ตลาดเงินนิวยอร์ค:วิตกยูเครนกดยูโรดิ่งลงแตะต่ำสุด 1 เดือน

นิวยอร์ค--26 ม.ค.--รอยเตอร์

  • ยูโรดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 1 เดือนในวันอังคาร ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกในเรื่องยูเครนกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐ ทางด้านนักลงทุนรอดูผลการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะได้รับการประกาศออกมาในวันพุธ โดยนักลงทุนคาดว่าเฟดจะเปิดเผยรายละเอียดในแผนการคุมเข้มนโยบายการเงิน ทั้งนี้ ผู้นำชาติตะวันตกได้เตรียมพร้อมรับมือกับการที่รัสเซียอาจจะใช้ปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ส่วนรัฐบาลรัสเซียระบุว่า รัสเซียกำลังจับตาดูสถานการณ์ด้วยความกังวล หลังจากสหรัฐสั่งให้ทหารสหรัฐ 8,500 นายเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปยุโรปในกรณีที่สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทางด้านองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ระบุในวันจันทร์ว่า นาโต้ได้สั่งให้กองทัพของนาโต้เตรียมพร้อม และนาโต้ส่งเรือกับเครื่องบินรบไปเสริมความมั่นคงให้แก่ยุโรปตะวันออก เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัสเซียเพิ่มจำนวนทหารบริเวณใกล้พรมแดนยูเครน

  • ดอลลาร์อยู่ที่ 113.86 เยน ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร โดยขยับลงจากระดับปิดตลาดวันจันทร์ที่ 113.92 เยน ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.1299 ดอลลาร์ในช่วงท้ายวันอังคาร โดยร่วงลงจาก 1.1323 ดอลลาร์ในช่วงท้ายวันจันทร์ หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 1 เดือนที่ 1.1261 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ทางด้านดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินอยู่ที่ 95.973 ในช่วงท้ายวันอังคาร โดยแข็งค่าขึ้นจาก 95.897 ในช่วงท้ายวันจันทร์ ทั้งนี้ ยูโร/ฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้น 0.29% สู่ 1.0379 ฟรังก์สวิสในช่วงท้ายวันอังคาร หลังจากเพิ่งดิ่งลงแตะ 1.0298 ฟรังก์สวิสในวันจันทร์ ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2015 ส่วนดอลลาร์สหรัฐร่วงลงสู่ 78.503 รูเบิลรัสเซียในช่วงท้ายวันอังคาร จาก 78.563 รูเบิลในช่วงท้ายวันจันทร์ หลังจากเพิ่งพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 14 เดือนที่ 79.479 รูเบิลในวันจันทร์

  • นายแอลวิส มาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์การลงทุนสกุลเงินของธนาคารเครดิต สวิสกล่าวว่า ความขัดแย้งเรื่องยูเครนส่งผลกระทบต่อยูโรและยุโรป เพราะยุโรปพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย แต่การแข็งค่าของดอลลาร์ได้แรงหนุนสำคัญมาจากการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด และเขากล่าวเสริมว่า "ก่อนหน้านี้ตลาดเคยคาดว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2022 แต่ตอนนี้ตลาดคาดว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ และนั่นคือปัจจัยสำคัญที่หนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากความอ่อนแอของตลาดหุ้นในวงกว้าง และจากการร่วงลงของราคาสินทรัพย์เสี่ยงนับตั้งแต่วันพุธที่แล้วด้วย" ทั้งนี้ นายมาริโนกล่าวว่า เนื่องจากธนาคารกลางในประเทศอื่น ๆ มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน ดังนั้นความผันผวนของดอลลาร์จึงลดระดับลง แต่ดัชนี VIX ที่ใช้วัดความผันผวนของดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นมาแล้วสองเท่าในปี 2022 โดยพุ่งขึ้นจาก 17.22 ในช่วงสิ้นปีที่แล้ว สู่ 38.94 ในวันที่ 24 ม.ค.

  • นักลงทุนคาดว่า ในวันพุธนี้เฟดอาจจะเปิดเผยรายละเอียดในแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และแผนการปรับลดขนาดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) หลังจากงบดุลของเฟดมีขนาดเพิ่มขึ้นสู่ 9 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธนาคารดอยช์ แบงก์คาดว่า เฟดอาจจะดำเนินมาตรการแบบสายเหยี่ยวมากเกินคาดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 6-7 ครั้งในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์ของบริษัท ING ระบุว่า ถ้าหากเฟดให้ความสำคัญกับการปรับลดขนาดงบดุล นักลงทุนก็อาจจะปรับลดการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

  • นักลงทุนในตลาดสัญญาล่วงหน้าคาดว่า มีโอกาส 100% ที่เฟดจะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมี.ค. และคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% เป็นจำนวนรวมกันทั้งหมด 4 ครั้งในปีนี้--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์