GERMANY:จับตา 5 ประเด็นสำคัญหลังบอนด์ยิลด์เยอรมนีพุ่งขึ้นเหนือ 0%

ลอนดอน--20 ม.ค.--รอยเตอร์

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีประเภทอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่ 0.025% ในวันพุธ ซึ่งถือเป็นการทะยานขึ้นเหนือระดับ 0% ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 หรือครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี และปัจจัยนี้มีส่วนช่วยหนุนยูโรให้แข็งค่าขึ้นในวันพุธ โดยสิ่งนี้อาจจะเป็นสัญญาณบ่งชี้อีกด้วยว่า สถานการณ์ด้านการกู้ยืมเงินในยุโรปอาจจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยิลด์) ของเยอรมนีเคยอยู่ในระดับติดลบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากการที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เข้าซื้อพันธบัตรเป็นจำนวนมาก โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซน หลังจากอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายมาเป็นเวลานานหลายปี

  • นักวิเคราะห์ระบุว่า การพุ่งขึ้นของบอนด์ยิลด์เยอรมนีในวันพุธถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และนักวิเคราะห์ได้ระบุถึงประเด็นที่น่าจับตามอง 5 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยประเด็นแรกคือประเด็นที่ว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซน โดยอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนได้ขึ้นไปแตะสถิติสูงสุดที่ 5% ในช่วงนี้ ซึ่งสูงกว่าระดับเป้าหมายที่อีซีบีตั้งไว้ที่ 2% เป็นอย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ บอนด์ยิลด์ของเยอรมนีทะยานขึ้นมาแล้ว 0.40% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างเป็นอย่างมากจากปี 2016 เพราะในปีนั้นอีซีบีได้ขยายขนาดมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อต่อต้านภาวะเงินฝืด และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมนีอายุ 10 ปีดิ่งลงสู่ระดับต่ำกว่า 0% เป็นครั้งแรก

  • ประเด็นที่ 2 คือประเด็นที่ว่า บอนด์ยิลด์ของเยอรมนีพุ่งขึ้นโดยได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการทะยานขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ในขณะที่นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. และเฟดอาจจะปรับลดขนาดงบดุลลงจากระดับ 8 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ในส่วนของอีซีบีนั้น โครงการเข้าซื้อสินทรัพย์ฉุกเฉินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการระบาดใหญ่ (PEPP) ที่มีขนาด 1.85 ล้านล้านยูโรจะหมดอายุลงในเดือนมี.ค.ปีนี้ และนักลงทุนในตลาดเงินคาดว่า อีซีบีอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ปีนี้ยังถือเป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมาที่ปริมาณการออกจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลสุทธิในยูโรโซนจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรโดยอีซีบีด้วย

  • ประเด็นที่ 3 คือประเด็นที่ว่า การพุ่งขึ้นของบอนด์ยิลด์เยอรมนีจะส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ระดับต่ำในเยอรมนีและประเทศที่มีความน่าเชื่อถือสูงประเทศอื่น ๆ เคยช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงหุ้น, จังค์บอนด์ และตราสารหนี้ของประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอ อย่างเช่นอิตาลี โดยมีการคาดการณ์กันว่า ถ้าหากบอนด์ยิลด์เยอรมนีพุ่งขึ้นต่อไป สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ก็จะมีความน่าดึงดูดน้อยลง ทั้งนี้ นักลงทุนหลายรายระบุว่า เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง หรืออัตราผลตอบแทนที่ปรับตามภาวะเงินเฟ้อยังคงมีค่าติดลบเป็นอย่างมาก ดังนั้นนักลงทุนจึงมีแนวโน้มที่จะเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป และปัจจัยนี้คือสาเหตุที่ช่วยให้ตลาดหุ้นยังคงเคลื่อนตัวอยู่ใกล้สถิติสูงสุด ถึงแม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้นในช่วงนี้

  • ปัจจัยที่ 4 คือประเด็นที่ว่า การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมนีประเภทอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นมามีค่าเป็นบวก จะส่งผลให้ปริมาณพันธบัตรที่มีอัตราผลตอบแทนติดลบทั้งหมดในตลาดลดลงเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้เยอรมนีมีหนี้คงค้างเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ และพันธบัตรอายุ 10 ปีครองสัดส่วนราว 40% ของหนี้ดังกล่าว ดังนั้นสิ่งนี้จึงบ่งชี้ว่าพันธบัตรอายุ 10 ปีของเยอรมนีมีปริมาณสูงมาก และพันธบัตรกลุ่มนี้เคยครองสัดส่วนสูงในตลาดพันธบัตรที่ให้อัตราผลตอบแทนติดลบ ทั้งนี้ ตราสารหนี้ที่ให้อัตราผลตอบแทนติดลบทั่วโลกเคยมีขนาด 18 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2020 แต่ขนาดดังกล่าวได้ดิ่งลงสู่ระดับราว 9 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ทางด้านนักลงทุนบางรายมองว่า การที่พันธบัตรเริ่มให้อัตราผลตอบแทนเป็นบวกอาจจะสร้างความยากลำบากให้แก่ภาครัฐบาล แต่จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ธนาคารพาณิชย์, นักลงทุน และกองทุนเงินบำนาญ เนื่องจากนักลงทุนเหล่านี้ต้องการพันธบัตรที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง

  • ประเด็นที่ 5 คือประเด็นที่ว่า บอนด์ยิลด์เยอรมนีจะพุ่งขึ้นถึงระดับใด โดยวาณิชธนกิจส่วนใหญ่ยังคงคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมนีจะอยู่ใกล้ 0% หรือสูงกว่า 0% เล็กน้อยในช่วงสิ้นปี 2022 ทางด้านอีซีบีคาดว่า อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2% ในปีนี้ และจะร่วงกลับลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ในปี 2023 และสิ่งนี้บ่งชี้ว่าอีซีบีจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์