ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
USDJPY 22/11/64 USDJPY ประจำวันที่ 22-11-64
-Quasimodo pattern ขาลง
H4
- RSI : Sideway
- MACD : Divergence ขาลง
- Trend : ขาขึ้น
ภาพรวม >> Neutral
H1
- RSI : Sideway
- MACD : Divergence ขาลง
- Stochastic : Overbought ทำให้มีโอกาสกลับตัวลง
- Trend : ขาลง
ภาพรวม >> ลง
M30
- RSI : Divergence ขาขึ้น
- MACD : Divergence ขาขึ้น
- Stochastic : Overbought ทำให้มีโอกาสกลับตัวลง
- Trend : ขาลง
ภาพรวม >> ลง
M15
- RSI : Overbought ทำให้มีโอกาสกลับตัวลง
- MACD : -
- Stochastic : -
- Trend : ขาลง
ภาพรวม >> ลง
M5
- RSI : Overbought ทำให้มีโอกาสกลับตัวลง
- MACD : Divergence ขาลง
- Stochastic : -
- Trend : ขาขึ้น
ภาพรวม >> ขึ้นแล้วกลับตัวลง
สรุป : ขึ้น แล้วกลับตัวลงที่ Supply Zone
XAUUSD 17/11/64XAUUSD 17/11/64
H4
- เทรนขาขึ้น
- RSI : Divergence ขาลง
- Sto : มีโอกาสทำ New low
H1
- เทรนด์ขาลง
- SupplyZone
- RSI : Divergence ขาลง
- Qm pattern ขาลง
M30
- เทรนด์ขาลง
- RSI : Divergence ขาลง
- Sto : มีโอกาสทำ new low
M15
- เทรนด์ขาลง
สรุป : ขึ้นไปที่แนว Supply zone แล้วกลับตัวลงที่แนวรับ
*** รอใกล้เข้า Supply zone จึงทำการเช็ค Fibo keylevel และ Divergence ขาลง ใน TFM5,TFM15 จะทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น
ETHUSD *share idea*ในส่วนตัวคิดว่ากำลังทำ c of c ซึ่งกำลังจบครบคลื่นแล้ว ในบริเวณราคาในกรอบสีส้ม และสัญญาณใน wave c ย่อยที่กำลังขึ้นก็มีสัญญาณการจบคลื่นอย่างชัดเจน โดย cci , rsi ทำ Bearish divergence ในตัวมันเองและ Divergence ระหว่าง wave
Personally, I think I'm doing c of c, which is finishing the wave. In the price area in the orange frame and the signals in the rising sub-wave c clearly signal the end of the wave, cci , rsi made a bearish divergence in itself and a divergence between the waves.
(google translate)
TY
VETUSDTVETUSDT เกิด Bearis divergence ที่ TF 4H สายฟิวเจอร์รอกด S ได้
--------------------------------------------------------------------------------------
VETUSDT เกิด Bearis divergence ที่ TF 4H สายฟิวเจอร์รอกด S ได้
--------------------------------------------------------------------------------------
VETUSDT เกิด Bearis divergence ที่ TF 4H สายฟิวเจอร์รอกด S ได้
--------------------------------------------------------------------------------------
VETUSDT เกิด Bearis divergence ที่ TF 4H สายฟิวเจอร์รอกด S ได้
--------------------------------------------------------------------------------------
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
โควิดยังกดดันตลาด
ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากยอดการติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กูรูคาดยอดการติดเชื้อโควิดในช่วง 4 – 6 สัปดาห์ข้างหน้าจะลดลงจากการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ดัชนีตลาดปิดที่ 1,537.63 จุด ลดลง 7.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน ติดตามสัญญาณ Bullish Divergence นักลงทุนต่างชาติเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพุธที่ 28 ดัชนีดาวโจนส์และแอสแอนด์พี 500 ปรับลดลง ขณะที่ดัชนีแนสแดคปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.00 – 0.25 เปอร์เซ็นต์ และเฟดยังคงมาตรการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้างในทางลง (Sideways down) ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,530 จุด สัญญาณ DMI แสดงถึงการปรับตัวลง ขณะที่สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ยอดที่สอง (กรณีที่เกิดยอดที่สามควรเข้าซื้อ) สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวก และภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับตัวขึ้นเพื่อปรับฐาน ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนียืนปิดเหนือแนวต้านของเส้น MMA2 ที่ 1,574 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,530 จุด และกรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,529 จุด การนับคลื่นปรับ (Collective wave) จะต้องนับใหม่ เนื่องจากคลื่น (iv) ซ้อนทับกับคลื่น (i) ไม่เป็นไปตามหลักการ Overlapping (ใช้ราคาปิดเป็นตัววิเคราะห์)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic กลับท่เป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง อย่างไรก็ดี ในภาวะตลาดหมี (Bear Market) การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI อาจเป็นแบบสามยอด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,547 – 1,558 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,529 – 1,519 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต และในกรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,535 จุด ควรปรับพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่มอีก 10 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
GOLD, (XAUUSD) TF : 30#XAUUSD : TF 30
.
XAU/USD (ทองคำ) : หลายๆคนคงถาม ไหนบอกว่าทองจะลง ???
นับเวฟมั่วรึเปล่า ???...
คือถ้าใครไม่เคยศึกษา Wave นะครับ จะไม่รู้ว่าหน้าที่ของ Elliott Wave คืออะไร
โดยส่วนตัวผมใช้ Wave ในการหาทิศทางใหญ่ แล้วหาจังหว่ะเข้าใน TF สั้น เล่นตาม Momentum ตาม Demand & Supply เล่นไปตามคนหมู่มาก
กราฟไปทิศทางไหน ก็เล่นตามไป แต่การเทรดตามต้องเทรดบนความรู้ที่คุณมีเกี่ยวกับ Technical Analysis เช่น Price Pattern, Down Theory, Volume Analysis, Candle Stick Pattern
.
Wave เป็นแค่ตัวไกด์ทิศทางใหญ่ เพื่อไม่ให้หลงทาง และสร้างกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
โดยคลิปเมื่อวันศุกร์ที่ผมวิเคราะห์ทองคำเกี่ยวกับ Wave ไว้ มุมมองทาง Wave ยังลงไม่จบเพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นจริง เราก็ต้องรอจังหว่ะที่ราคารีบาวน์ขึ้นมาเพื่อทำการดัก Short/Sell เพื่อทำกำไรในทิศทางใหญ่
.
และแน่นอน ถ้ามันรีบาวน์ขึ้นไปด้วยวอลลุ่มหรือโมเมนตัมที่ชัดเจนและแข็งแรง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเองก็ต้องเล่นตามเทรนตาม Demand ไป
.
แต่เมื่อราคาวิ่งไปถึงจุดๆนึง เราก็ต้องมีสติว่าการลงของทองคำในภาพใหญ่ยังเป็น Down trend ระยะกลางอยู่นะ โอกาสที่ทองคำจะทิ้ง มีความเป็นไปได้ตลอดเวลา ดังนั้นเราเพียงแค่ต้องหาให้เจอว่าตรงไหนคือการจบการรีบาวน์ของชุดนี้
.
โดยปกติวิธีการหา การจบเทรนจำเป็นที่ต้องใช้ Divergence เข้าช่วย
เมื่อเจอ Divergence สิ่งที่ต้องดูหลังจากนั้นคือ Dow Theory เพราะการเปลี่ยนเทรนที่ดีต้องเข้าเงื่อนไขของ Down theory เสมอ (ไม่เชื่อลองไปดูกราฟในอดีตได้ครับ) นั้นหมายความตอนนี้ทองคำกำลังอยู่ภายใต้ Bearish Divergence แต่การที่จะให้ราคาลงเป็น Down trend เลย ก็ต้องมีการรีบาวน์เพื่อทำไฮที่่ต่ำลงเพื่อให้เข้าสู่สถานะ Down trend เต็มตัว
.
#สรุปให้สั้นๆ : ทองคำตอนนี้เป็นแค่การย่อตัวลงบน Up trend และเป็นการย่อด้วย Momentum : Bearish Divergence ถ้าใครที่กำลังจะเข้า Buy แนะนำให้รอทองคำย่อตัวลงมา โอกาสที่ทองคำยังขึ้นต่อมีความเป็นไปได้สูง และแนวรับสำคัญที่เรามองไว้อยู่ที่ **1820** แนวรับที่แข็งแกร่ง แล้วถ้าลงลึกกว่า 1820 หล่ะ แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1810 บริเวณนี้จะแข็งแรงมาก โอกาสที่ทำกำไรในฝั่ง #Buy จึงมีโอกาสชนะมากที่สูง
.
" จงเทรดไปตามเทรน ไม่มีอะไรใช้ได้ 100% "
.
#ข่าว
ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTs (ธ.ค.)
ช่วงเวลา 22:00 น. (ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเทรดดังกล่าว)
ระดับข่าว 🌟🌟🌟
ครั้งก่อน 6.527M
คาดการณ์ 6.500M
ค่าจริง ...
.
ผู้เล่นที่ได้เปรียบตอนนี้จะเป็นผู้เล่นฝั่ง :
Sell เมื่อราคาต่ำกว่า 1840
รอดัก Buy เมื่อราคาอยู่แถวบริเวณ 1820
.
#เทรดอย่างมีสติแผนต้องชัดถ้าไม่ชัดถอยออกมาก่อน
.
เรียนรู้ และฝึกวิเคราะห์กราฟ (ทองคำ) ไปด้วยกัน
.
สำหรับใครที่มีคำถามหรือข้อสงสัยอะไร
สามารถ Comment พูดคุยกันได้
หรือถ้าอยากปรึกษาหาแนวทางของหุ้น
สามารถ Inbox เข้ามาคุยกันได้ ( ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ) ***
.
#XAUUSD
#XAU
#GOLD
#ทองคำ
#StockStrike
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สัญญาณ Bullish Divergence
นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อหุ้น หลังบรรยากาศการเมืองเริ่มผ่อนคลาย แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,202.16 จุด เพิ่มขึ้น 7.21 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4 หมื่นล้านบาท ต่างชาติเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ สัญญาณทางเทคนิคัลที่กลับมาเป็นบวก และสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะหนุนแรงซื้อกลับเก็งกำไร ทำให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (2/11) กลับมาปิดในแดนบวก หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นเพื่อดักผลการเลือกตั้งล่วงหน้า
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเหนือแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,187 จุด และมีกรอบล่างของช่องแนวโน้มขาลงเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,170 จุด โดยมีแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement เป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,154 จุด ดัชนีตลาดมีแนวต้านอยู่ที่ 1,212 จุด สัญญาณทางเทคนิคัลที่กลับมาเป็นบวก และสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) และมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,154 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับเมื่อดัชนีตลาดสามารถปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,264 จุด ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii),v ซึ่งมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,454 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ MACD เป็นลบ ขณะที่สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,212 – 1,223 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,191 – 1,180 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สัญญาณ Bullish Divergence
ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวแคบเนื่องจากตลาดขาดปัจจัยบวก ดัชนีตลาดปิดที่ 1,242.99 จุด เพิ่มขึ้น 5.45 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3.9 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเริ่มกลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน สัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 14
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (5/10) 3 ดัชนีหลักปรับตัวขึ้น ขานรับข่าวทรัมป์ฟื้นตัวจากการติดโควิด-19 นักลงทุนหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะผ่านสภาคองเกรสในเร็วๆนี้
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเหนือแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement ที่ 1,212 จุด ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาลง สอดคล้องกับการเรียงตัวของเส้น MMA2 ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง ดัชนีตลาดปรับตัวลงทำจุดต่ำที่ 1,231 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Harami and Hammer ในเขตขายมากเกิน และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล โดยมีกรอบบนของช่องแนวโน้มขาลงทำหน้าที่เป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,267 จุด ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนทิศทางปรับตัวขึ้นเมื่อดัชนีตลาดยืนปิดเหนือ 1,295 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ซึ่งมีแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement เป็นเป้าหมายอยู่ที่ 1,212 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับเมื่อดัชนีตลาดสามารถปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,300 จุด ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น iii),v ซึ่งมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1,454 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน สัญญาณ Modified Stochastic ก่อตัวรูปแบบ W-shape ขณะที่สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง แต่สัญญาณ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะยาวยังไม่ชัดเจน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,254 – 1,264 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,232 – 1,220 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยเข้าซื้อบางส่วน เมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,270 จุด และจะทยอยเข้าซื้ออีกครั้งเมื่อสัญญาณ Modified Stochastic เกิดสัญญาณซื้อรูป W-shape
#ป.ดัชนี, #บัญชรหุ้น, #วิเคราะห์หุ้น, #Forex, #Commodity
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระวังผลกระทบจากผลประกอบการ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขาย หลังสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “S&P” ปรับลดมุมมองเศรษฐกิจไทยจาก “บวก” เป็น “เสถียรภาพ” ดัชนีตลาดปิดที่ 1,236.10 จุด ลดลง 20.25 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.9 หมื่นล้านบาท ภาวะซื้อมากเกินจะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 6
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพุธ (15/4) ปรับตัวลดลง ดาวโจนส์รูดลง 445 จุด หลังยอดค้าปลีกรูดลงและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนต่ำกว่าเป้า ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-15
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลง หลังดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องว่าง (Gap) ที่ 1,272 จุด มีแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement (1852/969 จุด) ที่ 1,306 จุด และมีแนวต้านทางจิตวิทยาอยู่ที่ 1,300 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม แท่งเทียนเกิดเป็น Star ในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ระยะสั้นจึงควรระวังดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ เพราะจะเป็นสัญญาณที่ดัชนีตลาดพักตัวลงปิดช่องว่างที่ 1,184 – 1,150 จุด
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงมาทำจุดต่ำที่ 969 จุด จากที่ได้วิเคราะห์ไว้คลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) ที่ 942 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อนำจุดสูงที่ 1,852 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวต้านจะได้ ดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,306 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,410 จุด และ
61.8% Fibonacci Retracement = 1,515 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,253 – 1,267 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,220 – 1,207 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะทยอยเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 940 จุด+/- และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ภาวะซื้อมากเกิน
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,256.35 จุด เพิ่มขึ้น 19.57 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.6 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ต่างชาติเดินหน้าขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (14/4) ปิดตลาดในแดนบวก Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขี้นเกือบ 4% นักลงทุนมองว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น (แต่จากรายงานพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่สหรัฐเพิ่มขึ้น 24,215 ราย และยอดผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมง 2,284 ราย) สวนทางกับมุมมองของนักลงทุน
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องว่าง (Gap) ที่ 1,272 จุด มีแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement (1852/969 จุด) ที่ 1,306 จุด และมีแนวต้านทางจิตวิทยาอยู่ที่ 1,300 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม แท่งเทียนเกิดเป็น Star ในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ระยะสั้นจึงควรระวังดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ เพราะจะเป็นสัญญาณที่ดัชนีตลาดพักตัวตามมา
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงมาทำจุดต่ำที่ 969 จุด จากที่ได้วิเคราะห์ไว้คลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) ที่ 942 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อนำจุดสูงที่ 1,852 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวต้านจะได้ ดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,306 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,410 จุด และ
61.8% Fibonacci Retracement = 1,515 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,272 – 1,285 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,241 – 1,228 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะทยอยเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 940 จุด+/- และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แรงขายจากภาวะซื้อมากเกิน
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,228.03 จุด เพิ่มขึ้น 17.55 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.37 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นกลับมาเป็นลบในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ตลาดยังมีความเสี่ยงที่พักตัวลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องว่าง (Gap) ที่ 1,184 – 1,249 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,243 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Shooting Star ในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,184 จุด
ภาวะซื้อมากเกินและตามหลักการของ Granville ดัชนีตลาดจะพักตัวเมื่อปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น MMA2
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงมาทำจุดต่ำที่ 969 จุด จากที่ได้วิเคราะห์ไว้คลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) ที่ 942 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อนำจุดสูงที่ 1,852 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวต้านจะได้ ดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,306 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,410 จุด และ
61.8% Fibonacci Retracement = 1,515 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบในเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,243 – 1,255 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,210 – 1,192 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะทยอยเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 940 จุด+/- และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
Shooting Star
แรงขายที่มีในช่วงบ่ายฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าลงมาปิดที่ 1,210.48 จุด เพิ่มขึ้น 4.71 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.36 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเริ่มกลับมาเป็นลบในเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ต่างชาติกลับมาขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพฤหัสบดี (9/4) ปรับตัวเพิ่มขึ้นขานรับเฟดออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สรอ. ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และตัวเลขการว่างงานที่พุ่งขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องว่าง (Gap) ที่ 1,184 – 1,249 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,243 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Shooting Star ในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,184 จุด
ตามหลักการของ Granville ดัชนีตลาดจะพักตัวเมื่อปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น MMA2
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงมาทำจุดต่ำที่ 969 จุด จากที่ได้วิเคราะห์ไว้คลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) ที่ 942 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อนำจุดสูงที่ 1,852 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวต้านจะได้ ดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,306 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,410 จุด และ
61.8% Fibonacci Retracement = 1,515 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบในเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,226 – 1,243 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,195 – 1,180 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะทยอยเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 940 จุด+/- และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นซื้อมากเกิน
แรงขายทำกำไรระยะสั้นที่มีออกมา ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยพักตัวลงปิดที่ 1,205.77 จุด ลดลง 9.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9.3 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกและเข้าเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ต่างชาติกลับมาขายสุทธิเกือบ 8 พันล้านบาท
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (8/4) ปรับเพิ่มขึ้น 779 จุด ขานรับข่าวเบอร์นี แซนเดอร์ส ถอนตัวจากการแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงประธานาธิบดี และมองว่าการระบาดเชื้อโควิด-19 จะดีขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเหนือแนวรับกรอบล่างของช่องว่างที่ 1,184 จุด (ช่องว่างขาลงอยู่ที่ 1,184 – 1,249) และปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง
ตามหลักการของ Granville ดัชนีตลาดจะพักตัวเมื่อปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น MMA2
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงมาทำจุดต่ำที่ 969 จุด จากที่ได้วิเคราะห์ไว้คลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) ที่ 942 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อนำจุดสูงที่ 1,852 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวต้านจะได้ ดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,306 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,410 จุด และ
61.8% Fibonacci Retracement = 1,515 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก สัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,220 – 1,238 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,183 – 1,162 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะทยอยเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 940 จุด+/- และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นมีโอกาสพักตัว
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (7/4) แกว่งตัวผันผวนเนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับตัวขึ้น 900 จุดในช่วงเช้า ปิดตลาดดัชนีปรับตัวลดลง 26 จุด
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นปิดที่ 1,214.95 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 76.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9.87 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกในเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในรอบ 6 วัน
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวทะลุผ่านแนวต้านกรอบล่างของช่องว่างที่ 1,184 จุด ขึ้นทดสอบแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง หลังจากดัชนีตลาดแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมรูป Ascending Triangle ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,306 จุด
ตามหลักการของ Granville ดัชนีตลาดจะพักตัวเมื่อปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น MMA2
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลงมาทำจุดต่ำที่ 969 จุด จากที่ได้วิเคราะห์ไว้คลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) ที่ 942 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อนำจุดสูงที่ 1,852 จุด กับจุดต่ำที่ 969 จุด มาวิเคราะห์แนวต้านจะได้ ดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,306 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,410 จุด และ
61.8% Fibonacci Retracement = 1,515 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก สัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,238 – 1,255 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,199 – 1,183 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะทยอยเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 940 จุด+/- และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ดาวโจนส์ชี้นำในทางบวก
ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นปิดที่ 1,138.84 จุด เพิ่มขึ้น 0.57 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.97 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกและเริ่มปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันจันทร์ (6/4) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,627 จุด นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อเพื่อดักข่าวดี หลังยอดการติดเชื้อโควิด-19 มีสัญญาณชะลอตัว
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งแคบๆและปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของสามเหลี่ยม Ascending Triangle ที่มีแนวต้านอยู่ที่ 1,130 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,138 จุด ดัชนีตลาดมีจุดสูงเก่าเป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,184 จุด เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,197 จุด การเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก สัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,161 – 1,184 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,120 – 1,100 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
หาจังหวะทยอยเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 940 จุด+/- และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ราคาน้ำมันหนุนตลาดทุน
แรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มปตท. หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,138.27 จุด เพิ่มขึ้น 32.76 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.9 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น MMA2 ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพฤหัสบดี (2/4) ตลาดได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทะยานขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ดาวโจนส์บวก 469 จุด หลังทรัมป์เข้าเป็นตัวกลางยุติสงครามราคาน้ำมันดิบระหว่างซาอุดิอาระเบียกับรัสเซีย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้างภายในกรอบสามเหลี่ยมรูป Ascending Triangle ที่มีแนวต้านอยู่ที่ 1,130 จุด ดัชนีตลาดทะลุผ่านแนวต้านขึ้นมาปิดที่ 1,138 จุด และมีทิศทางปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,184 จุด เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,203 จุด การเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,161 – 1,184 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,120 – 1,100 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
โควิด-19 กดดันตลาด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันพุธ (1/4) ปรับตัวลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ ดาวโจนส์ดิ่งลง 973 จุด หลังทรัมป์เตือนการแพร่ระบาดโควิด-19 จะทวีความรุนแรงในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,105.51 จุด ลดลง 20.35 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.7 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อปรับฐาน ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้างภายในกรอบสามเหลี่ยมรูป Ascending Triangle ที่มีแนวต้านอยู่ที่ 1,130 จุด กรณีที่ดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,130 จุด ดัชนีตลาดจะมีทิศทางปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,184 จุด และมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,214 จุด การเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,125 – 1,140 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,087 – 1,073 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
เคลื่อนตัวออกด้านข้าง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (31/3) ดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 400 จุด หลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทวีความรุนแรง จนอาจเป็นสาเหตุให้คนสหรัฐเสียชีวิต 100,000 – 240,000 ราย
แรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด เพื่อดักเม็ดเงินจากกองทุน SSF ที่จะเปิดขายในวันที่ 1 เมษายน เป็นวันแรก ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นที่ 1,125.86 จุด เพิ่มขึ้น 38.04 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.7 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,130 – 1,184 จุด สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้างภายในกรอบสามเหลี่ยมรูป Ascending Triangle ที่มีแนวต้านอยู่ที่ 1,130 จุด กรณีที่ดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,130 จุด ดัชนีตลาดจะมีทิศทางปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,184 จุด และมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,214 จุด การเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,150 – 1,164 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,108 – 1,091 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แกว่งตัวออกด้านข้าง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในแดนบวก ดาวโจนส์ (30/3) ปรับเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ทรัมป์ต้องขยายเวลามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมออกไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน
แรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาดในช่วงบ่าย ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดช่วงลบ ดัชนีตลาดปิดที่ 1,087.82 จุด ลดลง 11.94 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4.1 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน ต่างชาติกลับมาขายสุทธิอีกครั้ง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งแคบๆและเคลื่อนตัวออกด้านข้างภายในกรอบสามเหลี่ยมรูป Ascending Triangle ที่มีแนวต้านอยู่ที่ 1,130 จุด กรณีที่ดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,130 จุด ดัชนีตลาดจะมีทิศทางปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,220 จุด การเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,100 – 1,120 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,071 – 1,058 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
จับตายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันศุกร์ (27/3) ปรับตัวลดลง ดาวโจนส์ปรับตัวลดลงกว่า 900 จุด หลังตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐพุ่งทะลุ 1 แสนรายมากที่สุดในโลก นักลงทุนผวาเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย ยอดผู้ว่างงานกว่า 3 ล้านคน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายออกมาในช่วงบ่าย หลังดัชนีดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องแนวโน้มขาลง ดัชนีตลาดปิดที่ 1,099.76 จุด เพิ่มขึ้น 7.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.5 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน สถาบันภายในประเทศและต่างชาติเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ นับเป็นการซื้อสุทธิของต่างชาติวันแรกในรอบ 17 วัน ภาพทางเทคนิคัลชี้ว่าดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,000 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องแนวโน้มขาลงที่ 1,124 จุด ดัชนีเปิดสูงปิดต่ำ เส้น MMA2 จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านถัดไป ลักษณะของ Common gap เป็นช่องว่างที่เกิดในช่วงที่ดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) การเรียงตัวของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง และการเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,114 – 1,133 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,084 – 1,066 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สหรัฐอัดฉีดสภาพคล่อง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กกลับมาร้อนแรง หลังสภาคองเกรสอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อัดฉีดสภาพคล่องด้วยการเข้าซื้อพันธบัตร ส่งผลให้ตลาดทุนปรับตัวขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบทรงตัว
แรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นปิดที่ 1,091.96 จุด เพิ่มขึ้น 11.93 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.2 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวก ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 16 ขณะที่สถาบันในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มขาลงที่ 1,130 จุด และมีเส้น MMA2 เป็นแนวต้านถัดไป ลักษณะของ Common gap ที่เกิดเป็นช่องว่างที่เกิดในช่วงที่ดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) การเรียงตัวของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง และการเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางแกว่งตัวขึ้น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,113 – 1,133 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,064 – 1,047 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
แกว่งตัว
ตลาดหุ้นนิวยอร์กแกว่งตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังนักลงทุนขาดหลังว่าสภาคองเกรสจะผ่านเงินช่วยเหลือ 2 ล้านล้านดออลาร์ เพื่อรองรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19
อานิสงส์จากตลาดโลกที่มีสัญญาณฟื้นตัว หนุนแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,080.03 จุด เพิ่มขึ้น 46.19 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.49 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลขัดแย้งกันจะทำให้ดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้างแบบไร้ทิศทาง ต่างชาติชาติขายสุทธิเล็กน้อย 109 ล้านบาท ดัชนีตลาดระมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,130 จุด ก่อนที่จะพักตัวลง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวก ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของช่องแนวโน้มขาลงที่ 1,130 จุด และมีเส้น MMA2 เป็นแนวต้านถัดไป ลักษณะของ Common gap ที่เกิดเป็นช่องว่างที่เกิดในช่วงที่ดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) การเรียงตัวของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลง และการเกิดสัญญาณ Convergence ของสัญญาณ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลงหรือปรับฐาน
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่น I,(5),5) ที่ 1,852 จุด ดัชนีมีทิศทางปรับตัวลดลงเป็นคลื่น II,E มีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 942 จุด ซึ่งเป็นแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement (คำนวณระหว่าง 380 จุดกับ 1,852 จุด) และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 843 จุด
เมื่อนำจุดต่ำที่ 380 จุด กับจุดสูงที่ 1,852 จุด มาวิเคราะห์แนวรับ จะได้แนวรับดังนี้
38.0% Fibonacci Retracement = 1,290 จุด
50.0% Fibonacci Retracement = 1,116 จุด
61.8% Fibonacci Retracement = 942 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI เป็นบวกในเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ MACD เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นแกว่งตัวออกด้านข้างแบบไร้ทิศทาง ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐาน เนื่องจากสัญญาณ MACD Histogram ยังเป็น Convergence ที่แสดงว่าดัชนียังมีโอกาสปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,105 – 1,128 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,053 – 1,024 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ได้แนะนำให้ล้างพอร์ตการลงทุน จะกลับเข้าซื้อเมื่อสัญญาณ RSI และ MACD Histogram เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงช่วงปลายตลาดขาลง
คำแนะนำ
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายวัน ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จากกราฟรายวัน เพื่อการลงทุนระยะสั้น
- ในกรณีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อ (ทยอย) โดยพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์ ควรดูพิจารณาสัญญาณ Bullish Divergence ของ MACD Histogram จากกราฟรายสัปดาห์ เพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว
- ในกรณีที่ตลาดเป็น Bear Market มากๆ การเกิดสัญญาณ Bullish Divergence อาจเกิดถึง 3 ยอด (โดยทั่วไปในภาวะที่ตามปกติ สัญญาณ Bullish Divergence ส่วนใหญ่จะเป็นสองยอด)






















