DJIA:ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:ดาวโจนส์,S&P 500 ร่วงลงแต่ Nasdaq ขยับขึ้น

นิวยอร์ค--27 ม.ค.--รอยเตอร์

  • ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันพุธ หลังจากพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงแรก โดยดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นเป็นเวลาสั้น ๆ หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับใกล้ 0% ตามเดิม อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นร่วงลงในเวลาต่อมา ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเตือนว่า เฟดจะเริ่มต้นปรับขึ้นกรอบเป้าหมายสำหรับอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ แถลงการณ์เฟดระบุว่า "เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่สูงกว่า 2% เป็นอย่างมาก และเนื่องจากตลาดแรงงานอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง ดังนั้น FOMC จึงคาดว่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่เฟดจะปรับขึ้นกรอบเป้าหมายสำหรับอัตราดอกเบี้ย federal funds ในเร็ว ๆ นี้"

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 0.38% สู่ 34,168.09, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับลง 0.15% สู่ 4,349.93 และดัชนี Nasdaq ปิดขยับขึ้น 0.02% สู่ 13,542.12 ทั้งนี้ ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐนั้น มีเพียงแค่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกับหุ้นกลุ่มการเงินเท่านั้นที่ปิดตลาดในแดนบวก

  • ตลาดหุ้นร่วงลงสู่แดนลบในช่วงที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดจัดงานแถลงข่าวหลังการประชุมเฟด โดยนายพาวเวลล์กล่าวเตือนว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายระยะยาว และปัญหาด้านอุปทานมีขนาดใหญ่เกินคาด และดำเนินไปเป็นเวลานานเกินคาด ทั้งนี้ นายคริส แซคคาเรลลี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทอินดิเพนเดนท์ แอดไวเซอร์ อัลไลอันซ์กล่าวว่า "เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายพาวเวลล์ว่า เฟดจะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมทุกครั้งหรือไม่ ซึ่งนั่นหมายความว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 4 ครั้งในปีนี้ นายพาวเวลล์ไม่ได้ตอบว่าเฟดจะไม่ทำเช่นนั้น และสิ่งนี้ก็บ่งชี้ว่าเฟดมีความยืดหยุ่นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเกินคาด"

  • บริษัทราว 20% ในดัชนี S&P 500 เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาแล้ว และบริษัท 81% ในกลุ่มนี้เปิดเผยผลกำไรที่ดีเกินคาด ทั้งนี้ หุ้นบริษัทไมโครซอฟท์ คอร์ปพุ่งขึ้น 2.8% หลังจากไมโครซอฟท์คาดการณ์รายได้ไตรมาสปัจจุบันในระดับที่ดีเกินคาด โดยได้รับแรงหนุนบางส่วนจากธุรกิจคลาวด์ อย่างไรก็ดี หุ้นโบอิ้งซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินดิ่งลง 4.8% หลังจากโบอิ้งระบุว่า ทางบริษัทมีค่าใช้จ่าย 4.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 โดยเป็นผลจากปัญหาในโครงการเครื่องบินโบอิ้ง 787

  • หุ้นบริษัทแมทเทล อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตของเล่นพุ่งขึ้น 4.3% หลังจากทางบริษัทได้รับสิทธิในการผลิตของเล่นที่พัฒนามาจากภาพยนตร์เรื่อง "Frozen" ของบริษัทวอลท์ ดิสนีย์อีกครั้ง หลังจากที่เคยเสียสิทธิดังกล่าวไปให้แก่บริษัทแฮสโบร--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์