USA:มาร์กิตเผยดัชนี PMI สหรัฐดิ่งลงแตะต่ำสุด 18 เดือนในม.ค.

วอชิงตัน--25 ม.ค.--รอยเตอร์

  • บริษัทไอเอชเอส มาร์กิตรายงานในวันจันทร์ว่า กิจกรรมภาคธุรกิจของสหรัฐเติบโตในเดือนม.ค.ในอัตราที่เชื่องช้าที่สุดในรอบ 18 เดือน ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาพุ่งขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งส่งผลให้ปัญหาการขาดแคลนคนงานในโรงงานทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่อุปสงค์ยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับผลผลิตโดยรวมของสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ดิ่งลงจาก 57.0 ในเดือนธ.ค. สู่ 50.8 ในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2020 แต่ดัชนีที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคเอกชนของสหรัฐเติบโตขึ้นในเดือนม.ค. ทางด้านดัชนียอดสั่งซื้อโดยรวมของสหรัฐร่วงลงจาก 56.6 ในเดือนธ.ค. สู่ 55.0 ในเดือนม.ค. ซึ่งยังคงถือเป็นระดับสูง

  • นายคริส วิลเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธุรกิจของบริษัทไอเอชเอส มาร์กิตกล่าวว่า "สายพันธุ์โอมิครอนส่งผลกระทบต่อผลผลิตมากกว่าต่ออุปสงค์ และการที่ยอดสั่งซื้อพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งบ่งชี้ว่า อัตราการเติบโตจะปรับขึ้นได้อีกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค" ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ในสหรัฐอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 738,047 รายต่อวันในช่วงนี้ ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐรายงานว่า มีประชากร 8.8 ล้านคนที่ไม่ได้ไปทำงานในวันที่ 29 ธ.ค.-10 ม.ค. โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเชื้อไวรัสโคโรนา

  • ธุรกิจชะลอการเติบโตลงเป็นอย่างมากทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ โดยดัชนี PMI สำหรับภาคบริการของสหรัฐดิ่งลงจาก 57.6 ในเดือนธ.ค. สู่ 50.9 ในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2020 และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 55.0 โดยภาคบริการครองสัดส่วนสูงกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐ

  • ธุรกิจในภาคบริการรายงานว่า ธุรกิจได้รับแรงกดดันจากปัญหาการขาดแคลนคนงาน, คนงานลางาน และเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์โอมิครอน อย่างไรก็ดี อุปสงค์ในภาคบริการยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และบริษัทในภาคบริการจ้างคนงานเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้ยอดงานคั่งค้างปรับลดลง ทางด้านราคาปัจจัยการผลิตในภาคบริการชะลอการปรับขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง และสิ่งนี้ช่วยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า อัตราเงินเฟ้ออาจจะใกล้แตะจุดสูงสุดแล้ว โดยดัชนีราคาปัจจัยการผลิตในภาคบริการร่วงลงจาก 77.4 ในเดือนธ.ค. สู่ 71.7 ในเดือนม.ค.

  • กิจกรรมภาคการผลิตในสหรัฐได้รับแรงกดดันจากปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐดิ่งลงจาก 57.7 ในเดือนธ.ค. สู่ 55.0 ในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2020 หรือจุดต่ำสุดรอบ 15 เดือน และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 56.7 ในขณะที่ภาคการผลิตครองสัดส่วนราว 11.9% ของขนาดเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ การจ้างงานในภาคการผลิตหดตัวลงในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 18 เดือน ในขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิตตั้งข้อสังเกตว่า อัตราการเข้าออกงานของคนงานอยู่ในระดับสูง และบริษัทบางแห่งยังไม่ได้หาคนงานใหม่มาแทนที่คนงานเก่าที่สมัครใจลาออกไป ทางด้านยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงานปรับขึ้นในเดือนม.ค.ในอัตราที่เชื่องช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2020 ส่วนดัชนีราคาปัจจัยการผลิตในภาคโรงงานร่วงลงจาก 83.1 ในเดือนธ.ค. สู่ 80.1 ในเดือนม.ค. ซึ่งยังคงถือเป็นระดับที่สูงมาก--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์