การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
XAUUSD แผนเทรด Sideway🧠 มุมมองตลาด
ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในโครงสร้าง Sideway ชัดเจน ยังไม่มีสัญญาณเทรนด์
พฤติกรรมราคาเหมาะกับการเทรดตามขอบกรอบ
🔴 ขอบบน: 435X
โซนสำคัญ: 4345 – 4347
🟢 ขอบล่าง: 4270
กรณีไส้ลึก: 4256
📍 โซนตอบสนองใกล้ที่สุด (Intraday)
4304 – 4300
→ โซนสมดุลใหม่หลังกรอบเล็กถูกเบรก เป็นแนวรับระยะสั้น
🎯 แผน & กลยุทธ์
แผนหลัก: Sideway ในกรอบใหญ่
แนวทางเทรด:
ราคาขึ้น 434X – 435X → มองหา SELL reaction
ราคาลง 4304 – 4300 → มองหา BUY ระยะสั้น
หลุด 4300 → รอ 427X – 4256 สำหรับ BUY swing
โซนเฝ้าระวัง:
4277 – 4275
4250 – 4245
หลีกเลี่ยง FOMO กลางกรอบ
ทองคำยังคงอยู่ในโครงสร้าง Sideway Up ระยะกลางแต่ระยะสั้นมีแรงพั.
💰 ทองคำ วันนี้
📆 (16/12/2568)
#XAUUSD
#มุมมองส่วนตัว
📊 ภาพรวมตลาด (H4):
ทองคำยังคงอยู่ในโครงสร้าง Sideway Up ระยะกลาง แต่ระยะสั้นมีแรงพักตัว
โซน 4,260–4,245 เป็นแนวรับหลักของรอบนี้
ขณะที่โซน 4,280–4,385 เป็นแนวต้านสำคัญ มีแรงขายจากกองทุนชัดเจน
🟢 แผน BUY (Buy on Dip):
• โซน: 4,260 – 4,245
• TP: 4,275 / 4,290
• SL: 4,237
🔴 แผน SELL (Sell on Rally):
• โซน: 4,280 – 4,385
• TP: 4,259 / 4,245 / 4,215
-SL 4298
🏦 มุมมองกองทุน & LP:
• กองทุนยังถือ Long ระยะกลาง แต่ไม่ไล่ราคา
• LP มีการสะสมสภาพคล่องทั้งบน–ล่าง
• ตลาดมีโอกาส “เหวี่ยงเก็บ Stop” ก่อนเลือกทางจริง
⚠️สรุป ข่าวสำคัญวันนี้ที่มีผลต่อทองคำ (XAUUSD)
จากตารางวันที่ 16/12/2568
⏰ 20:30 น. (Big Focus – สหรัฐ 🇺🇸)
🔥 ชุดข้อมูลแรงงาน & การบริโภค (High Impact)
• Non-Farm Employment Change
• Unemployment Rate
• Average Hourly Earnings m/m
• Retail Sales / Core Retail Sales m/m
📌 ผลต่อทองคำ:
• ข้อมูลออกมา แย่กว่าคาด → เศรษฐกิจชะลอ → Fed ผ่อนคลาย → ทองพุ่ง
• ข้อมูลออกมา ดีกว่าคาด → USD แข็ง / Bond Yield ขึ้น → ทองถูกกดแรง
⚠️ ช่วงนี้มีโอกาส สวิงแรง + ล้างพอร์ต
⸻
⏰ 21:45 น. (High Impact – สหรัฐ 🇺🇸)
📊 Flash PMI
• Manufacturing PMI
• Services PMI
📌 ผลต่อทองคำ:
• PMI ต่ำกว่า 50 / ต่ำกว่าคาด → ภาวะถดถอย → บวกทอง
• PMI สูงกว่าคาด → เศรษฐกิจยังแข็ง → ลบทอง
⸻
🏦 มุมมองกองทุน & LP (วันนี้):
• กองทุน รอผลข่าว 20:30 ก่อนตัดสินใจเพิ่มสถานะ
• LP เตรียมสภาพคล่องหนาแน่น มีโอกาส Fake Break / Stop Hunt
• ทองมีโอกาสเหวี่ยงแรง “สองฝั่ง” ก่อนเลือกทางจริงหลังข่าว
⚠️ สรุปเทรดวันนี้:
• ข่าวชุดนี้ = ตัวกำหนดทิศทางทองระยะสั้น–กลาง
• เลี่ยงไล่ราคา / เทรดตามโซน / คุม SL ให้ชัด
• หลัง 21:45 ทิศทางจะเริ่มนิ่งขึ้น
🏦#มุมมองกองทุน #นักวิเคราะห์ #LP
🏦 มุมมองกองทุน (Funds View):
• กองทุนยัง ถือ Long ระยะกลาง แต่ลดความเสี่ยงก่อนข่าว 20:30
• เงินกองทุนรอข้อมูลแรงงานสหรัฐเป็นตัวตัดสิน “ไปต่อหรือพักยาว”
• หากข้อมูลออกมาอ่อน กองทุนพร้อม เติม Long เหนือ 4,300+
• ถ้าข้อมูลแรง กองทุนอาจลดสถานะ กดราคาลงทดสอบโซนล่าง
📊 มุมมองนักวิเคราะห์ (Analysts View):
• Consensus มองทองยังเป็น Hedge หลักของรอบเศรษฐกิจชะลอ
• ระยะสั้น = ข่าวนำตลาด ไม่ใช่เทคนิค
• มุมมองหลัก:
• ข้อมูลแรงงานอ่อน → ทอง Break ขึ้น
• ข้อมูลแรงงานแข็ง → ทองพักลึก แต่ยังไม่เสียโครงสร้างใหญ่
💧 มุมมอง LP (Liquidity Provider):
• LP เตรียมสภาพคล่องหนาแน่นช่วง 20:30–21:45
• มีโอกาสเห็น Stop Hunt 2 ฝั่ง ก่อนเลือกเทรนด์จริง
• โซนที่ LP โฟกัส:
• ด้านบน: 4,280–4,300
• ด้านล่าง: 4,245–4,215
• การหลุดหรือยืนเหนือโซนเหล่านี้ จะเป็นสัญญาณ “เอาจริง”
⚠️ สรุปภาพรวมคืนนี้:
กองทุน “รอข่าว”
นักวิเคราะห์ “ยังบวกทอง”
LP “พร้อมเหวี่ยง”
👉 เทรดตามแผน ไม่ไล่ราคา คุม SL สำคัญที่สุด
📌 สรุป
💰 Gold Today (16/12/2568)
#XAUUSD | By #Nicharastrading♻️
• ตลาดรอข่าวแรงงานสหรัฐ 20:30 → สวิงแรง
• กองทุนถือ Long แต่รอข่าว ไม่ไล่ราคา
• นักวิเคราะห์ยังบวกทอง ระยะกลาง
• LP เตรียมเหวี่ยง ล้าง Stop สองฝั่ง
📍 โฟกัสโซน
Buy: 4,260–4,245
Sell: 4,280–4,300
⚠️ เทรดตามโซน คุม SL ห้ามไล่ราคา
⸻
(สำหรับติดตามข่าวสารและสรุปข่าวแบบรวดเร็วในกลุ่ม VIp พร้อมแนวทางการเทรดแบบชัดเจนสนใจทัก)
Chumtrades XAUUSD แผนการเทรด🧠 จิตวิทยาตลาด
คาดว่าราคาจะ แกว่งตัวในกรอบ (Sideway) ก่อนเกิด Breakdown ชัดเจน
ตลาดกำลังรอข่าว NFP เงินทุนใหญ่ระมัดระวัง → เน้นเทรดในกรอบ 4330–4280
🔴 แนวต้าน (Resistance)
4335 – 4340
4318 – 4322
🟢 แนวรับ (Support)
4260 → แนวรับระยะสั้น
424X → โซน BUY แบบ Swing
4204 → Deep pullback, โซน BUY แข็งแกร่ง
🎯 แผนการเทรด
ก่อนข่าว:
เทรดตามกรอบ
Sell ด้านบน – Buy ด้านล่าง
หลีกเลี่ยง FOMO กลางกรอบ
หลังข่าว / Breakdown:
มองหา BUY ลึก
โฟกัส 424X – 4204
กองทุนใหญ่ยังคง ถือ Long ระยะกลาง แต่ชะลอการไล่ราคา
💰 ทองคำ วันนี้
📆 (15/12/2568)
#XAUUSD
#มุมมองส่วนตัว
📊 ภาพรวมตลาด (H1–H4):
ทองคำยังแกว่งในกรอบ Sideway Up ระยะสั้น หลังรีบาวด์แรง
โซน 4,320–4,330 เป็นแนวรับสำคัญของรอบนี้
ขณะที่โซน 4,370–4,380 เป็นแนวต้านหลัก มีแรงขายกดชัดเจน
🟢 แผน BUY:
• โซน 4,320–4,329
• TP: 4,335 / 4,345
• SL: 4,310
🔴 แผน SELL:
• โซน 4,370–4,380
• TP: 4,355 / 4,345
• SL: 4,391
⚠️ โฟกัส “เล่นตามโซน” ยังไม่ไล่ราคา
ตลาดรอแรงขับจากข่าว/กองทุน เลือกฝั่งให้ชัดแล้วคุมความเสี่ยง
⸻
📌ข่าวที่ส่งผลต่อทองคำและสกุลเงินดอลล่าร์
⏰ 20:30 น. (เวลาไทย)
🇨🇦 CAD – CPI (เงินเฟ้อแคนาดา)
• CPI m/m / Median / Trimmed / Common CPI y/y
ผลต่อทองคำ (ทางอ้อม):
• ถ้าเงินเฟ้อออก สูงกว่าคาด → กดดันสินทรัพย์เสี่ยง / หนุนค่าเงิน → ทองอาจถูกกด
• ถ้าเงินเฟ้อ ต่ำกว่าคาด → หนุนมุมมองดอกเบี้ยขาลง → บวกกับทอง (เชิง Sentiment)
⸻
⏰ 20:30 น. (เวลาไทย)
🇺🇸 USD – Empire State Manufacturing Index
• คาดการณ์: 9.8 | ครั้งก่อน: 18.7
ผลต่อทองคำ (โดยตรง):
• ตัวเลข แย่กว่าคาด / ลดลงแรง → USD อ่อน → ทองมีแรงดันขึ้น
• ตัวเลข ดีกว่าคาด → USD แข็ง → ทองถูกกด
⸻
⚠️ สรุปโฟกัสสำหรับเทรดทองวันนี้:
• ข่าวสหรัฐ (Empire State) สำคัญกับทองมากกว่า CAD CPI
• ช่วง 20:30 น. มีโอกาส สวิงแรง
• แนะนำ: รอราคาเข้าโซน / เลี่ยงไล่ราคา / คุม SL ให้ชัด
…….
#มุมมองกองทุน #นักวิเคราะห์
🏦 มุมมองกองทุน (Funds View):
• กองทุนใหญ่ยังคง ถือ Long ระยะกลาง แต่ชะลอการไล่ราคา
• โซน 4,320–4,330 เป็นพื้นที่สะสม (Buy on Dip)
• กองทุนจะเพิ่มน้ำหนักอีกครั้ง หากทะลุ 4,370–4,380 ได้ชัดเจน
📊 มุมมองนักวิเคราะห์:
• Consensus มองทอง “พักตัวเพื่อไปต่อ” มากกว่ากลับเป็นขาลง
• เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ + เศรษฐกิจเริ่มอ่อน = ยังหนุนทอง
• มองระยะสั้น: Sideway–Up แต่ต้องระวังแรงขายที่แนวต้าน
💧 มุมมอง LP (Liquidity Provider):
• LP เห็นสภาพคล่องหนาแน่นในโซน
▫️ Demand: 4,320–4,330
▫️ Supply: 4,370–4,380
• มีโอกาส “ดูดสภาพคล่อง” ทั้งบนและล่าง ก่อนเลือกทาง
• การหลุด 4,310 หรือทะลุ 4,390 จะเป็นสัญญาณเร่งเทรนด์
⚠️ สรุป:
ตลาดยังเป็น “เกมของโซน”
กองทุนรอชัด / นักวิเคราะห์ยังบวก / LP เก็บสภาพคล่อง
👉 เทรดมีวินัย เลือกฝั่งเมื่อราคาเข้าแผน
Chumtrades XAUUSD แผนการเทรดภาพรวมตลาด
ในวันศุกร์ หลังจากราคาทะลุกรอบก่อนหน้า ตลาดเผชิญแรงขายทำกำไรจากฝั่ง Buy อย่างชัดเจน
เงินทุนก้อนใหญ่ปิดสถานะ ส่งผลให้ราคาปรับลงแรงประมาณ 96 จุด
โซนฐาน 426X รองรับราคาได้ดีมาก
โครงสร้างหลักยังคงเป็น ขาขึ้น
👉 มุมมองรอบถัดไป
ราคามีแนวโน้มแกว่งตัวแบบ Sideway ในกรอบ 423X – 428X
🟢 แนวรับที่ควรจับตา
• 4280 – 4282
• 4264 – 4266
• 4255 – 4257
• แนวรับลึก: 424X
🔴 แนวต้านที่ควรจับตา
• 4330 – 4336
• 4347 – 4351 (±4353)
ขอให้เป็นวันที่ดีในการเทรดครับ
XAUUSD H4 Medium Term Rising Channel and Key Liquidity Zonesทองคำมีแรงปฏิกิริยารุนแรงหลังแตะเส้นเทรนด์ไลน์ โดยโฟกัสสัปดาห์หน้าคือรอซื้อเมื่อย่อตัวตามแนวโน้มหลัก
PRIORITY SCENARIO – สถานการณ์หลัก
กลยุทธ์ซื้อตามเทรนด์เมื่อราคาอ่อนตัวลงสู่โซนแนวรับและสภาพคล่องสำคัญ
โซนซื้อหลัก: 4175 – 4203
บริบททางเทคนิค: พื้นที่นี้เป็นแนวรับที่เคยได้รับการยืนยัน และเป็นโซนสภาพคล่องด้านล่างที่ชัดเจน
คาดการณ์การเคลื่อนไหว: ราคาอาจย่อลงทดสอบแนวรับ ดูดซับแรงขาย แล้วมีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นไปสู่โซนสมดุลด้านบน
การบริหารตำแหน่ง:
หากราคามีปฏิกิริยาเชิงบวกและแท่ง H4 ยืนเหนือโซนแนวรับได้ ให้คงมุมมองฝั่งซื้อแบบสวิงตามแนวโน้ม
หากราคาหลุดแนวรับอย่างชัดเจน ควรลดความเสี่ยงและเฝ้าระดับที่ลึกลงไป
ALTERNATIVE SCENARIO – สถานการณ์ทางเลือก
โอกาสซื้อเมื่อย่อลึกใกล้เส้นเทรนด์ไลน์ล่างของช่องขาขึ้น
โซนซื้อทางเลือก: บริเวณขอบล่างของช่องขาขึ้น สอดคล้องกับสภาพคล่องระยะยาว
บริบททางเทคนิค: พื้นที่นี้เป็นแนวรับสุดท้ายของโครงสร้างขาขึ้นระยะกลาง เหมาะกับการวางตำแหน่งระยะยาวมากขึ้น
คาดการณ์การเคลื่อนไหว: อาจมีการกวาดสภาพคล่องลึกก่อน แล้วฟื้นตัวกลับเพื่อยืนยันโครงสร้างช่องขาขึ้น
ประเด็นเทคนิคสำคัญ
บนกรอบเวลา H4 ราคายังเคลื่อนไหวในช่องขาขึ้น การร่วงลงราว 100 จุดหลังแตะขอบบนสะท้อนแรงทำกำไรในโซนสูง
โซน 4175 และเส้นเทรนด์ไลน์ล่างของช่องยังเป็นพื้นที่สภาพคล่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการซื้อตามเทรนด์
โซนต้านด้านบนและพื้นที่ FVG–สภาพคล่องเหมาะสำหรับการบริหารตำแหน่งมากกว่าการไล่ซื้อเปิดสถานะใหม่
บริบทมหภาคและมุมมองตลาด
ตลาดให้ความสนใจกับความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดและทิศทางนโยบายในอนาคต
ความน่าจะเป็นที่ Kevin Warsh จะเป็นประธานเฟดคนถัดไปเพิ่มขึ้น ขณะที่มีการส่งสัญญาณต้องการอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ซึ่งทำให้ตลาดมองไปทางนโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้น
ปัจจัยนี้ยังสนับสนุนทองคำในระยะกลาง แต่ระยะสั้นควรเคารพการย่อตัวทางเทคนิคหลังจากราคาปรับขึ้นแรง
การบริหารความเสี่ยงและการติดตาม
หลีกเลี่ยงการไล่ราคาใกล้ขอบบนของช่องขาขึ้น
การขายควรถูกมองเป็นดีลสวนเทรนด์ระยะสั้นเท่านั้น และควรทำเมื่อมีสัญญาณปฏิเสธราคาที่ชัดเจน
มุมมองขาขึ้นจะอ่อนแรงหากราคาหลุดโครงสร้างช่องและไม่สามารถกลับเข้าไปยืนได้
จับตาความผันผวนจากข่าวด้านนโยบายและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เพราะอาจเกิดการกวาดสภาพคล่องอย่างรวดเร็ว
Market Seasons: When Time Beats Headlines in Tradingฤดูกาลในการเทรด: เมื่อปฏิทินสำคัญกว่าข่าว
ตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวเพียงแค่จากข่าวและเศรษฐกิจมหภาค มีรูปแบบที่ซ้ำรอยกันทุกปีในช่วงเวลาเดียวกัน เทรดเดอร์เรียกสิ่งนี้ว่าฤดูกาล และการเพิกเฉยต่อมันก็เหมือนกับการเทรดแบบปิดตา
ฤดูกาลทำงานในทุกตลาด หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน และแม้แต่คริปโทเคอเรนซี เหตุผลแตกต่างกัน: รอบภาษี สภาพอากาศ รายงานทางการเงิน จิตวิทยามวลชน แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน — การเคลื่อนไหวของราคาที่คาดเดาได้ในเดือนที่กำหนด
เอฟเฟกต์มกราคม: ปีใหม่ เงินใหม่
มกราคมมักนำการเติบโตมาสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก
กลไกเรียบง่าย ในเดือนธันวาคม นักลงทุนล็อคการขาดทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาษี พวกเขาขายสถานะที่ขาดทุนเพื่อลดหย่อนภาษี แรงกดดันจากการขายผลักราคาลง ในมกราคม หุ้นเดียวกันนี้ถูกซื้อคืน เงินกลับสู่ตลาด ราคาขึ้น
สถิติยืนยันรูปแบบนี้ ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 มกราคมแสดงผลตอบแทนเชิงบวกบ่อยกว่าเดือนอื่น ดัชนี Russell 2000 ในมกราคมเอาชนะ S&P 500 โดยเฉลี่ย 0.8% ไม่ใช่ความแตกต่างที่มาก แต่สม่ำเสมอ
มีข้อจับ เอฟเฟกต์มกราคมกำลังอ่อนแอลง คนรู้จักมันมากเกินไป ตลาดกำหนดราคารูปแบบนี้ล่วงหน้า กระจายการเคลื่อนไหวไปทั่วธันวาคมและมกราคม แต่มันไม่หายไปอย่างสมบูรณ์
ขายในเดือนพฤษภาคมและออกไป
คำพูดตลาดเก่าแก่ ขายในพฤษภาคม กลับมาในกันยายน หรือตุลาคม ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน
เดือนฤดูร้อนมักอ่อนแอกว่าสำหรับหุ้น จากพฤษภาคมถึงตุลาคม ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 2% จากพฤศจิกายนถึงเมษายน — กว่า 7% สูงกว่าเกือบสี่เท่า
มีหลายเหตุผล ปริมาณการซื้อขายลดลงในฤดูร้อน เทรดเดอร์ไปพักผ่อน นักลงทุนสถาบันลดกิจกรรม สภาพคล่องต่ำขยายความผันผวน ตลาดกลายเป็นประสาท
บวกกับจิตวิทยา ฤดูร้อนนำมาซึ่งอารมณ์ผ่อนคลาย ความสนใจต่อพอร์ตน้อยลง การซื้อน้อยลง ฤดูใบไม้ร่วงนำกิจกรรมทางธุรกิจ บริษัทเผยแพร่รายงาน นักลงทุนกลับมา เงินไหลกลับ
รูปแบบนี้ไม่ทำงานทุกปี มีข้อยกเว้น แต่ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา สถิติดื้อรั้น — เดือนฤดูหนาวทำกำไรได้มากกว่าฤดูร้อน
แรลลี่ซานตาคลอส
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมมักทำให้กระทิงยินดี ราคาขึ้นโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน
เอฟเฟกต์นี้เรียกว่าแรลลี่ซานตาคลอส ตลาดสหรัฐแสดงการเติบโตในช่วงวันเหล่านี้ 79% ของกรณีตั้งแต่ปี 1950 กำไรเฉลี่ยเล็ก ประมาณ 1.3% แต่เสถียร
มีคำอธิบายมากมาย การมองโลกในแง่ดีก่อนวันหยุด ปริมาณการซื้อขายต่ำ การซื้อจากโบนัสสิ้นปี นักลงทุนสถาบันไปพักผ่อน เทรดเดอร์รายย่อยเข้ามามีบทบาท อารมณ์เป็นเทศกาล ไม่มีใครต้องการขาย
มีสถิติที่น่าสนใจ หากไม่มีแรลลี่ซานตาคลอส ปีหน้ามักเริ่มต้นไม่ดี เทรดเดอร์รับรู้การขาดการเติบโตเป็นสัญญาณเตือน
สินค้าโภคภัณฑ์และอากาศ
ที่นี่ฤดูกาลทำงานหนักขึ้น ธรรมชาติกำหนดกฎ
พืชธัญพืชขึ้นอยู่กับการปลูกและการเก็บเกี่ยว ราคาข้าวโพดมักขึ้นในฤดูใบไม้ผลิก่อนการปลูก ความไม่แน่นอนสูง — อากาศจะเป็นอย่างไร จะปลูกเท่าไหร่ ในฤดูร้อน ความผันผวนสูงสุด ภัยแล้งหรือน้ำท่วมใดๆ เคลื่อนไหวราคา ในฤดูใบไม้ร่วงหลังการเก็บเกี่ยว อุปทานเพิ่มขึ้น ราคาลง
ก๊าซธรรมชาติเดินตามวัฏจักรอุณหภูมิ ในฤดูหนาว ความต้องการความร้อนผลักราคาขึ้น ในฤดูร้อน ความต้องการลดลง พื้นที่จัดเก็บก๊าซเต็ม ราคาลดลง สิงหาคม-กันยายนมักให้จุดต่ำสุดในท้องถิ่น ตุลาคม-พฤศจิกายน — การเติบโตก่อนฤดูทำความร้อน
น้ำมันซับซ้อนกว่า แต่รูปแบบก็มีอยู่ที่นี่ด้วย ในฤดูร้อน ความต้องการน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นในฤดูพักผ่อนและการเดินทาง ราคาน้ำมันมักแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสที่สอง ในฤดูใบไม้ร่วงหลังจากจุดสูงสุดของฤดูร้อน การปรับตัวมักตามมา
ตลาดสกุลเงินและสิ้นไตรมาส
ฟอเร็กซ์มีฤดูกาลน้อยกว่าสินค้าโภคภัณฑ์หรือหุ้น แต่รูปแบบมีอยู่
สิ้นไตรมาสนำความผันผวน บริษัทส่งกำไรกลับประเทศ กองทุนป้องกันความเสี่ยงปิดสถานะเพื่อรายงาน ปริมาณการแลกเปลี่ยนสกุลเงินพุ่งสูง ดอลลาร์มักแข็งแกร่งขึ้นในวันสุดท้ายของมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
มกราคมน่าสนใจสำหรับเยน บริษัทญี่ปุ่นเริ่มปีงบประมาณใหม่ ส่งกำไรกลับประเทศ ความต้องการเยนเติบโต USD/JPY มักลดลง
ดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์ ฤดูกาลของพวกเขาสะท้อนรูปแบบตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
คริปโทเคอเรนซี: ตลาดใหม่ รูปแบบเก่า
ตลาดคริปโตยังอ่อน แต่ฤดูกาลกำลังโผล่ออกมาแล้ว
พฤศจิกายนและธันวาคมมักขาขึ้นสำหรับบิตคอยน์ ตั้งแต่ปี 2013 เดือนเหล่านี้แสดงการเติบโต 73% ของกรณี ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 40% ในสองเดือน
กันยายนอ่อนแอตามประเพณี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บิตคอยน์ลดลงในกันยายน 8 ครั้ง การสูญเสียเฉลี่ยประมาณ 6%
คำอธิบายแตกต่างกัน รอบภาษี การปิดรายไตรมาสของกองทุนสถาบัน จุดยึดทางจิตวิทยา ตลาดยังอ่อน รูปแบบอาจเปลี่ยนแปลง แต่สถิติทำงานในตอนนี้
ทำไมฤดูกาลถึงทำงาน
สามเหตุผลหลัก
แรก — วัฏจักรสถาบัน รายงาน ภาษี โบนัส การปรับสมดุลพอร์ตใหม่ ทุกอย่างผูกกับปฏิทิน เมื่อพันล้านเคลื่อนไหวตามกำหนดการ ราคาตามเงิน
ที่สอง — จิตวิทยา คนคิดในวัฏจักร ปีใหม่ เป้าหมายใหม่ ฤดูร้อน เวลาพัก ฤดูหนาว เวลาสรุป รูปแบบเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อขาย
ที่สาม — คำพยากรณ์ที่เป็นจริงเอง เมื่อเทรดเดอร์เพียงพอเชื่อในฤดูกาล มันเริ่มทำงานด้วยตัวเอง ทุกคนซื้อในธันวาคมคาดหวังแรลลี่ — แรลลี่เกิดขึ้น
วิธีใช้ฤดูกาล
ฤดูกาลไม่ใช่กลยุทธ์ เป็นตัวกรอง
คุณไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นเพียงเพราะมกราคมมาถึง แต่ถ้าคุณมีสถานะซื้อ ลมฤดูกาลที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ถ้าคุณวางแผนจะเปิดสถานะขายในธันวาคม สถิติฤดูกาลต่อต้านคุณ — คุ้มค่าที่จะรอหรือมองหาไอเดียอื่น
ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าในดัชนีกว้าง ETF บน S&P 500 หรือ Russell 2000 ตามรูปแบบได้น่าเชื่อถือกว่าหุ้นแต่ละตัว บริษัทเดียวอาจพุ่งขึ้นหรือล่มสลายในเดือนใดก็ได้ ดัชนีคาดเดาได้มากกว่า
รวมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ถ้ามกราคมเป็นขาขึ้นในอดีต แต่กราฟแสดงการทะลุลง — เชื่อกราฟ ฤดูกาลให้ความน่าจะเป็น ไม่ใช่การรับประกัน
พิจารณาการเปลี่ยนแปลง รูปแบบอ่อนแอลงเมื่อทุกคนรู้เกี่ยวกับพวกเขา เอฟเฟกต์มกราคมวันนี้ไม่สดใสเท่า 30 ปีที่แล้ว ตลาดปรับตัว อาร์บิทราจแคบลง
กับดักฤดูกาล
ข้อผิดพลาดหลักคือการพึ่งพาเฉพาะปฏิทิน
ปี 2020 ทำลายรูปแบบฤดูกาลทั้งหมด การระบาดคว่ำตลาด สถิติในอดีตไม่ทำงาน เหตุการณ์สุดขั้วแข็งแกร่งกว่าฤดูกาล
อย่าหาค่าเฉลี่ย "โดยเฉลี่ยมกราคมเติบโต 2%" ฟังดูดี แต่ถ้า 6 ใน 10 ปีเห็นการเติบโต 8% และ 4 ปีเห็นการลดลง 10% ค่าเฉลี่ยไร้ประโยชน์ ดูมัธยฐานและความถี่ ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย
ค่าคอมมิชชันกินเปรียบ ถ้าเอฟเฟกต์ฤดูกาลให้กำไร 1-2% และคุณจ่าย 0.5% สำหรับการเข้าและออก เหลือน้อย กลยุทธ์ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าสำหรับนักลงทุนระยะยาว
เครื่องมือสำหรับการทำงาน
ข้อมูลในอดีตคือพื้นฐาน โดยไม่มีมัน ฤดูกาลเป็นเพียงข่าวลือ
การทดสอบย้อนหลังแสดงว่ารูปแบบทำงานในอดีตหรือไม่ แต่อดีตไม่รับประกันอนาคต ตลาดเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเปลี่ยนแปลง
ปฏิทินเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจช่วยเข้าใจสาเหตุของฤดูกาล เมื่อใดรายงานรายไตรมาสถูกเผยแพร่ เมื่อใดเงินปันผลถูกจ่าย เมื่อใดระยะเวลาภาษีปิด
เทรดเดอร์จำนวนมากใช้ตัวบ่งชี้เพื่อติดตามรูปแบบฤดูกาล หรือเพียงแค่พบว่ามันสะดวกที่จะมีการแสดงภาพข้อมูลในอดีตบนกราฟ
Finding support and resistance zones that deliver resultsวิธีหาแนวรับและแนวต้านที่ใช้งานได้จริง
ราคาไม่เคยเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง มันตีกลับจากอุปสรรคที่มองไม่เห็น หยุดชั่วคราว กลับตัว อุปสรรคเหล่านี้เรียกว่าแนวรับและแนวต้าน
ฟังดูง่าย แต่เทรดเดอร์มักจะลากเส้นในที่ที่ไม่มี หรือพลาดโซนที่แข็งแกร่งจริงๆ มาดูกันว่าจะหาระดับที่ราคาตอบสนองซ้ำแล้วซ้ำอีกได้อย่างไร
แนวรับและแนวต้านคืออะไร
ลองนึกภาพลูกบอลที่ถูกโยนในห้อง มันกระทบพื้นและเพดาน พื้นคือแนวรับ เพดานคือแนวต้าน
แนวรับทำงานจากด้านล่าง เมื่อราคาตกลงมาถึงโซนนี้ ผู้ซื้อจะเริ่มทำงาน พวกเขาคิดว่าสินทรัพย์ถูก และเริ่มซื้อ การลดลงช้าลงหรือหยุด
แนวต้านทำงานจากด้านบน ราคาเพิ่มขึ้น ถึงความสูงที่แน่นอน และผู้ขายตื่นขึ้น บางคนล็อกกำไร บางคนคิดว่าสินทรัพย์มีมูลค่าสูงเกินไป การเติบโตช้าลง
ทำไมระดับถึงได้ผล
เทรดเดอร์หลายพันคนดูกราฟเดียวกัน หลายคนเห็นจุดกลับตัวเดียวกันในอดีต
เมื่อราคาเข้าใกล้โซนนี้อีกครั้ง เทรดเดอร์จำได้ บางคนวางคำสั่งซื้อรอที่แนวรับ คนอื่นเตรียมขายที่แนวต้าน มันกลายเป็นคำทำนายที่สำเร็จด้วยตัวเอง
ยิ่งมีคนสังเกตเห็นระดับมากเท่าไหร่ มันก็แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
จะหาแนวรับและแนวต้านที่ไหน
เริ่มต้นด้วยกราฟรายสัปดาห์หรือรายวัน ย่อออกเพื่อดูประวัติหลายเดือนหรือหลายปี
มองหาสถานที่ที่ราคากลับตัวหลายครั้ง ไม่ใช่การตีกลับครั้งเดียว แต่สอง-สาม-สี่ครั้ง ยิ่งราคาตอบสนองต่อระดับบ่อยเท่าไหร่ มันก็น่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น
ดูตัวเลขกลม จิตวิทยาของเทรดเดอร์ทำให้ระดับอย่าง 100, 1000, 50 ดึงดูดความสนใจ คำสั่งรวมตัวรอบๆ เครื่องหมายเหล่านี้
มองหาจุดสูงสุดและต่ำสุดเก่า ยอดของปี 2020 สามารถกลายเป็นแนวต้านในปี 2025 จุดต่ำสุดของวิกฤตกลายเป็นแนวรับหนึ่งปีต่อมา
วาดระดับอย่างถูกต้อง
ระดับไม่ใช่เส้นบาง มันคือโซนกว้างหลายจุดหรือเปอร์เซ็นต์
ราคาไม่ค่อยตีกลับจากเครื่องหมายที่แน่นอน มันสามารถทะลุผ่านระดับสองสามจุด รวบรวมสต็อปลอสและกลับมา หรือหยุดก่อนหน้านั้นเล็กน้อย
วาดเส้นแนวนอนผ่านตัวเทียน ไม่ใช่ผ่านหาง หางแสดงการพุ่งขึ้นของอารมณ์ระยะสั้น ตัวเทียนคือที่ที่ราคาปิด ที่เทรดเดอร์ตกลงประนีประนอม
อย่าทำให้กราฟของคุณรกด้วยเส้นนับร้อย เก็บ 3-5 ระดับที่ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณวาด 20 เส้น ครึ่งหนึ่งของมันไม่ได้ผล
วิธีตรวจสอบความแข็งแกร่งของระดับ
นับการสัมผัส การตีกลับสามครั้งน่าเชื่อถือกว่าหนึ่งครั้ง การตีกลับห้าครั้ง - นั่นคือโซนที่ทรงพลัง
ดูปริมาณการซื้อขาย ถ้ามีการซื้อขายมากที่ระดับ มันยืนยันความสำคัญของมัน ปริมาณขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่ทำงานที่นี่
ให้ความสนใจกับเวลา ระดับที่ได้ผลห้าปีที่แล้วอาจสูญเสียความแข็งแกร่ง ระดับใหม่มักแข็งแกร่งกว่าระดับเก่า
เมื่อระดับแตก
การทะลุเกิดขึ้นเมื่อราคาปิดเกินระดับ ไม่ได้แค่แตะด้วยหาง แต่ปิด
หลังการทะลุ แนวรับกลายเป็นแนวต้าน และในทางกลับกัน นี่เรียกว่าการเปลี่ยนขั้ว เทรดเดอร์ที่ซื้อที่แนวรับเก่าตอนนี้นั่งขาดทุนและรอการกลับไปยังจุดเข้าเพื่อออกโดยไม่มีการสูญเสีย
การทะลุต้องได้รับการยืนยัน เทียนหนึ่งเกินระดับยังไม่ใช่การทะลุ รอให้วันปิด ตรวจสอบปริมาณ ตรวจสอบว่าราคาไม่กลับมา
การทะลุเท็จเกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้เล่นรายใหญ่เคาะสต็อปออกโดยเจตนาเพื่อรวบรวมสภาพคล่อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เทรดเดอร์วาดระดับในกรอบเวลาเล็ก กราฟห้านาทีเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน ระดับจากกราฟรายชั่วโมงหรือรายวันได้ผลดีกว่า
เทรดเดอร์เพิกเฉยต่อบริบท แนวรับในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งกว่าในแนวโน้มขาลง แนวต้านในตลาดที่ตกแตกได้ง่ายกว่า
เทรดเดอร์เข้าที่ระดับพอดี ดีกว่าที่จะรอการตีกลับและการยืนยัน ราคาสามารถทะลุผ่านระดับหลายจุด เคาะสต็อปของคุณออก แล้วกลับตัว
ระดับแนวทแยง
แนวรับและแนวต้านไม่ได้เป็นแนวนอนเท่านั้น เส้นแนวโน้มทำงานเป็นระดับแบบไดนามิก
ในแนวโน้มขาขึ้น วาดเส้นผ่านจุดต่ำสุด ราคาจะตีกลับจากเส้นนี้ขึ้นไป
ในแนวโน้มขาลง เชื่อมต่อจุดสูงสุด เส้นกลายเป็นแนวต้านแบบไดนามิก
เส้นแนวโน้มแตกเหมือนระดับแนวนอน การทะลุเส้นแนวโน้มมักบ่งบอกถึงการกลับตัวของแนวโน้ม
รวมกับเครื่องมืออื่น
ระดับไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยว ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มขึ้นเมื่อพวกมันตรงกับสัญญาณอื่น
ระดับที่ตัวเลขกลม + กลุ่มของการตีกลับในอดีต + โซนซื้อมากเกินไปบนออสซิลเลเตอร์ - นี่คือการผสมผสานที่ทรงพลังสำหรับการหาการกลับตัว
เทรดเดอร์มักเพิ่มตัวบ่งชี้ทางเทคนิคลงในกราฟของพวกเขาเพื่อช่วยยืนยันปฏิกิริยาราคาที่ระดับ สิ่งนี้ทำให้การวิเคราะห์เชื่อถือได้มากขึ้นและลดสัญญาณเท็จ
EUR/USD Near 1.1750EUR/USD เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1.1750 จับตาถ้อยแถลงจากเฟด (Fedspeak)
ค่าเงิน EUR/USD ยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 1.1750 ในช่วงการซื้อขายของตลาดยุโรปวันศุกร์ หลังจากอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์ โดยการปรับฐานถูกจำกัดจากการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านขาลงของคู่เงินอาจยังมีจำกัด ท่ามกลางความคาดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ตลาดกำลังรอถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด (Fedspeak) เพื่อประเมินแนวโน้มในระยะถัดไป
## มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)
ในเชิงเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นของ EUR/USD ยังคงอยู่ในฝั่งขาขึ้น โดยราคาปัจจุบันยืนอยู่สูงกว่าราคาเปิดของวันประมาณ 23 จุด (pips) ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (Simple Moving Average: SMA) ระยะ 20 ช่วง ปรับตัวขึ้นเหนือเส้น SMA ระยะ 100 และ 200 ช่วง และทั้งสามเส้นมีทิศทางขาขึ้น ซึ่งสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคา โดยราคายังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมด และเส้น SMA 20 ช่วงบริเวณ 1.1656 ทำหน้าที่เป็นแนวรับเชิงพลวัตในระยะใกล้
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัด Momentum ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับกึ่งกลางและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงแรงซื้อที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ส่วนดัชนี Relative Strength Index (RSI) อยู่ที่ระดับ 69 ซึ่งเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป (Overbought) ทำให้การปรับขึ้นต่ออาจเริ่มชะลอลงได้ในระยะสั้น แนวรับแรกกระจุกตัวอยู่บริเวณเส้น SMA 20 และ 100 ช่วงที่กำลังปรับตัวขึ้น ระหว่างระดับ 1.1656–1.1603 โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือโซนดังกล่าว อคติระหว่างวันยังคงเป็นบวก
สำหรับกราฟรายวัน EUR/USD ซื้อขายอยู่เหนือเส้น SMA 20 วันซึ่งมีลักษณะเป็นขาขึ้นที่ระดับ 1.1605 แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 100 วันที่ระดับ 1.1642 ซึ่งยังคงมีความลาดเอียงลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้น SMA 200 วันที่กำลังปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.1478 ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพรวมแนวโน้มเชิงบวก นอกจากนี้ ตัวชี้วัด Momentum ยังคงขยับขึ้นในแดนบวก ขณะที่ RSI อยู่ในระดับเชิงบวกเช่นกันที่ประมาณ 66
## ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายใกล้จุดสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนที่ระดับ 1.1719 ในวันพฤหัสบดี โดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังการประกาศผลการประชุมด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังการประชุมเป็นเวลา 2 วัน เฟดประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน (bps) ในวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Target Range) อยู่ที่ระดับ 3.50%–3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของเฟดสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบาย โดย Stephen Miran สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยที่มากกว่านี้ถึง 50 จุดพื้นฐาน ขณะที่ประธานเฟดสาขาชิคาโก Austan Goolsbee และประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี Jeffrey Schmid มีความเห็นให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดยังเผยแพร่รายงานประมาณการเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections: SEP) ฉบับใหม่ ซึ่งยังคงมุมมองว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2026 และอีก 1 ครั้งในปี 2027 ซึ่งถือว่ามีลักษณะค่อนข้างเข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าประธานเฟด Jerome Powell จะสิ้นสุดวาระในเดือนพฤษภาคม 2026
จากปัจจัยดังกล่าว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผันผวนทั้งในแดนบวกและลบ แต่สุดท้ายอ่อนค่าลง เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกมีน้ำหนักมากกว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนเชิงเก็งกำไรเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับลดลงในอนาคต
ด้านปฏิทินเศรษฐกิจของยุโรปไม่มีข้อมูลสำคัญที่จะประกาศ ขณะที่สหรัฐจะมีการเผยข้อมูลเศรษฐกิจระดับรอง ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดุลการค้าในภาคสินค้าและบริการ
ChumTrades XAUUSD Intraday Outlookบริบทตลาด
ราคากำลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบมาก
โมเมนตัมอ่อน → ตลาดเหมาะกับการเทรดระยะสั้นในกรอบ มากกว่าการไล่เบรกเอาท์
โครงสร้างระยะสั้นยังคงอยู่ ควรโฟกัสที่การตอบสนองของราคาที่โซนสำคัญ
กลยุทธ์รายวัน
กลยุทธ์หลัก: เทรดตามกรอบ และเทรดตามการตอบสนองของราคา
Buy ที่โซนแนวรับ / Fibonacci และ Sell ที่แนวต้านชัดเจน
หากเกิดการเบรกเอาท์ ให้รอรีเทสต์ก่อนเข้าเทรด
หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดกลางกรอบ
โซน Buy สำคัญ
4246 – 4244 (Fibo 0.5)
4236 – 4233 (Fibo 0.618)
4210 – 4208 (แนวรับลึก – buy reaction)
❌ โครงสร้างขาขึ้นถูกยกเลิก:
ปิดแท่ง M15 ต่ำกว่า 4200
โซน Sell สำคัญ
4300 – 4305 (แนวต้านจิตวิทยา)
4310 (Fibonacci Extension – sell reaction)
หมายเหตุพิเศษ (วันศุกร์)
ไม่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ แต่เป็นวันศุกร์ปลายสัปดาห์
ราคาอาจผันผวนและเคลื่อนไหวยาก โดยเฉพาะช่วงตลาดสหรัฐ
การบริหารความเสี่ยงสำคัญมาก:
เทรดระยะสั้น
ปิดกำไรเร็ว
หลีกเลี่ยงถือออเดอร์ข้ามสุดสัปดาห์
ขอให้โชคดีในการเทรดครับ!
Chumtrades XAUUSD: ทองคำจะเคลื่อนไหวข้างต่อไปไหม?🎯 XAUUSD – วันเคลื่อนไหวในแนวข้างก่อน FOMC
1️⃣ บริบทตลาด
H4 กำลังเคลื่อนไหวในแนวข้างอย่างชัดเจน: ตัวเทียนเล็ก – เงาบนล่างยาว แสดงถึงความลังเลก่อน FOMC (เกิดขึ้นคืนวันที่ 11 ถึงเช้าวันที่ 12)
ราคาปัจจุบันถูกล็อคในช่วง H4:
ขอบล่าง: 4176– 4180
ขอบบน: 4215–4218
วันนี้เราสังเกตราคาที่เคลื่อนไหวในช่วงนี้
2️⃣ กลยุทธ์การซื้อขายในวัน
🟢 ซื้อที่ต่ำ – ให้ความสำคัญ
รอดูปฏิกิริยาที่บริเวณ:
4180 – 4182
4174 – 4178 (จุดต่ำสุดของช่วง H4)
4155 – 415X (บริเวณซื้อที่สวยที่สุด)
→ เป้าหมายระยะสั้น: 4200 – 4210
→ SL ใต้บริเวณสนับสนุน 10 จุด
🔻 ขายที่สูง – ให้ความสำคัญ
รอดูปฏิกิริยาที่:
4212 – 4218 (จุดสูงสุดของช่วง H4)
4230 – 4233 (แนวต้านแข็งแกร่ง – บริเวณขายที่สวยที่สุด)
→ เป้าหมาย: กลับไปที่กลางช่วง 4190 → จุดต่ำสุดของช่วง 417X
→ SL เหนือบริเวณแนวต้าน 10 จุด
บริเวณที่ใกล้ที่สุดคือ 4202-4198 สามารถพิจารณา entry นี้
3️⃣ ความคาดหวังการเคลื่อนไหว
วันนี้ → เคลื่อนไหวในกล่อง H4 4176 ⇆ 4212
เพียงแค่เทรดตามขอบ: ซื้อต่ำ – ขายสูง
ความกว้างของการเคลื่อนไหวในวันคาดการณ์ 50-55 จุด
การ breakout จริงๆ อาจเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้หรือวันถัดไป เมื่อตลาดเตรียมพร้อมสำหรับ FOMC สัปดาห์นี้
📌 หมายเหตุ
ให้ความสำคัญกับปฏิกิริยาของเทียนที่บริเวณราคา
หลีกเลี่ยง FOMO ในช่วง
แบ่งตำแหน่งให้เล็กกว่าปกติเพราะตลาดหดตัวก่อนข่าวใหญ่
เห็นการวิเคราะห์นี้มีประโยชน์ไหม?
กดติดตามเพื่ออัพเดทแผนทุกวันก่อนเวลาเทรดและร่วมกันอภิปรายกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น!
ขอให้พี่น้องเทรดได้กำไรเต็มที่ในวันนี้นะครับ
กลั้นหายใจรอฟังข่าว FOMC - ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่?แนวคิดการเทรด xauusd วันนี้ 10/12/25 (FOMC - ข่าวใหญ่)
ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่:
ก่อนข่าว: เคลื่อนไหวในกรอบ | ข่าวออก: เน้น SELL
กรอบวันนี้: 417X–423X
คาดหวัง: FOMC ออกถูกขาย (Powell มักจะมีท่าทีแข็งกร้าว → ราคาตกเหมือนเดือนกันยายน & ตุลาคม)
1) การเทรดในวัน (จับกรอบเคลื่อนไหว)
กรอบบน:
4218–4220
4230–4233
กรอบล่าง:
4170–4173
4180–4182
→ เช้า & บ่ายเน้นจับกรอบ – เทรดในกรอบเพื่อความปลอดภัยก่อนข่าว
2) ในข่าว (สำหรับผู้ที่เทรดข่าว)
ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความปลอดภัย สามารถข้ามได้หากไม่สามารถจำกัดความเสี่ยงได้ หากต้องการเรียนรู้และทำกำไรใช้บัญชีขนาดเล็กเท่านั้น
1) 4218–4220 (เสี่ยงเท่านั้น) (หากทั้งวันยังไม่สามารถทะลุได้)
• พื้นที่มีการตอบสนองมาก
• ปลอดภัย → ข้าม
• เสี่ยง → Sell สำรวจ, SL เล็ก
2) 4230–4233 (Sell หลัก)
• แนวต้านแข็งแกร่งในกรอบ
3) 4240–4244–424X (Sell สวยที่สุด)
• โซนสภาพคล่อง
• หากมีการพุ่งขึ้นเมื่อ/ก่อนข่าว → Sell RR สูง
3) เป้าหมายลง
TP1: 418X
TP2: 416X-5x
TP3: 409X (เป้าหมายหลัก – swing + FVG + fibo)
4) BUY?
พื้นที่ที่ต้องจับตา:
4150-52
4128-32
4102-96
5) หมายเหตุเกี่ยวกับข่าว
สถานการณ์นี้ถูกต้องเมื่อ Powell ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว
หาก Powell “นุ่มนวล” มากขึ้น → อาจจะตรงข้ามกับที่คาดหวัง
ผู้ที่ต้องการความปลอดภัย → ไม่เทรดข่าว
ผู้ที่เทรดข่าว → ใช้บัญชีขนาดเล็กเพื่อทดสอบการตอบสนองของตลาด
สรุปอย่างรวดเร็ว
ก่อนข่าว → เคลื่อนไหวในกรอบ, จับกรอบ 417X–423X
ข่าวออก → เน้น SELL
SELL zone: 4218, 4230–4233, 4240–4244
เป้าหมายหลัก: 409X
ราคาจะเคลื่อนไหวตามแต่ละประโยคของท่านประธาน Fed และดูเพิ่มเติมที่นาย Trump ด้วยนะ
ขอให้ทุกท่านมีวันที่ชนะทั้งหมดนะครับ
ทองจะเคลื่อนไหวก่อนประกาศดอกเบี้ย? คิดว่าไง?ทองจะเคลื่อนไหวด้านข้างต่อไปก่อนการประกาศอัตราดอกเบี้ย? คุณคิดว่าอย่างไร
2 ฉากทัศน์ที่คาดการณ์ในสัปดาห์นี้
ฉากทัศน์ 1 – ทองเคลื่อนไหวด้านข้างต่ำกว่า 4,200 จนถึงใกล้ FOMC
ถ้าราคายังคงอยู่ต่ำกว่า 4,200 ไม่สามารถทะลุได้ → เมื่อ FOMC เกิดขึ้น มีโอกาสสูงที่ทองจะทะลุ 4,200
เป้าหมายตกลงไปที่: 4,000 – 4,050 → นี่คือพื้นที่ที่สวยงามสำหรับการซื้อแบบสวิง
พื้นที่ใกล้ที่สุด 409x อาจมีปฏิกิริยาที่ต้องสังเกต (พื้นที่นี้จะเป็นของวันนี้ก่อน fedfundrate)
ฉากทัศน์ 2 – ต้นสัปดาห์ทองแข็งแกร่งขึ้นกลับไปที่ 4,200
ถ้าต้นสัปดาห์ทองฟื้นตัวดี แตะกลับไปที่ 4,200 → FOMC ในเวลานี้จะกลายเป็นแรงผลักดันให้ทองดีดกลับขึ้นไป
เป้าหมายใกล้: 4,360, กลับไปทดสอบจุดสูงสุดก่อนหน้านี้
ปัจจัยสำคัญที่สุด: น้ำเสียงของ FED
ลด 0.25% เกือบจะแน่นอน
แต่เรื่องราวอยู่ที่ Powell จะพูดอะไร
ถ้า Powell เป็นแบบเหยี่ยว:
“ลดครั้งนี้เท่านั้น เศรษฐกิจแข็งแรง ยังไม่คิดถึง QE…”
→ นี่คือข่าวร้ายแรงสำหรับทองและตลาดสินทรัพย์ทั้งหมด
ทองลดลง, เหรียญลดลง, หุ้นลดลง...
ถ้า FED อ่อนลงเล็กน้อย:
เพียงแค่มีความอ่อนโยนเล็กน้อย → ทองดีดตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ทันตั้งตัว
สรุปสำหรับสัปดาห์นี้
ทองกำลังอัดแรงมากรอบ 4,200
FOMC จะตัดสินทิศทาง
ความผันผวนใหญ่แน่นอนจะเกิดขึ้น
รอดูการตอบสนองของราคาแล้วค่อยลงมือ — ตามกลยุทธ์ที่ถูกต้อง, ตามวินัยที่ถูกต้อง
ขอให้ทุกคนทำการค้าได้อย่างราบรื่นนะ
Bias หลัก: ยัง Bullish ถ้าทะลุ ATH ได้ → เปิดทาง 4,400 – 4,500$
🔥 Gold สัปดาห์นี้8-12/12/2025
| มุมมองส่วนตัว
“ทองสวิงหนัก ตลาดวัดใจ Fed ลดดอกเบี้ยจริงหรือไม่”⁉️
📌 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทองแกว่งแรงในกรอบ 4,158 – 4,265$
📌 ADP ติดลบ -32,000 ตำแหน่ง หนุนโอกาส Fed ลดดอกเบี้ย
📌 FedWatch ให้น้ำหนัก ลดดอกเบี้ย 87–90%
📌 ราคายังยืนเหนือ 4,200$ และอยู่ใกล้ ATH 4,381$
⸻
⚖️ แนวรับ–แนวต้าน
✅ แนวรับ: 4,160 / 4,100 / 4,000
✅ แนวต้าน: 4,265 / 4,300 / 4,356 / 4,381 (ATH)
📊 โครงสร้างกราฟยังเป็น ขาขึ้น (Bullish Structure)
• ยืนเหนือ MA ทุกเส้น
• MACD ยังเป็นบวก
• Silver ทำ New High = หนุนเทรนด์โลหะมีค่า
⸻
💥 3 Scenario หลัก หลัง FOMC
✅ Dovish Cut (50–60%)
→ ทะลุ 4,265$ ลุ้น 4,300 – 4,380 – 4,450$
⚠️ Hawkish Cut (30%)
→ ย่อทดสอบ 4,160 – 4,100$
❌ Shock Hold (10–20%)
→ Panic ได้ หลุด 4,100$ → 4,000 / 3,950$
⸻
🎯 กลยุทธ์สั้นๆ สำหรับเทรดเดอร์
• Buy: 4,180 – 4,200$
• Sell: 4,250 – 4,265$
• Breakout เหนือ 4,265$ เป้า 4,300 – 4,350$
• SL ต้องมีทุกไม้
⸻
🏦 มุมมอง “กองทุน – สถาบัน – นักวิเคราะห์”
✅ กองทุน ETF ทองมีเงินไหลเข้า ต่อเนื่องหลายเดือนติด
✅ World Gold Council ยืนยัน: ธนาคารกลางยังสะสมทองต่อ
✅ Goldman Sachs / JP Morgan / UBS
→ มองทอง ยังเป็น Core Asset ระยะยาว
→ ให้กรอบเป้าปี 2026 ที่ 4,500 – 5,000$
📌 เหตุผลหลัก:
• ดอกเบี้ยขาลง
• เงินเฟ้อยังเกาะระดับสูง
• ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
• หนี้สหรัฐพุ่ง → ลดความเชื่อมั่นในดอลลาร์
⸻
🌐 มุมมองฝั่ง LP / สภาพคล่องตลาด
• ช่วงก่อน FOMC → LP จะขยายสเปรด + ดึงราคาเก็บ Stop
• โซน 4,160 / 4,100 = จุดล่อสภาพคล่อง (Liquidity Pool)
• ถ้าราคาไหลเร็วผิดปกติ → ระวัง Stop Hunt
• หลังข่าวผ่าน → ทิศทางจริงจะชัดเจน
⸻
⚠️ เตือนแรง #Discipline
❗ ลดขนาดไม้ก่อนข่าว
❗ อย่าใช้ Leverage หนัก
❗ ห้าม Overtrade ช่วง Powell แถลง
❗ ราคายืนใกล้ ATH = Reward สูง แต่ Risk ก็สูง
⸻
✅ สรุปมุมมอง
• Bias หลัก: ยัง Bullish
• กรอบสัปดาห์: 4,060 – 4,374$
• ถ้าทะลุ ATH ได้ → เปิดทาง 4,400 – 4,500$
⸻
🧠 _#คำคมนักลงทุน
“ช่วงนี้ไม่ใช่ตลาดของคนใจร้อน แต่เป็นตลาดของคนมีวินัย”
#Nicharastrading♻️
⸻
🔥 สรุปข่าวเศรษฐกิจสำคัญสัปดาห์นี้ |
โฟกัสหลัก = FOMC คืนวันพฤหัส 11 ธ.ค. เวลา 02:00–02:30 น.
⸻
✅ อังคาร 9 ธ.ค.
🇦🇺 RBA Cash Rate / Statement / Press Conference (10:30–11:30)
• คาด “คงดอกเบี้ย”
• ถ้าเสียง Hawkish → ดอลลาร์แข็ง กดดันทอง
• ถ้า Dovish → บวกต่อทองทางอ้อม
🇯🇵 BOJ Governor Ueda Speaks
• ถ้า BOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย → เยนอาจแข็ง → ทองได้แรงเสริม
🇺🇸 JOLTS Job Openings (22:00)
• วัดความตึงตลาดแรงงาน
• ถ้าออก “ต่ำกว่าคาด” → หนุน Fed ลดดอกเบี้ย = บวกทอง
• ถ้า “สูงกว่าคาด” → กดดันทอง
⸻
✅ พุธ 10 ธ.ค.
🇨🇳 CPI / PPI จีน
• ถ้าเงินเฟ้อต่ำ → สะท้อนเศรษฐกิจชะลอ → หนุน Safe Haven = บวกทอง
🇪🇺 Lagarde Speaks (ECB)
• ถ้า ECB Dovish → ยูโรอ่อน ดอลลาร์แข็งเล็กน้อย → ทองอาจผันผวน
🇺🇸 Employment Cost Index (20:30)
• วัดแรงกดดันเงินเฟ้อจากค่าแรง
• ถ้าสูงกว่าคาด → ลบต่อทอง
• ถ้าต่ำกว่าคาด → บวกต่อทอง
🇨🇦 BOC Rate + Press Conference
• ถ้าคง + โทน Dovish → บวกต่อกลุ่มทองทางอ้อม
⸻
🚨 พฤหัส 11 ธ.ค. = วันชี้ชะตาทอง
🇺🇸 02:00 น. — Federal Funds Rate
🇺🇸 FOMC Statement + Economic Projections
🇺🇸 02:30 น. — Powell Press Conference
💥 Impact ต่อทอง = แรงที่สุดของสัปดาห์
• Dovish Cut → ทะลุ 4,265$ ลุ้น 4,300–4,380$
• Hawkish Cut → ย่อ 4,160–4,100$
• Shock Hold → เสี่ยงหลุด 4,000$
🇺🇸 Unemployment Claims (20:30)
• ถ้าคนตกงานเพิ่ม → หนุนทอง
• ถ้าคนน้อยกว่าคาด → กดดันทองระยะสั้น
⸻
✅ ศุกร์ 12 ธ.ค.
🇬🇧 GDP อังกฤษ (14:00)
• กระทบ GBP เป็นหลัก
• ถ้าดีเกินคาด → ดอลลาร์อ่อน → บวกทองเล็กน้อย
⸻
🎯 สรุปโฟกัสสัปดาห์นี้แบบสั้นที่สุด
✅ ตัวแปรหลัก = FOMC + Powell
✅ ข่าวแรงรอง = JOLTS, ECI, Unemployment Claims
✅ โครงสร้างทองยัง Bullish แต่
⚠️ ความผันผวนจะรุนแรงที่สุดคืนวันพฤหัส
⸻
🧠 สรุปมุมมอง
• ก่อน FOMC → ตลาด สับขาหลอก เก็บสภาพคล่อง
• หลัง FOMC → เลือกทางจริง
• ผ่าน 4,265$ → เปิดทาง 4,300–4,380$
• หลุด 4,100$ → เสี่ยงทดสอบ 4,000$
ทองวันนี้ยังเคลื่อนไหวด้านข้างหรือไม่?1. ภาพรวม
แท่งเทียนเมื่อวานสร้าง Doji → ตลาดลังเล ยังไม่แสดงแนวโน้มหลักชัดเจน
วันนี้หากแท่งเทียนปิดต่ำกว่าบริเวณแนวรับ → ให้ความสำคัญกับการขาย (SELL),
หากแท่งเทียนปิดเหนือบริเวณแนวต้าน → ให้ความสำคัญกับการซื้อ (BUY).
2. แนวโน้มที่คาดหวัง
ตลาดมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนไหวด้านข้างในช่วง:
4170 ⇄ 4220
กลยุทธ์: ซื้อขายตามบริเวณ – หากทะลุบริเวณใดให้ตามบริเวณนั้น (breakout).
3. บริเวณซื้อ (Buy Zones)
4180-4175
4155 -4160
🔸 SL: 100 pips
🔸 TP: 100 pips
4. บริเวณขาย (Sell Zones)
4217-4220
4230-4233
4240-4244
4260-4265
🔸 รอการตอบสนองของราคาที่ชัดเจนในบริเวณก่อนเข้าสู่คำสั่ง
5. ข้อควรระวังสำคัญ
แผนนี้ใช้ก่อนเวลาข่าว 22:00.
หากทะลุบริเวณใดให้ตามบริเวณนั้น อย่าพยายามจับจุดสูงสุดหรือต่ำสุด.
สวัสดีครับเพื่อนๆ Trader คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับราคาทองคำวันนี้?สวัสดีครับเพื่อนๆ Trader คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับราคาทองคำวันนี้?
วันนี้ตลาดจะมีข่าวเกี่ยวกับการช่วยเหลือการว่างงาน ดังนั้นผมคาดว่าช่วงการเคลื่อนไหวจะค่อนข้างแคบและสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ เพื่อนๆ ควรระมัดระวังมากขึ้นในการเข้าออเดอร์และการจัดการเงินทุน
ด้านล่างนี้คือโซนสนับสนุน – ต้านทานสำคัญที่ผมติดตามในวันนี้:
🔵 โซน BUY (สนับสนุน)
4180 – 4184
4160 – 4165
4150 – 4155
4130 – 4133
➡️ นี่คือโซนสนับสนุนที่แข็งแกร่ง – ควรเน้นการ Buy ตามช่วง Sideway
🔴 โซน SELL (ต้านทาน)
4240 – 4244
4250 – 4255
➡️ นี่คือโซนต้านทานด้านบน – เหมาะสำหรับการ Sell เมื่อราคากลับขึ้นไปที่ช่วง
👀 โซนสังเกตการณ์ใกล้ที่สุด
4217 – 4220
➡️ นี่คือโซนกำหนดทิศทาง สังเกตปฏิกิริยาราคาเพื่อกำหนดแรงต่อเนื่องหรือการปรับตัว
🎯 แนวทางการเทรดในวันนี้
สไตล์ส่วนตัว: SL10 ราคา – TP10 ราคา
เทรดในช่วง Sideway, Buy ต่ำ – Sell สูง
ทำลายโซนไหนให้เทรดโซนนั้น หลีกเลี่ยงการถือออเดอร์สวนทิศทาง
สภาพคล่องต่ำ → เทรดเบาๆ & จัดการเงินทุนอย่างเข้มงวด
⚠️ หมายเหตุ: นี่คือแผนการเทรดส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เพื่อนๆ โปรดใช้เป็นเอกสารอ้างอิง
ขอให้เพื่อนๆ มีวันที่เทรดได้อย่างราบรื่น – เข้าแล้วชนะ! 💹✨
การย้ายต่อไปของบิทคอยน์:4 กรอบเวลาที่เปิดเผยในขณะนี้รายสัปดาห์
ย้ายอย่างต่อเนื่องผ่านความต้านทานที่สำคัญในกรอบเวลานี้ที่ 105,000 ถึง 110,000 สามารถยืนยันการกลับ สำหรับตอนนี้แนวโน้มรายสัปดาห์แสดงให้เห็นถึงตลาดที่มีศักยภาพในการแก้ไขมากกว่ากา
ประจำวัน
หลังจากที่ลดลงเกือบ 5%เมื่อวานนี้บิทคอยน์ได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในวันนี้โดยมีกำไรประมาณ 6.7% ราคาอยู่ในขณะนี้เพิ่มขึ้น 55775 ที่ 992,060 ต่ำวันนี้ที่ 886,190 ตามจุ่มลึกเมื่อวานนี้เพื่อ$83,814 ค่าคอมมิชชั่นต่อการเทรด
4 ชั่วโมง
โมเมนตัมในอาร์เอสไอได้เปิดที่สูงขึ้นในแผนภูมิ 4 ชั่วโมงยกจากสภาพการขายเกินและทำลา ดัชนีตลาดหุ้นที่สำคัญ ต้านทานต่อไปอยู่รอบๆ 96,500,สวิงก่อนสูงในกรอบเวลานี้.
1 ชั่วโมง
งราคาใหญ่กลับข้างต้น 50,100 และ 200 ชั่วโมงค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ในปัจจุบันรอบ 887,500 และ 889,320 ถ้าราคาอยู่เหนือเหล่านี้แปรสภาพค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ก็สามารถส่งสัญญาณความดันซื้ออย่างต่อ
XAUUSD – แผนการเทรดสำหรับวันนี้สวัสดีเทรดเดอร์!
คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของทองคำในวันนี้?
📰 บริบทตลาด
เช้านี้ ประธานเฟดได้กล่าวสุนทรพจน์โดยไม่ได้กล่าวถึงการอัปเดตทางเศรษฐกิจใดๆ อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงมีการเคลื่อนไหวที่แก้ไขได้ แสดงให้เห็นว่าฝ่ายขายยังคงควบคุมอยู่ในขณะนี้
📌 กลยุทธ์หลักสำหรับวันนี้
🔴 ชอบการตั้งค่าขาย
หยุดขายเฉพาะเมื่อราคาทะลุ 4,246 — ระดับสำคัญที่ผู้ขายปกป้อง
พิจารณาการเข้าสู่การขายที่ระดับสูงสุดก่อนหน้า 4,265
โซนปฏิกิริยาขายเพิ่มเติมที่ควรจับตามอง: 4,227 – 4,225
🟢 ซื้อเมื่อมีการดึงกลับลึก
โซนซื้อที่เหมาะสม: 4,194 – 4,190
โซนซื้อที่ใกล้กว่า: 4,209 – 4,206
→ ซื้อเฉพาะเมื่อราคามีปฏิกิริยาที่แข็งแกร่งหรือรูปแบบการกลับตัวรอบๆ การสนับสนุน
🎯 การจัดการความเสี่ยง
หยุดขาดทุน (SL): 100 จุด
ทำกำไร (TP): 100 จุด
→ รักษาความเสี่ยงให้สม่ำเสมอตลอดเซสชัน
คุณคิดว่าทองคำจะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการขายและลดลงต่อไป
หรือจะดีดตัวจากโซนสนับสนุนสำคัญเหล่านี้และฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง?
ทองคปรับตัวขึ้นสะสมต่อเนื่อง - ฝั่งขาขึ้นคาดหวังการลดอัตราดอกเบี📊 Timeframe: H1 (Swing Trading) | 📈 XAU/USD: แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง ลุ้นทดสอบ 4,275
วันที่: 2 ธันวาคม 2568 | 14:16 น.
📌 ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน (FUNDAMENTAL OUTLOOK):
▪️ ปัจจัยหนุน (BULLISH): ความคาดหวังต่อการลดอัตราดอกเบี้ยของ FED ในเดือนธันวาคม และอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย ยังคงเป็นปัจจัยหลักหนุนราคาทองคำ
▪️ ปัจจัยกดดัน (BEARISH): ความต้องการทองคำทางกายภาพในจีนชะลอตัวลงเนื่องจากราคาสูงและภาษี ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันในระยะสั้น
▪️ สภาวะตลาด: ราคาทองคำได้ทำ Liquidity Sweep ที่ระดับ 4,193 และมีปฏิกิริยา Bullish กลับขึ้นมา ซึ่งยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาขึ้น
📌 ภาพรวมแนวโน้มทางเทคนิค H1 (TECHNICAL TREND):
▪️ โครงสร้างราคา: ราคายังคงรักษาโครงสร้างขาขึ้น (Higher Highs, Higher Lows) และกำลังสะสมพลังเพื่อทดสอบแนวต้านถัดไป
▪️ ACTION: ราคาได้ Breakout ผ่านระดับสำคัญและยืนเหนือได้ เป้าหมายระยะสั้นมุ่งหน้าสู่ 4,275 เหรียญ
▪️ SIGNALS: การเคลื่อนไหวของราคาสอดคล้องกับเส้น EMA และโซนแนวรับแนวต้าน สนับสนุนมุมมอง Buy
📌 แนวรับและแนวต้านที่ต้องติดตาม (KEY LEVELS):
* แนวต้าน (RESISTANCE):
* R1 (TARGET): 4,275 เหรียญ (เป้าหมายหลักของการปรับตัวขึ้นรอบนี้)
* R2 (EXTENSION): 4,300 เหรียญ
* R3 (MAJOR SUPPLY): 4,418 เหรียญ
* แนวรับ (SUPPORT):
* S1 (BUY ZONE): 4,185 - 4,177 เหรียญ (โซนแนวรับระยะสั้น)
* S2 (KEY DEMAND): 4,144 เหรียญ (จุดเปลี่ยนสำคัญ)
🚨 มุมมองส่วนตัว :มองว่าราคายังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้น
* คำแนะนำ: พิจารณาวางแผนสำหรับ ฝั่งซื้อ (BUY ORDER) โดยรอจังหวะย่อตัวลงมาที่โซนแนวรับ
* การบริหารความเสี่ยง: การเทรดในโซนราคาที่สูง (All-time High area) ต้องระวังแรงเทขายทำกำไร ควรคำนวณ LOT SIZE ให้เหมาะสมและตั้ง STOP LOSS ตามสัดส่วน 2-3% ของพอร์ตอย่างเคร่งครัด
แนวโน้มน้ำมัน WTI Futures (MCL) สำหรับ วันที่ 2/12/2568ราคาน้ำมัน WTI เริ่มขยับขึ้น แต่ควรรอดูสถานการณ์ก่อน
ช่วงนี้ราคาน้ำมัน WTI ขยับขึ้นมาประมาณโซน 57–60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีข่าวว่า OPEC+ จะยังไม่เพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องน้ำมันล้นตลาด ทำให้ราคาดูดีขึ้นเล็กน้อย
แต่ตลาดน้ำมันตอนนี้ยังแกว่งเยอะ เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นเต็มที่ และความตึงเครียดต่าง ๆ ยังอาจทำให้ราคาขึ้นลงได้ตลอดเวลา
กลยุทธ์ wait and see
วิเคราะห์กราฟ XAUUSD ประจำวันที่ 27/11/2568วิเคราะห์กราฟ XAUUSD ประจำวันที่ 27/11/2568
✅ 1. Trend (แนวโน้มภาพรวม)
D1 – ขาขึ้น แต่เริ่มเข้าสู่ช่วงพักตัว
โครงสร้างใหญ่ยังเป็น Higher High – Higher Low ชัดเจน
ราคาอยู่ในช่วง พักฐาน (correction) หลังจากทำจุดสูงสุดใหม่
ขาขึ้นใหญ่ยังไม่เสียทรง ตราบใดที่ราคาไม่หลุด 4,060 – 4,080
H1 – ขึ้นแบบแกว่งตัว (Bullish Correction)
โครงสร้าง H1 ยังเป็น ขาขึ้นย่อย
แต่เริ่มมีแรงขายกดหลายรอบบริเวณ 4158.99 – 4182.63
ราคาเริ่มแกว่งแคบขึ้น → บ่งบอกว่าตลาดกำลังสะสมพลัง
M15 – อารมณ์เริ่มอ่อนตัวระยะสั้น
M15 เกิดการทำ Lower High ย่อย
ราคาถูกกดลงเล็กน้อยจากโซน 4,150
อาจมีการย่อไปหาแนวรับก่อนเลือกทาง
✅ 2. Key Levels (แนวรับ – แนวต้านสำคัญ)
แนวรับ
4110.58 – 4118.30 → โซนรับแรกของ H1
4088.65 – 4097.37 → แนวรับแข็ง (HL เดิม)
4,060 – 4,080 → แนวรับใหญ่ D1 หากหลุด = เปลี่ยนโครงสร้าง
แนวต้า
4158.99 – 4182.63 → โซนขายหลักระยะสั้น
4203.04 – 4211.76 → โซนทดสอบ High เดิม
4244.90 → เป้าหมายถัดไปหากทะลุโซนด้านบน
✅ 3. Scenario (ฉากท่าที่เป็นไปได้)
📌 Scenario 1 : ขึ้นต่อ (มีโอกาสมากที่สุดตามเทรนด์ D1)
เกิดเมื่อราคา
✔ ยืนเหนือ 4,120
✔ ทะลุ 4,160 ได้
→ จะเปิดทางขึ้นไปเทส 4,185 และ 4,200
📌 Scenario 2 : ย่อก่อนขึ้น (รีเทสโซนรับ)
เกิดเมื่อราคา
✔ ย่อหลุด 4,120
→ ไปลุ้นรับถัดไป 4,085 – 4,095
โซนนี้เหมาะกับ BUY มากกว่า เพราะเป็น HL ใหญ่
📌 Scenario 3 : หลุด 4,060 = เปลี่ยนขาขึ้นเป็นไซด์เวย์ออกข้า
ถ้าหลุดระดับนี้ เทรนด์ D1 จะเสียทรง
→ ตลาดเปลี่ยนจาก Bullish → Sideway–Down
→ เน้น Sell แทน Buy
✅ 4. Game Plan (แผนการเทรด)
สำหรับสาย Buy (ตามเทรนด์ใหญ่)
แผน A – Buy เมื่อย่อ
Buy zone : 4,120 – 4,125
TP1 : 4,150
TP2 : 4,185
TP3 : 4,200
SL: ใต้ 4,110
แผน B – Buy Breakout
Buy เมื่อทะลุ 4,160 แบบแท่งปิด
TP1 : 4,185
TP2 : 4,200
SL: 4,140
สำหรับสาย Sell (เก็งสั้นสวนเทรนด์)
แผน C – Sell โซนต้าน
Sell zone : 4,150 – 4,160
TP : 4,125
SL: 4,170
แผน D – Sell ถ้าหลุดโครงสร้าง
Sell เมื่อหลุด 4,085
TP1 : 4,060
TP2 : 4,040
SL : 4,110
🎯 สรุปภาพรวมวันนี้ 27/11/2568
เทรนด์ใหญ่: ขาขึ้น (ยังแข็งแรง)
เทรนด์กลาง: ขึ้นแบบแกว่งตัว (พักตัว)
เทรนด์เล็ก: เริ่มย่อเพื่อสะสมแรง
โซนชี้ชะตา: 4,120 / 4,160
เหมาะกับการเล่นตามเทรนด์มากกว่า → รอราคา “ย่อเพื่อขึ้น” หรือ “Break 4,160”
#เป็นแนวความคิดเห็นส่วนตัว
#ไม่ได้เป็นการแนะนำการลงทุน
#การลงทุนมีความเสี่ยงควรระวัง
กลับมาแล้วครับผม!! แผนประจำวันพุธ พฤศจิกายน(สัปดาห์สุดท้าย)🪷 แผนปัจจุบัน😚
ขณะนี้ให้มอง สวิงเทรด
🛡 มีแนวรับ 4111.43
🎯 มีแนวต้าน 4,155.93
------------------------------------------------
ผมมองว่า แนวต้าน 4,155.93 อาจสัมพันธ์กับการเบรก เทรนไลน์ สีฟ้า ซึ่งจะมีเป้าหมายต่อไปบริเวณ 4,202.23 - 4230.84 กล่องเขียวดังรูป
------------------------------------------------
🪷 แผน SELL
📌 เมื่อหลุดแนวรับ 4,111.43 ให้หาจังหวะ THROWBACK
TP 1 🎯 4,058.32 (เส้นสีส้ม)
TP2 🎯 4,035.67 - 4,031.79 (กรอบราคาสีเหลือง)
------------------------------------------------
🪷 แผน BUY
เมื่อหลุดกรอบ สวิงเทรด
ENTRY 📌 4058.32 (เส้นสีส้ม)
ENTRY 📌 4,035.67 - 4,031.79 (บริเวณกล่องเหลือง)
TP1 🎯 4,058.32
TP2 🎯 ต้องรอดูว่ากลับมายืนบนเทรนไลน์สีฟ้าได้ไหมแล้วค่อยหา






















