ReutersReuters

UK:ปอนด์ดิ่งลงหลังอังกฤษเผยอัตราเงินเฟ้อพุ่งแตะสูงสุด 40 ปีที่ 9.1%

ลอนดอน--22 มิ.ย.--รอยเตอร์

  • สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ว่า อัตราเงินเฟ้อของราคาผู้บริโภคอังกฤษพุ่งขึ้นแตะ 9.1% ในเดือนพ.ค. ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 1982 หรือจุดสูงสุดในรอบ 40 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของราคาอาหาร และถือเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในบรรดากลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือจี-7 โดยอัตราเงินเฟ้อนี้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ และทวีความเร็วขึ้นจากอัตรา 9.0% ในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบรายปี ทั้งนี้ ในส่วนของตัวเลขแบบเทียบรายเดือนนั้น ราคาผู้บริโภคปรับขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ค. ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.6%

  • ปอนด์ดิ่งลง 0.58% สู่ 1.2207 ดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ และเข้าใกล้จุดต่ำสุดรอบ 2 ปีที่ 1.1934 ดอลลาร์ที่ทำไว้ในวันที่ 14 มิ.ย. โดยปอนด์ถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ดิ่งลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนบางรายมองว่า อังกฤษเผชิญความเสี่ยงจากทั้งภาวะเศรษฐกิจถดถอยและภาวะอัตราเงินเฟ้อสูงเป็นเวลายาวนาน โดยเป็นผลจากการที่อังกฤษนำเข้าพลังงานจำนวนมาก และเป็นผลจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป (อียู)

  • ONS รายงานว่า ราคาอาหารและเครื่องดื่มยกเว้นเหล้าพุ่งขึ้น 8.7% ในเดือนพ.ค.เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2009 และปัจจัยนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้ออังกฤษพุ่งขึ้นในเดือนพ.ค. ทั้งนี้ ราคาที่ประตูโรงงานในอังกฤษทะยานขึ้น 22.1% ในเดือนพ.ค.เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นการทะยานขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำตัวเลขนี้ในปี 1985 เป็นต้นมา

  • ในบรรดาประเทศกลุ่มจี-7 นั้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของอังกฤษในเดือนพ.ค.อยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี ส่วนญี่ปุ่นกับแคนาดายังไม่ได้รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเดือนพ.ค.ออกมา แต่ไม่มีแนวโน้มว่าอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นกับแคนาดาจะอยู่สูงกว่าของอังกฤษ ทั้งนี้ ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) เพิ่งระบุในสัปดาห์ที่แล้ว อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มว่าจะยังคงอยู่สูงกว่า 9% ต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และอัตราเงินเฟ้อจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับสูงกว่า 11% เล็กน้อยในเดือนต.ค. เพราะค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับภาคครัวเรือนในอังกฤษจะปรับสูงขึ้นในเดือนนั้น

  • มูลนิธิเรโซลูชันเพิ่งระบุในวันนี้ว่า การที่อังกฤษถอนตัวออกจากอียู หรือ Brexit ส่งผลให้วิกฤติค่าครองชีพของภาคครัวเรือนอังกฤษทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะ Brexit ส่งผลให้เศรษฐกิจของอังกฤษอยู่ในระบบปิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสร้างความเสียหายในระยะยาวต่อประสิทธิภาพการผลิตและค่าแรง--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))

GRAPHIC-G7 inflation rates comparedhttps://tmsnrt.rs/3HIG5QE

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์