USDJPY – M15 | Intraday Market BiasUSDJPY M15 shows a short-term bearish bias after a strong rejection from the upper range.
Price failed to hold above the prior structure high and broke back below intraday support.
The recent bounce looks corrective rather than impulsive.
As long as price stays below the previous breakdown zone, downside pressure remains.
Bias shifts neutral only if price can reclaim and hold above intraday resistance.
ไอเดียชุมชน
BTCUSD Daily Analysis 4/1/2026 by AlphaQuantXBINANCE:BTCUSDT ข้อมูลข่าวสาร:
มีรายงานเผยว่าเจ้ามือ Bitcoin ได้เปิด position เทรด Long มูลค่าเกือบ $800 ล้าน กระจายไปยัง Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ Solana (SOL) กลายเป็นหนึ่งในการเดิมพันขาขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในช่วงเวลานี้
ขนาดของ position ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดทันที เนื่องจากเม็ดเงินระดับนี้ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้นทั่วไป แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้างว่าราคา Bitcoin อาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหม่ โดยเฉพาะหลังแรง short ถูกล้างพอร์ตไปจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
BUY: 91355
TP : 93754
SL : 89612
เหตุผลในการเข้าเทรด:
จากกราฟแท่งเทียนในกรอบ TF 4
ราคายังคงวิ่งในกรอบไซด์เวย์ โดยขาขึ้นเริ่มมีลุ้นในกรอบเล็กๆระยะสั้น ในกรอบ H4จากกรอบแนวรับแนวต้าน จึงทำการเข้า BUY โดยเน้นรูปแบบการทำกำไรแบบ scalping ในระยะสั้นๆตามกรอบเส้นเทรนไลน์
จุดเข้า - จุดออก เป้าหมายการทำกำไร
ใช้สัญญาณการวิ่งในกรอบไซด์เวย์เป็นไปได้ที่ราคาจะสวิงในกรอบระยะสั้นๆ โดยยังมีลุ้นในขาขึ้นต่อยังคงเน้นเก็บกำไรสั้นๆ
RSI เป็นกลางในขาขึ้น ยังคงเน้นเก็บกำไรระยะสั้นแบบ Scalping รายวัน กำหนดจุดกำไร และตั้ง SL ระยะห่างไม่ไกลมากเพื่อป้องกันความเสี่ยง เน้นจบปิดกำไรรายวัน และอาจปิดเร็วขึ้น หากกำไรเป็นที่พอรับได้ โดยมีตั้งกำไร TP และตั้ง SL ไม่ไกลจากแนวรับแนวต้านเดิม ทั้งใน TF1H และ 4H และจะทำการล๊อคกำไรจาก TSL ด้วยระดับหนึ่ง
ประสบการณ์: เน้นการถืออออเดอร์โดยปิดจบรายวัน และเน้นเก็บกำไรแบบเป็นรอบสวิงเทรนไซด์เวย์ เพื่อเป็นการเพิ่มกระแสเงินสด แคชโฟร์ ในพอร์ต อาจมีการแบ่งปิดกำไรจากออเดอร์ที่กำไรในระดับหนึ่งแล้ว อาจมีการตั้ง TSL เพื่อเป็นการล๊อคกำไรได้ในอีกทางหนึ่งด้วย
เพื่อนๆคิดว่าตลาดตอนนี้ป็นขาขึ้น (Bullish)หรือขาลง (Bearish)ครับ คอมเม้นท์ด้านล่างไว้ได้เลย !!!
“หากบทวิเคราะห์นี้ดี…มีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเทรดทุกท่าน
กรุณากดติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะครับ…ขอบคุณครับผม”
การวิเคราะห์ Elliott Wave XAUUSD – สัปดาห์ที่ 2 เดือนมกราคม
1. การวิเคราะห์ Momentum
Weekly (W1)
Momentum ในกรอบเวลา Weekly (W1) กำลัง กลับตัวเป็นขาลง ดังนั้นในระยะกลาง แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาลง (Bearish)
Daily (D1)
Momentum ในกรอบเวลา Daily (D1) ขณะนี้ กำลังเตรียมกลับตัวขึ้น ซึ่งหมายความว่าในสัปดาห์นี้ มีโอกาสสูงที่จะเกิดการรีบาวด์ขึ้นในลักษณะของคลื่นปรับฐานอย่างน้อยหลายวัน
H4
Momentum H4 ยังอยู่ในทิศทางขาลง โดยสัญญาณนี้ ได้รับการยืนยันจากการปิดแท่งเทียนวันศุกร์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ตลาดปิดในช่วงสุดสัปดาห์ และมี ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (สหรัฐฯ – เวเนซุเอลา) เราจะ รอการเปิดตลาดวันจันทร์เพื่อสังเกตพฤติกรรมราคา ก่อนตัดสินใจเทรด
2. โครงสร้าง Elliott Wave
โครงสร้าง Weekly (W1)
การปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์ที่ เป็นขาลงอย่างรุนแรง
ประกอบกับ การยืนยันว่า Momentum W1 กลับตัวลง
เป็นการยืนยันเพิ่มเติมว่า คลื่น Y (สีม่วง) ของ คลื่น 4 (สีเหลือง) กำลังก่อตัว
เป้าหมายของคลื่น Y (สีม่วง):
– เป้าหมายแรก: 4072
– เป้าหมายที่สอง: 3761
โครงสร้าง Daily (D1)
การปรับตัวลงอย่างแรงจากบริเวณ 4549
อาจได้ก่อตัวเป็น คลื่น 1 หรือคลื่น A ของโครงสร้างคลื่น Y (สีม่วง)
จากการที่ Momentum D1 กำลังเตรียมกลับตัวขึ้น
จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ราคาจะเกิดการปรับฐานขึ้นในรูปแบบคลื่น 2 หรือคลื่น B ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
เงื่อนไขที่ทำให้แผนนี้ไม่ถูกต้อง:
– หาก Momentum D1 เข้าสู่โซน Overbought แล้วกลับตัวลง
– ในขณะที่ ราคาทะลุขึ้นเหนือระดับ 4549
→ โครงสร้าง Elliott Wave นี้จะ ไม่ถูกต้องอีกต่อไป และจำเป็นต้องประเมินใหม่
โครงสร้าง H4
ในกรอบเวลา H4 ผมคาดหวังการก่อตัวของ โครงสร้างปรับฐานขาขึ้นแบบ ABC (สีแดง)
– ปัจจุบันราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน โซนสภาพคล่องสูง 4317 – 4348
– บริเวณนี้ถือเป็น แนวรับที่แข็งแกร่ง
– มีความเป็นไปได้ที่ คลื่น B (สีแดง) จะสิ้นสุดในโซนดังกล่าว
หลังจากนั้น
– คลื่น C (สีแดง) มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสู่ โซนสภาพคล่องด้านบน บริเวณ 4471
– เพื่อจบโครงสร้าง ABC ก่อนที่ แนวโน้มขาลงหลักจะกลับมาอีกครั้ง
โซนแนวต้านสำคัญ:
– 4445
– Fibonacci Retracement 0.618 ของขาลงก่อนหน้า
– จุดบรรจบที่ คลื่น C (สีแดง) เท่ากับคลื่น A (สีแดง)
→ เป็น โซนแรกสำหรับมองหาจังหวะ Sell
– 4471
– ขอบเขตระหว่าง โซนสภาพคล่องสูงและต่ำ
→ เป็น โซน Sell สำรอง ในแผนการเทรด
3. แผนการเทรด
แผน Sell ที่ 1
– Sell Zone: 4444 – 4446
– Stop Loss: 4455
– TP1: 4405
– TP2: 4348
– TP3: 4072
แผน Sell ที่ 2
– Sell Zone: 4470 – 4472
– Stop Loss: 4490
– TP1: 4405
– TP2: 4348
– TP3: 4072
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้น
ไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรดของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
หุ้นที่ไล่ฝึกอ่านนั้นส่วนตัวจะไม่ทราบว่าเขาทำธุรกิจอะไรมีงบการเงินดีหรือไม่ มีปันผลกี่%เพราะส่วนตัวจะวิเคราะห์กราฟก่อนถ้าดีจะค่อยเจาะดูอีกทีว่าทำมาหากินอะไร ผู้ที่ต้องการอยากรู้ควรหาข้อมูลด้วยตนเอง
กำหนดแผนสร้างรูปแบบการเทรดของตัวเองแล้วเริ่มเดินตามแผนที่วางไว้
จะทำอะไรต้องมีรูปแบบตัวเองนะครับ อย่าเห็นแต่ภาพที่ตีไว้พอกราฟถึงแถบที่ตีปุ๊บกดปั๊บโดนลากปั๊บเลยนะจะบอกให้
ฉะนั้นแนวทางไม่ใช่จุดเข้าแนวทางใช้เพื่อเตรียมหาจุดเข้า
Gold Trading Plan – 26-12-2025Gold Trading Plan – 26-12-2025 👇👇
🔹 Trend
D1: Uptrend / H4: Uptrend / H1: Uptrend
🔹 Overview
Gold prices are in an uptrend across all timeframes. However, the current price has not yet broken above the key resistance at 4530, so chasing buy orders is not recommended as there is a chance of a short-term pullback. As long as the price does not move above 4530 (SL), there is a possibility of a decline toward the support at 4430 (TP).
However, if the price manages to hold above 4530, it will be necessary to switch the trading bias, as there would be a chance for the price to continue higher toward the next resistance above 4544.
🔹 Summary
Sell plan (can consider entering immediately or waiting for a pullback to sell)
SL: 4530
TP: 4430
RR: 2
🔹 Risk Warning
This plan reflects only the author’s personal view and is not investment advice. Please use your own judgment and apply proper risk management.
XAU/USD: ซื้อ FVG + Fibo, ขายที่ Liquidity ด้านบน◆ บริบทตลาด (M30)
ทองคำยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นด้วยการเคลื่อนไหว BOS ก่อนหน้านี้ หลังจากการดันขึ้นสู่จุดสูงสุดล่าสุด ราคากำลังปรับตัวทางเทคนิคเพื่อปรับสมดุลสภาพคล่องก่อนที่จะเลือกทิศทางถัดไป
◆ SMC & การเคลื่อนไหวของราคา
• การลดลงในปัจจุบันเป็นการดึงกลับ ยังไม่มี CHoCH ลดลงเพื่อยืนยันการกลับตัว
• โซนการฟื้นตัวตรงกับ FVG + Fibo (0.5–0.618) → พื้นที่ตอบสนองการซื้อที่มีศักยภาพ
• ด้านบนมี Liquidity $$$ (ขาย) – เป้าหมายการดึงดูดสภาพคล่องหากราคาพุ่งขึ้น
◆ ระดับสำคัญ
• FVG – Fibo ซื้อ: 4,466 – 4,461
• Liquidity ขาย: ~4,584
• แนวต้านกลาง: 4,524
• การเพิ่มขึ้นที่ไม่ถูกต้อง: H1/M30 ปิดต่ำกว่า 4,455
◆ สถานการณ์การซื้อขาย
➤ สถานการณ์ A – ซื้อการดึงกลับ (ให้ความสำคัญ)
• รอราคาฟื้นตัวที่ 4,466–4,461
• เงื่อนไข: แท่งเทียนรักษาราคา ไม่ทำลายโครงสร้าง
• เป้าหมาย: 4,524 → 4,584
• SL: ต่ำกว่า 4,455
➤ สถานการณ์ B – การทะลุและต่อเนื่อง
• หากราคายังคงอยู่เหนือโซนปัจจุบันและปิดแท่งเทียนเพิ่มขึ้น
• ตามแนวโน้ม ปิดบางส่วนที่ 4,524
➤ สถานการณ์ C – การตอบสนองการขาย (ระยะสั้น)
• เมื่อราคาสัมผัส Liquidity ~4,584
• ขายเฉพาะเมื่อมีการปฏิเสธที่ชัดเจน (wick/engulfing)
◆ สรุป
• แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น
• กลยุทธ์: ซื้อเมื่อราคาลดลง หลีกเลี่ยงการขายสวนแนวโน้มเมื่อยังไม่มี CHoCH
• โซนตัดสินใจ: 4,466–4,461 | เป้าหมาย: 4,524 → 4,584
การวิเคราะห์ Elliott Wave XAUUSD – 23/12/2025
1. โมเมนตัม (Momentum)
D1 (Daily):
โมเมนตัมในกรอบเวลา D1 ได้กลับตัวขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม การกลับตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในบริเวณ Overbought ซึ่งบ่งชี้ว่า แรงขึ้นในปัจจุบันอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว และยังคงต้องระวังความเสี่ยงของการกลับตัวในระยะกลาง
H4:
โมเมนตัม H4 กำลังอยู่ในภาวะ Compression แสดงให้เห็นว่า แนวโน้มขาขึ้นยังมีโอกาสไปต่อได้ แต่การกลับตัวของโมเมนตัมสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพียงแค่มีแท่งเทียน H4 ปิดเป็นขาลงอย่างชัดเจน ตลาดอาจเข้าสู่ ช่วงการปรับฐานที่กินเวลาหลายแท่ง H4
H1:
โมเมนตัม H1 กำลังอ่อนตัวลง ดังนั้นในระยะสั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิด การย่อตัวในกรอบเวลา H1 โดยเฉพาะหากการปรับฐานนี้ดำเนินต่อเนื่องหลายแท่ง H1 ติดต่อกัน
2. โครงสร้าง Elliott Wave
D1:
โครงสร้างคลื่นในกรอบเวลา D1 แสดงให้เห็นว่าราคาได้ ทะลุจุดสูงสุดของ Wave 3 แล้ว แม้ว่าสถานการณ์นี้จะยังไม่สามารถตัดทิ้งโครงสร้างการปรับฐานแบบ Flat ได้ทั้งหมด แต่ถือเป็น สัญญาณเตือนสำคัญ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
บริเวณ 127% ของ Wave W สีม่วง เป็นโซนเป้าหมายหลักสำหรับการเฝ้าสังเกต ตามทฤษฎี Elliott Wave หากราคาทะลุฐานของ Wave W ได้ Wave X มักจะขยายตัวไปถึงระดับ 127% ของ Wave W
หากราคาทะลุโซนนี้อย่างชัดเจน เราจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ของ แนวโน้มขาขึ้นใหม่ ที่อาจมีระยะทางไกลขึ้น และจะมีการอัปเดตแผนการวิเคราะห์อีกครั้ง
H4:
Wave 5 (สีน้ำเงิน) กำลังอยู่ในภาวะขยายตัว ในช่วงนี้ยังคงให้ความสำคัญกับ การรอสัญญาณยืนยันจากโมเมนตัม H4
หากมีแท่งเทียน H4 ปิดเป็นขาลงอย่างชัดเจน เราจะประเมินใหม่ว่า จุดสูงสุดระยะสั้นได้ก่อตัวเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง
H1:
ภายในโครงสร้างคลื่น 5 คลื่นสีแดง เรากำลังเห็นว่า Wave 5 มีลักษณะขยายตัว และภายใน Wave 5 สีแดงนี้ กำลังก่อตัวเป็นโครงสร้าง 5 คลื่นสีดำ
เมื่อ Wave 5 ขยายตัว การกำหนดเป้าหมายราคาที่แม่นยำจะทำได้ยากขึ้น ดังนั้นในช่วงนี้เราจะอ้างอิง เป้าหมาย 127% ของ Wave W สีม่วงบนกรอบเวลา D1 ซึ่งอยู่บริเวณ ราคาประมาณ 4514 เป็นโซนหลักในการเฝ้าสังเกต
หากราคาทะลุขึ้นเหนือ 4514 อย่างรุนแรง ความเป็นไปได้ของ แนวโน้มขาขึ้นใหม่ จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หากราคาขึ้นถึงโซนนี้แล้วกลับตัวลง โครงสร้าง Flat บนกรอบเวลา D1 ยังคงมีผล และเป้าหมายการปรับฐานของ Wave Y สีม่วงอาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม
3. แผนการเทรด & เป้าหมาย
บริเวณ 4514 ถือเป็น โซนเฝ้าสังเกตหลักสำหรับแผน Sell อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องเน้นย้ำว่า:
การพยายามจับจุดสูงสุดมี ความเสี่ยงสูงมาก แม้ผลตอบแทนที่เป็นไปได้จะสูง
ในภาวะที่ Wave 5 ขยายตัว การเคลื่อนไหวของราคามัก ผันผวนและไม่เป็นระเบียบ
ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงและขนาดสัญญาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
Sell Zone: 4514 – 4516
Stop Loss: 4535
Take Profit 1: 4420
Take Profit 2: 4348
XAUUSD - แนวโน้มยังคงอยู่ ตลาดกำลังปรับตัวXAUUSD ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายในกรอบราคาขาขึ้นที่ชัดเจน หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ราคาได้กลับมาทดสอบโซนความต้องการภายในกรอบราคาและตอบสนองได้ดี ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นการปรับตัวลงทางเทคนิคมากกว่าการทะลุออกจากโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้น
จุดต่ำสุดที่ตามมายังคงสูงกว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้า → แนวโน้มหลักยังไม่เปลี่ยนแปลง
ตราบใดที่ราคายังคงรักษาระดับโซนความต้องการในปัจจุบันไว้ได้ สถานการณ์ที่คาดการณ์ไว้คือการดีดตัวขึ้นตามแนวโน้ม ไปสู่ขอบบนของกรอบราคาและโซนแนวต้านข้างหน้า การทะลุออกจากช่วงราคาในกรอบแคบๆ ในปัจจุบันอย่างแข็งแกร่งจะเป็นสัญญาณยืนยันสำหรับการเคลื่อนไหวขึ้นครั้งต่อไป
สภาพคล่องที่เบาบางในช่วงปลายปีทำให้ราคามีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวตามโครงสร้างทางเทคนิคมากขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการต่อเนื่องมากกว่าการกลับตัวอย่างรุนแรง
คุณกำลังรอซื้อเมื่อราคาลดลงภายในกรอบราคา หรือรอการทะลุที่ปลอดภัยกว่าและทดสอบอีกครั้ง?
SET50 Insights: ส่องทิศทาง S50Z25 ผ่านเลนส์ Data&AI | 25 ธ.ค. 68SET50 Insights: 🔍ส่องทิศทาง S50Z25 ผ่านเลนส์ Data&AI | 25 ธ.ค. 68
🔥🔥Christmas สีเขียว! ปัจจัยบวกมาครบ เปิดโดดแน่แต่ "ท่าเดิม" สูง
SET50 Insights: 🔍ส่องทิศทาง S50Z25 ผ่านเลนส์ Data&AI | 25 ธ.ค. 68
📌 Data Checkpoints - เหตุการณ์สำคัญวันก่อน ที่ส่งผลต่อวันนี้
🟢 เทาไหม? ต่างชาติซื้อกลุ่มเดียว 1,342 ล้าน สะสมเดือนนี้แล้ว 8,600 ล้าน
🔴 แต่ปิด TFEX... พวกเขาพลิกมา Short ในรอบ 3 วันเบาๆ 4,000 สัญญา
***🟢 ยืนได้จริง! รอบนี้เทคนิคสวย หลังเมื่อวานทำยังไงก็ไม่หลุด 84x
🟢 แบบนี้ SET ชอบ... Dow Jones ปิด +200 ไม่แรงเกิน หนุน Sentiment เช้าต่อ
***🟡 บางสุด! วันนี้คาด Volume น้อยสุด จึงมีสิทธิทำเหมือน 3 วันที่ผ่านมา คือ High เช้าแล้วซึม
🟢 รอบสุดท้าย? DELTA ปิดบวกหนุนตลาด แต่ใกล้ช่วงปรับพอร์ตกองทุน
⸻⸻
📉 Outlook&Tactical Plan :
- เปิดโดดสร้าง High ของวัน แล้วทุบทันที => บอกโซนบนรอจำหน่ายของเพียบ
- แต่ดีมากที่ยืน 84x ไว้ แถมไม่ทำ Low ใหม่ใน session บ่าย
- UpTrend ชัด(กรอบเขียว) มีต้านสำคัญวงเขียว สมมุติฐานการลากขึ้นแต่ละครั้งประมาณ 1% ตรงกับแนวต้านเทรนพอดี
- กรณีเสียท่าหลุด 840 มี Gap 83x เป็นเป้า
🟢 Bullish Plan : ขาขึ้นยังได้เปรียบชัด ตราบใดยืนเหนือฐาน 840
เงื่อนไข: ปลอดภัยกว่า รอย่อแล้วไม่หลุด 841–842 Buy on pullback
🔴 Bearish Plan : โซนบนรอปล่อยของ
เงื่อนไข: ไม่ผ่าน 847–850 แล้วอ่อนแรง Short สั้นๆ แถวแนวต้าน
🟡 Sideway Plan : แกว่งรอเลือกทาง
กรอบ: 841 – 848
⚡AI Probability & Forecast : 🟢40% 🟡35% 🔴25%
⸻⸻
🎯 Key levels - โซนราคาสำคัญ
🛡️แนวรับ (Support) : 840-842 (จุดร่วม 9 Indicators)
⚔️แนวต้าน (Resistant) : 851-852 (จุดร่วม 2 Indicators)
*ดูจุดร่วมทางเทคนิคได้จากตาราง Price Distribution ในคอมเมนต์
⸻⸻
สรุป : คาดวันนี้ต่างชาติแจกของขวัญตอนเช้า ที่เหลือในประเทศเล่นกันเอง สถานการณ์จึงคล้ายเดิม คือ 30 นาทีแรกขาขึ้น จากนั้นแกว่งออกข้าง แต่ก็ไม่เห็น Factor ที่ทำให้ตลาดลงแรงได้ จึงน่าจะแกว่งออกข้างเช่นเดิม จังหวะดัก Short ที่แนวต้าน หรือย่อรับ 841-842 ยังเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ
#TFEX #S50Z25 #SET #หุ้น
ควาย: การเดินขบวนของไทยยังคงดำเนินต่อไปRedoubling เป็นโครงการวิจัยของฉันเองบน TradingView ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบคำถามต่อไปนี้: ฉันจะใช้เวลานานแค่ไหนในการเพิ่มเงินทุนเป็นสองเท่า? แต่ละบทความจะเน้นไปที่บริษัทต่างๆ ที่ฉันจะพยายามเพิ่มเข้าไปในพอร์ตโฟลิโอจำลองของฉัน ฉันจะใช้ราคาปิดของแท่งเทียนรายวันสุดท้ายในวันที่บทความเผยแพร่เป็นราคาซื้อจำกัดเริ่มต้น ผมจะตัดสินใจทุกอย่างโดยยึดหลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก นอกจากนี้ ผมจะไม่ใช้เลเวอเรจในการคำนวณ แต่ผมจะลดเงินทุนลงตามจำนวนค่าคอมมิชชั่น (0.1% ต่อการซื้อขาย) และภาษี (ภาษีกำไรจากการลงทุน 20% และภาษีเงินปันผล 25%) หากต้องการทราบราคาหุ้นปัจจุบันของบริษัท เพียงคลิกปุ่มเล่นบนกราฟ แต่โปรดใช้ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น โปรดทราบว่านี่ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน
ต่อไปนี้เป็นภาพรวมโดยละเอียดของบริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทเครื่องดื่มจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ( SET:CBG ) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านเครื่องดื่มชูกำลัง โดยเฉพาะแบรนด์คาราบาว ดัง
1. บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่าย การตลาด การขาย และการกระจายเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ การดำเนินงานครอบคลุมทั้งตลาดภายในประเทศและช่องทางการส่งออกระหว่างประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ/เครื่องดื่มไม่มีก๊าซ เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์กาแฟ (แบบสำเร็จรูปและแบบพร้อมดื่ม) และบริการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารของบุคคลที่สาม
2. รูปแบบธุรกิจ บริษัทสร้างรายได้ผ่านรูปแบบธุรกิจเครื่องดื่มแบบบูรณาการในแนวดิ่ง บริษัทนี้ผลิตเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ของตนเอง และจำหน่ายโดยตรงผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสร้างรายได้จากการจัดจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์ของตนเองและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ผ่านช่องทางการค้าปลีกและช่องทางการค้าสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงรายได้จากการขายเครื่องดื่มสำเร็จรูป บริการจัดจำหน่าย และการขายผลิตภัณฑ์ OEM/บรรจุภัณฑ์จากบริษัทในเครือ
3. ผลิตภัณฑ์หรือบริการหลัก ผลิตภัณฑ์หลักของคาราบาวคือเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวดัง ซึ่งวางจำหน่ายทั่วโลกภายใต้แบรนด์คาราบาว นอกเหนือจากเครื่องดื่มชูกำลังแล้ว บริษัทฯ ยังมีเครื่องดื่มเกลือแร่ (Carabao Sport) และเครื่องดื่มเสริมวิตามิน/สารอาหารเสริม (เช่น (Woody C+ Lock), น้ำดื่ม, กาแฟผง 3-in-1, กาแฟพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคจากบริษัทอื่นในหมวดอาหารและสินค้าที่ไม่ใช่อาหารด้วย
4. ประเทศสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ ธุรกิจของคาราบาวมีรากฐานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก (ประมาณ 15.35 พันล้านบาท จาก 20.96 พันล้านบาท ในปีงบประมาณล่าสุด) นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงกัมพูชา เมียนมาร์ ลาว และเวียดนาม) และประเทศอื่นๆ โดยส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ ไปยังประมาณ 42 ประเทศ
5. คู่แข่งหลัก คาราบาวแข่งขันกับแบรนด์เครื่องดื่มทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง คู่แข่งสำคัญ ได้แก่ M-150 ของบริษัท ออสตสปา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังชั้นนำของไทย
เครื่องดื่ม Krating Daeng ของ TC Pharmaceutical Industries ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชูกำลังต้นตำรับของไทยและเป็นต้นกำเนิดของ Red Bull
เรดบูล จีเอ็มบี (แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับโลก)
ผู้เล่นระดับนานาชาติ เช่น Monster Beverage และบริษัทเครื่องดื่มอื่นๆ ที่นำเสนอเครื่องดื่มประเภทให้พลังงาน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มพร้อมดื่ม
6. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อการเติบโตของกำไร ปัจจัยภายนอก:
ความต้องการเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก
การเจาะตลาดส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV สนับสนุนการเติบโตของรายได้หลักนอกเหนือจากประเทศไทย
ปัจจัยภายใน: การดำเนินงานแบบบูรณาการในแนวดิ่ง ซึ่งรวมถึงความสามารถในการบรรจุภัณฑ์และการจัดจำหน่าย ช่วยปรับปรุงการควบคุมต้นทุนและความยั่งยืนของอัตรากำไร
เครือข่ายการจัดจำหน่ายภายในประเทศที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั้งการค้าแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มความครอบคลุมของตลาด
การกระจายความเสี่ยงผ่านการเข้าสู่กลุ่มธุรกิจเบียร์: กลุ่มบริษัทคาราบาวลงทุนในการพัฒนาแบรนด์เบียร์ของตนเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มแหล่งรายได้อีกทางหนึ่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของบริษัท การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเจาะตลาดเบียร์ที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจช่วยลดการพึ่งพาการขายเครื่องดื่มชูกำลังของบริษัทได้ การเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มผลิตภัณฑ์เบียร์ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะการค้าปลีกโดยรวมและขยายโอกาสการเติบโตในระยะยาว
7. ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลให้กำไรลดลง ปัจจัยภายนอก:
การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับท้องถิ่นและระดับโลกที่ครองตลาดอยู่แล้ว ซึ่งสร้างแรงกดดันด้านราคาและส่วนแบ่งการตลาด
ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอะลูมิเนียมและน้ำตาล อาจส่งผลกระทบต่อกำไร
ปัจจัยภายใน:
การพึ่งพาตลาดเครื่องดื่มชูกำลังทำให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภคที่หันไปหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
ความผันผวนของกำไรที่พบในแนวโน้มผลประกอบการล่าสุดเมื่อเทียบกับบริษัทคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน
8. ความมั่นคงของการบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา:
ทีมผู้บริหารของคาราบาวกรุ๊ปยังคงมีเสถียรภาพเป็นส่วนใหญ่ โดยมีสาเธียน เซตธาสิทธ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร และมีทีมผู้บริหารชุดเดิมทั้งในด้านการเงินและการดำเนินงาน บุคคลสำคัญอื่นๆ ยังรวมถึงผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขายและฝ่ายปฏิบัติการซึ่งดำรงตำแหน่งมาหลายปี
ผลกระทบต่อกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร:
ความมั่นคงนี้ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของกลยุทธ์ระยะยาว ซึ่งรวมถึงการสร้างแบรนด์ที่สม่ำเสมอ การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และการกระจายธุรกิจไปสู่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การดำรงตำแหน่งผู้นำที่ยาวนานมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นหนึ่งเดียวและความชัดเจนเชิงกลยุทธ์
ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันกำไรต่อหุ้นไม่มีการเติบโต แต่ได้รับการชดเชยด้วยการเติบโตของรายได้รวมในระยะยาวที่คงที่ และตัวชี้วัดสำคัญที่มีความแข็งแกร่งมาก รวมถึงระยะเวลาการเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าที่ดีเยี่ยม อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ที่อยู่ในเกณฑ์ดี และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงินทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งสนับสนุนเสถียรภาพทางการเงินโดยรวม ตัวชี้วัดที่มีลำดับความสำคัญปานกลางส่วนใหญ่สนับสนุนการประเมินนี้ โดยผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ระยะเวลาการชำระหนี้และอัตราส่วนสินค้าคงคลังต่อรายได้อยู่ในระดับที่ดี ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง และอัตราส่วนสภาพคล่องปัจจุบันไม่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าล่าสุด แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงภาวะตึงเครียด ในขณะที่อัตรากำไรและอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังคงทรงตัว ด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E ratio) ที่ 15 การประเมินมูลค่าจึงถือว่ายอมรับได้และสอดคล้องกับอัตราการเติบโตและผลกำไรในปัจจุบันของบริษัท ไม่พบข่าวสำคัญใดๆ ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจหรือก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการล้มละลาย เมื่อพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์การกระจายความเสี่ยงที่ 20 และความเบี่ยงเบนของราคาหุ้นปัจจุบันจากค่าเฉลี่ยรายปีของกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่มากกว่า 4 การจัดสรร 5% ที่ราคาปิดของแท่งเทียนรายวันล่าสุด สะท้อนให้เห็นถึงการวางตำแหน่งพอร์ตโฟลิโอที่รอบคอบและระมัดระวัง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการกระจายความเสี่ยง
เงินยังไหลเข้าทองในฐานะ Safe Haven/ราคาสูง→ มีโอกาสพักตัว
🟡 ทองคำวันนี้ (24/12/2568) | XAUUSD
มุมมองส่วนตัว
📌 ภาพรวมตลาด
• แนวโน้มหลักยังเป็น ขาขึ้น (Uptrend)
• ราคาอยู่ใกล้โซนสูงสุดใหม่ มีแรงซื้อคุมตลาด
• ระยะสั้นมีโอกาส ย่อเพื่อพักตัว ก่อนขึ้นต่อ
⸻
📊 โซนสำคัญจากกราฟ
แนวต้าน (ระวังขายทำกำไร)
• 4559 – 4575
👉 โซนนี้เหมาะกับ SELL ระยะสั้น หากราคาขึ้นไม่ผ่าน
แนวรับ (โซนสะสม Buy)
• 4440 – 4450 → Buy หลัก
• 4375 – 4382 → Buy ลึก (แนวรับใหญ่)
⸻
🎯 แผนเทรด
BUY แผนหลัก
• Buy: 4440 – 4450
• TP: 4469 / 4495 / 4545
• SL: 4427
BUY แผนรอง
• Buy: 4375 – 4382
• TP: 4395 / 4409
• SL: 4365
SELL สวน (สั้นมาก)
• Sell: 4559 – 4575
• TP: 4545 / 4525
• SL: 4565
⸻
🧠 ปัจจัยข่าว (สรุปสั้น)
• เงินยังไหลเข้าทองในฐานะ Safe Haven
• ตลาดคาดหวังนโยบายการเงินผ่อนคลาย
• ช่วงปลายปีสภาพคล่องบาง → ราคาเหวี่ยงแรงกว่าปกติ
⸻
✅ สรุปสุดท้าย
• ไม่หลุด 4440 = ขาขึ้นยังไม่จบ
• เน้น Buy on Dip มากกว่าไล่ราคา
• ระวังแรงขายแรงบริเวณ 4560+
🗓 ข่าวที่ต้องติดตาม
วันนี้ 24/12/2568
🔴 🇺🇸 USD – Unemployment Claims
⏰ เวลา: 20:30 น. (เวลาไทย)
📌 ข่าวแดง กระทบตลาดโดยตรง
ตัวเลข
• Forecast: 224K
• Previous: 224K
⸻
🧠 แปลผลล่วงหน้า (ก่อนประกาศ)
• ออกต่ำกว่า 224K → USD แข็ง / ทองมีโอกาสย่อ
• ออกสูงกว่า 224K → USD อ่อน / ทองมีโอกาสพุ่ง
• ออกเท่าคาด → ตลาดนิ่ง → เล่นตามเทคนิค
⸻
🟡 ผลต่อ XAUUSD (โฟกัสทอง)
• ข่าวนี้มีผลกับ ดอลลาร์โดยตรง
• ทองจะเหวี่ยงแรงช่วง 20:30–20:45
• หลังข่าว มักเลือกทางตาม โครงสร้างเทคนิคหลัก
⸻
✅ กลยุทธ์แนะนำวันนี้
• ก่อนข่าว: ❌ อย่าเปิดไม้ใหญ่
• ช่วงข่าว: ⚠️ ระวังไส้เทียน / SL โดน
• หลังข่าว: ✔️ รอราคา “ยืน” แล้วค่อยเข้า ตามแผนที่วางไว้
⸻
วันนี้โฟกัสข่าวเดียว = Unemployment Claims 20:30
รู้ผล → ดูทิศ USD → ทองเลือกทาง
📊 แนวโน้มกองทุน & นักวิเคราะห์ (ทองคำ)
• กองทุนใหญ่ยังถือทองต่อ ไม่ได้ขายออก
• เงินยังไหลเข้าทองในฐานะ Safe Haven
• ธนาคารกลางหลายประเทศยังสะสมทอง
🧠 มุมมองนักวิเคราะห์
• แนวโน้ม กลาง–ยาว = ขาขึ้น (Bullish)
• มองว่าทองยังได้แรงหนุนจาก
▸ ความเสี่ยงเศรษฐกิจ
▸ โอกาสลดดอกเบี้ย
▸ ดอลลาร์ไม่แข็งจริง
⚠️ ระยะสั้น
• ราคาสูงแล้ว → มีโอกาสพักตัว/ย่อ
• การย่อ = จังหวะ Buy on Dip มากกว่ากลับตัวลง
XAUUSD – กรอบเวลา 1 ชั่วโมง | ระยะสะสมก่อนการขยายตัวหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะนี้ราคาทองคำกำลังทรงตัวอยู่เหนือแนวรับ 4,300-4,315 อย่างมั่นคง แสดงให้เห็นว่าแรงขายอ่อนลงและตลาดกำลังดูดซับอุปทาน โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่ โดยไม่มีสัญญาณของการทะลุแนวรับหลัก
บริเวณ 4,350-4,355 ในปัจจุบันทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญและเป็นพื้นที่ที่มีสภาพคล่องสูง การที่ราคาทรงตัวอยู่เหนือระดับแนวรับด้านล่างอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อยังคงควบคุมแนวโน้มระยะกลางอยู่
สถานการณ์ที่คาดหวัง:
→ ราคาทรงตัวอยู่ในช่วง 4,300 – 4,315
→ สะสมและทะลุแนวต้าน 4,355 อย่างชัดเจน
→ เป้าหมายต่อไป: 4,380 – 4,400
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้นต่อเนื่อง
กลยุทธ์: ให้ความสำคัญกับการซื้อในช่วงที่ราคาย่อตัวลง หรือรอการทะลุแนวต้านและทดสอบอีกครั้ง
“ทองคําพร้อมทะยานทุบสถิติสูงสุดใหม่การวิเคราะห์ทางเทคนิค
กราฟแสดง XAU/USD (ทอง/ดอลลาร์) เคลื่อนตัวในช่องขาขึ้น — มีจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ตามเส้นแนวโน้มสนับสนุน (trend-line)
ราคเพิ่งกลับมาทดสอบขอบล่างของช่อง (โซนสนับสนุน + เส้น trend) และดูเหมือนจะยืนได้ — เป็นสัญญาณขาขึ้น (retest + bounce)
มีป้าย “POI” (จุดที่น่าสนใจ) ใกล้กับจุดที่ bounce — บ่งชี้โอกาส reversal จากโซนสนับสนุน → เริ่มขาขึ้นครั้งใหม่
ทิศทางขาขึ้น กราฟชี้ให้เห็นโอกาสที่ราคาจะไปทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) — เส้นแดงแนวนอน — หมายถึงอาจทำ breakout จากโซน consolidation ปัจจุบัน
ถ้าทองทะลุแนวต้านปัจจุบันและยืนเหนือขอบบนของช่องได้ การขึ้นอาจได้รับแรงหนุนและเร่งตัวขึ้นได้
แต่ถ้าราคาไม่สามารถรักษาโซนสนับสนุนไว้ และลงต่ำกว่าเส้น trend — ก็จะทำให้กรณีขาขึ้นถูกล้มล้าง — นี่คือความเสี่ยงที่ควรจับตา
ปัจจัยพื้นฐาน / ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค
การแข็งค่าล่าสุดของทอง ถูกขับเคลื่อนโดยความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ย: ทองในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนใด ๆ จะได้เปรียบเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เพราะต้นทุนโอกาสในการถือทองลดลง
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง — มักมาพร้อมกับการลดดอกเบี้ย — ทำให้ทองถูกลงสำหรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ เพิ่มอุปสงค์
ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ทองยังคงได้รับการสนับสนุน
นักวิเคราะห์หลายรายยังคงมองในแง่บวก: ถ้าการลดดอกเบี้ยยังเดินหน้า และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังมีต่อไป — ทองอาจขึ้นไปถึง 4,500–4,950 USD/oz ภายใน 2026
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักคือ ดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นอย่างไม่คาดคิด หรือมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน (ลดดอกเบี้ยน้อยหรือขึ้นดอกเบี้ย) — สิ่งเหล่านี้อาจกดดันทอง
Gold Trading Plan – 16/12/2025Gold Trading Plan – 16/12/2025 👇👇
🔹 Trend
D1: Uptrend / H4: Uptrend / H1: Sideways
🔹 Overview
Although the D1 and H4 timeframes remain in an uptrend, the H1 timeframe has entered a sideways range. Therefore, there is a chance that the price may pull back. As long as the price does not break above the resistance at 4344 (SL), it has the potential to decline and test the support at 4280 (TP). However, the sell entry should be taken only at an advantageous level; otherwise, the Risk/Reward ratio may not be worthwhile.
🔹 Summary
Sell plan (wait to sell around 4325, approximately)
SL: 4344
TP: 4280
RR: 2.37
Do not buy under any circumstances, as the price may drop immediately.
🔹 Disclaimer
This plan reflects the author’s personal perspective only and is not investment advice. Please use your own judgment and apply proper risk management.
Finding support and resistance zones that deliver resultsวิธีหาแนวรับและแนวต้านที่ใช้งานได้จริง
ราคาไม่เคยเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง มันตีกลับจากอุปสรรคที่มองไม่เห็น หยุดชั่วคราว กลับตัว อุปสรรคเหล่านี้เรียกว่าแนวรับและแนวต้าน
ฟังดูง่าย แต่เทรดเดอร์มักจะลากเส้นในที่ที่ไม่มี หรือพลาดโซนที่แข็งแกร่งจริงๆ มาดูกันว่าจะหาระดับที่ราคาตอบสนองซ้ำแล้วซ้ำอีกได้อย่างไร
แนวรับและแนวต้านคืออะไร
ลองนึกภาพลูกบอลที่ถูกโยนในห้อง มันกระทบพื้นและเพดาน พื้นคือแนวรับ เพดานคือแนวต้าน
แนวรับทำงานจากด้านล่าง เมื่อราคาตกลงมาถึงโซนนี้ ผู้ซื้อจะเริ่มทำงาน พวกเขาคิดว่าสินทรัพย์ถูก และเริ่มซื้อ การลดลงช้าลงหรือหยุด
แนวต้านทำงานจากด้านบน ราคาเพิ่มขึ้น ถึงความสูงที่แน่นอน และผู้ขายตื่นขึ้น บางคนล็อกกำไร บางคนคิดว่าสินทรัพย์มีมูลค่าสูงเกินไป การเติบโตช้าลง
ทำไมระดับถึงได้ผล
เทรดเดอร์หลายพันคนดูกราฟเดียวกัน หลายคนเห็นจุดกลับตัวเดียวกันในอดีต
เมื่อราคาเข้าใกล้โซนนี้อีกครั้ง เทรดเดอร์จำได้ บางคนวางคำสั่งซื้อรอที่แนวรับ คนอื่นเตรียมขายที่แนวต้าน มันกลายเป็นคำทำนายที่สำเร็จด้วยตัวเอง
ยิ่งมีคนสังเกตเห็นระดับมากเท่าไหร่ มันก็แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
จะหาแนวรับและแนวต้านที่ไหน
เริ่มต้นด้วยกราฟรายสัปดาห์หรือรายวัน ย่อออกเพื่อดูประวัติหลายเดือนหรือหลายปี
มองหาสถานที่ที่ราคากลับตัวหลายครั้ง ไม่ใช่การตีกลับครั้งเดียว แต่สอง-สาม-สี่ครั้ง ยิ่งราคาตอบสนองต่อระดับบ่อยเท่าไหร่ มันก็น่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น
ดูตัวเลขกลม จิตวิทยาของเทรดเดอร์ทำให้ระดับอย่าง 100, 1000, 50 ดึงดูดความสนใจ คำสั่งรวมตัวรอบๆ เครื่องหมายเหล่านี้
มองหาจุดสูงสุดและต่ำสุดเก่า ยอดของปี 2020 สามารถกลายเป็นแนวต้านในปี 2025 จุดต่ำสุดของวิกฤตกลายเป็นแนวรับหนึ่งปีต่อมา
วาดระดับอย่างถูกต้อง
ระดับไม่ใช่เส้นบาง มันคือโซนกว้างหลายจุดหรือเปอร์เซ็นต์
ราคาไม่ค่อยตีกลับจากเครื่องหมายที่แน่นอน มันสามารถทะลุผ่านระดับสองสามจุด รวบรวมสต็อปลอสและกลับมา หรือหยุดก่อนหน้านั้นเล็กน้อย
วาดเส้นแนวนอนผ่านตัวเทียน ไม่ใช่ผ่านหาง หางแสดงการพุ่งขึ้นของอารมณ์ระยะสั้น ตัวเทียนคือที่ที่ราคาปิด ที่เทรดเดอร์ตกลงประนีประนอม
อย่าทำให้กราฟของคุณรกด้วยเส้นนับร้อย เก็บ 3-5 ระดับที่ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณวาด 20 เส้น ครึ่งหนึ่งของมันไม่ได้ผล
วิธีตรวจสอบความแข็งแกร่งของระดับ
นับการสัมผัส การตีกลับสามครั้งน่าเชื่อถือกว่าหนึ่งครั้ง การตีกลับห้าครั้ง - นั่นคือโซนที่ทรงพลัง
ดูปริมาณการซื้อขาย ถ้ามีการซื้อขายมากที่ระดับ มันยืนยันความสำคัญของมัน ปริมาณขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่ทำงานที่นี่
ให้ความสนใจกับเวลา ระดับที่ได้ผลห้าปีที่แล้วอาจสูญเสียความแข็งแกร่ง ระดับใหม่มักแข็งแกร่งกว่าระดับเก่า
เมื่อระดับแตก
การทะลุเกิดขึ้นเมื่อราคาปิดเกินระดับ ไม่ได้แค่แตะด้วยหาง แต่ปิด
หลังการทะลุ แนวรับกลายเป็นแนวต้าน และในทางกลับกัน นี่เรียกว่าการเปลี่ยนขั้ว เทรดเดอร์ที่ซื้อที่แนวรับเก่าตอนนี้นั่งขาดทุนและรอการกลับไปยังจุดเข้าเพื่อออกโดยไม่มีการสูญเสีย
การทะลุต้องได้รับการยืนยัน เทียนหนึ่งเกินระดับยังไม่ใช่การทะลุ รอให้วันปิด ตรวจสอบปริมาณ ตรวจสอบว่าราคาไม่กลับมา
การทะลุเท็จเกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้เล่นรายใหญ่เคาะสต็อปออกโดยเจตนาเพื่อรวบรวมสภาพคล่อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เทรดเดอร์วาดระดับในกรอบเวลาเล็ก กราฟห้านาทีเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน ระดับจากกราฟรายชั่วโมงหรือรายวันได้ผลดีกว่า
เทรดเดอร์เพิกเฉยต่อบริบท แนวรับในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งกว่าในแนวโน้มขาลง แนวต้านในตลาดที่ตกแตกได้ง่ายกว่า
เทรดเดอร์เข้าที่ระดับพอดี ดีกว่าที่จะรอการตีกลับและการยืนยัน ราคาสามารถทะลุผ่านระดับหลายจุด เคาะสต็อปของคุณออก แล้วกลับตัว
ระดับแนวทแยง
แนวรับและแนวต้านไม่ได้เป็นแนวนอนเท่านั้น เส้นแนวโน้มทำงานเป็นระดับแบบไดนามิก
ในแนวโน้มขาขึ้น วาดเส้นผ่านจุดต่ำสุด ราคาจะตีกลับจากเส้นนี้ขึ้นไป
ในแนวโน้มขาลง เชื่อมต่อจุดสูงสุด เส้นกลายเป็นแนวต้านแบบไดนามิก
เส้นแนวโน้มแตกเหมือนระดับแนวนอน การทะลุเส้นแนวโน้มมักบ่งบอกถึงการกลับตัวของแนวโน้ม
รวมกับเครื่องมืออื่น
ระดับไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยว ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มขึ้นเมื่อพวกมันตรงกับสัญญาณอื่น
ระดับที่ตัวเลขกลม + กลุ่มของการตีกลับในอดีต + โซนซื้อมากเกินไปบนออสซิลเลเตอร์ - นี่คือการผสมผสานที่ทรงพลังสำหรับการหาการกลับตัว
เทรดเดอร์มักเพิ่มตัวบ่งชี้ทางเทคนิคลงในกราฟของพวกเขาเพื่อช่วยยืนยันปฏิกิริยาราคาที่ระดับ สิ่งนี้ทำให้การวิเคราะห์เชื่อถือได้มากขึ้นและลดสัญญาณเท็จ
Market Seasons: When Time Beats Headlines in Tradingฤดูกาลในการเทรด: เมื่อปฏิทินสำคัญกว่าข่าว
ตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวเพียงแค่จากข่าวและเศรษฐกิจมหภาค มีรูปแบบที่ซ้ำรอยกันทุกปีในช่วงเวลาเดียวกัน เทรดเดอร์เรียกสิ่งนี้ว่าฤดูกาล และการเพิกเฉยต่อมันก็เหมือนกับการเทรดแบบปิดตา
ฤดูกาลทำงานในทุกตลาด หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน และแม้แต่คริปโทเคอเรนซี เหตุผลแตกต่างกัน: รอบภาษี สภาพอากาศ รายงานทางการเงิน จิตวิทยามวลชน แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน — การเคลื่อนไหวของราคาที่คาดเดาได้ในเดือนที่กำหนด
เอฟเฟกต์มกราคม: ปีใหม่ เงินใหม่
มกราคมมักนำการเติบโตมาสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก
กลไกเรียบง่าย ในเดือนธันวาคม นักลงทุนล็อคการขาดทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาษี พวกเขาขายสถานะที่ขาดทุนเพื่อลดหย่อนภาษี แรงกดดันจากการขายผลักราคาลง ในมกราคม หุ้นเดียวกันนี้ถูกซื้อคืน เงินกลับสู่ตลาด ราคาขึ้น
สถิติยืนยันรูปแบบนี้ ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 มกราคมแสดงผลตอบแทนเชิงบวกบ่อยกว่าเดือนอื่น ดัชนี Russell 2000 ในมกราคมเอาชนะ S&P 500 โดยเฉลี่ย 0.8% ไม่ใช่ความแตกต่างที่มาก แต่สม่ำเสมอ
มีข้อจับ เอฟเฟกต์มกราคมกำลังอ่อนแอลง คนรู้จักมันมากเกินไป ตลาดกำหนดราคารูปแบบนี้ล่วงหน้า กระจายการเคลื่อนไหวไปทั่วธันวาคมและมกราคม แต่มันไม่หายไปอย่างสมบูรณ์
ขายในเดือนพฤษภาคมและออกไป
คำพูดตลาดเก่าแก่ ขายในพฤษภาคม กลับมาในกันยายน หรือตุลาคม ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน
เดือนฤดูร้อนมักอ่อนแอกว่าสำหรับหุ้น จากพฤษภาคมถึงตุลาคม ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 2% จากพฤศจิกายนถึงเมษายน — กว่า 7% สูงกว่าเกือบสี่เท่า
มีหลายเหตุผล ปริมาณการซื้อขายลดลงในฤดูร้อน เทรดเดอร์ไปพักผ่อน นักลงทุนสถาบันลดกิจกรรม สภาพคล่องต่ำขยายความผันผวน ตลาดกลายเป็นประสาท
บวกกับจิตวิทยา ฤดูร้อนนำมาซึ่งอารมณ์ผ่อนคลาย ความสนใจต่อพอร์ตน้อยลง การซื้อน้อยลง ฤดูใบไม้ร่วงนำกิจกรรมทางธุรกิจ บริษัทเผยแพร่รายงาน นักลงทุนกลับมา เงินไหลกลับ
รูปแบบนี้ไม่ทำงานทุกปี มีข้อยกเว้น แต่ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา สถิติดื้อรั้น — เดือนฤดูหนาวทำกำไรได้มากกว่าฤดูร้อน
แรลลี่ซานตาคลอส
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมมักทำให้กระทิงยินดี ราคาขึ้นโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน
เอฟเฟกต์นี้เรียกว่าแรลลี่ซานตาคลอส ตลาดสหรัฐแสดงการเติบโตในช่วงวันเหล่านี้ 79% ของกรณีตั้งแต่ปี 1950 กำไรเฉลี่ยเล็ก ประมาณ 1.3% แต่เสถียร
มีคำอธิบายมากมาย การมองโลกในแง่ดีก่อนวันหยุด ปริมาณการซื้อขายต่ำ การซื้อจากโบนัสสิ้นปี นักลงทุนสถาบันไปพักผ่อน เทรดเดอร์รายย่อยเข้ามามีบทบาท อารมณ์เป็นเทศกาล ไม่มีใครต้องการขาย
มีสถิติที่น่าสนใจ หากไม่มีแรลลี่ซานตาคลอส ปีหน้ามักเริ่มต้นไม่ดี เทรดเดอร์รับรู้การขาดการเติบโตเป็นสัญญาณเตือน
สินค้าโภคภัณฑ์และอากาศ
ที่นี่ฤดูกาลทำงานหนักขึ้น ธรรมชาติกำหนดกฎ
พืชธัญพืชขึ้นอยู่กับการปลูกและการเก็บเกี่ยว ราคาข้าวโพดมักขึ้นในฤดูใบไม้ผลิก่อนการปลูก ความไม่แน่นอนสูง — อากาศจะเป็นอย่างไร จะปลูกเท่าไหร่ ในฤดูร้อน ความผันผวนสูงสุด ภัยแล้งหรือน้ำท่วมใดๆ เคลื่อนไหวราคา ในฤดูใบไม้ร่วงหลังการเก็บเกี่ยว อุปทานเพิ่มขึ้น ราคาลง
ก๊าซธรรมชาติเดินตามวัฏจักรอุณหภูมิ ในฤดูหนาว ความต้องการความร้อนผลักราคาขึ้น ในฤดูร้อน ความต้องการลดลง พื้นที่จัดเก็บก๊าซเต็ม ราคาลดลง สิงหาคม-กันยายนมักให้จุดต่ำสุดในท้องถิ่น ตุลาคม-พฤศจิกายน — การเติบโตก่อนฤดูทำความร้อน
น้ำมันซับซ้อนกว่า แต่รูปแบบก็มีอยู่ที่นี่ด้วย ในฤดูร้อน ความต้องการน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นในฤดูพักผ่อนและการเดินทาง ราคาน้ำมันมักแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสที่สอง ในฤดูใบไม้ร่วงหลังจากจุดสูงสุดของฤดูร้อน การปรับตัวมักตามมา
ตลาดสกุลเงินและสิ้นไตรมาส
ฟอเร็กซ์มีฤดูกาลน้อยกว่าสินค้าโภคภัณฑ์หรือหุ้น แต่รูปแบบมีอยู่
สิ้นไตรมาสนำความผันผวน บริษัทส่งกำไรกลับประเทศ กองทุนป้องกันความเสี่ยงปิดสถานะเพื่อรายงาน ปริมาณการแลกเปลี่ยนสกุลเงินพุ่งสูง ดอลลาร์มักแข็งแกร่งขึ้นในวันสุดท้ายของมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
มกราคมน่าสนใจสำหรับเยน บริษัทญี่ปุ่นเริ่มปีงบประมาณใหม่ ส่งกำไรกลับประเทศ ความต้องการเยนเติบโต USD/JPY มักลดลง
ดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์ ฤดูกาลของพวกเขาสะท้อนรูปแบบตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
คริปโทเคอเรนซี: ตลาดใหม่ รูปแบบเก่า
ตลาดคริปโตยังอ่อน แต่ฤดูกาลกำลังโผล่ออกมาแล้ว
พฤศจิกายนและธันวาคมมักขาขึ้นสำหรับบิตคอยน์ ตั้งแต่ปี 2013 เดือนเหล่านี้แสดงการเติบโต 73% ของกรณี ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 40% ในสองเดือน
กันยายนอ่อนแอตามประเพณี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บิตคอยน์ลดลงในกันยายน 8 ครั้ง การสูญเสียเฉลี่ยประมาณ 6%
คำอธิบายแตกต่างกัน รอบภาษี การปิดรายไตรมาสของกองทุนสถาบัน จุดยึดทางจิตวิทยา ตลาดยังอ่อน รูปแบบอาจเปลี่ยนแปลง แต่สถิติทำงานในตอนนี้
ทำไมฤดูกาลถึงทำงาน
สามเหตุผลหลัก
แรก — วัฏจักรสถาบัน รายงาน ภาษี โบนัส การปรับสมดุลพอร์ตใหม่ ทุกอย่างผูกกับปฏิทิน เมื่อพันล้านเคลื่อนไหวตามกำหนดการ ราคาตามเงิน
ที่สอง — จิตวิทยา คนคิดในวัฏจักร ปีใหม่ เป้าหมายใหม่ ฤดูร้อน เวลาพัก ฤดูหนาว เวลาสรุป รูปแบบเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อขาย
ที่สาม — คำพยากรณ์ที่เป็นจริงเอง เมื่อเทรดเดอร์เพียงพอเชื่อในฤดูกาล มันเริ่มทำงานด้วยตัวเอง ทุกคนซื้อในธันวาคมคาดหวังแรลลี่ — แรลลี่เกิดขึ้น
วิธีใช้ฤดูกาล
ฤดูกาลไม่ใช่กลยุทธ์ เป็นตัวกรอง
คุณไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นเพียงเพราะมกราคมมาถึง แต่ถ้าคุณมีสถานะซื้อ ลมฤดูกาลที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ถ้าคุณวางแผนจะเปิดสถานะขายในธันวาคม สถิติฤดูกาลต่อต้านคุณ — คุ้มค่าที่จะรอหรือมองหาไอเดียอื่น
ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าในดัชนีกว้าง ETF บน S&P 500 หรือ Russell 2000 ตามรูปแบบได้น่าเชื่อถือกว่าหุ้นแต่ละตัว บริษัทเดียวอาจพุ่งขึ้นหรือล่มสลายในเดือนใดก็ได้ ดัชนีคาดเดาได้มากกว่า
รวมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ถ้ามกราคมเป็นขาขึ้นในอดีต แต่กราฟแสดงการทะลุลง — เชื่อกราฟ ฤดูกาลให้ความน่าจะเป็น ไม่ใช่การรับประกัน
พิจารณาการเปลี่ยนแปลง รูปแบบอ่อนแอลงเมื่อทุกคนรู้เกี่ยวกับพวกเขา เอฟเฟกต์มกราคมวันนี้ไม่สดใสเท่า 30 ปีที่แล้ว ตลาดปรับตัว อาร์บิทราจแคบลง
กับดักฤดูกาล
ข้อผิดพลาดหลักคือการพึ่งพาเฉพาะปฏิทิน
ปี 2020 ทำลายรูปแบบฤดูกาลทั้งหมด การระบาดคว่ำตลาด สถิติในอดีตไม่ทำงาน เหตุการณ์สุดขั้วแข็งแกร่งกว่าฤดูกาล
อย่าหาค่าเฉลี่ย "โดยเฉลี่ยมกราคมเติบโต 2%" ฟังดูดี แต่ถ้า 6 ใน 10 ปีเห็นการเติบโต 8% และ 4 ปีเห็นการลดลง 10% ค่าเฉลี่ยไร้ประโยชน์ ดูมัธยฐานและความถี่ ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย
ค่าคอมมิชชันกินเปรียบ ถ้าเอฟเฟกต์ฤดูกาลให้กำไร 1-2% และคุณจ่าย 0.5% สำหรับการเข้าและออก เหลือน้อย กลยุทธ์ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าสำหรับนักลงทุนระยะยาว
เครื่องมือสำหรับการทำงาน
ข้อมูลในอดีตคือพื้นฐาน โดยไม่มีมัน ฤดูกาลเป็นเพียงข่าวลือ
การทดสอบย้อนหลังแสดงว่ารูปแบบทำงานในอดีตหรือไม่ แต่อดีตไม่รับประกันอนาคต ตลาดเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเปลี่ยนแปลง
ปฏิทินเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจช่วยเข้าใจสาเหตุของฤดูกาล เมื่อใดรายงานรายไตรมาสถูกเผยแพร่ เมื่อใดเงินปันผลถูกจ่าย เมื่อใดระยะเวลาภาษีปิด
เทรดเดอร์จำนวนมากใช้ตัวบ่งชี้เพื่อติดตามรูปแบบฤดูกาล หรือเพียงแค่พบว่ามันสะดวกที่จะมีการแสดงภาพข้อมูลในอดีตบนกราฟ
แรงหนุนจากเฟดหนุนราคาทองคำเดินหน้าขึ้นต่อราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แข็งแกร่ง โดยซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ จากความคาดหวังว่า Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ยังไม่แข็งแรงพอจะเปลี่ยนมุมมองนโยบายการเงิน ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าและช่วยหนุนราคาทองคำ
บนกราฟ โครงสร้างขาขึ้นยังชัดเจน ราคาเคลื่อนไหวตามเส้นแนวโน้มขาขึ้น และหลังจากปรับขึ้นแรง การพักฐานถือเป็นเรื่องปกติ ตราบใดที่โครงสร้างยังไม่ถูกทำลาย
กลยุทธ์หลักคือรอ ซื้อเมื่อราคาย่อลงใกล้ 4.260 หากระดับนี้ยังรับอยู่ มีโอกาสที่ทองคำจะขึ้นไปทดสอบ 4.340–4.360 อีกครั้ง แต่หากหลุด 4.260 อย่างชัดเจน ควรรอจังหวะใหม่ที่แนวรับต่ำกว่า
XAUUSD Daily Analysis 10/12/2025 by AlphaQuantXTrading note: XAUUSD / GOLD
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (9 ธ.ค.) โดยการซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะนักลงทุนรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงสัญญาณเรื่องการผ่อนคลายนโยบายการเงินในปี 2569
คณะกรรมการเฟดมีกำหนดแถลงมติการประชุมในวันพุธที่ 10 ธ.ค.ตามเวลาสหรัฐฯ โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมที่กรรมการเฟดมีความที่ขัดแย้งกันมากที่สุดในรอบหลายปี
SELL : 4206
TP : 4192
SL : 4216
เหตุผลในการเข้าเทรด:
Trendline
จากกราฟแท่งเทียนในกรอบTF H1-H4
ราคายังคงวิ่งอยู่ในกรอบไซด์เวย์ โดยราคายังไม่เลือกทางที่ชัดเจน แต่เป็นไปได้ที่ราคาจะทำแพทเทริน sideway ซึ่งยงไม่เลือกทางที่ชัดเจน ในกรอบ H4 จึงทำการเข้า SELL โดยเน้นรูปแบบการทำกำไรแบบ scalping ในระยะสั้นๆตามกรอบเส้นเทรนไลน์
จุดเข้า - จุดออก เป้าหมายการทำกำไร
ใช้สัญญาณจากโซนแนวรับแนวต้านเก่า โดยมีสัญญาณจากเส้น BB ราคาอาจลงไปทกสอบกรอบฐานล่างก่อน ในกรอบ H4 โดยตั้งเป้าหมายกำไร 500 จุดขึ้นไป และตั้ง TSL เมื่อกำไรเริ่มบวกแล้ว 500 จุด
RSI : เป็นกลาง เน้นจบปิดกำไรรายวัน และอาจปิดเร็วขึ้น หากกำไรเป็นที่พอรับได้ โดยมีตั้งกำไร TP และตั้ง SL ไม่ไกลจากแนวรับแนวต้านเดิม ทั้งใน TF1H และ 4H และจะทำการล๊อคกำไรจาก TSL ด้วยระดับหนึ่ง
ประสบการณ์: เน้นการถืออออเดอร์โดยปิดจบรายวัน และเน้นเก็บกำไรแบบเป็นรอบสวิงเทรนไซด์เวย์ เพื่อเป็นการเพิ่มกระแสเงินสด แคชโฟร์ ในพอร์ต อาจมีการแบ่งปิดกำไรจากออเดอร์ที่กำไรในระดับหนึ่งแล้ว อาจมีการตั้ง TSL เพื่อเป็นการล๊อคกำไรได้ในอีกทางหนึ่งด้วย
เพื่อนๆคิดว่าตลาดตอนนี้เป็นขาขึ้น ( Bullish)หรือขาลง (Bearish)ครับ คอมเม้นท์ด้านล่างไว้ได้เลย !!!
“หากบทวิเคราะห์นี้ดี…มีประโยชน์กับเพื่อนๆนักเทรดทุกท่าน
กรุณากดติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะครับ…ขอบคุณครับผม”
Gold Trading Plan – 10/12/2025Gold Trading Plan – 10/12/2025 👇👇
🔹 Trend
D1 Uptrend / H4 Uptrend / H1 Sideways
🔹 Overview
Although the D1 and H4 timeframes are in an uptrend, the current price on the H1 timeframe is moving within a sideways range, and the price is now positioned near the upper boundary of that range. Therefore, the chart is likely to pull back toward the mid-range. As long as the price does not break above the 4222 resistance (SL), there is a potential move down to test the 4200 support (TP).
🔹 Summary
Sell Plan (can be executed immediately)
SL: 4222
TP: 4200
RR: 1.99
🔹 Caution
This plan reflects only the author’s personal viewpoint and is not financial advice. Please exercise discretion and manage your risk appropriately.






















