DJIA:ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:หุ้นสหรัฐดิ่งลงขณะตลาดวิตกเฟดคุมเข้มนโยบาย

นิวยอร์ค--20 ม.ค.--รอยเตอร์

  • ตลาดหุ้นสหรัฐปิดดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันพุธ ในขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลกับการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา และกังวลกับการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยในช่วงนี้นักลงทุนกำลังรอดูการประชุมเฟดประจำวันที่ 25-26 ม.ค. โดยคาดว่าเฟดอาจจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อ หลังจากอัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปีในเดือนธ.ค. ทั้งนี้ ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดวันพุธด้วยการดิ่งลง 10.7% จากสถิติระดับปิดสูงสุดที่ทำไว้ในวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งเท่ากับว่าดัชนี Nasdaq ได้ปรับฐานลงแล้ว โดยการปรับฐานลงคือการที่ดัชนีปิดตลาดดิ่งลงไม่ต่ำกว่า 10% จากระดับปิดสูงสุด และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ในรอบสองปีที่ดัชนี Nasdaq ปรับฐานลง โดยการปรับฐานครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2021

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดดิ่งลง 0.96% สู่ 35,028.65, ดัชนี S&P 500 ปิดรูดลง 0.97% สู่ 4,532.76 ในวันพุธ และดิ่งลงมาแล้วราว 5% จากช่วงต้นปีนี้ ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดดิ่งลง 1.15% สู่ 14,340.26 ทางด้านดัชนี Russell 2000 สำหรับหุ้นบริษัทขนาดเล็กของสหรัฐปิดรูดลง 1.6% ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดิ่งลง 1.8% และถือเป็นกลุ่มที่รูดลงมากที่สุดในวันพุธ ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงราว 1.7% และดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรูดลง 1.4%

  • หุ้นแอปเปิลดิ่งลง 2.1% และถือเป็นหุ้นที่ส่งแรงลบต่อดัชนี Nasdaq มากที่สุดในวันพุธ ในขณะที่ดัชนี Nasdaq ได้รับแรงกดดันจากหุ้นเทสลาที่ดิ่งลง 3.38% และหุ้นอะเมซอนที่รูดลง 1.65% ด้วย ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตได้รับแรงกดดันในช่วงต้นปีนี้จากการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะดำเนินมาตรการอย่างแข็งกร้าวในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีทะยานขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 ปีที่ 1.902% ในระหว่างช่วงการซื้อขายวันพุธ ก่อนจะร่วงลงสู่ 1.854% ในช่วงท้ายวันพุธ จาก 1.875% ในช่วงท้ายวันอังคาร

  • นางคริสตินา ฮูเพอร์ หัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนตลาดโลกของบริษัทอินเวสโกกล่าวว่า "การเริ่มต้นคุมเข้มนโยบายการเงินมักจะส่งผลให้เกิดความผันผวนเป็นอย่างมาก และนักลงทุนมักจะกังวลกับความเสี่ยงที่ว่า อาจจะมีการดำเนินนโยบายอย่างผิดพลาด ซึ่งจะส่งผลให้วัฏจักรเศรษฐกิจสิ้นสุดลง ดังนั้นนักลงทุนจึงมีความกังวลเป็นอย่างมากในช่วงนี้" ทั้งนี้ นายไมเคิล เจมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายค้าหุ้นของบล.เวดบุชกล่าวว่า "นักลงทุนมีความกังวลเป็นอย่างมากว่า สถานการณ์ในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ในขณะที่วัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนมี.ค."

  • หุ้นบริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) ที่ทำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งขึ้น 3.4% หลังจากบริษัทแห่งนี้ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ยอดขายรายปี ทั้งนี้ หุ้นธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกาบวกขึ้น 0.4% ส่วนหุ้นธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์พุ่งขึ้น 1.8% หลังจากแบงก์ ออฟ อเมริการายงานว่า ผลกำไรรายไตรมาสพุ่งขึ้น 30% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเกินคาด ส่วนมอร์แกน สแตนเลย์รายงานผลกำไรไตรมาส 4 ที่สูงเกินคาด--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์