DJIA:ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:หุ้นสหรัฐดิ่งลงขณะบอนด์ยิลด์พุ่งขึ้น

นิวยอร์ค--19 ม.ค.--รอยเตอร์

  • ตลาดหุ้นสหรัฐปิดดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันอังคาร หลังจากวาณิชธนกิจโกลด์แมน แซคส์เปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอ และปัจจัยดังกล่าวกดดันหุ้นกลุ่มการเงินให้รูดลง ทางด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปีนี้ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 ปี ทั้งนี้ หุ้นโกลด์แมน แซคส์รูดลง 7% ในวันอังคาร หลังจากโกลด์แมนเปิดเผยผลกำไรรายไตรมาสที่ต่ำเกินคาด โดยเป็นผลจากกิจกรรมด้านเทรดดิงที่อ่อนแอ และปัจจัยนี้ก็มีส่วนกดดันให้ดัชนีหุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลง 2.3% ในวันอังคาร ถึงแม้หุ้นกลุ่มการเงินเคยพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นปี 2022

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดดิ่งลง 1.51% สู่ 35,368.47, ดัชนี S&P 500 ปิดรูดลง 1.84% สู่ 4,577.11 และดัชนี Nasdaq ปิดดิ่งลง 2.6% สู่ 14,506.90 โดยดัชนี Nasdaq รูดลงมาแล้วราว 9.7% จากสถิติระดับปิดสูงสุดที่ทำไว้ในวันที่ 19 พ.ย. และสิ่งนี้บ่งชี้ว่าดัชนี Nasdaq ใกล้ที่จะปรับฐานลง 10% ซึ่งจะถือเป็นการปรับฐานลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ดัชนี Nasdaq ยังปิดตลาดวันอังคารที่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ 14,730 ด้วย ซึ่งถือเป็นการปิดตลาดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2020 เป็นต้นมา ทั้งนี้ หุ้น 10 กลุ่มจาก 11 กลุ่มใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงมากที่สุด แต่หุ้นกลุ่มพลังงานบวกขึ้น 0.4% และถือเป็นหุ้นกลุ่มเดียวที่ปรับขึ้นในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มพลังงานถือเป็นกลุ่มที่พุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2022 ด้วย

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 2 ปีพุ่งขึ้นแตะ 1.058% ในวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการทะยานขึ้นเหนือระดับ 1% ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2020 ทางด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 ปีที่ 1.881% ในวันอังคาร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินมาตรการอย่างแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้นในการแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยิลด์) ส่งผลลบต่อหุ้นเติบโตและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมากเป็นพิเศษ เพราะการพุ่งขึ้นของบอนด์ยิลด์จะส่งผลลบต่อกระแสเงินสดในอนาคตของบริษัทกลุ่มนี้

  • ดัชนี S&P 500 ได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงหุ้นไมโครซอฟท์, แอปเปิล และเมตา แพลตฟอร์มส์ ทั้งนี้ ผลสำรวจของธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริการะบุว่า ผู้จัดการกองทุนได้ปรับลดสถานะ overweight ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลงจนแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ส่วนผลสำรวจของธนาคารดอยช์ แบงก์ระบุว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐอยู่ในภาวะฟองสบู่

  • หุ้นแอคทิวิชัน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตวิดีโอเกมพุ่งขึ้นเกือบ 26% หลังจากไมโครซอฟท์ประกาศเรื่องการทำข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อแอคทิวิชันในวงเงิน 6.87 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยข่าวนี้ช่วยหนุนหุ้นบริษัทวิดีโอเกมแห่งอื่น ๆ ให้พุ่งขึ้นตามไปด้วย โดยหุ้นอิเล็กทรอนิก อาร์ตส์ทะยานขึ้น 2.7% และหุ้นเทค-ทู อินเทอร์แอคทีฟ ซอฟท์แวร์พุ่งขึ้น 1% แต่หุ้นไมโครซอฟท์ดิ่งลง 2.4%--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))

อ่านต่อ
เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนบัญชี TradingView ฟรี และเพลิดเพลินแบบไม่มีอะไรมายั้งกับการเข้าถึงข่าวสารทางการเงินทั่วโลกแบบเรียลไทม์