BTCUSD : สัญญาณซื้อ-ขาย ครั้งที่ 5/2026 ของระบบ MACD ตัด 0อธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC ก่อนปี 2025 ( แต่จากปี 2025 เป็นต้นมา ใช้ไม่ได้แล้ว 555 )
ความเห็นของรอบนี้ :
มาเร็วเคลมเร็ว เขียวปุ๊บ stop loss hit ปั๊บ ใครตามระบบก็จะปวดหัวหน่อย นี่แหละผมถึงเลิกเทรดไปละ ไม่ไหว เสียสุขภาพจิต 555
BTC ActionZone Buy-Sell#5 ( 8-10/8/2026 )
------------------
Entry : 65000+-
SL : 63850 ( -1.76% )
Initial Position Size (Risk 2%) = 100% ของพอร์ต
Stop Loss Hit : 63850 ( -1.76% )
Position Size 100% ของพอร์ต =
Total Loss = ( 100% * (-1.76% ) ) = -1.76% ของพอร์ต
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-21Jan) Action Zone = -2%
(17Mar-18Mar) Action Zone = -2%
(10Apr-24May) Action Zone = +2.72%
(17Jul-2Aug) Action Zone = -1%
(8Aug-10Aug) Action Zone = -1.76%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = -4.04% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 5 ครั้ง
เทรดชนะ : 1 ครั้ง
เทรดแพ้ : 4 ครั้ง
Win Rate = 20%
ไอเดียการซื้อขายเชิงลึก
BTC: โอกาสขายที่ดีที่สุดBTC ปรับตัวขึ้นเหนือ 65K ในระยะสั้น แนวโน้มขาลงอ่อนตัวลงแต่ยังไม่จบสิ้น ในระยะยาว BTC ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง การหลุดต่ำกว่า 60K เป็นเพียงเรื่องของเวลา
ดังนั้นเราควรเปิดสถานะขายเมื่อราคา BTC ปรับตัวขึ้น BTC จะยากที่จะกลับไปอยู่เหนือ 70K ในปีนี้ ระดับต่ำสุดอาจลงไปต่ำกว่า 40K หรือต่ำกว่านั้น ดังนั้นสถานะขายระยะยาวจะได้กำไรมากกว่า ตอนนี้ตลาดอยู่ที่โซน 65K‑66K เป็นโอกาสเปิดสถานะขายที่เหมาะสม ผมจะพาทุกคนได้รับกำไรมากมาย
การเทรดมีความเสี่ยงสูง โปรดเทรดภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียบัญชี ผมจะนำเสนอกลยุทธ์ที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง
BTC: ราคาทะลุลงต่ำกว่า 60KBTC เคลื่อนไหวในกรอบแคบมานาน โดยราคาอยู่ต่ำกว่า 65K ตลอดเวลา แนวโน้มขาลงยังไม่จบสิ้น การดีดตัวขึ้นครั้งใดก็เป็นโอกาสเปิดออเดอร์ขายที่ดี
เป็นเพียงเรื่องของเวลาที่ BTC จะทะลุลงต่ำกว่า 60K เราควรเปิดออเดอร์ขายในโซนที่เหมาะสม ผมถือว่า 64K‑65K เป็นโซนเข้าขายที่ปลอดภัย การขายยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุด ตราบใดที่ราคายังไม่ทะลุขึ้นเหนือ 67K เริ่มเปิดขายตอนนี้เพื่อรอเก็บกำไรจากการลง ผมจะส่งสัญญาณเทรดที่แม่นยำอย่างต่อเนื่อง
การเทรดมีความเสี่ยงสูง กรุณาเทรดภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนของบัญชี
การถูกปฏิเสธที่แนวต้านในแนวโน้มขาลง – คาดการณ์การปรับตัวลง
Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใน แนวโน้มขาลง โดยเส้นแนวโน้มขาลงยังคงทำหน้าที่เป็นแนวต้านแบบไดนามิก ราคาได้ปรับตัวขึ้นมาทดสอบ โซนแนวต้าน 64,700–64,900 USDT ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นแนวโน้มและโซนอุปทาน (Supply Zone) มาบรรจบกัน ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงขายและการกลับตัวลง
โครงสร้างตลาดแสดงให้เห็นถึง Change of Character (CHoCH) ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ตามมาด้วยแรงขายอย่างชัดเจน ซึ่งยืนยันว่าฝั่งผู้ขายยังคงเป็นฝ่ายควบคุมตลาด แม้ว่าราคาจะกลับมาเติม Fair Value Gap (FVG) และดีดตัวขึ้น แต่การฟื้นตัวครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียง การกลับมาทดสอบแนวต้าน (Retest) มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
หากผู้ซื้อไม่สามารถผลักดันราคาให้ทะลุแนวต้านและปิดแท่งเทียนกราฟ 1 ชั่วโมงเหนือบริเวณดังกล่าวได้ คาดว่าแรงขายจะกลับเข้ามาอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ โซนแนวรับ 63,100–63,300 USDT อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถทะลุแนวต้านและเส้นแนวโน้มลงได้อย่างชัดเจน มุมมองขาลงนี้จะถูกยกเลิก และมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ
แนวโน้ม: ขาลง (Bearish)
แนวต้าน: 64,700–64,900 USDT
แนวรับ / เป้าหมาย: 63,100–63,300 USDT
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นเป็นการวิเคราะห์ส่วนตัวไม่ใช่ซิกแนลให้เทรดตามนะครับ แนะนำให้หาข้อมูลหุ้นแต่ล่ะตัวเพิ่มเติมด้วยนะครับ
เซ็ตระบบเทรดครอบระบบลงในกราฟ ทำแบบเดิมซ้ำๆ ทดสอบ back test ถนัดใช้อินดี้อะไรก็เอามาใส่ลงไปไม่มีผิดไม่มีถูกครับ มันขึ้นกับตัวเราเองเราเข้าใจในแบบเรานะครับผม
BTCUSD : สัญญาณซื้อ-ขาย ครั้งที่ 4/2026 ของระบบ MACD ตัด 0อธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC ก่อนปี 2025 ( แต่จากปี 2025 เป็นต้นมา ใช้ไม่ได้แล้ว 555 )
ความเห็นของรอบนี้ :
เห็นระบบเขียวแล้วก็แดงอีกแล้วในเวลาไม่กี่วัน แล้วก็รู้สึกว่า เออ ดีแล้วล่ะที่ผมเลิกเทรดคริปโตไปแล้ว เพราะบอกตรงๆ ว่ามันทำท่านี้มาปีครึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ ซึ่ง ถ้าเราไปย้อนดูจริงๆ Bitcoin ไม่เคยเจอ false sig บ่อยขนาดนี้เลย อย่างน้อยๆ มันอาจจะมี false sig สักครึ่งปี แล้วก็ขึ้นต่อแรง แต่ว่า ในระยะเวลาตลอด 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา มันไม่มีการขึ้นแรงๆ ให้เราเห็นเลย ยังไม่นับเรื่อง HW wallet โดนแฮกอีก.. ส่วนตัวมองว่า อนาคตก็น่าจะจบแล้วสำหรับ Bitcoin และ คริปโต โดยรวม แต่ก็จะแวะมาทำบันทึกไว้เรื่อยๆ ล่ะกันครับ 555
BTC ActionZone Buy-Sell#4 ( 17/7 - 2/8/2026 )
------------------
Entry : 63830+-
SL : 62279 ( -2.7% )
Initial Position Size (Risk 2%) = 70% ของพอร์ต
Exit Loss : 62887 ( -1.47% )
Position Size 70% ของพอร์ต =
Total Loss = ( 70% * (-1.47% ) ) = -1% ของพอร์ต
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-21Jan) Action Zone = -2%
(17Mar-18Mar) Action Zone = -2%
(10Apr-24May) Action Zone = +2.72%
(17Jul-2Aug) Action Zone = -1%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = -2.28% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 4 ครั้ง
เทรดชนะ : 1 ครั้ง
เทรดแพ้ : 3 ครั้ง
Win Rate = 25%
BTC: ใกล้ถึง 50KBTC เคลื่อนไหวในช่วง 64K–66K มาเป็นเวลานาน จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคและแนวโน้มมาโครร่วมกัน พบว่าบิตคอยน์อยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวที่ชัดเจน การเด้งกลับขึ้นทุกครั้งเป็นเพียงการย้อนกลับทางเทคนิค ไม่ใช่จุดเริ่มต้นการกลับตัวขาขึ้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในตอนนี้คือเปิดออร์เดอร์ขายบริเวณโซนแรงต้านด้านบน
โซนเข้าออร์เดอร์ขาย: 66000 – 67000 ดอลลาร์
โซนนี้เป็นโซนแรงต้านอุปสงค์หลัก มีแรงขายรวมตัวอย่างมาก ภายใต้โครงสร้างแนวโน้มขาลงปัจจุบัน ที่นี่เป็นจุดเข้าขายที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด อัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรดีมาก
เป้าหมายรับกำไรแบบแบ่งส่วน
✅ เป้าหมาย TP ที่ 1: 63000 ดอลลาร์
แรงรับสำคัญระยะสั้น เหมาะปิดส่วนหนึ่งของออร์เดอร์
✅ เป้าหมาย TP ที่ 2: 62000 ดอลลาร์
ระดับสำคัญสำหรับการทะลุแรงรับหลักระยะสั้น เป้าหมายหลักของออร์เดอร์ขายคลื่นนี้
✅ เป้าหมายการย้อนกลับลึก: 58000 ดอลลาร์
การเทรดมีความเสี่ยงสูงมาก โปรดเทรดภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ฉันจะส่งสัญญาณที่แม่นยำอย่างต่อเนื่อง
การถูกปฏิเสธที่แนวต้านหลายครั้ง บ่งชี้ถึงโอกาสปรับฐานลงสู่โซนแนวภาพรวมโครงสร้างตลาด
กราฟ BTC/USDT ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ยังคงสะท้อนมุมมองเชิงลบ เนื่องจากราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าบริเวณแนวต้านสำคัญที่ 66,800–67,000 ดอลลาร์ ความพยายามในการทะลุแนวต้านหลายครั้งไม่ประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ขายยังคงควบคุมตลาดและป้องกันระดับราคาดังกล่าวอย่างแข็งแกร่ง
แม้ว่าก่อนหน้านี้ Bitcoin จะสามารถทะลุกรอบการปรับฐานขาลง (Descending Channel) ได้ แต่การฟื้นตัวกลับหยุดลงเมื่อเผชิญกับแนวต้านระยะยาว ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่จุดตัดสินใจสำคัญ ซึ่งหากเกิดการถูกปฏิเสธอีกครั้ง อาจนำไปสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้น
ประเด็นทางเทคนิคที่สำคัญ
1. แนวต้านสำคัญที่ถูกทดสอบหลายครั้ง
ราคา Bitcoin ถูกปฏิเสธหลายครั้งบริเวณ 66,800–67,000 ดอลลาร์
การกลับตัวซ้ำหลายครั้งยืนยันว่าบริเวณนี้เป็น โซนอุปทาน (Supply Zone) ที่แข็งแกร่ง
ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถทะลุระดับนี้ได้อย่างชัดเจน โมเมนตัมขาขึ้นจะยังคงถูกจำกัด
2. การทะลุกรอบขาลงกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ
กรอบสี่เหลี่ยมเอียงในกราฟแสดงถึงช่องทางปรับฐานขาลงก่อนหน้า
แม้ว่าราคาจะทะลุกรอบดังกล่าวขึ้นมาได้ แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญแนวต้านที่แข็งแกร่งกว่าในกรอบเวลาที่ใหญ่กว่า
ดังนั้น การทะลุกรอบครั้งก่อนยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น
3. ความเสี่ยงของการสร้างจุดสูงสุดที่ต่ำลง (Lower High)
การเคลื่อนไหวล่าสุดยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่เหนือจุดสูงสุดเดิมได้
หากไม่สามารถสร้าง Higher High ได้ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดแรงขายรอบใหม่จะเพิ่มขึ้น
โมเมนตัมฝั่งซื้อเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน
แผนการเทรด
โอกาสเปิดสถานะขาย (Short)
โซนเข้า: 64,200–64,800 ดอลลาร์ (บริเวณทดสอบแนวต้าน)
สัญญาณยืนยัน
แท่งเทียนกลับตัวขาลง
การหลุดโครงสร้างตลาดในกรอบเวลาที่เล็กกว่า
ปริมาณการขาย (Volume) เพิ่มขึ้น
จุดยกเลิกมุมมอง
แท่งเทียน 4 ชั่วโมง ปิดเหนือ 66,800–67,000 ดอลลาร์ อย่างแข็งแกร่ง พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
เป้าหมายขาลง
เป้าหมายหลัก: 58,500–59,000 ดอลลาร์
ระดับดังกล่าวสอดคล้องกับ
โซนแนวรับ/อุปสงค์เดิม (Demand Zone)
บริเวณที่เคยมีแรงซื้อเข้ามาอย่างชัดเจน
จุดที่มีสภาพคล่องสะสมอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดล่าสุด
พื้นที่ที่ผู้ซื้ออาจกลับเข้ามาสะสมอีกครั้ง
เงื่อนไขที่ทำให้มุมมองขาลงเป็นโมฆะ
แนวโน้มขาลงจะอ่อนแรงลง หาก Bitcoin
ปิดแท่ง 4 ชั่วโมง เหนือ 67,000 ดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน
เปลี่ยนแนวต้านให้กลายเป็นแนวรับหลังการรีเทสต์สำเร็จ
สร้าง Higher High และ Higher Low ต่อเนื่อง พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
การบริหารความเสี่ยง
ข่าวเศรษฐกิจมหภาคหรือข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับตลาดคริปโทอาจทำให้เกิดการทะลุแนวต้านอย่างรุนแรง
อาจเกิดการทะลุหลอก (False Breakout) ใกล้ระดับแนวต้านสำคัญ
ควรรอการยืนยันจากพฤติกรรมราคาก่อนเปิดสถานะ และใช้ Stop Loss พร้อมการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
Bitcoin ยังเป็นขาลง! จับตาแนวรับสำคัญ 58,000 ดอลลาร์📊 Bitcoin ยังเป็นขาลง! จับตาแนวรับสำคัญ 58,000 ดอลลาร์
Bitcoin (BTC) เคลื่อนไหวบริเวณ 59,500–59,800 ดอลลาร์ โดยปรับตัวลดลงประมาณ 1.5–2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าแรงขายยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีจังหวะรีบาวด์ระหว่างวัน แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนภาพรวมของแนวโน้มระยะสั้นได้
ในมุมมองทางเทคนิค ราคา BTC ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญหลายเส้น ส่งผลให้โครงสร้างตลาดยังอยู่ในลักษณะ ขาลง (Bearish Trend) ขณะที่แรงซื้อยังไม่มากพอที่จะผลักดันราคาให้กลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้ จึงมีโอกาสที่ราคาจะยังแกว่งตัวผันผวนและเผชิญแรงขายทุกครั้งที่ดีดตัวขึ้น
ด้านตัวชี้วัด RSI เริ่มปรับตัวลงเข้าใกล้โซน Oversold ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอาจเริ่มเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป ทำให้มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับ (Technical Rebound) ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การรีบาวด์ดังกล่าวยังถูกมองว่าเป็นเพียงการฟื้นตัวทางเทคนิค หากราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้ แนวโน้มหลักก็ยังคงเป็นขาลงเช่นเดิม
ปัจจัยพื้นฐานยังคงกดดันตลาดคริปโต โดยเฉพาะการแข็งค่าของ ดอลลาร์สหรัฐ (USD) หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตากระแสเงินทุนที่ไหลเข้า–ออก Bitcoin Spot ETF ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาในระยะสั้น
📌 แนวรับสำคัญ
58,000 ดอลลาร์
56,000 ดอลลาร์
53,000 ดอลลาร์
📌 แนวต้านสำคัญ
62,000 ดอลลาร์
65,000 ดอลลาร์
68,000 ดอลลาร์
🎯 สรุปมุมมอง
ภาพรวมของ Bitcoin ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน และแนวโน้มระยะสั้นยังให้น้ำหนักไปทาง Bearish ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้ นักลงทุนควรเน้นการบริหารความเสี่ยง รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับที่สำคัญ และติดตามทิศทางดอลลาร์สหรัฐ การประชุมของ Fed รวมถึงกระแสเงินทุนใน Bitcoin ETF อย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดในช่วงต่อไป
#Bitcoin #BTC #วิเคราะห์บิทคอยน์ #ข่าวคริปโต #ลงทุนคริปโต #สินทรัพย์ดิจิทัล
2026 : ทำตามระบบ MACD ขาดทุน -1.2% แต่ buy&hold ขาดทุนแล้ว -30%แวะมาเจิมทิ้งไว้หน่อยในเวลาที่ BTC มาเลื้อยๆ ที่ 60k + ตลาดหุ้นเมกาก็เริ่มหมดแรง + ค่าเงินดอลบาทก็เริ่มแข็ง ในช่วงนี้
ก็นั่นแหละครับ บางทีกลยุทธกากๆ win rate ห่วยแตก อย่าง MACD ตัดศูนย์ หรือ Action Zone ที่รักของชาวไทย(สมัยก่อน) ซึ่ง ในวันแบบนี้... ใครที่ยังใช้อยู่ ก็จะพบว่า มันช่วยให้เราไม่ต้องมาเหนื่อยใจ เหนื่อยกาย โดยไม่จำเป็น กับการพยายามเดาว่า "Bitcoin มันลงสุดแล้ว...หรือยัง"
โดยคนที่ไปพยายามจะเดาก้น หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Bottom Fishing ถ้าเขาเหล่านั้นตกปลามาหลายหลุม ก็จะพบอาการ unrealized loss กันเป็นแถบ โดยเฉพาะพวกที่แห่กันไป DCA ทุกวัน 5555
เอาจริงๆ นะ ถ้าเรามองย้อนอดีตแบบไม่ต้องมานั่งเดา เราก็จะพบความจริงข้อนึงที่ว่า "ทุกครั้งที่ BTC จบรอบ มันมักจะ ลงไปจากยอดล่าสุดประมาณ -80%++ ก่อนที่จะกลับตัว" ซึ่ง ไม่ว่าจะรอบปี 2015, 2018, 2022 มันก็ทำทรงนี้ทุกครั้ง... ดังนั้น ผมก็เลยไม่เข้าใจพวกที่รีบมา DCA ทุกวัน กันช่วงนี้จริงๆ ว่า พวกท่านเคยได้ดูกราฟย้อนหลังไกลๆ กันบ้างป่าวฟระเนี่ย ( ไปแซวไม่ได้ด้วยนะ โดนไล่ให้ไปใส่แว่น 555 เอากับพวกเขา )
ซึ่ง ถ้าว่ากันตามสถิติข้อนี้ ก็หมายความว่า
(1) BTC ยังลงได้อีกไกล โดยระยะ -80% ของรอบนี้คือราวๆ 25k+-
(2) ปกติแล้ว BTC จะลงยับช่วงปลายๆ ปี ราวๆ ปลาย Q3 ถึงต้น Q4 และจะไปค่อยๆ กลับตัวกันอีกทีตอนต้นปีถัดไป
(3) ในทุกรอบที่ลง มักจะมีปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาด ที่กระทบตลาดอย่างรุนแรง เช่น รอบที่แล้วก็มีพวกที่รับฝากเงินกินดอกปลิว exchange อย่าง FTX ปลิว เป็นต้น ( โดยรอบนี้ ถ้าให้เดา ก็คงไม่พ้นพรี่ไมเคิลศาสดาของเรานี่แหละ )
(4) กูรูหุ้นออกมาบอกว่า อวสาน Bitcoin
เอาหลักๆ แค่รอให้ 4 ข้อนี้เกิดขึ้นก่อน แล้วรออีกหน่อยให้เกิดสัญญาณกลับตัว ( MACD ตัดศูนย์ขึ้นมาใหม่ ระบบเขียว ) แล้วค่อยๆ ทยอย DCA ก็ได้ หลังจากนี้จะ DCA วันละแสน หรือวันละล้าน มันก็ยังน่าลุ้นกว่า... แถมไม่ต้องมา suffer กันระหว่างที่มันยังลงไม่สุดด้วย
พิมพ์เพลิน นอกเรื่อง เอาเป็นว่า จริงๆ จะมาบอกแค่ว่า
2026 Strategy Comparison
Buy & Hold = -32%
MACD ตัดศูนย์ = -1.2%
ระบบง่ายๆ แค่นี้ ก็ชนะตลาดแล้ว 555
ปล. ส่วนตัวผมคงไม่เทรดอะไรเลย จนกว่าจะเจอ 4 ข้อข้างบน แล้วเดี๋ยวค่อยทยอยมาเข้าอีกทีครับ ไม่รีบอยู่แล้ว 555
BTC จะลงต่อไปหรือไม่เมื่อราคา BTC ถึงระดับ 60K ได้สร้างจุดต่ำสุดระยะสั้น หลังจากแกว่งตัวข้างที่ระดับต่ำมานาน ก็ได้ดีดกลับขึ้นเหนือ 65K อีกครั้ง แต่จากกราฟเห็นว่ากำลังขึ้นอ่อนแอมาก แนวโน้มขาลงยังไม่จบสิ้น
ดังนั้นในการเทรดเราควรทำ Short ตามแนวโน้มตลาดต่อไป คาดว่าตลาดจะแกว่งตัวในช่วงราคาอีกนานมาก แต่การ Short ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยและสร้างกำไรได้ดีที่สุด สังเกตโซนแนวต้านระยะสั้นที่ 65000-65500 เมื่อราคามาถึงโซนนี้สามารถลองเปิด Short ได้
กลยุทธ์การเทรด BTC:
BTCUSDT ขาย @ 65000-65500
TP: 64000-63000
เตือนอีกครั้ง: ตราบใดที่แนวโน้มขาลงของตลาดยังไม่จบ ให้เทรดตามแนวโน้ม ฉันจะอัปเดตกลยุทธ์ล่าสุดมาให้ทุกคนอ้างอิงตลอดเวลา ระมัดระวังความเสี่ยงในการเทรดตลอดเวลา
BTC ... กับ 5 ปี ที่ผ่านไป...และอยู่ที่เดิม Best store of value!สองสามวันมานี้ BTC ลงหนักมาก เพราะข่าวของพระศาสดา Bitcoiner ไมเคิล เซเลอร์ ขาย BTC ออกไป 32 BTC เพื่อจะเอามาจ่ายค่าโน่นค่านี้และค่าปันผลใดๆ ของพี่เขา
แต่การขายแค่นี้ มันทำให้คำสอนของศาสดาที่ว่า "ถึงแม้จะต้องขายไต ก็จงถือ Bitcoin" หรือ "จง HODL ตราบจนชีวิตจะหาไม่" ได้ถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งการขายออกมารอบนี้ มันก็อาจจะพอตีความได้ว่า การ "HODL" มันได้จบลงไปแล้วนั่นเอง และในอนาคต พรี่เขาก็อาจจะขายออกมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ และเท่าไหร่ก็ได้เช่นกัน
ส่วนตัวผมเองนั้น ได้โยกพอร์ตจากการเทรด Bitcoin + ขายไม้ DCA ออกไปหมดเกลี้ยง แล้วเอาเงินไปลงในหุ้นเมกาหมดแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2026 และยังรู้สึกเสียดายเลยว่า ทำไมผมไม่โยกไปให้เร็วกว่านี้ 555
ความเท่ของหุ้นเมกาคือ... ถึงแม้ผมจะเข้ามาช้ากว่าชาวบ้านเขา แต่ แค่สองเดือน พอร์ตหุ้นเมกาผมก็โตไปแล้วถึง เกือบ 20%!! ซึ่ง... ถ้าผมยังเทรด BTC ตามระบบที่เคยใช้ อยู่ ก็จะเจอกับการขาดทุนราวๆ -1.5% เหมือนที่ได้ทำสรุปไว้อีกโพสนั่นเอง 5555
พอหันมาดูราคา BTC ก็พบว่า... มองกลับไป 5 ปีย้อนหลัง ราคา BTC ขึ้นมาจากยอดช่วงปี 2021 แค่ราวๆ +3% เท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็น store of value ที่ดีมากๆๆๆๆ เพราะ 5 ปีผ่านไป เงินเราก็มีเท่าเดิม 5555 และ ถ้าเอาเรื่องเงินเฟ้อที่สาย Bitcoin maximalist ชอบเอามาขายฝันให้เด็กๆ เคลิ้ม ก็จะทำให้ BTC สู้เงินเฟ้อไม่ได้เลยนั่นเอง...
แวะมาบ่นทิ้งไว้เฉยๆ บันทึกเก็บไว้ดูว่า หลังจากนี้ราคาของ BTC เขาจะดำดิ่งลงไปแค่ไหน หลังจากวัน judgment day ที่ศาสดาคืนคำ กลืนน้ำลายตัวเอง แล้วขาย Bitcoin ออกมานั่นเอง 555
ปล. มาบ่นแบบนี้ไม่รู้จะโดน mod ลบหรือเปล่า แต่ถ้า mod เห็นว่าผิดกฏก็ลบๆ ไปแล้วกันนะครับ ผมเองก็ไม่ได้อะไรกับการเทรด BTC ละ 55 เซ็ง
BTCUSD : สัญญาณซื้อ-ขาย ครั้งที่ 3/2026 ของระบบ MACD ตัด 0 (Actiอธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC
แต่ระบบนี้ก็จะมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดเช่นกัน คือ ในช่วงตลาด sideway ออกข้างเราอาจจะเจอ false sig ทำให้ต้องคืนกำไร คืนทุน กันบ่อยๆ ได้ หรือบางทีถ้าตลาดมีการทุบแรงๆ ก็อาจจะทำให้เจอการคืนกำไรหมดเช่นกัน เพราะระบบจะต้องรอ confirm ของเส้น MACD ก่อน ถึงจะยอมขาย ตอนขึ้น บางทีทำให้มันถือได้นาน ถือได้ทน รันเทรนได้นาน แต่ถ้าลงแรงก็จบกัน 555
ความเห็นของรอบนี้ :
เนื่องจากผมเองตัดสินใจเลิกเทรดคริปโต / Bitcoin ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะดูอาการ price action ในช่วงสองปีที่ผ่านมา พบว่า เสียเวลามากๆ ก็เลยไม่ได้อัพเดทตอนที่ระบบมีสัญญาณซื้อ แล้วก็มารอสรุปรวบยอดทีเดียวเลยดีกว่า เพราะขี้เกียจ 555
รอบนี้ก็จบไปแล้ว สำหรับระบบ MACD ตัด 0 ( Action Zone ) ก็เป็นที่เรียบร้อยว่า คืนกำไรหนักจัดเพราะตอนขึ้น ก็ขึ้นไปนิดเดียว แถมตอนลง ก็ลงเร็วเวอร์ ก็เป็นแบบนี้แหละ ผมถึงเลิกเทรด BTC ไปละ ท้อ
BTC ActionZone Buy-Sell#3 ( 10/4 - 24/5/2026 )
------------------
Entry : 71800+-
Take Profit : 76700 ( +6.8% )
Position Size
40% ของพอร์ต = +2.72% ( Risk 2% SL -5% )
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-21Jan) Action Zone = -2%
(17Mar-18Mar) Action Zone = -2%
(10Apr-24May) Action Zone = +2.72%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = -1.28% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 3 ครั้ง
เทรดชนะ : 1 ครั้ง
เทรดแพ้ : 2 ครั้ง
Win Rate = 33%
Wyckoff Re-Accumulation Phase On BTCUSDTจากการพิจารณากรอบราคาและ Volume แสดงให้เห็นว่ากรอบราคาที่เกิดขึ้นกรอบนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นกรอบสะสม (Accumulation) เป็นอย่างมาก เพียงแต่เป็นกรอบที่ไม่ได้สร้าง Event ครบ ดังที่แสดงให้เห็นในกราฟว่ามีการ Shake Out บริเวณ Low ก่อนหน้าแค่เพียง Low เดียว จากนั้นสร้างพฤติกรรมเหมือนจะเข้า Phase C และ Phase D เลย ซึ่งอ้างอิงจากปริมาณ Volume ทางฝั่ง Buy ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และ Volume ฝั่ง Sell + Low Seller Volatility เป็นเหตุผลในการ Support ว่าน่าจะเข้า Phase D แล้วจริงๆ
ปัจจุบันราคาได้มีการเทสกรอบบน ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจที่จุดสุดท้ายก่อนเบรคกรอบราคา แล้วเปลี่ยนสถานะจาก Sideway(Re-Accumulation) ให้ กลายเป็นเป็น Trend (Mark Up) อีกครั้ง ซึ่งสิ่งที่เราคาดหวังให้เกิดขึ้นคือการย่อย Supply บริเวณ Overhead Supply ให้หมดสิ้น โดยที่การย่อยราคานี้ จะต้องแสดงให้เห็นว่าราคาย่อลงในขณะที่ปริมาณ Volume ต้องค่อยๆแห้งสนิทลงเรื่อยๆ ตามพฤติกรรมของ Phase D ในกรอบขาขึ้น (ราคายก Volume สูง , ราคาย่อ Volume แห้ง) ซึ่งคาดว่าจะย่อย Supply จบในบริเวณที่ระบุไว้ในกราฟ เพื่อสร้าง LPS ก่อนจะยกเบรคจริงอีกครั้ง
**หากมีแรงขายรุนแรง + Volume สูงเกิดขึ้นต่อจากนี้แทนที่จะเป็นการย่อเบาๆ + Volume ต่ำอย่างที่ควรจะเป็น ให้ทำการล้างแผนนี้ทิ้งทันที **
XAUUSD: ทองคำยังสะสมแรงใกล้แนวรับกราฟ 2H แสดงให้เห็นว่าทองคำกำลังเคลื่อนไหวออกข้างบริเวณ 4,700 หลังจากฟื้นตัวแรงจากโซน 4,520 ราคาในตอนนี้ยังยืนเหนือ EMA34 และ EMA89 ได้ แสดงว่าแรงซื้อระยะสั้นยังไม่ได้เสียเปรียบชัดเจน
โซน 4,680 – 4,690 เป็นแนวรับสำคัญ หากราคายังยืนเหนือบริเวณนี้ได้ มีโอกาสที่ทองคำจะกลับขึ้นไปทดสอบ 4,720 – 4,750
แต่ถ้าหลุด 4,680 อย่างชัดเจน ราคาอาจย่อลงไปหา 4,650 ก่อนเกิดแรงซื้อรอบใหม่
4HR LONG BTC แบบมีเงือนไข อย่าเพิ่งซื้อตอนนี้!4HR LONG BTC แบบมีเงื่อนไข แปลว่า อย่าเพิ่งซื้อหรือเข้าตอนนี้!
ผมดูกราฟแล้ว มีจังหวะเล่น ขาซื้อได้
สาเหตุการเข้า ทำรูปแบบลิ่มร่วง เส้นแดงๆอ่ะ มีโอกาส 15-20% สำหรับ 4HR
macd 4hr ตัดขึ้น แต่ยังใต้น้ำ
ส่วน Bubble Risk นี้ ใต้น้ำสุดๆอะ เสียงไม่เยอะ
วิธีการเข้าเล่นก็คือ HH ก่อน จากกราฟเราจะเห็น HL มาเป็นตับ อย่าเปรี้ยว รอ HH 1ดอกก่อน ค่อย buy
และ
รอเบรคชาแนลขาลง ในรูปแบบลิ่มร่วง กล่าวคือ เด้งขึ้นไป และยืนได้ (ไม่ใช่แค่เด้งจ๊วดนะ)
และ
อินดี้ MACD 4ชั่วโมง พ้นน้ำ หรือ OBV Breakout v1.4P บอก ซื้อ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือสองอย่าง
และ อินดี้ Volume Fight ยังพ้นน้ำอยู่ไม่ดิ่ง ว่า ขายมากกว่า
และทั้งหมดนี้คือเงื่อนไขการเข้าซื้อ สวนเทรน BTC
**และที่สำคัญ คือ โอกาสที่ผมจะกำไรสองรอบติดนั้นต่ำมาก จากผมโอกาสชนะ 20-25% รอบที่แล้ว Short BTC ไป ชนะ ดังนั้นโอกาสชนะสองรอบติดจะน้อย เข้าใจนะ**
*** และนี้คือสวนเทรนรับมีด อันตราย แผนจึงต้องรัดกุมเป็นปกติ ***
**** จุด Stop loss ถ้าเข้าตามเงื่อนไขทั้งหมด คือ ที่ LL เดิมนะ ถ้าจุด เข้า RRR ไม่คุ้มก็อย่าเข้า ****
ปล.เงินเป็นของคุณ เทรดเสียโทษตัวเอง เทรดได้ชมตัวเองไม่เกี่ยวกับผมซักนิด เงินที่คุณหาได้ เป็นของคุณ 100% ไม่ต้องขอบคุณ คนใบหวยแต่อย่างใด และผม หาเงินจากการเทรด ไม่ได้หาเงินจากการใบ้หวย
ถ้าชอบผม ไม่มีห้องซิบ มีแต่ มาเล่นเกมกับผมบนสตีมได้
BTC/USDT 4H — แผนการเทรดตามสภาพคล่อง & การเข้าในโซน Discount🧠 โครงสร้างตลาด
ราคาทำจุดสูงสุดล่าสุด (~78K) และถูกปฏิเสธลงมา
→ เก็บสภาพคล่องฝั่งซื้อเรียบร้อย
→ ตลาดกำลังย่อตัวเพื่อปรับสมดุล (rebalance)
📉 สถานการณ์ปัจจุบัน
ราคากำลังลงมาทดสอบ:
🟩 แนวรับระยะสั้น (~73K)
🟪 FVG + Order Block (~70K–71K) → โซน Demand สำคัญ
🔍 โซนสำคัญ
73K: มีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น
70K–71K: โซน Demand แข็งแรง (มีโอกาสกลับตัวสูง)
🚀 แผนขาขึ้น (Bullish)
หากราคาลงถึงโซนล่าง:
คาดว่าจะมีแรงซื้อกลับ
เป้าหมาย: 76K → 78K
⚠️ แผนขาลง (Bearish)
หากราคาหลุดต่ำกว่า 70K:
โครงสร้างจะเปลี่ยนเป็นขาลง
มีโอกาสลงต่อ
📌 สรุปแผนเทรด
จุดเข้า: 70K–71K
จุดยกเลิกแผน: หลุดโซน Demand
เป้าหมาย: 76K → 78K
💡 แนวคิดสำคัญ
การเก็บสภาพคล่อง (Liquidity Sweep)
การเติมช่องว่างราคา (FVG Fill)
การเข้าซื้อในราคาที่ได้เปรียบ (Discount)
🧾 สรุป
สิ่งสำคัญตอนนี้คือ “ความอดทน” รอให้ราคามาถึงโซนที่เราวางแผนไว้ ไม่ไล่ราคา เพราะการเคลื่อนไหวหลักมักเกิดหลังจากสภาพคล่องถูกเก็บแล้วเท่านั้น
ทำไม BTC ไม่ควรต่ำกว่า 15000***Analysis part***
จากChart ที่ทำไว้จะเห็นว่า ช่วงราคา 15000 - 30000 มีVolume ที่มากกว่าปกติถึง 63 ล้านเหรียญ ไม่เยอะในตลาดโลกแต่ไม่น้อยเลยเทียบกับตลาดของมันเอง
และเทียบกับ การลงรอบก่อนๆของ BTC ที่ ลงรอบละประมาณ 80% +-
ดังนั้นจุด Sweet spot ในการรับ BTC รอบนี้ของผมคือช่วง 15000 - 30000 นี้เหละ และจะไม่เก็บหนักๆอีกแล้ว มีแต่จะเก็บบ้างประปราย
แล้วตอนนี้ได้เปรียบหรือยัง อย่างที่บอกผม Mark จุดอ้างอิงที่ผมจะอยู่ กับBTC ที่ 15,000 มันเคยทำราคาสูงสุดอยู่ราวๆ120,000 ถ้ามองในมุมพ่อค้า ราคามันลดมา 40-50% จากราคาสูงสุด ก็เริ่มเก็บสะสมได้แล้วนะ สะสมบางๆ
***Stop part***
แล้วหากต่ำกว่า 15000 ละ คำตอบของผมนะ
1.หยุดเก็บก่อน
2.ตั้งสติ
3.หาสาเหตุว่าทำไม แล้วยังไปต่อได้ไหม
3.1.ถ้าไปต่อได้ก็เก็บไว้เพราะตามแผนคือเก็บมาพอแล้วถ้ากลับมาราคานี้ได้ใหม่ก็อาจจะเก็บใหม่แล้วแต่โอกาศ
3.2. ถ้าดูพื้รนฐานแล้วไปต่อไม่ได้ละ ก็ไปข้อ4เลยครับ
4.หนี!สิครับ ทำรูปไว้แล้ว 555 ถ้ามันจะกลับมาเพราะวิเคราะห์ไม่ดีเองก็ต้องรับกรรมไป
คำเตือน : นี้เป็นบทวิเคราะห์และแผนส่วนตัว ไม่แนะนำให้ใครมา All-in แบ่งเงินมาบางส่วนก็พอครับ เพราะผมก็แบ่งเงินมาลง ถ้ามันจะเป็นสกุลเงินหลักโลกหรือ store of value ได้จริง เก็บที่ 30000 ให้พอประมาณ ก็ ระ รวย ไม่ไหวแล้ววว!!!
ปล.:ใครมีความเห็นยังไงมาแลกเปลี่ยนได้นะครับ
BTCUSD : ระบบ MACD ตัด 0 (ActionZone) มีสัญญาณ "ขาย" 18/3/2026อธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC
แต่ระบบนี้ก็จะมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดเช่นกัน คือ ในช่วงตลาด sideway ออกข้างเราอาจจะเจอ false sig ทำให้ต้องคืนกำไร คืนทุน กันบ่อยๆ ได้ หรือบางทีถ้าตลาดมีการทุบแรงๆ ก็อาจจะทำให้เจอการคืนกำไรหมดเช่นกัน เพราะระบบจะต้องรอ confirm ของเส้น MACD ก่อน ถึงจะยอมขาย ตอนขึ้น บางทีทำให้มันถือได้นาน ถือได้ทน รันเทรนได้นาน แต่ถ้าลงแรงก็จบกัน 555
ความเห็นของรอบนี้ :
มาเร็วเคลมเร็ว เขียวปุ๊บทุบปั๊บ เข้าปั๊บรูดปุ๊บ เฮ้อ หัวจะปวด หลังๆ BTC ทำแบบนี้แทบจะทุกครั้ง ผมไปไล่ย้อนดูกราฟมา มันจะชอบลากๆๆๆ ก่อน MACD จะเขียว (มุดทะลุ 0) แล้วพอเขียวปุ๊บ ถ้ามันลากไปไกลห่างจากเส้น EMA18D เยอะพอแล้ว หลังจากนั้นมันมักจะทุบต่อเลยแบบไม่ต้องรอนาน
ลองไถกราฟเก่าๆ ย้อนไปดู ทำทรงนี้มาแทบจะตลอด ตั้งแต่ ก.ย. ปี 2025 เอาง่ายๆ ก็คือ win rate แทบจะเป็นศูนย์นั่นเอง 555
ส่วนตัวมองว่า ระบบใดๆ ก็ตาม มันก็จะมีวันนึงที่มันใช้ไม่ได้ และผมก็เริ่มรู้สึกว่า ระบบ Trend following บน TF Daily มันเริ่มเอามาใช้กับ BTC ไม่ได้ละ เพราะมันกากมานี่ก็ขึ้นปีที่สอง แต่ยังไงก็จะพยายามแวะมาอัพเดทเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้พิสูจน์ด้วยตัวเลขกันให้ชัดว่า มันเวิร์คหรือไม่เวิร์คนะครับ
BTC ActionZone = SELL! ( 18/3/2026 )
------------------
Entry : 74,900+-
SL Hit: 70,400 ( -6% )
Actual Loss = -2%
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-21Jan) Action Zone = -2%
(17Mar-18Mar) Action Zone = -2%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = -4% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 2 ครั้ง
เทรดชนะ : 0 ครั้ง
เทรดแพ้ : 2 ครั้ง
Win Rate = 0%






















