05:57ก.ค. 22, 2021Reuters

คาดธ.กลางปท.ตลาดเกิดใหม่ขึ้นดบ.อีกหลายครั้งใน 12 เดือนข้างหน้า

ลอนดอน--22 ก.ค.--รอยเตอร์

  • ถึงแม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้ ธนาคารกลางในประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่หลายประเทศก็ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา โดยบราซิลกับรัสเซียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 3 ครั้งในปีนี้, จีนคุมเข้มนโยบายการเงินไปบ้างแล้วในปีนี้ ส่วนเม็กซิโก, สาธารณรัฐเช็ก และฮังการี ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบหลายปี ทั้งนี้ ธนาคารเจพีมอร์แกนระบุว่า นักลงทุนในตลาดการเงินกำลังคาดการณ์กันว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญ 18 ประเทศมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% เป็นจำนวนรวมกัน 73 ครั้งในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และปรับขึ้นเป็นจำนวนรวมกันกว่า 100 ครั้งในช่วง 2 ปีข้างหน้า

  • ถึงแม้นักวิเคราะห์มองว่าประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักวิเคราะห์ก็คาดว่า การระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 จะส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกลางของอินโดนีเซีย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไป นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์อีกด้วยว่า ตุรกีจะเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่เพียงประเทศเดียวที่มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรุนแรงในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยเป็นผลจากแรงกดดันของประธานาธิบดีไตยิป แอร์โดอันของตุรกี โดยนักลงทุนคาดว่า ตุรกีอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 1.00% สู่ 18% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แต่อัตรา 18% นี้จะยังคงถือว่าอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

  • นักวิเคราะห์ได้ระบุถึงประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยประเทศแรกคือรัสเซีย โดยนักลงทุนคาดว่ารัสเซียมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1.00% สู่ 6.50% ในวันศุกร์นี้ เพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 5 ปี โดยเจพีมอร์แกนคาดว่า รัสเซียจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ 7% ในอนาคต ส่วนบริษัทแคปิตัล อิโคโนมิคส์คาดว่า รัสเซียจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ 7.25% ก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ประเทศที่ 2 ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยคือบราซิล โดยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์กว่า 100 รายที่ออกมาในวันจันทร์ระบุว่า ธนาคารกลางบราซิลมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 4.25% ในปัจจุบัน สู่ระดับ 6.75% ก่อนสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังคาดการณ์อีกด้วยว่า บราซิลมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.75% ในวันที่ 4 ส.ค. ส่วนนักลงทุนคาดว่า บราซิลมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมกัน 3.70% สู่ระดับใกล้ 8% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

  • ประเทศที่ 3 คือเม็กซิโก โดยเม็กซิโกเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 และนักลงทุนก็คาดว่า เม็กซิโกจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1.25% ก่อนสิ้นปีนี้ และปรับขึ้นรวมกัน 1.75% ภายในเวลา 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ประเทศที่ 4 คือจีน โดยจีนได้คุมเข้มนโยบายการเงินอย่างสม่ำเสมอในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอส่งผลให้จีนปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายในเดือนนี้ด้วยการประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า จีนอาจจะคุมเข้มนโยบายการเงินในอัตราราว 0.14% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า

  • ประเทศที่ 5 คืออินเดีย ซึ่งเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคที่ระดับสูงราว 6% ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และเผชิญกับปัญหาการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันด้วย เพราะอินเดียเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ โดยนักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางอินเดียอาจจะปรับนโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติในช่วงต้นปีหน้า และอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% เป็นจำนวน 7 ครั้งในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ประเทศที่ 6 คือแอฟริกาใต้ โดยนักลงทุนคาดเคยคาดการณ์ในช่วงก่อนหน้านี้ว่า แอฟริกาใต้อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 5 ครั้งในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แต่เหตุการณ์จลาจลในแอฟริกาใต้ในสัปดาห์ที่แล้วอาจจะส่งผลให้การคาดการณ์ในเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไป โดยธนาคารกลางแอฟริกาใต้อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ แต่อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.และในเดือนพ.ย.--จบ--

(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)

((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;

Reuters Messaging: jit.phokaew.thomsonreuters.com@reuters.net))