แนวโน้ม S&P500 Future สำหรับ วันที่ 7/03/2568DAY
ราคาเริ่มทำ lower lows โดยการหลุด 5800
มีเป้าลงไปหา 5588,5451,5231***กรณีที่ลงทีเดียว ยังไงก็มีรีบาวด์ที่แนวนี้
H4
ราคาเป็นขาลง ราคามีแนวรับสำคัญที่ 5600 RSIเริ่มเกิดdivergence ให้ระวังการดีดตัวของรอบH4 HIGHอยู่6000
H1
ราคาเป็นขาลง มีเป้าลงไปหา5558 HIGHอยู่5870
หน้าSELL
ราคาเป็นขาลง มีเป้าลงไปหา5600 รอหาจังหวะราคารีบาวด์ขึ้นมาแถว 5800 5910 5960
หน้าBUY
รอ5600 เป็นแนวแรก
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
SET จะเด้งขึ้น หรือ ลง ต่อไปลึกกว่าเดิม ให้ดูหลัง 7 มี.ค.68SET จะเด้งขึ้น หรือ ลง ต่อไปลึกกว่าเดิม ให้ดูหลัง 7 มี.ค.68
จากการวิเคราะห์เชิงเทคนิคของ SET Weekly โดยอ้างอิงจาก TD Sequential และ Keltner Channel ที่ตั้งค่า 21, 21, 3 พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโอกาสฟื้นตัวของตลาด ดังนี้:
________________________________________
🔹 TD Sequential - TD Buy Setup 9 (คอนเฟิร์มวันที่ 7 มี.ค. 2025)
• TD Buy Setup 9 บ่งบอกถึงจุดที่อาจเกิด Reversal (การกลับตัวขึ้น) โดยปกติแล้วสัญญาณนี้จะมีนัยสำคัญเมื่อราคาลงมาต่อเนื่องถึงแท่งที่ 9
• อย่างไรก็ตาม สัญญาณจะมีน้ำหนักมากขึ้นหากแท่งถัดไป (สัปดาห์ถัดไป) มี Bullish Price Flip หรือเกิดแท่งกลับตัวที่แข็งแรง
• ปัจจัยที่ช่วยยืนยันการฟื้นตัว:
o แท่งเทียนกลับตัว (Reversal Candle)
o Volume ที่เพิ่มขึ้น
o เกิด Bullish Divergence กับ RSI หรือ MACD
o Breakout แนวต้านสำคัญ (เช่นเส้น EMA หรือแนวรับสำคัญในอดีต)
________________________________________
🔹 Keltner Channel (KC) ตั้งค่า 21, 21, 3
• เส้น KC Upper Band และ Lower Band บ่งบอกถึงขอบเขตของแนวโน้มและความผันผวน
• จากกราฟปัจจุบัน ราคาลงมาต่อเนื่องและกำลังแตะ KC Lower Band ซึ่งอาจเป็นจุดพักฐานหรือเด้งขึ้น
• หากราคาสามารถยืนเหนือ Lower Band ได้ และมีแรงซื้อกลับ ก็มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น
• แต่ถ้าราคาทะลุ KC Lower Band ลงต่อ นั่นหมายถึงแนวโน้มขาลงยังคงแข็งแกร่ง
________________________________________
🔹 แนวรับและแนวต้านสำคัญ
• แนวรับสำคัญ: 1,170 – 1,190 (โซนที่ราคากำลังทดสอบ)
• แนวต้านสำคัญ: 1,210 – 1,220 (แนวเส้นกลางของ Keltner Channel และเส้น EMA)
________________________________________
🔹 โอกาสฟื้นตัวและแนวทางการเทรด
1. เฝ้ารอดูการยืนยันสัญญาณจาก TD Sequential
o ถ้าสัปดาห์ถัดไปเกิดแท่งเทียนกลับตัวแบบ Bullish เช่น Hammer, Engulfing, หรือ Morning Star อาจเป็นสัญญาณฟื้นตัว
2. จับตา Keltner Channel Lower Band
o ถ้าราคาสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือ KC Lower Band ได้ อาจเกิด Technical Rebound สั้น ๆ
3. Volume และ Indicator สนับสนุนหรือไม่
o ควรดูว่า RSI, MACD หรือ Volume มีสัญญาณกลับตัวสนับสนุนหรือไม่
4. กลยุทธ์การเทรด
o หากเกิดสัญญาณกลับตัว สามารถพิจารณา Long Position (ซื้อ) โดยตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดที่เพิ่งทำไว้
o หากราคาทะลุแนวรับ 1,170 ลงไป ควร หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อ จนกว่าจะเห็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน
________________________________________
📌 สรุปแนวโน้ม
• SET มีโอกาสเกิด Technical Rebound เนื่องจาก TD Buy Setup 9 และการทดสอบ KC Lower Band
• อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการยืนยันจากแท่งเทียนสัปดาห์ถัดไปและ Volume
• หากเกิดแท่งกลับตัวพร้อมแรงซื้อ อาจเป็นจุดเข้าเทรดระยะสั้นที่ดี
• ถ้าหลุดแนวรับ 1,180 ให้ระวังแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง
🔍 ติดตามการปิดแท่งวันที่ 7 มี.ค. 2025 อย่างใกล้ชิด! 🚀
วิเคราะห์ XAUUSD 25/2/68 XAUUSD วิ่งในกรอบรอเลือกทางวิเคราะห์ XAUUSD 25/2/68
ทองคำทำ ATH ใหม่ได้อีกแล้ว หลังจากทรัมป์ประกาศนโยบาย TAX WAR ออกมาเรื่อยๆ ทำให้ทองคำได้แรงหนุนจากนโยบายต่างๆพอสมควร แต่โดยภาพรวมนั้น ราคาทองคำทางเทคนิคยังเป็นสถานการณืของ Bullish Trend เนื่องจากทองคำสามารถทำ New ATH ได้สำเร็จเรื่อยๆ แต่ก็ควรระวังการเกิด Bearish Divergence เมื่อราคาขึ้นสูงมาก จะถูกแรงขายออกมาแบบรุนแรงเช่นกัน หากราคายังสามารถยืนเหนือแนว 2926-2916 ได้ จะทำเทรนด์ขาขึ้นไม่ได้เสียทรงเลย เป็นเพียงการเทขายออกตามเทคนิค ที่ราคาเมื่อเกิดการ OVB มากๆ ตาม indicators RSI ไม่ควร Follow Buy ตาม เพราะราคามีโอกาสเทขายออกแบบรุนแรง เน้นทำกำไรระยะสั้นไปก่อน หากถือรันยาวเพื่อลุ้น ATH อีกครั้ง ราคาควรเบรกเอ้าท์ 2955 ให้ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อลุ้น 2964-2970 แนะนำให้ใช้ SL มาบังหน้าทุนเมื่อราคามีกำไรเกิดขึ้น
แนวรับรายวัน
2931- 2926/2917/2912-2907/2900-2892
แนวต้านรายวัน
2948-2952/2956/2964/2978/2999
เก่งหลังข่าว XAUUSD 20.02.25Time Frame H1
ข่าวออกราคาค่อย action ประมาณ 15 นาที
จากที่ราคาทำ HH และช่วงเย็นมีการปรับตัวลงของราคา
ปัจจุบันราคาจะวิ่งในกรอบ SideWay อาจจะยังไม่เลือกทาง
หากเราใช้เทคนิค Divergence ก็จะพบว่า momentum ขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง
แต่ต้องรอปิด D1 วันนี้ก่อนครับ
ราคาไม่สามารถเบรคที่ 2918 ได้ มา checkin orderbook ก่อนอาจจะเป็นการ
พักตัวและลงต่อก็...เป็น...ด้ายยย
XAUUSD Sell Now Here! 40R+XAUUSD Sell Now Here! 40R+
ในกรอบเวลา TF Week ได้เกิด Super Divergence ขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีความไม่เป็นไปตามแนวโน้มระยะสั้น
RSI Peak แรก อยู่ในระดับ Overbought ที่ 78
แม้ว่าราคาจะยังขึ้นต่อเนื่อง แต่ RSI กลับไม่สามารถยกระดับตามไปได้
การเข้าเปิดสถานะ Sell ณ ขณะนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยสามารถตั้ง Stop Loss (SL) ที่ราคา 2949.00 และตั้ง Take Profit (TP) ที่ Fibo level 0 ณ ราคา 2536.48
หมายเหตุ: นี่ไม่ใช่การแนะนำเพื่อการลงทุน แต่เป็นเพียงการวิเคราะห์เพื่อการศึกษาเท่านั้น
แนวโน้มทองคำสำหรับ วันที่18/2/68ทองคำ
หลังจากทำall time high มาอย่างต่อเนื่องล่าสุดคืนวันศุกร์ที่แล้วเริ่มโดนเทขายแล้ว
ภาพWEEK ราคามี RSI Divergence มีเป้าหมายโซน2955-2965 ระวังราคาย่อตัว1รอบsto
ภาพDay ราคาเริ่มชะลอตัวแล้วหลังจากปิด - ไปเมื่อวันศุกร์ คิดว่าถ้าราคาพักต่อย่อจนจบ sto ovs น่าจะย่อหลุด2863 มาหา 2843-2816 แล้วค่อยรีบาวด์
แต่ถ้าราคาขึ้นต่อไม่หลุด2863 คิดว่าราคาน่าจะต้องขึ้นมาทำall time high อีกครั้งแล้วค่อยย่อ
ภาพH4H1 ราคาอยู่ในกรอบไซเวย์ 2943-2963
แนวต้าน 2933 2955-2965
แนวรับ 2868 2843 2816
Thai Coconut Public Company Limited (COCOCO) ในกรอบเวลา 1D🔍 การวิเคราะห์แนวโน้ม
แนวโน้มขาลงในระยะสั้น
กราฟอยู่ใน ช่องขาลง (Descending Channel) ซึ่งยังคงเป็นแนวโน้มขาลง
ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 9.90 THB และกำลังทดสอบแนวรับบริเวณ 0.618 Fibonacci Retracement (ประมาณ 9.65-9.70 THB )
หากหลุดต่ำกว่านี้ อาจลงไปที่แนวรับ 0.786 Fibonacci Retracement (บริเวณ 8.50-8.65 THB )
มีโซน Gap Support อยู่ที่ประมาณ 8.50-8.80 THB ซึ่งอาจเป็นจุดพักตัว
📈 Indicator Analysis
MACD แสดงสัญญาณ Bearish (ขาลง) แต่หากเกิด Divergence อาจมีโอกาสกลับตัว
Volume Profile แสดงโซนที่มีการซื้อขายหนาแน่นที่ 9.50-9.80 THB หากราคาหลุดต่ำกว่านี้อาจเกิดแรงขายเพิ่มขึ้น
📌 แนวต้านสำคัญ
แนวต้านแรกอยู่ที่ 10.30-10.50 THB (Fib 0.5)
แนวต้านบนของช่องขาลง อยู่ที่ 11.50-12.00 THB
เป้าหมายถัดไปหากทะลุแนวต้านหลักคือ 14.10 THB
🔮 สรุปแนวโน้ม
✅ หากราคาสามารถ ยืนเหนือ 9.65-9.70 THB ได้ มีโอกาสเกิดการรีบาวด์ไปทดสอบแนวต้าน
❌ หากหลุดต่ำกว่า 9.65 THB มีโอกาสลงไปแนวรับถัดไปที่ 8.50-8.80 THB
🛑 ความเสี่ยง
หากแนวรับปัจจุบันถูกทะลุลงไป อาจมีแรงขายกดดันเพิ่ม
ตลาดโดยรวมและปัจจัยพื้นฐานของบริษัท อาจมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคา
NLแม้กราฟราคาจะทำฐานต่ำลงเรื่อยๆ แต่หากดูภาพใหญ่จะเห็นว่ามีการยกตัวของ Stochastic RSI และ MACD เป็นสัญญาณ Bullish Divergence จะเกิดเมื่อตลาดหุ้น หรือหลักทรัพย์นั้นๆอยู่ในขาลง และ มีโอกาสเข้าสู่ทิศทางกลับตัว กล่าวคือ ปัจจุบันทราบว่าบริษัทได้มีการรับงานใหม่หลายโครงการแต่ยังไม่ได้ประกาศเนื่องจากต้องการประกาศรวมกันหลายๆงานซึ่งเร็วๆนี้คงมีการประกาศแจ้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นตัวทริกเกอร์ (Trigger) ให้ราคาดีดกลับตัวได้
BTC/USD Elliott Wave 04-02-2025 ถ้าไม่หลุด 87,000 ยังมีความหวัง📊 วิเคราะห์ Bitcoin (BTC/USD) ตาม Elliott Wave
จากกราฟ BTC ที่ Tae ส่งมาใน Timeframe 1D, 4H, 1W และ 1M เราสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของ Elliott Wave ได้ดังนี้:
🔍 1. BTC กำลังอยู่ใน Wave อะไร?
จากการดูโครงสร้างของ BTC ใน Timeframe ใหญ่ (1W, 1M):
✅ BTC กำลังอยู่ในคลื่นใหญ่ (Cycle) ของ Wave 5 ของ Elliott Wave
✅ ตอนนี้ราคาอยู่ใกล้แนวต้านสำคัญ และอาจกำลังสร้าง Sub-Wave (i)-(ii)-(iii)-(iv)-(v) ของ Wave 5
✅ ถ้า BTC หลุดแนวต้านไปได้ มีโอกาสขึ้นต่อไปที่ 120,000 - 150,000 USD
✅ ถ้า BTC ถูก Reject ลงมา อาจเป็น Wave 4 ขยายตัวก่อนขึ้นต่อ
📌 2. โครงสร้างปัจจุบันใน Timeframe ต่างๆ
🔹 1D & 4H (Short-Term)
BTC กำลังพักฐานและอาจเป็น Wave 4 ของ Sub-Wave 5
ต้องระวังการปรับฐานก่อนขึ้นต่อ (Sideway หรือ Retracement)
🔹 1W & 1M (Long-Term)
โครงสร้างเป็น Impulse Wave 5
ราคากำลังเข้าใกล้ แนวต้านของ Channel ขาขึ้น
ถ้าทะลุ 110,000 - 120,000 USD ได้ อาจเห็น BTC ไป 150,000 USD
📈 3. แนวโน้ม Wave ต่อไป
✅ กรณี Bullish (ขึ้นต่อ)
ถ้า BTC ยืนเหนือ 100,000 - 105,000 USD
อาจสร้าง Wave (iii) ของ Wave 5
เป้าหมายการขึ้นต่อไปที่ 120,000 - 150,000 USD
❌ กรณี Bearish (พักฐานก่อนขึ้น)
ถ้า BTC ไม่สามารถทะลุ 105,000 - 110,000 USD ได้
อาจจะพักฐานเป็น Wave 4 ก่อนขึ้นต่อ
แนวรับที่ต้องจับตา: 85,000 - 90,000 USD (Fib 38.2%)
🔹 สรุป
📊 BTC/USD อยู่ใน Wave 5 ของ Elliott Wave ใหญ่
✅ ถ้าทะลุแนวต้าน → อาจไป 120,000 - 150,000 USD
❌ ถ้าถูก Reject → อาจพักตัวที่ 85,000 - 90,000 USD ก่อนขึ้นต่อ
💡 กลยุทธ์
🔹 ถ้า BTC ยืนเหนือ 100,000-105,000 ได้ → Follow Trend ไปที่ 120,000+
🔹 ถ้า BTC หลุดต่ำกว่า 95,000 → รอดูแนวรับ 85,000 - 90,000 ก่อนเข้าซื้อ
🔥 สรุปคือ BTC ยังอยู่ในโซน Bullish แต่ต้องดูแนวต้าน 105,000 - 110,000 ว่าจะผ่านได้ไหม! 🚀
-----------------------
มีโอกาสเป็น Wave 5 ขยายตัวได้ไหม?
การพิจารณาว่า BTC/USD อาจเป็น Wave 5 Extension (5 ขยาย) หรือไม่นั้น ต้องดูเงื่อนไขของ Elliott Wave และพฤติกรรมของราคาในปัจจุบัน โดยมีจุดสำคัญที่ต้องสังเกต
🔍 1. เงื่อนไขของ Wave 5 ขยาย (Extended Wave 5)
Wave 5 สามารถขยายตัวได้ หากมีเงื่อนไขดังนี้: ✅ Wave 3 ไม่ใช่คลื่นที่ยาวที่สุด (Wave 3 สามารถยาวได้ แต่ถ้า Wave 5 ขยาย Wave 3 ต้องไม่ยาวเกินไป)
✅ Wave 5 ทะลุเป้าหมาย Fib 161.8% ของ Wave 1-3
✅ มี Volume สูงมากในช่วงปลาย Wave 5 (Blow-off Top)
✅ มีแรงซื้อจากสถาบัน นักลงทุนรายใหญ่ (FOMO Buying)
📌 2. วิเคราะห์ BTC ตอนนี้
🔹 โครงสร้างปัจจุบันบ่งชี้ถึง Wave 5 Extension หรือไม่?
📌 Wave 3 ยาวแล้ว แต่ยังไม่สุดโต่ง
BTC ทำ Wave 3 ยาวกว่า Wave 1 แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต้องระวังว่า Wave 5 อาจไม่ขยาย
อย่างไรก็ตาม ถ้า BTC สามารถเบรกแนวต้านที่ 110,000 - 120,000 USD ได้ อาจเป็น Wave 5 ที่ขยายตัว
📌 Volume ยังไม่เข้าสูงสุด
ถ้าเป็น Wave 5 ขยาย ต้องมี Volume พุ่งแรงในช่วงปลาย (Blow-off Top)
ตอนนี้ยังไม่เห็น Volume พีคสูงเกินปกติ แปลว่าอาจจะยังไม่เข้าสู่ Extension Mode
📌 MACD & RSI ยังไม่ Overbought สุดขีด
ถ้าเป็น Wave 5 ขยาย เราต้องเห็น RSI เข้าสู่ 90+ หรือเกิด Bearish Divergence
ตอนนี้ RSI อยู่ในเขต Overbought แต่ยังไม่ถึงขีดสุด
📌 เป้าหมาย Fibonacci สำหรับ Extension
ถ้า BTC เป็น Wave 5 ขยาย เป้าหมายจะอยู่ที่
Fib 161.8% ของ Wave 1-3 → 120,000 - 130,000 USD
Fib 261.8% ของ Wave 1-3 → 150,000 - 170,000 USD
ตอนนี้ BTC ยังไม่เบรกโซน 110,000-120,000 แปลว่า Wave 5 อาจจะยังเป็น Normal Impulse ได้
📈 3. ถ้า BTC เป็น Wave 5 ขยายจริง จะเกิดอะไรขึ้น?
✅ จะเกิด FOMO Buying → นักลงทุนแห่เข้าซื้อเพราะคิดว่าราคาจะไม่หยุดขึ้น
✅ Wave 5 อาจยาวกว่า Wave 3 หรือเป็น Diagonal Ending
✅ เกิด Parabolic Move → ขึ้นเร็วแล้วร่วงหนักในภายหลัง
✅ ถ้า BTC ขยายตัวจริง อาจไปถึง 150,000 - 170,000 USD
🔹 สรุป: มีโอกาสเป็น Wave 5 ขยายหรือไม่?
📌 ตอนนี้ BTC ยังไม่เข้าเงื่อนไขของ Wave 5 ขยาย 100% แต่มีโอกาสถ้าทะลุ 110,000 - 120,000
📌 ถ้าเกิด Blow-off Top และ Volume พุ่งสูงผิดปกติ → มีโอกาสเป็น Wave 5 Extension
📌 ถ้าหลุด 95,000 USD ก่อน → อาจจะเป็นเพียง Wave 5 ปกติ และเริ่ม Cycle Correction (ABC)
🎯 แนวทางสำหรับการเทรด 🚀 ถ้า BTC เบรก 120,000 USD → Wave 5 อาจขยาย ไป 150,000+
🔻 ถ้า BTC หลุด 95,000 USD → จบ Wave 5 และเริ่มลงเป็น ABC Correction
🔥 จับตา 110,000 - 120,000 USD ถ้า BTC ขึ้นแรงกว่านี้ อาจเป็น Wave 5 ขยาย! 🚀
แนวโน้มทองคำสำหรับ วันที่4/2/68ทองคำ
ภาพWeek
ราคาเริ่มมี RSI divergence แต่ยังไม่มีแท่งกลับตัว มีเป้าหมายสำคัญไป2957
ภาพDay lowยังอยู่ไกล2536 เป็นไปได้ยากที่อยู่ดีๆราคาจะชนแนวต้านแล้วดิ่งลงเลย มีเป้า2868 2957
ภาพH4
ราคาวิ่งขึ้นเป็นขาขึ้น lowอยู่2730 มีเป้าขึ้นไปหา2841 2875
ภาพH1
ตอนนี้ราคาเป็นขาขึ้น lowอยู่2770 มีเป้าขึ้นไป2835
หน้าBUY
ถ้าเช้านี้ราคาหลุด2813 แล้วอยู่ดีๆวิ่งขึ้นมาเบรก 2822ได้ คิดว่าราคาใน5นาทีน่าจะย่อตัวลงมารับอีกรอบแล้วขึ้นไป2835-2841
หน้าSELL
แนวต้านสำหรับh1และh4 อยู่ 2835-2841 แนะนำว่าสวนเทรนด์ฺshortได้ แต่กินระยะสั้น10-15จุด และวางslเนื่องจากสวนเทรนด์
Gold Market Outlook [Febuary 3, 2025]🌟 Gold Market Outlook
📈 "ทองคำแนวโน้มบวก หลัง Fed ส่งสัญญาณชะลอปรับลดดอกเบี้ย - แนะจับตา NFP สัปดาห์นี้"
ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) 🔍
ตลาดทองคำเริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์ด้วยทิศทางเชิงบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากการประชุม FOMC เมื่อสิ้นเดือนมกราคม ที่ส่งสัญญาณชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.50% แต่ท่าทีของ Fed ต่อภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูงได้สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์
เศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงสัญญาณชะลอตัวชัดเจน สะท้อนจาก GDP ไตรมาส 4 ที่ลดลงเหลือ 2.7% จาก 3.3% ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานพุ่งสูงถึง 224,000 ราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) 📊
การวิเคราะห์ระยะสั้น (Time Frame 15 นาที)
รูปแบบการเคลื่อนตัว: ราคากำลังเคลื่อนที่ในกรอบ Ascending Channel อย่างชัดเจน โดยมีการทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีการย่อตัวที่เป็นระเบียบ
ดัชนี RSI: อยู่ที่ระดับ 58 ซึ่งยังห่างจากเขต Overbought (70) ทำให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้
MACD: เส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line แสดงถึงโมเมนตัมเชิงบวกในระยะสั้น และ Histogram กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น
Moving Averages: EMA 21 กำลังทำหน้าที่เป็นแนวรับไดนามิกที่แข็งแกร่ง
Volume Profile: ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้น แสดงถึงแรงซื้อที่มีนัยสำคัญ
การวิเคราะห์รายวัน (Time Frame H1)
แนวโน้มหลัก: ราคาปัจจุบันที่ $2,797.94 กำลังเคลื่อนตัวในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง โดยมีการสร้าง Higher High และ Higher Low อย่างต่อเนื่อง
RSI (H1): ที่ระดับ 46.05 แสดงถึงโมเมนตัมที่อ่อนตัวชั่วคราว แต่ยังไม่เข้าสู่เขต Oversold ทำให้มีโอกาสฟื้นตัวได้
MACD (H1): ค่า MACD ที่ 3.96 ต่ำกว่า Signal Line ที่ 5.52 เล็กน้อย บ่งชี้ถึงแรงขายระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่แสดงสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน
Bollinger Bands: ราคากำลังเคลื่อนตัวใกล้เส้นกลาง แสดงถึงช่วงของการสะสมแรงซื้อ
Fibonacci Retracement: ระดับ 38.2% ที่ $2,790 กำลังทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ
รูปแบบแท่งเทียนที่น่าสนใจ
กราฟ 15 นาที: เกิดรูปแบบ Bullish Engulfing ที่แนวรับ ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น
กราฟรายชั่วโมง: มีการสร้าง Doji ที่แนวต้าน $2,800 แสดงถึงการชะลอตัวของแรงซื้อ
แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ 🎯
แนวต้าน:
R3: $2,815 (แนวต้าน Fibonacci Extension 161.8%)
R2: $2,810 (High ของสัปดาห์ที่ผ่านมา)
R1: $2,800 (แนวต้านจิตวิทยาและ Round Number)
แนวรับ:
S1: $2,790 (MA20 H1 และ Fibonacci 38.2%)
S2: $2,780 (MA50 H1)
S3: $2,775 (แนวรับ Channel ระยะกลาง)
กลยุทธ์การเทรดแบบ Multiple Time Frame 💡
Scalping (15 นาที)
ระดับเข้าซื้อ: $2,792-2,795 (บริเวณ EMA 21)
Stop Loss: $2,788 (ใต้แนวรับ Channel)
Take Profit 1: $2,800 (แนวต้านจิตวิทยา)
Take Profit 2: $2,805 (แนวต้าน Channel บน)
อัตราส่วน Risk:Reward = 1:1.5
Day Trading (H1)
Long Position:
จุดเข้าซื้อ: รอย่อตัวที่แนวรับ $2,790
ยืนยันด้วย: Bullish Candlestick Pattern และ RSI เริ่มฟื้นตัว
Stop Loss: $2,785
Take Profit: $2,800 และ $2,810
Short Position:
จุดขาย: แนวต้าน $2,800
ยืนยันด้วย: Bearish Candlestick Pattern หรือ Divergence
Stop Loss: $2,805
Take Profit: $2,790
ปัจจัยที่ควรจับตา 👀
การประกาศตัวเลข NFP วันที่ 7 กุมภาพันธ์ (เป้าหมายต่ำกว่า 200,000 ตำแหน่ง)
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
การเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์ (DXY)
วิเคราะห์โดย : Beam
Sentiment ตลาด SET100ADV/DEC MA จะสังเกตุเห็นได้ชัดว่า ค่าเฉลี่ยนหุ้นเขียวแต่ละวันค่อยๆ ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ และ หุ้นแดงค่อยๆ ขยับลง
Trend Momentum สีน้ำเงิน (pull back) ยังดีอยู่ ซึ่งมองว่า ตลาดรีบาวได้ ต้องรอ สีเขียวขึ้นมามากกว่านี้ จะเริ่มมองว่าความเป็นไปได้ ตลาดอาจจะกลับตัวเป็นขาขึ้นได้
Above MA20 จำนวนหุ้น 100 ตัวของ SET 100 ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น จำนวน34 ตัว ค่อยๆมากขึ้น ทุกวัน
สรุป ถึงแม้ว่า ตลาดจะมีการทำ new low แต่ DATA Sentiment หุ้นหลายๆตัวบอกว่า ไม่เอาด้วย ไม่ลงตาม
เกิดภาพ Divergence
ฝั่ง S ควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ฝั่ง L เริ่มน่าสนใจ Stoploss ไม่ไกลมาก RR ดี แต่ต้องเข้าใจว่าตลาดภาพรวม คือขาลง
วิเคราะห์ S50H25 กับรูปแบบ Harmonic ที่เป็นไปได้28/01/25 ตลาดเทลงมาแรง เราจะพอได้พักหายใจกันไหมช่วงบ่าย ลองมาดู S50H25 กับการวิเคราะห์โอกาสของ Bullish Nen Star ว่าจะเกิด reversal ที่ตำแหน่ง D หรือไม่ เราสามารถพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิคต่อไปนี้:
1. องค์ประกอบของ Bullish Nen Star
• จุด X = 871.7
• จุด A = 885.3
• จุด B = 879
• จุด C = 888.6
• จุด D = บริเวณ 866.5 - 868.0 (ใกล้กับแนวรับสำคัญ)
โดยปกติ Bullish Nen Star เป็น Harmonic Pattern ที่บ่งบอกถึงโอกาสเกิดการกลับตัวขาขึ้นเมื่อราคาเข้าใกล้โซน D และมีปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ
________________________________________
2. ปัจจัยสนับสนุนการกลับตัว (Reversal Confirmation)
(a) แนวรับและโซนราคา
✅ จุด D อยู่ใกล้แนวรับสำคัญ S1 Day 869.2, S1 Month 873.0, และ S1 Ext Day 866.5
✅ มีแนวรับโซนสีเขียว ซึ่งอาจเป็น Demand Zone ที่ช่วยดันราคากลับขึ้นมา
✅ Volume Profile แสดงให้เห็นว่ามีแรงซื้อบางส่วนที่บริเวณนี้
(b) Fibonacci Retracement & Extension
✅ จากการดูโครงสร้างของ Nen Star พบว่าจุด D มักจะอยู่บริเวณ 88.6% - 113% Fibonacci Extension ของ XA
✅ หากจุด D อยู่ใกล้โซน Fibonacci Retracement 78.6% - 88.6% ของขาขึ้นก่อนหน้า จะเพิ่มโอกาสการกลับตัว
(c) Price Action
✅ มีรูปแบบแท่งเทียนที่บ่งบอกถึงการหยุดตก (อาจมี Pin Bar / Bullish Engulfing)
✅ หากมี bullish divergence กับ RSI หรือ MACD จะเพิ่มโอกาสการกลับตัว
________________________________________
3. ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้การกลับตัวล้มเหลว
❌ หากราคา ปิดต่ำกว่า 866.5 อย่างชัดเจน การกลับตัวอาจล้มเหลว
❌ หากมีแรงขายต่อเนื่องและไม่มี bullish confirmation อาจทำให้หลุดแนวรับ
❌ หากตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลงแรง อาจต้องระวัง false breakout
________________________________________
4. คำนวณโอกาสที่ Bullish Nen Star จะเกิดการกลับตัว
จากปัจจัยทั้งหมด โอกาสของการกลับตัวที่จุด D อยู่ที่ประมาณ 65-75% ขึ้นอยู่กับว่าแท่งเทียนต่อไปจะเกิด bullish confirmation หรือไม่
📌 คำแนะนำ: ควรรอดูการปิดแท่งเทียน M30 หรือ H1 ถ้าราคายืนเหนือ 869 และมีแท่งกลับตัวชัดเจน อาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการกลับตัวของ Bullish Nen Star
________________________________________
วิเคราะห์แนวโน้มบ่าย 28/01/25 S50H25 และแผนการเทรด Short vs Long
จากการวิเคราะห์ Bullish Nen Star ที่เกิดขึ้น พบว่ามีโอกาส 65-75% ที่ราคาจะกลับตัวที่ จุด D (บริเวณ 866.5 - 868.0) หากมีแรงซื้อเข้ามาสนับสนุน โดยมีแนวต้านสำคัญที่อาจเป็นเป้าหมายของการดีดตัวขึ้น
________________________________________
🔹 เป้าหมายการดีดตัว (Long Trade)
📌 ระยะสั้น (1-3 วัน) สำหรับ Day Trade
ลำดับ แนวต้านเป้าหมาย เงื่อนไขสำคัญ
1 869.2 (S1 Day) ต้องยืนเหนือ 868 อย่างมั่นคง
2 873.0 (S1 Month) ต้องมี Bullish Confirmation
3 875 - 878 (Pivot Zone) ต้องมี Volume สนับสนุน และแรงซื้อต่อเนื่อง
📌 จุดเข้า Long: หากราคา ยืนเหนือ 868 และมีแท่งเทียนกลับตัว
📌 จุดตัดขาดทุน (SL): ต่ำกว่า 866.5
📌 จุดทำกำไร (TP): แบ่งขายที่ 873, 875, และ 878
________________________________________
🔻 แผนการเทรดฝั่ง Short
หากราคาหลุด 866.5 อาจเกิดการขายต่อเนื่อง และโอกาสกลับตัวจะลดลง
📌 เงื่อนไขเปิด Short
✅ หากราคาหลุด 866.5 อย่างชัดเจน
✅ หากดีดขึ้นไปที่ 878 แต่ไม่สามารถทะลุได้ และมีแท่งเทียนกลับตัวลง
📌 เป้าหมายสำหรับ Short
ลำดับ แนวรับเป้าหมาย เงื่อนไขสำคัญ
1 863 - 860 หากราคาหลุด 866.5
2 855 - 852 หากมีแรงขายต่อเนื่อง
📌 จุดเข้า Short: หากราคา ยืนต่ำกว่า 866.5 หรือไม่สามารถทะลุ 878 ได้
📌 จุดตัดขาดทุน (SL): สูงกว่า 878.5
📌 จุดทำกำไร (TP): แบ่งทำกำไรที่ 863 และ 855
________________________________________
📊 สรุปแผนการเทรด (Long vs Short)
✅ Long (Buy):
• เข้าเมื่อราคา ยืนเหนือ 868
• เป้าหมาย 873 - 878
• SL ต่ำกว่า 866.5
❌ Short (Sell):
• เข้าเมื่อราคา หลุด 866.5 หรือ ไม่สามารถทะลุ 878 ได้
• เป้าหมาย 860 - 855
• SL สูงกว่า 878.5
💡 เน้นการบริหารความเสี่ยง และรอสัญญาณยืนยันก่อนเข้าเทรด! 🔥
Trade record: Buy Goldเหตุผลที่เข้าเทรด
* เป็นเทรนขาขึ้นในทามเฟรม H4,H1
** เป็นการเล่น แพทเทิร์น AB=CD ใน ขา C ไป D
**แท่งเทียน Time Frame M15 มี reject
** มี Demand Zone ใน TF M15,M30,*ที่ส่งราคาไปชนะไฮล่าสุด**
** เกิด Bullish divergence ใน TF m15
**ราคาอยู่ในจุด Lower Band Time Frame M15
* มีการกวาด Liquidity ก่อนถึงโซน POI
* มีวอลุ่มซื้อใน Time Frame M15
** ตั้ง เบรคอีเว้นท์ 600 points
*ข้อมูลที่นำเสนอ เป็นเพียงการวิเคราะห์เชิง Technical ส่วนบุคคล เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเทรดเท่านั้น
*By ช่างพงษ์
วิเคราะห์กราฟ S50H25 (SET50 Futures มีนาคม 2025)จากภาพคำอธิบายเกี่ยวกับ TD Aggressive Countdown #13 และวิธีนำไปใช้งานจริงในบริบทของการวิเคราะห์กราฟ S50H25 (SET50 Futures มีนาคม 2025):
________________________________________
TD Sequential และ TD Aggressive Countdown
TD Sequential เป็นระบบที่พัฒนาโดย Thomas DeMark ใช้เพื่อตรวจจับจุดอ่อนของแนวโน้ม (Trend Exhaustion) และหาจุดกลับตัวที่มีโอกาสสูง โดยมีสององค์ประกอบหลัก:
1. TD Setup: การนับ 1 ถึง 9 ของแท่งเทียนที่เป็นไปตามเงื่อนไข
2. TD Countdown: การนับต่อเนื่อง 1 ถึง 13 (เช่น TD Aggressive Countdown) เพื่อยืนยันว่าจุดสิ้นสุดของแนวโน้มกำลังจะมาถึง
________________________________________
ความหมายของ TD Aggressive Countdown #13
• TD Countdown จะเริ่มหลังจาก TD Setup สมบูรณ์ (ถึงแท่งที่ 9) และนับไปจนถึง #13
• สัญญาณ #13 บ่งชี้ว่า:
o แนวโน้มขาลง (ในกรณีนี้) อาจใกล้สิ้นสุด
o โอกาสของการกลับตัว (Reversal) สูงขึ้นในระยะสั้นถึงระยะกลาง
• ใช้เป็นสัญญาณเตือนให้เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของตลาด
________________________________________
วิธีใช้งาน TD Aggressive Countdown #13
1. การอ่านกราฟและการระบุสัญญาณ
• ดูสัญญาณ TD Countdown #13 ในกราฟ:
o ต้องครบ 13 แท่งเทียน (ตามเงื่อนไขการนับ TD Sequential)
o แท่งที่ 13 ควรเกิดในบริเวณที่ราคามีแนวรับ (Support) หรือมีปริมาณการซื้อขายที่สูงผิดปกติ (Volume Spike)
• ตัวอย่างในภาพ:
o สัญญาณ TD Countdown #13 เกิดในช่วงขาลง (Downtrend) และใกล้ระดับแนวรับ (ประมาณ 871-875 จุด)
2. การยืนยันสัญญาณ
สัญญาณ TD Countdown #13 เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องใช้เครื่องมืออื่นช่วยยืนยัน เช่น:
• รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns):
o ดูว่าหลังจากแท่งที่ #13 มีรูปแบบที่แสดงการกลับตัวหรือไม่ เช่น Hammer, Doji, หรือ Bullish Engulfing
• เส้นแนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance):
o ราคาต้องไม่หลุดแนวรับสำคัญ เช่น บริเวณ 870-875 จุด
• Indicator เพิ่มเติม:
o ใช้ RSI หรือ Stochastic เพื่อตรวจสอบว่าราคาอยู่ในภาวะ Oversold หรือไม่
o MACD อาจใช้ดู Divergence ระหว่างราคาและโมเมนตัม
3. กลยุทธ์การเทรด
• กรณีขาลงอ่อนแรงและคาดว่าจะกลับตัวขึ้น:
o รอการยืนยันการกลับตัว (Confirm Reversal) เช่น การ Breakout แนวต้านหรือแท่งเทียนบวกแข็งแรง
o วางคำสั่งซื้อ (Long Position) เมื่อราคายืนเหนือแนวต้าน เช่น 880-885 จุด
o ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าแนวรับ เช่น 865-870 จุด เพื่อจัดการความเสี่ยง
• กรณียังไม่มีการยืนยันการกลับตัว:
o รอการเคลื่อนไหวของราคาเพิ่มเติม อย่ารีบเข้าซื้อจนกว่าจะมีสัญญาณชัดเจน
• กรณีแนวโน้มขาลงยังแข็งแรง:
o หากราคาหลุดแนวรับสำคัญ ให้พิจารณาเปิดคำสั่งขาย (Short Position) โดยวางเป้าหมายที่แนวรับถัดไป เช่น 850 จุด
________________________________________
ตัวอย่างแผนการเทรด (Trade Plan)
แผนสำหรับ Long Position (คาดว่าจะกลับตัวขึ้น):
1. จุดเข้า (Entry Point):
o ซื้อเมื่อราคายืนเหนือแนวต้าน เช่น 880-885 จุด
o ดูการยืนยันจากแท่งเทียนหรือ Indicator
2. จุดหยุดขาดทุน (Stop Loss):
o วาง Stop Loss ไว้ที่ 865-870 จุด
o ควรต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ
3. จุดทำกำไร (Take Profit):
o เป้าหมายแรก: 895-900 จุด
o เป้าหมายถัดไป: 910-920 จุด (หากมีแรงซื้อเพิ่ม)
แผนสำหรับ Short Position (แนวโน้มขาลงต่อ):
1. จุดเข้า (Entry Point):
o หากราคาหลุด 870 จุด ให้เปิดคำสั่งขาย
o ยืนยันด้วยปริมาณขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้น
2. จุดหยุดขาดทุน (Stop Loss):
o วาง Stop Loss ไว้ที่ 875-880 จุด
o ป้องกันหากราคากลับขึ้นแรง
3. จุดทำกำไร (Take Profit):
o เป้าหมายแรก: 850-860 จุด
o เป้าหมายถัดไป: 830-840 จุด (หากขาลงยังแข็งแรง)
________________________________________
ข้อควรระวัง
• TD Countdown เป็นเครื่องมือที่เน้นความน่าจะเป็น ไม่ได้การันตีผลลัพธ์
• ต้องใช้ควบคู่กับการวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ
• ระวังภาวะตลาดที่มีข่าวสำคัญหรือปัจจัยพื้นฐานที่อาจเปลี่ยนแนวโน้ม
________________________________________
สรุป
สัญญาณ TD Aggressive Countdown #13 ในกราฟ S50H25 ชี้ว่าขาลงอาจใกล้สิ้นสุด ให้เตรียมพร้อมสำหรับการกลับตัวหรือความผันผวนที่สูงขึ้น การยืนยันจากแนวรับ/แนวต้านและ Indicator เพิ่มเติมเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจเทรดครับ
วิเคราะห์การเปิดสถานะ S50H25 (ราคาปิดล่าสุด: 881.80)### **วิเคราะห์การเปิดสถานะ S50H25 (ราคาปิดล่าสุด: 881.80)**
แผนการเทรดพร้อมจุดเข้า-ออก เน้นการใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับทั้ง **Short** และ **Long** ตามสถานการณ์ พร้อม Risk/Reward (R/R) ที่คำนวณไว้เรียบร้อย ✅
---
#### **📉 แผนเปิดสถานะ Short (ขาย)**
✅ **หลักการ:**
ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซนแนวต้านสำคัญ (Quarterly R2 = 883.1 และ Monthly S3 = 886.5) ซึ่งเหมาะสำหรับการพิจารณาเปิด Short หากมีสัญญาณกลับตัวลง
🔵 **จุดเข้า (Entry):**
- รอราคาทดสอบโซน **883.1 - 886.5**
- หากมีสัญญาณกลับตัว เช่น Bearish Engulfing หรือ Shooting Star ในกรอบเวลา M15/M30
🟢 **จุดทำกำไร (Take Profit):**
- เป้าหมายแรก: **877.3 (R3 Daily)**
- เป้าหมายถัดไป: **872.1 (S1 Daily)**
🔴 **จุดตัดขาดทุน (Stop Loss):**
- วางไว้ที่ **889.0** (สูงกว่า Monthly S3 เพื่อป้องกันความเสี่ยง)
📊 **ตัวอย่างการคำนวณ Risk/Reward (R/R):**
- Entry: **883.0**
- TP1: **877.3** (ระยะห่าง 5.7 จุด, R/R = 1.63)
- TP2: **872.1** (ระยะห่าง 10.9 จุด, R/R = 3.11)
- SL: **889.0**
✅ **โอกาสชนะ:** ~65%
---
#### **📈 แผนเปิดสถานะ Long (ซื้อ)**
✅ **หลักการ:**
เหมาะสำหรับการเปิดสถานะ Long เมื่อราคาทะลุแนวต้านสำคัญ (Quarterly R2 = 883.1) หรือกลับมายืนเหนือแนวรับ Daily Pivot (872.1) พร้อมสัญญาณขาขึ้น
🔵 **จุดเข้า (Entry):**
- เปิด Long เมื่อราคาทะลุ **883.1** พร้อม Volume สนับสนุน
- หรือ รอราคาย่อและยืนเหนือ **872.1**
🟢 **จุดทำกำไร (Take Profit):**
- เป้าหมายแรก: **886.5 (Monthly S3)**
- เป้าหมายถัดไป: **890.0 (Quarterly R3)**
🔴 **จุดตัดขาดทุน (Stop Loss):**
- สำหรับกรณีทะลุ 883.1: ตั้ง SL ที่ **880.0**
- สำหรับกรณีที่ยืน Pivot Point: ตั้ง SL ต่ำกว่า **870.0**
📊 **ตัวอย่างการคำนวณ Risk/Reward (R/R):**
- Entry: **884.0**
- TP1: **886.5** (ระยะห่าง 2.5 จุด, R/R = 0.63)
- TP2: **890.0** (ระยะห่าง 6.0 จุด, R/R = 1.5)
- SL: **880.0**
✅ **โอกาสชนะ:** ~45%
---
### **🔍 เปรียบเทียบสถานะ Short และ Long**
| **สถานะ** | **จุดเข้า (Entry)** | **เป้าหมาย (TP)** | **จุดตัดขาดทุน (SL)** | **R/R** | **โอกาสชนะ (%)** |
|-------------|----------------------------|--------------------------|-------------------------|------------------|-------------------|
| **Short** | 883.1 - 886.5 | 877.3 -> 872.1 | 889.0 | 1.63 -> 3.11 | ~65% |
| **Long** | >883.1 หรือยืนเหนือ 872.1 | 886.5 -> 890.0 | 880.0 หรือ <870.0 | 0.63 -> 1.5 | ~45% |
---
### **💡 คำแนะนำและปัจจัยเสริม**
#### **สำหรับ Short:**
- RSI: โซน Overbought (>70) พร้อม Divergence
- MACD: เส้น Signal ตัด MACD ลง
- Volume: ลดลงใกล้แนวต้าน
#### **สำหรับ Long:**
- RSI: แนวโน้มขาขึ้น (>50)
- Breakout: ราคาทะลุ 883.1 พร้อม Volume สนับสนุน
---
### **📌 สรุปและคำแนะนำ**
- **Short มีโอกาสชนะสูง (~65%)** เหมาะสำหรับการเปิดสถานะใกล้แนวต้าน 883.1 - 886.5
- **Long เหมาะสมเมื่อราคาทะลุ 883.1 ได้** พร้อมยืนยันแนวโน้มขาขึ้น
🔥 **คำเตือน:** การลงทุนมีความเสี่ยง ควรจัดการความเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของพอร์ต และติดตามข่าวสารตลาดเสมอ!
#SET50 #TFEX #วิเคราะห์ตลาด #S50H25 #ShortOrLong #PivotTrading
24/01/25 ประเมินความเป็นไปได้ของ Bullish Shark ในกราฟ S50H2524/01/25 ประเมินความเป็นไปได้ของ Bullish Shark ในกราฟ S50H25
________________________________________
วิเคราะห์รูปแบบ Bullish Shark บนกราฟ
1. โครงสร้างและเกณฑ์ Fibonacci ของ Bullish Shark:
• XA (871.7 -> 885.3): การเคลื่อนไหวจากจุด X ไป A สร้างแนวต้านสำคัญที่ระดับ 885.3
• AB (885.3 -> 879): การปรับตัวลงในช่วง AB ตรงตามเกณฑ์ 0.382-0.618 ของ XA
• BC (879 -> 888.6): การปรับขึ้นในช่วง BC ตรงตามเกณฑ์ 1.13-1.618 ของ AB
• CD (888.6 -> 873.4): การปรับตัวลงมาที่จุด D อยู่ในโซน 0.886 ของ XA ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์ของรูปแบบ Shark
2. ตำแหน่งสำคัญ:
• จุด D (873.4): จุดกลับตัวที่มีโอกาสฟื้นตัว หากราคายืนยันรูปแบบ
• Pivot Day (878): เป็นแนวต้านระยะสั้นที่ต้องทะลุเพื่อยืนยันการกลับตัว
• R1 Day (880.5 - 882.9): เป้าหมายแรกของการฟื้นตัว
• จุด Stop Loss (868.7): หากราคาหลุดจุดนี้ รูปแบบ Bullish Shark จะไม่สมบูรณ์และเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลงแทน
3. Volume Analysis:
• ช่วงใกล้จุด D มีสัญญาณ Volume divergence เพิ่มขึ้นเล็กน้อย สนับสนุนความเป็นไปได้ในการกลับตัว
________________________________________
การประเมินความเป็นไปได้ (Probability)
• โอกาสที่รูปแบบ Bullish Shark จะสมบูรณ์: 75%
o สัญญาณ Fibonacci และโครงสร้างกราฟยืนยันการกลับตัวได้ดี
o แต่ยังต้องรอดูการทะลุ Pivot Day (878)
________________________________________
แผนการฟื้นตัวใน 3 กรณี
1. Best Case (กรณีดีที่สุด):
• เป้าหมาย: จุด C (888.6)
• ระยะฟื้นตัว: 15+ จุด (จาก 873.4 ไปถึง 888.6)
• เงื่อนไข:
o ราคาต้องทะลุ Pivot Day (878) และ R1 Day (882.9) พร้อม Volume สนับสนุน
o หากทะลุจุด C (888.6) อาจต่อเนื่องไปยังแนวต้านสำคัญถัดไป
2. Most Likely Case (กรณีที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด):
• เป้าหมาย: Pivot Day (878) หรือ R1 Day (880.5 - 882.9)
• ระยะฟื้นตัว: 5-10 จุด (จาก 873.4 ไปถึง 880.5-882.9)
• เงื่อนไข:
o ราคาต้องยืนเหนือจุด D (873.4)
o Volume ต้องเพิ่มขึ้นในระหว่างการฟื้นตัว
3. Worst Case (กรณีเลวร้ายที่สุด):
• เป้าหมาย: หลุดจุด Stop Loss (868.7)
• ระยะการลง: อาจลงต่อไปยังโซนแนวรับสำคัญที่ต่ำกว่า (865 หรือต่ำกว่า)
• เงื่อนไข:
o ราคาหลุดจุด D (873.4) และ X (871.7) พร้อม Volume ขายที่เพิ่มขึ้น
________________________________________
กลยุทธ์การเทรด
1. การเข้า (Entry):
• เข้าซื้อในโซนใกล้จุด D (873.4) หากมีสัญญาณการกลับตัวชัดเจน เช่น:
o แท่งเทียนกลับตัว (Bullish Engulfing, Hammer)
o การเพิ่มขึ้นของ Volume
2. จุดทำกำไร (Take Profit):
• TP1: Pivot Day (878)
• TP2: R1 Day (880.5 - 882.9)
• TP3: จุด C (888.6)
3. จุดตัดขาดทุน (Stop Loss):
• ต่ำกว่าจุด Stop Loss (868.7) หรืออย่างน้อยต่ำกว่า X (871.7) เพื่อควบคุมความเสี่ยง
________________________________________
สรุป
รูปแบบ Bullish Shark นี้มีความน่าสนใจสูง โดยเฉพาะถ้าราคายืนยันกลับตัวที่จุด D (873.4) โอกาสในการฟื้นตัวไปที่ R1 Day (880.5 - 882.9) หรือสูงกว่ายังมีความเป็นไปได้สูง อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดจุด 868.7 คุณควรตัดขาดทุนเพื่อลดความเสี่ยง
SET50 Sentiment2 วันที่ผ่านมา ตลาดได้ทำ จุดต่ำสุดลงมาอีก แต่ที่น่าแปลกใจรอบนี้ ในการทำจุด new low
จำนวนหุ้นที่ลงกระจุกตัว อยู่แค่ไม่กี่ตัว ซึ่งมองเป็นเรื่องดี กับตลาดมากกว่า
และมีหุ้นบางตัวที่ค่อนข้างแข็งกว่าตลาด ทำให้เกิด สัญญาณ Divergence
ตลาดหุ้น SET50 ลง แต่ จำนวนหุ้นที่ลงน้อยลง มีการทำฐานยกขึ้น
เป็นการบอกว่าหุ้นบางตัวไม่เอาด้วยไม่ลงต่อแล้ว
NLวันนี้กลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้างราคาลงแรงหลายตัว แต่ NL ยังคงรักษาฐานได้ดี โดยสัญญาณ Bullish Divergence ทั้ง MACD และ Stoch RSI ในกราฟ day ยังคงอยู่ โดยราคาในโซน Fibonacci Time-Based Lines ระดับ 1.618 หรือที่ราคา 0.98 บาท เป็นแนวรับที่สำคัญ อาจบ่งบอกถึงจุดเร่งตัวครั้งใหม่หรือตลาดเปลี่ยนทิศทาง
NOTE จากข้อมูลข้างต้น ไม่ได้เป็นการชักชวนหรือแนะนำให้ซื้อ-ขาย ข้อมูลที่ลงเป็นเพียงการตั้งค่าวิเคราะห์จากตัวกราฟ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรพิจารณา
13/01/25 XAUUSD กับแนวคิดเชิงทฤษฎี พร้อมแผนการเทรดอย่างละเอียด13/01/2025 XAUUSD กับแนวคิดเชิงทฤษฎี พร้อมแผนการเทรดอย่างละเอียดที่สามารถนำไปใช้งานจริง โดยพิจารณาจาก Bearish Gartley, TD Sequential Sell Setup #9, และ Pivot Zone:
________________________________________
แนวคิดเชิงทฤษฎี
การวิเคราะห์ร่วมกันของ Bearish Gartley Pattern, TD Sequential Sell Setup #9, และ Pivot Zone:
1. Bearish Gartley:
รูปแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ฮาร์โมนิคที่ใช้ Fibonacci retracement และ extension เพื่อระบุโซนกลับตัวลง จุดสำคัญคือ จุด D ซึ่งมักอยู่ใกล้ 127.2% - 161.8% ของขา BC
2. TD Sequential Sell Setup #9:
เป็นเครื่องมือวัดโมเมนตัมที่นับแท่งเทียนขึ้นถึง 9 เพื่อบ่งบอกถึงจุดที่แนวโน้มขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงและมีแนวโน้มจะกลับตัวลง
3. Pivot Points:
แนวต้าน (Resistance) ที่สำคัญคือ R2 ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคามักจะชะลอตัวหรือกลับตัวลง
________________________________________
การผสมผสานสัญญาณ
• จุด D ของ Bearish Gartley ตรงกับระดับ R2 (ประมาณ 2702 – 2720)
• การเกิด TD Sequential Sell Setup #9 ตรงบริเวณนี้ ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งของโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลง
การที่สัญญาณทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันทำให้เกิดโอกาสเทรดขาลงที่มีความน่าเชื่อถือสูง
________________________________________
แผนการเทรด
1. กลยุทธ์ Short (Sell)
• จุดเข้า (Entry):
o โซน 2695 – 2705
o หรือรอการยืนยันแท่งเทียนกลับตัว เช่น Bearish Engulfing หรือ Shooting Star ในโซนดังกล่าว
• Stop Loss:
o ตั้งที่ 2720 – 2725 (เหนือแนวต้านสำคัญ R3 และจุด X เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการทะลุแนวต้าน)
• เป้าหมายกำไร (Take Profit):
o TP1: Pivot Point (2667)
o TP2: S1 (2636)
o TP3 (ขยาย): S2 (2602)
________________________________________
2. กลยุทธ์ Long (Buy)
• จุดเข้า (Entry):
o โซน 2623 – 2636 (ใกล้ S1) พร้อมสัญญาณแท่งเทียนกลับตัว เช่น Bullish Engulfing หรือ Pin Bar
• Stop Loss:
o ตั้งที่ต่ำกว่า 2600 เพื่อป้องกันการทะลุแนวรับ
• เป้าหมายกำไร (Take Profit):
o TP1: Pivot Point (2667)
o TP2: ใกล้ R1 (2710 – 2715)
________________________________________
การจัดการความเสี่ยง
• ใช้ Risk/Reward Ratio อย่างน้อย 1:2
• วางขนาดการเทรดที่เหมาะสมกับพอร์ต (Position Sizing) เพื่อไม่ให้เกิดการขาดทุนเกินกว่าที่รับได้
________________________________________
สรุปตารางแผนการเทรด
ประเภท Entry Zone Stop Loss Take Profit 1 Take Profit 2 Take Profit 3
Short 2695 – 2705 2720 – 2725 2667 2636 2602
Long 2623 – 2636 2600 2667 2710 —
________________________________________
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
1. รอให้ราคาทำพฤติกรรมที่สอดคล้องกับสัญญาณยืนยันก่อนเปิดสถานะ เช่น แท่งเทียนกลับตัว หรือ divergence ในโมเมนตัมอินดิเคเตอร์ เช่น RSI/MACD/AO
2. ติดตามข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่อาจมีผลต่อความผันผวนของ XAUUSD






















