ปัจจุบันนี้ ราคาทองอยู่แถวโซนราคา 4100-4200
แต่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา 2/10/69 ได้มีประกาศข่าว Non-farm payroll
นั่นคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเศรษฐกิจ โดยมีการคาดการณ์ล่วงหน้า
ว่าจะมีการจ้างงานสูงถึงประมาณ 89k และตัวเลขกลับผิดคาดไปไกล
ตัวเลขการจ้างงานจริงอยู่ที่ 29k จากนั้นภายใน 5 นาทีหลังประกาศ ก็มีแรงซื้อเด้งขึ้นไป
และหลังจากนั้น มีการร่วงลงมาต่ำกว่าจุดเดิมจนแทบจะปิดตลาด ในเวลา 04.00 น. เวลาไทย
ซึ่งผู้เขียนแอบมองว่ามันเหมือนกับนักเก็งกำไรระยะสั้น ที่เทขายออกมาก่อนเมื่อตัวเลขสำคัญประกาศ
บทวิเคราะห์นี้ จะแยกเป็น 2 ส่วนในการคิดว่าทำไมทองถึงอาจจะขึ้นไปได้ระดับราคาดังกล่าว
นั่นคือ 1. ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจ (Economic indicators) และ 2. ปัจจัยทางเทคนิค (Technical analysis)
1.ตัวเลขเศรษฐกิจ (Economic indicators)
ปัจจุบัน Non-farm payroll นั่นคือการจ้างงานออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ Fed ต้องประคับประคองเศรษฐกิจ
เนื่องด้วย ตอนนี้หนี้สูง มีการตกงาน แถมยังอัตราจ้างงานต่ำ ดังนั้นใน Fed rate monitoring
ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า อาจจะคงดอกเบี้ย หรือ ลดดอกเบี้ย ในวันที่ 29/10/69 นี้
การลดหรือคงดอกเบี้ย อาจส่งผลทำให้เงินเฟ้อดำเนินต่อไป แต่ก็ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไม่ให้แย่
จากการที่คนมีหนี้ หรือธุรกิจที่เพิ่งกู้เงินมาลงทุน การลดดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยจะทำให้ร้านค้าหรือคนที่มีหนี้
ได้รับผลกระทบจากหนี้น้อยลง
ที่นี้ ส่งผลอย่างไรกับราคาทอง เมื่อลดหรือคงดอกเบี้ย ค่าเงินก็จะอ่อนตามไปด้วย เกิดเหตุที่ว่า XAU/USD
นั่นคือราคาทองต่อดอลล่าสหรัฐ สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงิน
แต่ก็ยังมีปัจจัยของ Bond yield 10 ปี ที่สูงที่อาจจะเป็นตัวกดดันราคาทองต่อได้ จึงอาจจะต้องมอง 2 มุม
และวันที่ 14 ประกาศตัวเลข CPI, 15 ประกาศ PPI, 16 ประกาศ PMI ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ
ระหว่างวันดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับ Technical analysis ร่วมด้วย ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ดังภาพ

2.ปัจจัยทางเทคนิค
ปัจจุบันผู้เขียนมองว่า Wave ใหญ่นี้คือ Wave 4 และกำลังทำ wave B ของ Wave 4
โดยดูเป็น Zigzag เนื่องจาก wave count 5-3-5 โดยปัจจุบันเราทราบแล้วว่า A ที่มี 5 คลื่นย่อย
ที่มี i-v ได้จบไปแล้ว ราวๆ 3900 และขึ้นรอบใหม่ ไปแถว 4700 โดยคลื่นนี้ ผู้เขียนมองว่าเป็น wave i ของ wave B ของคลื่น 4 ซึ่ง wave B จะมี 3 คลื่นภายใน โดยมี 3 ขยัก โดยล่าสุดน่าจะลงมาทำ wave ii ของ wave B เรียบร้อยแล้ว หรือหากจะลงไปต่ำกว่านั้น คาดว่าอาจจะไม่หลุด 4000
หากลองตีกรอบขาลงดังกล่าว (กรอบม่วง) จะเรียกว่า Falling wedge pattern ซึ่งเมื่อเกิดในช่วงขาลงใหญ่ๆ
จะถูกนับเป็น Reversal pattern นั่นคือ pattern การกลับตัวของราคา รวมถึงการมี False break (ไม่แน่ใจ)
ซึ่งอาจจะถูกนับว่าเป็นการทำ Liquidity sweep เพื่อกวาดสภาพคล่องก่อนเลือกทาง ดังภาพ

การกวาด Liquidity sweep ทำให้นักลงทุนส่วนมากสับสน เพราะ ฝั่ง Buy ก็รอซื้อที่แนวรับ ฝั่ง Sell ก็รอขายเมื่อหลุดแนวรับ แต่ผลปรากฏว่า ราคามักจะโดนลากไปในทิศทางใดทิศทางนึง ซึ่งทะลุแนวรับก่อนที่จะย้อนขึ้นกลับไปอีกทาง (ซึ่งจริงๆ ยังไม่รู้ว่า False break หรือไม่ แต่ก็เป็นเพียงสันนิฐานอย่างนึง)
ลองตีเส้นสีดำเป็นขาขึ้นของรอบใหม่ เส้นสีดำที่กลายเป็นเส้นกดดันราคาของขาขึ้น ช่วง 3 กค. และ 25 สค.
หากลองสังเกตดู จะพบว่า หากขึ้นไปรอบนี้ จะขึ้นไปบรรจบ ตัวเลข Fibonacci 0.786
โดยหากเรามองว่า Wave 4 นี้กำลังทำท่า Zigzag correction (5-3-5)
การมี Retracement ของ คลื่น B ส่วนมากจะขึ้นไปประมาณ 50%-78% ตรงกับ Fibonacci 0.5-0.786
นั่นคือการขึ้นไปแถวโซนราคา 5000-5200 ก็จะขึ้นไปแถวเส้นกดสีดำ
และราคาโซนดังกล่าวจะเป็นโซนที่มี volume profile peak สูงเช่นกัน
บทความนี้เป็นเพียงไอเดียหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อการชักชวนเพื่อการลงทุนแต่อย่างใด
ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนหากต้องการลงทุน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ
บทความก่อนหน้า
ก่อนราคาทองจะร่วงจาก 5000 สู่ 3900
https://th.tradingview.com/chart/XAUUSD/BI1IcW7M/
ก่อนทองจะขึ้นจาก 3900 สู่ 4600
https://th.tradingview.com/chart/XAUUSD/J5WqvqDX/
ก่อนราคาทองจะร่วงจาก 4600 สู่ 4100
https://th.tradingview.com/chart/XAUUSD/TbapGztX/
แต่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา 2/10/69 ได้มีประกาศข่าว Non-farm payroll
นั่นคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเศรษฐกิจ โดยมีการคาดการณ์ล่วงหน้า
ว่าจะมีการจ้างงานสูงถึงประมาณ 89k และตัวเลขกลับผิดคาดไปไกล
ตัวเลขการจ้างงานจริงอยู่ที่ 29k จากนั้นภายใน 5 นาทีหลังประกาศ ก็มีแรงซื้อเด้งขึ้นไป
และหลังจากนั้น มีการร่วงลงมาต่ำกว่าจุดเดิมจนแทบจะปิดตลาด ในเวลา 04.00 น. เวลาไทย
ซึ่งผู้เขียนแอบมองว่ามันเหมือนกับนักเก็งกำไรระยะสั้น ที่เทขายออกมาก่อนเมื่อตัวเลขสำคัญประกาศ
บทวิเคราะห์นี้ จะแยกเป็น 2 ส่วนในการคิดว่าทำไมทองถึงอาจจะขึ้นไปได้ระดับราคาดังกล่าว
นั่นคือ 1. ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจ (Economic indicators) และ 2. ปัจจัยทางเทคนิค (Technical analysis)
1.ตัวเลขเศรษฐกิจ (Economic indicators)
ปัจจุบัน Non-farm payroll นั่นคือการจ้างงานออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ Fed ต้องประคับประคองเศรษฐกิจ
เนื่องด้วย ตอนนี้หนี้สูง มีการตกงาน แถมยังอัตราจ้างงานต่ำ ดังนั้นใน Fed rate monitoring
ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า อาจจะคงดอกเบี้ย หรือ ลดดอกเบี้ย ในวันที่ 29/10/69 นี้
การลดหรือคงดอกเบี้ย อาจส่งผลทำให้เงินเฟ้อดำเนินต่อไป แต่ก็ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไม่ให้แย่
จากการที่คนมีหนี้ หรือธุรกิจที่เพิ่งกู้เงินมาลงทุน การลดดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยจะทำให้ร้านค้าหรือคนที่มีหนี้
ได้รับผลกระทบจากหนี้น้อยลง
ที่นี้ ส่งผลอย่างไรกับราคาทอง เมื่อลดหรือคงดอกเบี้ย ค่าเงินก็จะอ่อนตามไปด้วย เกิดเหตุที่ว่า XAU/USD
นั่นคือราคาทองต่อดอลล่าสหรัฐ สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงิน
แต่ก็ยังมีปัจจัยของ Bond yield 10 ปี ที่สูงที่อาจจะเป็นตัวกดดันราคาทองต่อได้ จึงอาจจะต้องมอง 2 มุม
และวันที่ 14 ประกาศตัวเลข CPI, 15 ประกาศ PPI, 16 ประกาศ PMI ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ
ระหว่างวันดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับ Technical analysis ร่วมด้วย ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ดังภาพ
2.ปัจจัยทางเทคนิค
ปัจจุบันผู้เขียนมองว่า Wave ใหญ่นี้คือ Wave 4 และกำลังทำ wave B ของ Wave 4
โดยดูเป็น Zigzag เนื่องจาก wave count 5-3-5 โดยปัจจุบันเราทราบแล้วว่า A ที่มี 5 คลื่นย่อย
ที่มี i-v ได้จบไปแล้ว ราวๆ 3900 และขึ้นรอบใหม่ ไปแถว 4700 โดยคลื่นนี้ ผู้เขียนมองว่าเป็น wave i ของ wave B ของคลื่น 4 ซึ่ง wave B จะมี 3 คลื่นภายใน โดยมี 3 ขยัก โดยล่าสุดน่าจะลงมาทำ wave ii ของ wave B เรียบร้อยแล้ว หรือหากจะลงไปต่ำกว่านั้น คาดว่าอาจจะไม่หลุด 4000
หากลองตีกรอบขาลงดังกล่าว (กรอบม่วง) จะเรียกว่า Falling wedge pattern ซึ่งเมื่อเกิดในช่วงขาลงใหญ่ๆ
จะถูกนับเป็น Reversal pattern นั่นคือ pattern การกลับตัวของราคา รวมถึงการมี False break (ไม่แน่ใจ)
ซึ่งอาจจะถูกนับว่าเป็นการทำ Liquidity sweep เพื่อกวาดสภาพคล่องก่อนเลือกทาง ดังภาพ
การกวาด Liquidity sweep ทำให้นักลงทุนส่วนมากสับสน เพราะ ฝั่ง Buy ก็รอซื้อที่แนวรับ ฝั่ง Sell ก็รอขายเมื่อหลุดแนวรับ แต่ผลปรากฏว่า ราคามักจะโดนลากไปในทิศทางใดทิศทางนึง ซึ่งทะลุแนวรับก่อนที่จะย้อนขึ้นกลับไปอีกทาง (ซึ่งจริงๆ ยังไม่รู้ว่า False break หรือไม่ แต่ก็เป็นเพียงสันนิฐานอย่างนึง)
ลองตีเส้นสีดำเป็นขาขึ้นของรอบใหม่ เส้นสีดำที่กลายเป็นเส้นกดดันราคาของขาขึ้น ช่วง 3 กค. และ 25 สค.
หากลองสังเกตดู จะพบว่า หากขึ้นไปรอบนี้ จะขึ้นไปบรรจบ ตัวเลข Fibonacci 0.786
โดยหากเรามองว่า Wave 4 นี้กำลังทำท่า Zigzag correction (5-3-5)
การมี Retracement ของ คลื่น B ส่วนมากจะขึ้นไปประมาณ 50%-78% ตรงกับ Fibonacci 0.5-0.786
นั่นคือการขึ้นไปแถวโซนราคา 5000-5200 ก็จะขึ้นไปแถวเส้นกดสีดำ
และราคาโซนดังกล่าวจะเป็นโซนที่มี volume profile peak สูงเช่นกัน
บทความนี้เป็นเพียงไอเดียหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อการชักชวนเพื่อการลงทุนแต่อย่างใด
ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนหากต้องการลงทุน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ
บทความก่อนหน้า
ก่อนราคาทองจะร่วงจาก 5000 สู่ 3900
https://th.tradingview.com/chart/XAUUSD/BI1IcW7M/
ก่อนทองจะขึ้นจาก 3900 สู่ 4600
https://th.tradingview.com/chart/XAUUSD/J5WqvqDX/
ก่อนราคาทองจะร่วงจาก 4600 สู่ 4100
https://th.tradingview.com/chart/XAUUSD/TbapGztX/
การนำเสนอที่เกี่ยวข้อง
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
การนำเสนอที่เกี่ยวข้อง
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
