EUROPE:คาดอัตราเงินเฟ้อพุ่งทำลายสถิติขณะราคาน้ำมันจ่อแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

  • ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อของนักการธนาคารกลางอาจจะกลายเป็นเรื่องที่รุนแรงขึ้น ขณะที่พวกเขากำลังเผชิญกับแนวโน้มที่ราคาน้ำมันจะแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทำให้การคาดการณ์ราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และทำให้แรงกดดันด้านการขึ้นค่าจ้างรุนแรงขึ้น

  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นอีก 14% แล้วในปีนี้ มาที่ระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีที่ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้น 50% ในปีที่แล้ว

  • เนื่องจากกำลังการผลิตที่ตึงตัว, สต็อกน้ำมันที่ระดับต่ำ และภูมิศาสตร์การเมืองที่เกิดขึ้นในภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันหลายแห่ง ราคาน้ำมันจึงกำลังจะพุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่โกลด์แมน แซคส์คาดว่าจะพุ่งทะลุระดับดังกล่าวภายในกลางปีนี้ ขณะที่เจพีมอร์แกนคาดว่า ราคาน้ำมันอาจแตะระดับ 125 ดอลลาร์ในปีนี้ และ 150 ดอลลาร์ในปี 2023

  • ถ้าราคาน้ำมันแตะระดับ 100 ดอลลาร์และอยู่ที่ระดับดังกล่าว นั่นก็จะสร้างความสับสนให้กับการคำนวณของผู้กำหนดนโยบาย ตัวอย่างเช่น ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) คาดว่าน้ำมันดิบเบรนท์จะอยู่ที่ 77.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ และจะลดลงสู่ระดับ 69.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในปี 2024 ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้ธุรกิจต่างๆผลักดันต้นทุนไปให้ผู้บริโภคแบกรับ หรือทำให้แรงงานขอขึ้นค่าจ้าง โดยผลกระทบรอบสองนี้จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในวงกว้างขึ้นจนกดดันให้ธนาคารกลางต่างๆต้องจัดการ

  • แต่ผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่ในเขตยูโร ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น 10% จะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อราว 0.5% แต่ผลกระทบโดยตรงก็มีแนวโน้มลดลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่นักวิจัยของเฟดสาขาดัลลัส 2 คนคาดว่า สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะทำให้ดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 1.8% ในช่วงปลายปี 2021 และเพิ่มขึ้น 0.4% ภายในปลายปีนี้--จบ--

(รอยเตอร์ โดย เสาวณีย์ เอกปัญญาชัย แปลและเรียบเรียง) ((saowanee.ekpunyachai@thomsonreuters.com; โทร 0-2080-2314; Reuters Messaging: saowanee.ekpunyachai.thomsonreuters.com@reuters.net))

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์