วันนี้ CK ขึ้นมาจากข่าว ITD คำสั่งยกเลิกสัญญา (จากฝั่งรัฐบาล)SET:CK ตามข้อมูลล่าสุด (งวด 9 เดือน ปี 2568/2025) มีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ:
1. ผลประกอบการหลัก (งวด 9 เดือน ปี 2568)
ภาพรวมถือว่าเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจก่อสร้างและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ
รายได้รวม: 34,784.16 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 2,883.87 ล้านบาท
กำไรต่อหุ้น (EPS): ประมาณ 1.71 บาท (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ)
2. ไฮไลท์สำคัญรายไตรมาส (Q2-Q3/2568)
กำไรโดดเด่น: ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ปี 2568 เติบโตได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (Q2 กำไรสุทธิ 863 ล้านบาท โต +77% YoY)
ปัจจัยหนุน:
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: ได้รับผลบวกจาก CKP (โรงไฟฟ้าไซยะบุรีเข้าช่วง High Season และปริมาณน้ำมาก) และ BEM (ผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น) รวมถึงเงินปันผลจาก TTW
งานก่อสร้าง: รับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และ รถไฟทางคู่ (เด่นชัย)
3. ฐานะทางการเงิน (ณ สิ้นไตรมาส 3/2568)
สินทรัพย์รวม: 116,549.72 ล้านบาท
หนี้สินรวม: ประมาณ 87,978 ล้านบาท (มีการกู้ยืมเพื่อลงทุนโครงการใหญ่)
ส่วนของผู้ถือหุ้น: 28,572 ล้านบาท
D/E Ratio (หนี้สินต่อทุน): ประมาณ 1.47 - 1.6 เท่า (ถือเป็นระดับปกติของธุรกิจรับเหมาที่มีโครงการขนาดใหญ่)
4. มูลค่าหุ้นและอัตราส่วนทางการเงิน (ประมาณการล่าสุด)
P/E Ratio: ต่ำเพียงประมาณ 7.64 เท่า (ราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับกำไร)
P/BV Ratio: 0.74 เท่า (ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี)
เงินปันผล: มีการจ่ายปันผลระหว่างกาล (1H68) ที่ 0.20 บาท/หุ้น อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Yield) อยู่ที่ราว 2.8 - 3%
5. แนวโน้มและสิ่งที่ต้องจับตา (Outlook)
Backlog แข็งแกร่ง: มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) สูงถึงระดับ 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด (New High) โดยหลักมาจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เพิ่งเซ็นสัญญาไป
โครงการในอนาคต: การเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักในปี 2569-2570
สรุปภาพรวม: CK มีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งมากในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยมีจุดเด่นคือพอร์ตการลงทุนในบริษัทลูก (BEM, CKP, TTW) ที่สร้างกระแสเงินสดและกำไรสม่ำเสมอ ช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจรับเหมาหลักได้ดีครับ
CK
CK ยังอยู่ในเส้นทางมองซื้อเล่นตามรายงานด้านล่างได้ครับSET:CK ตามข้อมูลของ สทนช. การลงทุนรวมครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อครัวเรือนกว่า 2.99 ล้านครัวเรือน, ครอบคลุมพื้นที่การผลิต 2.53 ล้านไร่, ลดการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่กว่า 162,750 ไร่ และก่อให้เกิดการจ้างงานเทียบเท่า 250,000 คนต่อเดือน ทั้งนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมจากโครงการด้านน้าเพียงส่วนเดียว คาดว่าจะมีมูลค่ารวมกว่า 1.282 แสนล้านบาท
ผลกระทบและโอกาสการลงทุน
แผนแม่บทการบริหารจัดการน้า 20 ปี ได้กาหนดแนวทางการพัฒนาเชิงระบบสาหรับโครงการและการปฏิรูปด้านการบริหารจัดการน้า ซึ่งเปิดโอกาสทางธุรกิจหลากหลายสาขา ดังนี้:
▪
การก่อสร้างงานโครงสร้างพื้นฐาน
▪
การจัดหาอุปกรณ์และระบบสาธารณูปโภค
▪
การบริการด้านวิศวกรรมและที่ปรึกษาโครงการ
▪
การจัดซื้อจัดจ้าง และบริการด้านเทคโนโลยีและโซลูชันเชิงดิจิทัล
▪
การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจสีเขียว
▪
การลงทุนแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)

