09:05พ.ย. 04, 2021Reuters

คาดธ.กลางปท.ตลาดเกิดใหม่ขึ้นดบ.เร็วสุดในรอบกว่า 10 ปี,กระทบตลาดหุ้น

ลอนดอน--4 พ.ย.--รอยเตอร์

  • นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 10 ปี เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะสร้างความเสียหายต่อตลาดหุ้น และจะทำให้ปัญหาหนี้สินทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อส่งผลให้นักลงทุนปรับเพิ่มการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศพัฒนาแล้วด้วยเช่นกัน ซึ่งรวมถึงในสหรัฐ, ออสเตรเลีย และอังกฤษ อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งขึ้นทั่วโลกจะสร้างความเสียหายมากเป็นพิเศษต่อประเทศกำลังพัฒนา เพราะว่าเศรษฐกิจในหลายประเทศในกลุ่มนี้ยังไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับเดียวกับในช่วงก่อนเกิดวิกฤติโรคระบาด

  • ธนาคารกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งแกร่งไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อรับมือกับการพุ่งขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน และนักลงทุนในตลาดเงินก็คาดว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่จะมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วต่อไปในอนาคตด้วย ในขณะที่ภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาเป็นเวลานานกว่าในสหรัฐหรือยุโรป ทั้งนี้ ธนาคารเจพีมอร์แกนคาดว่า แอฟริกาใต้, เม็กซิโก, โปแลนด์ และตุรกีมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกว่า 2.00% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ส่วนบราซิลมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกว่า 6.00% และโคลอมเบียมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกว่า 4.00% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

  • อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศขนาดใหญ่หลายประเทศ ซึ่งรวมถึงในแอฟริกาใต้, เม็กซิโก, บราซิล และตุรกี และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานก็มีแนวโน้มทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในทุกภูมิภาคด้วย โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเม็กซิโกเพิ่งพุ่งขึ้นในช่วงครึ่งแรกของเดือนต.ค.สู่ระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1999 ส่วนอัตราเงินเฟ้อในรัสเซียทะยานขึ้นสู่ระดับเกือบถึง 8% ถึงแม้รัสเซียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ นายมานิค นาเรน หัวหน้าฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ตลาดเกิดใหม่ในธนาคารยูบีเอสระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายกำลังกังวลกับการพุ่งขึ้นของราคาอาหารในช่วงนี้ด้วย ในขณะที่เม็กซิโก, อาร์เจนตินา และประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ประเทศอื่น ๆ กำลังเผชิญกับภาวะแห้งแล้ง อย่างไรก็ดี นายคริสเตียน เคลเลอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของธนาคารบาร์เคลย์คาดว่า ธนาคารกลางในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ เนื่องจากนักลงทุนในตลาดเงินอาจจะคาดการณ์มากเกินไปในเรื่องนี้

  • การที่ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของสกุลเงินประเทศตลาดเกิดใหม่ในปี 2021 และช่วยจำกัดอัตราเงินเฟ้อในส่วนของราคานำเข้า โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นมาแล้วเกือบ 5% จากช่วงต้นปีนี้ แต่รูเบิลของรัสเซียแข็งค่าขึ้น 3.2% จากช่วงต้นปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัสเซียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3.25% ทางด้านเรียลของบราซิลดิ่งลง 7% ในปีนี้ ในขณะที่บราซิลปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 5.75% อย่างไรก็ดี ลีราของตุรกีรูดลงกว่า 20% ในปีนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากการที่ตุรกีปรับลดอัตราดอกเบี้ย แทนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูง ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้ประเทศตลาดเกิดใหม่สามารถรักษาส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริงของประเทศตนเองกับของรัฐบาลสหรัฐได้ด้วย และปัจจัยนี้จะช่วยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติยังคงลงทุนในประเทศนั้นต่อไป และช่วยสกัดกั้นเงินทุนไหลออก

  • ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยอมรับว่าทางธนาคารกลางจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยรัสเซียเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในเดือนต.ค. แต่นางเอลวิรา นาบิวลินา ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซียกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 1.00% ในอนาคต อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะสร้างความเสียหายต่อตลาดหุ้น โดยดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ร่วงลงสู่ระดับ 1,262 ในช่วงนี้ จากระดับ 1,292 ในช่วงสิ้นปีที่แล้ว ถึงแม้ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นมาแล้วกว่า 20% จากช่วงต้นปีนี้ และดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกทะยานขึ้นมาแล้ว 16% จากช่วงต้นปีนี้--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))