Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวรับ 1,672 จุด
สงครามการค้าและปัญหาในประเทศกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยให้เกิดการตื่นขาย ดัชนีตลาดปิดส่งท้านสัปดาห์ที่ 1,684.71 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับลดลง 33.26 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 6.07 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน แรงซื้อที่กลับเข้ามาจะหนุนให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล โดยดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,672 จุด ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับลดลง หลังทรัมป์ขู่รีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงจากคลื่น iii) ลงเป็นคลื่น iv) ตามหลักการ Overlapping คลื่น iv) จะไม่ซ้อนทับกับคลื่น i) ดังนั้น คลื่น iv) ไม่ควรปรับลดลงปิดต่ำกว่ากว่า 1,672 จุด ซึ่งเป็นจุดปิดของคลื่น i) ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐานก่อนที่จะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น v) หรือคลื่น (iii),v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement ที่ 1,673 จุด แรงซื้อที่มีเข้ามาในช่วงท้ายหนุนดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องว่างที่ 1,683 – 1,693 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเพื่อปิดช่องว่าง (Filling the gap) ก่อนที่จะปรับตัวลงต่อหรือปรับฐานออกไปอีกระยะหนึ่ง โดยดัชนีตลาดมีแนวรับ 61.8 % Fibonacci Retracement ที่ 1,656 จุดเป็นแนวรับถัดไป
นักเก็งกำไรระยะสั้นควรรอให้สัญญาณ Modified Stochastic เกิดสัญญาณซื้อรูป W-shape แต่นักลงทุนที่ซื้อขายเป็นรอบ ควรรอสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน (สัญญาณ Modified Stochastic จะเกิดสัญญาณซื้อระยะสั้น ควรเกิดรูปแบบ W-shape) ดัชนีตลาดระยะสั้นยังอยู่ในช่วงปรับฐานสลับกับการปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,691 – 1,699 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,673 – 1,670 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ถือพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
นักเก็งกำไรระยะสั้นควรรอให้สัญญาณ Modified Stochastic เกิดสัญญาณซื้อรูป W-shape แต่นักลงทุนที่ซื้อขายเป็นรอบ ควรรอสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
ค้นหาในไอเดียสำหรับ "divergence"
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
สงครามการค้ารอบใหม่
ดัชนีตลาดหุ้นไทยดิ่งลงตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังเฟดส่งสัญญาณจะไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้อีก สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน แรงเทขายที่มีออกมาในตลาดหุ้น ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงปิดที่ 1,699.75 จุด ลดลง 12.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.46 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบในเขตขายมากเกิน ซึ่งจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,683 – 1,693 จุด นักลงทุนทั่วไปเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลงแรงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ เริ่ม 1 กันยายน นี้
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลงทดสอบแนวรับของช่องแนวโน้มขาลงที่ 1,699 จุด และปรับลงไปทำจุดต่ำที่ 1,694 จุด ระยะสั้นหากดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,696 จุด ดัชนีตลาดจะปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของช่องว่างขาขึ้นที่ 1,683 – 1,693 จุด
การปรับตัวลดลงสร้างจุดต่ำใหม่ของ MACD Histogram แสดงว่าดัชนีตลาดยังมีทิศทางปรับตัวลง ภาวะขายมากเกินซึ่งจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้ามา และหนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อลงหรือปรับฐานต่อไปอีกระยะหนึ่ง
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายทำกำไรเป็นรอบ ควรกลับเข้าซื้อหุ้นคืนเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงจากคลื่น iii) ลงเป็นคลื่น iv) โดยดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้างภายในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1,716 – 1,748 จุด และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,706 จุด และ 1,696 จุด ตามลำดับ ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v) หรือคลื่น (iii),v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ สัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตขายมากเกิน จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,705 – 1,711 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,693 – 1,687 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
สัญญาณทางเทคนิคัลทางเทคนิคัลจะกลับมาเป็นลบในเขตขายมากเกิน ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน และกลับเข้าซื้อหุ้นคืนสำหรับนักลงทุนที่ขายทำกำไรเป็นรอบออกไป เมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่ง
สถาบันในประเทศกลับมาเป็นเรือธงซื้อสุทธิในตลาดหุ้น หนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,711.97 จุด เพิ่มขึ้น 5.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบในเขตขายมากเกิน แรงซื้อที่กลับเข้ามาจะหนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล ระยะสั้นดัชนีตลาดอาจพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,696 จุด สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลดลงหลังเฟดส่งสัญญาณว่ายังไม่ใช่ดอกเบี้ยขาลง แม้เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25 เปอร์เซ็นต์
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงหลุดแนวรับที่ 1,714 จุด และเคลื่อนตัวลงไปตามช่องแนวโน้มขาลง โดยมีแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement เป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,696 จุดเป็นแนวรับร่วม ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับตัวขึ้นเพื่อปรับฐาน
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายทำกำไรเป็นรอบ ควรกลับเข้าซื้อหุ้นคืนเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงจากคลื่น iii) ลงเป็นคลื่น iv) โดยดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้างภายในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1,716 – 1,748 จุด และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,706 จุด และ 1,696 จุด ตามลำดับ ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v) หรือคลื่น (iii),v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ สัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตขายมากเกิน จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,718 – 1,725 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,704 – 1,700 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
สัญญาณทางเทคนิคัลทางเทคนิคัลจะกลับมาเป็นลบในเขตขายมากเกิน ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน และกลับเข้าซื้อหุ้นคืนสำหรับนักลงทุนที่ขายทำกำไรเป็นรอบออกไป เมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวรับ 1,696 จุด
นโยบายค่าโดยสารรถไฟ ผลประกอบการไตรมาสสองและปัจจัยภายนอก กดดันให้เกิดแรงขายออกมาในหุ้น ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงปิดที่ 1,706.46 จุด ลดลง 11.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.56 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบในเขตขายมากเกิน ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,696 จุด สลับกับแรงซื้อที่มีเข้ามาเป็นระยะ ต่างชาติซื้อสุทธิเล็กน้อย ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลดลง หลังมีสัญญาณว่าการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอาจไม่คืบหน้า ขณะที่ยอดขายบ้านรอโอนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีเกินคาด นักลงทุนติดตามการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงหลุดแนวรับที่ 1,714 จุด และเคลื่อนตัวลงไปตามช่องแนวโน้มขาลง ดัชนีตลาดปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement ที่ 1,706 จุด และมีแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement เป็นแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,696 จุด ภาวะขายมากเกินจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเพื่อปรับฐาน
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายทำกำไรเป็นรอบ ควรกลับเข้าซื้อเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงจากคลื่น iii) ลงเป็นคลื่น iv) โดยดัชนีตลาดแกว่งตัวออกด้านข้างภายในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1,716 – 1,748 จุด และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,706 จุด และ 1,696 จุด ตามลำดับ ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น v) หรือคลื่น (iii),v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ สัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตขายมากเกิน จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล แต่จะเป็นการปรับขึ้นเพื่อปรับฐาน
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,711 – 1,718 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,700 – 1,693 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
สัญญาณทางเทคนิคัลทางเทคนิคัลจะกลับมาเป็นลบในเขตซื้อมากเกิน ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐาน และกลับเข้าซื้อหุ้นคืนสำหรับนักลงทุนที่ขายทำกำไรเป็นรอบออกไป เมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นปรับฐาน
ภาวะซื้อมากเกินกดดันให้เกิดแรงขายระยะสั้น ฉุดให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยระยะสั้นมีโอกาสปรับฐาน ดัชนีตลาดปิดส่งท้ายสัปดาห์ที่ 1,731.23 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับเพิ่มขึ้น 0.89 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 6.99 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,721 – 1,716 จุด ต่างชาติยังมีแนวโน้มซื้อสุทธิต่อเนื่อง ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลดลง หลังตัวเลขการจ้างงานทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดระยะสั้นอยู่ในช่วงปรับฐานก่อนที่จะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) หรือคลื่น (iii),v) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆปิดเหนือแนวรับของช่องแนวโน้มขาขึ้น หลังจากดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,747 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Bearish Engulfing (Key Reversal Day) ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,721 – 1,716 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นและมีความลาดชันเพิ่มเป็นแนวรับร่วม ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงและมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวลงต่อ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นลบในเขตซื้อมากเกิน ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,721 – 1,716 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,738 – 1,743 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,725 – 1,716 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
การเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI แสดงถึงสัญญาณเพื่อทำกำไรเป็นรอบ
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ร้อนแรง
ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้รับอานิสงส์จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ย บวกกับการเมืองภายในประเทศเริ่มนิ่ง หนุนแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ส่งผลให้ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นปิดที่ 1,717.14 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 44.81 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 7.5 หมื่นล้านบาท ต่างชาติกลับมาเป็นกลุ่มนำซื้อสุทธิ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบถีบตัวสูงขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดดีดตัวทะลุผ่านแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ 1,664 จุด ซึ่งจากนี้ไปจะทำหน้าที่เป็นแนวรับ ดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ที่ 1,599 จุด และดัชนีตลาดกำลังปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอ่อนตัวลงปิดเหนือแนวต้านของช่องแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ 1,717 จุด แรงขายทำกำไรระยะสั้นเนื่องจากภาวะซื้อมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวลดลง แต่เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นด้วยความลาดชันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดยังคงเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น ปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีตลาดเดินหน้าต่อ
สัญญาณ RSI แม้จะแสดงภาวะซื้อมากเกิน แต่ยังไม่เกิดสัญญาณ Bearish Divergence
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวเข้าเขตซื้อมากเกิน โดยสัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบ สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นแสดงถึงการปรับตัวลดลง แต่ระยกลางขึ้นไปดัชนียังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น สำหรับนักลงทุนต้องการขายเพื่อทำกำไรเป็นรอบ ควรสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence จึงนำหุ้นออกขาย
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,727 – 1,735 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,705 – 1,695 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิตคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ราคา BTC ดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 9,441 เหรียญ สัญญาณ DMI ชี้ถึงทิศทางขาขึ้น ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคา BTC ระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง โดยราคาระยะกลางเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายวัน ราคา BTC ดีดทะลุผ่านแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 9,441 เหรียญ (ผลจากค่าเงินดอลลาร์ที่ทรุดตัวลง) ราคาเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น ท่ามกลางการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาเป็นระยะ สัญญาณ DMI เริ่มชี้ถึงทิศทางขาขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 9,634 – 9,948 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,333 – 9,092 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 9,634 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,333 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 9,634 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 9,333 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,550 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 9,333 เหรียญ
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิตคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ราคา BTC ดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 9,441 เหรียญ สัญญาณ DMI ชี้ถึงทิศทางขาขึ้น ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคา BTC ระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง โดยราคาระยะกลางเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายวัน ราคา BTC แกว่งตัวแคบๆเข้าหาแนวแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 9,441 เหรียญ แท่งเทียนเกิดเป็น Dark Cloud Cover ตามหลัง Shooting Star ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence สัญญาณทางเทคนิคัลจะกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้น ฉุดให้ราคา BTC ระยะสั้นพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 7,977 เหรียญ สัญญาณ DMI เริ่มชี้ถึงทิศทางขาขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 9,477 – 9,621 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 9,076 – 8,973 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 9,477 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,076 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 9,477 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 8,973 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,190 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 8,973 เหรียญ
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิตคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ราคา BTC ดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 9,441 เหรียญ สัญญาณ DMI ชี้ถึงทิศทางขาขึ้น ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคา BTC ระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง โดยราคาระยะกลางเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายวัน ราคา BTC ดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 9,441 เหรียญ ราคาปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 9,477 เหรียญ แท่งเทียนเกิดเป็น Dark Cloud Cover ตามหลัง Shooting Star ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence สัญญาณทางเทคนิคัลจะกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้น ฉุดให้ราคา BTC ระยะสั้นพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 7,977 เหรียญ สัญญาณ DMI เริ่มชี้ถึงทิศทางขาขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 9,319 – 9,477 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 8,918 – 8,822 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 9,441 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 8,918 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 9,441 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 8,822 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 9,313 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 8,822 เหรียญ
Por : Technical AnalysisBTC
คำเตือน การซื้อขายบิตคอยน์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี Intrinsic Value การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรเป็นไปตามหลักการ Technical Analysis
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ราคา BTC ดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 9,441 เหรียญ สัญญาณ DMI ชี้ถึงทิศทางขาขึ้น ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคา BTC ระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลง โดยราคาระยะกลางเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น
จากกราฟรายวัน ราคา BTC เคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้นและกำลังปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 9,441 เหรียญ แท่งเทียนเริ่มปรากฏเงาส่วนที่ยาวขึ้น สะท้อนถึงอิทธิพลแนวต้าน สัญญาณ DMI ที่ชี้ถึงการแกว่งตัวขึ้น สัญญาณ Bearish Divergence จะกระตุ้นแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาเป็นระยะ ทำให้ราคา BTC ระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงสลับกับการปรับตัวขึ้น
ราคา BTC ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 9,096 – 9,391 ดอลลาร์ และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 8,833 – 8,735 ดอลลาร์
สรุป
เปิดสถานะขาย (Open short) เมื่อราคาปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 9,441 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 8,735 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 9,441 เหรียญ
เปิดสถานะซื้อ (Open Long) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 8,390 เหรียญ เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ 8,939 เหรียญ ตัดขาดทุนเมื่อราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า 8,390 เหรียญ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระวังแรงขายระยะสั้น
ดัชนีตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นจากแรงซื้อที่เข้าเก็งกำไรดักข่าวการเลือกนายกรัฐมนตรีและการเมืองที่ชัดเจน ดัชนีตลาดปิดที่ 1,648.46 จุด เพิ่มขึ้น 10.77 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.4 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินจะกระตุ้นแรงขายเพื่อทำกำไรออกมาเป็นระยะ ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 สัญญาณปรับลดดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่าง (Gap) ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,651 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,640 จุด ดัชนีตลาดเริ่มมีทิศทางเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น และการที่ดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,641 จุด เป็นสัญญาณถือพอร์ตการลงทุนจนกว่าจะเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher Low) ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,641 จุด จะเป็นสัญญาณยืนยันว่าดัชนีตลาดมีแนวโน้มจบคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ที่ 1,599 จุด และดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวขึ้น ภาวะซื้อมากเกินจะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ สำหรับพอร์ตการลงทุนแนะนำให้ถือต่อ หากต้องการขายทำกำไรควรรอสัญญาณ Bearish Divergence
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,654 – 1,660 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,641 – 1,636 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นพื้นฐาน พอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
การเมืองและสงครามการค้า
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญคลื่นลมจากปัญหาการเมืองในประเทศ และสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่สอเค้าบานปลาย หลังจีนส่งสัญญาณตอบโต้สหรัฐด้วยการจำกัดการขายสินแร่หายากให้กับสหรัฐ เม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้าตลาดพันธบัตรซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,619.36 จุด ลดลง 12.68 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.6 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลชี้ว่าดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,600 จุด
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ แท่งเทียนเกิดเป็น Bearish Candlestick ที่มีกึ่งกลางลำตัวทำหน้าที่เป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,625 จุด หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 1,631 จุด และมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เป็นแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1,641 จุด ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,599 จุด สัญญาณ Bullish Divergence จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้น
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่น (ii) เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือแนวต้านที่ 1,641 จุด ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) โดยดัชนีตลาดมีเป้าหมายของคลื่น (iii) อยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นบวก โดยสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,641 จุด แต่ระยะยาวดัชนีตลาดยังขาดทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากสัญญาณ MACD เป็นลบ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,625 – 1,632 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,613 – 1,605 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับฐานเข้าหาแนวรับที่ 1,600 จุด
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
หวั่นพิษสงครามการค้า
การเมืองในประเทศที่เริ่มชัดเจน กระตุ้นแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดที่ 1,632.04 จุด เพิ่มขึ้น 7.20 จุด มูลค่าการซื้อขายกว่า 2 แสนล้านบาท ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1.25 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลที่เริ่มกลับมาเป็นบวก หนุนให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,640 จุด ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลง นักลงทุนกังวลสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่บานปลาย จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวกต่อเนื่องเป็นวันที่สาม หลังดัชนีตลาดปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,600 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่ 1,641 จุด สัญญาณทางเทคนิคัลจะเป็นบวกเพิ่มมากขึ้นหากดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,641 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่น (ii) เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือแนวต้านที่ 1,641 จุด ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) โดยดัชนีตลาดมีเป้าหมายของคลื่น (iii) อยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นบวก โดยสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,641 จุด แต่ระยะยาวดัชนีตลาดยังขาดทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากสัญญาณ MACD เป็นลบ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,638 – 1,645 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,625 – 1,620 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,640 จุด
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวต้านทางเทคนิคัล
แรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หลังการเมืองในประเทศเริ่มชัดเจน ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,624.84 จุด เพิ่มขึ้น 10.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.1 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเริ่มกลับมาเป็นบวก ส่งผลให้ดัชนีตลาดปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,630 – 1,640 จุด สถาบันในประเทศเป็นกลุ่มนำซื้อสุทธิ ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิเล็กน้อย ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการ
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดจะมีสัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวกเมื่อดัชนีสามารถยืนเหนือ 1,628 จุด เพื่อยืนยันสัญญาณ Bullish Divergence ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับตัวเข้าหาแนวต้านของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่ 1,640 จุด ดัชนีตลาดจะยืนยันทิศทางขาขึ้นดัชนีตลาดจะต้องสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher Low) และมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลงจากแรงขายระยะสั้น ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นต่อ
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่น (ii) เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือแนวต้านที่ 1,640 จุด ก่อนที่ดัชนีตลาดจะปรับขึ้นเป็นคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (iii) โดยดัชนีตลาดมีเป้าหมายของคลื่น (iii) อยู่ที่ 1,820 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นบวก โดยสัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาลง ขณะที่สัญญาณ MACD เป็นลบ ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,630 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,630 – 1,637 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,619 – 1,614 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวเข้าหาแนวต้านที่ 1,630 จุด และมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1,640 จุด
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทดสอบแนวรับ 1,600 จุด
แรงซื้อที่เริ่มกลับเข้ามาหลังดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ดัชนีตลาดปิดที่ 1,610.49 จุด เพิ่มขึ้น 2.38 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลเข้าหาแนวต้านที่ 1,630 จุด ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ การเมืองในประเทศยังเป็นตัวแปรต่อบรรยากาศการลงทุน ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกหลังรัฐบาลสหรัฐผ่อนคลายการแบนหัวเว่ยเป็นการชั่วคราว
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเหนือแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,599 จุด แท่งเทียนเกิดเป็น Harami ขาลงร่วมกับ Spinning Bottom ในเขตขายมากเกิน สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวก จะหนุนแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร ส่งผลให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลเข้าหาแนวต้านที่ 1,622 จุด เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวขึ้น
(เมื่อนำจุดต่ำที่ 1,546 จุด กับจุดสูงที่ 1,684 จุด มาวิเคราะห์หาแนวรับด้วย Fibonacci Ratio จะได้แนวรับดังนี้ 38.2% = 1,631 จุด, 50.0% = 1,615 จุด และ 61.8% = 1,599 จุด)
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดมีแนวโน้มที่จะจบคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (i) ที่ 1,684 จุด และกำลังปรับลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,600 – 1,590 จุด คลื่นปรับจะจบเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence เป็นสัญญาณยืนยัน
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ โดยสัญญาณ RSI และ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าเขตขายมากเกิน ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวก จะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร ส่งผลให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,616 – 1,620 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,605 – 1,600 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
รอสัญญาณ Bullish Divergence ก่อนกลับเข้าตลาด
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
Wait and See
ข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ กดดันให้เกิดการตื่นขายออกมาในตลาดหุ้น ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยดิ่งลงปิดที่ 1,608.11 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดดิ่งลง 40.58 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 5 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ระยะสั้นดัชนีตลาดเข้าสู่ภาวะขายมากเกิน ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,600 – 1,590 จุด ต่างชาติเดินหน้าขายสุทธิ จับตาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่บานปลายจะเป็นปัจจัยคุกคามต่อตลาดทุนและตลาดเงินตามมา
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์และรายวัน ดัชนีตลาดมีแนวโน้มที่จะจบคลื่นส่ง (Impulse wave) คลื่น (i) ที่ 1,684 จุด และกำลังปรับลดลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น (ii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,600 – 1,590 จุด คลื่นปรับจะจบเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence เป็นสัญญาณยืนยัน
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับลดลงต่อเนื่อง ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำต่อเนื่องเป็นวันที่สาม แท่งเทียนเกิดเป็น Dark Three Crows สะท้อนถึงข่าวร้ายที่มีเข้ามาในตลาด ระยะสั้นดัชนีตลาดมีทิศทางปรับลดลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,599 จุด
(เมื่อนำจุดต่ำที่ 1,546 จุด กับจุดสูงที่ 1,684 จุด มาวิเคราะห์หาแนวรับด้วย Fibonacci Ratio จะได้แนวรับดังนี้ 38.2% = 1,631 จุด, 50.0% = 1,615 จุด และ 61.8% = 1,599 จุด)
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ โดยสัญญาณ Modified Stochastic และ RSI แสดงถึงภาวะขายมากเกิน ซึ่งจะกระตุ้นแรงซื้อกลับเข้าเก็งกำไร หนุนให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลสลับกับการปรับตัวลดลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,615 – 1,625 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,600 – 1,590 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
รอสัญญาณ Bullish Divergence ก่อนกลับเข้าตลาด
EURUSD Long-termราคายังคงปรับตัวอยู่ในกรอบ Falling wedge ในลักษณะ Sideway down และภาพรวมยังคงอยู่ใน Downtrend
นอกจากนี้ในส่วนของ RSI เกิดสัญญาณ Bullish Divergence บ่งบอกถึงแรงขายนั้นเริ่มอ่อนแรงลง แต่ถ้าจะให้กลับตัวขึ้นไปแบบมี Potential ราคาจะต้องเบรคกรอบ Falling wedge และเบรคขึ้นไปเหนือกรอบ Sideway ระยะยาวให้ได้ก่อน ถึงจะคอนเฟิร์มการกลับตัว
ดังนั้นถึงแม้จะมี Bullish divergence เกิดขึ้น แต่ถ้าราคา Break down ลงไปต่ำกว่ากรอบ Falling wedge ก็มีโอกาสที่จะลงไปต่อเรื่อยๆในระยะยาว โดยมีแนวรับของกรอบ Sideway อยู่ที่ 1.05 โดยประมาณ
ภาพรวมแนวโน้มขาลงยังคงได้เปรียบ ดังนั้น การหาจังหวะเข้า Sell เมื่อราคาทำ Lower high จะทำให้เราแบกรับความเสี่ยงน้อยลง
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ปรับฐาน
แรงขายทำกำไรที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด หลังดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านทางเทคนิคัลที่ 1,645 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงปิดที่ 1,636.49 จุด ลดลง 3.65 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก สถาบันภายในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 ดัชนีตลาดระยะสั้นแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลดลงจากแรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและแบงก์ ตลาดให้ความสนใจการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐช่วงสุดสัปดาห์นี้
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ แท่งเทียนมีลำตัวสีดำหลังปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1,645 จุด โดยมีเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงเป็นแนวต้านร่วม ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นแต่มูลค่าการซื้อขายชะลอตัว ซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ 1,600 จุด
ดัชนีตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม และจะยืนยันการปรับตัวขึ้นต่อเมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,645 จุดด้วยมูลค่าการซื้อขายระดับ 5 หมื่นล้านบาทขึ้นไป
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมและจะยืนยันการจบคลื่นปรับ เมื่อดัชนีตลาดสามารถยืนปิดเหนือ 1,645 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นและต่อเนื่อง
กรณีที่ดัชนีตลาดไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 1,645 จุด ดัชนีตลาดจะปรับตัวลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,600 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับตัวทดสอบแนวต้านที่ 1,645 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,642 – 1,647 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,630 – 1,625 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
คงระดับถือเงินสดไว้ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต หลังจากเพิ่มน้ำหนักการลงทุน 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ยอดที่สอง จะเพิ่มพอร์ตการลงทุนอีกครั้งเมื่อเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ยอดที่สาม หรือมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด (พลังงาน แบงก์และสื่อสาร) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นระดับ 5 หมื่นล้านบาทขึ้นไป
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ผันผวนในทิศทางลง
แรงเทขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาดฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยดิ่งลงปิดต่ำที่ 1,638.84 จุด ลดลง 13.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4.4 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,632 จุด สถาบันภายในประเทศและต่างชาติเป็นฝ่ายขายสุทธิ (ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5) ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นปิดในแดนบวกในรอบ 5 วัน หลังสื่อรายงานการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐมีโอกาสบรรลุข้อตกลง ค่าเงินดอลลาร์สรอ.ทรงตัว ขณะที่ราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ เกิดแท่งเทียนเป็น Bearish Candlestick และมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,632 จุด เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาลงสอดคล้องกับสัญญาณ DMI ที่ชี้ถึงทิศทางตลาดขาลง
ดัชนีตลาดมีแนวรับทางจิตวิทยาเป็นแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,600 จุด และจุดต่ำเก่าที่ 1,596 จุดเป็นแนวรับร่วม
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) โดยดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง 3 แบบ คือ
รูปแบบแรก คือ ดัชนีตลาดจบคลื่น (ii) ที่ 1,596 จุด ดัชนีตลาดจึงพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,640 – 1,620 จุด เพื่อสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สอง คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,600 – 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการจบคลื่น (ii) ก่อนปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สาม คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลงต่ำกว่า 1,584 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงเป็นคลื่น 4 โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,555 จุด ก่อนที่จะซิกแซกเป็นคลื่น (i)-(ii)-(iii)-(iv)-(v) ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,632 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,643 – 1,650 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,632 – 1,627 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,632 จุด
กรณีที่ดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะเป็นสัญญาณกลับเข้าตลาดเพื่อทยอยเข้าซื้อ หรือเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) และมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
กนง.คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50%
ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งผันผวนในกรอบแคบๆ แรงซื้อขายที่มีเข้ามาอย่างไร้ทิศทาง ดัชนีตลาดปิดที่ 1,652.30 จุด ลดลง 7.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4.48 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นและระยะกลางเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,642 – 1,632 จุด ต่างชาติเดินหน้าขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลง ราคาหุ้น APPLE ดิ่งลง 2.82% (ราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลจากต้นเดือนตุลาคมปรับลดลง 19.51% เริ่มเข้าสู่ภาวะตลาดหมี) ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กซบเซา
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดผันผวนแคบๆ เหนือแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement ที่ 1,642 จุด การเรียงตัวของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term (MMA2) เรียงตัวแบบตลาดขาลง สอดคล้องกับสัญญาณ DMI ดัชนีตลาดมีแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement ที่ 1,632 จุดเป็นแนวรับถัดไป มูลค่าการซื้อขายที่ลดลงทำให้สัญญาณลบทางเทคนิคัลลดลง
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) โดยดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง 3 แบบ คือ
รูปแบบแรก คือ ดัชนีตลาดจบคลื่น (ii) ที่ 1,596 จุด ดัชนีตลาดจึงพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,640 – 1,620 จุด เพื่อสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สอง คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,600 – 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการจบคลื่น (ii) ก่อนปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สาม คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลงต่ำกว่า 1,584 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงเป็นคลื่น 4 โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,555 จุด ก่อนที่จะซิกแซกเป็นคลื่น (i)-(ii)-(iii)-(iv)-(v) ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงปรับตัวลดลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,660 – 1,665 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,646 – 1,640 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ดัชนีตลาดระยะสั้นมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในทิศทางปรับตัวลง
กรณีที่ดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะเป็นสัญญาณกลับเข้าตลาดเพื่อทยอยเข้าซื้อ หรือเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) และมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
พิษเศรษฐกิจโลก
แรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นที่มีเข้ามาหลังดัชนีตลาดหุ้นไทยรูดตัวลงแตะแนวรับทางเทคนิคัลที่ 1,642 จุด หนุนดัชนีตลาดกลับขึ้นมาปิดในแดนบวกที่ 1,659.78 จุด เพิ่มขึ้น 4.93 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4.67 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลระยะสั้นและกลางที่เป็นลบ ชี้ว่าดัชนีตลาดยังมีโอกาสปรับตัวลง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดผสมมีทั้งลบและบวก ราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลง 7 เปอร์เซ็นต์ฉุดตลาดหุ้นทรุดตัวลงตาม
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังดัชนีตลาดทรุดตัวลงทดสอบแนวรับ 50.0% Fibonacci Retracement ที่ 1,642 จุด แรงซื้อที่กลับเข้าเก็งกำไรหนุนดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัล สัญญาณทางเทคนิคัลชี้ว่าดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลง จะทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขาย และดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลง
ดัชนีตลาดมีแนวรับ 61.8% Fibonacci Retracement อยู่ที่ 1,632 จุด (คำนวณระหว่างจุดต่ำที่ 1,596 จุด กับจุดสูงที่ 1,688 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) โดยดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง 3 แบบ คือ
รูปแบบแรก คือ ดัชนีตลาดจบคลื่น (ii) ที่ 1,596 จุด ดัชนีตลาดจึงพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,640 – 1,620 จุด เพื่อสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สอง คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,600 – 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการจบคลื่น (ii) ก่อนปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สาม คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลงต่ำกว่า 1,584 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงเป็นคลื่น 4 โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,555 จุด ก่อนที่จะซิกแซกเป็นคลื่น (i)-(ii)-(iii)-(iv)-(v) ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI เป็นลบ ดัชนีตลาดมีทิศทางแกว่งตัวผันผวนลงเข้าหาแนวรับที่ 1,642 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,665 – 1,670 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,653 – 1,648 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ดัชนีตลาดระยะสั้นมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในทิศทางปรับตัวลง
กรณีที่ดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะเป็นสัญญาณกลับเข้าตลาดเพื่อทยอยเข้าซื้อ หรือเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) และมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ตลาดหุ้นทรุด
แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงปิดที่ 1,654.85 จุด ลดลง 13.67 จุด มูลค่าการซื้อขายลดลงเหลือ 2.88 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นลบ ส่งผลให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,642 จุด ต่างชาติกลับมาขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่สอง สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐถ่วงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แรงเทขายที่มีออกมาในหุ้นเทคโนโลยี่ฉุดตลาดหุ้นวอลล์สตรีททรุดตัวลง ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงตามอุปสงค์น้ำมันที่ลดลง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ แท่งเทียนเกิดเป็น Bearish Candlestick ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับ 38.2% และ 50.0% Fibonacci Retracement ที่ 1,653 จุด และ 1,642 จุด ตามลำดับ หลังดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่า แต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ ทำให้ดัชนีตลาดปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นไปตามหลักการของ Granville
สัญญาณทางเทคนิคัลที่เริ่มกลับมาเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลง แต่มูลค่าการซื้อขายที่ลดลงมาก จะทำให้ดัชนีตลาดมีการปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลสลับกับการปรับตัวลงต่อ
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) โดยดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง 3 แบบ คือ
รูปแบบแรก คือ ดัชนีตลาดจบคลื่น (ii) ที่ 1,596 จุด ดัชนีตลาดจึงพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,640 – 1,620 จุด เพื่อสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สอง คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,600 – 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการจบคลื่น (ii) ก่อนปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สาม คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลงต่ำกว่า 1,584 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงเป็นคลื่น 4 โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,555 จุด ก่อนที่จะซิกแซกเป็นคลื่น (i)-(ii)-(iii)-(iv)-(v) ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic และ RSI กลับมาเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,642 จุด
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,660 – 1,665 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,648 – 1,642 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
สัญญาณทางเทคนิคัลที่เริ่มกลับมาเป็นลบแต่มูลค่าการซื้อขายลดลงเหลือ 2.8 หมื่นล้านบาท จะทำให้ดัชนีตลาดมีการปรับตัวขึ้นทางเทคนิคัลสลับกับการปรับตัวลงต่อ
กรณีที่ดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะเป็นสัญญาณกลับเข้าตลาดเพื่อทยอยเข้าซื้อ หรือเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) และมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Por : Technical Analysisตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระวังเปิดสูงปิดต่ำ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดช่วงเช้าในแดนบวก แต่ตลาดกลับเผชิญแรงขายหุ้นกลุ่มนำตลาดในช่วงบ่าย ฉุดดัชนีตลาดดิ่งลงปิดในแดนลบที่ 1,669.33 จุด ลดลง 1.25 จุด มูลค่าการซื้อขายลดลงเหลือ 3.9 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลเป็นบวก ดัชนีตลาดระยะสั้นกำลังทดสอบแนวต้านที่ 1,680 จุด จึงควรระวังดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในแดนบวก นักลงทุนเฝ้าติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอม ค่าเงินดอลลาร์สรอ.อ่อนตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและราคาทองคำปรับตัวลดลง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 50.0% Fibonacci Retracement ที่ 1,680 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านทางเทคนิคัลเป็นครั้งที่สอง แท่งเทียนเปิดสูงปิดต่ำและมีเงาส่วนบน สะท้อนถึงแรงขายระยะสั้น ดัชนีตลาดมีแนวโน้มพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,640 – 1,620 จุด ซึ่งเป็นไปตามหลักการของ Granville ระยะสั้นจึงควรระวังดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ
เมื่อจุดต่ำที่ 1,596 จุด กับจุดสูงที่ 1,687 จุดมาวิเคราะห์แนวรับด้วย Fibonacci Ratio จะได้แนวรับ 38.2%, 50.0% และ 61.8% Fibonacci Retracement อยู่ที่ 1,652 จุด, 1,642 จุด และ 1,631 จุด ตามลำดับ
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดอยู่ในช่วงพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) โดยดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง 3 แบบ คือ
รูปแบบแรก คือ ดัชนีตลาดจบคลื่น (ii) ที่ 1,596 จุด ดัชนีตลาดจึงพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,640 – 1,620 จุด เพื่อสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สอง คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,600 – 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการจบคลื่น (ii) ก่อนปรับตัวขึ้นเป็นคลื่น (iii)
แบบที่สาม คือ ดัชนีตลาดปรับตัวลงต่ำกว่า 1,584 จุด ดัชนีตลาดปรับตัวลงเป็นคลื่น 4 โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวเป็นแนวรับอยู่ที่ 1,555 จุด ก่อนที่จะซิกแซกเป็นคลื่น (i)-(ii)-(iii)-(iv)-(v) ตามลำดับ
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,675 – 1,680 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,664 – 1,658 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
กรณีที่ดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,584 จุด และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ของ RSI จะเป็นสัญญาณกลับเข้าตลาดเพื่อทยอยเข้าซื้อ หรือเข้าซื้อเมื่อดัชนีตลาดสร้างจุดต่ำยกสูง (Higher low) และมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ






















