NatheeBunyanuwat

วิเคราะห์ทองคำพุธที่ 22 กันยายน 2564

FX:XAUUSD   ทองคำ / ดอลลาร์สหรัฐ
ทองคำนิวยอร์กปิดบวก 14.4 ดอลลาร์ เหตุวิกฤตเอเวอร์แกรนด์สร้างแรงหนุนเข้าซื้อทองคำ

ทองคำเมื่อคืนนี้ปิดบวกติดต่อกัน 2 วัน โดยมีแรงหนุนจากการเข้าซื้อทองคำของนักลงทุนจากความกังวลวิกฤตหนี้สินของบริษัท ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป
ตลาดทองคำ COMEX (Commondity Exchange) สัญญาส่งมองเดือน ธ.ค. ปิดเพิ่มขึ้นอีก 14.4 ดอลลาร์ หรือ 0.82% ปิดที่ระดับ 1,778.2 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การเข้าซื้อทองคำของนักลงทุนยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกล่างความกังวลการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัท ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลก ล่าสุดนั้นทางแบงค์ ออฟ อเมริกาได้ปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP ของจีนลงเหลือ 8% จากที่คาดการณ์เดิมไว้ที่ 8.3% เนื่องจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ของเอเวอร์แกรนด์ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
ทางด้านเอส แอนด์ พี โกลบอล เรทติ้ง ยังได้คาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะไม่ให้การช่วยเหลือโดยตรงแก่เอเวอร์แกรนด์ และเอเวอร์แกรนด์เองคงจะมีการผิดนัดชำระหนี้การจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 งวดในเดือนนี้
วันที่ 23 กันยายน กำหนดจ่ายดอกเบี้ย 83.5 ล้านดอลลาร์ของหุ้นกู้ที่ครบอายุเดือนมี.ค. 2565
วันที่ 29 กันยายน กำหนดจ่ายดอกเบี้ย 47.5 ล้านดอลลาร์ของหุ้นกู้ท่ีครบอายุเดือน มี.ค. 2567
ในประเด็นนี้จึงทำให้มีการเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้นอีกครั้ง ทั้งนี้ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นการอ่อนค่าก่อนการรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้หรือเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีดอลลาร์เมื่อวานนี้อ่อนค่าลดลง 0.08% แตะที่ระดับ 93.2047
สำหรับการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นั้นอาจมีการประกาศปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรหรือ QE ในการประชุมครั้งนี้ นักลงทุนยังเฝ้าติดตามคำแถลงของนายเจอโรม ประธานเฟดรวมทั้งรายงาน “Dot plot” ซึ่นเป็นการคาดการณ์ในอนาคตของกรรมการเฟดแต่ละคน


ประเมินทางเทคนิคทองคำวันนี้
การปรับขึ้นทองคำนั้นมาจากการเข้าซื้อเหตุเอเวอร์แกรนด์ จึงประเมินว่าทองคำไม่ได้ปรับขึ้นตามปัจจัยชี้นำตลาดขณะนี้ในระยะยาว จึงไม่ควรเน้นการสะสมเข้าซื้อมากเกินไปในเวลานี้ หากวันนี้ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้นั้น อาจมีการเทขายทำกำไรจากการเข้าซื้อทองคำสองวันก่อนหน้า ประเมินแนวรับบริเวณ 1,760-1745 ดอลลาร์ต่อออนซ์​ แนะนำให้เฝ้าติดตามผลการประชุมของเฟดให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะตัดสินใจการลงทุนต่อไปในตลาดทองคำ

กลยุทธ์การเทรดทองคำรายชั่วโมงวันนี้

Long Position : รอซื้อทองคำหากราคาทองคำย่อลงสู่ระดับ 1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้วไม่สามารถผ่านระดับราคานี้ลงไปได้ ให้เสี่ยงเปิด “ซื้อ” ที่บริเวณดังกล่าว เน้นการลงทุนระยะสั้นเท่านั้น พิจารณาปิดทำกำไรหากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่าน 1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์​ แต่หากผ่านขึ้นไปได้นั้นให้ชะลอการปิดทำกำไรบางส่วนออกไปก่อน ประเมินแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาทองคำปรับตัวต่ำกว่า 1,745 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

Short Position: หากราคาทองคำยังไม่สามารถปรับขึ้นเหนือระดับ 1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้นั้น อาจเสี่ยงเปิด “ขาย” ได้จากบริเวณดังกล่าว เน้นการทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น พิจารณาปิดทำกำไรบริเวณ 1,745 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากราคาไม่สามารถผ่านแนวรับนี้ลงไปได้ (ตัดขาดทุนหากราคาปรับตัวขึ้นสูงกว่า 1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

แนวรับ แนวต้าน กรอบรายชั่วโมง
-------------------------------------------
Resistance : 1783 / 1793 / 1806
-------------------------------------------
Support : 1759 / 1745 / 1731
-------------------------------------------

แนวโน้มทิศทางทองคำวันนี้
Time Frame H1 = Downtrend
Time Frame H4 = Downtrend
Time Frame Day = Downtrend
Time Frame Week = Uptrend
Time Frame Month = Uptrend

การถือครองทองคำกองทุน SPDR

---------------------------------------------------------------
สถานะทองคำรายวัน : ขายออกทองคำ -0.87 ตัน
ราคาซื้อขายล่าสุด : 1,774.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ถือครองทองคำสุทธิ : 1,000.79 ตัน
สถานะการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ : 8
รวมการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น : -0.93 ตัน
---------------------------------------------------------------


*การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณให้รอบคอบก่อนการลงทุนทุกครั้ง
**ข้อมูลจากการวิเคราะห์ไม่ได้เป็นเครื่องมือชี้นำระดมทุน เพียงเป็นเครื่องมือประกอบความรู้ในการลงทุนในแต่ละวันเท่านั้น จึงไม่มีส่วนต่อความรับผิดชอบใดๆ อันเกิดขึ้นในภายหลัง
***การวิเคราะห์เป็นเพียงสมมุติฐานค่าสถิติจากอดีต จึงไม่ได้เป็นเครื่องมือการันตี 100% ต่อการสร้างผลกำไรในอนาคต