ถอยลงมาวันนี้มองเป็นจังหวะเก็บเพิ่มได้ครับSET:SCC SCC ถอยลงมาวันนี้มองเป็นจังหวะเก็บเพิ่มได้ครับ
-แนวโน้มผลประกอบการ (Q4/68 และ Q1/69)
ไตรมาส 4/68 (แย่สุด): คาดว่าจะรายงาน "ขาดทุนสุทธิ" ประมาณ 2,547 ล้านบาท (ขาดทุนเพิ่มขึ้นทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน)
สาเหตุลบ: โดนกดดันจาก "ผลขาดทุนสต็อกสินค้า" และ "การตั้งด้อยค่าสินทรัพย์"
กำไรหลัก: หากตัดรายการพิเศษออก คาดว่ายังมีกำไรหลักจากการดำเนินงานราว 352 ล้านบาท (พลิกมีกำไรจากปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน)
ไตรมาส 1/69 (เริ่มฟื้นตัว): คาดว่ากำไรหลักจะ "เพิ่มขึ้น" ทั้งเทียบกับปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อน (QoQ)
ปัจจัยหนุน: ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างฟื้นตัวตามฤดูกาลและโครงการภาครัฐ รวมถึงส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่เริ่มดีขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
- เจาะลึกรายธุรกิจ
ปิโตรเคมี: ผ่านจุดแย่สุดแล้ว คาดว่าส่วนต่างราคา (Spread) จะเริ่มขยายตัวตั้งแต่ Q1/69 และอุปสงค์จะฟื้นตัวชัดเจนใน Q2/69 ตามเศรษฐกิจโลก
ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง: Q1/69 จะดีขึ้นจากอุปสงค์ในไทยและอาเซียน รวมถึงราคาขายที่สูงขึ้น
บรรจุภัณฑ์ (SCGP): Q4/68 ทำได้ดีขึ้น แต่ Q1/69 อาจแผ่วลงเล็กน้อยเพราะมีแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงงานเยื่อและกระดาษ
สรุปสั้นๆ: ข่าวร้ายเรื่องงบ Q4/68 รับรู้ไปในราคาหุ้นแล้ว ให้มองข้ามไปที่การฟื้นตัวในปี 2569 โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้างที่จะเป็นพระเอกในการดึงกำไรกลับมาครับ
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันที่ 12 ม1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
โครงสร้างระยะสั้น: ขาขึ้นหลังจากเกิดการเบรกเอาท์
ราคาทะลุ เส้นแนวโน้มขาลง → ฝั่งขายสูญเสียการควบคุมตลาด
การเคลื่อนไหวปัจจุบันเป็น คลื่นขาขึ้น (impulse) และตลาดกำลังรอ การย่อตัวเพื่อสร้าง higher low
2️⃣ โซนแนวรับสำคัญ
4,550 – 4,548
แนวรับใกล้ที่สุด (โซนรีเทสต์หลังเบรกเอาท์)
หากโซนนี้ยังรับอยู่ → แนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่
4,515 – 4,513
โซนแนวรับแข็งแกร่ง
เป็นจุดบรรจบของ:
แนวต้านเก่า → กลายเป็นแนวรับใหม่
เส้นแนวโน้มขาขึ้น
EMA และโครงสร้างราคา
👉 นี่คือ โซน Buy ที่ดีที่สุด
หากโซนนี้ถูกทะลุ → โครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นจะถูกทำลาย
3️⃣ แนวต้าน
4,640 – 4,642
แนวต้านหลัก
Fibonacci Extension 2.618
โซนอุปทาน (Supply Zone)
👉 เป็น เป้าหมายหลักของคลื่นขาขึ้นนี้
4️⃣ ฉากทัศน์ราคา
ฉากทัศน์ขาขึ้น (หลัก)
ราคาย่อตัวลงมาที่ 4,550 → 4,515
แนวรับยังอยู่
สร้าง Higher Low
→ จากนั้นราคาจะปรับตัวขึ้นต่อไปยัง 4,640
ฉากทัศน์ขาลง (โครงสร้างพัง)
ราคาปิดต่ำกว่า 4,515 อย่างชัดเจน
→ แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นถูกทำลาย
→ ราคามีโอกาสลงไปที่ 4,480 – 4,440
📈 แผนการเทรด
BUY GOLD: 4,513 – 4,515
Stop Loss: 4,503
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
SELL GOLD: 4,640 – 4,642
Stop Loss: 4,650
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
อาหารสดใหม่ กำไรต่อหุ้นสดใหม่: FRPT สร้างความประหลาดใจให้กับวอลลRedoubling เป็นโครงการวิจัยของฉันเองบน TradingView ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบคำถามต่อไปนี้: ฉันจะใช้เวลานานแค่ไหนในการเพิ่มเงินทุนเป็นสองเท่า? แต่ละบทความจะเน้นไปที่บริษัทต่างๆ ที่ฉันจะพยายามเพิ่มเข้าไปในพอร์ตโฟลิโอจำลองของฉัน ฉันจะใช้ราคาปิดของแท่งเทียนรายวันสุดท้ายในวันที่บทความเผยแพร่เป็นราคาซื้อจำกัดเริ่มต้น ผมจะตัดสินใจทุกอย่างโดยยึดหลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก นอกจากนี้ ผมจะไม่ใช้เลเวอเรจในการคำนวณ แต่ผมจะลดเงินทุนลงตามจำนวนค่าคอมมิชชั่น (0.1% ต่อการซื้อขาย) และภาษี (ภาษีกำไรจากส่วนต่างราคา 20% และภาษีเงินปันผล 25%) หากต้องการทราบราคาหุ้นปัจจุบันของบริษัท เพียงคลิกปุ่มเล่นบนกราฟ แต่โปรดใช้ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น โปรดทราบว่านี่ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน
ต่อไปนี้เป็นภาพรวมบริษัทโดยละเอียดและเป็นระบบสำหรับ NASDAQ:FRPT (Freshpet, Inc.) โดยอิงจากสถานะทางการเงิน:
1. ขอบเขตการดำเนินงานหลัก Freshpet, Inc. เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการผลิตและจำหน่ายอาหารและขนมสดแช่เย็นสำหรับสุนัขและแมว ธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมการพัฒนา การผลิต และการจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุดภายใต้แบรนด์ของตนเอง โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายแบบแช่เย็นที่เป็นกรรมสิทธิ์ในร้านขายของชำ ร้านค้าเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง และช่องทางการค้าปลีกอื่นๆ ทั่วอเมริกาเหนือและยุโรป
2. รูปแบบธุรกิจ Freshpet สร้างรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงโดยตรงให้กับพันธมิตรค้าปลีก ซึ่งรวมถึงเครือร้านขายของชำ ร้านขายสัตว์เลี้ยง ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านค้าแบบคลับ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ รูปแบบธุรกิจของบริษัทคือ B2B2C กล่าวคือ บริษัทผลิตสินค้าและจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีก ซึ่งร้านค้าปลีกจะนำไปขายต่อให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง บริษัทเน้นย้ำถึงความภักดีต่อแบรนด์และการซื้อซ้ำผ่านผลิตภัณฑ์อาหารสดคุณภาพสูง ซึ่งต้องเก็บรักษาในตู้เย็นและมีราคาสูงกว่าอาหารสัตว์เลี้ยงแบบแห้งหรือกระป๋องทั่วไป
3. ผลิตภัณฑ์หรือบริการหลัก ผลิตภัณฑ์หลักของ Freshpet ได้แก่ อาหารสุนัขแช่เย็น อาหารแมว และขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ต่างๆ วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Freshpet โดยมีผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพิ่มเติม เช่น DogNation และ Dog Joy ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการออกแบบโดยใช้เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้สด ปราศจากสารกันบูดหรือสารปรุงแต่งสังเคราะห์ และจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ เช่น อาหารสำเร็จรูป ขนมปัง และภาชนะบรรจุ
4. ประเทศสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ บริษัทดำเนินธุรกิจหลักในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งมีสาขาค้าปลีกมากที่สุด นอกจากนี้ยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในยุโรป ซึ่งเป็นการขยายฐานธุรกิจออกไปนอกทวีปอเมริกาเหนือ การวางจำหน่ายสินค้าครอบคลุมหลายช่องทาง รวมถึงร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านค้าสมาชิก ร้านขายของชำ และร้านขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
5. คู่แข่งหลัก คู่แข่งสำคัญมาจากทั้งอาหารสัตว์เลี้ยงแบบดั้งเดิมและแบรนด์อาหารสด/ธรรมชาติ:
Blue Buffalo (General Mills) และ Hill's Pet Nutrition (Colgate‑Palmolive) ในอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม
แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงสด/ธรรมชาติขนาดเล็ก เช่น The Farmer's Dog, Ollie และ Nom Nom ซึ่งมักขายตรงถึงผู้บริโภค
บริษัทอาหารขนาดใหญ่ เช่น Vital Farms, Utz Brands, Lamb Weston เป็นต้น ดำเนินงานในภาคส่วนอาหารสำหรับผู้บริโภคที่กว้างกว่า แต่มีการแข่งขันทับซ้อนกันในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์เฉพาะ
6. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อการเติบโตของกำไร ปัจจัยภายนอก:
แนวโน้มผู้บริโภคที่แข็งแกร่งในการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว และอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูง ซึ่งสนับสนุนความต้องการตัวเลือกที่สดใหม่และดีต่อสุขภาพ
การเพิ่มขึ้นของการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือ
แนวโน้มเหล่านี้สร้างโอกาสให้ Freshpet เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและขยายการจำหน่ายปลีก
ปัจจัยภายใน: การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์แช่เย็นที่เป็นเอกลักษณ์และความภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งแตกต่างจากอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไป
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ค้าปลีกและหน่วยจัดจำหน่ายแช่เย็นที่เป็นกรรมสิทธิ์ ช่วยเพิ่มการมองเห็นผลิตภัณฑ์และกระตุ้นการซื้อซ้ำ
การขยายการดำเนินงานและการตลาดที่มุ่งเน้นกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ใส่ใจสุขภาพ ช่วยให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดที่มีอยู่และตลาดใหม่
7. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลให้กำไรลดลง ปัจจัยภายนอก: แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค โดยงบประมาณครัวเรือนที่รัดกุมขึ้นอาจส่งผลให้การซื้อสินค้าพรีเมียมลดลง
การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทอาหารรายใหญ่ที่เข้ามาในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสด เช่น General Mills ขยายผลิตภัณฑ์ Blue Buffalo ไปสู่ผลิตภัณฑ์สดใหม่
ปัจจัยภายใน:
การพึ่งพาโลจิสติกส์แบบแช่เย็นเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อนเมื่อเทียบกับอาหารสัตว์เลี้ยงที่เก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้อง
การเติบโตที่ช้าลงในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ (เช่น อาหารแมว) อาจจำกัดการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป
8. ความมั่นคงของการบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา:
ทีมผู้บริหารของ Freshpet นำโดยซีอีโอ Billy Cyr ซึ่งเพิ่งมีบทบาทในคณะกรรมการและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของภาวะผู้นำที่มุ่งเน้นในการดำเนินกลยุทธ์การเติบโต
ผลกระทบต่อกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร:
ความต่อเนื่องในการบริหารจัดการได้สนับสนุนให้มีการมุ่งเน้นอย่างสม่ำเสมอไปที่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม โครงสร้างพื้นฐานการจัดจำหน่ายแบบแช่เย็น และการขยายแบรนด์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวและเสริมสร้างตำแหน่งทางการตลาดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
จากการวิเคราะห์สภาพธุรกิจ พบว่ากำไรต่อหุ้นในปัจจุบันเติบโตสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ท่ามกลางการเติบโตของรายได้ในระยะยาวที่มั่นคง ขณะที่ตัวชี้วัดด้านผลการดำเนินงานและความมั่นคงทางการเงิน เช่น อัตราการหมุนเวียนลูกหนี้การค้า และอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ ก็อยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งยืนยันถึงการบริหารจัดการด้านการดำเนินงานที่มีคุณภาพสูงและโครงสร้างงบดุลที่แข็งแกร่ง กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงินทุนได้รับการประเมินว่ามีความเสถียร ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถที่สมดุลของบริษัทในการสร้างและจัดสรรเงินทุน ในบรรดาตัวชี้วัดที่มีลำดับความสำคัญปานกลาง การเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาวของผลตอบแทนจากเงินทุนและอัตรากำไรขั้นต้นสนับสนุนภาพรวมของความสามารถในการทำกำไรที่มั่นคง การเติบโตที่เกิดขึ้นในอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นถึงการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น และค่าที่แข็งแกร่งสำหรับเงื่อนไขการชำระเงินซัพพลายเออร์ อัตราส่วนสินค้าคงคลังต่อรายได้ และสภาพคล่องในปัจจุบันยืนยันถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่เชื่อถือได้ ในขณะเดียวกัน การขาดความคืบหน้าในอัตราส่วนความครอบคลุมดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยจำกัดเพียงอย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงการประเมินในเชิงบวกโดยรวม ด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E ratio) ที่ 27 ซึ่งถือว่ายอมรับได้ การประเมินมูลค่าในปัจจุบันจึงดูสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตที่ค่อนข้างคงที่ ยังไม่มีข่าวสำคัญใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพของธุรกิจหรือนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการล้มละลาย เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์การกระจายความเสี่ยงที่ 20 และส่วนเบี่ยงเบนของราคาหุ้นปัจจุบันจากมูลค่าเฉลี่ยต่อปีที่มากกว่า 4 EPS จึงตัดสินใจลงทุน 5% ของเงินทุนในบริษัทนี้ที่ราคาปิดของแท่งเทียนรายวันล่าสุด ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางที่สมดุลและรอบคอบในการลงทุนภายในพอร์ตโฟลิโอที่มีการกระจายความเสี่ยง
NFP จะช่วยเติมเชื้อเพลิงให้ราคาทองคำพุ่งต่อหรือไม่?วันนี้เวลา 20:30 น. รายงาน NFP ของเดือนธันวาคมจะถูกประกาศออกมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยให้ตลาดกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินต่อไปของ Fed
ปัจจุบัน ราคาทองคำยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง เหลือเพียงประมาณ 1.5% จากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ หากรายงาน NFP วันนี้ส่งสัญญาณอ่อนแอ นี่อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งให้ทองคำเข้าใกล้หรือสร้างจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำกำลังอยู่ในช่องขาขึ้นระยะสั้น ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นต่อไป พร้อมกันนี้ มีการสร้างรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น ซึ่งสามารถถือเป็นปัจจัยสนับสนุนการทะลุขึ้นหากราคาขยับขึ้นเหนือรูปแบบนี้
ในทางกลับกัน ในกรณีที่ NFP ออกมามีความแข็งแกร่ง หากทองคำหลุดลงต่ำกว่าช่องขาขึ้นที่ระดับราคาประมาณ 4,440 USD/oz ผู้ขายจะมีโอกาสกลับมาครอบงำตลาด เปิดทางให้เกิดการปรับฐานลึกไปยังแนวรับสำคัญ เช่น 4,340 USD/oz
ทองคำนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว... รอระเบิดฟอร์มคืนนี้กับข่าว NFP!ราคาทองคำ ยังคงทรงตัวรักษาระดับเหนือ 4,400 เหรียญได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะเจอแรงกดดันจากดอลลาร์ที่เริ่มฟื้นตัวกลับมา
.
เกิดอะไรขึ้นก่อนข่าวใหญ่คืนนี้? มาสรุปกันครับ 👇
.
🌍 1. ปัจจัยพื้นฐาน: ดอลลาร์ฟื้น... กดดันทอง!
ช่วงนี้ "พี่ดอล" (USD) เริ่มกลับมามีแรงฮึดครับ สาเหตุหลักมาจาก:
🔸 ตัวเลขแรงงานดูดี: ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าการเลิกจ้างชะลอตัวลง และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน (Jobless Claims) ออกมาดีกว่าที่คาด
🔸 Trade Deficit ลดลง: ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ แคบลง ช่วยหนุนความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์
👉 ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทองคำถูกจำกัดเพดานการขึ้น (Upside Limited) ในช่วงสั้นๆ เพื่อรอความชัดเจนจากตัวเลขการจ้างงาน (NFP) คืนนี้ครับ
.
📊 2. มุมมองทางเทคนิค (Technical Focus):
กราฟแสดงการฟื้นตัวกลับขึ้นมา (Recover) แต่ยังติดๆ ขัดๆ อยู่ในกรอบสะสมแรง โดยมีโซนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษดังนี้:
.
🚧 โซนแนวต้าน (Resistance & Supply):
จุดที่ต้องระวัง คือบริเวณ 4,518 - 4,520 เหรียญ หากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบแล้วไม่ผ่าน มีโอกาสสูงที่จะถูกตบกลับลงมา (Rejection) ตามลูกศรในภาพที่ชี้ลงหาแนวรับ
.
🛡️ โซนแนวรับ (Support & Demand):
ฐานที่มั่นสำคัญคือ 4,400 - 4,398 เหรียญ ตราบใดที่ยังยืนเหนือโซนนี้ได้ แรงซื้อ (Buying Pressure) ยังคงเลี้ยงตัวอยู่ครับ
.
💡 สรุปกลยุทธ์ก่อนข่าว (Strategy):
ตลาดกำลังรอเลือกทางจาก NFP คืนนี้...
✅ มุมมอง: หากราคาขึ้นไปชนต้าน 4,518-4,520 แล้วเกิดสัญญาณกลับตัว มองเป็นโอกาสในการ "ดักขาย" (Sell on Rise) เพื่อเล่นรอบย่อตัว
✅ ข้อควรระวัง: คืนนี้ข่าวแรง! บริหารความเสี่ยง (MM) ให้ดี อย่าลืมเผื่อ Stop Loss ไว้กันพลาดด้วยนะครับ
.
ขอให้เพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกท่านโชคดี พอร์ตฟ้าสดใสรับสุดสัปดาห์ครับ! 💙
.
------------------------------------------------
ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำก่อนการประกาศข้อมูลสินค้าเกษตรที่ไม่ใช1️⃣ แนวโน้ม / เส้นแนวโน้ม
แนวโน้มระยะสั้น: การเคลื่อนไหวแบบ Sideways – แนวโน้มขาลงภายในรูปสามเหลี่ยมที่แคบลง
ราคาถูกบีบระหว่างเส้นแนวโน้มขาลงด้านบน (แรงขาย) และเส้นแนวโน้มขาขึ้นด้านล่าง (แนวรับอ่อนตัวลง)
โครงสร้างปัจจุบัน: การดีดตัวทางเทคนิค แต่ราคายังไม่ทะลุเส้นแนวโน้มขาลง ⇒ ยังไม่มีการยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น
2️⃣ แนวต้าน
4520 – 4525: แนวต้านที่แข็งแกร่ง
การรวมกัน: จุดสูงสุดก่อนหน้า + ระดับ Fibonacci retracement 1.618 + เส้นแนวโน้มขาลง
ควรขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหากราคามีแนวโน้มขาลง
3️⃣ แนวรับ
4395 – 4400: โซนแนวรับสำคัญ
การรวมกัน: จุดต่ำสุดของช่วงราคา + โซนความต้องการ
หากทะลุลงต่ำกว่าบริเวณนี้อย่างชัดเจน ⇒ มีความเสี่ยงที่จะเกิดการทะลุแนวต้าน ราคาอาจลดลงต่อไป
สถานการณ์ที่ 4
ลำดับความสำคัญ: ซื้อขายเมื่อเกิดการทะลุแนวรับ/แนวต้าน
สถานการณ์ขาขึ้น: ทะลุแนวรับ/แนวต้านและปิดเหนือเส้นแนวโน้มขาลงและเหนือ 4525 ⇒ ปูทางสู่การเติบโตต่อไป
สถานการณ์ขาลง: ทะลุแนวรับ/แนวต้านและปิดต่ำกว่า 4395 ⇒ ยืนยันการต่อเนื่องของแนวโน้มขาลง; ควรมีสัญญาณขายที่สอดคล้องกับแนวโน้ม
👉 ตลาดอยู่ในช่วงการตัดสินใจ – หลีกเลี่ยง FOMO และรอการยืนยันที่ชัดเจนที่ขอบเขตของตลาด
แผนการซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4398 – 4400
จุดตัดขาดทุน: 4388
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
ขายทองคำ: 4523 – 4525
จุดตัดขาดทุน: 4533
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
EUR/USD อ่อนค่าต่ำกว่า 1.1700 ท่ามกลางตลาดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง### EUR/USD เคลื่อนไหวในกรอบจำกัดต่ำกว่า 1.1700 ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง
คู่เงิน EUR/USD ยังคงเผชิญแรงกดดันและไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน โดยเคลื่อนไหวใกล้กรอบล่างของช่วงการซื้อขายประจำสัปดาห์ ต่ำกว่าระดับ 1.1700 ในวันพฤหัสบดี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากท่าทีระมัดระวังของตลาด ส่งผลให้ EUR/USD ไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้ ก่อนการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจระดับกลางของสหรัฐฯ
---
### มุมมองทางเทคนิคของ EUR/USD
จากกราฟราย 4 ชั่วโมง EUR/USD ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1.1681 โดยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) ระยะ 20 ช่วงเวลา ปรับตัวลดลงและอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA ระยะ 50 และ 100 ช่วงเวลา สะท้อนถึงแรงกดดันฝั่งขาลงที่ยังคงเด่นชัด ขณะเดียวกัน เส้น SMA ระยะ 50 ช่วงเวลามีทิศทางลดลง ส่วนเส้น SMA ระยะ 100 ช่วงเวลาเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัว โดยราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น
ทั้งนี้ EUR/USD เคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้น SMA ระยะ 200 ช่วงเวลาเพียงเล็กน้อยที่ระดับ 1.1680 ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับเชิงพลวัตในระยะใกล้ ดัชนี Relative Strength Index (RSI) อยู่ที่ระดับ 40 ต่ำกว่าระดับกึ่งกลาง สะท้อนถึงโมเมนตัมที่อ่อนแรง และจำกัดโอกาสในการฟื้นตัวของราคา
เมื่อวัดจากจุดต่ำสุดที่ 1.1503 ถึงจุดสูงสุดที่ 1.1800 ระดับ Fibonacci retracement 50% ที่ 1.1650 และ 61.8% ที่ 1.1615 จะเป็นแนวรับถัดไป หากระดับ 1.1680 ไม่สามารถยืนได้ ในฝั่งแนวต้าน ระดับแรกอยู่ที่บริเวณ 1.1690–1.1700 ซึ่งเป็นทั้งระดับ Fibonacci 38.2% และระดับจิตวิทยา ก่อนจะไปพบแนวต้านถัดไปที่ 1.1730–1.1740 ซึ่งสอดคล้องกับระดับ Fibonacci 23.6% รวมถึงเส้น SMA ระยะ 50 และ 100 ช่วงเวลา
---
### ปัจจัยพื้นฐาน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวังในช่วงกลางสัปดาห์ ส่งผลให้ EUR/USD ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
สถาบัน Institute for Supply Management (ISM) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (Services PMI) ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.4 ในเดือนธันวาคม จาก 52.6 ในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการที่ดำเนินต่อเนื่องและมีอัตราเร่งที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ดัชนีการจ้างงานในแบบสำรวจเดียวกันยังปรับขึ้นสู่ระดับ 52 หลังจากอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัว ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน
ในช่วงหลังของวัน สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) จะประกาศข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) รายสัปดาห์ หากตัวเลขออกมาที่ระดับ 200,000 หรือต่ำกว่า อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันให้ EUR/USD ปรับตัวลงต่อ อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขออกมาสูงกว่า 220,000 อาจส่งผลในทางตรงกันข้ามต่อทิศทางของคู่เงินนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนจำนวนมากอาจเลือกชะลอการเปิดสถานะขนาดใหญ่ เพื่อรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในวันถัดไป
โดยรวมแล้ว EUR/USD อาจเผชิญความยากลำบากในการทรงตัว หากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังคงอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดย ณ เวลาที่รายงาน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในช่วงประมาณ 0.2%–0.3%
WHAUP ท่านใดที่ชอบเล่นปันผลและเล่นตรีม DATA CENTER มองเป็นตัวที่SET:WHAUP 1. บทบาทของ WHAUP ในระบบนิเวศ Data Center
WHAUP ไม่ได้สร้าง Data Center เองโดยตรง แต่เป็น "ผู้ส่งกำลังบำรุง" หลักให้กับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เข้ามาตั้งฐานในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA (เช่น Google, Microsoft และ AWS) ผ่าน 2 ธุรกิจหลัก:
ธุรกิจน้ำ (Utilities): Data Center ต้องการระบบหล่อเย็นที่ใช้น้ำมหาศาล (ประมาณ 50-100 ลบ.ม./ไร่/วัน สูงกว่าโรงงานทั่วไปหลายเท่า) WHAUP จึงได้ประโยชน์เต็มๆ จากการขายน้ำพรีเมียมและน้ำรีไซเคิล
ธุรกิจไฟฟ้า (Energy): ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการพลังงานสะอาด 100% (Renewable Energy) ซึ่ง WHAUP กำลังรุกหนักในเรื่อง Direct PPA (การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง) และโซลาร์รูฟท็อป
2. ข่าวการลงทุนและแผนงานปี 2025 - 2026
งบลงทุน 5 ปี (2025-2029): บริษัทประกาศแผนลงทุนมูลค่า 2.9 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับกลุ่ม New S-Curve โดยเฉพาะ Data Center
การตั้ง CEO คนใหม่: เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 คุณอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO โดยมีภารกิจหลักคือการนำนวัตกรรม AI และพลังงานสะอาดมาตอบโจทย์ลูกค้า Data Center
รายได้เสริมจาก "Excessive Charge": ตั้งแต่ปี 2025 บริษัทเริ่มรับรู้รายได้ค่าใช้น้ำส่วนเกินจากกลุ่มลูกค้า Data Center ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และคาดว่าจะเห็นปริมาณการใช้น้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง ปลายปี 2026 เมื่อโครงการต่างๆ เริ่มเปิดดำเนินการ (COD)
ราคาทองคำจะเป็นเท่าไรก่อนที่จะมีการประกาศข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเ1️⃣ เส้นแนวโน้ม
แนวโน้มระยะสั้นหลัก: ขาลง
ราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขาลงด้านบน → แรงขายยังคงมีอยู่
โครงสร้างปัจจุบัน: การปรับตัวขึ้นทางเทคนิคภายในแนวโน้มขาลง ยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน
เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นด้านล่างกำลังถูกคุกคาม → ความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้นหากแนวรับสำคัญถูกทะลุ
2️⃣ แนวต้าน
4,520 – 4,522:
แนวต้านที่แข็งแกร่งมาก เกิดจากการบรรจบกันของ:
ระดับฟิโบนาชี่
เส้นแนวโน้มขาลง
โซนอุปทานก่อนหน้า
👉 ลำดับความสำคัญ: มองหาสัญญาณขายเมื่อราคาเข้าใกล้โซนนี้
👉 ซื้อเฉพาะเมื่อราคาbreakทะลุขึ้นและปิดด้วยการยืนยัน
3️⃣ แนวรับ
4,400 – 4,402:
แนวรับสำคัญ จุดบรรจบของ:
แนวรับเส้นแนวโน้ม
โซนอุปสงค์
EMA / โครงสร้างราคา
👉 หากราคาหลุดต่ำกว่าโซนนี้ จะเป็นการยืนยันการทะลุโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น เปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวลงลึกกว่าเดิม
📈 แผนการซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4,400 – 4,402
จุดตัดขาดทุน: 4,390
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip (4450)
ขายทองคำ: 4,520 – 4,522
จุดตัดขาดทุน: 4,530
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip (4,470)
ผู้ซื้อยังคงใช้ประโยชน์จากสถานะที่ได้เปรียบของตนอย่างต่อเนื่อง1️⃣ เส้นแนวโน้ม
แนวโน้มระยะสั้น: การปรับตัวขึ้นเล็กน้อยภายในแนวโน้มขาลงที่ใหญ่กว่า
ราคาถูกจำกัดโดยเส้นแนวโน้มขาลง → โซนตัดสินใจสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป
โครงสร้างปัจจุบัน: จุดต่ำสุดที่สูงขึ้นในระยะสั้น แต่ราคายังไม่ทะลุเส้นแนวโน้มขาลง ⇒ ยังไม่มีการยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มระยะกลาง
2️⃣ แนวต้าน
4,520 – 4,522: แนวต้านที่แข็งแกร่ง
จุดบรรจบ: เส้นแนวโน้มขาลง + โซนแนวต้านก่อนหน้า + ระดับฟิโบนาชี่
ความคาดหวัง: แรงขายที่แข็งแกร่ง / โอกาสสูงที่จะถูกปฏิเสธ
3️⃣ แนวรับ
4,435 – 4,440: แนวรับระยะสั้น
บทบาท: รักษาโครงสร้างการปรับฐานขาขึ้นระยะสั้น
4,400 – 4,405: แนวรับสำคัญ
จุดบรรจบ: โซนอุปสงค์ + จุดต่ำสุดเชิงโครงสร้าง + EMA
→ โซนสำคัญที่กำหนดว่าการเคลื่อนไหวปรับฐานขาขึ้นจะคงอยู่ได้หรือไม่
4️⃣ สถานการณ์หลัก
แนวโน้มขาย: ให้ความสำคัญกับการขายที่ 4,520 – 4,522 เมื่อมีสัญญาณการปฏิเสธราคาที่ชัดเจน
แนวโน้มซื้อ: พิจารณาซื้อเฉพาะเมื่อราคาอยู่เหนือ 4,400 – 4,435 และยืนยันการกลับตัวระยะสั้น
👉 ขณะนี้ตลาดอยู่ใน “โซนตัดสินใจ” — รอการยืนยัน หลีกเลี่ยง FOMO (กลัวพลาดโอกาส)
แผนการซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4,437 – 4,435
จุดตัดขาดทุน: 4,425
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
ขายทองคำ: 4,520 – 4,522
จุดตัดขาดทุน: 4,532
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
ความไม่มั่นคงทางการเมือง ทองคำมีโอกาสกลับไปที่ ATH เดิมหรือไม่?ความไม่มั่นคงทางการเมือง: ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาถูกจับ – ทองคำมีโอกาสกลับไปที่ ATH เดิมหรือไม่?
1️⃣ บริบทตลาด
โครงสร้างหลักยังคงเป็น ขาขึ้น
ราคากำลังอยู่ในช่วง ปรับฐานระยะสั้น
บริเวณ 4300 เป็นแนวรับสำคัญ
RSI แสดงการสมดุลของแรงซื้อ–ขาย ขาขึ้นยังดูดซับแรงขายได้ดี
2️⃣ ปัจจัยข่าว
ข่าวภูมิรัฐศาสตร์: เวเนซุเอลาถูกสหรัฐโจมตี และประธานาธิบดีถูกจับกุม
คาดการณ์ว่าอาจเกิด gap และการปรับขึ้นของราคาทอง
ข่าวโดยรวมยัง สนับสนุนทิศทางบวกของทองคำ
3️⃣ ฉากทัศน์หลัก
ให้ความสำคัญกับกรณีที่ราคา ยืนเหนือ 4300
แนวสำคัญระหว่างวัน:
แนวรับ: 4300–431X, 4270–4275
แนวต้าน: 4370–4375, 4402–4404
4️⃣ กลยุทธ์
เน้นเทรดตามเทรนด์ พร้อมรับมือการย่อตัวตื้น
เฝ้าดูปฏิกิริยาราคาแถว 4300 และ 437X
รอการยืนยันจาก price action เสมอ
5️⃣ ข้อควรระวัง
หาก 4300 หลุด อาจลงลึกถึง 427X, 425X หรือ 417X
ตลาดผันผวนสูง → บริหารความเสี่ยงสำคัญที่สุด
ทองคำเดินหน้าขาขึ้นเต็มตัว ลุ้นทะลุ 4,500 รับข่าว FED📊 MARKET ANALYSIS: วันที่: 6 มกราคม 2568 | 12:50 น.
📌 ปัจจัยพื้นฐานขับเคลื่อนตลาด (FUNDAMENTAL DRIVERS):
▪️ FED ส่งสัญญาณผ่อนคลาย (DOVISH STANCE): รายงานการประชุม FOMC ล่าสุดระบุว่าผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่สนับสนุนการ "ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม" หากเงินเฟ้อยังคงชะลอตัว ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำ
▪️ จับตาตัวเลขจ้างงาน (NFP FOCUS): ตลาดกำลังรอตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (US Non-Farm Payrolls) ในวันศุกร์นี้
* *คาดการณ์:* การจ้างงานเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดลงเหลือ 4.5%
* *ความเสี่ยง:* หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาด อาจหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าและจำกัดการขึ้นของทองคำในระยะสั้น
📌 มุมมองทางเทคนิค H1 (TECHNICAL OUTLOOK):
▪️ โครงสร้างราคา (STRUCTURE): กราฟ H1 แสดงรูปแบบ Bullish Dow Pattern ที่สมบูรณ์ โดยราคายยก Low และทำ High ใหม่ต่อเนื่อง (Higher Highs, Higher Lows)
▪️ แนวโน้ม (TREND): ราคากำลังไต่ระดับขึ้นตามเส้นแนวโน้ม (Uptrend Channel) โดยมีเป้าหมายทดสอบโซนจิตวิทยาเหนือระดับ 4,500 เหรียญ ขึ้นไป
💡 กรอบราคาที่น่าสนใจ (KEY LEVELS TO WATCH):
* โซนแนวต้านสำคัญ (RESISTANCE): บริเวณ 4,545 - 4,547 เหรียญ เป็นจุดวัดใจสำคัญที่อาจมีแรงเทขายทำกำไรออกมาทดสอบ
* โซนแนวรับสำคัญ (SUPPORT): บริเวณ 4,400 เหรียญ ทำหน้าที่เป็นฐานแนวรับหลัก หากมีการย่อตัวลงมา (Dip)
📝 บทสรุป:
ทิศทางหลักยังคงเป็นขาขึ้น (Upward Trend) อย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายถัดไปที่การยืนเหนือ 4,500 ให้ได้ แนะนำให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อความผันผวนของราคา
ปัจจุบันราคาทองคำกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง1️⃣ เส้นแนวโน้ม
แนวโน้มระยะสั้น: การปรับตัวขึ้นในทิศทางขาขึ้นภายในแนวโน้มขาลงที่ใหญ่กว่า
มีหลายวิธีในการดำเนินการตามเมนู → และตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงสร้างยังคงเหมือนเดิม
กลางดึก มีสถานที่มากมายให้ไปเที่ยวในประเทศนี้ → และมีสถานที่มากมายให้ไปเที่ยว
2️⃣ แนวรับ
4400 – 4402
ถึงเวลาที่จะกลับบ้านแล้ว
การรวมกัน: โซนอุปสงค์ + ระดับ Fibonacci 0.5–0.618 + EMA
→ พื้นที่ของคุณมีสถานที่มากมายให้ไปเที่ยว
ในช่วง 4400 ปีที่ผ่านมา: โครงสร้างขาขึ้นกำลังมีผล
3️⃣ แนวต้าน
4515 – 4517
โซนนี้เป็นแนวต้าน
การรวมกัน: ระดับ Fibonacci 1.618 + โซนอุปทานก่อนหน้า
→ ให้ความสำคัญกับปฏิกิริยาการขาย หลีกเลี่ยงการซื้อที่เกิดจาก FOMO (ความกลัวที่จะพลาดโอกาส)
4️⃣ ระดับฟิโบนาชี่
การดีดตัวขึ้นมีดังนี้:
1.0 → ทะลุเส้นแนวโน้ม
เป้าหมายต่อไป: 1.618 (4515)
การทะลุขึ้นอย่างชัดเจนเหนือ 1.618 เท่านั้นที่จะทำให้เกิดสถานการณ์ขาขึ้นที่สูงขึ้นในประเทศ
📌 กลยุทธ์การซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4402 – 4400
จุดตัดขาดทุน: 4390
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
ขายทองคำ: 4515 – 4517
จุดตัดขาดทุน: 4527
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
คุณจะได้รับผลลัพธ์ได้อย่างไร?1️⃣ เส้นแนวโน้ม
การคาดการณ์: แนวโน้มขาลง หากต้องการรักษาระดับนี้ สามารถเลือกเมนู → รักษาระดับหลัก (Maintenance Dominant)
โครงสร้าง: การปรับตัวลงทางเทคนิคที่อ่อนแอ สร้างจุดสูงสุดที่ต่ำกว่า → ยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน
2️⃣ แนวต้าน
4445 – 4447: ระดับแนวต้าน ระดับ Fibonacci 0.618 + 0.618 + 0.618 จุด → มีเงื่อนไขที่เหมาะสมในการรักษาระดับนี้
3️⃣ แนวรับ
4396 – 4394: แนวรับระยะสั้น + โซนการทะลุแนวต้านก่อนหน้า + การสัมผัสเส้นแนวโน้มล่าง
4333 – 4331: แนวรับสำคัญ + โซนช่องว่าง + การสัมผัสเส้นแนวโน้มล่าง
4️⃣ สถานการณ์
ความสำคัญ: มีหลายเหตุผลที่ทำให้การรักษาระดับนี้เป็นเรื่องยาก
ซื้อ: ซื้อเฉพาะเมื่อเจอระดับแนวรับที่แข็งแกร่ง โดยปราศจากความกลัวที่จะพลาดโอกาส (FOMO)
แผนการซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4333 – 4331
จุดตัดขาดทุน: 4321
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 จุด
ขายทองคำ: 4445 – 4447
จุดตัดขาดทุน: 4457
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 จุด
แรงเทขายกดดันต่อเนื่อง: จับตาทิศทางพักฐานต่ำกว่า 4,300🔥 สรุปแนวโน้มทองคำรับปีใหม่ (5-9 ม.ค. 2568) | XAUUSD ฟื้นตัวแรงแตะ $4,400 รับข่าวสงคราม!
.
เปิดศักราชใหม่ปี 2026 ตลาดทองคำกลับมาคึกคักอีกครั้งครับ! หลังจากสัปดาห์ก่อนราคาร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดที่ $4,274 ล่าสุดดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างร้อนแรงกว่า 1.75% ขึ้นมาทดสอบโซนจิตวิทยา $4,400 เป็นที่เรียบร้อย
.
อะไรคือปัจจัยเบื้องหลังการพุ่งขึ้นครั้งนี้? และสัปดาห์นี้เราต้องระวังอะไรบ้าง? มาสรุปกันครับ 👇
.
🌍 1. ปัจจัยพื้นฐาน: ไฟสงครามปะทุระลอกใหม่
ราคาทองคำได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เต็มๆ จาก 2 ประเด็นหลัก:
🔸 รัสเซีย-ยูเครน: สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น หลังมีเหตุโดรนโจมตีที่พำนักของปูติน ทำให้รัสเซียทบทวนท่าทีการเจรจาสันติภาพ
🔸 ตะวันออกกลาง: ท่าทีที่แข็งกร้าวของ ปธน. ทรัมป์ ต่ออิหร่าน สร้างความกังวลให้ตลาด
🔸 ดอกเบี้ยขาลง: ความหวังที่สหรัฐฯ จะลดดอกเบี้ยยังคงเป็นลมใต้ปีกช่วยพยุงราคา
.
📊 2. มุมมองทางเทคนิค (Timeframe H3)
กราฟสัปดาห์นี้แสดงให้เห็น Momentum ขาขึ้นที่กลับมา แต่ต้องระวัง "แรงเทขายทำกำไร" (Profit Taking) ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีเมื่อราคาชนแนวต้านสำคัญ
.
🛑 โซนอันตราย (แนวต้าน):
ราคาขึ้นมาชนต้านแรกที่ 4,405 เหรียญ ซึ่งเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว หากผ่านไม่ได้ มีโอกาสย่อตัวสะสมแรง
.
📉 กรอบราคาที่ต้องจับตา:
Resistance (ต้าน): 4,405 เหรียญ / 4,453 - 4,456 เหรียญ
Support (รับ): 4,274 เหรียญ / 4,237 เหรียญ
.
💡 กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้
"The winner is the one who sticks with the market the longest - ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่ในตลาดได้นานที่สุด"
.
📌 แผนการเทรด:
เน้นดูปฏิกิริยาที่โซน 4,405 เหรียญ หากไม่ผ่าน มองย่อตัวลงหาแนวรับ แต่หากยืนเหนือได้ ลุ้นไปต่อที่ 4,456 เหรียญ
⚠️ Stop losss: หากเข้า Sell ควรยอมแพ้เมื่อยืนเหนือ 4,415 เหรียญ ☠️
💸 Take Profit: เก็บกำไรระยะสั้นโซน 4,300 - 4,274 เหรียญ
.
บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการระดมทุน... ขอให้พี่ๆ นักเทรดทุกท่านพอร์ตเขียวรับปีใหม่นะครับ! 💚
.
------------------------------------------------
Chumtrades XAUUSD | 427x sweep: จบแล้วหรือยังมีการเขย่าเพิ่ม?การลงมาที่ 427x ผมมองว่าเป็นการ กวาดสภาพคล่องเพื่อทำจังหวะ BUY แล้วขึ้นต่อ ไม่ใช่การกลับตัวเป็นขาลง
คำถามคือ: กวาดจบแล้วหรือยัง หรือจะ กวาดลงอีกรอบแล้วค่อยขึ้น
ผมยังคาดหวังว่าจะกวาดลงอีกครั้งไปที่ 425x และอาจลึกถึง 416x ซึ่งเป็นโซนที่เหมาะสำหรับ buy swing มาก
อีกทางหนึ่ง ถ้ากวาดจบแล้ว ผมจะรอให้ราคาย่อลงมาที่ 431x แล้วค่อยหาโอกาส BUY
Bias: ยังเน้น BUY ตามเทรนด์หลัก รอซื้อโซนราคาต่ำ
🔻 โซนแนวรับ
4307 – 4300 (แนวรับใกล้ จุดหลักที่ต้องเฝ้าดู)
4260 – 4255 – 4250 (แนวรับกลาง)
4178 – 4168 (แนวรับลึก demand แข็งแรง)
🔺 โซนแนวต้าน
4404 – 4413
4445 – 4465
4500 (ATH)
🔄 แผนสัปดาห์ / รายวัน
วันนี้มีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนที่ในกรอบ (sideways)
กรอบที่คาด:
ล่าง: 4300
บน: 4413
👉 กลยุทธ์: ดูปฏิกิริยาราคาที่แนวรับ โดยเฉพาะ 4300 และต่ำกว่า
ราคาทองคำจะยังคงลดลงต่อไปในช่วงต้นปีใหม่หรือไม่?1️⃣ เส้นแนวโน้ม
แนวโน้มระยะสั้นหลัก: ขาลง
→ หากต้องการสร้างความผันผวนในช่วงฤดูร้อน คุณสามารถสร้างเมนูซื้อขายระหว่างกลาง EMA ได้
โครงสร้าง: การดีดตัวทางเทคนิคที่อ่อนแอหลังจากการลดลงอย่างรุนแรง → เกิดจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าเดิมแล้ว เงื่อนไขไม่เพียงพอสำหรับการกลับตัว
คำแนะนำ: ขายตามทิศทางของแนวโน้ม ซื้อเฉพาะในกรณีที่ตอบสนองต่อระดับแนวรับที่แข็งแกร่ง
2️⃣ Fibonacci
0.618: ~ 4.350 – 4.352 → ตรงกับระดับแนวรับ
1.0: ~ 4.376 – 4.378 → แนวต้านที่แข็งแกร่ง การบรรจบกันของโซนอุปทาน + EMA + เส้นแนวโน้มขาลง
➡️ จนกว่าราคาจะทะลุผ่าน 1.0–0.618 แนวโน้มขาลงยังคงมีผลอยู่
3️⃣ แนวต้าน
4,350–4,352: ต้านทานต่อปัญหา
4,428–4,430: แนวต้านแข็งแกร่ง (Fibonacci 1.618 + โซนการกระจายตัวก่อนหน้า)
→ บริเวณที่เหมาะสมคือจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมสำหรับเพื่อนและครอบครัวของคุณ
4️⃣ แนวรับ
4,304–4,306: แนวรับระยะสั้น (จุดต่ำสุดล่าสุด)
4,273–4,275: แนวรับแข็งแกร่ง จุดต่ำสุดเชิงโครงสร้าง – การหลุดโซนนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการทะลุขึ้นอย่างต่อเนื่อง
📈 แผนการซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4,273 – 4,275
จุดตัดขาดทุน: 4,265
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 จุด
ขายทองคำ: 4,428 – 4,430
จุดตัดขาดทุน: 4,440
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 จุด
📍 แนวโน้มขาลงยังคงอยู่ — เน้นการขายเมื่อราคาขึ้น และซื้อเฉพาะเมื่อราคาตอบสนองต่อระดับแนวรับสำคัญ
ราคาทองคำในวันสุดท้ายของปีคือเท่าไร?1️⃣ เส้นแนวโน้ม
มุมมองระยะกลาง: แนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่ (ราคายังไม่ทะลุเส้นแนวโน้มขาขึ้นหลัก)
มุมมองระยะสั้น: การปรับตัวลงเล็กน้อย หากคุณเป็นนักลงทุน คุณจะสามารถทำกำไรได้ตามที่ต้องการและสามารถทำซ้ำได้
โปรดทราบ: การเคลื่อนไหวแบบ Sideways/ขาลงภายในรูปแบบลิ่ม/สามเหลี่ยมแบบบรรจบกัน ช่วงแคบ → คาดว่าจะมีการทะลุขึ้น
2️⃣ แนวต้าน
4.425 – 4.427: แนวต้านที่แข็งแกร่ง (ระดับ Fibonacci convergence 0.5 + 0.618 + การทะลุขึ้นภายในแนวโน้ม)
4.452 – 4.454: แนวต้านต่อจุดสูงสุด (โซนการกระจายตัวก่อนหน้า)
3️⃣ แนวรับ
4.300 – 4.302: แนวรับระยะสั้น (จุดต่ำสุดระยะสั้นภายในรูปแบบลิ่ม)
4,275 – 4,277: แนวรับที่แข็งแกร่ง (เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง + โซนอุปสงค์)
4️⃣ สถานการณ์หลัก
ลำดับความสำคัญ: หลังจาก 4,425 – 4,427 ปี จำนวนผู้เข้าร่วมจะอยู่ที่ 4,425 – 4,427
ซื้อเฉพาะเมื่อ: เมื่อคุณเห็นการทะลุแนวต้านด้วยแท่งเทียน และสร้างแท่งเทียนที่ 4,425 ให้แน่ใจว่าคุณพร้อมสำหรับการทะลุแนวต้านนั้น
ความเสี่ยง: การทะลุลงต่ำกว่า 4,300 จะเพิ่มโอกาสในการทดสอบระดับ 4,270–4,280
📌 กลยุทธ์การซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4300–4302
จุดตัดขาดทุน: 4390
จุดทำกำไร: 100–300–500 pip
ขายทองคำ: 4425–4427
จุดตัดขาดทุน: 4435
จุดทำกำไร: 100–300–500 pip
ราคาทองคำจะยังคงปรับตัวลงต่อไปในสองวันสุดท้ายของปีหรือไม่?1️⃣ เส้นแนวโน้ม
แนวโน้มระยะกลาง: ขาขึ้น แต่มีการปรับฐานอย่างรวดเร็วในระยะสั้น
ราคาได้ทะลุเส้นแนวโน้มขาขึ้นและปิดต่ำกว่า EMA ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงขายที่เด่นชัดในระยะสั้น
โครงสร้างปัจจุบัน: การปรับฐานทางเทคนิคภายในแนวโน้มขาลงระยะสั้น
2️⃣ แนวต้าน
4,413 – 4,415: แนวต้านที่แข็งแกร่ง (การรวมกันของเส้นแนวโน้มที่ถูกทะลุและโซนแนวรับก่อนหน้า)
3️⃣ แนวรับ
4,300 – 4,303: โซนแนวรับที่สำคัญ จุดต่ำสุดของการปรับตัวล่าสุด
หากทะลุลงต่ำกว่าบริเวณนี้อย่างชัดเจน → ความเสี่ยงขาลงยังคงอยู่
4️⃣ สถานการณ์การซื้อขาย
ควรให้ความสำคัญกับการขายเมื่อราคาปรับตัวลงมาที่ 4,413 – 4,415 โดยรอสัญญาณยืนยัน
การซื้อจะทำได้ก็ต่อเมื่อราคาอยู่เหนือ 4,300 และสร้างรูปแบบการกลับตัวที่ชัดเจน
ซื้อทองคำ: 4,300 – 4,302
จุดตัดขาดทุน: 4,292
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
ขายทองคำ: 4,413 – 4,415
จุดตัดขาดทุน: 4,423
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
ราคาทองคำจะปรับตัวลงก่อนที่จะพุ่งขึ้นต่อไปหรือไม่? 29/12/20251️⃣ แนวโน้ม/เส้นแนวโน้ม
ตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในโลก
ในบริเวณนี้ มีหลายจุดที่ราคาอาจลดลง → ในบางบริเวณ มีหลายจุดที่ราคาอาจขึ้นไป
เส้นแนวโน้มล่าง: แนวรับแบบไดนามิก → โซนตัดสินใจสำคัญที่กำหนดว่าโครงสร้างขาขึ้นจะคงอยู่หรือถูกทะลุ
2️⃣ แนวต้าน
4550 – 4552: แนวต้านที่แข็งแกร่ง การบรรจบกันของจุดสูงสุดก่อนหน้า + เส้นแนวโน้มบน
4570 – 4572: แนวต้านที่แข็งแกร่ง จำเป็นต้องมีการทะลุอย่างชัดเจนเพื่อให้แนวโน้มขาขึ้นดำเนินต่อไป
3️⃣ แนวรับ
4492 – 4490: แนวรับเป็นจุดที่ดีที่จะไป
4430 – 4432: ระดับแนวรับสำคัญ การบรรจบกันของจุดต่ำสุดของช่อง + โซนอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง → การเสียพื้นที่นี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น
สถานการณ์ที่ 4
ราคาทรงตัวอยู่เหนือเส้นแนวโน้มล่าง → สัญญาณซื้อเป็นที่ต้องการ โดยสอดคล้องกับแนวโน้ม
ราคาดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจาก 4.55x → อาจมีการปรับฐานลงไปที่ 4.43x ก่อนที่จะตัดสินใจทิศทางต่อไป
แผนการซื้อขาย
ซื้อทองคำ: 4430 – 4432
จุดตัดขาดทุน: 4420
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
ขายทองคำ: 4570 – 4572
จุดตัดขาดทุน: 4582
จุดทำกำไร: 100 – 300 – 500 pip
Count Down 2026! ทองย่อตัวหลุด Pivot $4,522 พักฐานหรือไปต่อ? 🚨Count Down 2026! 🎉 ทองย่อตัวหลุด Pivot $4,522 พักฐานหรือไปต่อ?
.
📈 Chart Analysis:
.
เปิดตลาดเช้าวันจันทร์สุดท้ายของปี 2025 ทองคำดูเหมือนจะเริ่ม "หมดแรงข้าวต้ม" ลงมาวิ่งปรับฐาน (Correction) อยู่ที่ระดับ $4512 ซึ่งต่ำกว่าเส้น Daily Pivot ที่ $4522 เล็กน้อย ภาพรวมตลาดตอนนี้ถูกกดดันจากแรงเทขายทำกำไร (Profit Taking) ก่อนปิดงบสิ้นปี หลังจากที่ราคาขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดบริเวณ $4,560 เมื่อสัปดาห์ก่อน ประกอบกับตารางตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) ช่วง 4 ทุ่ม ทำให้กราฟวิ่งตามเทคนิคและกระแสเงินทุนเป็นหลัก
.
ในมุมมองทางเทคนิค Timeframe ย่อยอย่าง H1 และ M15 เริ่มเสียทรงขาขึ้นระยะสั้น (Change of Character) ราคามีการทำ Lower High และมุดลงมาเล่นใต้เส้น Pivot การที่ราคาหลุด $4,522 ลงมาแบบนี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าวันนี้ฝั่ง "ย่อตัว" หรือ Side-way Down อาจได้เปรียบในช่วงเช้า-บ่าย โดยมีแนวรับสำคัญด่านต่อไปที่ S1 ($4,494) ซึ่งเป็นฐานราคาเก่าที่แข็งแกร่ง
.
อย่างไรก็ตาม ภาพใหญ่รายวัน (D1) ยังคงเป็น Super Bullish ที่ชัดเจนมาก การย่อตัวลงมานี้ยังถือเป็นเรื่องปกติของการพักฐานเพื่อไปต่อ (Healthy Correction) โดยมีกองทุน SPDR เป็น Back-up ใหญ่ที่ยังกอดทองคำไว้แน่นกว่า 1,071 ตัน ไม่มีการขายออกมาแม้แต่น้อย ดังนั้นกลยุทธ์สำหรับวันนี้คือการ "รอช้อนซื้อ" (Buy on Dip) เมื่อราคาลงมาทดสอบแนวรับ $4,494 หรือรอให้กราฟดีดกลับไปยืนเหนือ Pivot $4,522 ให้ได้ก่อน ค่อย Follow Buy ตามน้ำเพื่อความปลอดภัยจากความผันผวนของตลาดช่วงสิ้นปี
___________________________
🔔 วิเคราะห์ราคาทองคำ
Gold Analysis ( 29 ธันวาคม 2568): หลุด Pivot มองย่อ! รอรับ 4494! 🐻
.
📊 Key Levels (แนวรับ-แนวต้านสำคัญ)
🔴Resistance 3 : 4626.79
🔴Resistance 2 : 4588.47
🔴Resistance 1 : 4560.84
🔰Daily Pivot = 4522.51
🔵Support 1 : 4494.88
🔵Support 2 : 4456.56
🔵Support 3 : 4428.93
.
🔔 บทวิเคราะห์ราคาทองคำ
ตลาดทองคำเช้านี้อยู่ในโหมด "Bearish Correction" (พักฐานขาลงระยะสั้น) ราคาปัจจุบัน $4512 เคลื่อนไหวใต้ Pivot
.
ข่าวบวก (หนุนทอง - ทำไมถึงขึ้น?): 🐂
1. Technical Breakdown: ราคายืนเหนือ Pivot ($4522) ไม่ไหว ไหลลงมาทำ Lower Low ใน Timeframe เล็ก
.
2. Year-End Profit Taking: แรงขายทำกำไรก่อนปิดปี เพื่อลดความเสี่ยงช่วงวันหยุดยาว
.
ข่าวลบ (กดดันทอง - ปัจจัยเสี่ยง/เฝ้าระวัง): 🐻
1. Strong Uptrend D1: ภาพรวมรายวันยังเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่งมาก การย่อนี้เป็นเพียงการพักตัว
.
2. SPDR Holding: กองทุนไม่ขายของออกมาเลย ยอดสะสมเดือนนี้บวกไปกว่า +25 ตัน
.
🔥ข่าวที่ต้องจับตา (คืนนี้): 📅
> 22:00 USD Pending Home Sales m/m: ยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย (คาดว่าจะส่งผลเล็กน้อย)
> 22:30 USD Crude Oil: สต็อกน้ำมันดิบ
.
Trend Analysis (Dow Theory + EMA200)
.
✅ D1: แท่งเทียนเริ่มมีแรงขายกดลงมา แต่ยังยืนเหนือ EMA เส้นหลักได้สบายๆ → ขาขึ้น (พักตัว) ⚠️
✅ H4: เริ่มเห็นสัญญาณ Divergence และการย่อตัวลงหาเส้นค่าเฉลี่ย → พักฐาน (Correction) 📉
✅ H1: ราคาอยู่ใต้ Pivot และทำโครงสร้างขาลงระยะสั้น (Lower High) → เด้ง Sell สั้นๆ (Intraday) 📉
✅ M15/M30: วิ่งในกรอบขาลง (Down Channel) ย่อยๆ รอทดสอบแนวรับล่าง → Scalping Sell 📉
.
✅ SPDR GOLD Share Update ✅
🔔 กองทุน SPDR ซื้อขายทอง +0.00 ตัน
💭 รายงานการถือครองทองคำแท่งของกองทุน SPDR Gold Share 29 ธันวาคม 2568
💭 ทองคำแท่งรวมในคลัง SPDR ล่าสุด: 1,071.13 ตัน
💭 ยอดสะสมเดือนธันวาคม 2568: +25.70 ตัน
.
.
📌 ห้ามพลาด Insight วิเคราะห์เชิงลึก! 📈 "RG Academy"
Chumtrades XAUUSD การย่อตัวทุกครั้งคือโอกาสในการเข้าซื้อที่ระดับการเคลื่อนไหวในเช้านี้เป็น การขายเพื่อปรับฐาน ซึ่งควรเข้าใจว่าเป็น การทำกำไรของฝั่ง BUY ไม่ใช่การกลับตัวของแนวโน้ม
โครงสร้างโดยรวม ยังคงอยู่ในกรอบเทรนด์ขาขึ้น และยังไม่เห็นสัญญาณการหลุดโครงสร้าง → มุมมองฝั่ง BUY ยังแข็งแรง โดยมองหาจังหวะเข้าซื้อในช่วงที่ราคาย่อตัวตามเทรนด์
🟢 โซนแนวรับสำคัญ
447x: แนวรับระยะสั้น (4476 – 4472 – 4470)
4450 – 4455
4430 – 4435
🔴 โซนแนวต้านสำคัญ
4548 – 4550
4560 – 4565
4599 – 4600 (แนวต้านบนสุด)
📌 หมายเหตุเพิ่มเติม
453x เป็นโซนกลางที่ควรจับตาดูปฏิกิริยาของราคาอย่างใกล้ชิด
📊 คาดการณ์ระหว่างวัน
คาดว่าราคาจะ เคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์ในกรอบเวลา H2
กรอบบน: 4549
กรอบล่าง: 4473
→ หากกรอบยังคงอยู่ สามารถ BUY บริเวณขอบล่าง และ SELL บริเวณขอบบน
⚠️ การบริหารความเสี่ยง
ขณะนี้ยังไม่มีข่าวสำคัญ ราคาเคลื่อนไหวตามปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลัก
ช่วงวันหยุด → สภาพคล่องต่ำ มีความเสี่ยงถูกไล่ Stop
ควรกำหนด Stop Loss ให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเทรดมากเกินไป
ขอให้ทุกท่านเทรดอย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ 🙏
ปีที่แล้ว ปี 2026 เป็นวันสุดท้ายของปี1️⃣ โครงสร้างแนวโน้ม
ราคาอยู่ในช่องแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง
วิดีโอช้อปปิ้งออนไลน์ การช้อปปิ้งออนไลน์
วิธีอ่าน: แนวรับแบบไดนามิก → ยังคงสนับสนุนโครงสร้างขาขึ้น
2️⃣ แนวต้าน
4613 – 4615: โซนแข็งแกร่งติดกับโซนการกระจายตัว
→ การทะลุขึ้นเหนือโซนนี้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง = ให้ศักยภาพในการปรับตัวขึ้นต่อไป
→ การดีดตัวขึ้นจากระดับนี้ = การปรับตัวขึ้นเพื่อแก้ไข
3️⃣ แนวรับ
4481 – 4479: ราคา + EMA
16:30 – 16:32 น.: แนวรับแข็งแกร่ง จุดบรรจบของจุดต่ำสุดของช่อง + โซนระมัดระวัง
การทะลุลงต่ำกว่าระดับนี้ → การทะลุแนวโน้มขาขึ้น เพิ่มความเสี่ยงของการปรับฐานที่ลึกขึ้น
4️⃣ การตรวจสอบออนไลน์
การสนับสนุนจากวิดีโอและการยืนยันทางการเงิน
การขายในระยะสั้นเป็นไปได้เฉพาะเมื่อการซื้อขายออนไลน์แข็งแกร่งเท่านั้น
📌 แนวโน้มพื้นฐานยังคงเป็นขาขึ้น แต่ราคากำลังอยู่ในช่วงผันผวน – รอให้ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนไปยังระดับแนวรับ/แนวต้านถัดไปก่อนเข้าทำการซื้อขาย
📊 แผนการซื้อขาย
ซื้อทองคำ (สแลปปิ้ง): 4479 – 4481
ขาดทุนจากการซื้อขายในเบราว์เซอร์: 4475
กำไร: 100 – 200 – 300 pip
ซื้อทองคำ: 4430 – 4432
ราคาอ้างอิง: 4420
กำไร: 100 – 300 – 500 pip
ขายทองคำ: 4613 – 4615
ขาดทุนจากการซื้อขายในเบราว์เซอร์: 4623
กำไร: 100 – 300 – 500 pip






















