07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ส่องกราฟ XAUUSD 4h - วิเคราะห์ทางเทคนิค📊 ** XAUUSD 4h - วิเคราะห์ทางเทคนิค 🧐**
สวัสดีครับเทรดเดอร์ทุกท่าน! 🪙
✨ วันนี้เรามาดูแผนเทรดในกราฟทองคำ (XAUUSD)
Timeframe 4 ชั่วโมงกันครับ
ตอนนี้มีสัญญาณที่น่าสนใจมากๆ เกิดขึ้น!
* **📈📉 รูปแบบ Symmetrical Triangle:**
ตอนนี้ราคากำลังฟอร์มตัวในกรอบ **"สามเหลี่ยมสมมาตร" (Symmetrical Triangle)** อย่างชัดเจนครับ สังเกตได้ว่าราคาถูกบีบอัดให้แคบลงเรื่อยๆ (Swing LH ต่ำลง และ Swing LL (Higher Lows) สูงขึ้น) นี่เป็นสัญญาณคลาสสิกของ "การพักตัว" หรือ "ความลังเล" ของตลาด 💥 ซึ่งมักจะนำไปสู่การระเบิดของราคา (Expansion)
ที่รุนแรงในไม่ช้า!
* **🐻 สัญญาณที่แนวต้าน "MT Bear OB":**
ณ ปัจจุบัน ราคาได้วิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านของกรอบสามเหลี่ยมด้านบนอีกครั้ง และในจุดนั้น ก็ได้เกิดสัญญาณ **"GMT Bear OB" (Bearish Order Block)** ขึ้นพอดี 🔻 นี่คือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าบริเวณนี้อาจมีแรงขาย (Supply) ที่แข็งแกร่งรออยู่ และอาจเป็นจุดกลับตัวที่สำคัญครับ
* **🎯 เป้าหมายในภาพ (Bearish Scenario):**
ในกราฟนี้ ได้มีการวางแผนใน **มุมมองขาลง (Bearish)**
ไว้อย่างน่าสนใจครับ
* **ลูกศรสีแดง**
➡️ แสดงถึงการคาดการณ์ว่าราคาอาจไม่ผ่านแนวต้าน Bear OB และกลับตัวลงมา
* **กรอบสีฟ้า + ธงกอล์ฟ** ⛳️
➡️ นี่คือการ "วัดเป้าหมาย" (Target) ในกรณีที่ราคา **Breakout (ทะลุ)** กรอบสามเหลี่ยมด้านล่างลงมา โดยวัดจากความกว้างที่สุดของกรอบสามเหลี่ยม ซึ่งเป้าหมายจะอยู่ที่บริเวณธงกอล์ฟนั่นเองครับ
* **⚠️ ต้องจับตาดู!**
ตอนนี้เราอยู่ในช่วง "รอยต่อ" ที่สำคัญมากครับ ต้องมาลุ้นกันว่า...
1. ราคาจะทะลุแนวต้าน (Bear OB) ขึ้นไปได้หรือไม่? (Bullish) 🚀
2. หรือ ราคาจะกลับตัวลงมา และทะลุแนวรับด้านล่างเพื่อไปหาเป้าหมาย (ธงกอล์ฟ)? (Bearish) 📉
มาเฝ้าติดตามดูครับว่าตลาดจะเลือกไปทางไหน! 🤩
คำจำกัดความเสี่ยง – CT Trader Academy
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมกับตนเอง กำหนดจุดตัดขาดทุน (SL) ทุกครั้ง และยอมรับความเสี่ยงได้ก่อนตัดสินใจ 📘
TH
ติดตามทอง 04-11-2025 ติดตามทอง 04-11-2025
### I. โครง Z-13
1. **Bias & Structure (HTF→H1):** ยังเป็นโครงสร้างขาขึ้นย่อยในกรอบเส้นประ (HL→HH) และตอนนี้ราคาอยู่ใน **flag ขาลง** (channel สีชมพู) มีแนวโน้ม “เบรกขึ้น” ไปปิดช่องว่างด้านบน
2. **Liquidity Map:**
* **BSL** ค้างอยู่เหนือ HH เดิมหลายจุด → มีโอกาสดึงขึ้นไปกินสภาพคล่อง
* **SSL** ใต้ “Swing LL” (แนวม่วงล่าง)
3. **Zones (SnD/OB):** มี **Bull OB H1 แถว 3,978–3,986** และเส้นแนวนอน “Bull OB” ที่ราว **3,980** เป็นฐานรับหลัก
4. **Imbalance/Target:** โซนด้านบนที่มาร์ค “โซนที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม” ประมาณ **4,102–4,116** คือเป้าหมายหลักของรอบนี้
5. **Timing:** ให้โฟกัส London/NY session เพื่อหาทริกเกอร์บน M5–M15 (BOS + FVG)
---
### II. แผนเข้าซื้อ (แผนหลัก)
> มอง “long on dip” เข้าตาม Bull OB + เบรก channel ขึ้น
**แผน A – Limit ที่ OB**
* **Buy Limit:** 3,980–3,986 (ขอบบน–ล่างของ Bull OB H1)
* **Stop:** 3,964 (ต่ำกว่าเส้น “Swing LL” และฐานเส้นประขึ้นเล็กน้อย)
* **TP ไล่บันได:**
* **TP1:** 4,000 (RN/เส้นศูนย์จิตวิทยา)
* **TP2:** 4,028–4,035 (ยอดสวิงย่อยในช่อง)
* **TP3:** 4,048–4,055 (**BSL** เหนือ HH ย่อย)
* **TP4:** 4,102
* **TP5:** 4,116
* **R:R คร่าว ๆ:** จาก 3,983 → SL 3,964 = 19 เหรียญ | TP4 ≈ +119 | TP5 ≈ +133 (คุ้ม)
**แผน B – Break & Retest (ยืนยันโมเมนตัม)**
* รอ **เบรกเส้นบน channel** แล้วรีเทสยืนเหนือ ~**4,000–4,005**
* **Buy on retest + M5 BOS/FVG**
* **Stop:** ใต้ 3,990
* **TP:** 4,028 → 4,055 → 4,102 → 4,116
**ทริกเกอร์ (Execution – M5/M15):**
* หา **BOS ขึ้น** + **FVG ขาขึ้น** และเข้าในโซน **OTE 62–79%** ของสวิงทริกเกอร์
* ถ้าเข้าที่ OB แล้วเกิด **SFT (sweep ฟาดใต้โลย่อยแล้วเด้งกลับทันที)** ให้ถือยาวเพิ่มความมั่นใจ
---
### III. แผนเผือก (ถ้าภาพ invalid)
> ใช้เมื่อปิดแท่ง H1 **ต่ำกว่า 3,964** ชัดเจน (เสียโครงสร้าง/OB)
* **Short retrace:** 3,964→3,955 รีบาวด์ไม่ผ่าน
* **TP ลง:** 3,945 → 3,930 → 3,910
* **Invalid ของ short:** กลับมายืนเหนือ 3,990 พร้อม BOS ขึ้น
---
### IV. การบริหารความเสี่ยง
* เสี่ยงไม่เกิน **0.5–1%**/ไม้
* ไม้ OB ให้ **ลดขนาด** ถ้าเข้าใกล้เวลาข่าวแรง (ไอคอนธงสหรัฐในกราฟ)
* เมื่อถึง **TP1** เลื่อน SL → BE; ที่ **TP2/TP3** ล็อกกำไรเป็นขั้นบันได
---
### สรุปสั้น
* **Bias:** long ภายใน channel ลง เพื่อไปปิดช่องว่าง **4,102–4,116**
* **Entry หลัก:** 3,980–3,986 (OB) หรือ เบรก-รีเทสเหนือ 4,000
* **SL:** 3,964
* **TP:** 4,000 → 4,03x → 4,05x → 4,102 → 4,116
ข้อจำกัดความรับผิดของ CT Trader
• CT Trader ไม่ให้คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการใช้ข้อมูล/เครื่องมือของเรา
• ข้อมูลที่เผยแพร่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาโดยทั่วไปและอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• ผู้ใช้งานต้องประเมินความเหมาะสมและความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน. 
แนวปฏิบัติด้านการบริหารความเสี่ยง (คำแนะนำทั่วไป)
• จำกัดความเสี่ยงต่อดีลให้อยู่ในสัดส่วนเล็กของพอร์ต (แนวปฏิบัติที่พบบ่อย ~1–2%)
• วาง SL/TP และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R:R) ล่วงหน้า
• หลีกเลี่ยงโอเวอร์เลเวอเรจ/โอเวอร์เทรด และทดสอบกลยุทธ์บนเดโม่ก่อนใช้งานจริง
• บันทึกการเทรดเพื่อติดตามข้อผิดพลาดและพัฒนาแผนอย่างต่อเนื่อง. 
XAUUSD วิเคราะห์ทองคำวันนี้ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2567 XAUUSD
วิเคราะห์ทองคำวันนี้
04 ตุลาคม พ.ศ. 2567
============
เเนวรับ VS เเนวต้าน
คำนวณตาม Pvt. classic
pvt 2653.01
Support
- 2643.97
- 2638.38
- 2629.34
Resistance
-2662.05
- 2667.11
- 2716.74
============
แนวต้าน 2662/2673/2684
แนวรับ 2654/2646-43/2624
============
Technical Trade
1.) - Buy zone2655
Tp :" 2685
2.)- Buy zone 2650
Tp :'' 2712
Gold Spot & Fx :
ค่าเงินเยนอ่อนค่าขึ้นแตะระดับต่ำสุดที่ 146.51 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 139 เยนต่อดอลลาร์ จากถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี Shigeru Ishiba กล่าวว่าเศรษฐกิจยังไม่พร้อมสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ถือเป็นการกดดอลลาร์แข็งค่าขึ้นชั่วขณะ แต่ทองก็ยังได้รับปัจจัยบวกนหนุนเล็กๆจากผู้นำกลุ่ม G-7 เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง (
===============================
แนวโน้มราคาทองคำไทย :
ทองไทยได้รับอิทธิพลเชิงบวก 2 เด้งจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทและการที่ Gold Spot ปรับตัวขึ้นพร้อมๆกันทำให้ ทองไทย เด้งตัวขึ้นมาทะลุ 41,250 ได้เร็วและง่าย นักลงทุนระยะกลางที่สะสมกันมาเรื่อย ๆ แนะนำถือต่อ โดยพิจารณาแนวต้าน แบ่งขายทำกำไรบางส่วน ทีละระดับ 41,450 / 41,650-700 / 42,000 และเมื่อย่อตัว ทยอยซื้อเข้าใหม่ทดแทนที่ ขายทำกำไรไป นักลงทุนระยะสั้น ต้นทุนที่เข้าใหม่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีความเสี่ยง ควรระมัดระวัง
แนวต้าน 41,450/41,650
แนวรับ 41,300/41,150
===============================
#อย่าลืมกดติดตาม !
#จะได้ไม่พลาดข่าวสารประกอบการเทรดทองคำ
------------------------------------------------------------
❌ไม่มีระดมทุน
❌ ไม่มีฝากเทรด
❌ ไม่ชักชวนให้ลงทุน
💡 โปรดจัดการพอร์ตของท่านเอง 🎯
💡 โปรดจัดการเงินของท่านเอง 🎯
💡 ตลาด CFDs เสี่ยงสูง โปรดใช้วิจารณญาณ 🎯
=====================
[Case Study] วิเคราะห์หุ้นทุกมิติ และสอนใช้ Relative Strength สำหรับวีดีโอนี้ผมจะมานำเสนอการใช้ Relative Strength ประยุกต์กับทรงกราฟ รวมถึงการดูปัจจัยผลักดันบริษัท รวมถึงการหาเหลี่ยมเพื่อการลงทุนนะครับ
โดยเนื้อหาในครั้งนี้ทุกท่านหากได้อ่านคำประกอบนี้ก็เพียงพอได้รับสารที่ผมต้องการสื่อในวีดีโอนี้แล้วครับผม
แต่ก่อนอื่นเรามาคุยภาษาเดียวกันก่อนนะครับ
- บริษัทที่นำเสนอนี้เป็นเพียง 1 ใน Case Study ที่น่าสนใจ
- ผมปรับราคาบริษัทเป็นหน่วย CHF เพื่อป้องกันการชี้นำราคาหุ้น
- วีดีโอนี้มี Ref ที่สำคัญราวๆ 3 แหล่งนะครับ และทาง Trading View ไม่ให้เราโพสลิงค์ไปด้านนอก ขอให้ทุกท่านโปรดวางใจ ว่าทุกอย่างที่ผมได้นำเสนอไปนี้มีเอกสารตัวเลขอ้างอิงครับ
====================================================
จากกราฟนะครับ เราจะเห็นว่าตัว Relative Strength นี้มีการหดตัวเข้าสู่ 0 อย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือเมื่อเทียบหุ้นตัวนี้กับตลาดแล้ว หุ้นตัวนี้มีความแข็งแกร่งกว่าตลาดอย่างเห็นได้ชัดเจนครับ และหากมองให้ไกลกว่านั้น เราอาจตั้งคำถามได้ว่า "เป็นไปได้ไหม ที่หุ้นตัวนี้จะเป็นหุ้นที่แข็งกว่าตลาดสัดวันหนึ่ง" ซึ่งหุ้นที่แข็งกว่าตลาดนั้นก็คือหุ้นที่มีค่า RS > 1 นั่นเองครับ
จากปัจจัยจากกราฟที่แสดงให้เห็นว่าเขาทำ Sideway มาเนิ่นนาน และเริ่มมีการเปลี่ยนไป เรามาดูกันที่ปัจจัยขับเคลื่อนภายในบริษัทอันเป็นต้นสายธารของหุ้นตัวนี้กันครับ
สำหรับบริษัทที่เราพูดถึงนี้ก็คือ BAFS บริษัทผู้จำหน่ายเชื้อเพลิงให้แก่เครื่องบินนั่นเอง (และขอชี้แจงเพิ่มเติมจาก Oppday บริษัทนี้เปรียบเสมือนกับ "เด็กปั๊ม" นะครับ เขามีหน้าที่บริการบรรจุเชื้อเพลิง ดังนั้นแล้วราคาน้ำมันไม่มีผลจ่อบริษัทเลยครับ)
สิ่งที่ผมได้นำเสนอนี้มีปัจจัยผลักดันคือจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เริ่มบินสะพัดมากยิ่งขึ้น โดยหากเราได้ดูงบกำไรขาดทุนสุทธิแล้ว เราจะพบว่าตัวเลขในส่วนของ EBITDA กับค่าเสื่อมเริ่มมีการหักล้าง และเริ่มเท่าทุนแล้ว
และจากการที่ผมได้ไปฟัง Oppday ย้อนหลังก็ได้ทราบว่าปริมาณนักท่องเที่ยวตอนนี้เองก็ Breakeven ต่อการทำกำไรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งหลายทั้งมวลนี้ นำมาสู่ทรงกราฟครับที่จากแต่ดั้งเดิมบริษัทได้มีการทำ Sideway มากว่า 2 ขวบปี อาจมีแนวโน้มที่บริษัทจะเปลี่ยนแนวโน้มไปก็ได้ ไม่ขึ้นก็ลง
โดยจุดตัดของเทรนนี้จะอยู่ที่ราวๆ เดือนมกราคา จากการตีเส้นเทรนด์ไลน์ขากด และเทรนด์ไลด์ขาขึ้น หลังจากที่พูดถึงเรื่องปัจจัยด้านเวลาที่อัดตัวพร้อมผลักดันหุ้นแล้ว เรามาดูในมิติของมูลค่ากันบ้างดีกว่าครับ
จากเครื่องมือ 2 ตัวนั่นคือ DDM และ Double Dividend Discount Model ได้แสดงให้เราเห็นว่า แต่ก่อนเดิม "ตลาด" เคยให้มูลค่าบริษัทนี้ "มากกว่ามูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท" ต่อเนื่องหลายปี
และในปัจจุบัน บริษัทเองกลับมีการเทรดในระดับที่ต่ำกว่าเส้นแนวต้านที่แสดงนี้เสียอีก ดังนั้นหากเราตั้งสมมติฐานว่าราคาหุ้นจะ Mean Reversion ก็เป็นไปได้
ทั้งนี้แล้วจากข้อมูลที่เรามี อาจช่วยให้พี่ๆ เพื่อนๆ ใช้ในการวางแผนการเทรดได้นะครับ ผมว่าการที่เราวิเคราะห์ได้หลากหลายมิตินี้จะช่วยให้เราลงทุนได้อย่างมั่นใจได้มากขึ้น แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องแลกเข้ามาที่สาหัสเช่นกัน นั่นคือ "เราไม่อาจรู้เลย ว่าเรื่องอะไรที่เรารู้นั้นเป็น NOISE" หรือ "สิ่งก่อกวนในการลงทุน" ได้ กล่าวคือหากเรารู้สิ่งใดมากแล้ว สิ่งนั้นอาจบดบังทรรศนวิสัยในระยะยาวของเราก็เป็นได้
แต่กระนั้นแล้ว เราทุกคนในหมวดของเทรดเดอร์ก็ยังโชคดีครับที่เรายังสามารถยอมแพ้ได้ หากแผนที่เราวางไว้ไม่เป็นไปตามที่วาง ผ่านการยอมรับตัวเองและ Cutloss ทิ้งไป
ทั้งหลายนี้ผมวาดหวังว่าจะเป็นทางเลือกการลงทุนแก้ทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ
ฝากหนังสือและ investing-in-th ไว้ด้วยนะครับผม เราจะรวบรวมหนังสือที่อยู่ในจักรวาลการลงทุนไว้ให้ทุกท่านในที่เดียวเป็นร้านหนังสือเพื่อการลงทุน เพื่อการ Empowerment สังคมการลงทุนอย่างแท้จริง
ขอให้ทุกท่านโชคดี สุขภาพแข็งแรงปลอดภัยครับผม



