ตาม เส้นแนวโน้มขาขึ้น ✔️
จุดพิวอต (Pivot Points) หลายจุดยืนยันว่าฝั่งซื้อยังคงปกป้องระดับราคาที่สูงขึ้น
📦 POI & โซนสำคัญ
Extreme POI (โซนอุปสงค์): พื้นที่สะสมหลักที่กระตุ้นการกลับตัว 🟩
High POI (โซนอุปทาน → โซน Mitigation): ราคาทะลุและยืนเหนือโซนนี้ได้ กลายเป็นแนวรับ — สัญญาณขาขึ้น
ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือโซน High POI แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องยังคงได้เปรียบ
📈 Breakout & Price Action
การเบรกลงก่อนหน้านี้ล้มเหลว และถูกแทนที่ด้วยแรงขับเคลื่อนฝั่งขาขึ้นที่แข็งแกร่ง
โครงสร้างปัจจุบันแสดงถึง การสะสมตัวฝั่งขาขึ้น เหนือโซน High POI บ่งชี้ถึงการขึ้นต่อ มากกว่าการกลับตัว
การย่อตัวลงมาที่โซน High POI หรือเส้นแนวโน้ม มองเป็น โอกาสซื้อเมื่อย่อตัว (Buy the Dip)
🎯 เป้าหมายราคา
🎯 เป้าหมายหลัก:
5,120 – 5,150 (ขอบบนของกรอบราคา / โซนสภาพคล่อง)
🎯 เป้าหมายถัดไป (หากโมเมนตัมเร่งตัว):
5,180 – 5,220
🛑 ระดับยกเลิกแนวคิด (Invalidation Level):
การปิดราคาที่ชัดเจน ต่ำกว่า 4,950 จะทำให้แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องอ่อนแรงลง
✅ สรุป
ทองคำยังคงอยู่ใน โครงสร้างขาขึ้น ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและการเคารพเส้นแนวโน้มขาขึ้น การยืนเหนือโซน High POI เปิดทางให้ราคาเคลื่อนไปสู่ เป้าหมายบริเวณขอบบนของกรอบราคา คาดว่าจะมีการย่อตัวตื้น ๆ ก่อนการขึ้นต่อ 📊✨
ทองคำจะมีการเบรกเอาท์อีกครั้งไหม? 03-02-26📉 1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
🔹 แนวโน้มหลัก: ยังคงเป็นขาลง (BEARISH)
ราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ลากจากจุดสูงทางซ้าย → ฝั่งผู้ขายยังคงควบคุมโครงสร้างตลาดภาพรวม
🔹 แนวโน้มระยะสั้น: การย่อตัวทางเทคนิค (TECHNICAL PULLBACK)
ราคาสร้างเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นจากจุดต่ำล่าสุด → นี่เป็นเพียงการดีดตัวเชิงแก้ไขภายในแนวโน้มขาลงหลัก
➡️ ขณะนี้ราคากำลังเคลื่อนไหวบีบตัวอยู่ในรูปแบบสามเหลี่ยม (เส้นแนวโน้มขาลงด้านบน + เส้นแนวโน้มขาขึ้นด้านล่าง) → มีโอกาสสูงที่จะเกิดการเบรกเอาท์อย่างรุนแรงในเร็ว ๆ นี้
🟥 2️⃣ โซนแนวต้าน (Resistance Zones)
🔹 แนวต้านใกล้เคียง: 4,998 – 5,000
บริเวณที่เคยเบรกลงมาก่อนหน้า
สอดคล้องกับเส้นแนวโน้มขาลง
➡️ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดแรงขายเมื่อราคากลับมาทดสอบ
🔹 แนวต้านสำคัญ: 5,263 – 5,265
โซนอุปทานแข็งแกร่งก่อนหน้า
ระดับส่วนขยายฟีโบนัชชี 1.618
➡️ ต้องมีการเบรกเอาท์อย่างแข็งแกร่งเหนือโซนนี้เท่านั้น จึงจะยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มได้
🟩 3️⃣ โซนแนวรับ (Support Zones)
🔹 แนวรับใกล้เคียง: 4,683 – 4,685
ฐานการสะสมราคาในปัจจุบัน
สอดคล้องกับเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น
➡️ หากระดับนี้ยังคงรับอยู่ → ราคามีโอกาสดีดตัวกลับไปทดสอบแนวต้าน
🔹 แนวรับลึกลงไป: 4,590 – 4,600
จุดต่ำเชิงโครงสร้างก่อนหน้า
➡️ หากหลุดต่ำกว่าโซนนี้ จะยืนยันการลงต่อของแนวโน้มขาลงและมีโอกาสทำจุดต่ำใหม่
🔻 ขายทองคำ (SELL GOLD): 4,998 – 5,000
Stop Loss: 5,010
Take Profit: 200 pips – 400 pips – เปิดปล่อยกำไร
🔺 ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 4,683 – 4,685
Stop Loss: 4,673
Take Profit: 200 pips – 400 pips – เปิดปล่อยกำไร
แรงเทขายมหาศาลกดดันตลาด (Selling Pressure Dominates)📅 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
⏱วิเคราะห์ผ่านไทม์เฟรม: H3 (3 ชั่วโมง)
1. ปัจจัยพื้นฐานและบรรยากาศตลาด (Fundamental & Sentiment)
ภาพรวมตลาดทองคำเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย "แรงกดดันขาลง (Bearish Pressure)" อย่างหนัก สืบเนื่องจากปฏิกิริยาของตลาดต่อข่าวใหญ่ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว
ดอลลาร์ฟื้น-ทองร่วง: ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ดีดตัวกลับขึ้นมาแข็งค่า +0.74% มาอยู่ที่ระดับ 96.87 ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาทองคำ
บอนด์ยีลด์พุ่ง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.247% สะท้อนมุมมองของนักเก็งกำไรที่เริ่ม "ลดความคาดหวัง" ว่า Kevin Warsh (ว่าที่ประธานเฟด) จะลดดอกเบี้ยแบบรุนแรงตามใบสั่งทำเนียบขาว
จับตาถ้อยแถลงเฟด: ตลาดกำลังจับตาความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านในวันนี้ เช่น Raphael Bostic และ Christopher Waller ซึ่งอาจสร้างความผันผวนเพิ่มเติม
2. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis - H3)
จากกราฟ Timeframe H3 ล่าสุด แสดงให้เห็นโครงสร้างราคาที่ "เสียทรงขาขึ้นอย่างสมบูรณ์" และเข้าสู่รอบการพักฐานลึก (Deep Correction) ดังนี้:
โครงสร้างราคา (Price Action):
กราฟเกิดแท่งเทียนสีแดงยาวติดต่อกัน (Strong Bearish Candles) บ่งบอกถึงแรงขายที่ยังไม่แผ่วลง
ราคาได้หลุดแนวรับสำคัญ (Breakout) ลงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง $5,110, $4,960 และล่าสุดกำลังทดสอบโซน $4,610
รูปแบบการเคลื่อนที่สอดคล้องกับทฤษฎี "ChoCh" (Change of Character) ที่เปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลงชัดเจน
แนวโน้มและการคาดการณ์ (Forecast Path):
Scenario หลัก (เส้นสีแดง): คาดการณ์ว่าจะมีการ "เด้งเพื่อลงต่อ (Rebound to Drop)" โดยราคาอาจมีการดีดตัวสั้นๆ (Technical Rebound) ขึ้นไปทดสอบแนวต้านเก่าที่กลายเป็นแนวรับใหม่ บริเวณ $4,700 - $4,845 ก่อนที่จะถูกแรงขายกดกลับลงมาทำ Low ใหม่
เป้าหมายขาลง (Downside Targets): หากหลุดโซน $4,610 ลงไป เป้าหมายถัดไปคือ $4,410 และลึกสุดที่ $4,270 - $4,257 ตามลำดับ
อินดิเคเตอร์ (Indicators):
RSI: ปรับตัวลงต่ำเข้าสู่โซน Oversold (38.60 - 20.90) แต่ยังไม่มีสัญญาณ Bullish Divergence ที่ชัดเจนใน TF ใหญ่ แสดงว่าแรงขายยังคุมตลาดอยู่ แต่อาจมีการเด้งสั้นๆ เพื่อเคลียร์สถานะ Oversold ได้
EMA: ราคาเทรดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 34 และ 89 อย่างชัดเจน ยืนยันแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง
3. สรุปมุมมอง แอดมิน
"ขาลงเป็นผู้คุมเกม (The downtrend is dominant)" ตลาดในช่วงต้นสัปดาห์จะเต็มไปด้วยความผันผวนรุนแรง (Large fluctuation range)
การดีดตัวขึ้น (Rebound) ในช่วงนี้ ควรมองเป็นจังหวะของการ "ปรับฐานเพื่อลงต่อ" มากกว่าการกลับตัวเป็นขาขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ฝั่งขาย (Sell on Rally) จึงยังคงได้เปรียบกว่าในทางเทคนิค
หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้ประเมินจากข้อมูลกราฟและข่าว ณ ปัจจุบัน โปรดติดตามข่าวสาร Real-time เพื่อประกอบการตัดสินใจ
การวิเคราะห์ Elliott Wave XAUUSD – 2 กุมภาพันธ์ 2026
โมเมนตัม
โมเมนตัมกรอบสัปดาห์ (W1)
โมเมนตัมกรอบสัปดาห์เริ่มแสดง สัญญาณการกลับตัวลง เราจำเป็นต้องรอให้ แท่งเทียนสัปดาห์นี้ปิด เพื่อยืนยันการกลับตัว
หากโมเมนตัม W1 ได้รับการยืนยันว่าเป็นขาลง มีความเป็นไปได้สูงที่แนวโน้มขาลงจะ ดำเนินต่อไปอย่างน้อยอีกหลายสัปดาห์
โมเมนตัมกรอบวัน (D1)
โมเมนตัม D1 ยังคงปรับตัวลดลงและ กำลังเข้าใกล้โซน Oversold
ด้วยสภาวะนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าในช่วง 1–2 วันข้างหน้า จะเกิด จุดต่ำสุดรายวัน (Daily Low) จากนั้นราคาอาจ รีบาวด์หรือเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway อย่างน้อยอีกไม่กี่วัน
โมเมนตัมกรอบ H4
โมเมนตัม H4 ยังคง อัดตัวอยู่ในโซน Oversold โดยนับได้แล้ว 13 แท่งเทียน H4
สิ่งนี้บ่งชี้ว่าราคาอาจ เข้าใกล้จุดต่ำสุดของ H4 และมีโอกาสเกิด การรีบาวด์เชิงปรับฐานหรือการเคลื่อนไหวแบบ Sideway ต่อเนื่องอีกหลายแท่ง H4
โครงสร้างคลื่น
โครงสร้างคลื่นกรอบสัปดาห์ (W1)
จากการที่โมเมนตัมสัปดาห์กำลังพยายามกลับตัว เราจำเป็นต้องรอ การปิดแท่งเทียนสัปดาห์นี้ เพื่อยืนยัน
หากราคา ปิดต่ำกว่าระดับ 4282 (จุดกลับตัวของโมเมนตัมขาขึ้นก่อนหน้า) จะเป็นการ ยืนยันการเกิดจุดสูงสุดของกรอบสัปดาห์
ในกรณีดังกล่าว โครงสร้าง W1 มีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่ในรูปแบบ (1)(2)(3)(4)(5) สีเหลือง และโครงสร้าง 12345 สีฟ้า อาจได้ก่อตัวเสร็จสมบูรณ์แล้ว
หากได้รับการยืนยัน ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่ ช่วงปรับฐานระยะกลางถึงยาว ซึ่งอาจกินเวลา อย่างน้อยหลายสัปดาห์
โครงสร้างคลื่นกรอบวัน (D1)
การปรับตัวลงในปัจจุบันของ D1 มีลักษณะ ชันและรุนแรง ซึ่งสนับสนุนมุมมองว่า จุดสูงสุดของคลื่น 5 สีฟ้าได้ก่อตัวแล้ว
จากพฤติกรรมราคาปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงมากว่าตลาดกำลังก่อตัวเป็น โครงสร้างขาลง 5 คลื่น
เมื่อโมเมนตัม D1 กำลังเข้าใกล้โซน Oversold จึงมีโอกาสสูงที่จะเกิด การกลับตัวของโมเมนตัมภายใน 1–2 วันข้างหน้า
เนื่องจากโครงสร้างขาลงเป็น 5 คลื่น การปรับตัวขึ้นถัดไปหลังโมเมนตัม D1 กลับตัว มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นโครงสร้างปรับฐาน 3 คลื่น ซึ่งเราจะติดตามเพื่อยืนยันต่อไป
โครงสร้างคลื่นกรอบ H4
ในกรอบเวลา H4 ขณะนี้ผม กำหนดโครงสร้าง 12345 สีแดงเป็นการชั่วคราว
โซนราคาปัจจุบันบริเวณ 4593 สอดคล้องกับ โซนสภาพคล่องจาก Volume Profile และยังสอดคล้องกับ สัญญาณเตรียมกลับตัวของโมเมนตัม H4
ดังนั้น ผมคาดว่าบริเวณนี้จะเป็น โซนกลับตัวของคลื่น 4 สีแดง
ในกรณีนี้ ระดับ 4956 ซึ่งเป็น Fibonacci 0.382 ของคลื่น 3 สีแดง จะเป็น เป้าหมายของการสิ้นสุดคลื่น 4
หลังจากคลื่น 4 สิ้นสุดลง ราคาอาจปรับตัวลงอีกครั้งสู่โซน 4270–4593 เพื่อ จบโครงสร้างขาลง 5 คลื่น ก่อนจะเข้าสู่ แนวโน้มขาขึ้นใหม่อย่างน้อยในรูปแบบ 3 คลื่น
แผนการเทรด
ในสภาวะปัจจุบัน เทรดเดอร์ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดอาจมองเห็นการเคลื่อนไหวขึ้นหรือลงอย่างรุนแรงว่าเป็น โอกาสในการเทรด
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ นี่คือช่วงที่ ไม่เหมาะสมในการเทรดบ่อย
ความผันผวนของตลาด สูงมาก และราคาสามารถ กวาด Stop Loss ได้ง่ายก่อนจะเคลื่อนที่ไปตามทิศทางที่วิเคราะห์ไว้
ในทางกลับกัน การเข้าเทรดด้วย ตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่มี Stop Loss มักต้องแลกมาด้วย ความเสียหายของพอร์ตการลงทุน
👉 สิ่งสำคัญในช่วงนี้คือการเฝ้าดูและรอคอยอย่างมีวินัย รอให้โครงสร้างราคาและสัญญาณโมเมนตัมยืนยันชัดเจน ก่อนตัดสินใจเข้าเทรด แทนที่จะฝืนเทรดในช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรง
ราคาทองคำในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 อาจเผชิญกับสถานการณ์ใดบ้าง?📈 1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
แนวโน้มระยะยาวก่อนหน้านี้เป็น ขาขึ้น (BULLISH) โดยได้รับการสนับสนุนจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน
ขณะนี้ราคาได้ หลุดลงต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงสร้างขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง
เส้นแนวโน้มเดิมตอนนี้ทำหน้าที่เป็น แนวต้านแบบไดนามิก เมื่อราคารีบาวด์ขึ้นไปทดสอบอีกครั้ง
➡️ สถานการณ์ปัจจุบัน: การปรับฐานลงหลังจากสูญเสียเส้นแนวโน้มหลัก
🟥 2️⃣ โซนแนวต้าน (Resistance)
แนวต้านใกล้ที่สุด: 4,835
พื้นที่เบรกเอาท์เดิม → ปัจจุบันกลายเป็นแนวต้าน
สอดคล้องกับบริเวณที่ราคาถูกปฏิเสธอย่างรุนแรงล่าสุด
แนวต้านสำคัญ: 5,000 – 5,103
โซนสะสมก่อนการร่วงลงอย่างรวดเร็ว
ใกล้กับ EMA ระยะกลาง + เส้นแนวโน้มที่ถูกทะลุ
หากราคาดีดกลับขึ้นมาบริเวณนี้ → คาดว่าจะมีแรงขายสูง
➡️ การรีบาวด์เข้าสู่โซนเหล่านี้มักเป็น โอกาสในการขาย มากกว่าสัญญาณกลับตัวขึ้น
🟩 3️⃣ โซนแนวรับ (Support)
แนวรับหลัก: 4,590
จุดต่ำสุดล่าสุดหลังจากการร่วงแรง
บริเวณที่เคยมีแรงซื้อกลับเข้ามา
หากระดับนี้ถูกทะลุลง:
ราคาอาจปรับตัวลงต่อในคลื่นขาลงรอบใหม่
แนวโน้มขาลงระยะสั้นจะได้รับการยืนยันชัดเจนมากขึ้น
📌 แผนการเทรด
ขายทองคำ: 5,000 – 5,002
Stop Loss: 5,015
Take Profit: 200 – 500 – เปิดปล่อยกำไร
ขายทองคำ: 5,105 – 5,107
Stop Loss: 5,117
Take Profit: 200 – 500 – เปิดปล่อยกำไร
ทองคำเริ่มพักฐาน หลุด $5,000 รับข่าวดอลลาร์ฟื้น-บอนด์ยีลด์พุ่ง📉 GOLD CORRECTION: ทองคำเริ่มพักฐานหนัก! หลุด $5,000 รับข่าวดอลลาร์ฟื้น-บอนด์ยีลด์พุ่ง
แนวโน้มราคาทองคำประจำสัปดาห์หน้า (2 - 6 ก.พ. 2026)
🔥 สถานการณ์ตลาด (Fundamental):
จากจุดสูงสุดสู่การปรับฐาน: ราคาทองคำร่วงลงอย่างรุนแรงหลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดประวัติศาสตร์ใกล้ระดับ $5,600 โดยเกิดแรงเทขายทำกำไร (Profit-taking) ออกมาอย่างหนัก
ปัจจัยกดดัน: ดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) เริ่มฟื้นตัว (+0.74% มาอยู่ที่ 96.87) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะ 4.247%
จับตา "Kevin Warsh": สาเหตุหลักที่บอนด์ยีลด์พุ่ง คือนักเก็งกำไรเริ่มมองว่า Kevin Warsh (ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่) อาจจะไม่ลดดอกเบี้ยแบบ "ไม่ลืมหูลืมตา" เพื่อเอาใจทำเนียบขาวอย่างที่เคยคาดกันไว้ ทำให้ทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนถูกลดความน่าสนใจลง
📊 มุมมองเทคนิค (Technical Perspective): มองว่าทองคำเข้าสู่รอบ "การปรับฐานใหญ่ (Major Downward Correction)" หลังจากราคาหลุดโซน $5,000 ลงมา
แนวต้าน (Resistance): $4,995 / $5,164 / $5,453
แนวรับ (Support): $4,675 / $4,532
ทิศทาง: กราฟ H4 ส่งสัญญาณลงต่อ โดยมีเป้าหมายการลงถัดไปที่โซน $4,600 - $4,500
💡 คำแนะนำบริหารหน้าตัก (Money Management):
ควรออก Lot ให้เหมาะสมกับขนาดพอร์ต
ตั้งเป้ากำไร (TP) 4-6% ของพอร์ต และยอมขาดทุน (SL) ไม่เกิน 2-3% ของพอร์ต
"ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่รอดในตลาดได้นานที่สุด"
#Gold #XAUUSD #Correction #Fed #KevinWarsh #ForexAnalysis #NOVA
การวิเคราะห์ Elliott Wave XAUUSD – 30 มกราคม 2025
1. โมเมนตัม
กรอบเวลา Weekly (W1)
โมเมนตัมในกรอบเวลา W1 ปัจจุบันยังคงเป็นขาขึ้น ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดจะ ปรับตัวขึ้นต่อหรือเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ข้างหน้า
กรอบเวลา Daily (D1)
โมเมนตัม D1 ขณะนี้กำลังปรับตัวลง ซึ่งบ่งชี้ว่าในช่วง 1–2 วันถัดไป ราคาอาจ ปรับตัวลงต่อหรือแกว่งตัวออกด้านข้าง จนกว่าโมเมนตัม D1 จะเข้าสู่ โซน Oversold
กรอบเวลา H4
โมเมนตัม H4 กำลังซ้อนทับกันอยู่ในโซน Oversold สะท้อนให้เห็นว่าแรงขายหรือการแกว่งตัว Sideway ยังมีโอกาสดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการกลับตัวขึ้นบนกรอบเวลา H4 ค่อนข้างสูง
2. โครงสร้างคลื่น (Wave Structure)
โครงสร้างคลื่นกรอบเวลา W1
บนกรอบเวลา Weekly โครงสร้าง คลื่น 5 คลื่น (1–2–3–4–5) สีฟ้า ยังคงอยู่ในกระบวนการก่อตัว
การปรับตัวลงอย่างรุนแรงในวันก่อนหน้า ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า คลื่น 5 สีฟ้าได้สิ้นสุดแล้ว โดยจำเป็นต้องเห็นราคาปิด ต่ำกว่าระดับ 4282 อย่างชัดเจน
ตราบใดที่โมเมนตัม W1 ยังเป็นขาขึ้น การปรับตัวลงครั้งนี้มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นเพียง การปรับฐานภายในคลื่น 5 สีฟ้า มากกว่าการจบแนวโน้มใหญ่
โครงสร้างคลื่นกรอบเวลา D1
ด้วยโมเมนตัม D1 ที่ยังลดลง ราคาอาจ ปรับตัวลงหรือเคลื่อนไหว Sideway ต่ออีก 1–2 วัน จนกว่าโมเมนตัม D1 จะเข้าสู่โซน Oversold
ภายใต้บริบทของคลื่น 5 สีฟ้า ราคาอาจกำลังอยู่ใน คลื่น 4 สีเหลือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างภายใน 1–2–3–4–5 สีเหลือง ของคลื่น 5 สีฟ้า
หลังจากคลื่น 4 สีเหลืองสิ้นสุด คาดว่าราคาจะ ปรับตัวขึ้นต่อเพื่อสร้างคลื่น 5 สีเหลือง และเป็นการ завершสิ้นสุด คลื่น 5 สีฟ้า
จากมุมมองของ RSI การปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้เข้าสู่ภาวะ Overbought อย่างรุนแรง แสดงให้เห็นว่า แรงซื้อยังคงแข็งแกร่งเพียงพอที่จะผลักดันราคาให้สร้างจุดสูงใหม่ได้อย่างน้อยอีกหนึ่งครั้ง โดยอาจเกิด Divergence ที่จุดสูง ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานว่า คลื่น 5 สีเหลืองยังไม่จบ และตลาดกำลังอยู่ใน คลื่น 4 สีเหลือง
โครงสร้างคลื่นกรอบเวลา H4
การปรับตัวลงในปัจจุบันได้ลงมาถึงเป้าหมาย Fibonacci 0.382 ของคลื่น 3 สีเหลือง แล้ว
ในแง่ของโมเมนตัม D1 ยังอยู่ในทิศทางขาลง ดังนั้นในระยะสั้น ความเป็นไปได้ของการปรับตัวลงหรือ Sideway ต่ออีก 1–2 วันยังคงมีอยู่ ขณะที่โมเมนตัม H4 ซ้อนทับกันในโซน Oversold ซึ่งบ่งชี้ว่า โอกาสในการกลับตัวขึ้นบน H4 ค่อนข้างสูง
ดังนั้นสถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ การแกว่งตัว Sideway บนกรอบเวลา H4 หรืออาจปรับตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะเกิดแรงซื้อกลับ
RSI ของรอบการขึ้นก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ในภาวะ Overbought อย่างรุนแรง จึงสนับสนุนแนวคิดว่าการปรับตัวลงในครั้งนี้ เป็นเพียงการปรับฐาน และหลังจากนั้นตลาดยังมีโอกาส สร้างจุดสูงใหม่ได้
3. แผนการเทรด
Swing Trading
ในช่วงเวลานี้ ยังไม่มีตำแหน่ง Swing ที่เหมาะสม เนื่องจากตลาดอยู่ใน ช่วงปลายของคลื่นที่มีการขยายตัวสูง ทำให้พฤติกรรมราคาคาดเดาได้ยาก
นอกจากนี้ วันนี้เป็น วันศุกร์และเป็นวันปิดแท่งเทียนรายเดือน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อความผันผวนสูง กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ รอและสังเกตตลาดอย่างอดทน จนกว่า โมเมนตัม D1 จะเข้าสู่โซน Oversold จากนั้นจึงเริ่มมองหา Setup Swing ที่มีความน่าจะเป็นสูงกว่า
ราคาทองคำปรับฐาน - ย่อตัวลงระยะสั้น🔥ทรัมป์เตรียม "เชือด" พาวเวล? จ่อประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่วันนี้! ทองคำผันผวนหนัก!
ข่าวใหญ่รับเช้าวันศุกร์! Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Chair)" คนใหม่ แทนที่ Jerome Powell ในช่วงเช้าวันศุกร์นี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ)
📉 สรุปประเด็นสำคัญ:
ใบสั่งทรัมป์: ทรัมป์ย้ำชัดว่าประธานเฟดคนใหม่จะต้องทำงานได้ดี และที่สำคัญคือ "ต้องลดอัตราดอกเบี้ย" ตามความต้องการของเขา
ทองคำร่วงปรับฐาน : หลังจากพุ่งทำ New High ที่ระดับ $5,600 ราคาทองคำ (XAUUSD) ถูกเทขายทำกำไร (Profit Taking) ลงมาแกว่งตัวแถว $5,405 ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย
จับตาคืนนี้ : นอกจากข่าวประธานเฟดแล้ว ยังมีตัวเลข PPI (ดัชนีราคาผู้ผลิต) คืนนี้ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
📊 มุมมองเทคนิค (Technical View):
หลังจากขึ้นไปแตะ $5,600 กราฟเกิดการย่อตัวแรง (Correction) และยังมีแรงกดดันฝั่งขายต่อเนื่อง
แผนการเทรดวันนี้:
🔴 SETUP SELL (เล่นสั้นเด้งขาย):
Zone: $5,350 - $5,352
Stop Loss: $5,357
Take Profit: $5,330 / $5,310 / $5,270
🟢 SETUP BUY (รอรับลึก):
Zone: $4,990 - $4,988
Stop Loss: $4,983
Take Profit: $5,000 / $5,030 / $5,055
⚠️ คำเตือน: ข่าวเปลี่ยนตัวประธานเฟดเป็นเรื่องใหญ่มาก! กราฟอาจสวิงรุนแรง โปรดคุมความเสี่ยง (MM) ให้ดีที่สุดครับ
ราคาทองคำสุดท้ายในเดือนมกราคมนี้จะเป็นเท่าไร?1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้นแข็งแกร่ง
ราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน กรอบแนวโน้มขาขึ้นที่มีความชันสูง (กรอบสีน้ำเงิน)
โครงสร้าง Higher High – Higher Low ยังคงชัดเจนและไม่ถูกทำลาย
การปรับขึ้นล่าสุดเป็น การเบรกเอาท์แบบเร่งตัวขึ้น แสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังคุมตลาด
👉 ขณะนี้ราคาอยู่ใน ครึ่งบนของกรอบขาขึ้น หมายถึงตลาดยังแข็งแรง แต่มีโอกาสเกิดการย่อตัวทางเทคนิคในระยะสั้น
2️⃣ แนวต้าน (Resistance)
🔵 5,700 – 5,702:
โซน แนวต้านสำคัญ (ขอบบนของกรอบ + โซนอุปทานด้านบน)
เมื่อราคาขึ้นถึงบริเวณนี้ มีโอกาสเกิด แรงขายทำกำไรและความผันผวนสูง
📌 เงื่อนไขการขึ้นต่อ:
ต้องมีการ เบรกและปิดแท่งเทียนชัดเจนเหนือ 5,700 เพื่อยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้นสู่ระดับราคาที่สูงขึ้น
3️⃣ แนวรับ (Support)
🟢 5,500 – 5,502:
แนวรับใกล้สุด เป็นโซนสะสมราคาก่อนการพุ่งขึ้นล่าสุด
หากระดับนี้ยังรับอยู่ → แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นยังแข็งแรง
🟢 5,448 – 5,450:
แนวรับสำคัญ (จุดต่ำของการย่อ + ขอบล่างของโซนสะสม)
บริเวณนี้อาจมี แรงซื้อกลับเข้ามาอย่างชัดเจน หากราคาปรับฐานลึกลง
4️⃣ สรุปสั้นๆ
แนวโน้มหลักยังคงเป็น ขาขึ้น (UPTREND)
ราคากำลังเข้าใกล้โซนที่ผันผวนง่าย → ควร รอจังหวะย่อตัวเข้าแนวรับเพื่อซื้อ จะปลอดภัยกว่าการไล่ราคาสูง
หากราคาหลุดต่ำกว่า 5,445 จะเป็นสัญญาณแรกของการอ่อนแรงในรอบขาขึ้นนี้
แผนการเทรด
ซื้อทองคำ: 5,500 – 5,502
Stop Loss: 5,510
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ซื้อทองคำ: 5,448 – 5,450
Stop Loss: 5,440
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
การวิเคราะห์ Elliott Wave XAUUSD – 29 มกราคม 2026
1. โมเมนตัม (Momentum)
กรอบเวลา Weekly (W1)
– โมเมนตัมในกรอบสัปดาห์ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น
– ด้วยแรงส่งในกรอบ W1 ปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงที่ แนวโน้มขาขึ้นจะต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้า
→ มุมมองระยะกลางถึงยาวยังคงเป็นขาขึ้น
กรอบเวลา Daily (D1)
– โมเมนตัม D1 ยังอยู่ในลักษณะเกาะกัน (compressed)
– แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อยังคงมีอยู่ และ แนวโน้มขาขึ้นยังไม่ถูกทำลาย
กรอบเวลา H4
– โมเมนตัม H4 กำลังเพิ่มขึ้น แต่ได้เข้าสู่ เขต Overbought แล้ว
– ส่งสัญญาณเตือนว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิด การปรับฐานหรือการกลับตัวลงในกรอบ H4 ในระยะถัดไป
2. โครงสร้างคลื่น (Wave Structure)
โครงสร้างคลื่นกรอบ Weekly (W1)
– ในกรอบสัปดาห์ เราสามารถเห็นได้ชัดถึง การขยายตัวของคลื่น 5
– นี่คือช่วงเปลี่ยนผ่านที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิทยาของฝูงชน
– แม้แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น แต่ปัญหาหลักในช่วงนี้คือ ความผันผวนที่รุนแรงมาก
– แท่งเทียน H4 เพียงแท่งเดียวสามารถแกว่งได้ถึง 400–500 pips
– ทำให้การเทรดจริงมีความยากมากขึ้น
→ ในช่วงนี้ การเฝ้าดูและสังเกตตลาดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
– ความเสี่ยงถัดไปคือ อารมณ์ของฝูงชนเริ่มเข้าสู่ภาวะสุดโต่ง
– เมื่ออารมณ์ตลาดกลับเข้าสู่สมดุล การเคลื่อนไหวสวนทางมักจะเกิดขึ้น อย่างรวดเร็วและรุนแรง
– ในอีกด้านหนึ่ง โมเมนตัม W1 ยังต้องการเวลา อย่างน้อยอีกประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อเข้าสู่เขต Overbought และมีโอกาสกลับตัว
→ ดังนั้น แนวโน้มขาขึ้นโดยรวมยังคงมีโอกาสดำเนินต่อไป
โครงสร้างคลื่นกรอบ Daily (D1)
– ในกรอบรายวัน โครงสร้าง 5 คลื่นสีฟ้า ยังคงดำเนินต่อไป
– คลื่น 5 สีฟ้าในปัจจุบันกำลัง ขยายตัวอย่างรุนแรง
– โมเมนตัม D1 ที่ยังเกาะกันอยู่ แสดงว่าแนวโน้มขาขึ้น อาจยังไปต่อได้
แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงของการกลับตัวของโมเมนตัม D1 ก็เพิ่มสูงขึ้น
โครงสร้างคลื่นกรอบ H4
– เมื่อราคาอยู่ในช่วง คลื่นขยาย (Extended Wave)
จุดอ่อนของ Elliott Wave จะเห็นได้ชัดเจนคือ
– การติดป้ายกำกับคลื่นให้แม่นยำทำได้ยากมาก
→ ดังนั้น การนับคลื่นใน H4 ช่วงนี้จึงเป็นเพียง แนวทางเชิงสังเกต ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว
– เราจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยเพิ่มเติม ได้แก่
– ความลึกของการปรับฐานราคา
– ระยะเวลาของการปรับฐาน
– และ พฤติกรรมของโมเมนตัม
– จากการสังเกตโมเมนตัม H4 การที่โมเมนตัมเริ่มชะลอในเขต Overbought
แสดงให้เห็นว่าแรงขึ้นเริ่ม อ่อนตัวลง
→ มีโอกาสสูงที่ H4 จะเข้าสู่ Sideway หรือการปรับฐานลง
– อย่างไรก็ตาม เมื่อดู RSI จะพบว่า
– เขต Overbought ปัจจุบัน แข็งแรงกว่าครั้งก่อนๆ
– แสดงให้เห็นว่ายังมีแรงเพียงพอในการสร้าง จุดสูงสุดใหม่ (New High)
– อย่างน้อยจนกว่าจะเกิด Bearish Divergence ที่ยอดใหม่
3. กลยุทธ์การเทรด
– ในสภาพตลาดปัจจุบัน กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดยังคงเป็น
👉 รอจังหวะกลับตัวของโมเมนตัมใน H1 และ H4 เพื่อเปิด BUY ตามแนวโน้มหลัก
– ระยะสั้น เราควร อดทนรอให้โมเมนตัม H4 ลงสู่เขต Oversold
– จากนั้นจึงพิจารณากรอบ H1 เพื่อ
– หาโครงสร้างคลื่น
– ยืนยันโมเมนตัม
– และกำหนดเป้าหมายราคาเพื่อเข้า BUY
ทำไมต้องรอ BUY เมื่อ H4 Oversold แทนที่จะ SELL?
– เพราะแนวโน้มขาขึ้นในตอนนี้ยัง แข็งแกร่งมาก
– การปรับฐานอาจเป็น
– Sideway
– หรือปรับลงแบบไม่ชัดเจน ทำให้ คาดเดาจุดสิ้นสุดได้ยาก
→ การ SELL ในสภาวะนี้มี ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง
👉 การรอ H4 Oversold จะช่วย
– ให้เกิดโครงสร้างแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้นใน H1
– และเปิดโอกาสในการ BUY ตามเทรนด์ใหญ่ ด้วยการควบคุมความเสี่ยงที่ดีกว่า
GOLD (XAU/USD) – แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องสู่จุดสูงสุดใหม่🔍 การวิเคราะห์ทางเทคนิค (H1):
โครงสร้างตลาด:
ทองคำยังคงรักษา โครงสร้างขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ด้วย จุดสูงสุดที่สูงขึ้นและจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน ✔️ พร้อมทั้งเคารพ เส้นแนวโน้มขาขึ้น อย่างต่อเนื่อง 📈
การเบรกเอาท์ & โมเมนตัม:
การเกิด เบรกเอาท์ที่ชัดเจนหลายครั้ง เหนือโซนแนวต้านก่อนหน้า ยืนยันแรงซื้อที่แข็งแกร่ง 💪 โดยแต่ละเบรกเอาท์จะตามมาด้วยการย่อตัวที่มีสุขภาพดี ซึ่งบ่งบอกถึง โมเมนตัมขาขึ้นที่ถูกควบคุมได้ดี
POI → แนวรับ Pivot:
โซน POI ก่อนหน้าได้เปลี่ยนบทบาทเป็นแนวรับสำเร็จ 🔄 ขณะนี้ราคายังคงเคลื่อนไหว เหนือโซน Pivot Point ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวโน้มขาขึ้น 🟢
พฤติกรรมราคาปัจจุบัน:
ราคากำลังพักตัวแบบสะสม เหนือบริเวณ Pivot บ่งชี้ถึงการหยุดพักระยะสั้นก่อนการเคลื่อนไหวขึ้นอย่างรุนแรงครั้งถัดไป ⏳➡️⬆️
🎯 เป้าหมายขาขึ้น:
เป้าหมายที่ 1: 5,300 🎯
เป้าหมายที่ 2: 5,330 🎯🎯
เป้าหมายขยาย: 5,360+ 🚀 (หากโมเมนตัมขาขึ้นเร่งตัว)
🛡️ เงื่อนไขยกเลิก / แนวรับสำคัญ:
มุมมองขาขึ้นยังคง ใช้ได้ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือโซน Pivot Point การหลุดลงต่ำกว่าอาจทำให้เกิดการปรับฐานที่ลึกขึ้น แต่ไม่ใช่การกลับตัวของแนวโน้ม ⚠️
📌 สรุป:
แนวโน้มหลักยังคงเป็น ขาขึ้น, โครงสร้างตลาดแข็งแรง และพฤติกรรมราคาสนับสนุน การเคลื่อนไหวต่อเนื่องไปยังโซนเป้าหมายที่กำหนดไว้ หลังจากการพักตัวระยะสั้น 📦➡️🚀
✨ เทรดตามแนวโน้มและบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย! 💼📊
อะไรจะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประกาศการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
ราคากำลังเคลื่อนที่อย่างชัดเจนภายใน กรอบแนวโน้มขาขึ้น (Ascending Channel)
โครงสร้าง Higher High – Higher Low ยังคงถูกรักษาไว้
→ หมายความว่า แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น (Bullish)
การปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งล่าสุดเป็นการ Breakout ออกจากช่วงสะสมราคา ซึ่งยืนยันว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังควบคุมตลาด
2️⃣ แนวต้าน (Resistance)
🔵 5,278 – 5,280 (โซนแนวต้านสำคัญ)
เป็นจุดบรรจบของหลายปัจจัย: ขอบบนของกรอบขาขึ้น + โซนอุปทานเดิม + เส้นแนวโน้ม + ระดับฟีโบนัชชี
บริเวณนี้มีโอกาสเกิด แรงขายทำกำไร หรือการย่อตัวระยะสั้น
หากต้องการยืนยันการขึ้นต่อ
→ ราคาจำเป็นต้อง ทะลุขึ้นอย่างชัดเจนและปิดแท่งเทียนเหนือโซนนี้
3️⃣ แนวรับ (Support)
🟢 5,200 (แนวรับใกล้สุด)
เป็นบริเวณจุด breakout ล่าสุด → แนวรับทางเทคนิคแรก
หากราคาย่อตัวลงมาแล้วสามารถยืนได้ แนวโน้มขาขึ้นยังคงไม่เสียโครงสร้าง
🟢 5,105 (แนวรับสำคัญ)
จุดต่ำเชิงโครงสร้างล่าสุด + ขอบล่างของกรอบขาขึ้น
หากราคาลงมาถึงโซนนี้และเกิดแรงซื้อกลับ → มีโอกาสที่แนวโน้มขาขึ้นระยะกลางจะดำเนินต่อ
4️⃣ สถานการณ์หลัก
✔ แนวโน้มยังคงสนับสนุนกลยุทธ์ ซื้อเมื่อย่อตัว (Buy the Dip) ตราบใดที่ราคายืนเหนือ 5,200
✔ การทะลุขึ้นเหนือ 5,280 อย่างแข็งแรง → เปิดโอกาสให้ราคาปรับขึ้นต่อภายในกรอบแนวโน้ม
⚠ หากราคาหลุดต่ำกว่า 5,105 → เตือนถึงการเสียโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น และอาจเกิดการปรับฐานลึกขึ้น
📌 แผนการเทรด
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 5,200 – 5,202
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 5,190
ทำกำไร (Take Profit): 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5,278 – 5,280
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 5,288
ทำกำไร (Take Profit): 100 – 300 – 500 pips






















