BTDR US🌎Bitdeer Technologies Group
แสดงให้เห็นถึงการเติบโตผ่านการผสมผสานระหว่างการปรับปรุงการดำเนินงาน แนวโน้มอุตสาหกรรม และแผนริเริ่มเชิงกลยุทธ์
ตามลำดับ:
Bitdeer รายงานรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 56.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 เป็น 155.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการขุดและยอดขายฮาร์ดแวร์ขุดที่เพิ่มขึ้น 42%
บริษัทเพิ่มปริมาณการขุดบิตคอยน์รายเดือนขึ้น 45.6% ในเดือนเมษายน 2025 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม
ราคาบิตคอยน์ที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของธุรกิจขุดของ Bitdeer
Tether ผู้ออก USDT ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Bitdeer เป็น 21.4% ในเดือนมีนาคม 2025 และเพิ่มเป็นมากกว่า 24% ในเดือนเมษายน
บริษัทกำลังขยายกำลังการผลิตด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง กำลังการผลิตไฟฟ้า 361 เมกะวัตต์เริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 1.3 กิกะวัตต์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.6 กิกะวัตต์ภายในสิ้นปีนี้
Bitdeer ยืนยันว่ากำลังดำเนินการเพื่อให้บรรลุอัตราแฮชของตนเองที่ 40 EH/s ภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2568 และวางแผนที่จะสูงกว่าตัวเลขนี้ภายในสิ้นปีนี้
บริษัทกำลังมุ่งเน้นไปที่โครงการ SEALMINER A4 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะบรรลุประสิทธิภาพชิปที่ไม่เคยมีมาก่อนที่ประมาณ 5 J/Th
Bitdeer วางแผนที่จะตั้งสายการผลิตในสหรัฐอเมริกา
Bitdeer ถือครอง Bitcoin 1,502 เหรียญ (มูลค่าประมาณ 170 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้น) ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 113 BTC ในปีก่อนหน้า
ไอเดียชุมชน
XAUUSD Daily Analysis 12/11/2025 by AlphaQuantXTrading note: XAUUSD / GOLD
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (7 พ.ย.) เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้มีความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ตลาดหุ้นที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลักนั้นเผชิญกับการร่วงลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 7 เดือนในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)
จีนได้เริ่มออกแบบระบบใบอนุญาตใหม่สำหรับกลุ่มแร่หายาก ซึ่งอาจช่วยเร่งการส่งออกได้เร็วขึ้น แม้ยังไม่คาดว่าจะยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดตามที่สหรัฐฯ ต้องการ
SELL : 4109
TP : 4039
SL : 4176
เหตุผลในการเข้าเทรด:
Trendline
จากกราฟแท่งเทียนในกรอบTF H1-H4
ราคาเริ่มมีารกลับตัวลงอีกครั้ง ส่งผลให้ขาลงยังมีลุ้นต่อ โดยยังไม่หลุดออกจากกรอบไซด์เวย์กว้าง ในกรอบ H4 เป็นไปได้ที่ราคาจะกลบลงไปทดสอบกรอบไซด์เวย์เดิม จึงทำการเข้า SELL โดยเน้นรูปแบบการทำกำไรแบบ scalping ในระยะสั้นๆตามกรอบเส้นเทรนไลน์
จุดเข้า - จุดออก เป้าหมายการทำกำไร
ใช้สัญญาณแท่งเทียนการกลับตัวจากกรอบไซด์เวย์กว้าง และกรอบแนวไซด์เวย์เดิม โดยการลุ้นวิ่งลงมาหาเส้น EMA ทั้งสามเส้น ในกรอบ H4 โดยตั้งเป้าหมายกำไร 1000 จุดขึ้นไป และตั้ง TSL เมื่อกำไรเริ่มบวกแล้ว 500 จุด
RSI : เป็นกลาง เน้นจบปิดกำไรรายวัน และอาจปิดเร็วขึ้น หากกำไรเป็นที่พอรับได้ โดยมีตั้งกำไร TP และตั้ง SL ไม่ไกลจากแนวรับแนวต้านเดิม ทั้งใน TF1H และ 4H และจะทำการล๊อคกำไรจาก TSL ด้วยระดับหนึ่ง
ประสบการณ์: เน้นการถืออออเดอร์โดยปิดจบรายวัน และเน้นเก็บกำไรแบบเป็นรอบสวิงเทรนไซด์เวย์ เพื่อเป็นการเพิ่มกระแสเงินสด แคชโฟร์ ในพอร์ต อาจมีการแบ่งปิดกำไรจากออเดอร์ที่กำไรในระดับหนึ่งแล้ว อาจมีการตั้ง TSL เพื่อเป็นการล๊อคกำไรได้ในอีกทางหนึ่งด้วย
เพื่อนๆคิดว่าตลาดตอนนี้เป็นขาขึ้น ( Bullish)หรือขาลง (Bearish)ครับ คอมเม้นท์ด้านล่างไว้ได้เลย !!!
“หากบทวิเคราะห์นี้ดี…มีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเทรดทุกท่าน
กรุณากดติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะครับ…ขอบคุณครับผม”
ครบทุกมิติสำหรับ #XAUUSDจัดให้แบบ “ม้าเฉียว x ATLAS NOVA” ครบทุกมิติสำหรับ #XAUUSD (ข้อมูล HUD ล่าสุดของคุณ)
1) ภาพใหญ่ & โครงสร้างเทรนด์
• โครงสร้าง H1: ลง (LL/LH) แต่ H2/H4 ยัง ค่อย ๆ เอียงขึ้น → ภาพรวมคือ “เฟรมย่อยพักตัวลงในเทรนด์กลางที่ยังไม่พัง”
• Context โซน: S1–P (4099–4124) = โซน Bias ลง ให้ “โฟกัส S1” เป็นหลัก
• VWAP(H1) ≈ 4104.6 และราคาแถว ๆ ตรงนี้พอดี → ตลาดกำลัง “ชั่งใจ” ระหว่างกลับขึ้นยึด Pivot หรือไหลต่อใต้ S1
จำไว้: ตลาดไม่รอให้เรามั่นใจ—มันไปก่อนเสมอ! หน้าที่เราคือวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ
________________________________________
2) ระยะสวิงประจำวัน & ความผันผวน
• ADR(5) ≈ 67.8 pips | ATR(D1,14) ≈ 103.6 pips → พื้นที่วิ่งวันนี้ “พอไปได้สองทาง” (Day-play ได้ทั้ง Break และ Mean-revert)
• K-Floor = ATR×K = 103.6 → ใช้เป็น “ฐานคุมความเสี่ยง” และกรอบคาดหวัง move สูงสุดรายวัน
• Anti-chase guard ≈ ±0.2% → อย่ากระโจนตามทันทีเมื่อหลุด/ทะลุในรัศมีนี้ ให้รอยืนยันก่อน (ตาม logic CHASE-gate)
________________________________________
3) ระดับสำคัญ (Pivot / Cluster / Targets)
• Pivot(H1): 4124.1
• S1 4099.3 / S2 4072.3 / S3 4047.5
• R1 4151.2 / R2 4176.0 / R3 4203.0
• Cluster โดดเด่น: 4044.5–4067.9 (W:R1 + M:P) = ฐานรับเชิงโครงสร้าง ถ้าลงลึก
• ระยะจากราคาใกล้เคียง 4104:
o ถึง S2 ~4072 ≈ 32 จุด
o ถึง R2 ~4176 ≈ 72 จุด
→ Asymmetry วันนี้ “ลงสั้น–ขึ้นยาว” (ถ้า reclaim Pivot ได้จริง)
________________________________________
4) สถิติสัมผัสระดับ (Probability-of-Touch)
• โอกาสทำนิวไฮ/โลวันนี้ H/L ≈ 62.3% / 37.7%
• ข้างขึ้น: แตะ R1 ~54.6%, R2 ~19.4%
• ข้างลง: แตะ S1 ~33.0%, S2 ~12.6%
ตีความ: สถิติ “เอียงขึ้น” แต่โครงสร้าง H1 ยังลง + อยู่ใต้ Pivot/VWAP จึงต้องรอ “เงื่อนไขกลับตัว” ไม่ใช่ไล่ซื้อทันที
________________________________________
5) แผนปฏิบัติการ (ตาม Logic ATLAS NOVA)
5.1 Short-setup (เฟรมย่อยตามเทรนด์ H1)
เงื่อนไขเข้า:
• ราคา “รับไม่อยู่” บริเวณ S1 4099 แล้วทำ retest fail ใต้ VWAP/Pivot
• หรือหลุด 4096–4098 (กันสัญญาณหลอกด้วย buffer > anti-chase 0.2% ไม่ต้องใหญ่ แต่ให้รอแท่งยืนยัน)
เป้า:
• TP1: S2 4072 (เอากำไรบางส่วน)
• TP2: S3 4047–4068 คลัสเตอร์ (ลากตามแรงถ้าโมเมนตัมต่อเนื่อง)
SL & การคุมความเสี่ยง:
• ใช้ ATR Stop จาก Entry ใกล้ 4104 → แนวพิจารณา SL short แถว 4207–4210 เป็น catastrophic (จาก HUD) แต่สำหรับ intraday ให้ใช้ K-Floor fraction (เช่น 0.35–0.45×ATR ≈ 36–47 จุด) วางเหนือ Pivot+R1 ซ้อนกัน เพื่อ R:R ≥ 1:1.2 ที่ TP1 และ ≥ 1:2 ที่ TP2
• Trailing: ATR(14,H1)×0.25–0.35 เลื่อนตามสวิง LH ใหม่
โมดูล Filter:
• ถ้า M15/M30 RSI รีบาวด์ขึ้นแต่ไม่ผ่าน VWAP/Pivot → เป็นจุดเสี่ยง “ขายซ้ำ” (RSI Filter in code ใช้ confirm momentum down)
• Gate threshold ~51%: ถ้าวอลุ่ม/ความผันผวนไม่ผ่านเกณฑ์ CHASE-gate → รอสัญญาณยืนยันรอบถัดไป (ไม่ Overtrade)
________________________________________
5.2 Long-setup (สวนเฟรมย่อย แต่เล่นตาม H2/H4)
เงื่อนไขเข้า (ต้อง “ยึด” ให้ได้):
• ยืนเหนือ VWAP(4104.6) และ Pivot(4124.1) อย่างน้อย 1–2 แท่ง H1 ปิดเหนือ หรือมีสัญญาณ Fast-Confirm ของระบบ
• pullback กลับทดสอบ 4120–4125 แล้ว ปิดกลับเหนือ 4126 (Acceptance)
เป้า:
• TP1: R1 4151
• TP2: R2 4176 (ถ้าผ่าน R1 แล้ววอลุ่ม/สปีดยังคง)
• TP3 (stretch): R3 4203 ถ้าเกิด “Trend day”
SL & การคุมความเสี่ยง:
• วางใต้ VWAP–Pivot box (เช่น 4110/4106) หรือใช้ ATR fraction 0.3–0.4×ATR ≈ 31–41 จุด
• ถ้าหลุดกลับใต้ 4110 (ปิดแท่ง) ให้ ลดครึ่ง เพราะรีสก์กลับสู่โหมด H1-down
หมายเหตุ: Long วันนี้ “ต้องได้ของ” จากการ reclaim เท่านั้น—ถ้าทำไม่ได้ อย่าฝืน
________________________________________
6) จังหวะเวลา (Sessions) & พฤติกรรม
• เวลาขณะนี้ เอเชียเช้า–สาย: ทองมัก “ชั่งใจ/สวิงแคบ–เอียง mean revert” ใกล้ VWAP/Pivot
• ลอนดอนเปิด–NY เปิด: โอกาส Break จริงจะมากขึ้น ให้ดู CHASE-gate & VR (volatility ratio) ถ้า > เกณฑ์ ค่อย “เปิดคันเร่ง”
________________________________________
7) Position Sizing (ตาม Risk Engine)
• ความผันผวนวันนี้สูงกว่า ADR เล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ATR → ใช้ risk/unit ต่อ trade ~0.5–0.8R ในรอบแรก
• Pyramiding: ทำได้เมื่อผ่าน Pivot→R1 หรือ S1→S2 พร้อม “pullback ยืนยัน” และ Equity drawdown < เกณฑ์ โดยรวม
• ห้ามมาร์ตี้ ใต้ S2 หรือเหนือ R2 ถ้าโมเมนตัมตรงข้ามชัด (ระบบของเราให้ลด size หรือ stop-and-reverse มากกว่าเฉลี่ยขาลง)
________________________________________
8) สัญญาณที่ทำให้แผนเปลี่ยน (Inval/Flip)
• ยืนเหนือ 4124 + ถือเหนือ 1–2 แท่ง H1 → โหมดจาก “ขายดักดอย” เปลี่ยนเป็น “ซื้อบน pullback” ทันที
• ปิด H1 ใต้ 4099 แล้วรีเจกต์ทุกครั้งเมื่อทดสอบกลับ → “ถือ short bias” จนกว่าจะถึง 4072/คลัสเตอร์ 4048–4068
• ถ้า VR < เกณฑ์ + CHASE-gate OFF ทั้งวัน → เล่น mean-revert ขอบกรอบ 4099–4124 โดยเล็งกำไรสั้นและระเบียบวินัยเข้ม
________________________________________
9) สรุปกลยุทธ์วันนี้ (One-pager)
• Base case: เล่นฝั่งขาย ใต้ Pivot/VWAP ด้วยโครงสร้าง H1 ยังลง เป้า 4099→4072
• Alternate: ถ้า “ยึด 4124 ได้จริง” → สลับฝั่ง Long หา 4151/4176
• Risk: ใช้ ATR fraction และ Anti-chase 0.2% ป้องกันหลอกหลุด/หลอกทะลุ
• Discipline: รอ ยืนยัน–ยอมรับราคา (acceptance) ไม่ไล่ตามตอนเทียนยาวในโซน anti-chase
ประโยคเตือนใจวันนี้: “แผนที่ดี คือแผนที่ยอมเปลี่ยนได้เมื่อข้อมูลเปลี่ยน—แต่ระเบียบวินัยต้องคงที่เสมอ”
พันล้านกับบร็อคโคลี่: ความลับของถั่วงอกคืออะไร?The Redoubling คือโครงการวิจัยของฉันเองใน TradingView ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบคำถามต่อไปนี้: ฉันจะต้องใช้เวลานานเท่าใดในการเพิ่มทุนเป็นสองเท่า บทความแต่ละบทความจะมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่แตกต่างกันซึ่งฉันจะพยายามเพิ่มเข้าในพอร์ตโฟลิโอจำลองของฉัน ฉันจะใช้ราคาปิดของแท่งเทียนรายวันสุดท้ายในวันที่บทความถูกเผยแพร่เป็นราคาจำกัดการซื้อเริ่มต้น ฉันจะตัดสินใจทุกอย่างโดยอาศัยการวิเคราะห์พื้นฐาน นอกจากนี้ ฉันจะไม่ใช้ประโยชน์จากเลเวอเรจในการคำนวณ แต่ฉันจะลดทุนของฉันตามจำนวนคอมมิชชัน (0.1% ต่อการซื้อขาย) และภาษี (กำไรจากทุน 20% และเงินปันผล 25%) หากต้องการทราบราคาหุ้นของบริษัทในปัจจุบัน เพียงคลิกปุ่มเล่นบนแผนภูมิ แต่โปรดใช้สิ่งนี้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น เพื่อให้คุณทราบว่านี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
นี่คือภาพรวมโดยละเอียดของ Sprouts Farmers Market, Inc. NASDAQ:SFM :
1. พื้นที่หลักของกิจกรรม Sprouts Farmers Market เป็นบริษัทค้าปลีกที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเชี่ยวชาญด้านอาหารสดจากธรรมชาติและออร์แกนิก บริษัทดำเนินกิจการร้านขายของชำแบบเครือข่ายที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ "ร้านค้าจากฟาร์ม" โดยเน้นที่ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ที่เน้นสุขภาพ และสินค้าที่คัดสรรมาเพื่อไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะ อยู่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค/ค้าปลีกอาหาร และกลุ่มธุรกิจหมุนเวียนอยู่กับการค้าปลีกอาหารธรรมชาติและออร์แกนิกในสหรัฐอเมริกา
2. รูปแบบธุรกิจ Sprouts สร้างรายได้หลักจากการดำเนินงานร้านขายของชำปลีก (ธุรกิจถึงผู้บริโภค หรือ B2C) ลูกค้ามาเยี่ยมชมร้าน Sprouts เพื่อซื้อผลผลิตสด สินค้าออร์แกนิก/ธรรมชาติบรรจุหีบห่อ ร้านขายของชำ เบเกอรี่ อาหารแช่แข็ง และสินค้าชำอื่นๆ บริษัทยังลงทุนในการเปิดร้านใหม่และการเติบโตของยอดขายจากร้านเดิมเพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวและผลกำไร นอกจากนี้ ยังมีส่วนร่วมในการขยายพื้นที่ร้านค้า (สถานที่ตั้งใหม่) และความพยายามด้านประสิทธิภาพ (การปรับขนาดร้านค้า การปรับปรุงอัตรากำไร) เป็นส่วนหนึ่งของโมเดล
3. ผลิตภัณฑ์หรือบริการหลัก แม้ว่า "ผลิตภัณฑ์" ในร้านค้าปลีกจะมีอยู่มากมาย แต่ประเด็นสำคัญที่ Sprouts นำเสนอ ได้แก่:
ผลิตผลสดที่ใจกลางร้านค้า (“มรดกจากแผงขายของฟาร์ม”)
สินค้าชำที่เป็นธรรมชาติ ออร์แกนิก และเป็นมิตรต่อไลฟ์สไตล์ รวมถึงตัวเลือกจากพืช ปราศจากกลูเตน และเป็นมิตรต่อคีโต/พาเลโอ
บริการร้านขายของชำ รวมถึง ร้านขายของชำ เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์/อาหารทะเล อาหารจำนวนมาก แม้ว่าจะไม่มีการแบ่งรายได้ตามหมวดหมู่ให้สาธารณชนทราบ แต่การที่บริษัทมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงและเน้นด้านสุขภาพถือเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน
4. ประเทศที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ การดำเนินงานของ Sprouts อยู่ภายในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด บริษัทดำเนินกิจการร้านค้ามากกว่า 400 แห่งในหลายรัฐ เนื่องจากตลาดมีศูนย์กลางอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ภูมิภาคที่สำคัญที่สุดจึงเป็นตลาดผู้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะรัฐที่ Sprouts มีความหนาแน่นสูง และมีความต้องการอาหารจากธรรมชาติ/ออร์แกนิกสูง
5. คู่แข่งหลัก คู่แข่งหลักของ Sprouts ได้แก่ เครือร้านขายของชำอื่นๆ ในสหรัฐฯ ที่เน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ/ออร์แกนิก หรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปที่มีสินค้าสด/เพื่อสุขภาพหลากหลายชนิด ตัวอย่าง ได้แก่:
Whole Foods Market (เป็นเจ้าของโดย Amazon) – ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติ/ออร์แกนิกชั้นนำ
Kroger Co. – เครือร้านขายของชำขนาดใหญ่ที่แข่งขันกันในด้านผลิตภัณฑ์สดและเพื่อสุขภาพ
Publix Super Markets – ผู้เล่นระดับภูมิภาคที่มีแบรนด์ร้านค้าและเน้นที่ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สด/ดีกว่า
Wegmans Food Markets และซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมอื่นๆ การแข่งขันเกิดขึ้นจากการผสมผสานผลิตภัณฑ์ ราคา ประสบการณ์ในร้านค้า คุณภาพความสด/ผลผลิต และข้อเสนอสร้างความภักดี
6. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อการเติบโตของกำไร ปัจจัยภายนอก:
ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารจากธรรมชาติ ออร์แกนิก และเพื่อสุขภาพ: คำวิจารณ์ของ Sprouts เองเน้นย้ำว่าผลิตภัณฑ์ที่มี "ดีต่อสุขภาพ" ดึงดูดลูกค้าที่ยินดีจ่ายเงินมากขึ้น
การเติบโตของยอดขายในร้านเดียวกันและการเปิดร้านใหม่: ในช่วงล่าสุด Sprouts รายงานการเติบโตของยอดขายในร้านเดียวกันและยอดขายสุทธิ
แนวโน้มมหภาคที่เอื้อต่ออาหารสด/เพื่อสุขภาพ การรับประทานอาหารตามไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การซื้อของชำระดับพรีเมียม
ปัจจัยภายใน:
การเพิ่มประสิทธิภาพร้านค้า: บริษัทได้หารือเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างอัตรากำไรและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินทุน (CapEx) ต่อร้านค้า
การผสมผสานผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรและข้อเสนอที่เน้นไลฟ์สไตล์ (จากพืช ปราศจากกลูเตน ฯลฯ) ซึ่งอาจช่วยให้มีอัตรากำไรสูงกว่าร้านขายของชำขนาดใหญ่
โปรแกรมความภักดีและการตลาดที่มุ่งเน้นในการเพิ่มการรักษาลูกค้า ขนาดตะกร้าสินค้า และความถี่ในการซื้อ ตัวอย่างเช่น การอัปเกรดในกลุ่มผลิตภัณฑ์และความคิดริเริ่มด้านความภักดีได้รับการเน้นย้ำในความคิดเห็นของนักวิเคราะห์
7. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อกำไรลดลง ปัจจัยภายนอก:
ตลาดค้าปลีกขายของชำที่มีการแข่งขันสูง: แรงกดดันด้านอัตรากำไรจากเครือข่ายระดับชาติ ร้านค้าลดราคา และร้านขายของชำออนไลน์
ภาวะเงินเฟ้อและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนปัจจัยการผลิต (อาหาร แรงงาน พลังงาน) อาจทำให้กำไรลดลงหากไม่เพิ่มราคาให้ผู้บริโภคอย่างเต็มที่
ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจทำให้การซื้อของชำที่เน้นคุณภาพหรือเพื่อสุขภาพลดลง
การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ (เช่น ต้นทุนการรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ภาษีนำเข้า/ส่งออก) อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือจำกัดความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์
ปัจจัยภายใน:
ความเสี่ยงในการดำเนินการขยายกิจการ: การเปิดร้านใหม่ต้องใช้เงินทุน และความเสี่ยงที่สาขาใหม่อาจมีผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน
ความเสี่ยงด้านอัตรากำไรหากต้นทุนค่าจ้าง/สวัสดิการที่เพิ่มขึ้นทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง หรือหากการลดราคาเป็นสิ่งจำเป็นในการแข่งขัน
การพึ่งพาการวางตำแหน่งที่ “ดีต่อคุณ” หากช่องทางนั้นกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือคู่แข่งลอกเลียนแบบโมเดลดังกล่าว Sprouts อาจสูญเสียความแตกต่าง
อาจเกิดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ มากเกินไป (ขาดการกระจายความเสี่ยงในระดับนานาชาติ)
8. เสถียรภาพของฝ่ายบริหาร การเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา:
ไม่พบรายชื่อการเปลี่ยนแปลงของ CEO, CFO หรือประธานอย่างครบถ้วนในแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่ายในระหว่างการคัดกรองนี้ อย่างไรก็ตาม เอกสารการสัมพันธ์กับนักลงทุนของ Sprouts เน้นย้ำถึงความคิดริเริ่มเชิงกลยุทธ์และการตัดสินใจจัดสรรทุน เช่น โปรแกรมการซื้อหุ้นคืนจำนวนมาก
ผลกระทบต่อกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร:
บริษัทดูเหมือนว่าจะมีการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ที่มั่นคงในการขายของชำสดจากธรรมชาติ/ออร์แกนิก การปรับปรุงอัตรากำไร และการเติบโตของร้านค้า การตัดสินใจในการจัดสรรทุน (การเปิดร้าน วินัยด้าน CapEx การซื้อหุ้นคืน) ชี้ให้เห็นถึงลำดับความสำคัญของการลงทุนที่มีความสอดคล้องกัน ตัวอย่างเช่น การนำเสนอของพวกเขาสังเกตเห็น "โปรไฟล์อัตรากำไรที่ได้รับการปรับปรุงเชิงโครงสร้าง"
หากการเปลี่ยนแปลงผู้นำเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย (กล่าวคือ ไม่มีการหยุดชะงักที่สำคัญใดๆ ปรากฏต่อสาธารณะ) ความต่อเนื่องทางยุทธศาสตร์ก็น่าจะยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีบันทึกการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายบริหารโดยละเอียด ฉันจะไม่สามารถประเมินเสถียรภาพของฝ่ายบริหารได้อย่างชัดเจนเกินกว่าสิ่งที่นัยโดยความสอดคล้องของกลยุทธ์ที่ดำเนินอยู่
บริษัทแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาวในด้านกำไรต่อหุ้นและรายได้รวม โดยได้รับการสนับสนุนจากวินัยเงินทุนหมุนเวียนที่แข็งแกร่ง ยอดขายคงค้างดูยอดเยี่ยม อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการเงินก็แข็งแกร่ง ตัวชี้วัดระดับปานกลาง เช่น ผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นและอัตรากำไรขั้นต้นแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงที่สม่ำเสมอ ในขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มเป็นไปในเชิงบวก และทั้งเจ้าหนี้และประสิทธิภาพของสินค้าคงคลังยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าอัตราส่วนปัจจุบันจะไม่แสดงความคืบหน้าและต้องมีการติดตามเพื่อความสมดุลของสภาพคล่อง ด้วยอัตราส่วน P/E ที่ 15 การประเมินมูลค่าจึงดูสมเหตุสมผลและสะท้อนถึงอัตรากำไรที่ปลอดภัยในระดับอัตราส่วนปัจจุบัน แม้ว่าตลาดจะมีปฏิกิริยาที่ไม่แน่นอนต่องบการเงินล่าสุด แต่ก็ยังไม่มีการระบุข่าวสำคัญใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพหรือบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของการล้มละลาย เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์การกระจายความเสี่ยงที่ 20 และความเบี่ยงเบนของราคาหุ้นปัจจุบันจากค่าเฉลี่ยรายปีมากกว่า 8 EPS จะมีการวางแผนจัดสรรเงินทุน 10% ในราคาปิดของวันซื้อขายสุดท้าย โดยรักษาตำแหน่งพอร์ตโฟลิโอที่สมดุลอย่างดีและการเปิดรับความเสี่ยงอย่างมีวินัยที่สอดคล้องกับหลักการกระจายความเสี่ยง
ปอนด์อ่อนค่า นักลงทุนคาด BoE ลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคมปอนด์ร่วงแตะ 1.3140! ตลาดลุ้น BoE ลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคม กดดันค่าเงินต่อเนื่อง
**การวิเคราะห์สถานการณ์ค่าเงิน GBP/USD**
**การเคลื่อนไหวของค่าเงิน**
ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (GBP/USD) อ่อนค่าลงต่ำกว่า 1.3150 เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม โดยคู่สกุลเงินนี้ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกัน และซื้อขายอยู่บริเวณระดับ 1.3140 ในช่วงการซื้อขายของภูมิภาคเอเชียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา การอ่อนค่าของปอนด์มีสาเหตุจากแรงกดดันของกระแสคาดการณ์การลดดอกเบี้ย ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley, Citigroup และ UBS Global Research ต่างปรับมุมมองคาดว่า BoE จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 3.75%
**มุมมองจากผู้กำหนดนโยบายของ BoE**
เมแกน กรีน (Megan Greene) หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงินของ BoE แสดงความเห็นเมื่อวันอังคารว่า เธอยังไม่มั่นใจว่านโยบายการเงินของสหราชอาณาจักรในปัจจุบันเข้มงวดเพียงพอ เธอกล่าวว่าข้อมูลการปรับค่าจ้างที่คาดการณ์ไว้สำหรับปีหน้ามีระดับสูงกว่าที่ต้องการ และแสดงความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อในสหราชอาณาจักร ซึ่งบ่งชี้ว่านโยบายการเงินอาจจำเป็นต้องเข้มงวดกว่านี้ นอกจากนี้ กรีนยังเน้นว่าการบริหารความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อควรมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายของ BoE ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์
**ปัจจัยจากสหรัฐฯ และการแข็งค่าของดอลลาร์**
ในอีกด้านหนึ่ง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการเปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากที่วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายเพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะลงมติในวันพุธ ก่อนส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม ซึ่งจะเป็นการเปิดหน่วยงานของรัฐ ส่งผลให้ข้าราชการได้รับเงินเดือน และสามารถเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจที่ถูกชะลอได้ตามปกติ
**ข้อมูลแรงงานและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ**
ข้อมูลการจ้างงานจากสถาบัน ADP ที่ประกาศเมื่อวันอังคารออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งยิ่งหนุนให้ตลาดคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในเดือนธันวาคม โดยข้อมูลระบุว่านายจ้างเอกชนลดจำนวนพนักงานเฉลี่ย 11,250 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วงสี่สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 ตุลาคม ลดลงจากค่าเฉลี่ยก่อนหน้าที่ 14,250 ตำแหน่ง เครื่องมือ CME FedWatch แสดงให้เห็นว่าตลาดให้น้ำหนักถึง 68% ที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐานในเดือนธันวาคม
**สรุปภาพรวม**
โดยรวมแล้ว ปัจจัยกดดันต่อค่าเงินปอนด์มาจากความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ BoE และความไม่มั่นใจในภาวะเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์การเมืองในประเทศสหรัฐฯ และความคาดการณ์เรื่องนโยบายการเงินของ Fed ที่อาจเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ GBP/USD เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงกลางสัปดาห์.
XAUUSD H1 – การกวาดสภาพคล่อง & โซนกลับเข้าที่ชาญฉลาดหลังจากการพุ่งขึ้นอย่างแรง ทองคำได้เข้าสู่โซนพรีเมียม (การขยาย 1.5–1.618) และสร้างชุดของจุดสูงเท่ากัน (BSL) — สระสภาพคล่องที่ชัดเจนเหนือ 4148
ฉันคาดว่าจะมีการย้อนกลับระยะสั้นก่อนที่จะดำเนินการต่อ เนื่องจากเงินที่ชาญฉลาดมักจะปรับสมดุลหลังจากการกวาดสภาพคล่อง
🔹 การวิเคราะห์ทางเทคนิค (SMC Flow)
โซนขาย (Supply / OB): 4224 – 4228 (SL 4235)
→ ราคาถึงจุดสูงสุดของ OB พรีเมียม H1 สอดคล้องกับ FIB 1.5–1.618
→ พื้นที่นี้ยังคงเป็นโซนตอบสนองขาย-ซื้อที่ถูกต้องหาก M15 แสดง CHoCH
โซนซื้อ (Demand / OB): 4086 – 4082 (SL 4070)
→ สอดคล้องกับการย้อนกลับ 0.5–0.618 และฐานโครงสร้างก่อนหน้า
→ คาดว่าจะมีการกวาดสภาพคล่องด้านขายเข้าสู่โซนนี้ก่อนที่จะมีการต่อเนื่องที่เป็นขาขึ้น
โซนเป้าหมาย: 4158 – 4160
→ สภาพคล่องด้านซื้อ (BSL) ถัดไปที่พักอยู่เหนือจุดสูงเท่ากัน
→ พื้นที่ทำกำไรที่เหมาะสมสำหรับการซื้อขายระหว่างวันจากระดับส่วนลด
📈 มุมมองของฉัน
ความเอนเอียงยังคงเป็นขาขึ้นใน H1 ตราบใดที่ 4070 ยังคงอยู่
ฉันจะรอการกวาดสภาพคล่องเข้าสู่โซนซื้ออย่างอดทน ตามด้วยการยืนยัน CHoCH ที่ชัดเจนใน M15 — นั่นคือจุดที่ฉันจะมองหาการเข้าซื้อไปยัง 4158–4160
💭 หมายเหตุจาก Karina
โครงสร้างนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่สภาพคล่องขับเคลื่อนการเคลื่อนไหว — ไม่ใช่อารมณ์ ไม่ใช่ตัวบ่งชี้
ความอดทนและความแม่นยำคือความได้เปรียบที่แท้จริงของผู้ค้า
นี่คือมุมมองส่วนตัวของฉันตามหลักการ SMC – ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน
กดไลค์ & ติดตามเพื่ออัพเดทเซสชันลอนดอนรายวัน 💛
รอทดสอบแนวต้าน $4,150-4,155 ลุ้นทะลุทำ NEW HIGH📊 Timeframe: H1
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2568 | 11:42 น.
📌 ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน (FUNDAMENTAL OUTLOOK):
▪️ แรงหนุนต่อเนื่อง: ราคาทองคำยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากความคาดหวังที่ FED จะคงนโยบายผ่อนคลาย (RATE CUT BETS) เนื่องจากคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ถูกเลื่อนออกไปจะออกมาอ่อนแอ
▪️ DXY อ่อนค่า: แนวโน้ม DOVISH ของ FED ทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อทองคำ
▪️ ข้อควรระวัง: แม้จะมีแรงหนุน แต่ตลาดกำลังจับตาผลการโหวตของสภาผู้แทนฯ (วันนี้) เพื่อยุติ SHUTDOWN ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักที่อาจทำให้เกิดการขายทำกำไรระยะสั้น
📌 ภาพรวมแนวโน้มทางเทคนิค H4 (TECHNICAL TREND):
▪️ แนวโน้มหลัก: ราคาอยู่ในโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง และกำลังสะสมพลังรอบ $4,100
▪️ คลื่นลูกที่ 4: อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ มีการก่อตัวของคลื่นลูกที่ 4 (ELLIOTT WAVE 4) ซึ่งบ่งชี้ว่าราคากำลังเตรียมพร้อมสำหรับคลื่นลูกที่ 5 หากสามารถทะลุแนวต้านปัจจุบันได้
▪️ Resistance Zone: ราคากำลังเผชิญโซนแนวต้านสำคัญที่ $4,150–$4,155 ซึ่งเป็นจุดชี้ขาดทิศทาง (BREAKOUT POINT) สำหรับการวิ่งไปยัง $4,200 และ $4,236
📌 แนวรับและแนวต้านที่ต้องติดตาม:
* แนวต้าน (RESISTANCE):
* R1 (BREAKOUT ZONE): $4,150 - $4,155
* R2 (TARGET): $4,170 / $4,208 / $4,236
* แนวรับ (SUPPORT):
* S1 (NEAR-TERM DEMAND): $4,090 - $4,092 (จุดที่บทวิเคราะห์ระบุให้เป็น BUY ZONE)
* S2 (KEY SUPPORT): $4,059 (แนวรับจากการทะลุครั้งก่อน)
🚨ความคิดเห็นส่วนตัว:
ในสภาวะที่ตลาดกำลังลุ้น BREAKOUT ที่แนวต้าน $4,150 กลยุทธ์ที่สำคัญคือการตั้งรับที่แนวรับที่แข็งแกร่งและกำหนด STOP LOSS ที่เคร่งครัด
* คำแนะนำ: พิจารณาการเข้าซื้อ (BUY) ในจังหวะย่อตัวลงมาใกล้แนวรับ S1 ($4,090 - $4,092) หรือ S2 ($4,059) เพื่อจำกัดความเสี่ยง
* หลักการบริหารความเสี่ยง: การวางแผนสำหรับสถานการณ์ SELL (บริเวณ $4,198 - $4,200 ระมัดระวังหากทะลุ $4,205) กลยุทธ์ COUNTER-TREND ที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด ควรเคร่งครัดเรื่อง Stop losss และ LOT SIZE อย่างยิ่ง
Gold Trading Plan – 12 November 2025
Gold Trading Plan – 12 November 2025 👇👇
🔹 Trend
D1: Uptrend / H4: Downtrend / H1: Uptrend
🔹 Overview
Although gold on the H1 timeframe remains in an uptrend, the broader H4 structure is still in a downtrend as long as the price fails to stay above 4185 (SL). Therefore, it is considered more favorable to look for Sell opportunities, targeting 4095 (TP). However, it’s best to wait for a selling opportunity around 4160, as this area aligns with a Fibonacci resistance level, which the price may retest before a potential decline.
🔹 Summary
Sell Plan (Wait around 4160 approximately)
SL: 4185
TP: 4095
RR: 2.6
If the price drops immediately without pulling back, skip the entry.
🔹 Caution
This plan reflects only the author’s personal viewpoint and does not constitute investment advice. Please exercise discretion and practice proper risk management.
ทองคำยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มขาขึ้น โดยราคาปิดตลาดนิวยอร์กยังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน (MA5) ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 วันและ 7 วัน (MA10/MA7) ยังคงเป็นขาขึ้น และเส้น Bollinger Bands บนกราฟราย 4 ชั่วโมงและรายชั่วโมงก็กำลังขยายตัวขึ้นเช่นกัน ราคาซื้อขายอยู่ในช่วงครึ่งบนของเส้น Bollinger Bands และระบบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ยังคงเป็นขาขึ้น ตัวบ่งชี้ MACD ก็มีแนวโน้มขาขึ้นเช่นกัน แนวโน้มทางเทคนิคของทองคำยังคงเป็นขาขึ้น และกลยุทธ์การซื้อขายควรรอจนกว่าจะถึงระดับแนวรับก่อนจึงจะเข้าซื้อ
เป้าหมายขาขึ้นคือระดับ Fibonacci retracement 0.618 ที่ 4190 และระดับจิตวิทยาที่ 4200 โดยรวมแล้ว หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ราคาทองคำไม่น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวไปมาในวงกว้าง แต่แนวโน้มขาขึ้นพื้นฐานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และคาดว่าตลาดขาขึ้นจะยังคงดำเนินต่อไปในปีหน้า ดังนั้น ควรใช้โอกาสเข้าซื้อหากราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง การทะลุจุดสูงสุด 4,381 จุดนั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลา แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 4,100-4,080 จุด การซื้อเมื่อราคาปรับตัวลดลงถึงระดับดังกล่าวถือเป็นจุดเข้าซื้อที่ดี อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซื้ออย่างรีบด่วนหลังจากราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น แนวโน้มขาขึ้นที่ยั่งยืนควรมีลักษณะเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ระดับสำคัญ:
แนวรับแรก: 4,122 จุด, แนวรับที่สอง: 4,102 จุด, แนวรับที่สาม: 4,083 จุด
แนวต้านแรก: 4,160 จุด, แนวต้านที่สอง: 4,177 จุด, แนวต้านที่สาม: 4,200 จุด
กลยุทธ์การซื้อขายทองคำระหว่างวัน:
ซื้อ: 4,105-4,110 จุด, SL: 4,095 จุด, ราคาเป้าหมาย: 4,125-4,135 จุด
ขาย: 4185-4190, SL: 4200, TP: 4170-4160;
วิเคราะห์เพิ่มเติม →
วิธีใช้ดัชนี Coinbase Premium ของ BTC บน TradingView1. ดัชนี Coinbase Premium คืออะไร?
ดัชนี Coinbase Premium เป็นตัวชี้วัดที่วัดความต่างของราคาระหว่างสกุลเงินดิจิทัลที่ระบุบน Coinbase กับราคาของ Bitcoin บนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนหลักอื่น ๆ (โดยเฉพาะ Binance)
⌨︎ วิธีคำนวณ:
(Coinbase BTC price - Other exchange BTC price) / Other exchange BTC price * 100
Premium บวก: เกิดขึ้นเมื่อราคาบน Coinbase สูงกว่าบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ
Premium ลบ: เกิดขึ้นเมื่อราคาบน Coinbase ต่ำกว่าบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ
📌 หากเนื้อหานี้เป็นประโยชน์ โปรดสนับสนุนด้วยการบูสต์และคอมเมนต์ การสนับสนุนของคุณคือแรงจูงใจสำคัญในการสร้างวิเคราะห์และเนื้อหาที่ดียิ่งขึ้น
เราจะอัปโหลดเนื้อหาหลากหลาย เช่น การวิเคราะห์กราฟ กลยุทธ์การเทรด และสัญญาณ Bitcoin ระยะสั้น กรุณาติดตามเรา
2. สาเหตุของ Coinbase Premium
✔️ สาเหตุหลักของ Coinbase Premium ได้แก่:
ความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน: Coinbase เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่มีการกำกับดูแลใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และนักลงทุนสถาบันหลายราย (เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ บริษัทจัดการสินทรัพย์) มักซื้อคริปโตผ่าน Coinbase
คำสั่งซื้อขนาดใหญ่จากนักลงทุนสถาบันสามารถดันราคาบน Coinbase ให้สูงขึ้นชั่วคราว สร้าง premium
การไหลเข้าของสกุลเงิน fiat: Coinbase ส่วนใหญ่รองรับธุรกรรมที่เป็น USD และเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับนักลงทุนสหรัฐฯ
เมื่อมีเงิน fiat ใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต การไหลเข้าที่เข้มข้นผ่าน Coinbase สามารถสร้าง premium
ความเชื่อมั่นและสภาพคล่องของตลาด: หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าภูมิภาคอื่น หรือหากสภาพคล่องบน Coinbase ต่ำชั่วคราว ความต่างของราคาสามารถเกิดขึ้นได้
ข้อจำกัดในการย้ายเงิน: เนื่องจากข้อกำหนดการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) อาจมีข้อจำกัดด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการโอนเงินระหว่างแพลตฟอร์ม
ซึ่งจำกัดโอกาสการทำ arbitrage และช่วยรักษา premium
ความหนาแน่นของเครือข่ายและค่าธรรมเนียม: ในช่วงที่เครือข่ายคริปโตหนาแน่น ความเร็วในการทำธุรกรรมอาจช้าลงหรือค่าธรรมเนียมสูงขึ้น ทำให้การทำ arbitrage อย่างรวดเร็วระหว่างแพลตฟอร์มทำได้ยาก
3. วิธีใช้ดัชนี Coinbase Premium ในการเทรด
ดัชนี Coinbase Premium สามารถใช้เป็นเครื่องมือหลักในการทำนายแนวโน้มตลาดของคริปโตหลัก ๆ เช่น Bitcoin (BTC)
📈 สัญญาณตลาดกระทิง (premium บวก):
การไหลเข้าของการซื้อจากสถาบัน: Premium บวกที่สูงต่อเนื่องอาจบ่งชี้ถึงแรงซื้อที่ต่อเนื่องจากนักลงทุนสถาบัน
สามารถตีความได้ว่าเป็นสัญญาณของแนวโน้มตลาดขาขึ้นโดยรวม
สัญญาณกลับตัวของแนวโน้ม: หาก premium ลบคงอยู่ในตลาดหมีแล้วเปลี่ยนเป็นบวกทันทีหรือมีขนาดเพิ่มขึ้น อาจถือเป็นสัญญาณว่าการกลับตัวของแนวโน้มกำลังใกล้เข้ามา พร้อมกับการไหลเข้าของนักลงทุนสถาบันและความเชื่อมั่นของตลาดที่ดีขึ้น
โอกาสซื้อช่วงก้นตลาด: หากราคาของ Bitcoin กำลังลดลงและ premium ของ Coinbase เริ่มสูงกว่า 0% พร้อมกับการไหลเข้าของ ETF รายวัน เช่น BlackRock iShares Bitcoin Trust (IBIT) หรือ Fidelity Wise Origin Bitcoin Trust (FBTC) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจถือเป็นสัญญาณโอกาสซื้อที่ก้นตลาด
📉 สัญญาณตลาดหมี (premium ลบ):
แรงขายจากสถาบันหรือลดความสนใจ: Premium ลบที่ต่ำต่อเนื่องอาจบ่งชี้ถึงแรงขายสูงจากนักลงทุนสถาบัน หรือความสนใจใน Bitcoin ลดลง
สามารถตีความได้ว่าเป็นสัญญาณของแนวโน้มตลาดขาลง
สัญญาณกลับตัวตลาดหมี: หาก premium บวกคงอยู่ในตลาดกระทิงแล้วเปลี่ยนเป็นลบหรือขนาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจเป็นสัญญาณยอดสูงสุด แสดงว่านักลงทุนสถาบันกำลังทำกำไรหรือลดการไหลเข้าของเงินทุนใหม่
สัญญาณซื้อมากเกิน/ปรับฐาน: เช่น หากราคาของ Bitcoin พุ่งสูงและ premium ของ Coinbase กลายเป็นลบ พร้อมกับการไหลออกสุทธิขนาดใหญ่จาก ETF เช่น BlackRock IBIT หรือ Fidelity FBTC สามารถตีความว่าตลาดซื้อมากเกินไปหรือมีโอกาสปรับฐาน และอาจพิจารณาตำแหน่งขาย
4. ข้อควรระวัง
🚨 เมื่อใช้ดัชนี Coinbase Premium ควรใส่ใจสิ่งต่อไปนี้:
การรวมกับตัวชี้วัดอื่น: ดัชนี Coinbase Premium เป็นเพียงตัวชี้วัดเสริม
ควรตัดสินใจโดยวิเคราะห์ตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่น ๆ เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ RSI MACD ปริมาณการเทรด รวมถึงข้อมูล on-chain และตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค
ความสำคัญของข้อมูลการไหลเข้า/ออก ETF: Bitcoin spot ETF จากผู้จัดการสินทรัพย์หลัก เช่น BlackRock และ Fidelity เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดตรงที่สุดของกระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน
การวิเคราะห์ข้อมูลการไหลเข้า/ออก ETF รายวันร่วมกับ premium ของ Coinbase จะช่วยให้เข้าใจแรงซื้อ/ขายของนักลงทุนสถาบันในตลาดได้แม่นยำขึ้น
ความผันผวนระยะสั้น: Premium อาจแกว่งตัวเร็วเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของตลาดในระยะสั้น
ควรสังเกตแนวโน้มระยะยาว แทนที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว
การเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาด: ตลาดคริปโตเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ไม่มีการรับประกันว่าสถานการณ์ในอดีตจะยังคงใช้ได้ในอนาคต ปัจจัยต่าง ๆ เช่น กฎระเบียบ การเปลี่ยนนโยบายของแพลตฟอร์มหลัก และผู้เข้าร่วมตลาดใหม่สามารถส่งผลต่อ premium
ขอบเขตการใช้งานจำกัด: ดัชนี Coinbase Premium มักสะท้อนความต้องการของนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะ Bitcoin อิทธิพลอาจจำกัดสำหรับ altcoin
5. การใช้ดัชนี Coinbase Premium บน TradingView
TradingView เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่มีตัวชี้วัดทางเทคนิคและเครื่องมือวิเคราะห์กราฟมากมาย บน TradingView มีหลายตัวชี้วัดที่สามารถติดตามดัชนี Coinbase Premium แบบเรียลไทม์
ตัวชี้วัดเหล่านี้มักคำนวณความต่างราคาระหว่าง Coinbase และ Binance spot asset (เช่น BTCUSD/BTCUSDT) และแสดงในแผงแยกที่ด้านล่างของกราฟ
📊 เคล็ดลับการใช้ตัวชี้วัดบน TradingView:
ค้นหาตัวชี้วัด: คลิกปุ่ม 'Indicators' บนกราฟ TradingView และพิมพ์คำสำคัญ เช่น 'Coinbase premium' หรือ 'Coinbase vs Binance' ในช่องค้นหาเพื่อตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
การติดตามแบบเรียลไทม์: ตัวชี้วัดเหล่านี้ดึงข้อมูลราคาสปอต Bitcoin แบบเรียลไทม์จาก Coinbase และ Binance คำนวณ premium และแสดงผลบนกราฟ ทำให้นักลงทุนสามารถยืนยันความต่างราคาตลาดทันทีและนำไปใช้ในกลยุทธ์การเทรด
การรวมกับตัวชี้วัดอื่น: ข้อได้เปรียบสำคัญของ TradingView คือสามารถซ้อนตัวชี้วัดหลายตัวบนกราฟเดียวได้
คุณสามารถเพิ่มตัวชี้วัด Coinbase Premium พร้อมกราฟราคาของ Bitcoin และถ้าจำเป็น อ้างอิงข้อมูลการไหลเข้า/ออก ETF ของ BlackRock และ Fidelity แยกต่างหากเพื่อวิเคราะห์หลายมิติ
การตั้งค่าแจ้งเตือน: ใช้ฟังก์ชัน alert ของ TradingView เพื่อตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อ premium ของ Coinbase เกินระดับที่กำหนดหรือเข้า/ออกช่วงที่กำหนด
ช่วยให้รับรู้การเปลี่ยนแปลงตลาดแบบเรียลไทม์และตอบสนองตามสถานการณ์
โดยสรุป ดัชนี Coinbase Premium เป็นตัวชี้วัดที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของนักลงทุนสถาบันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในตลาดคริปโต
เมื่อรวมกับข้อมูลการไหลเข้า/ออกของ Bitcoin spot ETF จากผู้จัดการสินทรัพย์หลัก เช่น BlackRock และ Fidelity จะช่วยให้เข้าใจกระแสเงินทุนสถาบันได้ชัดเจนขึ้นและประเมินความแข็งแกร่งของตลาดและความเป็นไปได้ของการกลับตัวของแนวโน้ม
อย่างไรก็ตาม แทนที่จะเชื่อโดยตรง ควรใช้เป็นเครื่องมือเสริมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจตลาดโดยรวมร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ
Recap Xauusd | ทองคำ 12 พฤศจิกายน 2568อรุณสวัสดิ์ครับชาว CT Trader ทุกท่าน! ☀️
โค้ชเต้ย ICT Specialist มาแล้วครับ
เช้านี้ (12 พ.ย.) เรามาส่อง "เกม" ของ Smart Money ในกราฟ GOLD (XAUUSD) Timeframe H1 กันครับ จากภาพที่ส่งมา ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ $4136.68 เรามาดูกันว่า Narrative (ตรรกะ) ของตลาดกำลังบอกอะไรเราบ้าง
📈 การวิเคราะห์โครงสร้าง (The ICT Narrative)
โครงสร้างหลักใน H1 ยังคงเป็น "ขาขึ้น" (Bullish 🚀) อย่างชัดเจนครับ
* การเคลื่อนที่ล่าสุด (Displacement): เราเห็นการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง (Impulsive Move) ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. ซึ่งเป็นการทิ้งร่องรอยของ Smart Money ไว้อย่างชัดเจน
* การย่อตัว (Retracement): การทิ้งตัวลงมาในวันที่ 11 พ.ย. (แท่งสีแดงยาวๆ) ไม่ใช่การกลับตัว แต่เป็นการ "ล่าสภาพคล่อง" (SSL - Sell-side Liquidity) ของรายย่อยที่ Buy ตามน้ำ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการย่อกลับมาเพื่อ "เติมเต็ม" (Rebalance) โซน Fair Value Gap (FVG) หรือทดสอบโซน Bullish Order Block (OB) ในเขต Discount (โซนราคาถูก)
* การยืนยัน (Confirmation): หลังจากแตะโซน Discount ราคาได้พุ่งกลับขึ้นไปทันที และกำลังพยายามสร้าง Break of Structure (BOS) เพื่อไปต่อ นี่คือสัญญาณว่า Smart Money ได้สะสมของ (Long) เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะดันราคาไปหาเป้าหมายถัดไป
สรุป Narrative: Smart Money เป็นฝ่ายซื้อ (Long) เป้าหมายของพวกเขาคือสภาพคล่องฝั่งซื้อ (BSL) ที่อยู่ด้านบน
🎯 แนวต้าน (Resistance) - เป้าหมาย BSL
นี่คือจุดที่สภาพคล่อง (Buy-side Liquidity - BSL) รออยู่ หรือจุดที่รายย่อยมักจะวาง Stop Loss ฝั่ง Sell:
* $4148.67 (Recent Swing High - BSL แรกที่ต้องถูกทำลาย)
* $4159.67 (โซนแนวต้านถัดไปที่มองเห็นบนแกนราคา)
* $4171.17 (เป้าหมาย BSL ถัดไปในระดับที่สูงขึ้น)
🛡️ แนวรับ (Support) - โซนเข้าซื้อ (PD Arrays)
เราจะไม่ "ไล่ราคา" ที่ $4136 ครับ! นี่คือเขต Premium (ของแพง) เราจะรอให้ราคาย่อกลับมาในเขต Discount (ของถูก) ซึ่งเป็นโซนที่ Smart Money จะเข้าแทรกแซง:
* $4134.00 - $4130.00 (โซน FVG / Imbalance ที่เกิดขึ้นล่าสุดจากการดันราคาขึ้นมา)
* $4125.17 (โซน Bullish Order Block (OB) หรือ Breaker Block (BB) ที่เป็นฐานของการพุ่งขึ้นรอบล่าสุด)
* $4113.67 (จุด Swing Low ล่าสุด / โซน FVG ใหญ่ที่รายใหญ่ใช้เป็นจุดเข้าซื้อเมื่อวานนี้)
♟️ โซนเข้าเทรด และ แผนการ (The Game Plan)
แผนหลัก: รอ Buy ในเขต Discount
* อดทนรอ: สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การรอ" ครับ ห้ามไล่ราคาเด็ดขาด รอให้ราคาย่อตัว (Retrace) ลงมาจาก $4136
* โซนเข้าเทรด (POI): มองหาจังหวะเข้า Long (Buy) เมื่อราคาย่อลงมาในโซนที่ 1 (FVG $4134-4130) หรือ โซนที่ 2 (OB $4125.17)
* เป้าหมาย (Target): เป้าหมายแรกคือการไปล่า BSL ที่ $4148.67 และเป้าหมายถัดไปตามแนวต้านด้านบน
* จุดตัดขาดทุน (Invalidation): SL ควรอยู่ใต้โครงสร้างที่สำคัญ เช่น ใต้โซน OB ที่ $4125 หรือใต้ Swing Low ล่าสุดที่ $4113 (ขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยง)
📰 ข่าวสารประกอบการเทรด (12 พ.ย. 2025)
ปัจจัยพื้นฐานตอนนี้สนับสนุนทิศทางทองคำอย่างมากครับ (ข้อมูลจากการค้นหาล่าสุด):
| เวลา (GMT+7) | สกุลเงิน | ข่าว / ปัจจัย | ความสำคัญ | แนวโน้ม (ต่อทอง) |
|---|---|---|---|---|
| ตลอดวัน | USD | US Government Shutdown (เจรจาต่อเนื่อง) | สูง | บวก (+) |
| ตลอดวัน | USD | คาดการณ์ Fed ลดดอกเบี้ย (จากข้อมูล ศก. ที่อ่อนแอ) | สูง | บวก (+) |
| เช้านี้ | USD | รายงานตลาดแรงงานภาคเอกชน (บ่งชี้ความอ่อนแอ) | กลาง-สูง | บวก (+) |
วิเคราะห์ข่าว: ตลาดกำลังกังวลอย่างหนักกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว (ซึ่งถูกซ้ำเติมด้วยการ Shutdown ของรัฐบาล) ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า FED อาจต้อง "ลดดอกเบี้ย" เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ปัจจัยนี้ส่งผลให้ Dollar (USD) อ่อนค่า และ ทองคำ (XAU) แข็งค่า ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง (Risk Warning)
การเทรด Forex และ Gold มีความเสี่ยงสูง การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการแบ่งปันมุมมองตามหลักการ ICT เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้ชวนให้ลงทุน การตัดสินใจเทรดทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง และควรบริหารจัดการความเสี่ยง (MM) อย่างเคร่งครัด
🛡️ คำจำกัดความรับผิดชอบของกลุ่ม CT Trader
เนื้อหาทั้งหมดในโพสต์นี้และในกลุ่ม CT Trader จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและการให้ข้อมูลเท่านั้น "โค้ชเต้ย" และทีมงานไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่จดทะเบียน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นการการันตีผลลัพธ์ในอนาคต จงเทรดด้วยความรู้และความรับผิดชอบ
เทรดอย่างมีสติ รอคอยอย่างอดทน แล้วคุณจะเห็นเกมที่ Smart Money เล่นครับ
Ethereum กำลังทดสอบโซนอุปทานอีกครั้ง — มีแนวโน้มย่อตัวระยะสั้นราคากำลังทดสอบโซนอุปทาน 3,600–3,650 หลังจากการฟื้นตัวระยะสั้น
หากราคาถูกปฏิเสธ อาจส่ง ETH กลับสู่แนวรับ 3,380–3,400
ยืนยันราคาเหนือ 3,650
ตลาดหมีจับตาการปรับฐานระยะสั้น เนื่องจาก ETH กลับมาแตะระดับอุปทานอีกครั้ง
โครงสร้าง: ทดสอบ 3,600–3,650 อีกครั้งหลังจากดีดตัวกลับ
สถานการณ์: อาจร่วงลงสู่ 3,380–3,400
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการตั้งค่านี้?
แนวโน้มทองคำสำหรับ วันที่12/11/68DAY
ราคารีบาวด์ขึ้นมา1รอบsto ให้ระวังการติดโซน4160-4220 ถ้าราคาติดราคามีโอกาสกลับลงมาหา 4096-4027
H4 H1
ราคาเป็นขาขึ้น มีเป้าขึ้นไปหา 4160 4195*** 4220 เป็นแนวต้านให้หาจังหวะดักSELL
สัปดาห์นี้ ถ้าราคาขึ้นไปโซน 4160-4220 ได้
หน้าBUY ให้ระวังการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลงของH1
แต่ถ้าราคาไม่สามารถขึ้นไปได้ แล้วหลุด4096 จะกลับลงมาหา 4065 ก่อนแล้วค่อยขึ้นใหม่
ถ้าDAY ปิดแท่งต่ำกว่า 4027 ให้ระวังราคากลับวิ่งกลับไปหาlow3890















